Forbidden
By...Yayoy
Chapter 5
I miss you
I miss the way you look to me
That soft shimmer in your eyes
The way they tell me the love you hole to me
The way they call me beautiful with no words expressed
I miss the way you hold me
The serenity in your arms
I could stay that way forever
I feel so safe and warm and never want to leave
I miss the way you smile at me
Which makes me smile back
That special secret we share beyond the smile
Its pure and true and only ours
I miss you
The way you hold my hand and always understand
The way you wipe my tears and manage to take away all my sadness
The way you make me smile and always walk that extra mile
I miss you more than words can say
You will always be special to me in every little way...
รูปถ่ายและคำกลอนที่เขียนอยู่ข้างรูปที่เขานั่งดูและอ่านนับเป็นสิบๆเที่ยวตั้งแต่ได้มา แต่ไม่มีแม้แต่สักครั้งที่เขาจะรู้สึกเบื่อ หนุ่มน้อยหน้าใสที่ส่งยิ้มมาจากรูปดูโตขึ้นกว่าที่เขาจำได้มาก รูปถ่ายเป็นรูปแค่ครึ่งตัวเขาก็เลยไม่รู้ว่าหนุ่มน้อยสูงขึ้นมากหรือเปล่า ดวงตากลมโตสีนิลเป็นประกายสดใส ผมยาวสีดำที่เจ้าตัวหวีเสยให้เห็นวงหน้าสมส่วนดูน่ารักกว่าที่เขาเคยฝันถึง เขาลูบนิ้วกับริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบที่เขาอยากสัมผัสอีกครั้งอย่างเผลอไผล
รูปนี้ส่งมาถึงมือเขาพร้อมกับของขวัญวันเกิดคือผ้าพันคอสีเขียวเข้มที่เจ้าตัวเขียนบอกมาว่าไม่ได้ถักเอง แต่เห็นแล้วนึกถึงสีของดวงตาของเขาจึงส่งมาให้ เมื่อวันที่เก้า พฤศจิกายนซึ่งตรงกับวันเกิดของเขาพอดีเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว และตั้งแต่วันนั้นเขาก็ใช้มันทุกวัน อย่างน้อยเขาจะได้รู้สึกว่าเจ้าของของขวัญอยู่ใกล้ๆ ส่วนกรอบรูปเขาเอาวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงเพื่อที่เขาจะได้กล่าวราตรีสวัสดิ์กันเร็นทุกคืน
อีกเดือนกว่าๆก็เกือบสี่ปีแล้วที่เขาไม่ได้พบกับเร็น ได้แต่ติดต่อกันทางจดหมายหรือไม่ก็โทรคุยกันเป็นบางครั้งเท่านั้น เขายังจำได้ดีถึงคืนสุดท้ายที่พวกเขาไปเดินเที่ยวกัน คืนที่เร็นมอบของที่ระลึกให้เขา เป็นสร้อยหนังมีจี้หินสีดำสลักชื่อย่อของพวกเขา ตัวอักษรS และ Rที่อ่อนช้อยเกี่ยวกวัดกันอย่างสวยงาม คนขายบอกว่าจี้สองอันนี้ทำจากหินก้อนเดียวกันแบ่งเป็นสองส่วนและยังบอกอีกว่าหินสีพวกนี้มีพลังลึกลับไม่ว่าพวกมันจะแยกจากกันไกลแค่ไหน พวกมันจะกลับมารวมกันในที่สุดตามความเชื่อของชาวไอริสโบราณ เร็นถูกใจความหมายของมันมากจึงตกลงซื้อทันที คนขายบอกว่าเขาขายเป็นคู่เท่านั้นและสลักชื่อให้ฟรีด้วย เร็นซื้อและให้เขาสลักชื่อของเขาและของตัวเองลงไป เมื่อได้สร้อยมาพวกเขาต่างก็สวมให้กันและกันและน่าแปลกเมื่อพวกเขาสวมมันแล้ว พวกเขาต่างก็รู้สึกถึงพลังที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันอย่างประหลาดและแม้เขาจะไม่ค่อยเชื่อเรื่องลึกลับนัก แต่ทุกครั้งที่เขากุมมันไว้ในมือแล้วนึกถึงเร็นก่อนจะหลับไปเขาก็มักจะฝันถึงหนุ่มน้อยเสมอ
พวกเขาสัญญากันว่าพวกเขาจะมาพบกันอีกครั้งเมื่อตัวเขาเรียนจบเพราะนั่นหมายถึงว่าตัวเขาเป็นผู้ใหญ่พอที่จะสร้างความมั่นใจ และมั่นคงให้เร็นได้แล้ว อีกเดือนกว่าๆก็จะถึงการสอบครั้งสุดท้ายแล้วและเขามั่นใจเหลือเกินว่าเขาจะต้องเรียนจบได้ในปีนี้ เขากล่าวราตรีสวัสดิ์กับรูปของเร็นอย่างที่ทำทุกคืน ก่อนจะดับไฟและล้มตัวลงนอน ยกมือขึ้นมากุมจี้หินไว้ในมือหลับตาลงและนึกถึงเร็น จี้ให้ความรู้สึกอุ่นขึ้นนิดๆ เขายิ้มอย่างมาดหมายแล้วก็ผล็อยหลับไป
เฮ้อ!! สอบเสร็จซักที เรียวถอนใจเสียงดัง หลังจากเดินเข้าบ้านในตอนเย็นของการสอบวันสุดท้าย เขาโยนเป้ไว้ที่โซฟาแล้วเดินเข้าครัวเพื่อไปเอาน้ำกินแต่ก็ทันได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของน้องชายที่เดินตามหลังมา
เขาส่งน้ำที่หยิบมาเผื่อให้เร็น ก่อนจะนั่งลงที่โซฟา เห็นเร็นดึงจี้ที่เจ้าตัวใส่เอาไว้ตั้งแต่คืนสุดท้ายที่อยู่กับเชนมาดูอย่างใจลอย
คิดอะไรอยู่เหรอเร็น เขาถามด้วยความเป็นห่วง
ไม่มีอะไรนี่ เร็นตอบพร้อมกับถอนใจเบาๆ
ไม่จริงหรอก เรียวส่ายหน้า นายกำลังคิดถึงเชนใช่มะ
เร็นเงยหน้ามองพี่ชาย เขาปิดเรียวไม่ได้จริงๆ ใช่ ชั้นคิดถึงเค้าและตอนนี้มันก็ยิ่งมากขึ้นๆทุกๆวัน เพราะมันใกล้จะถึงวันที่เค้าให้สัญญากับชั้นว่าจะมาพบกันแล้วน่ะสิ
จริงสินะนี่ก็เกือบจะสี่ปีแล้ว เขามองดูน้องชาย ผมดำสวยของเร็นยาวถึงกลางหลังแล้ว นั่นยิ่งทำให้เร็นดูน่ารักกว่าเก่า เร็นแทบจะไม่เปลี่ยนไปเลยทางกายภาพนอกจากสูงขึ้น เพราะน้องชายของเขาก็ยังคงหน้าตาน่ารักเหมือนนางฟ้าตัวเล็กบอบบางเหมือนเดิม ผิดกับเขาโดยสิ้นเชิง จากความมุมานะในการออกกำลังและเพาะกล้ามเนื้อรวมถึงการบำรุงด้วยนมและโปรตีนสารพัดชนิด ส่งผลให้ตัวเขาในตอนนี้สูงกว่าเร็นเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ ร่างกายของเขาแกร่งกำยำขึ้น หนาขึ้นและสมส่วนแบบนักกีฬา ผิวก็คล้ำขึ้นจากการว่ายน้ำเกือบทุกวัน ตอนนี้บอกใครว่าเขากับเร็นเป็นฝาแฝดกันคงไม่มีใครเชื่อเพราะหน้าตาของเขาแกร่งกระด้างขึ้นจนไม่มีใครเรียกเขาว่านางฟ้าอีกแล้ว (มีแต่เรียกว่าปีศาจเวลาที่เขาจัดการกับพวกที่มาเกาะแกะน้องชายกับคนรักของเขา) ที่เขาทำอย่างนี้ก็เพราะจะได้คอยดูแลปกป้องทั้งน้องชายและนาธานได้ อีกอย่างถ้าเขาตัวเล็กเหมือนเมื่อก่อนเขาคงจะกอดนาธานไว้ในอ้อมแขนของเขาแน่นๆไม่ได้ นี่แหละเหตุผลสำคัญ ก็เขาไม่อยากให้นาธานมองว่าเขาน่ารักแต่อยากให้นาธานเห็นเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่พึ่งพาและปกป้องเขาได้
ความจริงชั้นคุยกับนาธานเมื่อสองคืนก่อน เห็นเค้าบอกว่าช่วงคริสต์มาสเค้าจะไปอยู่ที่อเมริกากับพ่อเค้าน่ะ
จริงเหรอ แล้วไงอีก เร็นถามอย่างกระตือรือร้นขึ้นมาทันทีเรียวยิ้มที่เห็นเร็นทำท่ากระตือรือร้น ก็ไม่ยังไงหรอก เค้าก็ถามว่าชั้นกับนายอยากไปกับเขารึเปล่าแค่นั้นเอง
จริงน่ะ แต่ว่าเราจะไปได้ไงล่ะ เร็นถามเสียงห่อเหี่ยวเรียวกระแอมเรียกความสนใจ คือว่าบังเอิญชั้นไปเกริ่นๆเรื่องนี้กับแม่ไว้ แล้วแม่ก็รับปากว่าจะไปเกลี้ยกล่อมพ่อให้ยอมปล่อยพวกเราข้ามน้ำข้ามทะเลไปเที่ยวกันได้น่ะ
เร็นกระโจนพรวดเดียวมาถึงข้างตัวเรียวแล้วจับแขนพี่ชายเขย่าๆอย่างดีใจ จริงนะ นายไม่หลอกชั้นนะ
เรื่องอย่างนี้หลอกได้ไงล่ะ เรียวยกมือขยี้หัวน้องชายอย่างเอ็นดู
ขอบใจนะเรียว เขาโผเข้ากอดพี่ชายไว้แน่น ชั้นรักนายที่สุดเลยชั้นก็รักนาย เจ้าตัวแสบ เรียวหัวเราะกอดตอบน้องชาย ไปอาบน้ำพักผ่อนให้สบายดีกว่า เดี๋ยวแม่ก็คงกลับมาแล้ว รับรองว่านายไม่ผิดหวังกับคำตอบของแม่แน่
ชั้นก็ว่างั้นแหละ ก็รู้ๆกันอยู่
พ่อไม่เคยขัดใจแม่ สองคนพูดพร้อมกันแล้วหัวเราะก๊าก แล้วก็เดินขึ้นชั้นบนเพื่อพักผ่อนและรอคำตอบที่พวกเขาต้องการจากคุณแม่สุดที่รัก
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังกังวาลขึ้น เร็นที่กำลังช่วยแม่ทำอาหารเย็นรีบล้างมือ แล้วเดินไปเปิดประตู นาธานนั่นเองที่ยืนยิ้มรออยู่
ไงเร็น เขาทัก
หวัดดีนาธาน มาได้ไงเนี่ย เร็นทักตอบอย่างยินดี
พึ่งกลับจากมหาวิทยาลัยน่ะสิ นี่สอบเสร็จกันแล้วใช่มะ เขาถามแล้วเดินเข้ามาในบ้าน
ใช่ เร็นปิดประตูแล้วรีบบอกข่าวดี นี่พ่อกับแม่ยอมให้พวกเราไปกับนายแล้วนะ
ดีจังชั้นกังวลอยู่เชียว นี่ชั้นกะว่าถ้าอาเคนกับอารินะไม่ให้พวกนายไป ชั้นจะให้พ่อโทรมาขอเองเลยล่ะ
ไม่มีทางหรอกเพราะถ้าแม่ให้ไปนะ พ่อก็ไม่คัดค้านอยู่แล้ว เร็นบอกทั้งคู่เดินเข้ามาถึงครัว สวัสดีฮะอารินะ ชายหนุ่มรีบทักทาย
อ้าว! นาธานเองเหรอ แวะมาหาเรียวหรือจ๊ะ รินะทักตอบโดยไม่หยุดมือ
เอ่อ... ก็ทำนองนั้นแหละฮะ เขาตอบเขินๆ แล้วผมก็จะมาถามเรื่องไปอเมริกาด้วยฮะ เห็นเร็นบอกว่าไม่มีปัญหาใช่มั้ยฮะ
ใช่แล้วจ้ะ อาอยากให้เร็นเค้าสมหวังซักที ก็รอเจอกันมาตั้งนานแล้วนี่ พูดจบก็หลิ่วตาให้ลูกชาย ทำเอาเร็นเขินจนหน้าแดง ขึ้นไปข้างบนสิจ๊ะ เรียวอยู่ที่ห้องเค้านั่นแหละนาธานยิ้ม ขอบคุณนะฮะอารินะ แล้วเขาก็เดินไปที่บันได
เดี๋ยวอีกซักพักพาเรียวลงมากินข้าวด้วยนะ เร็นบอกก่อนที่นาธานจะหายขึ้นบันไดไปนาธานเดินมาถึงหน้าห้องเรียว เขาเคาะประตูเบาๆก่อนจะเปิดเข้าไป เรียวนอนหลับอยู่บนเตียงในชุดกางเกงยีนส์เสื้อยืดดังเช่นทุกที ชายหนุ่มย่องเบาๆมาที่ข้างเตียงเพราะไม่อยากให้เรียวตื่น เขายืนมองเรียวอย่างพิจรณา จะเรียกว่าหนุ่มน้อยไม่ได้แล้วสิก็เรียวเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากจริงๆ จากที่เคยตัวพอๆกันกับเขา แต่เดี๋ยวเรียวสูงกว่าเขาเกือบสิบเซนต์ได้ ตัวก็ใหญ่กว่าเขาตั้งเยอะ ช่วงไหล่กำยำด้วยกล้ามเนื้อเห็นได้อย่างชัดเจน เอวสอบเพรียวเรียกว่าหุ่นแบบนักว่ายน้ำเลยล่ะ ใบหน้าที่เมื่อก่อนดูน่ารักแบบเดียวกับเร็นเดี๋ยวนี้กลับดูแกร่งสมชาย หล่อขึ้นทุกวันๆในสายตาเขา ทั้งที่เด็กกว่าเขาตั้งสามปี นายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งแล้วนะเรียว หนุ่มรูปหล่อซะด้วยสิ เขาพูดเบาๆกับตัวเอง นั่งลงบนเตียงข้างๆเรียว เอื้อมมือไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ
