Crisis
By...D
Case 1
บล็อก 5 เขต 10 ไทม์สแควร์ รัฐนิวยอร์ค 7.00 a.m.
จดหมายครับ มิสเตอร์ บุรุษผมทองหยุดการจิบกาแฟยามเช้าแล้วเดินไปเปิดประตูบ้านเพื่อรับจดหมายประทับตราทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเองยังอยู่ในชุดนอนสีกรมท่าตัวโคร่งขอบใจมาก หือ ซองขาว จากใครล่ะเนี่ย? กรมตำรวจแผนกอาชกรรมระหว่างประเทศ จะใช้ให้เราไปทำอะไรอีกแหงเลยแฮะ พูดยังไม่ทันจบคำดีก็ลงมือฉีกซองจดหมายแล้วคว้านเอากระดาษที่มีตราประทับสีทองประจำกรมฯ ขึ้นมาอ่าน
เรียน คุณแอลลีน โจนาธาน เทรเวอร์ (Mr. Allen J. Trevor):ทางคณะกรรมการของแผนกอาชญากรรมระหว่างประเทศประจำกรมตำรวจ มีคำสั่งด่วนจากคณะท่านอธิบดีฯ ให้คุณแอลลีนไปทำงานที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อตามสืบคดีฆาตกรรมปริศนาของมาดามอลิสา เพียร์ โจฮัน ผู้ซึ่งเป็นผู้นำเศรษฐีด้านการนำเข้าและส่งออกสินค้าประเภทเครื่องประดับตกแต่งของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคดีนี้มิได้เกิดขึ้นที่รัฐและประเทศของเรา แต่หากไปเกิดที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างที่มาดามเธอไปพักผ่อนดูแลธุรกิจของเธอที่ประเทศนั้น และเป็นการตายปริศนาที่ไม่สามารถหาศพผู้ตายหรือหลักฐานมาชันสูตรพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากเราพบศพในสภาพเริ่มเน่าเปื่อยไปตามกาลเวลาแล้วหลังจากใช้เวลาในการตามหาตัวผู้ต้องหาและศพผู้ตายเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน
ดังนั้น ทางคณะกรรมการของเราจึงขอออกคำสั่งให้คุณซึ่งเป็นนักสืบสายลับอันดับหนึ่งประจำกรมฯ ออกปฏิบัติงานนอกสถานที่ตามวันเวลาและสถานที่ที่กำหนดไว้ในเอกสารฉบับนี้ คุณสามารถใช้อำนาจสิทธิ์ขาดในการดำเนินงานทุกอย่างตามแต่คุณต้องการได้ ทางเราดำเนินการประสานงานอำนวยความสะดวกให้กับคุณครบทุกอย่างแล้ว
อนึ่ง เพื่อความสะดวกในการดำเนินงานของคุณ เราได้ผสานงานติดต่อกับหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการลับของทางประเทศญี่ปุ่นเพื่อขอคู่หูให้กับคุณในการช่วยทำหน้าที่ตามสืบคดีของมาดาม จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขอให้พระเจ้าทรงคุ้มครองและอำนวยพรให้กับคุณ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
แผนกอาชญากรรมระหว่างประเทศ
อืม งานต่างประเทศ ก็ดี ไปทำงานที่เมืองนอกบ้างดีกว่า อยู่แต่ในนิวยอร์คนี่อุดอู้สุดยอด แอลลีนบิดตัวไปมาเพื่อไล่ความง่วงแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวจ้ำเท้าเข้าห้องน้ำไป
กรมตำรวจ รัฐนิวยอร์ค 10.00 a.m.
