White Blood
By…Miray

Charpter...1

'มิดกัลล์' เมืองเล็กๆที่อยู่ห่างไกลจากความวุ่นวาย เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งทุกอาณาจักรต่างให้ความสำคัญ ไม่ใช่เพราะความอุดมสมบรูณ์ของพืชพันะธัญญาหาร หรือความแข็งแกร่งของกองทัพ แต่เมืองเล็กๆแห่งนี้ เป็นสถานที่ให้กำเนิดของเหล่านักบวชผู้มีสายเลือดบริสุทธ์ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นพระอภิบาลแก่กษัตริย์ผู้ครองนคร และเป็นผู้นำเทวโองการแห่งทวยเทพ หรือที่รู้จักกันในนาม 'โอษฐ์แห่งเทพ'

แต่วันนี้ทุกสิ่งเปลี่ยนไป เมืองที่เคยรุ่งเรืองด้วยศิลปะงดงามวิจิตร หลงเหลือเพียงซากปรักหักพังของมหาวิหาร เสียงสวดมนต์ที่เคยดังกังวาน บัดนี้มีเพียงเสียงสายลมให้ได้ยิน เมืองทึ่เคยมีชีวิตชีวากลับมองดูคล้ายเมืองแห่งความตายเพียงชั่วข้ามคืน

"ไปค้นดูให้ทั่ว ยังมีใครแอบซ่อนอยู่บ้าง พาออกมารวมไว้ให้หมด"เสียงแกร่งทรงอำนาจดังมาจากบุรุษชุดดำสนิทที่นั่งอยู่บนหลังม้าตัวใหญ่สีเดียวกับเสื้อผ้า ทหาร 5 นายกุลีกุจอรับคำสั่งขันแข็ง ก่อนจะวิ่งหายไปตามซอกเงาของซากปรักหักพัง

ชายชุดดำควบม้าเหยาะๆไปยังเทวสถานเพียงแห่งเดียวที่ไม่ถูกทำลาย ข้างในมีกลุ่มคนใส่ชุดขาวนั่งรวมกันอยู่ราว 30-40 คน ทั้งแก่และหนุ่ม แต่ปราศจากสตรี

"ท่านไม่รู้หรือ การที่ท่านยกกองทัพมาถล่มที่นี่" เป็นสิ่งไม่บังควรอย่างยิ่ง"ชายชรากล่าวน้ำเสียงราบเรียบ แววตาขุ่นมัวนิ่งราวกับสายน้ำ

"กษัตริย์แห่งอเล็กซานเดรียสิ้นพระชนม์แล้ว เจ้าชาย คาซาม อังมัวร์ เลอ กรูเฟอร์ ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดา ข้าต้องการของขวัญชั้นเยี่ยมสำหรับกษัตริย์องค์ใหม่ ที่ไม่เหมือนใคร"ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบถึงเหตุผลแห่งการทำลายล้าง แสงอาทิตย์เป็นประกายจับต้องใบหน้าแข็งกระด้างราวศิลา ดวงตาสีดำสนิทแฝงแววโหดเหี้ยมชัดเจน ใครเล่าในพิภพนี้ไม่รู้จัก กษัตริย์ผู้โหดเหี้ยมแห่ง 'บิมูโล่' ฉายาปีศาจสีดำ อิกัส

"ไม่พบผู้ใดอีกแล้วพระเจ้าค่ะ"ทหารตรงเข้ามารายงาน

"ท่านเอลเซม นักบวชที่นี่มีเพียงเท่านี้หรือ"

"ท่านก็เห็นทุกคนที่ถูกจับมาแล้วมิใช่หรือ"

"ข้าทราบข่าวมาว่า ท่านได้รับเลี้ยงดู ผู้เป็นโอษฐ์แห่งมหาเทพไว้นี่นา ไหนล่ะ"