ทันใดนั้น อย่างรวดเร็วเขาก็กลับลงไปนอนแผ่อยู่บนเตียงโดยมีเรียวทาบทับอยู่ด้านบน เขาเอามือยันอกกว้างของเรียวไว้ตามสัณชาตญาณอย่างตกใจ ดวงตาสีเขียวสดใสจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มีแววหัวเราะและถูกตรึงไว้กับความอบอุ่น และความรักที่ฉายออกมาจากดวงตาคู่สวยนั้นแทบจะทันที
ฝีมือนายตกนะแนท (ชื่อเล่นของนาธานที่เรียวเรียกอยู่คนเดียวจ้า) เขาว่ายิ้มๆ ดึงมือข้างหนึ่งที่ยันอกตัวเองอยู่มาจูบที่กลางฝ่ามือ
ก็นายแกล้งหลับนี่ ชั้นก็ไม่ทันระวังด้วย อย่างนี้เขาเรียกว่าเล่นทีเผลอนะ นาธานต่อว่า แก้มเป็นสีเข้ม
มาหาชั้นเหรอ...แล้วเมื่อกี้ได้ยินแว่วๆว่าใครหล่อนะ เรียวแกล้วยั่วนาธานหน้าแดงเข้าไปอีกที่เรียวมาได้ยินคำชมของเขา ไม่ต้องมาแกล้งถามเลยนะ อย่างชั้นน่ะจะไปชมใครได้ล่ะนอกจากนาย เขาว่าทำแก้มป่อง เรียวหัวเราะแล้วก้มลงหอมแก้มป่องๆดังฟอด
หอมจัง เขาเงยหน้าขึ้น
เหม็นเหงื่อจะตายไป
ไม่ซักหน่อย เรียวว่าแล้วก้มลงสัมผัสกลีบปากบางอย่างอ่อนโยนก่อนจะผละออก
ดีจังนะที่คุณอาให้พวกนายไปกับชั้นได้
ก็พ่อไม่กล้าขัดใจภรรยาผู้น่ารักแต่เผด็จการน่ะสิ เขาบอกพลางหัวเราะ แต่ก็ดีแล้วล่ะพวกท่านจะได้อยู่กันตามลำพังบ้างหลังจากที่มีพวกเราคอยป่วนท่านมาตั้งสิบเจ็ดปีแล้วเหมือนฮันนีมูนรอบสองงั้นสิ
ใช่แล้ว
แล้วทั้งสองคนต่างก็เงียบ จ้องตากันนิ่งนาน เรียวไล้ข้อนิ้วบนแก้มเนียนอย่างหลงใหล สี่ปีที่ผ่านมาความรู้สึกดีๆที่ทั้งคู่มีต่อกันไม่เคยจืดจางลงเลย มีแต่จะเพิ่มขึ้นๆทุกวัน เขารู้สึกว่าตัวเขาและนาธานผูกพันกันทางใจมากกว่าใครๆ เขาอยากบอกอยากแสดงออกให้นาธานรู้ว่าเขารักแนทของเขามากมายแค่ไหน แต่เขาก็อดกลั้นไว้และไม่เคยทำอะไรมากไปกว่าการกอดและจูบกันเบาๆเท่านั้น เขาเกรงว่าแนทของเขานั้นจะกลัวและตกใจกับสิ่งที่เขาคิดจะทำถ้าแนทรู้ใจเขาอ่ะนะ อีกอย่างเวลาที่พวกเขาอยู่ใกล้ชิดกันเหมือนอย่างตอนนี้ แนทก็มักจะเขินอายเสมอ เขาก็เลยไม่กล้า
นาธานยิ้มกับความอ่อนโยนของเรียว คนรักของเขาเป็นอย่างนี้ทุกครั้งคือไม่เคยหักหาญน้ำใจของเขา แต่ครั้งนี้เขาจะแสดงให้เรียวเห็นเองว่าเขาอยากให้เรียวแสดงออกกับเขามากกว่าเดิม ชายหนุ่มเลื่อนมือขึ้นโอบรอบคอคนรักและมองเขาอย่างอ่อนหวานแต่แน่วแน่ เรียวทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทีของเขา จูบชั้นสิเรียว อย่างที่นายอยากทำน่ะ
นายแน่ใจนะ เรียวถาม นี่แนทของเขารู้ด้วยเหรอเนี่ยว่าเขาอดกลั้นไว้ นาธานยิ้มหวานแล้วพยักหน้า
เรียวค่อยๆก้มลงช้าๆ ดวงตาสองคู่สบกันอย่างไม่คลาดไปไหน แล้วพอริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันพวกเขาต่างก็หลับตาลงเพื่อดื่มด่ำกับความรู้สึกหวานล้ำที่ได้รับ เรียวค่อยๆและเล็มกลีบปากแสนหวานอย่างดูดดื่มอย่างที่เขาอยากทำมานานแล้ว เขาแตะปลายลิ้นบนริมฝีปากล่างของนาธานเหมือนจะให้เผยอริมฝีปากพอชายหนุ่มทำตามเขาก็ส่งลิ้นเข้าไปสำรวจในปากของคนรักทันที พอลิ้นร้อนๆสัมผัสกันนาธานก็สะดุ้งกับความรู้สึกร้อนแรงที่เกิดขึ้น เรียวชะงักอย่างลังเล นาธานรีบกดท้ายทอยของเรียวไว้เพราะกลัวว่าเรียวจะผละออก เมื่อเรียวตวัดลิ้นเกี่ยวพันกับลิ้นของเขาอีกครั้ง นาธานก็ครางเบาๆในคอ พร้อมกับรู้สึกร้อนวาบไปทั้งร่าง เสียงครางของนาธานยิ่งกระตุ้นให้เรียวจูบเขาอย่างดูดดื่มมากขึ้น ลึกซึ้งและหนักหน่วงมากขึ้น
มือของนาธานซอกซอนเข้าไปในกลุ่มผมนุ่มๆของเรียวตามแรงอารมณ์ที่เรียวก่อขึ้นในตัวเขา เรียวสอดมือข้างหนึ่งไปข้างหลังคนรักเพื่อรั้งนาธานให้แนบชิดกับเขามากขึ้น อีกมือหนึ่งลูบไล้ที่ด้านหน้าเสื้อของร่างบาง ก่อนจะค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่นาธานใส่อยู่ทีละเม็ดแล้วเลื่อนมือเข้าไปลูบไล้แผ่นอกที่อยู่ในนั้น นาธานสะดุ้งอีกครั้งเพราะมือของเรียวที่สัมผัสเขานั้นเหมือนเหล็กร้อนๆที่ทาบลงมา ทิ้งความร้อนไว้ที่ผิวเนื้อของเขาเมื่อเรียวสัมผัสผ่าน ตอนนี้เขารู้สึกร้อนวูบวาบจนแทบขาดใจ ลิ้นของพวกเขายังคงเกี่ยวกระหวัดกันอย่างร้อนแรง ความรู้สึกบางอย่างกำลังเกิดขึ้นกับพวกเขาทั้งสองและนาธานไม่อยากให้มันหยุดลง มือของเขาเคลื่อนไหวอย่างเร่าร้อนไปตามแผ่นหลังที่แข็งแกร่งไปด้วยกล้ามเนื้อของเรียว ส่งผลให้ชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากแสนหวานของนาธานอย่างแรง
ชายหนุ่มทั้งสองต่างก็รู้สึกถึงความตื่นตัวของกันและกัน และเรียวก็รีบยุติการจุมพิตที่เร่าร้อนลงก่อนที่เขาอาจจะทำอะไรที่คนรักยังไม่พร้อมจะรับได้ เขาถอนจุมพิตช้าๆอย่างแสนเสียดาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาสีเขียวสวยที่ตอนนี้เข้มขึ้นจนเกือบเป็นสีดำด้วยจุมพิตร้อนแรงของเขา ทั้งเขาและนาธานต่างหอบหายใจแรง เขาเห็นนาธานหน้าแดง ตัวเขาเองก็คงหน้าแดงไม่แพ้กัน เขาแตะข้อนิ้วเบาๆที่ริมฝีปากของคนรักที่บวมและแดงจากจุมพิตของเขา
เจ็บรึเปล่า เขาถามเสียงแหบพร่า
นาธานที่รู้สึกหวั่นไหว ไม่สามารถพูดอะไรได้ ได้แต่ส่ายหน้า
ขอโทษนะแนท เรียวเอ่ยอย่างรู้สึกผิดนิดๆ
นาธานเห็นแววเสียใจในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเรียว เขาลดมือลงมาลูบไล้แก้มของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนจะโน้มคอเขาลงมาจุมพิตที่หน้าผาก อย่าขอโทษหรือเสียใจในสิ่งที่นายแสดงออกกับชั้นสิ เสียงที่เขาเอ่ยออกมายังแหบพร่าจากจูบของเรียวเมื่อครู่จนเขาแทบจะจำไม่ได้ ชั้นเป็นคนบอกให้นายทำเองอย่าลืมสิ ชั้นไม่เสียใจเลยซักนิด ชั้นอยากให้นายจูบชั้นแบบนี้ตั้งนานแล้วล่ะ เขาบอกอย่างใจกล้าทั้งๆที่ตอนนี้ใจเขายังสั่นไหวอยู่เลย
เรียวยิ้มกว้างกับสิ่งที่นาธานสารภาพออกมา ชั้นรักนายมาก นายรู้ใช่มั้ย
รู้สิ ชั้นรู้ เขาตอบอย่างอ่อนหวาน ชั้นก็รักนายมากเหมือนกัน มานี่เถอะ เขาดึงเรียวลงมาให้ชายหนุ่มนอนลงบนตัวเขา กอดเรียวไว้แล้วลูบศีรษะชายหนุ่มเบาๆ เรียวซบหน้าลงกับอกขาวนวลเนียนของนาธานแล้วถอนใจอย่างเป็นสุข ได้ยินเสียงหัวใจใต้หูของเขาเต้นรัวก็แอบยิ้มอย่างยินดี
นายยิ้มอะไร แนทเอ่ยถาม
รู้ด้วยเหรอเนี่ย เขาพึมพำเบาๆ ก็ดีใจน่ะสิ ทุกครั้งที่ชั้นจูบนายชั้นก็ทำให้นายใจเต้นแบบนี้ทุกครั้งเลยแนทหัวเราะแล้วจูบลงบนศีรษะของชายหนุ่ม จะลงไปกินข้าวรึยัง
เรียวลุกขึ้นช้าๆ หิวแล้วเหรอ เขาถามเสียงยานคาง
นายล่ะ นาธานถามพลางติดกระดุทเสื้อที่ถูกปลดไปด้วย
เรียวจ้องตาสีเขียวที่วิบวับไปด้วยแววหัวเราะก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ หิวนายมากกว่า
นาธานทำตาโตเพราะเรียวไม่เคยพูดอะไรแบบนี้กับเขามาก่อน หน้าแดงแปร๊ดจนเรียวหัวเราะ ชายหนุ่มรีบก้มหน้าหลบตาและแก้มร้อนผ่าวของตัวเอง เรียวลุกขึ้นไปยืนข้างเตียงก่อนจะฉุดนาธานขึ้นมา กอดชายหนุ่มไว้หลวมๆ โทษทีนะ แต่น้ำเสียงมีแต่แววหัวเราะไม่ได้สำนึกผิดแม้แต่น้อย
นาธานชกท้องนายตัวดีเบาๆ เรียวไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิด เด็กบ้า เขาว่าแล้วหัวเราะเบาๆ นายนี่นะ ทำคนอื่นหน้าแดงแล้วยังจะหัวเราะอีก
ให้นายหายหน้าแดงก่อนแล้วค่อยลงไปนะไม่งั้นโดนล้อแน่ แม่ก็อีกคนเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับเจ้าเร็นเลย
ก็ได้ นาธานซบหน้าลงกับไหล่ของชายหนุ่ม เขาก็ไม่อยากโดนล้อเหมือนกันเรียวกอดคนรักตัวน้อยของเขาไว้อย่างหวงแหนและถนุถนอม พวกเขาคืบหน้าไปอีกขั้นแล้วและไม่มีอะไรที่เรียวจะดีใจมากไปกว่านี้
สองวัน ก่อนที่คณะของนาธานจะเดินทางไปอเมริกา
เร็น แม่ฝากของนี่ไปให้พี่ชายของแม่ที่โน่นด้วยนะ รินะบอกแล้วส่งห่อของให้ลูกคนเล็กที่กำลังจัดของลงกระเป๋าเดินทางอยู่ในห้องนอนลุงเรจิน่ะเหรอฮะ เร็นถามพลางเอาห่อของใส่กระเป๋า
ใช่จ้ะ ลูกจำลุงเรจิกับครอบครัวเขาที่แวะมาเยี่ยมเราเมื่อนานมาแล้วได้รึเปล่าจ๊ะ
ก็พอได้ฮะ โดยเฉพาะยูจัง
ยูอิจิคุงน่ะเหรอ นั่นสินะป่านนี้คงโตเป็นหนุ่มแล้วสิ อายุยี่สิบสองแล้วล่ะมั้งคิดถึงตอนนั้นจังฮะ ยูจังเป็นหัวโจกการป่วนชาวบ้านโดยมีผมกับเรียวเป็นลูกน้อง เร็นหัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงวีรกรรมของพวกเขากับลูกพี่ลูกน้องในวัยเด็ก
ตั้งเจ็ดปีแล้วนะเนี่ยที่ไม่ได้เจอกันได้แต่ติดต่อทางโทรศัพท์เป็นครั้งคราว ก็ลุงของลูกน่ะไม่ค่อยจะอยู่บ้านเพราะอาชีพตากล้องสารคดีของเค้าทำให้ต้องเดินทางบ่อยๆ แต่ปีนี้แม่โทรไปถามแล้วเค้าว่าได้หยุดช่วงคริสมาสต์ถึงปีใหม่สองอาทิตย์น่ะ วานลูกด้วยนะจ๊ะ