แล้วไง? นายก็เลยไปรับปากท่านอธิบดีฯ โดยไม่ปรึกษาผู้กำกับการอย่างฉันเลยซักคำอย่างนั้นเหรอ? ร่างบางพยักหน้าหงึกก่อนจะดีดตัวขึ้นไปนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของเพื่อนร่วมแผนกอื้อ ! อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างน่ะ เขาบอกมีคู่หูช่วยฉันทำงานด้วยนะ
รู้สึกว่านายจะตอบตกลงอะไรง่ายดีจังเลยนะ อัล ชายหนุ่มในชุดผู้กำกับการประจำกรมฯ ได้แต่ส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินไปหยิบเอกสารจากเลขาธิการหน้าห้อง
พูดเป็นเล่นไป นี่เป็นครั้งแรกต่างหากที่ฉันไม่ได้ขออนุญาตจากนายนะ คดีอื่น ๆ ฉันก็ทำคู่กับนายมาตลอด อย่ามาว่ากันอย่างนี้ดีกว่าน่า มันไม่แฟร์ซักเท่าไรเลย ว่าแต่ เอ็ด นายจะเอาอะไรหรือเปล่า? จะได้ซื้อมาฝาก
ม่ายล่ะ คนอย่างนายจะใจดีซื้อของมาให้ฉันด้วยเหรอ ขนาดให้ไปหาข้อมูลด้วยกันนายยังบอกปัดมาให้ฉันหน้าตาเฉย ไม่เชื่อเด็ดขาด คนถูกด่าหน้าชาตาเขียวค้อนใส่เหมือนเด็กเล็ก
ตลกร้ายนะ เผาเพื่อนได้ซึ่ง ๆ หน้าเนี่ย แต่ก็อย่างว่า อดีตสารวัตรติงต๊องอย่างนายมันก็มีสมองที่จะคิดได้แค่นี้ล่ะ ฉันปลงตกตั้งนานแล้ว ไปเก็บของใช้ส่วนตัวที่โต๊ะก่อนดีกว่า วันมะรืนต้องออกเดินทางแล้วด้วย แอลลีนย้อนพลางกระโดดตุ้บลงจากโต๊ะแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดีที่ได้กวนประสาทเพื่อนซี้สุดแสบ เอ็ดวินก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะหัวเราะหึ ๆ เพราะรู้ดีกับนิสัยชอบย้อนคำของอดีตคู่หูหน้าหวาน
ถ้าหากไม่เกิดคดีนั้นขึ้น นายก็คงไม่ต้องถูกปลดจากตำแหน่งมือปราบคู่หูของฉันกลายเป็นแค่นักสืบสายลับแน่นอน อัล ถ้าหากวันนั้นไม่มีคดีบ้า ๆ นั่นเกิดขึ้น ชายหนุ่มหลับตานึกเสียใจกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นเพราะความประมาทของเขาที่ทำให้เด็ก 10 คนถูกลูกหลงจากการระเบิดของซี-โฟร์ บอมบ์ที่โจรวิปริตตั้งเวลาระเบิดเอาไว้ ตายคาที่ทั้งหมด ตัวเขาเองได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเพราะยังมีเกราะบังและอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุมากที่สุดด้วย ส่วนคู่หูของเขากลับได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะแรงระเบิด ทำให้ความดันในเลือดของแอลลีนผิดปกติเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง กลายเป็นคนที่มีภูมิต้านทานในเม็ดเลือดขาวน้อยเพราะระบบของการไหลเวียนของโลหิตผิดปกติ เขาต้องเข้าๆ ออก ๆ โรงพยาบาลเป็นว่าเล่นเพื่อที่จะทำการรักษาโรคประหลาดนี้จนกว่าจะหายดี กว่าอาการจะกลับเป็นปกติได้ก็ปาเข้าไปเกือบ 2 ปีเศษ ในช่วงที่เขาต้องเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลนั้นเองเป็นสาเหตุและข้ออ้างที่เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งไปโดยปริยาย เนื่องจากร่างกายอ่อนแอไม่พร้อมที่จะทำงานได้ทุกสภาพสถานการณ์ โชคยังดีที่แอลลีนเป็นมันสมองของกรมฯ ทางผู้ใหญ่ที่ยังเห็นข้อดีของเขาข้อนี้อยู่จึงพยายามสนับสนุนให้เขาได้กลับเข้ามาทำงานของกรมตำรวจในตำแหน่งนับสืบแทน และสาเหตุนี้เอง ที่ทำให้เอ็ดวินได้รับตำแหน่งผู้กำกับการแต่ว่าคู่หูของเขากลับต้องถูกถอดออกจากตำแหน่งมือปราบไปเป็นเพียงนักสืบ ความแตกต่างที่เหมือนกัน แต่ในขณะเดียวกันความแตกต่างนั้นก็สร้างความอยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับทั้ง 2 ฝ่ายด้วย แต่ถึงกระนั้น ทั้งแอลลีนและเขาก็ไม่เคยที่จะเอาปัญหาข้อนี้มาเป็นข้ออ้างหรือข้อทะเลาะวิวาทใด ๆ ทั้งคู่ยังคงเป็นคู่หูคู่ซี้ที่รู้ใจกันเหมือนที่เคยเป็นมา ในอดีตเป็นเช่นไร ปัจจุบันและอนาคตก็จะเป็นเช่นนั้นตลอดไปอีก 2 วันถัดมา
แน่ใจนะว่าไม่ลืมอะไรแล้วน่ะ อัล?
อือ ของทุกอย่างครบแล้วล่ะ
ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นหนาวมากเลยนะ นายระวังเรื่องสุขภาพด้วย ฉันเป็นห่วง เอ็ดวินบีบต้นแขนเพื่อนเบา ๆ พร้อมกับจัดปกคอเสื้อโค้ทให้เรียบร้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองคนตรงหน้าด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับไม่อยากจะให้เดินจากเขาไป ร่างบางเห็นเช่นนั้นก็คลี่ยิ้มบางพร้อมกับโน้มใบหน้านวลลงไปสัมผัสเบา ๆ ที่โหนกแก้มก่อนจะผละเดินออกห่างผ่านเข้าประตูตรวจผู้โดยสารไป แต่ยังไม่ทันที่จะเข้าไปเรียบร้อยดีแอลลีนกลับตะโกนเสียงดังจนคนรอบข้างสะดุ้งตกใจกับเสียงพูดบอกลาราวกับกัมปนาทของเขา ไม่เว้นแม้แต่คนของกรมฯ ที่มายืนส่งด้วย
เอ็ด ! ทุกคน !! ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะเขียนจดหมายมาหาพวกนายแน่นอน ไม่ต้องห่วงหรอก อย่าโดดงานไปเที่ยวคลับนะ God Bless You All.
คนในกรมฯ ต่างฝ่ายต่างพูดไม่ออกกับความกวนประสาทของนักสืบตัวแสบ พวกเขาได้แต่มองหน้ากันแล้วระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นสนามบิน อัล God also bless you
Ladies and gentlemen, attention please. Please ask requirement from the air hostage if you have any problems and please also belt your seat along the way you go with us. Have a good trip.
ทันที่ที่พนักงานขับเครื่องบินกล่าวจบ ทุกคนก็เริ่มหันรีหันขวางถามหาของกินและเครื่องดื่มกับแอร์โฮสเตจที่เดินอำนวยความสะดวกให้กับเหล่านักเดินทางบนเครื่อง ทุกคนดูท่าทางสนุกสนานกับการเดินทางเพราะว่าสายการบินสายนี้เกือบครึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่จะต่อเครื่องจากญี่ปุ่นไปเกาหลี อีกครึ่งคือพวกนักธุรกิจเฟิรสต์คลาส พ่วงด้วยสายลับหน้าละอ่อนอีกหนึ่ง แล้วทำไมต้องไปตายที่เมืองนอกเมืองนาด้วยนะ ยัยป้าคนนี้ จะตายทั้งทียังจะอวดความร่ำรวยของตัวเองอีก จะรู้บ้างไหมเนี่ยว่าคนที่ทำงานให้กับคดีของคุณเธอมันเหนื่อยมากขนาดไหน เกลียดชะมัดเลยไอ้พวกที่ชอบอวดความร่ำรวยอย่างนี้ ร่างบางบ่นเค้นเสียงพร้อมกับเปิดกระเป๋าหยิบเอกสารขึ้นมาไล่สายตาดู
Ah Would you like some drinks?
