Forbidden
By...Yayoy
นาธานยังไม่นอนใช่มั้ยลูก เสียงซาร่าถามมาจากประตูห้องนอนของชายหนุ่มยังฮะ เข้ามาสิฮะแม่ นาธานบอก ลุกจากข้างหน้าต่างมานั่งที่เตียง ซาร่าเดินมานั่งข้างๆ แล้วจับมือของนาธานมากุมไว้ ลูกมีอะไรจะถามแม่ใช่มั้ยนาธาน ซาร่าถอนใจยาว เรื่องพ่อของลูกที่ลูกอยากรู้มานานแล้ว
ผมรู้แล้วฮะ นาธานบอกซาร่าเสียงเครียด
รู้แล้ว!! ลูกรู้ได้ยังไง ซาร่าถามอย่างตกใจ
ผมเห็นแม่ออกไปกับผู้ชายคนหนึ่ง ผมสังหรณ์ใจแปลกๆตั้งแต่เห็นผู้ชายคนนั้น ผมก็เลยตามแม่ออกไป แล้วก็ได้ยินเรื่องทั้งหมด นาธานสบตาซาร่า ดวงตาสีเขียวสดคลอไปด้วยน้ำตา เค้าทำเรื่องเลวๆกับแม่ ทำให้แม่เสียใจมากเลยใช่มั้ยฮะ
ซาร่าน้ำตาไหลพราก แม่ขอโทษที่แม่ไม่บอกลูกเร็วกว่านี้ วันนี้แม่จะเล่าให้ลูกกับโจฟังทุกอย่าง เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้งไป โจเคาะประตูแล้วเดินเข้ามา สองแม่ลูกเงยหน้าขึ้นมองโจที่ลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าซาร่า แล้วยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ คุณแน่ใจนะว่าคุณพร้อมจะเล่าแล้ว ซาร่ายิ้มตอบรอยยิ้มอบอุ่นนั้น ไม่เคยพร้อมเท่านี้เลยค่ะ ชั้นอยากให้คุณฟังชั้นเล่าให้จบโดยไม่ขัดจังหวะตกลงมั้ยคะ เมื่อสามีและลูกพยักหน้า เธอก็เริ่มเล่าอดีตที่เจ็บปวดให้ผู้เป็นที่รักทั้งสองฟัง
ชั้นเจอกับเค้า มาคัส แม็คนีล ตอนชั้นอายุ 15 มาร์คอายุ 22 ในงานศพของพ่อแม่ชั้นที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ แล้วชั้นก็ตกหลุมรักเค้าตั้งแต่ตอนนั้น หลังจากงานศพชั้นก็มีเงินเหลืออยู่แค่นิดหน่อย ครอบครัวแม็คนีลเป็นญาติเพียงกลุ่มเดียวที่ชั้นมี คุณลุงคุณป้าสงสารเลยรับชั้นไปอุปการะ ชั้นก็เลยเข้าไปอยู่ในบ้านแม็คนีลตั้งแต่นั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ชั้นมีความสุขมากเพราะมาร์คบอกชั้นว่าเค้ารักชั้นเช่นกัน แล้วเราก็เลยมีความสัมพันธ์กัน เค้าบอกชั้นมากมายเกี่ยวกับความฝันและอนาคตของเราสองคน แต่หนึ่งปีให้หลังคุณลุงคุณป้าก็เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินตก ทิ้งมรดกทั้งหมดไว้ให้มาร์ค ตั้งแต่นั้นเค้าก็เปลี่ยนไป มันยากที่จะดูแลบริษัทด้วยตัวคนเดียวทั้งที่เค้ายังไม่มีประสบการณ์และอายุยังน้อย เค้าจึงเริ่มหาผู้ที่จะมาสนับสนุน แล้วเค้าก็เลือกลอเรนที่เป็นลูกสาวของผู้ถือหุ้นใหญ่คนหนึ่งของบริษัท เค้าบอกชั้นว่าเค้าจำเป็นต้องแต่งงานกับเธอเพื่อบริษัทแต่เค้าจะรักแต่ชั้นเท่านั้น และชั้นก็โง่พอที่จะหลงเชื่อ ตอนนั้นชั้นเหมือนหูหนวกตาบอด ชั้นเชื่อเค้าทุกอย่าง ทำทุกอย่างที่เค้าบอกให้ชั้นทำ เรายังคงมีความสัมพันธ์กันแม้ว่าเค้าจะแต่งงานแล้ว และลอเรนก็รู้ดีถึงความสัมพันธ์ของเรา จนกระทั่งชั้นท้องนาธาน ลอเรนจึงยื่นคำขาดให้มาร์คจัดการเรื่องชั้นให้เด็ดขาด เค้าเลยบังคับให้ชั้นแต่งงานกับคนของเค้าคนหนึ่งคือเดรค โคดี้ ชั้นจำเป็นต้องทำตามเพราะถ้าชั้นไม่ทำ เค้าจะให้ชั้นทำแท้ง ซาร่าสะอื้นออกมาอย่าสุดกลั้นหลังจากที่เล่ามายืดยาว นาธานร้องไห้เบาๆอย่างสงสารแม่แล้วโผเข้ากอดซาร่าเอาไว้แน่น โจที่นั่งฟังอย่างสงบแต่สายตาของเขาครุกรุ่นด้วยความโกรธต่อชายคนที่ทำความเจ็บปวดให้คนรัก เอื้อมมือมากุมมือซาร่าอย่างให้กำลังใจ ซาร่าถอนสะอื้นเงยหน้าขึ้นยิ้มให้โจอย่างขอบคุณ พลางยกมือข้างที่ว่างลูบหัวนาธานเบาๆแล้วเริ่มเล่าต่อ