"แล้วแต่น้ำพระทัยมหาเทพแกรเนต"เป็นคำตอบที่ไม่น่าพอใจเลย สำหรับอิกัส การอ้างพระนามแห่งมหาเทพสูงสุด เป็นการบอกเป็นนัยว่า เขาจะไม่มีทางได้สิ่งที่ปรารถนา อารมณ์โกรธพุ่งพล่านทั่วร่างกาย อิกัส ลากนักบวชชราผู้เป็นผู้นำนักบวชทั้งปวงออกมา ดาบขาวคมวับในมือ ฟาดฟันทั่วร่างอย่างไม่ปรานี แม้ว่าร่างนั้นจะสิ้นลมหายใจไปนานแล้วก็ตาม จวบจนสาแก่ใจนั่นแหละ ภาพความโหดเหี้ยมจึงยุติลง

"ถ้าไม่คำตอบที่ดีกว่านั้น พวกเจ้าทุกคนต้องตายตามมันไป"เสียงกร้าวดุดัน เอาจริงมากกว่าขู่ให้กลัว ไม่มีเสียงตอบใดๆนอกจากความเงียบ มีทั้งรู้แต่ไม่กลัวตาย และไม่รู้แต่กลัวตาย

"คัดนักบวชหนุ่มออกมา 5-6 คน ที่เหลือฆ่าให้หมด"เจ้าของคำสั่งควบม้าจากไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้เป็นภาระของชั้นผู้น้อยที่ต้องจัดการตามคำสั่ง ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินทางจากไป ทิ้งไว้แต่เพียงร่องรอยว่าครั้งหนึ่ง ความโหดเหี้ยมของ อิกัส เคยย่างกรายมายังที่นี่

"ท่านอาจารย์"เสียงตะโกนเปี่ยมด้วยความเศร้าโศกดังขึ้น หลังจากฝุ่นที่ตลบอบอวนของม้าตัวสุดท้ายจางลง เด็กหนุ่มในชุดสีขาวยาวถึงข้อเท้า ซึ่งไม่แตกต่างไปจากชุดที่เหล่าซากศพสวมใส่อยู่ วิ่งออกมาจากเงามืดหลังเทวสถานของมหาเทพแกรเนต

เด็กหนุ่มทรุดตัวลงข้างๆร่างไร้วิญญาณของนักบวชชรา หยดน้ำตาไหลรินลงบนเลือดที่แผ่นองเต็มพื้น เลือดสีแดงจางๆ

"เพื่อข้า และสายเลือดของเรา จงสัญญากับข้าต่อหน้ามหาเทพแกรเนต ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเจ้าออกมาจากหลังเทวรูปเป็นอันขาด จำไว้นะ เรน"เสียงนักบวชเฒ่ายังคงดังก้องอยู่ในศรีษะ เด็กหนุ่มก้มหน้าลงต่ำ ผ้าคลุมศรีษะสีขาวปิดบังทุกอย่างให้พ้นจากแสงอาทิย์ที่สาดส่องลงมา แต่ไม่สามารถปิดบังความโศกเศร้าได้ เขายืนดูเหตุการณือยู่ตลอดเวลา ได้ยินทุกคำพูด ได้เห็นเหตุการณืทุกอย่าง แต่ไม่ได้รับอนุญาติให้ทำสิ่งใดทั้งสิ้นแม้แต่ส่งเสียงคร่ำครวญ

แต่บัดนี้เสียงคร่ำครวญราวขาดใจดังออกมาอย่างไม่ต้องปิดบังอีกต่อไป ในห้วงคำนึงมีเพียงฝังศพเหล่านี้ เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อ 'เรน' ลงมือขุดอย่างไม่ย่อท้อ..ลง'มือ'ขุดดิน

************************************

พระราชวังแห่งอาณาจักรอเล็กซานเดรียกำลังจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์พระองค์ใหม่ คาซาม อังมัวร์ เลอ กรูเฟอร์ ข่าวแห่งความน่ายินดีนี้แพร่กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง บรรดาอาณาจักรน้อย-ใหญ่ต่างส่งสิ่งของมากมายเพื่อร่วมแสดงความยินดี ทั้งของไม่มีชีวิต และสิ่งของมีชีวิต