ฮะแม่ ไม่ต้องห่วง ดีจังนะฮะผมจะได้เจอยูจังด้วย เร็นยิ้มอย่างมาดหมาย
แล้วเรียวไปไหนล่ะจ๊ะ
ออกไปสวีตกับแนทของเค้าน่ะสิฮะ ปล่อยผมให้จัดของอยู่คนเดียว เร็นบ่น
อะไร อะไร เจ้าตัวแสบ ชั้นออกไปซื้อของซักหน่อย แอบนินทาชั้นอีกแล้วนะ เรียวส่งเสียงต่อว่ามาก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาเดินยังกะแมวแนะ ตัวก็ออกจะใหญ่ เร็นบ่นงึมงำก่อนจะโต้ ก็มันจริงนี่นา แล้วไหนล่ะขนมของฝากชั้น
ดูนะฮะแม่ อย่างนี้มันน่าให้กินมั้ยเนี่ย ถึงปากจะว่าแต่เรียวก็ส่งขนมที่ซื้อมาให้น้องชายผู้น่ารักแต่โดยดีเร็นยิ้มแก้มแทบปริ ตาเป็นประกายที่เรียวไม่ลืมซื้อขนมมาฝากเขาอย่างเคย รินะหัวเราะพร้อมกับส่ายหน้ากับความร้ายกาจของลูกคนเล็ก
เอาล่ะแม่ไปทำมื้อเย็นดีกว่า ไม่ต้องไปช่วยแม่หรอกจัดของไปเถอะ คุณแม่ผู้แสนดีโบกมือให้เร็นนั่งลงเมื่อเห็นเจ้าตัวจะลุกขึ้น แล้วก็เดินลิ่วๆออกจากห้องไป
นั่นห่ออะไรน่ะ เรียวถามชี้ไปที่ห่อที่เร็นใส่ไว้ในกระเป๋า
อ๋อ แม่ฝากให้เอาไปให้คุณลุงเรจิน่ะ
ลุงเรจิ!! พ่อของยูจังอ่ะนะ อย่างนี้เราก็ได้เจอยูจังด้วยน่ะสิ พวกเค้าอยู่แอลเอด้วยเหรอ
ที่อยู่ว่างั้นนะ
เจ๋งมาก!! คราวนี้แหละชั้นจะได้แก้มือเรื่องมวยปล้ำกับยูจังให้หายคาใจซักทีเจ้าคิดเจ้าแค้นจังนะ ยังอุตส่าห์จำได้อีก นี่ถ้ายูจังเห็นนายตอนนี้เข้าล่ะก็ อาจไม่ยอมให้แก้มือก็ได้
อ้าวไหงงั้นล่ะ
ก็นายตอนนี้น่ะตัวอย่างกับนักรักบี้ ยูจังก็กลัวแพ้อ่ะดิ
งั้นก็แล้วไป เรียวหัวเราะจะให้ชั้นช่วยจัดกระเป๋าให้เปล่า เร็นถามอย่างเอื้อเฟื้อ
โอ้น้องชายสุดที่รัก ขอบคุณมากนะคร๊าบ เรียวลุกขึ้นโค้งให้อย่างสง่างามเล่นเอาเร็นหัวเราะจนน้ำตาไหล
งั้นชั้นไปจัดการเลยนะ เร็นบอกแล้วเดินหัวเราะออกจากห้องไป
เรียวมองตามจนเร็นปิดประตูห้อง เห็นน้องชายของเขามีความสุขแบบนี้ตัวเขาเองก็วางใจ แต่ตอนนี้เขามีความลับอย่างนึงที่ยังไม่ได้บอกน้องชายของเขา เอาไว้อยู่บนเครื่องก่อนแล้วค่อยบอกดีกว่า เร็นต้องชอบใจแน่ๆ
ที่สนามบินวันที่คณะของเร็นต้องเดินทางนั้นคราคร่ำไปด้วยผู้คนเพราะว่าใกล้เทศกาลคริสต์มาส ครอบครัวของทั้งสองก็ยกพลมาส่งกันอย่างพร้อมเพรียง รินะยิ้มแย้มผิดกับเคนที่ทำหน้ามุ่ย มีโจกับซาร่าซึ่งตั้งท้องได้สี่เดือนแล้วยืนมองอย่างขบขัน
แม่ดูแลตัวเองดีๆนะฮะ ผมเป็นห่วง นาธานลูบท้องที่นูนน้อยๆของแม่ไปมา
แม่รู้แล้วล่ะจ้ะ อย่างเป็นห่วงแม่นักเลยแค่นี้พ่อเลี้ยงของลูกก็แทบจะให้แม่นอนอยู่แต่บนเตียงอยู่แล้ว เธอลูบหัวลูกชายอย่างรักใคร่กว่าพวกเธอจะกลับมาก็คงรู้แล้วล่ะว่าจะได้น้องชายหรือน้องสาว โจบอกอย่างปิดความภูมิใจไม่มิด
รักษาตัวดีๆนะลูก เรียวดูน้องด้วยนะ เคนพูดไปมือก็กอดเร็นเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
โธ่พ่อฮะ ผมไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้วนะฮะ เร็นบ่นอย่างอ่อนใจ
ชั้นว่าคุณเกาะปีกเครื่องบินตามลูกไปด้วยดีกว่ามั้ยคะ ที่รัก รินะถามแบบทีเล่นทีจริง
โธ่คุณ ก็ดูสิว่าลูกของเราน่ะน่ารักขนาดไหน แล้วจะไม่ให้ผมห่วงได้ไง เคนยังไม่ยอมแพ้ปล่อยเร็นได้แล้วค่ะ พวกเค้าต้องไปขึ้นเครื่องแล้วนะ รินะรีบแกะมือเคนออกจากลูกคนเล็ก ก่อนจะหันมากำชับ อย่าลืมของที่แม่ฝากไปนะ แล้วอย่าติดใจที่โน่นจนไม่ยอมกลับล่ะ
ฮะแม่ เร็นรับคำ
ผมจะดูแลสองคนนี่ระหว่างเดินทางเองฮะ พอไปถึงที่โน่นผมก็จะได้โอนหน้าที่ไปให้คนที่โน่นทำแทน เรียวบอกอย่างร่าเริงพอสามหนุ่มเดินหายไปทางที่ไปขึ้นเครื่องบินโจก็รีบกุลีกุจอพาซาร่ากลับบ้านทันที ความจริงก็เห่อลูกไม่แพ้เคนหรอกแต่ไม่อยากให้เคนรู้เพราะตัวเองไปล้อเขาไว้เยอะ รินะโบกมือลาเพื่อนๆของครอบครัว แล้วก็รีบลากคุณพ่อจอมยุ่งกลับเหมือนกันเพราะไม่งั้นคงยืนรอส่งจนเครื่องบินขึ้นแน่ๆ
หกชั่วโมงต่อมาเครื่องบินก็พาพวกเขามาถึงอเมริกาโดยสวัสดิภาพ สามหนุ่มต่างก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันเลยที่เดียว เมื่อเดินออกมาตามทางเดินผู้โดยสารขาออก นาธานก็มองหาคนที่จะมารับไปรอบๆและก็เห็นแทบจะทันที
เขาแทบจะวิ่งไปที่คนคนนั้นแต่กลัวว่าจะไปชนกับคนอื่นเพราะคนเยอะมาก จึงได้แต่ค่อยๆเดินอย่างหงุดหงิด
ใจเย็นๆก็ได้ ไม่ต้องรีบเดี๋ยวก็สะดุดล้มหรอก เรียวกระซิบเบาๆที่ข้างหูนาธานหันมายิ้มแก้เขิน ชั้นตื่นเต้นไปหน่อยน่ะ พอดีกับที่เขาหลุดจากฝูงชนออกมา เขาจึงรีบวิ่งเข้าสู่อ้อมแขนที่เปิดรออยู่แล้วของพ่อเขาพอดี
ผมคิดถึงพ่อจังเลยฮะ เขาบอกเสียงอู้อี้มาจากอกของผู้เป็นพ่อที่รัดเขาจนแน่น
พ่อก็คิดถึงลูกมากเลยนาธาน มาร์คเอ่ยเสียงพร่านาธานผละออกมาจนสุดแขนของเขาพร้อมกับมองไปทั่วตัวพ่อของเขา มาร์คเองก็ทำแบบเดียวกัน
พ่อดูเหมือนเดิมทุกอย่างเลยนะฮะ ไม่แก่ขึ้นซักนิดเลย นาธานบอกเสียงใส ตาเป็นประกาย
แต่ลูกของพ่อดูดีขึ้นเยอะเลยนะ ชักอิจฉาใครบางคนแถวนี้แล้วสิ มาร์แกล้งล้อ นาธานเขินจนแก้มเป็นสีชมพู แต่ก็ยังยิ้มให้พ่ออย่างดีใจ
สวัสดีครับ เรียวกับเร็นกล่าวทักอย่างร่าเริง เมื่อมาร์คหันมา
โอ้โห!! เรียวหรือนี่ ถ้าไปเจอที่อื่นชั้นคงจำเธอไม่ได้แน่เลย มาร์คมองเรียวอย่างตกใจกับความเปลี่ยนแปลงไปของเรียว แล้วตะลึงยิ่งกว่าเมื่อหันมามองเร็นเพราะชายหนุ่มนั้นดูงดงามน่ารักกว่าสาวสวยที่เขาเคยเห็นมาซะอีกเปลี่ยนไปเยอะเลยใช่มั้ยฮะ นาธานถามยิ้มๆที่เห็นพ่อของเขาตะลึงมองสองพี่น้อง แล้วเขาก็ผละไปกอดเจอโรมที่ยืนอยู่ข้างๆพ่อของเขา
ใช่ เอาล่ะยินดีต้อนรับสู่แอลเอนะ มาร์คเอ่ยพร้อมกับดึงเรียวมากอดทีนึงแล้วปล่อย แล้วก็ดึงเร็นมากอดต่อ น่าอิจฉาเจ้าลูกชายเขาชะมัดที่มีแฟนน่ารักอย่างนี้ เขานึกในใจ
อะแฮ่ม พ่อฮะนานไปนิดแล้วนะฮะ นาธานสะกิดพ่อเขาเพราะเล่นกอดเร็นไม่ยอมปล่อย โดยมีสายตาของเจอโรมและเรียวมองมาอย่างขบขัน
มาร์คหันมาส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้ลูกชายพร้อมกับคลายอ้อมกอด แต่ยังโอบบ่าเร็นเอาไว้ พ่อชักรู้สึกอยากยืดเวลาที่จะเซอร์ไพรซ์เจ้าเชนออกไปซะแล้วสิ เขาพูดทีเล่นทีจริง
ไม่ดีหรอกฮะ ผมอยากเจอเชนเร็วๆ เร็นรีบบอกพร้อมกับส่งยิ้มหวานและสายตาอ้อนวอน
มาร์คหัวเราะร่วน ก็ได้ๆ ใครจะไปแกล้งคนน่ารักได้ลงคอล่ะ เอ้างั้นก็ไปกันเถอะ
มาร์คเดินนำทุกคนไปที่รถที่จอดรออยู่ การมาของชายหนุ่มทั้งสามเป็นความลับสุดยอดที่เชนไม่รู้ เป็นเซอร์ไพรซ์ที่เขาเตรียมไว้ให้ลูกชายคนโตเป็นรางวัลที่เชนทั้งขยันและตั้งใจเรียนเป็นอย่างดี อีกทั้งยังกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้งานที่บริษัทเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของเขา แล้วแค่การพาคนที่ลูกชายเขาอยากเจอมากที่สุดมาพบกับเชนทำไมเขาจะทำให้ไม่ได้ มาร์คเหลือบตามองเร็นอีกครั้ง ดูจากท่าทางชายหนุ่มก็บอกได้ว่าอยากเจอกับลูกชายเขามากแค่ไหน ผู้เป็นพ่อยิ้มอย่างมาดหมายว่าของขวัญวันรับปริญญาของเขาต้องถูกใจเชนอย่างที่สุดเป็นแน่...
รถลีมูซีนคันหรูแล่นผ่านประตูรั้วสูงเข้าสู่บริเวณสวนกว้างร่มรื่นมาจอดนิ่งสนิทที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ชายหนุ่มทั้งสามลงจากรถมายืนอยู่ที่บันไดพร้อมกับมองดูคฤหาสน์ด้วยความทึ่งในความใหญ่โตหรูหรา
บ้านพ่อสวยจังฮะ นาธานหันมาบอกกับผู้เป็นพ่อเมื่อเขาเดินมาสมทบ
ตอนนี้มันเป็นบ้านของลูกด้วยเหมือนกัน เอาล่ะเข้าบ้านกันก่อนเดี๋ยวพวกคนรับใช้เขาจะเอากระเป๋าไปจัดให้เอง เจอโรม เขาหันมาสั่ง เดี๋ยวนายกลับไปที่บริษัทรับแฟนนายกับริคโค่มากินมื้อเย็นด้วยกันนะริคโค่ด้วยเหรอ เจอโรมเลิกคิ้ว
ใช่ เอาเหอะน่าถ้าเขาไม่ยอมมาก็บอกไปว่าชั้นสั่ง
ได้ขอรับเจ้านาย เขาทำตะเบ๊ะอย่างล้อเลียนแล้วก็เดินผละไป มาร์คหัวเราะแล้วก็ต้อนพวกลูกๆไปที่ห้องรับแขก หลังจากนั่งลงเรียบร้อยแล้ว แม่บ้านก็ยกน้ำและของว่างออกมาต้อนรับ
คุณพ่อโดดงานเหรอฮะวันนี้ นาธานถามปนหัวเราะ
ก็ไปรับลูกทั้งคนนี่ แค่โดดงานครึ่งวันน่ะเรื่องเล็ก
แล้วตกลงว่าเชนกับไมล์ยังไม่รู้ว่าพวกเราจะมาจริงๆเหรอฮะ เรียวถามบ้าง
จริงอย่างที่สุด มาร์คหัวเราะ ความจริงน่าจะพาเร็นไปซ่อนด้วยนะ
โธ่!! พ่อฮะ อย่าแกล้งพวกเค้าสิฮะ นาธานว่าเอ แต่พ่อไม่เห็นเจ้าตัวเค้าว่าอะไรเลยนี่นา มาร์คพูดพลางหันมามองเร็นที่เอาแต่นั่งยิ้ม
เป็นอะไรไปฮึเจ้าตัวยุ่ง ตั้งแต่มาถึงก็เงียบเชียว เรียวเองก็สังเกตุเหมือนกันว่าน้องชายเงียบผิดปกติ
ตอนนี้สายตาทั้งสามคู่พุ่งมาที่เร็นเป็นตาเดียว เจ้าตัวได้แต่ยิ้มแห้งๆก่อนจะตอบ ชั้นตื่นเต้นน่ะ
ความเงียบบังเกิดขึ้นอย่างฉับพลันติดตามมาด้วยเสียงหัวเราะสามเสียงประสานกัน จนเร็นทำหน้างอ อย่ามาหัวเราะเค้านะ ช่วยไม่ได้นี่ก็เราไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว ชั้นก็ไม่รู้ว่าเค้าจะเปลี่ยนไปมากรึเปล่า ชั้นกลัวว่าเค้า...