ชั้นเหมือนตื่นจากความฝันที่เค้าสร้างขึ้นล้อมรอบตัวชั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาเค้าไม่เคยรักชั้นเลย ชั้นเสียใจที่สุดในชีวิตจนเกือบคิดสั้นแต่ชั้นก็คิดได้ ชั้นมีลูกที่ยังต้องห่วง แล้วชั้นก็แต่งงานกับเดรค เค้าเป็นคนดีมาก เค้าดีกับชั้นทุกอย่างเพราะสงสารชั้น เราอยู่ด้วยกันเหมือนเพื่อนมากกว่า หลังจากแต่งงานชั้นก็ตัดขาดจากมาร์คอย่างเด็ดขาด ชั้นไม่เคยพบเค้าอีกเลย เราอยู่ด้วยกัน 10 ปีเดรคก็จากไป ชั้นเป็นม่ายมา 5 ปี จนพบคุณนั่นเหละค่ะ ซาร่ารู้สึกโล่งใจอย่างที่สุดที่ได้เล่าทุกอย่างให้พวกเขาฟัง เธอเงียบไปอย่างรอคอย
เค้ามาที่นี่วันนี้ใช่มั้ย โจทำลายความเงียบขึ้น
ใช่ค่ะ ชั้นไม่รู้ว่าทำไมเค้าถึงได้มาพบชั้นอีกหลังจากที่เรื่องมันผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว ซาร่ากล่าวด้วยความกังวลใจ
ถ้าคุณบอกผมก่อนหน้านี้ซาร่า ผมคงได้ฆ่ามันแล้ววันนี้ โจกล่าวเสียงกร้าว ตาวาวด้วยความโกรธแค้น มันไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเอาซะเลย บัดซบที่สุด เขาลุกขึ้นแล้วดึงซาร่ามากอดไว้ พระเจ้า ผมน่าจะได้พบคุณก่อนหน้านี้ ผมอยากจะอยู่กับคุณตอนนั้น ผมจะได้ปกป้องคุณจากมัน เขากล่าวอย่างดุเดือดด้วยแรงอารมณ์ ซาร่ากอดตอบแน่นพลางซบหน้าลงกับอกกว้างของชายหนุ่ม ปล่อยมันผ่านไปเถอะค่ะ อย่างที่ชั้นทำมาแล้ว มีเรื่องอื่นที่ชั้นกังวลมากกว่า โจกระชับอ้อมกอดขึ้น เรื่องอะไร ที่รัก ซาร่าเงยหน้าขึ้นสบตาชายที่เธอรักเขาอย่างแท้จริง นาธานค่ะ
ผู้ใหญ่ทั้งสองหันมามองเด็กหนุ่มที่นั่งมองพวกเขาตาแป๋ว ดวงตาสีเขียวสดฉายแววเศร้าสร้อย ซาร่าผละจากโจมานั่งข้างๆนาธานแล้วดึงเขามากอดไว้ หันมาสบตาชายหนุ่มอีกครั้ง มาร์คบอกชั้นว่าเค้าต้องการตัวนาธาน
โจเดินมานั่งอีกข้างของนาธาน ยกมือจับไหล่ของเด็กหนุ่มเบาๆ นาธานหันกลับมา ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้นนะ นาธาน เขาสบตานาธาน แล้วมองเลยไปสบตากับซาร่า แล้วกลับที่นาธานอีกครั้ง ชั้นให้สัญญากับพวกเธอทั้งสองคนได้เลยว่า จะไม่อะไรหรือใครจะพรากพวกเธอไปจากชั้น ชั้นจะปกป้องพวกเธอจากคนเลวคนนั้นด้วยทุกวิธีที่ชั้นรู้จัก เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ชั้นจะไม่มีวันให้ไอ้เจ้าคนชั่วนั่นแตะต้องพวกเธอเด็ดขาด โจพูดช้าๆด้วยน้ำเสียงจริงจังที่สุด
ขอบคุณมากค่ะ ที่รัก ซาร่ายิ้มทั้งน้ำตา จะดีแค่ไหนนะถ้าเธอเจอกับโจก่อน แทนที่จะเป็นมาร์ค เธอคงได้รู้จักกับความรักและความสุขแทนที่จะเป็นความทุกข์แสนสาหัสอย่างที่เธอได้เจอมา
ขอบคุณครับ ลุงโจ นาธานยิ้มแล้วโผเข้ากอดโจ เขากอดตอบพลางลูบหัวนาธานเบาๆ เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ ยังจะเรียกลุงโจอีกเหรอ นาธานผละจากอ้อมกอดของโจ สบตาเขาอย่างค้นหา ผม...ได้เหรอฮะ เขาหันไปหาซาร่า แม่ฮะ ซาร่ายิ้มให้อย่างอ่อนโยนแล้วพยักหน้า นาธานหันกลับมาหาโจ แล้วยิ้มอย่างดีใจที่สุดในชีวิต