No. Thanks แอลลีนโบกมือเป็นเชิงปฏิเสธอย่างสุภาพแล้วก้มหน้าอ่านเอกสารต่อ แต่สมาธิของเขาก็ต้องขาดช่วงอีกครั้งเมื่อมีเสียงประกาศจากนับบินเตือนให้คาดเข็มขัดตามด้วยเสียงร้องไห้กระจองอแงของเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ร้องไห้เพราะแย่งขนมเค้กเพียงก้อนเดียว ว้อย !!! อะไรมันจะหนวกหูได้ขนาดนี้ฟะ?!ผ่านไป 10 ชั่วโมง ในที่สุดเครื่องบินก็ได้บินมาลงจอดโดยสวัสดิภาพที่ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะของประเทศญี่ปุ่น แต่ละคนที่เดินลงจากเครื่องนั้นเกิดอาการเมาเครื่อง (Jet Lag) เพราะยังไม่ชินและยังไม่สามารถจะปรับตัวให้เข้ากับเวลาและสถานที่ที่เปลี่ยนไปจากเดิมได้
อืม หลับเต็มอิ่มเลยแฮะ ว่าแต่ คนของกรมตำรวจที่จะมารับเรายืนรออยู่ตรงไหนหว่า? ร่างบางบิดขี้เกียจพร้อมกับมองซ้ายทีขวาทีแล้วเดินลากกระเป๋าหนังล้อเลื่อนไปทั่วเพื่อมองหาคนที่มีแววว่าจะเป็นคนอาชีพเดียวกันกับเขา แต่จนแล้วจนรอดก็หาไม่เจอในขณะเดียวกัน ที่สนามบินนั้น มีกลุ่มชายชุดดำกลุ่มหนึ่งซึ่งยืนหลบอยู่ตรงหน้าประตูขาออกกำลังจ้องมองมาที่นักสืบหนุ่ม หนึ่งในนั้นยืนกอดอกพร้อมกับยิ้มบางที่มุมปากแต่หากแฝงไว้ด้วยอาการเหลี่ยมเล่ห์
จะเอายังไง .อากิ? อีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กันเอ่ยถามเสียงเข้ม
รอดูอีกหน่อยว่าใช่จริง ๆ หรือเปล่า ผมไม่อยากเจอหัวหน้าด่าอีกแล้วนะ รุ่นพี่
หึ ๆ ก็ได้ ตามใจนายละกัน
ตัดกลับมาที่ด้านของแอลลีน ซึ่งยังไงก็ยังหาตำรวจในเครื่องแบบที่จะมารับเขาที่สนามบินไม่เจอซักที พอตัดสินใจใช้ปากถามก็เจอตั๊นหน้ากลับมาว่าบ้าและประสาท ทำให้เจ้าหนูนักสืบถึงกับอึ้งทำอะไรไม่ถูก
ให้ตายเถอะ ! ภาษาก็คนละภาษา วัฒนธรรมก็แตกต่างกัน แล้วอย่างนี้จะไปรู้ได้ไงล่ะว่าใครเป็นใคร ได้การล่ะ ถามผู้ชายชุดดำพวกนั้นดูดีกว่า แต่ คิดถูกหรือเปล่านะที่จะให้พวกนั้นช่วย? ท่าทางไม่น่าจะเป็นคนดีเลยนิ เจ้าตัวบ่นไปพลางมองหาทางรอดไปพลาง จนกระทั่งนึกขึ้นได้ว่าเขาได้รับเบอร์มือถือของรองสารวัตรที่สถานีตำรวจประเทศญี่ปุ่นก่อนจะมาที่นี่ ร่างบางคิดได้อย่างนั้นจึงคว้ามือถือของตัวเองขึ้นมากดเรียกสายเข้า