White Blood
By…Miray

Charpter...2

"เป็นยังไงบ้าง"คาซามถามอย่างร้อนรนน้ำเสียงมีแววห่วงใยชัดเจน

"ร่างกายทรุดโทรมเพราะขาดน้ำและอาหาร รวมทั้งอาการเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางโดยมิได้พักผ่อน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอยิ่งขึ้น แต่แผลที่มือไม่น่าเป็นห่วงพระเจ้าค่ะ เกือบหายเป็นปกติแล้ว"แพทย์ชรารายงาน แต่สีหน้าบ่งบอกความหนักใจไม่น้อย

"จากสีหน้า ท่านคงมีอะไรน่าหนักใจมากกว่าที่เอ่ยกับองค์ราชา"เกรย์สังเกต เขาเองก็ห่วงอาการเด็กหนุ่มนั่นไม่น้อยกว่าองค์คาซามเช่นกัน แต่เด็กหนุ่มนั่นนอนอยู่ในห้องบรรทมของคาซาม ใครเล่าจะกล้าเสนอหน้าเข้าไปดูโดยมิได้รับอนุญาติ

"ทั้งหมดไม่น่าเป็นห่วงหรอกพระเจ้าค่ะ ถ้ามาเร็วกว่านี้สัก 2 วัน"เสียงแผ่วลงจนแทบกลืนหายไปในลำคอเหี่ยวๆนั่น

"เอามันไปตัดหัว เกรย์เจ้าอย่าห้าม"เสียงสั่งดุดัน แพทย์ชราทรุดลงอย่างหมดแรง คาซามไม่อยู่รอฟังเสียงคร่ำครวญของแพทย์ชรา ร่างสูงใหญ่เดินตรงเข้าไปในห้อง ร่างเล็กๆนอนอยู่บนเตียงไม่ไหวติง

กษัตริย์หนุ่มทรุดลงบนเตียงนุ่ม ฝ่ามือใหญ่หยาบกร้านจากการฝึกซ้อมศาสตราวุธ ปัดเส้นผมสีดำขลับที่ปรกหน้าสวยออก ดวงตาสีทองจ้องมองร่างบางนิ่ง น่าเสียดาย..งามเกินกว่าที่จะตาย

"ขออภัยฝ่าบาท"รีเฟลเดินเข้ามาพร้อมขวดสีทองในมือ

"นี่เป็นยาที่เกล้าปรุงขึ้น ช่วยได้แม้คนเพิ่งตายก็ยังฟื้น"คาซามรับขวดยาโดยไม่รอช้า ก่อนประคองร่างเด็กหนุ่มขึ้น น้ำยาสีเขียวมรกตที่รินออกมาจากขวดทอง รินไหลออกจากมุมปากทั้ง 2ข้าง ไม่มีเลยที่จะไหลผ่านเข้าไปในลำคองามระหง คาซามกระดกยาเข้าปาก ก่อนประทับลงบนริมฝีปากบาง ยาสีเขียวถ่ายจากปากสู่ปาก ล่วงผ่านลำคอระหงไปในที่สุด

"อีกสักครู่คงฟื้นพระเจ้าค่ะ เกล้าคงต้องทูลลา"รีเฟลย่อตัวลงต่ำก่อนเดินจากไป ยังไม่ถึงเวลาที่จะพบ 'เรน'ในตอนนี้

คาซามมองร่างรีเฟลจนลับตา ก่อนประคองร่างในอ้อนแขนลงอย่างเบามือ

"พวกเจ้า 2 คนเฝ้าเอาไว้ ถ้าเขารู้สึกตัวไปเรียกข้าที่ ห้องแดง"ทาสี 2 นางรับคำสั่ง ด้วยการหมอบตัวติดพื้น...รับด้วยเกล้า หากผิดพลาดก็ชดใช้ด้วยเกล้า

***********************************************

"เหยื่อที่พระองค์ล่าได้ ทรงเป็นเช่นไรบ้างพระเจ้าค่ะ"คาซามถอนหายใจ ก่อนทรุดตัวลงบนเก้าอี้บุกำมะหยี่สีแดง ห้องทั้งห้องก็จัดด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ที่มีสีแดง ดังนั้นจึงเรียกห้องแดง