พ...พ่อฮะ นาธานเอ่ยเบาๆ คำนี้มีความหมายต่อเขาเหลือเกิน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาคนที่เขาเรียกว่าพ่อนั้นไม่เคยให้ความรู้สึกว่าเป็นพ่อซักครั้ง แต่กับโจแล้ว คำที่เขาเอ่ยออกมาทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เหมือนหลุมในใจเขาถูกถมจนเต็ม
อ้าว ทำหน้าดีใจขนาดนั้นแล้วร้องไห้ทำไมล่ะเนี่ย ดูสิหมดหล่อหมดเลย โจเย้า เขารู้ว่านาธานต้องการสิ่งนี้มากขนาดไหน
นาธานปาดน้ำตาทิ้งแล้วหัวเราะ ก็มันดีใจนี่ฮะ
เอาล่ะเราพักเรื่องนี้ไว้ก่อนวันนี้ ยกให้เป็นหน้าที่ของผมนะซาร่า โจบอกกับภรรยา ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้วนะนาธาน ชั้นจะจัดการเรื่องนี้เอง ตกลงมั้ย โจลูบหัวนาธานอย่างอ่อนโยน
ตกลงฮะงั้นพวกเราก็ไปพักผ่อนกันเถอะ ที่รัก เขาดึงซาร่าให้ลุกขึ้น
ราตรีสวัสดิ์ฮะ คุณพ่อ คุณแม่
ซาร่าก้มลงจูบหน้าผากนาธานเบาๆ ราตรีสวัสดิ์ลูกรัก แล้วจูงมือโจเดินออกจากห้องไป ฝันดีนะนาธาน โจหันมาบอกก่อนปิดประตู
ใช่ ฝันดี นาธานยังคงยิ้มค้างอยู่พลางล้มตัวลงนอน วันนี้อาจจะเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุดในชีวิต 15 ปีที่ผ่านมาเขารู้สึกเหมือนบางอย่างในชีวิตขาดหายไปแต่ขณะนี้ เวลานี้เขาไม่รู้สึกอย่างนั้นอีกแล้ว และเขาก็ภาวนาก่อนที่เขาจะม่อยหลับไป ให้ความสุขที่เขาได้รับตอนนี้คงอยู่กับเขาตลอดไป...
****************************************
พ่อมาอังกฤษทำไมกันแน่ เชนถามขึ้นขณะที่นั่งรถกลับโรงแรม ผู้เป็นพ่อหันมามองลูกชายด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันกลับไปมองวิวนอกหน้าต่างตามเดิม เชนขมวดคิ้วมากขึ้น ไม่ใช่แค่มาดูบริษัทสาขาเท่านั้นใช่มั้ยฮะ เชนถามอย่างหยั่งเชิง จ้องพ่อตัวเองเขม็งผู้เป็นพ่อเหยียดยิ้มน้อยๆ ฉันรู้ว่าแกฉลาดและช่างสังเกต ไหนแกบอกชั้นสิว่าแกรู้อะไร
อย่าเปลี่ยนเรื่องสิฮะพ่อ ผมรู้ว่าพ่อไม่เสียเวลาไปงานปาร์ตี้นั่นหรอก ถ้ามันไม่มีอะไรที่น่าสนใจมีเสียงหัวเราะหึ หึ ดังมาเข้าหู เชนเลิกคิ้วนี่พ่อเขามีอารมณ์ขันด้วยเหรอ
แกเหมือนชั้นมากกว่าที่แกจะรู้เชน และถึงแกจะเดาถูกแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของแก มาร์คกล่าวเสียงเรียบ
ใช่แน่ๆ ถ้าเรื่องที่ผมคิดไว้มันเป็นเรื่องจริง เชนกล่าวเสียงกร้าวอย่างไม่ยอมแพ้ พ่อสนใจใครบางคนที่งานนั่น ถ้าจะพูดให้ตรงก็คือแม่ลูกเจ้าของงานนั่นใช่มั้ยฮะ
ชั้นรู้อยู่แล้วว่าแกต้องสงสัย มาร์คเหยียดยิ้มอีกครั้ง แกคงรู้อีกล่ะสิว่าทำไม
นาธานเป็นน้องชายผม เชนกล่าวอย่างแน่ใจแล้วตอนนี้
ใช่ เค้าเป็นลูกของชั้นและผู้หญิงคนนั้นก็เป็นของชั้นเหมือนกัน มาร์คพูดอย่างเฉยชา และอะไรที่เป็นของชั้น ชั้นจะไม่มีวันให้มันตกไปอยู่ในมือของคนอื่น
น้ำเสียงเย็นเยียบที่เชนได้ยินทำให้เขารู้สึกขนลุก เขารู้ดีว่าพ่อของเขาเป็นเช่นไร แต่เค้าแต่งงานไปแล้วนะฮะ พ่อไม่ควรทำอะไรที่จะเป็นการทำลายครอบครัวของคนอื่น เชนพยายามชี้ให้พ่อเขาเห็นเหตุผล