ซักพักก็เสียงสัญญาณก็ดังขึ้น แต่ไม่ใช่แค่ฝ่ายโทรหาฝ่ายเดียว ฝ่ายรับก็ดังขึ้นด้วยเช่นกัน แถมตัวปลายทางยังอยู่ใกล้แค่หางตาเองด้วยซ้ำ แอลลีนหันไปทางต้นเสียงมือถือของคู่สายก็พบว่าเจ้าของเครื่องคือชายชุดดำที่ยืนยิ้มเผล่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เขาลุกลี้ลุกลนควักเอามือถืออกจากกระเป๋าเสื้อสูทมากดปุ่มทิ้งแต่ก็สายเกินไปเสียแล้วเพราะถูกรู้ความลับได้เสียแล้ว
นายลืมปิดมือถือเรอะ อากิ? บุรุษที่ดูท่าทางมีตำแหน่งใหญ่กว่าเค้นเสียงดุลูกน้องตัวเองอย่างโมโหโกรธา
แหะ ๆ ขออภัยครับ รุ่นพี่ บังเอิญผมเพิ่งจะชาร์จแบตมากก็เลยลืมปิด เจ้าตัวยิ้มแห้ง ๆ พลางมองลงไปที่มือถือตัวต้นเหตุอย่างแค้นเคือง ฮึ่ม ! จำเอาไว้เลยนะ ไอ้มือถือบ้า
งั้นนายก็รับผิดชอบเอาเองละกัน พวกเรา กลับ !!
ชายหนุ่มที่ท่าทางจะเป็นหัวหน้าพยักหน้าสั่งแล้วตัวเองก็หันหลังเดินกลับไปเอ่อ คุณใช่รองสารวัตรของกรมตำรวจฯ ประเทศญี่ปุ่นหรือเปล่าครับ? ร่างเล็กเดินเข้ามาถามอย่างใสซื่อ แต่ด้วยความอินโนเซนต์นี่เองล่ะที่ทำให้ชายในชุดดำอย่างเขาต้องใจอ่อนยอมตอบคำถามอย่างว่าง่าย เอ เจ้าหมอนี่หน้าตาน่ารักชมัด ตาโตก็จริงแต่ก็มีแววหางตาเหลี่ยม ๆ เหมือนผู้ชายพอแยกเพศได้ ปากนิดจมูกหน่อย รวม ๆ แล้วก็หน้าหวาน ๆ แบบผู้หญิงดี ๆ นี่เองนี่นา ตัวสูงประมาณไหล่เราเท่านั้น คงสูง 173 แน่ ๆ แฮะ แล้วกินอะไรบ้างหรือเปล่าเนี่ย? ตัวผอมจัง เอวก็ท่าทางจะบาง แต่ดูดี ๆ หมอนี่ก็ท่าทางมีแรงนิดหน่อยนี่นา อืม พอไหว ๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นคงจะช่วยตัวเองได้ โอเค ! หมอนี่เป็นคู่หูเราได้แน่ ๆ เลยแฮะ
ใช่ครับ คุณแอลลีน โจนาธาน เทรเวอร์ ผมโฮโซคาวะ อากิ รองสารวัตรของกรมตำรวจฯ ครับ พลางยื่นมือออกมาจับด้วยความยินดี ซึ่งคู่สนทนาก็ทำตามด้วยความซื่อบริสุทธิ์แต่แล้วก็ต้องร้องว้ากเกือบลั่นสนามบินก็ในเมื่อเช็คแฮนด์กันอยู่ดี ๆ รองสารวัตรอากิกลับถือโอกาสอุ้มเขาขึ้นพาดบ่าแล้วเดินลิ่ว ๆ ออกจากสนามบินไปหน้าตาเฉย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?!
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]