โธ่เอ๊ย!! นี่เรามาถึงบ้านเค้าแล้วนะ นายเพิ่งจะได้คิดเหรอ เรียวส่ายหัวอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจ
คิดมากน่าเร็น เชนน่ะไม่เปลี่ยนง่ายๆหรอก นาธานช่วยปลอบพลางหันมามองพ่อขอความช่วยเหลือ
มาร์คอมยิ้มแล้วลุกขึ้นมานั่งลงข้างๆชายหนุ่มแล้วโอบไหล่เร็นเข้ามาชิด อย่างที่นาธานพูดแหละ พ่อรู้จักลูกของพ่อดี เชนไม่เคยสนใจใครอย่างที่เค้าสนใจเร็นหรอกนะ เขาลูบหัวชายหนุ่มอย่างเอ็นดู
เร็นเงยหน้าขึ้นถามตาเป็นประกาย จริงเหรอฮะ
มาร์คตะลึงในความน่ารักของใบหน้าหวานๆที่อยู่ใกล้ๆอีกครั้ง จริงสิ
ผมว่า พวกเราขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่านะฮะ เรียวเอ่ยพลางมองไปที่นาธานเหมือนจะเตือน ทำให้นาธานนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้บอกเรื่องสำคัญกับพ่อของเขา
เอาสิ ตามสบายนะ มาร์คบอก จะลงไปเดินเล่นในสวนก็ได้นะ คิดว่าอยู่บ้านตัวเองก็แล้วกัน
ขอบคุณฮะ สองพี่น้องบอกก่อนจะเดินตามคนรับใช้ออกไปมาร์คหันกลับมามองนาธานที่เดินมานั่งแทนที่เร็น มีอะไรเหรอลูก
คือว่าผมมีเรื่องจะบอกคุณพ่อน่ะฮะ
เรื่องอะไรล่ะ มาร์คถามอย่างสงสัยกับท่าทางลับลมคมนัยของลูกชาย
แม่กำลังจะมีน้องให้ผมครับ เขาบอกด้วยน้ำเสียงที่ปกปิดความยินดีไว้ไม่มิดมาร์คลูบศีรษะลูกชายคนเล็กอย่างรักใคร่ พ่อดีใจด้วยนะ แล้วแม่กับโจสบายดีใช่มั้ย
ทุกคนสบายดีฮะ เขาโผเข้ากอดมาร์คไว้แน่น ผมขอบคุณคุณพ่อมากนะฮะสำหรับทุกๆอย่างที่คุณพ่อทำเพื่อพวกเรา
มาร์คกอดตอบ พ่อต่างหากล่ะที่ต้องขอบคุณลูกกับเชนที่ทำให้พ่อค้นพบความรักและความกล้าที่แท้จริง
นาธานเงยหน้าขึ้นยิ้มให้พ่ออย่างสดใส ผมยังไม่เคยบอกคุณพ่อเลยใช่มั้ยฮะ ว่าผมรักคุณพ่อ
มาร์คสบตาที่ฉายแววแห่งความรัก ทำให้เขาตื้นตันจนน้ำตารื้นขึ้นมา พ่อก็รักลูกนาธาน
ผมคงต้องขอตัวไปอาบน้ำมั่งแล้วล่ะฮะ นาธานเอ่ย
งั้นก็ไปสิ อย่าลืมนะว่าเชนจะมาถึงบ้านประมาณห้าโมง มาร์คเตือน
แล้วผมจะไปบอกสองคนนั่นฮะ เขาพูดจบก็ลุกขึ้นวิ่งไปชั้นบนอย่างร่าเริงเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ มาร์คก็ยังคงนั่งจมอยู่ในความคิดตัวเอง แค่นาธานมาถึงที่นี่ อยู่กับเขายังไม่ถึงครึ่งวัน เขาก็ยิ้มและหัวเราะมากกว่าที่เคยทำทั้งเดือนซะอีก เขาไม่เคยต้องระวังตัวหรือเก็บงำความรู้สึก อารมณ์ต่างๆก็แสดงออกมาตามธรรมชาติ ทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
ดูท่าว่าเขาคงจะแก่แล้วจริงๆนะเนี่ย ที่อยากให้ลูกๆมาอยู่ใกล้ชิดแบบนี้ มาร์คส่ายหน้าแล้วหัวเราะกับความคิดไร้สาระของตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องทำงาน
หลังจากอาบน้ำอุ่นๆจนสบายตัวแล้ว เร็นก็รีบแต่งตัวแล้วออกจากห้อง เขาเดินไปตามทางเดินอย่างลังเลไปที่หน้าห้องของเชนที่อยู่ถัดจากห้องของเขา พ่อของเชนช่างจัดการนักที่ให้เขามาพักอยู่ด้านนี้ติดกับห้องเชน แล้วให้นาธานกับเรียวพักอยู่อีกด้านนึง เขาอมยิ้ม พ่อกับลูกช่างเจ้าเล่ห์เหมือนกันเปี๊ยบเลย
ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวาก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ก็รู้หรอกนะว่าเสียมารยาทที่ถือวิสาสะเข้ามา แต่ช่วยไม่ได้ก็เขาอยากเห็นนี่ ว่าห้องที่เชนอยู่ทุกวันๆน่ะมันเป็นยังไง เพิ่งจะสี่โมงแต่ทว่าท้องฟ้าข้างนอกก็เริ่มจะมืดลงแล้วทำให้ภายในห้องสลัวตามไปด้วยเพราะปิดม่านไว้ ชายหนุ่มกดสวิทส์ที่ข้างประตู แสงอ่อนๆของดวงไฟก็สาดไปทั่วห้อง ห้องของเชนตกแต่งด้วยสีโทนเข้มอย่างดำ น้ำตาลหรือไม่ก็เขียวเข้ม ช่างเป็นห้องที่บ่งบอกความเป็นตัวของเชนซะจริงๆ เขาคิด ชายหนุ่มเดินผ่านเตียงขนาดใหญ่ไปที่ชั้นหนังสือเห็นหนังสือเกี่ยวกับวิศวกรรมไฟฟ้าและอีเล็คทรอนิคหลายเล่มรวมถึงหนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย ชายหนุ่มมองไปที่โต๊ะเขียนหนังสือก็เห็นกรอบรูปเล็กๆที่มีรูปของเขากับเชนที่ถ่ายกันที่ Big Ben เมื่อสี่ปีก่อน เขาหยิบขึ้นมาดูอย่างดีใจ นี่เชนนั่งอ่านหนังสือไปดูรูปพวกเขาไปตลอดเลยเหรอเนี่ย เร็นเผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่รู้ตัว เขาวางกรอบรูปลงที่เดิม แล้วหันหลังกลับมองข้ามเตียงไปก็พบกับกรอบรูปอีกอันหนึ่งขนาดค่อนข้างใหญ่ตั้งไว้ที่หัวเตียง เป็นรูปที่เขาส่งมาพร้อมกับของขวัญวันเกิดเชนเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง เร็นเดินมานั่งที่ข้างเตียงเขามองไปทั่วห้องและไม่ว่าจะมองไปทางไหนเขาก็เห็นแต่กลิ่นอายของชายหนุ่ม เร็นลูบมือไปบนที่นอนที่เชนนอนอยู่ทุกวันอย่างคิดถึง เขาหยิบหมอนขึ้นมาแล้วซบหน้าลงสูดเอากลิ่นสะอาดๆแบบผู้ชายที่เขาจดจำได้ดียามที่ถูกโอบกอดด้วยอ้อมกอดแข็งแรงคู่นั้น ชั้นคิดถึงนายที่สุดเลย กลับมาเร็วๆนะเชน เขาพึมพำเบาๆ แล้ววางหมอนลงตามเดิม ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปปิดไฟแล้วออกจากห้องไป...
เสียงเคาะประตูปลุกนาธานจากภวังค์ความคิด เขากำลังเหม่อมองไปที่สวนด้านนอก นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา เสียงเคาะประตูเบาๆดังขึ้นอีกครั้ง เชิญครับ เขาเอ่ยบอกคนข้างนอก
เรียวเปิดประตูเข้ามา นาธานส่งยิ้มให้แล้วหันออกไปมองข้างนอกตามเดิม เรียวมองอย่างสงสัย เขาปิดประตูห้องแล้วสาวเท้าตรงไปที่นาธาน สวมกอดชายหนุ่มจากด้านหลังแล้วจึงเอ่ยถาม คิดอะไรอยู่เหรอแนท
นาธานหันมาสบตาเขา ซบศีรษะลงบนซอกไหล่ของชายหนุ่มแล้วลูบไล้ท่อนแขนแข็งแรงที่โอบเขาอยู่เบาๆ ก็ไม่มีอะไรมากหรอกแค่เรื่องของชั้นที่ผ่านๆมา ชั้นคิดว่าชั้นโชคดีมากแค่ไหนนะที่ได้พบกับพวกนาย
เรียวจูบที่ขมับของนาธานอย่างแสนรัก ชั้นต่างหากที่โชคดี ที่ได้เจอกับนายและรักนาย
นาธานหมุนตัวกลับมาในอ้อมกอดของเรียว สบตาชายหนุ่มด้วยแววตาแห่งความรัก ชั้นเป็นของนายตั้งแต่ครั้งแรกที่สบตากับนายแล้ว รู้รึเปล่า
เหรอ แต่ชั้นจำได้ว่าตอนเจอกันครั้งแรกน่ะชั้นกอดนายก่อนจะได้เห็นหน้านายชัดๆซะอีกนะ เรียวบอกยิ้มๆ ชั้นก็เหมือนกันแหละ ตั้งแต่สบตาสีเขียวแสนสวยคู่นี้ของนาย หัวใจของชั้นก็ไม่ได้เป็นของชั้นอีกต่อไปนาธานยิ้มรับกับคำบอกรักของเรียว นี่เป็นคำพูดที่อ่อนหวานที่สุดที่ชั้นเคยได้ฟังเลย
เรียวแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากของคนรักอย่างอ่อนโยน นาธานสวมกอดชายหนุ่มแนบแน่น เรียวลูบไล้แผ่นหลังบอบบางอย่างถนุถนอม
อยู่อย่างนี้อีกซักพักนะ นาธานเอ่ยเบาๆ
ทั้งตอนนี้และตลอดไปแนท เรียวกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น แค่นี้เองที่เขาต้องการ การมีนาธานอยู่แนบชิด รู้สึกถึงความอบอุ่นที่มีให้กันและกัน ได้รับรู้และถ่ายทอดความรักให้กันและกัน และเขาก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ทุกๆวันตลอดไป...ในขณะเดียวกัน เร็นก็กำลังเดินเล่นอยู่ในสวนกว้าง มีกอดอกไม้อยู่เป็นจุดๆ ตรงกลางสวนมีศาลาทาสีขาวสลับเขียวตั้งอยู่ เขาเดินฝ่าลมหนาวที่พัดมาเป็นระยะๆสู่ศาลาพลางลูบแขนภายใต้เสื้อสเว็ตเตอร์ตัวหนาไปมา
ชายหนุ่มนั่งลงมองสวนสวยไปรอบๆ พาให้นึกถึงสวนบ้านลุงโจที่เขาพบกับเชนเป็นครั้งแรก จูบแรกในชีวิตที่เขาได้จากชายหนุ่ม เขาไม่เคยลืมทุกอ้อมกอดและรอยจูบยังคงประทับฝังแน่นตรึงติดอยู่ในความทรงจำ ทุกถ้อยคำในจดหมายที่พวกเขาเขียนถึงกันเขาก็จดจำได้อย่างขึ้นใจ ชายหนุ่มหยิบจี้หินออกมากำเอาไว้ มาเร็วๆสิเชน เขานึกอยู่ในใจอีกเดี๋ยวเดียวเท่านั้นที่เขาจะได้พบกับเชนแล้ว เชนที่มีตัวตนจริงๆมีเลือดเนื้อและอบอุ่นไม่ใช่แค่รูปถ่ายในกรอบรูปเย็นๆเท่านั้น
รีบเดินหน่อยสิเพื่อน เชนหันมาเร่งไมล์ที่เดินเอ้อระเหยหลังจากลงรถที่ป้ายรถแล้ว
นายจะรีบไปไหนล่ะนี่มันเพิ่งจะสี่โมงครึ่งเองนะ ไมล์ถามแต่ก็เร่งฝีเท้าตามที่เพื่อนบอก
ไม่รู้สิ ชั้นแค่อยากไปถึงบ้านเร็วๆ มันเหมือนกับมีใครกำลังเรียกชั้นอยู่งั้นแหละ
นายคิดมากไปเองรึเปล่าชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน เฮ้อ! รู้งี้ขับรถมาก็ดีหรอกจะได้ไม่ต้องเดิน
ยังจะบ่นอีก ก็นายขี้เกียจขับเองนี่ ชั้นจะขับให้ก็ไม่เอา ไมล์ส่ายหัว งั้นก็รีบไปเหอะ อย่างนายกับชั้นเดินแค่สิบนาทีก็ถึงแล้ว
อีกสิบนาทีต่อมาอย่างที่ไมล์ว่า ชายหนุ่มทั้งสองก็เดินเลี้ยวเข้าสู่บริเวณเขตรั้วบ้าน ผ่านยามหน้าประตูที่ทำท่างงๆเมื่อเห็นเจ้านายเดินกันมาแทนที่จะนั่งรถ
ชายหนุ่มสองคนเดินคุยกันอย่างสบายอารมณ์เพราะส่งโปรเจคชิ้นสุดท้ายผ่านเรียบร้อยแล้วทั้งคู่ ขณะที่เดินมาตามทางเดินผ่านสวนที่อยู่ทางซ้ายมือ สายตาของเชนก็ปะทะเข้ากับร่างบางที่ดูคุ้นตาเขาชอบกล ทำให้เขาชะงักแล้วคว้าแขนเพื่อนรักเอาไว้ ชายหนุ่มหลับตาแล้วลืมตาอีกครั้งเพราะเกรงว่าตัวเองจะตาฝาด เขาสูดหายเข้าลึกแล้วเอ่ยถามเพื่อน บอกชั้นหน่อยสิ ว่าชั้นไม่ได้ตาฝาด