แกคิดจะสอนชั้นงั้นเหรอ เจ้าเด็กน้อย มาร์คหันมามองเชนตาวาว อย่าลืมสิว่าแกเป็นลูกของชั้น
เชนสู้ตาพ่อไม่ยอมหลบ แต่มันไม่ถูกต้องนะฮะ เมื่อพวกเค้ามีความสุขไปแล้ว พ่อก็ควรปล่อยเค้าไป เท่าที่ผมคาดการณ์ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นก่อนผมเกิดซะอีก ผมไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างระหว่างผู้หญิงคนนั้นกับพ่อ แต่ผมคิดว่าถ้าเค้าเลือกที่จะอยู่กับผู้ชายคนนั้น พ่อก็ควรวางมือจากพวกเขาซะ
ใช่ แกไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลยจริงๆ มาร์คพูดเสียงกร้าว อย่ามายุ่งกับเรื่องนี้เชน
เชนหรี่ตามองผู้เป็นพ่ออย่างสงสัย เพราะพ่อของเขามักจะไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมาให้คนอื่นได้รู้ แต่เรื่องของผู้หญิงคนนี้กลับทำให้พ่อของเขาแสดงอารมณ์ออกมามากกว่าที่เป็นตามปกติ หรือว่าเธอจะมีความหมายต่อพ่อเขามากกว่าที่เขารู้ บางทีพ่อเขาอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ว่าเธอมีความหมายกับตัวเองขนาดไหน พ่อต้องการตัวนาธานหรือแม่ของเค้ากันแน่
เหมือนคำถามนี้จี้ใจดำมาร์คอย่างจัง เขาหันควับมามองหน้าเชนทันที ดวงตาสีเขียววาววับ มีความรู้สึกหลากหลายฉายออกมา ความโกรธ ความเจ็บปวด รู้สึกผิด แค่แวบเดียวเท่านั้น แต่เขาก็ยังมองเห็นมันได้ เชนรู้สึกทั้งแปลกใจและตกใจ พ่อเค้ายังมีความรู้สึกเหล่านี้หลงเหลืออยู่อีกเหรอเนี่ย
แกเหมือนชั้นมากเกินไปเชน มาร์คพูดเสียงเย็น แกเก่งมากที่มองเห็นมัน ใช่ นาธานเป็นเพียงคนที่จะทำให้ชั้นได้ในสิ่งที่ต้องการ แววตาของมาร์คกลับสู่ความเย็นชาตามเดิม รู้สึกว่าแกจะอยากปกป้องพวกเค้าเหลือเกินนะ
ผมอาจจะทำอย่างนั้นก็ได้ เชนพูดอย่างท้าทาย
แล้วชั้นจะคอยดู มาร์คโต้กลับ แกเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว และชั้นขอเตือนว่าอย่ามายุ่งเรื่องของชั้น เขาตัดบทแล้วหันไปมองวิวนอกหน้าต่างตามเดิม
เชนจึงเงียบไป เขารู้ว่าไม่มีประโยชน์ใดๆที่จะพูดกับพ่อของเขาตอนนี้ เขารู้ว่าถ้าพ่อตัดสินใจจะทำอะไรแล้วก็ไม่มีใครมาห้ามได้ ตอนนี้ตัวเขาคงต้องใจเย็นๆและคอยสืบให้รู้ว่าพ่อเขาคิดจะทำยังไงกับสองแม่ลูกนั่น พ่อเขาพูดถูกเรื่องที่เขาอยากปกป้องโดยเฉพาะนาธานแค่ได้เห็นหน้าเขาก็รู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ สิ่งที่เขาโหยหามันมาตลอด ความผูกพันของคนที่เป็นครอบครัวเดียวกัน สิ่งที่เขาไม่เคยได้รับจากผู้เป็นพ่อ
เชนถอนใจเบาๆอย่างน้อยวันนี้เค้าก็มีเรื่องให้ยิ้มให้หัวเราะมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา นอกจากดีใจที่ได้พบน้องชายที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีแล้ว ยังได้พบกับเร็น หนุ่มน้อยจอมร้ายกาจที่มีรอยยิ้มของนางฟ้า นี่เขาคงต้องใจเร็นเข้าจริงๆซะแล้วมั้งเพราะป่านนี้เขายังรู้สึกถึงรอยจูบแสนหวานจากริมฝีปากบางๆนั้นอยู่เลย
*****************************************
สามวันต่อมา
R R R R .