"อีกเดี๋ยวคงฟื้น ข้าคิดว่ายาของรีเฟลน่าจะได้ผล"น้ำเสียงแฝงแววชื่อชมผู้ที่กล่าวถึงอย่างชัดเจน

"นักบวชย่อมต้องรู้เรื่องยา โดยเฉพาะนักบวชจากมิดกัลล์ มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยพระเจ้าค่ะ"เกรย์ดักคออย่างรู้ทัน

"ข้าอาจจะให้เขาเป็นพระอภิบาล"น้ำเสียงราบเรียบ แต่ผู้ฟังรู้ว่าอาจเป็นความจริง พระอภิบาล ตำแหน่งสำคัญซึ่งเป็นบันไดสู่การได้อำนาจทางศาสนจักรไว้ในมือ

"เกล้าว่าทรงด่วนตัดสินพระทัยเร็วไป พระอภิบาลเป็นตำแหน่งพระพี่เลี้ยงซึ่งต้องอยู่ใกล้ชิดกับพระองค์ น่าจะใช้เวลาใตร่ตรองมากกว่านี้พระเจ้าค่ะ"เกรย์ยังนึกถึงแววตาสีเขียวที่เต็มไปด้วยปริศนา นักบวชคนนี้อาจมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่มีความลับมากเกินไป เกินกว่าจะวางใจ

คาซามรู้สึกเวลาผ่านไปนานเท่านาน นางทาสีก็ไม่มารายงานถึงความเป็นไปของเด็กหนุ่มในห้องบรรทมเสียที ความร้อนใจทำให้กษัตริย์หนุ่มเดินกลับไปกลับมาราวเสือติดจั่น ในขณะที่เกรย์ยืนหลับตานิ่ง แต่ความกระวนกระวายใจไม่แพ้กัน

"ทำไมยังไม่รู้สึกตัวอีก เจ้าว่าไงเกรย์"

"เกล้ามิใช่หมอ มิบังอาจกราบทูล แต่ถึงใช่ เกล้าก็คงมิบังอาจกราบทูลเช่นกัน"

"ทำไม"คาซามหยุดเดินหันมาให้ความสนใจกับเกรย์ เขายังยืนสงบนิ่ง เปลือกตานุ่มปิดบังแววตาแห่งความกังวลในเด็กหนุ่มนั่น

"ขนาดแพทย์หลวงพระองค์ยังทรงประหาร เกล้าหรือจะกล้ากราบทูล"

"รู้มั๊ย บางครั้งข้าอยากเก็บหัวสวยของเจ้าไว้ชื่นชมจริงๆ"

"เกล้าทราบ พระองค์ทรงอยากต่อไปเถิด แต่อย่าทรงทำ หัวของเกล้ามิใช่สัตว์ หรือสนมที่พระองค์ทรงโปรด"คาซามหัวเราะ ร่างนางทาสีเข้ามาหมอบกราบตรงหน้า คาซามมิรอฟังความใด ร่างใหญ่เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว..ห้องบรรทม

"หากฝ่าบาทเรียกหาข้า บอกว่าข้าไปมหาวิหาร"เกรย์สั่งความก่อนเดินจากไป.....แววตาของนางทาสีบ่งบอกชัดเจน เด็กหนุ่มปลอดภัย

"ที่นี่ที่ไหน"เสียงใสถาม ดวงตาสีม่วงกวาดมองทั่วห้อง ทาสีรีบกุลีกุจอออกไป เมื่อเห็นคาซามเข้ามา อารมณ์กษัตริย์องค์นี้เป็นที่ล่วงรู้ไปทั่ว เปลี่ยนแปรราวสายลม ใครเล่าอยากจะสนองอารมณ์นั่น

"ห้องของข้า ในวังของข้า"คาซามตอบเสียงเรียบ ดวงตาสีม่วงไม่มีแววตื่นตระหนก หากสภาพในห้องก็บ่งบอกถึงฐานะของเจ้าของอยู่แล้ว

"เจ้าชื่ออะไร"

"เกล้าชื่อเรน"เด็กหนุ่มเบือนหน้ามองคาซาม ดวงตาสีม่วงฉายแววอยากรู้ชัดเจนในคำถามเดียวกัน

"ข้าคือคาซาม กษัตริย์แห่งอเลกซานเดรีย"น้ำเสียงแฝงด้วยอำนาจตามความเคยชิน เรนยันตัวขึ้นนั่ง แววตาแสดงถึงความเกลียดชังชัดเจน มิใช่คนนี้หรอกหรือที่นำความวิบัติมาสู่ มิดกัลล์

"ดูจากการแต่งกายของเจ้า..."