สงสัยจะไม่ฝาดหรอก ไมล์บอกด้วยความงุนงงไม่แพ้กันเชนส่งเป้ให้ไมล์แล้วสาวเท้าอย่างรวดเร็วแต่เงียบกริบตรงไปที่ศาลากลางสวน เขาหยุดยืนที่ทางเข้าจ้องมองคนที่เขาอยากพบสุดหัวใจ อย่างต้องการดื่มด่ำภาพของเร็นไว้ เขาเกรงว่าถ้าเขาเอ่ยปากเรียกหาเร็นจะหายไป ชายหนุ่มตรงหน้าเขาขณะนี้ไม่อาจเรียกว่าหนุ่มน้อยได้อีกแล้ว เร็นสูงขึ้นแต่ก็ยังตัวเล็กบอบบางเหมือนที่เขาจำได้ ผมยาวถึงกลางหลังของชายหนุ่มปล่อยยาวสยายจนดูเหมือนม่านกำมะหยี่สีดำเงางาม ตัดกับเสื้อสเว็ตเตอร์ตัวหนาสีขาวที่เจ้าตัวใส่อยู่
จังหวะนั้นเองที่เร็นรู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง เขาหับควับมาที่ทางขึ้นศาลาและพบกับคนที่เขาเฝ้ารอที่จะได้พบมาตลอดสี่ปี ดวงตาสีดำสนิทดุจราตรีประสานกับดวงตาสีเขียวเข้มที่เปล่งประกายแห่งความคิดถึงและโหยหา เขากวาดตามองไปทั่วตัวของเชนอย่างแสนคิดถึง เชนสูงขึ้นกว่าที่เขาจำได้ ร่างกายก็ดูกำยำแข็งแรงขึ้น ผมที่สัญญาว่าจะไว้ด้วยกันถูกรวบไปมัดไว้ข้างหลังเป็นหางม้า เขาลุกขึ้นยืนช้าๆพร้อมกันกับเชนที่ก้าวเข้ามาโดยที่สายตาไม่คลาดไปจากกัน
พวกเขาต่างก้าวเข้ามาหากันช้าๆ ทุกสิ่งรอบตัวเหมือนจะเลือนหายไปเหลือเพียงพวกเขาแค่สองคนเท่านั้น แล้วพวกเขาก็พบกันที่กลางศาลา เชนยื่นมือออกมา เร็นวางมือเล็กๆของเขาลงไป ความอบอุ่นของฝ่ามือที่สัมผัสกันเป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขาต่างเป็นตัวจริงไม่ใช่ภาพฝัน น้ำตาที่เร็นไม่รู้ตัวว่ากลั้นไว้ไหลลงมาตามแก้มเนียนช้าๆ
เร็น นายจริงๆด้วย เชนพูดด้วยเสียงแหบพร่า แล้วดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดแทบจะในทันที เขารัดเร็นแนบแน่นจนไม่มีช่องว่างเหมือนกับกลัวว่าเร็นจะหายไป พร้อมกับก้มลงสูดกลิ่นหอมๆของชายหนุ่มที่เขาเฝ้าฝันถึงครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าอยากจะสัมผัสกับมันอีกครั้ง
เร็นโอบแขนไปกอดรัดแผ่นหลังแข็งแกร่งของชายหนุ่มด้วยแรงทั้งหมดให้สมกับความคิดถึง เชนนั้นกอดเขาแน่นเสียจนเขารู้สึกเจ็บ แต่เขาก็รู้สึกว่ายังใกล้ชิดกับชายหนุ่มไม่เพียงพอ พวกเขาต่างกอดกันจนแทบจะเป็นคนคนเดียว
เชนค่อยๆคลายอ้อมกอดช้าๆ เร็นเงยหน้าขึ้นสบตาคมเข้มสีเขียวเหมือนมรกตที่เป็นประกายวิบวับอย่างแสนคิดถึง เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นมาลูบไล้แก้มสากๆของเชน เชนก็ทำแบบเดียวกัน เขาใช้นิ้งโป้งปาดน้ำตาให้เร็นอย่างอ่อนโยน สำหรับคนทั้งสองคำพูดไม่มีความจำเป็นเลยในตอนนี้ ความรู้สึกต่างๆถูกถ่ายทอดไปสู่กันและกันด้วยสายตา ด้วยการสัมผัสและลูบไล้ที่อ่อนโยน
นายจริงๆ ไม่ใช่ภาพที่ชั้นสร้างขึ้นเองใช่มั้ย เชนเอ่ยถามเพราะอยากได้ยินเสียงของชายหนุ่ม
ชั้นจริงๆสิ น่ารักแบบนี้จะเป็นคนอื่นได้ไง เร็นตอบพร้อมกับยิ้มหวานเชนเงยหน้าหัวเราะอย่างเต็มเสียงก่อนจะก้มลงจูบที่หน้าผากของร่างบางอย่างมันเขี้ยว นายไม่เปลี่ยนไปเลยซักนิดนะ นางฟ้าของชั้น แล้วเขาก็อุ้มเร็นขึ้นหมุนเป็นวงกลมอย่างยินดี
เร็นหัวเราะกิ๊กรีบจับบ่าชายหนุ่มไว้กันตก เชนเหวี่ยงเขาไปรอบๆจนเขารู้สึกเวียนหัว พอแล้วๆ เดี๋ยวชั้นก็หน้ามืดเป็นลมกันพอดี เขาหัวเราะเสียงใส
เชนหยุดหมุนตามคำขอ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาสีดำเป็นประกายเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ประดับด้วยหมู่ดาว เขาค่อยๆปล่อยร่างของเร็นให้ไหลลงมาตามร่างกายกำยำของเขา ยิ้มนิดๆเมื่อได้ยินชายหนุ่มสูดหายใจเข้า คิดถึงชั้นรึเปล่าฮึ
ต้องถามด้วยเหรอ ชั้นน่ะคิดถึงนายที่สุดในชีวิต กลัวแต่นายน่ะสิไม่รู้คิดถึงใคร เร็นทำแก้มป่องใส่เชนหัวเราะกับใบหน้าแสนงอนของชายหนุ่ม ชั้นก็ต้องคิดถึงนายน่ะสิ นายจอมยุ่งของชั้น
จริงเร้อ ไม่เห็นนายจะแสดงความคิดถึงของนายให้ชั้นรู้เลย
อ๋อ! ที่แท้ก็รอให้ชั้นเริ่มก่อน แล้วทำไมนายไม่เป็นฝ่ายแสดงให้ชั้นดูก่อนล่ะ เชนถามกลับ
ก็ได้ถ้านายต้องการอย่างนั้นนะ เร็นส่งยิ้มหวานแต่ทำตาเจ้าเล่ห์ชายหนุ่มออกแรงดันร่างสูงให้ถอยหลังไปที่ม้านั่งของศาลา เชนก็เดินตามแต่โดยดีพร้อมกับยิ้มกริ่ม เร็นดันเขามาจนติดม้านั่งก่อนจะผลักให้เขานั่งลง แล้วก็ขึ้นนั่งคร่อมสะโพกของชายหนุ่มไว้ เชนแปลกใจกับความใจกล้าของเร็น แต่เขาก็ไม่แสดงออกปล่อยให้เร็นเล่นต่อไป เร็นเอาสองมือประคองใบหน้าของชายหนุ่มไว้ ก่อนจะค่อยๆก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของเขาอย่างอ่อนโยน เชนปิดเปลือกตาลงเพื่อจะดื่มด่ำความรู้สึกที่ได้รับ รู้สึกว่าเร็นลากไล้ริมฝีปากไปตามโหนกแก้มและสันจมูกของเขา เชนยิ้มน้อยๆโอบกอดร่างบางไว้หลวมๆ แล้วรอคอยจุมพิตแสนหวานแต่เร็นกลับหยุดการลูบไล้ที่อ่อนโยนของตัวเองลง เชนลืมตาขึ้นด้วยความสงสัย ก็เห็นชายหนุ่มสบตาเขาอย่างขบขัน
ยิ้มอะไร เชนกระซิบถาม ต่อสิ ชั้นกำลังรู้สึกดีเชียวเร็นหลุดหัวเราะพรืดออกมา ค่อยๆปลดผ้าพันคอของเชนออก ก็ผืนที่เขาให้เชนเป็นของขวัญนั่นแหละ เขาสบตากับเชนแล้วยกผ้าพันคอขึ้นสูดกลิ่นที่เขาคิดถึงเข้าไปเต็มปอดโดยที่สายตาไม่คลาดไปจากดวงตาสีเขียวคมเข้มของเชนเลย เร็นเอาผ้าพันคอมาคล้องกับคอของตัวเอง แล้วไล้นิ้วมือเย็นๆของเขาบนปากได้รูปของชายหนุ่มช้าๆ ถึงแม้อากาศรอบๆตัวของพวกเขาจะหนาวเย็นแต่ริมฝีปากของเชนกลับอุ่น จะเป็นอย่างไรนะถ้าเขาจะสัมผัสมันด้วยปากของเขา เร็นคิด แต่เรื่องอะไรเขาจะเป็นฝ่ายจูบหมอนี่ก่อนล่ะแม้ว่าจะอยากทำก็เถอะเสียฟอร์มแย่เลย คนอุตส่าห์สารภาพว่าคิดถึงแล้วยังจะมาแกล้งกันอีก แบบนี้ก็ต้องแกล้งกลับซะให้เข็ดแม้ว่าผลของการกระทำของเขาอาจส่งผลที่เสี่ยงไปสักหน่อยถ้าเชนเกิดหยุดตัวเองไม่อยู่ขึ้นมา
เร็นไล้มืออีกข้างไปตามลำคอของเชนอย่างแผ่วเบาเรื่อยลงไปสู่แผ่นอกแข็งแรงเต็มไปด้วยมัดกล้ามผ่านเสื้อยืดเนื้อหนา ทั้งๆที่มือของเร็นเย็นแต่เชนรู้สึกร้อนวาบกับสัมผัสของชายหนุ่ม ดูท่าแล้วเขาคงต้องโดนเร็นทดสอบความอดทนอีกแล้วสิเนี่ย
ชั้นว่าอกนายกว้างกว่าแต่ก่อนเยอะเลยนะเนี่ย นี่นายฝึกกล้ามเนื้อด้วยเหรอ เร็นถามเสียงพร่า
โอย แย่แน่ชั้น ทำไมต้องทำเสียงเซ็กซี่ขนาดนั้นด้วยนะ เชนชักเริ่มหวั่นไหว เปล่าหรอก ชั้นแค่เล่นฟุตบอลเท่านั้นเอง เขาตอบแบบขอไปทีเพราะจิตใจกำลังจดจ่ออยู่กับมือของเร็นที่กำลังลูบไล้เขาอยู่
เร็นยิ้มนิดๆอย่างเห็นชัยชนะอยู่ในกำมือ เพราะพอเขาไล้ปลายนิ้วไปที่หน้าท้องแบนราบของชายหนุ่ม เชนก็สะดุ้ง หลับตาลงพลางสูดหายใจเข้าอย่างแรง กล้ามเนื้อหน้าท้องเกร็งรับสัมผัสจากเขา ชั้นเคยบอกนายรึเปล่าว่าชั้นชอบปากของนาย เร็นทำเสียงสั่นๆ พลางไล้ปลายนิ้วของมืออีกข้างบนปากของชายหนุ่มอีกครั้ง เชนลืมตาขึ้นจ้องเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทอย่างแน่วแน่ เร็นมองเห็นความคิดถึง ความโหยหาและอะไรบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นอย่างชัดแจ้งมาก่อน ความปรารถนาที่เชนมักจะข่มมันลงไปได้ก่อนที่พวกเขาจะเตลิดไป แต่คราวนี้เขาเปิดเผยมันออกมาให้เร็นได้รับรู้ ความรู้สึกของเชนเป็นเหมือนกระสุนที่เจาทะลุตรงสู่หัวใจของเร็น ทำให้เร็นตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกกับความรู้สึกที่รุนแรงนั้น แล้วเชนก็ขบริมฝีปากลงบนปลายนิ้วของเร็นที่ลูบไล้ปากของเขาทำให้เร็นเป็นฝ่ายสะดุ้งบ้าง เขาจะชักมือหนีแต่เชนก็จับไว้ซะก่อนพร้อมกับใช้แขนอีกข้างรั้งเอวกระชับเข้ามาใกล้จนเร็นหนีไปไหนไม่ได้เหมือนถูกล็อคด้วยปลอกเหล็ก
เอาล่ะ ชั้นว่านายแสดงมาพอแล้วล่ะว่านายคิดถึงชั้นแค่ไหน เชนยิ้มเจ้าเล่ห์ คราวนี้ตาชั้นแสดงให้นายดูบ้างล่ะนะว่าชั้นคิดถึงนายมากขนาดไหน พูดจบ เชนก็จับมือเร็นข้างที่เขาจับไว้ให้โอบไปรอบคอของตน แล้วก็ใช้มือข้างนั้นแหละรั้งต้นคอของชายหนุ่มลงมา
ด...เดี๋ยวเช... เร็นยังไม่ทันได้ท้วงก็ถูกประทับจูบอย่างดูดดื่มจนสมองตื้อไปหมด ริมฝีปากอบอุ่นที่เงยรับริมฝีปากของเขาอยู่บดเบียดอย่างร้อนแรงและเชี่ยวชาญ มือที่รั้งอยู่ที่ท้ายทอยบังคับศีรษะของเขาให้หันไปในทางที่เชนจะสามารถเสาะหาความหวานล้ำจากปากของเขาได้ถนัดถนี่ยิ่งขึ้น เร็นโอบแขนไปรอบคอของชายหนุ่มดึงเชือกรัดผมของเชนออก แล้วสอดมือลูบไล้กลุ่มผมดกหนาที่สยายลงมาพร้อมกับเบียดตัวเองเข้าใกล้ชายหนุ่มมากขึ้น ปลายลิ้นร้อนแรงที่ตวัดเกี่ยวพันกับเขานั้นทั้งชำนาญและเก่งกาจ จนเร็นรู้สึกราวกับมีกระแสไฟวิ่งปราดไปทั้วทั้งร่างส่งผลให้ขาของเขาอ่อนเปลี้ยไปหมด นี่ถ้ายังยืนอยู่เขาคงทรุดลงไปแล้วดีนะที่นั่งอยู่บนตักของเชน (แต่รู้สึกว่าท่านั่งจะล่อแหลมไปนิดนะ) มือของเชนลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังบอบบางของชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆผละออกช้าๆ