ฮัลโหล บ้านมอริสครับ เรียวตอบรับนั่นเรียวใช่มั้ย ชั้นเชนนะ
เชนเหรอ เฮ้เป็นไงมั่ง นายได้เบอร์บ้านชั้นมาได้ไง เรียวถามอย่างยินดีที่ได้ยินเสียงเพื่อนใหม่
ความสามารถพิเศษน่ะ เอ่อ ขอพูดกับเร็นหน่อยได้เปล่า เชนอยากได้ยินเสียงเร็นใจจะขาด
ฮะ ฮะ กะแล้วเชียว เดี๋ยวนะนายนั่นช่วยแม่ทำกับข้าวอยู่ เรียวหัวเราะ
หา! อย่างเร็นเนี่ยนะทำกับข้าว เชนไม่อยากเชื่อ
ใช่ดิ หมอนั่นเก่งนา ทำอร่อยไม่แพ้แม่เลยล่ะ เดี๋ยวชั้นเรียกให้นะ เรียวบอกแล้วพักสายไว้เดินไปเรียกน้องชาย เร็น โทรศัพท์นายแนะ
เร็นโผล่มาจากครัว ใครอ่ะ คุยตั้งนาน
อยากรู้ก็มารับดิ เรียวทำหน้ามีเลศนัย แล้วเดินไปนั่งทำไม่รู้ไม่ชี้ที่โซฟาใกล้ๆเร็นทำหน้าสงสัยพลางรับโทรศัพท์ เร็นครับ
ไงนางฟ้า กำลังคิดถึงชั้นอยู่รึเปล่าเอ่ย เชนส่งเสียงออดอ้อนมาตามสาย
ช...เชน!! เจ้าบ้าใครเค้าคิดถึงนายกัน แล้วนายไปเอาเบอร์ชั้นมาจากไหน เร็นรู้สึกหน้าร้อนซู่ขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงชายหนุ่ม ทำไมเขาต้องดีใจขนาดนี้ด้วยนะ แล้วส่งสายตาค้อนเรียววงใหญ่ จนเรียวหัวเราะก๊าก
ไม่สำคัญหรอกว่าชั้นได้มาได้ไง ที่สำคัญน่ะชั้นได้มาแล้ว ชั้นคิดถึงนายนะเร็น เชนบอกเสียงอ่อนโยน จนทำให้เร็นหน้าแดงแปร๊ด
บ้า! พูดอยู่ได้หน้าไม่อาย มีอะไรก็ว่ามาสิ เร็นว่าแก้เขิน
ฮะ ฮะ ก็ได้ พรุ่งนี้นายว่างรึเปล่าล่ะ ชั้นจะชวนนายไปเที่ยว เชนถามอย่างกระตือรือร้น
อ๋อ อยากได้คนนำเที่ยว ทำไมไม่ไปหาที่บริษัทไกด์ล่ะ โทรมาหาชั้นทำไม เร็นพูดอย่างแสนงอน
ใครบอกล่ะว่าชั้นอยากได้คนนำเที่ยว ชั้นชวนนายไปเดทต่างหาก ทำงอนไปได้ เชนว่าให้
จริงเหรอ แล้วชวนเรียวไปด้วยได้ป่ะ เร็นแกล้งเฉไฉ
รีบหา กขค เชียวนะ ก็ได้ชวนเรียวไปด้วยแต่นายอย่าหวังว่าจะไปแอบหลังเรียวเหมือนคราวที่แล้วนะ เรียวกับชั้นน่ะเป็นพันธมิตรกันแล้วรู้รึเปล่า เชนรีบดักคอนายตัวร้ายไว้ก่อนจะเฉไฉไปมากกว่านี้
รู้แล้วล่ะน่า ไม่ต้องย้ำ งั้นพรุ่งนี้สิบโมงนายมาเจอชั้นที่ร้าน Bug ตรงจัตุรัสใกล้ๆเซนต์เจมส์พาร์คแล้วกันรู้จักรึเปล่าตกลงตามที่นายว่า เดี๋ยวชั้นขอสายเรียวด้วยสิ เชนกล่าวอย่างอารมณ์ดี
ไม่ต้องตกลงรวมหัวกันมาแกล้งชั้นเลยนะ จับได้ล่ะน่าดู เร็นขู่สัมทับ ก่อนค้อนโทรศัพท์อีกวงเบ้อเร่อ แล้วหันไปเรียกคู่แฝด เค้าจะพูดกับนายแน่ะ เรียวรับสายมาพร้อมกับหัวเราะขำน้องชาย
เชอะ เป็นพันธมิตรกันแล้วงั้นเหรอ เจ้าพี่บ้าไม่ห่วงน้องบ้างเลย เร็นบ่นเสียงดังพร้อมทุบแขนเรียวดังปึ๊ก!! ก่อนจะเดินหนีเข้าครัวไป
อูย มือหนักเป็นบ้าเลย เรียวบ่นยิ้มๆพลางลูบแขนป้อยๆ ว่าไง เขากรอกเสียงลงไป