"อย่าทรงคาดเดา พระองค์รู้เป็นอย่างดี ว่าข้ามาจากที่ใด"เรนตอบเสียงกร้าว

"มีอะไรบอกข้าได้นะ"คาซามรู้สึกถึงความเกลียดชังอย่างชัดเจน มือหนาใหญ่เอื้อมไปจับต้นแขนเพื่อปลอบประโลม

"อย่ามาแตะต้องข้า"เรนปัดมือทิ้งอย่างไม่ไยดี ไม่กลัวอาญาใดๆ

"อย่างั้นเหรอ"คาซามกระชากร่างบางตรงหน้าเข้ามาในอ้อมแขน ก่อนประทับจูบบนริมฝีปากบางอย่างดุดัน เรนดิ้นรนในอ้อมแขนด้วยความตื่นตกใจ ดวงตาสีม่วงเบิงกว้าง จ้องเขม็งบนใบหน้าของคาซาม

คาซามบดขยี้ริมฝีปากบางด้วยความกระหาย อารมณ์ปรารถนาก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง ปลายลิ้นอุ่นพยายามซอกซอนเข้าไปในปากของอีกฝ่าย ก่อนจะตวัดรัดเกี่ยวลิ้นอีกฝ่ายแนบแน่น

เรนหยุดการดิ้นรนที่ไร้ผล เสียงครางแผ่วๆในลำคอ บ่งบอกถึงอารมณ์บางอย่างที่ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเช่นกัน 2มือที่ผลักดันแผ่นหน้าอกกว้างหยุดลง เรนไม่รู้ตัวว่าเผยอปากให้ลิ้นอุ่นของอีกฝ่ายล่วงล้ำเข้ามาได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ความรู้สึกเสียวซ่านแผ่ไปทั่วร่างตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อลิ้นอุ่นซุกซนไปทั่วราวกับควานหาอะไรบางอย่าง ก่อนจะเข้าตวัดรัดเกี่ยวลิ้นเขาแนบแน่น ราวกับจะกลืนเป็นหนึ่งเดียว

คาซามถอนริมฝีปากออก ซุกหน้าลงบนซอกคอขาว ก่อนจะไล้ไปถึงใบหู ลิ้นอุ่นไล้เลียไปตามร่องหูอย่างเชื่องช้า ร่างบางสะดุ้งเฮือก ส่งเสียงครางด้วยความรัญจวนออกมาโดยไม่รู้ตัว คาซามเองก็ดูจะพึงพอใจกับเสียงที่ได้ยิน เขาปล่อยร่างบางเป็นอิสระ

เรนหอบหายใจถี่กระชั้น หวาดกลัวในอารมณ์บางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ภายใน ทั่วทั้งร่างกายร้อนระอุ ราวกับเลือดกำลังเดือดพล่าน

"ทำแบบนี้ทำไม"ดวงตาสีม่วงวาวโรจน์จ้องไม่กระพริบ

"แบบไหน ที่จูบเจ้า หรือที่ปล่อยเจ้า"คาซามหัวเราะก่อนเดินจากไป เรนคว้าเชิงเทียนใกล้มือ ขว้างตามหลังร่างที่หายลับออกจากห้องไป น้ำใสเอ่อนองเต็ม 2 เบ้า ความรู้สึกมากมายยากอธิบายคับแน่นในออก เด็กหนุ่มรู้ตัวเองกำลังโกรธ แต่โกรธอะไรเล่า โกรธที่คาซามกระทำการหยาบช้านั่น หรือโกรธตัวเองที่เผลอคล้อยตามอารมณ์ปราถนาที่ถูกปลุกเร้า เรนได้แต่สะอื้นเพียงลำพัง

cats.gif (2782 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

มีข้อติชมหรือ ต้องการพูดคุย ยินดีรับฟังเสมอค่ะ [email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1