ชายหนุ่มทั้งสองสบตากันนิ่ง ถ่ายทอดความรู้สึกกันทางสายตา อีกครั้งที่ไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด เพราะต่างคนต่างก็รู้ดีว่าพวกเขาคิดถึงกันมากแค่ไหน เร็นใช้สองมือประคองใบหน้าของเชนไว้แล้วมองอย่างเพ่งพิศ
นายหล่อขึ้นตั้งเยอะแน่ะ รู้มั้ย เขาเอ่ย ดวงตาคู่สวยมีน้ำตาคลอครอง ชั้นคิดถึงนาย คิดถึงจูบของนาย คิดถึงอ้อมกอดและความอบอุ่นของนาย ทุกครั้งที่ไปบ้านนาธานชั้นก็จะเข้าไปที่สวนที่เจอกับนายครั้งแรก เวลาชั้นผ่านไปในที่ที่เราเคยไปเที่ยว ชั้นก็เห็นแต่ภาพของเรา น้ำตาไหลลงมาตามแก้มเนียนช้าๆ ชั้นไม่เคยรู้เลยว่าคนเราจะคิดถึงใครสักคนได้มากขนาดนี้
เชนยิ้มอย่างอ่อนโยน รู้สึกตื้นตันกับสิ่งที่เร็นบอกกับเขา ชายหนุ่มรั้งตัวเร็นลงมาจูบซับน้ำตาให้ ก่อนจะเชยคางเร็นขึ้นมา ชั้นก็คิดถึงนายมากรู้มั้ย คนดีของชั้น เขาจับผมยาวๆของเร็นไปทัดหูให้ ความคิดถึงนายของชั้นน่ะ ชั้นไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้หมด ชั้นเองก็ตั้งใจไว้ว่าหลังจากที่ชั้นรู้ว่าชั้นเรียนจบแน่ๆ ชั้นจะบินไปหานายที่อังกฤษ จะไปคุยกับพ่อแม่ของนายให้นายมาเรียนต่อที่นี่เพราะชั้นไม่อาจทนที่จะอยู่ห่างจากนายได้อีกแม้แต่วันเดียว เขาเอ่ยอย่างจริงจัง
หลังจากที่เร็นอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ส่งยิ้มที่หวานที่สุดเท่าที่เคยยิ้มมาให้เชน จริงน่ะ แล้วนายแน่ใจได้ไงว่าพ่อแม่ชั้นจะยอม
ไม่เป็นไรหรอก เพราะถ้าไม่ยอมชั้นก็จะลักพาตัวนายมาซะเลย
บ้าเหรอ!! นายไม่กล้าหรอก เร็นหัวเราะ
เหรอ แต่ชั้นจะทำจริงๆนะ เชนตอบแบบจริงจังอีกครั้ง
เร็นหยุดหัวเราะทันควัน จ้องหน้าชายหนุ่มอย่างค้นหา นายจะทำจริงๆเหรอ
เชนพยักหน้า เร็น ชั้นไม่ได้แค่คิดถึงนายอย่างเดียวนะ ชั้นยังต้องการนายด้วย ในทุกๆความหมายของคำว่าต้องการเลย นายเข้าใจมั้ย เขาเอ่ยอย่างจริงจัง
เร็นค่อยๆซึมซับคำพูดของชายหนุ่มช้าๆ พอเขาตระหนักถึงความหมายของมัน แก้มใสๆก็เปลี่ยนเป็นแดงกล่ำ เขาก้มหน้าหลบตาชายหนุ่มเพราะเขินจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี เชนยิ้มอย่างอ่อนโยน เชยคางเร็นขึ้นอีกครั้งให้สบตากับเขา นายเข้าใจความหมายของชั้นใช่มั้ย เขาถามอีกครั้ง เร็นพยักหน้าเขินๆ แล้ว... เขาทำน้ำเสียงเหมือนจะถาม
แล้วอะไรล่ะ เร็นถามอย่างเขินอาย
แล้วนายจะยอมเป็นของชั้นมั้ย เชนเอ่ยถาม ชั้นต้องการนายทั้งตัว ทั้งหัวใจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นนาย นายจะไว้ใจชั้น ด้วยการมาอยู่กับชั้น ร่วมแบ่งปันความฝันและความสุขกับชั้นมั้ยเร็นหน้าแดงอย่างชนิดที่เชนคิดว่าคงไม่แดงไปกว่านี้ได้อีกแล้ว เขาหลบสายตาแน่วแน่ของชายหนุ่ม ก่อนจะตอบเบาๆ ไม่เห็นต้องถามเลย ถ้านายไม่รู้ก็ซื่อบื้อแล้วล่ะ
เถอะน่า ตอบให้ชั้นชื่นใจหน่อยไม่ได้เหรอ ชายหนุ่มส่งเสียงอ้อนเร็นสบตากับชายหนุ่มอย่างจริงจัง ชั้นเป็นของนายคนเดียวเท่านั้นเชน ชั้นอยากแบ่งปันทุกสิ่งทุกอย่างด้วยกันกับนาย
นี่แหละที่ชั้นอยากได้ยิน เชนยิ้มกว้าง งั้นจูบกันอีกทีนะ
บ้า!! นายนี่พูดหน้าตาเฉยเลยนะ
แล้วจะจูบรึเปล่าล่ะ เขาถามด้วยรอยยิ้มร้ายกาจที่เร็นไม่ได้เห็นมานานแล้ว
ท้าทายกันแบบนี้มีเหรอที่นายตัวร้ายของเราจะยอมน้อยหน้า เร็นโต้กลับด้วยรอยยิ้มหวานหยด และก่อนที่เชนจะทันตั้งตัว เร็นก็ก้มลงประทับจูบชายหนุ่มอย่างดูดดื่ม ก่อนจะผละออกอย่างช้าๆ
อืม...หวานจัง เชนทำเสียงพึงพอใจ อีกทีสิเร็นหัวเราะเบาๆ ก้มลงสัมผัสริมฝีปากชายหนุ่มเบาๆอย่างยั่วเย้า หลายต่อหลายครั้ง จนเชนทนไม่ได้ต้องจับคางของเขาเอาไว้แล้วประทับริมฝีปากลงไปซะเอง เขารั้งท้ายทอยของเร็นเอาไว้ไม่ให้หนี แทรกลิ้นเข้าไปในปากแสนหวานปานน้ำผึ้งของชายหนุ่ม เร็นสูดหายใจเข้าปอดอย่างแรง ตอบโต้ปลายลิ้นร้อนแรงของชายหนุ่มด้วยปลายลิ้นของตน มือเย็นๆของเชนสอดเข้าไปใต้เสื้อสเว็ตเตอร์ตัวหนาและลูบไล้แผ่นหลังบอบบาง เร็นเกร็งรับสัมผัสนั้น เบียดตัวเองเข้ากับร่างของชายหนุ่มให้มากยิ่งขึ้น
ลิ้นของเชนที่กำลังลูบไล้กับลิ้นของเขาอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนั้นเปี่ยมไปด้วยความชำนาญ ไม่เคยเลยสักครั้งที่เร็นจะรู้สึกเร่าร้อนได้มากขนาดนี้ เหมือนดั่งมีดอกไม้ไฟระเบิดอยู่ในร่าง หัวใจเต้นระทึกราวกับวิ่งมาไกลซักกิโล เสียงครางเบาๆในคอของเร็นยิ่งกระตุ้นเร้าชายหนุ่มมากขึ้น เชนผละจากกลีบปากแสนหวานลากริมฝีปากลงมาที่ลำคอกลมกลึง เร็นเงยหน้าขึ้นเพื่อให้ชายหนุ่มสัมผัสเขามากขึ้น มือเล็กๆกำเสื้อเชนไว้แน่นตามแรงอารมณ์ที่ชายหนุ่มปลุกเร้า
เร็น...ชั้น...ต้อง...หยุด!!...เดี่ยวนี้!! เชนหอบหายใจ พลางบอกเสียงกระท่อนกระแท่นด้วยการเร็นที่เร็นนั่งทับหน้าตักของชายหนุ่มอยู่ เขารู้ว่าร่างกายของพวกเขาต่างก็มีปฏิกริยาต่อการปลุกเร้าที่เพิ่งผ่านมาหยกๆ ชายหนุ่มพยามนั่งนิ่งๆเพื่อจะได้ไม่เป็นการกระตุ้นเชนมากไปกว่านี้ เชนเงยหน้าขึ้นพร้อมๆกับที่เร็นก้มลง สายตาสองคู่จึงประสานกันอย่างจัง ดวงตาสีเขียวที่เข้มขึ้นด้วยอารมณ์ปรารถนากับดวงตาสีดำที่หม่นประกายลงจากการจุมพิตที่เร่าร้อน ลมหายใจหนักหน่วงของเร็นลูบไล้ใบหน้าของเชนขณะที่ทั้งคู่กำลังข่มความรู้สึกพลุ่งพล่านลงไป
ครู่ใหญ่จากนั้นหลังจากที่จังหวะการหายใจของทั้งคู่กลับคืนสู่ระดับปกติ เชนคลายวงแขนที่กอดรัดเร็นออก แล้วพยุงให้เร็นลงยืนบนพื้น ชายหนุ่มเซเล็กน้อยแก้มของเร็นยังเป็นสีชมพูอยู่ เชนยิ้มให้สีหน้าเขินๆของเร็น เขาลุกขึ้นยืนแล้วโอบเร็นไว้ เข้าบ้านกันเถอะนะ เร็นพยักหน้าตอบ เชนออกเดินสู่ตัวบ้านโดยไม่ยอมคลายวงแขนที่โอบชายหนุ่มอยู่ เร็นก้มหน้าอมยิ้มกับความอบอุ่นที่ได้รับ โดยไม่ต้องมีคำพูดเขาโอบแขนคล้องเอวของเชนและซบลงกับไหล่ของชายหนุ่มอย่างเป็นสุข เชนเหลือบตาลงมองศีรษะที่ซบอยู่กับไหล่ของตนอย่างไว้เนื้อเชื่อใจแล้วยิ้มกว้าง
นี่มากันทั้งเรียว ทั้งนาธานเลยใช่รึเปล่า เชนชวนคุย
ใช่ แล้ว เดี๋ยวนายเห็นเรียวแล้วนายจะตกใจ
ตกใจอะไรเหรอ เดี๋ยวนี้เรียวหล่อกว่าชั้นแล้วเหรอไง เขาถามติดตลก
ไม่ใช่ซักหน่อย ไว้นายเห็นแล้วก็รู้เองแหละ เร็นหัวเราะเบาๆ
จริงสิแล้วพวกนายมากันได้ไงล่ะ เชนอดถามไม่ได้
เชื่อรึเปล่าล่ะว่าคุณพ่อนายเป็นคนส่งตั๋วเครื่องบินไปให้พวกเรา บินมาเซอร์ไพรซ์นาย
พ่อเนี่ยนะ แต่ทำไมล่ะ เชนขมวดคิ้วนิดๆ
เห็นท่านบอกว่า ท่านอยากเห็นนายสมหวังซักที แล้วก็เป็นรางวัลที่นายเรียนจบ อ้ออีกอย่างก็เป็นของขวัญวันคริสต์มาสอีกด้วย เร็นเงยหน้าขึ้นบอกเป็นของขวัญที่หาค่าไม่ได้ซะด้วยสิ เชนก้มลงยิ้มให้ สบตากับดวงตาสีดำที่มีประกายแห่งความสุขฉายอยู่ภายใน เขากระชับอ้อมแขนให้เร็นเข้ามาใกล้ชิดยิ่งขึ้น แล้วจูบหน้าผากชายหนุ่มเร็วๆทีหนึ่งอย่างแสนรัก เร็นหัวเราะกิ๊กกั๊กอย่างมีความสุข ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินสู่ตัวบ้าน
หลังจากเชนเดินไปที่ศาลาแล้วไมล์ก็เดินเข้าบ้านเพราะไม่อยากเป็นก.ข.ค. ในใจของเขานั้นยินดีไปกับเชนด้วย ในห้องรับแขกเขาก็พบกับคนสองคนที่เขาเดาไว้อยู่แล้ว
เรียว!! นาธาน!! พวกนายจริงๆด้วย มากันได้ไงเนี่ย ชั้นงงไปหมดแล้ว เขาทักทายอย่างตื่นเต้น
ไมล์!! ชายหนุ่มทั้งสองรีบตรงเข้ามาสวมกอดทักทายชายหนุ่มอย่างยินดี
เซอร์ไพรซ์ใช่มั้ยล่ะ นาธานถามยิ้มๆมากเลยล่ะ เขาหันมาหาเรียว โอ้โห!! นายโตขึ้นตั้งเยอะเลยนะ อย่างนี้ก็เรียกเจ้าหนูไม่ได้แล้วสิ ไมล์มองดูชายหนุ่มที่ตอนนี้ตัวสูงเกือบเท่าเขาแล้วอย่างทึ่งๆ
เรียวหัวเราะ แน่ล่ะ มันก็ต้องพัฒนากันบ้างสิ มีแฟนน่ารักอย่างนาธานกับน้องชายสุดป่วนอย่างเจ้าเร็น ขืนชั้นตัวเล็กๆก็จัดการเจ้าพวกชอบตอแยไม่ได้น่ะสิ พูดจบก็หันไปหลิ่วตาให้นาธาน
ไมล์หัวเราะที่เห็นนาธานทำหน้าแดง ป่านนี้ยังไม่ชินอีกเหรอเนี่ย จริงของนายแฮะ
แล้วเชนล่ะ นาธานถามไมล์ทำท่าบุ้ยใบ้ไปทางสวน สองหนุ่มมองตามแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ดีแล้วล่ะ เจ้าเร็นจะได้เลิกป่วนคู่ของชั้นซักที มีเชนมาคอยเป็นกันชนแบบนี้ เรียวพูดแล้วหัวเราะ นาธานทุบแขนคนรักอย่างหมั่นไส้ห้ามแกล้งเร็นนะ น่าสงสารออก นาธานต่อว่ายิ้มๆ
โธ่แนท!! คิดถึงตอนที่เราโดนแกล้งมั่งสิ เขาโต้เสียงอ่อน
ไมล์หัวเราะกับท่าทีของสองหนุ่ม ชั้นขอตัวเอาของไปเก็บให้เชนก่อนนะ เดี๋ยวมา เขาบอกแล้วก็เดินขึ้นบันไดไปชั้นบน