รู้ทันเป็นบ้าเลยน้องของนายน่ะ อีกฝ่ายหัวเราะมาตามสาย พรุ่งนี้เรานัดกันไปเดทน่ะ เร็นอยากให้นายไปด้วย ชั้นก็เลยคิดว่านายน่าจะชวนนาธานไปอีกคนจะได้ครบคู่ไง
นายไม่บอกชั้นก็คิดไว้อยู่แล้วล่ะ แผนสูงเหมือนกันนะพี่ชาย เรียวหัวเราะชอบใจ
แน่นอน แต่ไมล์ก็คงไปด้วยอีกคนแหละ ไม่ว่ากันนะ เชนถาม
ไม่มีปัญหาหรอก งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ Bye เชน
Bye เชนวางหูแล้วยิ้มอย่างยินดี เขาต้องยอมรับว่าเขาคิดถึงเร็นจริงๆ เขาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนเลย พรุ่งนี้แล้วสินะที่จะได้เจอกันอีกครั้งวันรุ่งขึ้น ที่ร้าน Bug ตรงจัตุรัส 9 : 50 am
เมื่อไหร่จะมาซักทีนะ เร็นยกนาฬิกาขึ้นดูเป็นรอบที่สามแล้วบ่นอย่างหงุดหงิดเรียวนั่งมองน้องชายอย่างขบขัน นายจะหงุดหงิดไปทำไม ยังไม่สิบโมงซักหน่อย นาธานเองก็ยังไม่มาเลย
เร็นหันมาค้อนควับ ก็อยากนัดเค้ามา ก็น่าจะมารอก่อนสิ คอยดูนะมาเมื่อไหร่จะว่าให้หูชาเลยเชียว
ให้มันจริงเหอะ เรียวหัวเราะเบาๆ
ขอโทษทีที่มาช้า หวัดดีเรียว เร็น นาธานบอกปนหอบแล้วยิ้มให้อย่างสดใส
หวัดดีนาธาน นั่งก่อนสิ เร็นยิ้มให้แล้วก็กลับไปทำแก้มป่องเหมือนเดิม
นาธานนั่งลงแล้วมองเร็นอย่างสงสัย หันหน้ามาก็พบว่าเรียวจ้องเขาอยู่แล้ว ดวงตาสีเขียวสบกับตาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำของเรียว เขารู้สึกว่ามีสีสันผุดขึ้นที่แก้มทันควัน แต่ก็ไม่อาจหลบสายตาอบอุ่นของเรียวไปได้
เรียวเห็นแก้มของนาธานที่เป็นสีชมพูจากการรีบเดินมาหาพวกเขา เปลี่ยนเป็นสีแดงก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจ เหนื่อยมั้ยนาธาน ความจริงไม่ต้องรีบก็ได้ ยังไม่สิบโมงเลย
นาธานหลบตาเรียวอย่างเขินๆ ก็ชั้นไม่อยากให้พวกนายรอนี่นา แล้วกระซิบถามเรียวเบาๆ เร็นเค้าเป็นอะไรไปเหรอ เรียวกระซิบตอบ ก็เชนยังไม่มาน่ะสิ
อย่ามากระซิบกระซาบกันนะ เร็นว่าอย่างงอนๆ นี่นาธานก็เข้าพวกกับพวกนี้ด้วยเหรอ แล้วก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
โธ่เอ๊ยเร็น ชั้นไม่เป็นพวกใครทั้งนั้นแหละ อย่างอนเลยน่าเดี๋ยวเชนก็มาแล้วล่ะ นาธานรีบโอ๋เร็นตามเคย (หลงกลนายตัวร้ายอีกแล้ว)
เลิกบ่นได้แล้วเร็น นู่นน่ะหันไปซิ เรียวชี้ไปด้านหลังของเร็น
เร็นหันขวับไปทันที แล้วมองคนที่เดินมาอย่างตะลึง ทำไมวันนี้เชนดูดีกว่าที่เขาจำได้ล่ะเนี่ย หนุ่มน้อยมองชายหนุ่มไล่ไปตั้งแต่กางเกงยีนส์กระชับตัวสีดำ เสื้อคอเต่าสีเทาเข้มกับแจ็คเก็ตหนังสีดำ ช่วยขับเน้นให้ดวงตาสีเขียวดุจมรกตให้โดดเด่นขึ้นมาจากดวงหน้าที่ประดับรอยยิ้มเฉี่ยวๆนั่น ก้าวย่างที่มั่งคงและดวงตาที่มองตรงมาที่เขา ตรึงให้เขามองสบตาด้วยอย่างไม่อาจหลบไปได้ ตลอดทางที่เดินมาเชนทำให้ผู้หญิงทั้งสาวและไม่สาวมองตามกันจนเหลียวหลัง