"กษัตริย์พวกนั้นนึกว่าวังของข้าขาดแคลน เพชรนิลจินดา หรือเหล่าทาสีรึยังไง ถึงส่งแต่ของเหล่านี้มามากมาย"กษัตริย์องค์ใหม่ถอนหายใจอย่างเหนื่องหน่าย ในขณะที่ทุกคนสนุกสนานรื่นเริง มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ดูราวกับจะเบื่อหน่ายทุกสิ่ง

"เกล้าว่า พวกเขาคงไม่คิดเช่นนั้นหรอกฝ่าบาท อาจเป็นเพราะมันเป็นธรรมเนียม

หรือไม่ก็เป็นการทราบข่าวอย่างกระทันหันทำให้จัดเตรียมสิ่งอื่นใคไม่ทันก็อาจเป็นได้"ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าบัลลังก์ทองแห่งกษัตริย์ออกความเห็น ' เกรย์' องครักษ์หนุ่มรูปงาม มากมายด้วยความสามารถ แต่ไม่มีใครทราบว่ามาจากที่ใด

ฝ่าบาท ของกำนัลจากบิมูโล่มาถึงแล้วพระเจ้าค่ะ"ทหารหนุ่มหมอบคลานมารายงาน สีหน้าของคาซามดูสนใจขึ้น ก่อนจะพยักหน้าให้นำเข้ามา

นักบวชหนุ่มในชุดขาวเดินมาด้วยความสำรวม กิริยาดูงดงามราวกับได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี นักบวชหนุ่มย่อกายลงต่ำเป็นการคำนับต่อองค์กษัตริย์

"เกล้าชื่อ รีเฟล มาจากมิดกัลล์ องค์กษัตริย์แห่งบิมูโล่ ส่งเกล้ามาให้พระองค์ เนื่องจากพระองค์ทรงขึ้นครองราชย์" สีหน้าเรยบเฉยไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ แต่ดวงตาสีเขียวมรกตวาววับเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ไม่มีใครในที่นั้นสังเกตเห็น ยกเว้น เกรย์ ส่วนองค์คาซามหัวเราะร่วนอย่างยินดี นี่แหละสิ่งที่ปรารถนา

*****************************************

"วันนี้ข้าจะออกล่าสัตว์"คาซามเปรยขึ้นกับเกรย์ ผู้เป็นทั้งสหายและองครักษ์

"หลังจากตรวจภาษีเสร็จ พระเจ้าค่ะ"

"ข้าจะไปเดี๋ยวนี้"น้ำเสียงเปี่ยมด้วยอำนาจยามถูกขัดใจ นอกจากการพุ่งรบ องค์คาซามก็ทรงโปรดการล่าสัตว์ และอิสตรีเป็นที่สุด

"แล้วข้าจะกลับมาจัดการต่อ"

"จะทรงเสด็จกับผู้ใด"เกรย์ถามทั้งที่รู้คำตอบ คาซามไม่เคยเสด็จกับใคร นอกจาก ผู้เป็นองครักษ์เพียงคนเดียว

"ข้าจะพา รีเฟลไปด้วย จะได้ชมบรรยากาศ และทำความคุ้นเคยกับที่นี่" องครักษ์หนุ่มน้อมรับคำสั่ง

*****************************************

รีเฟลเหลียวมองรอบกาย ดวงตาสีเขียวเป็นประกายวาวด้วยความตื่นเต้น ขณะควบม้าผ่านป่าเขียวชะอุ่มมากมาย ที่มิดกัลล์ไม่เคยมีสถานที่เช่นนี้ ถึงมีเหล่านักบวชหนุ่มเช่นเขา ก็ไม่เคยได้รับอนุญาติ