หลังจากไมล์เอาเป้ของเชนไปเก็บแล้วก็กลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อเก็บของ แล้วจึงกลับมาสมทบกับสองหนุ่มที่ห้องนั่งเล่น คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ได้ซักพักใหญ่ เชนกับเร็นก็เดินจูงมือกันเข้ามา
เชน!! นาธานเห็นชายหนุ่มทั้งสองก่อน จึงรีบวิ่งไปกอดพี่ชายไว้อย่างยินดีเชนหัวเราะกอดตอบน้องชายก่อนจะผละออก ไง สบายดีเหรอนาธาน
สบายดี นาธานมองหน้าพี่ชายอย่างคิดถึง มองเลยไปที่ผมยาวประบ่าแล้วยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยเบาๆ นายหล่อจัง ไว้ผมแบบนี้แล้วเท่ดีนะ หล่อกว่าเรียวของชั้นซะอีก
มันแหงอยู่แล้ว เขาอมยิ้มกับคำชม ชั้นคิดถึงนายนะ ชายหนุ่มบอก
ชั้นก็คิดถึงนาย นาธานบอกแล้วเขย่งขึ้นไปหอมแก้มเชน
นี่จะกอดกันไปถึงไหนน่ะ เสียงห้าวๆออกจะหงุดหงิดนิดๆดังขึ้นด้านหลังนาธานเชนเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเรียวยืนมองพวกเขาอยู่ พลางส่งสายตาพิฆาตมาด้วย เขาอึ้งไปเล็กน้อยเพราะเรียวสูงใหญ่ขึ้นมาก หน้าตาตอนนี้ก็เหลือเค้าที่เหมือนกับเร็นอยู่แค่นิดหน่อยเท่านั้น เชนยิ้มยั่วพร้อมกับกระชับวงแขนกอดน้องชายไว้ไม่ยอมปล่อย ทำไมล่ะ หมอนี่เป็นน้องชายชั้นนะ
แต่แนทเป็นแฟนชั้น เพราะงั้นนายเลิกกอดเค้าได้แล้ว เรียวทำเสียงจริงจังแต่ดวงตาพราวระยับ
นาธานมองไม่เห็นดวงตาของเรียว แต่เขาก็ไม่อยากให้พี่ชายกับคนรักมีเรื่องกันจึงรีบพูดขึ้น ปล่อยชั้นก่อนเถอะเชน
เชนก้มลงสบตากับน้องชายที่ยังไม่รู้ว่าโดนแกล้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นหัวเราะ ทำไมล่ะนายกลัวเรียวโกรธเอาหรือไง
ก็ใช่น่ะสิ แล้วชั้นก็ไม่อยากให้พวกนายมีเรื่องกันเพราะชั้นด้วย นาธานบอกเสียงอ่อยเรียวได้ยินน้ำเสียงของคนรักก็รู้สึกผิดนิดๆ ชั้นไม่โกรธหรอกน่า เราแค่ล้อเล่นกันเท่านั้นเอง
อ...อะไรนะ!! ล้อเล่น...นี่พวกนายแกล้งชั้นเหรอ นาธานอุทานเสียงดัง
ว๊า...นายนี่ขี้ใจอ่อนชะมัด เชนบ่นเรียว ไม่เคยได้ยินเหรอ รักหรอกจึงหยอกเล่นน่ะ เขาบอกกับน้องชาย
ไม่รู้ ไม่เคยได้ยิน นาธานทำแก้มป่อง งอนทั้งพี่ชายทั้งเรียว ปล่อยชั้นได้แล้ว
ใช่ๆ ปล่อยนาธานได้แล้ว เรียวรีบบอก แนทโกรธเขาจริงๆเหรอเนี่ย โธ่เอ๊ย!! ไม่น่าเลยเรา
ปล่อยก็ได้เจ้าขี้หึง เชนยอมปล่อยน้องชาย อย่างอนเลยน่านาธาน นะ สงสารเจ้าเรียวเถอะนะ เขาทำเสียงอ้อน นาธานสะบัดตัวเดินหนี หลิ่วตาให้เร็นกับไมล์ที่กำลังมองมาอย่างขบขันโดยที่สองหนุ่มตัวต้นเหตุไม่เห็นนาธานเดินหนีพี่ชายพลางกลั้นยิ้มอย่างลำบากยากเย็น เขาแกล้งเดินผ่านเรียวไปแบบไม่สนใจจนชายหนุ่มหน้าซีดเผือด เรียวรีบคว้าตัวนาธานมากอดไว้ นายโกรธจริงๆเหรอแนท ชั้นแค่เล่นไปตามเชนเองนะ ชั้นขอโทษ อย่าโกรธเลยนะ เขาทำเสียงอ่อย
นาธานหันมาสบตาสีน้ำตาลเข้มที่กำลังอ้อนวอนเต็มที่แล้วใจอ่อน ใครบอกว่าชั้นโกรธนายล่ะ
จริงนะ ไม่โกรธชั้นแล้วนะ เรียวทำเสียงกระตือรือร้นขึ้นมาทันที พอนาธานพยักหน้ารับ เขาก็ก้มลงหอมแก้มชายหนุ่มฟอดใหญ่อย่างดีใจ
บ้าเหรอ!!!
นาธานเขินหน้าแดงที่ถูกหอมแก้มให้คนอื่นเห็น เขาทุบอกเรียวดังบึ้ก!! แต่เจ้าตัวไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิดเดียว แถมยังยิ้มหน้าบานอีก แล้วเรียวก็จูงนาธานที่แก้มเป็นสีชมพูกลับมาสบทบกับพรรคพวก
เห็นมั้ยล่ะ บอกแล้วว่านาธานไม่โกรธนายหรอก เชนเอ่ยอย่างโล่งใจนิดๆ
เพี๊ย!!? เร็นตีแขนคนพูดเสียงสนั่น นายไปบอกเรียวเค้าตอนไหนกัน ดีนะที่นาธานเค้าใจดี ถ้าเป็นชั้นจะชกให้ซักเปรี้ยงอู๊ย!!! ยังมือหนักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ แต่ถ้านายชกแล้วหายโกรธชั้นก็ยอมล่ะ เชนลูบแขนที่ถูกตีป้อยๆ แต่ก็ยังแอบทำตาหวานใส่เร็น
แหวะ!! น่าไม่อาย เร็นทำเป็นเมินแต่ก็แก้มเป็นสีระเรื่อกับคำพูดของชายหนุ่ม เชน ไมล์และเรียวหัวเราะอย่างครื้นเครง
ชั้นว่าแล้วเชียว ว่าแกต้องกลับมาแล้ว เสียงมาร์คดังขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะ ชายหนุ่มทั้งห้าหันไปตามเสียงที่ได้ยิน ก็พบมาร์คยืนยิ้ม กอดอกพิงประตูห้องนั่งเล่นอยู่
แอบมายืนนานหรือยังฮะพ่อ เชนเอ่ยถามอย่างยียวน
ก็ตั้งแต่ได้ยินเสียงหัวเราะลั่นบ้านของแกนั่นแหละ มาร์คตอบยิ้มๆแล้วเดินเข้ามาสมทบกับพวกลูกๆ
เชนหัวเราะ พอพ่อเขาเดินมาถึงเขาก็สวมกอดพ่อเอาไว้แน่น ขอบคุณนะฮะ สำหรับของขวัญที่พิเศษที่สุด
มาร์คตกใจเล็กน้อยที่เชนแสดงความรู้สึกกับเขา เพราะถึงพวกเขาจะเข้าใจกันแล้วแต่ต่างก็ไม่ค่อยแสดงออกต่อกันมากนัก ด้วยเพราะเชนโตเป็นผู้ใหญ่พอสมควรแล้วและยังเป็นผู้ชายคงไม่ชอบที่จะถูกกอดแบบเด็กๆ เขาตบไหล่ลูกชายเบาๆ ชั้นดีใจที่แกถูกใจ
เชนคลายอ้อมกอดพอหันกลับมาก็ปะทะกับสายตาสี่คู่ที่จ้องพวกเขาพ่อลูกอย่างซาบซึ้ง เขารีบกระแอมแก้เขิน พวกนายมองอะไรกัน ไปๆหาที่นั่งได้แล้ว
ไมล์หัวเราะหึ หึแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาเป็นคนแรก เรียวจูงมือนาธานตามไป พ่อของเขาเดินตามไป เร็นสอดมือมาประสานกับมือของเขา เชนหันมายิ้มให้แล้วจูงมือเร็นไปนั่งที่โซฟาบ้าง
พอเขาทรุดตัวลงนั่งพร้อมกับเร็น ก็มีเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน เชนจึงหันมาถามมาร์คอย่างสงสัย เจอโรมเหรอฮะ
ใช่ พ่อให้เค้าไปรับเอลิน่ากับริคโค่มางานเลี้ยงต้อนรับพวกลูกๆนั่นแหละ มาร์คตอบ
คุณริคโค่ด้วยเหรอฮะ!? เชนถามพลางเลิกคิ้วสบตากับพ่อ ก่อนที่จะยักไหล่ ก็ดีฮะ คนเยอะๆสนุกดีแกคงไม่ว่าอะไรนะ เพราะยังไงแกก็ต้องเรียนรู้งานต่างๆจากเค้าด้วย พ่อทำธุรกิจทางด้านนี้มานาน พ่อยังต้องยอมรับเลยว่าริคโค่เป็นโปรแกรมเมอร์ที่เก่งหาตัวจับยากคนนึง และโปรเจคที่บริษัทร่วมทุนของเค้ากับเราทำร่วมกันอยู่ ก็มีท่าว่าจะไปได้สวย เอลิน่ายังเอ่ยปากชมเลยล่ะ
เชนพยักหน้า คุณเอลิน่าก็เคยบอกผมอย่างนั้นเหมือนกันฮะ ถึงแม้ว่าผมจะยังไม่ลืมเรื่องที่พี่ชายของเค้าเคยทำไว้ แต่ในเมื่อพ่อยอมรับเค้าผมก็ไม่มีปัญหาหรอกฮะ อีกอย่างจากที่ผมเคยได้พบได้คุยกับเค้า ผมว่าเค้าก็เป็นคนดีคนหนึ่งและเก่งมากอีกด้วย
ขอบใจเชน มาร์คยิ้มมุมปากนิดๆแต่โล่งใจอย่างมากเจอโรมเดินเคียงคู่มากับหญิงสาวที่สวยมากและดูอ่อนเยาว์มากในวัยยี่แปดปีของเธอด้วยใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากอิ่ม โดยเฉพาะดวงตาสีฟ้าเข้มจนมองดูเหมือนเป็นสีม่วงที่เปล่งประกายสดใสและมีแววซุกซนเหมือนเด็กๆ และที่เดินตามมาคือชายหนุ่มผมดำผิวคล้ำมองแว่บเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนอเมริกันแน่นอน ใบหน้าที่จัดได้ว่าหล่อเหลาคมเข้มแบบคนสเปนของเขาออกจะบึ้งตึงเล็กน้อย
มาร์คลุกขึ้นและเดินมาต้อนรับผู้มาใหม่ สวัสดีอีกครั้งเอลิน่า เขาหันไปพยักหน้ากับชายหนุ่มที่เดินตามมา สวัสดีริคโค่
แหมทักทายเป็นพิธีรีตรองจังนะคะ เอลิน่าทักตอบยิ้มๆ แล้วมองเลยไปข้างหลัง แล้วนี่คุณมาอยู่ท่ามกลางเด็กๆแบบนี้ได้ยังไงค่ะ มันไม่เข้ากับคุณเลยนะคะเจ้านาย เธอบอกอย่างร่าเริง
มาร์คหัวเราะ ช่างผมเถอะน่าลีน่า แต่ผมจำได้ว่าเคยบอกคุณแล้วว่าอย่าเรียกผมแบบนั้นนะ
ค่ะ...มาร์ค เธอตอบดวงตาพราวระยับทำให้ดูเหมือนสาวน้อยจอมซนเธอหันไปหากลุ่มลูกๆของมาร์คแล้วเปิดอ้อมแขนออกกว้าง เชนรีบเอาศอกกระทุ้งเพื่อนรัก ไมล์ถองเพื่อนกลับแล้วตรงเข้าไปกอดเธอไว้แน่นจนหญิงสาวหัวเราะกิ๊ก นึกว่าเธอจะลืมซะแล้วสิ เธอต่อว่าชายหนุ่มในอ้อมกอดเบาๆ
ก็ผมเขินนี่ครับ ไมล์ยอมรับตรงๆหญิงสาวยิ้มกว้าง แหมเหมือนพ่อเธอเปี๊ยบเชียวไอ้ความตรงไปตรงมาเนี่ย เธอปล่อยชายหนุ่มแล้วขยิบตาให้เขา แต่ชั้นคิดว่าเธอหล่อกว่าเค้านิดหน่อยนะ
ผมได้ยินนะลีน่า เสียงทุ้มเอ่ยมาจากข้างหลังด้วยแววหัวเราะ
ผมว่าเธอพูดเรื่องจริงนะฮะพ่อ ไมล์บอกพร้อมกับขยิบตากลับไปให้หญิงสาว แล้วควงแขนลีน่ามาทางชายหนุ่มที่เหลือ พวกเราชั้นขอแนะนำคุณลีน่า ว่าที่คุณแม่ยังสาวของชั้นเองทั้งลีน่า เชนและคนที่เหลือพากันหัวเราะคิกคักกับคำแนะนำของไมล์ เชนดึงนาธานมาข้างหน้า นี่น้องชายของผมนาธาน รอสส์ครับ
สวัสดีครับ ยินดีที่รู้จัก นาธานยิ้มให้อย่างสดใส
สวัสดีจ้ะ เธอยิ้มตอบชายหนุ่มหน้าสวย ดวงตาสีเขียวกระจ่างที่มีรอยยิ้มที่อบอุ่นอ่อนโยน
แล้วนี่ก็เรียว มอริสครับแฟนของนาธาน เชนพูดหน้าตาเฉยเรียวยิ้มรับจับมือกับลีน่าพร้อมกับทำไม่รู้ไม่ชี้กับเสียงประท้วงเล็กๆของนาธาน เขาหันไปมองแก้มแดงน่ารักของนาธานแว่บหนึ่งแล้วหันกลับมา แนทเค้าเขินน่ะครับ ไม่เหมือนกับผม เขากระซิบบอกลีน่า หญิงสาวหัวเราะเบาๆ แฟนเธอน่ารักมากจ้ะ เธอกระซิบตอบ