ไง ชั้นไม่ได้สายใช่มั้ย เชนทักทุกคนทันทีที่มาถึง หวัดดีเร็น เชนแอบยิ้มในใจ ทำตาโตแบบนี้สงสัยจะทึ่งในความหล่อของเรามาก รอชั้นไม่นานใช่มั้ย
อะ เอ่อ ไม่นานหรอก เร็นตอบตะกุกตะกัก แก้มเป็นเป็นสีชมพูซ่านขึ้นมาทันที หลบตาเชนด้วยความเขิน
ไหนบอกว่าจะว่าให้หูชาเลยไง เรียวแซวเบาๆ แล้วหันไปหัวเราะหึ หึ กับนาธาน
อะ จริงด้วย นี่เชนคราวหน้าถ้านายเป็นคนชวนอีก นายต้องมาก่อนเวลา 15 นาทีเป็นอย่างน้อยรู้มั้ย นายต้องเป็นคนมารอไม่ใช่พวกชั้น เหมือนเร็นจะฟื้นคืนชีพ พอนึกได้ก็รีบใส่เชนเป็นชุดๆ
ครับผม ท่านนายพล เชนทำท่าตะเบะ เรียกรอยยิ้มหวานจ๋อยจากเร็นได้ทันที
ดีมาก หัดเชื่อฟังชั้นไว้ก็ดีแล้ว เร็นเชิดใส่อย่างไว้ฟอร์ม
หวัดดีครับทุกคน ไมล์ส่งเสียงทัก กลัวว่าคนอื่นๆจะลืมเขาซะก่อน
หวัดดีไมล์ เรียวกับนาธานทักตอบ
นี่พาผู้คุมมาด้วยเหรอ เร็นแกล้งถาม
ไมล์ก็ได้แต่อมยิ้มตอบอย่างใจเย็น จนเร็นทำหน้าไม่ถูกเพราะแหย่ไม่ขึ้น
โกรธใครเป็นมั่งรึเปล่าเนี่ย เร็นบ่นอุบอิบ
สบายดีเหรอนาธาน เชนทักน้องชาย เพราะนาธานดูยิ้มแย้มสดใสขึ้นกว่าที่เจอคราวก่อนมาก
ดีมากเลย นายล่ะ
ดีที่สุด เชนบอกพร้อมกับยิ้มกว้าง เราจะไปไหนกันดีล่ะ
แล้วนายอยากไปไหนล่ะ เรียวถามชั้นอยากเห็น Big Ben น่ะ นาธานกล่าวขึ้น
งั้นก็ไปที่ Big Ben ก่อน เรียวรีบสนับสนุน
แหม หมั่นไส้ เร็นว่าเบาๆทำแก้มป่องใส่เรียว
เอางี้ พวกเราไปถ่ายรูปที่ Big Ben กันก่อนแล้วกัน จากนั้นพวกนายก็นำไปเลย ไปไหนชั้นก็ไปด้วยอยู่แล้ว เชนบอกพร้อมส่งยิ้มกระชากใจให้เร็นจนเจ้าตัวเผลอยิ้มตอบ
งั้นก็ได้ เอาล่ะไปกันเลย ดูแลน้องชั้นด้วยนะ แล้วเรียวก็จูงมือนาธานเดินนำไปทันที
อะไรเล่า มายกให้ง่ายๆงี้เลยเหรอ เจ้าเรียวบ้า เร็นว่าตามหลังแล้วทำแก้มป่อง
เอาน่า เดินกับชั้นก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ อย่าทำแก้มป่องสิเดี๋ยวไม่น่ารักนะ แล้วเชนก็จูงมือเร็นเดินตามไปบ้างไม่ให้น้อยหน้าอีกคู่ ไมล์เดินตามหลังไม่ห่างมากนัก