"นี่คือแม่น้ำกูรูส แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ไหลมาจากยอดเขาที่เชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของมหาเทพแกรเนต ผ่านมหาวิหาร แล้วก็ออกจากกำแพงเมืองไหลมารวมกันที่นี่" คาซาม กล่าวถึงที่มาของแม่น้ำสายสำคัญ

"เจ้ารอที่นี่ เราจะไปล่าสัตว์ ให้นักบวชเห็นภาพที่โหดร้ายคงไม่ดีนัก" คาซาม กระชับธนู ก่อนเดินเข้าไปในป่าลึกพร้อมกับเกรย์

ทั้ง 2 เดินเข้ามาไม่นาน คาซามก็พบเป้าหมาย หลังพุ่มไม้เตี้ยๆมีแรงสั่นไหวที่มั่นใจได้ว่าไม่ใช่ลม ทั้ง 2 เงียบเสียงลง คาซามเดินเข้าไปใกล้อีกนิด เพียงพอกับระยะหวังผลของธนู ฉับพลันลูกธนูก็พุ่งแหวกอากาศผ่านพุ่มไม้ไปอย่างรวดเร็ว มีแรงสั่นไหวของพุ่มไม้อีกระยะก่อนจะสงบลง

"เกล้าว่าคงเป็นกระต่ายป่า"เกรย์คาดคะเน คาซามพยักหน้าเห็นด้วย ทั้ง 2 เดินเข้าไปยังเป้าหมาย เกรย์แหวกพุ่มไม้ดูผลแห่งการยิงธนู

"คน"ทั้ง 2 อุทานแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน เกรย์ตรงเข้าไปประคองร่างในชุดขาวที่นอนหมดสติอยู่ข้ากระต่ายป่าสีขาว ที่สิ้นชีวิตด้วยลูกธนูดอกนั้น ผ้าคลุมศรีษะตกลงไปอยู่ด้านหลัง เผยใบหน้าสวยงามชัดเจน ผมสีดำขลับหยอกล้อกับแสงแดดเป็นประกายงดงาม คิ้วดำโก่งยาวจนถึงหางตา แผงขนตาสีดำหนาปกปิดดวงตาไว้ภายใน เปลือกตานุ่ม ริมฝีปากหยักได้รูป ประกอบกันอย่างลงตัวราวเทพธิดา ช่างน่าหลงใหลยิ่งนัก

"พากลับวังเถอะฝ่าบาท"คาซามพยักหน้าทั้งที่ไม่เข้าใจอะไรนัก กษัตริย์หนุ่มอุ้มร่างบางขึ้นมา เกรย์ลุกขึ้นเดินตามออกมา ผิวสัมผัสยงรู้สึกถึงความนุ่มเนียนของผิวขาวไร้ตำหนิ กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยออกมาจากร่างไร้สติ เขารู้เด็กคนนี้กำลังจะตาย ตัวเย็นเกินไป ลมหายใจเบาเกินไป เกินกว่าที่มนุษย์ปกติจะเป็นกัน

"ฝ่าบาท..."รีเฟลอุทาน คำพูดต่อไปถูกกลืนลงไปในลำคอ สีหน้าบ่งบอกถึงความตกใจอย่างเห็นได้ชัด ร่างที่อ่อนปวกเปียกในวงแขนของคาซามคือ 'เรน' มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร คาซามไม่มีเวลาสนใจสิ่งใดๆ แต่เกรย์สังเกตอยู่ตลอดเวลา ความตกใจที่ปรากฎมันมากเกินกว่าธรรมดา

cats.gif (2782 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

นี่เป็นเรื่องแรกจากนักเขียนมือใหม่นะคะ ยังไง miray ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนด้วยค่ะ หวังว่าทุกคนจะให้การต้อนรับอย่างดีนะคะ หากมีข้อติชม หรืออยากพูดคุย ก็เมลล์มาได้นะค่ะที่ [email protected] จะคอยรับฟังทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1