เชนโอบเร็นเข้ามาจนชิด แม้ว่าเร็นจะเขินจนแก้มเป็นสีชมพูแต่ก็ไม่ขยับหนี แล้วนี่ก็หวานใจคนเดียวของผม เร็น มอริสครับ
สวัสดีครับคุณลีน่า เร็นยิ้มหวานให้อย่างน่ารักลีน่ายิ้มตอบรอยยิ้มแสนสวยของเร็น หน้าก็หวาน เสียงก็หวาน มิน่าล่ะเชนถึงไม่ยอมมองใคร ก็เร็นน่ารักแบบนี้ถ้าเชนคิดนอกใจก็ตาบอดแน่ๆ ขนาดเธอเป็นผู้หญิงยังคิดว่าเร็นน่ารักมากๆเลย
เสียงกระแอมดังมาจากเบื้องหลัง ดูเหมือนคุณจะลืมพวกเราสามคนไปซะแล้วนะเนี่ย เจอโรมตัดพ้อ
ลีน่าขยิบตาให้พวกเด็กๆ เดินไปหาชายหนุ่มก่อนจะเขย่งขึ้นจูบแก้มเขาก่อนจะบอกยิ้มๆ ขี้ใจน้อยจังนะคะ
เจอโรมหน้าแดงเล็กน้อยกับการจู่โจมแบบไม่รู้ตัวของเธอ เปล่าซักหน่อย เขาแก้ตัวอุบอิบ
ทุกคนในที่นั้นไม่เว้นกระทั่งมาร์คต่างพากันอมยิ้มไปตามๆกัน มาร์คหันมามองริคโค่เพราะรู้สึกว่าสายตาของชายหนุ่มจับจ้องอยู่ที่เขา พอดวงตาของเขาประสานเข้ากับดวงตาสีทอง ริคโค่ก็รีบเบนสายตาไปทางอื่นแก้มเป็นสีระเรื่อขึ้นมาเหมือนทุกครั้งที่เขาจับได้ว่าถูกมอง เขามองใบหน้าที่แดงนิดๆกับการขบริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างไม่เคยนึกเบื่อเลยซักครั้งพลางกลั้นยิ้มด้วยความเอ็นดูและปั้นหน้าให่เคร่งขรึมเข้าไว้
มาร์ค... เสียงเพื่อนรักของเขาเรียกเบาๆปลุกเขาออกจากภวังค์ชายหนุ่มหันมาทางเสียงเรียก เห็นเพื่อนของเขาส่งสายตารู้ทันแกมขบขันมาให้และลีน่าก็เลิกคิ้วมองเขาอย่างสนใจ เชนเองก็มองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น มาร์คถลึงตาใส่เพื่อนแบบไม่จริงจังนัก แล้วหันไปเรียกริคโค่
ริคโค่ เขาเรียกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยทำ ริคโค่มองเขาอย่างสับสนแต่ก็เดินเข้ามาใกล้ๆ
เชนกับไมล์คุณคงรู้จักแล้วนะ นี่นาธานลูกชายผมอีกคน แล้วนั่นก็เรียวกับเร็น มอริสแฟนของลูกชายผม พวกเค้าเป็นพี่น้องฝาแฝดกันนะถ้าคุณจะสงสัย ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ
ริคโค่ตัวแข็งมองพวกเขาทั้งสี่อย่างนึกไม่ถึง ก่อนจะรู้สึกตัวเขารีบยิ้มและทักทายอย่างยินดี เก็บซ่อนอารมณ์หวั่นไหวไว้ หัวใจของเขาเต้นโลดกระทบหน้าอกจนเขารู้สึกเจ็บ เขาหันมาสบตาลีน่าอย่างต้องการผู้ช่วย ลีน่าส่งสายตาเห็นใจให้เขาพลางยกมือชี้ไปที่แก้ม ริคโค่รีบยกมือทาบแก้มตัวเองก็พบว่ามันร้อยผ่าวเลยทีเดียว ทำให้เขารู้สึกขายหน้าอย่างช่วยตัวเองไม่ได้ แต่ทุกๆคนก็ช่วยเขาด้วยการทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับแก้มแดงปลั่งของชายหนุ่ม
อยากได้เครื่องดื่มกันมั้ยคะ ลีน่าถามโพล่งขึ้นอย่างต้องการช่วยริคโค่
ก็ดีนะ เจอโรมรีบสนับสนุนแล้วเดินนำทุกคนไปที่บาร์เครื่องดื่ม เขาผสมเครื่องดื่มให้มาร์ค ตัวเอง ริคโค่และลีน่าก่อนจะหลีกทางให้พวกลูกๆของเขา ชายหนุ่มสบตาลีน่าอย่างรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไรริคโค่รับแก้วเครื่องดื่มของตัวเองมาแล้วยกขึ้นดื่มอึกใหญ่ รสชาติหวานปนขมของสก็อตพอจะช่วยให้เขาควบคุมตัวเองได้บ้าง ชายหนุ่มมองไปที่กลุ่มลูกๆของมาร์คอย่างสนใจ พวกเขาเป็นแฟนกันมาร์คบอกเขาอย่างนั้น ตอนแรกเขาคิดว่าชายหนุ่มจะล้อเขาเล่นเสียอีก แต่พอมองดูพวกเขา เห็นสายตาแห่งความรักที่พวกเขาใช้มองกัน เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขารักกันเหลือเกิน แล้วตัวเขาล่ะเคยมองมาร์คแบบนี้หรือเปล่า แล้วมาร์คจะรู้มั้ยถึงความในใจของเขา
มาร์คมองริคโค่ที่จ้องนิ่งๆไปที่กลุ่มลูกๆที่คุยกัน กระเซ้าเย้าแหย่กันอย่างสนุกสนานและมีความสุข เขาเห็นสายตาของชายหนุ่มเปล่งประกายแห่งความเศร้าออกมาอีกแล้ว เหมือนที่เขาเคยสังเกตุเห็นบ่อยๆเวลาที่ริคโค่ไม่รู้สึกตัว นี่ริคโค่ไม่รู้เลยเหรอว่ามองลูกๆของเขาด้วยสายตาแบบไหน เหมือนริคโค่จะรู้ตัวว่าเขาจ้องมองอยู่เขาหันมาและประสานสายตาเข้ากับมาร์คอย่างจังจนเจ้าตัวเกือบทำแก้วหลุดจากมือ ชายหนุ่มขบริมฝีปากแน่นก่อนวางแก้วไว้ที่โต๊ะใกล้ๆแล้วพึมพำขอตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว มาร์คกำลังจะขยับตามไปแต่ก็มีมือมาแตะทีแขนของเขาหยุดยั้งเขาไว้ก่อน
เขาหันมาก็พบนาธานยืนยิ้มอย่างอ่อนโยนอยู่ข้างๆ ลูกชายของเขาปล่อยมือที่รั้งเขาไว้ ก่อนจะบอกกับเขาเบาๆ เดี๋ยวผมไปดูคุณริคโค่ให้เองนะฮะคุณพ่อ ดวงตาสีเขียวอ่อนโยนมองมาอย่างเข้าอกเข้าใจ
มาร์คลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า เขามองตามนาธานที่เดินตามริคโค่ไปด้วยความเป็นห่วงแปลกๆที่มักจะเกิดขึ้นกับเขาเสมอๆในช่วงหลังๆมานี่ จิตใจที่มั่นคงของเขาถูกรบกวนบ่อยครั้งด้วยภาพของริคโค่กับดวงตาสีทองแสนเศร้าของชายหนุ่ม เขาอยากเห็นแววตาที่ร่าเริงและไร้เดียงสาของชายหนุ่มอีกครั้งเหมือนอย่างครั้งแรกที่พบกัน แววตาเด็ดเดี่ยวมั่นคงกับคำพูดตรงไปตรงมาอย่างไร้การเสแสร้ง ดวงตาสีทองสุกสกาวที่สะท้อนแสงจันทร์ในคืนนั้น ดวงตาที่เขาไม่สามารถลบมันออกไปจากใจได้เลย แม้ว่าเขาจะพยายามแล้ว
ดวงตาคู่สวยคู่เดียวกันที่เคยมองเขาอย่างหวาดกลัวและตื่นตระหนกในตอนนั้น หลังจากเหตุการณ์เลวร้ายครั้งแรกที่เกือบจะเกิดกับลูกชายคนโตของเขาโดยฝีมือของผู้เป็นพี่ชายของตัวเอง ริคโค่ในตอนนั้นทั้งท้อแท้และสำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ก่อและบอกอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะรับโทษทั้งหมดแทนพี่ชาย และอีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อังกฤษเมื่อสี่ปีก่อนที่ทำให้เขาตัดสินใจจัดการให้พี่ชายของริคโค่ต้องระเห็ดหนีออกนอกประเทศและขายบริษัทให้เขา แน่นอนว่าเขาไม่อยากทำร้ายริคโค่เลยแต่เขาก็ต้องทำอย่างช่วยไม่ได้ เขาบีบบังคับให้ริคโค่ต้องเลือกระหว่างส่งพี่ชายเข้าคุกและอาจต้องตายอยู่ในคุกกับส่งพี่ชายกลับไปสเปนและไม่กลับมาเหยียบอเมริกาอีก ริคโค่เลือกอย่างหลังเพื่อรักษาชีวิตของพี่ชาย แต่มิคาเอลกลับไม่เข้าใจและประกาศตัดพี่ตัดน้องกับริคโค่ทันทีที่ตกลงเซ็นต์สัญญาขายบริษัทให้กับเขา
เขารู้จักคนมาก็มากทั้งดีทั้งเลว แต่เขาไม่เคยเห็นใครเห็นแก่ตัว ไร้เหตุผลและโลภมากอย่างมิคาเอล ดาซิลวามาก่อนเลย แต่ริคโค่ก็รักพี่ชายมากอย่างที่ทำให้เขานึกอิจฉาขึ้นมาและนั่นทำให้เขาโมโหและหงุดหงิดทุกครั้งที่นึกถึง
เป็นอะไรรึเปล่าเพื่อน เสียงเจอโรมถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักทำหน้าเครียดเล็กน้อยมาร์คหันมามองเพื่อนรักแว่บหนึ่งก่อนส่ายหน้า ไม่เป็นไร แค่กังวลนิดหน่อย
เจอโรมดึงเพื่อนให้ห่างออกมาจากคนอื่นเล็กน้อยก่อนจะถาม เรื่องริคโค่เหรอ?
ก็ด้วย ชั้นรู้สึกผิดที่เคยทำร้ายเค้าเมื่อตอนนั้น มาร์คเอ่ยเรียบๆ
นายเปลี่ยนไปมากเลยนะตั้งแต่กลับจากอังกฤษตอนนั้น ก่อนหน้านั้นชั้นไม่เห็นนายจะแคร์กับเรื่องที่นายตัดสินใจไปแล้วมาก่อน
ชั้นไม่ได้สนเรื่องของเจ้ามิคาเอลหรอก นายก็รู้ว่าชั้นไม่ได้อยากทำร้ายริคโค่ แต่ชั้นก็ยังบีบให้เค้าต้องตกอยู่ในสถานะที่เลวร้าย ใช้ความเป็นคนดีของเค้าเป็นเครื่องมือเพราะชั้นรู้ดีว่าเค้าต้องเลือกหนทางที่ชั้นวางล่อเอาไว้
ก็นายต้องทำนี่หว่า เจ้านั่นก็ร้ายกาจใช่ย่อย ชั้นว่านายยังปราณีด้วยซ้ำไม่งั้นป่านนี้มันคงกลายเป็นผีไม่มีศาลไปแล้ว ไหนจะลูกชายกับเมียมันที่นายช่วยหาที่อยู่หาโรงเรียนให้อีกล่ะ มันน่ะติดหนี้บุญคุณนายด้วยซ้ำไป เจอโรมพูดอย่างดุเดือดมาร์คขยับยิ้มที่เห็นเพื่อนใส่อารมณ์กับเรื่องนี้ ชั้นทำเพื่อให้ริคโค่สบายใจต่างหาก ผู้หญิงคนนั้นไม่อยากให้ลูกต้องไปทนรองรับอารมณ์ร้ายๆของคนเป็นพ่ออย่างที่เค้าเคยโดน ชั้นก็แค่ช่วยทำให้มันง่ายขึ้นเท่านั้นเอง
ชั้นเดาว่าริคโค่ไม่รู้เรื่องนี้ใช่มะ เจอโรมเลิกคิ้วถามดวงตาเปล่งประกายรู้ทันเสียงหัวเราะหึหึดังมาจากเพื่อนรักของเขาเบาๆเป็นการยืนยัน ไม่...เค้าไม่รู้หรอก ชั้นขอให้ปิดไว้เอง
เอ่อ...มาร์ค นายรู้ใช่มั้ยเรื่องนั้นน่ะ เจอโรมถามขึ้นอย่างลังเลมาร์คมองเพื่อนตาเป็นประกาย เรื่องอะไรล่ะ เขาแกล้งถาม
โธ่เจ้าบ้า!! อย่ามาแกล้งไม่รู้นะ ก็เรื่องริคโค่ไง นายก็เห็นที่เค้ามองนายนี่
มาร์คหัวเราะ ใช่...ชั้นรู้ ชั้นไม่ใช่เสาหินนี่ ที่เวลาถูกมองด้วยสายตาแบบนั้นแล้วจะไม่รับรู้
แล้วนายจะเอายังไงกับเค้าล่ะ เจอโรมถามอย่างอยากรู้ชั้นอยากคุยกับเค้าก่อน มาร์คเลี่ยงที่จะตอบตรงๆ
เจอโรมถอนใจนิดๆ ง้างปากมาร์คเรื่องนี้นี่ท่าจะยากกว่าสู้คนสักสิบคนอีก เอาเหอะ มีอะไรให้ช่วยก็บอกมาแล้วกัน ชั้นกับลีน่าเต็มใจช่วยนายเต็มที่อยู่แล้ว
ขอบใจ มาร์คยิ้มที่เพื่อนเขาทำท่าเหนื่อยใจ นายคงได้ช่วยแน่ ไม่นานนี้แหละ...
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำติชมได้ที่ E-mail : [email protected]