ใครบอกนายเล่า ชั้นทำอะไรก็น่ารักทั้งนั้นแหละ เร็นยังไม่ยอมแพ้ ไม่ต้องจูงก็ได้ ชั้นเดินเองเป็น แล้วก็พยายามดึงมือออกจากมือใหญ่ แต่ดึงไม่ออก ใช่ นายน่ารักเสมอแหละชั้นถึงต้องจับไว้แบบนี้ไง ไม่งั้นคนอื่นจะคว้าตัวนายไปซะก่อน เชนก้มมากระซิบใกล้ๆเล่นเอาเร็นเขินหน้าแดง เชนกระชับมือน้อยที่จับอยู่แน่นขึ้น เร็นเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูง ก็พบสายตาจริงจังที่มองสบเขาอยู่ ทำให้เขารู้สึกอบอุ่บวาบเข้าไปถึงหัวใจ ไม่เคยมีใครมองเขาด้วยแววตาแบบนี้มาก่อนเลย เร็นประสานมือกับเชนแล้วหลบตาด้วยความเขิน รีบตามเรียวไปกันเหอะ เชนยิ้มดีใจในสิ่งที่เร็น แสดงออกกับเขา เร็นจะรู้ไหมนะว่าเขาดีใจแค่ไหน
ไมล์มองเพื่อนกับเร็นอย่างยินดี นี่เชนรู้ตัวรึเปล่านะว่าเขาเอาใจใส่และสนใจเป็นห่วงเป็นใยเร็นมากขนาดไหน เขาไม่เคยเห็นเชนเป็นอย่างนี้มาก่อนเลย ก็ใช่ว่าเชนจะไม่มีคนอื่นเข้ามาใกล้ชิดนะแต่เชนไม่เคยให้ความสำคัญกับใคร จนเชนเองก็กลัวว่าตัวเขาจะเป็นเหมือนพ่อที่ไม่รู้จักที่จะรักคนอื่นนอกจากตัวเอง นั่นคือสิ่งที่เชนกลัวที่สุด แต่เร็นก็ช่วยให้เชนไม่เป็นอย่างนั้น ตัวเขาก็ได้แต่หวังว่าคงไม่เกิดอะไรขึ้นจนทำให้เชนกลับไปเป็นอย่างเดิมอีก
เมื่อทั้งห้าคนมาถึง Big Ben ก็ลงมือถ่ายรูปกันอย่างจุใจ โดยมีไมล์เป็นตากล้องเป็นส่วนใหญ่ ทั้งสี่โพสท่าถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนแถวนั้น
ดูคนนั้นสิเธอ หล่อเป็นบ้าเลยดารารึเปล่าน่ะ เสียงสาวคนหนึ่งพูดขึ้น บ้า! พูดซะดังเชียว เดี๋ยวแฟนเค้าก็ได้ยินหรอก อีกคนว่า นั่นมันผู้ชายนะยะ สาวคนเดิมพูด แหม สวีตกันขนาดนั้นทำไมจะไม่ใช่ ดูดิเหมาะกันจะตาย อีกคนชี้ให้เห็น ใช่ๆ น่าอิจฉาจังเลย คนอื่นๆในกลุ่มพากันถอนหายใจ ดูอีกคู่สิ หน้าสวยพอกันเลย สาวอีกคนชี้ให้ดูคู่ของเรียวกับนาธาน คู่นี้ก็เหมาะกัน น่ารักทั้งคู่เลย แล้วสาวๆกลุ่มนั้นก็ส่งเสียงวี๊ดว๊ายเบาๆ เมื่อเชนกับไมล์เดินเข้ามาหา
ขอโทษนะครับ ช่วยถ่ายรูปพวกเราให้หน่อยได้มั๊ยครับ เชนกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาดใจเล่นเอาทั้งกลุ่มแทบจะระทวย ของผมด้วยนะครับ ไมล์บอกบ้างพร้อมกับยิ้มตามแบบฉบับ สาวๆก็ตะลึงไม่แพ้กัน แหมก็ไมล์น่ะใช่ว่าจะขี้เหร่ซะเมื่อไหร่ แม้ว่าจะไม่หล่อเท่าเชน แต่ด้วยความสูงพอๆกัน รูปร่างเหมือนนักกีฬาเพราะฝึกศิลปะการป้องกันตัวทุกรูปแบบ ผมสีน้ำตาลอ่อนแกมทอง ตาสีฟ้าใสที่ฉายแววอบอุ่นอยู่เป็นนิจกับรอยยิ้มมีเสน่ห์ที่ประดับบนใบหน้าอยู่เสมอ ก็ทำให้สาวๆหลงไหลได้เหมือนกันนะ
ด...ได้สิคะ แล้วรับกล้องมาอย่างฝันๆ พอถ่ายรูปเสร็จ เชนกับไมล์ก็มาเอากล้องคืน ขอบคุณมากเลยนะครับ ไมล์กล่าวแล้วยิ้มให้อีกครั้ง ขอบคุณครับ แหมสาวอังกฤษนี่ใจดีจัง แล้วทั้งคู่ก็เดินกลับมาสมทบกับคนอื่น เชนหัวเราะชอบใจที่มีเสียงกรี๊ดกร๊าดตามหลังมา
ป๊อปปูล่าเหลือเกินนะ เร็นว่าด้วยความหมั่นไส้จ้องเชนตาเขียวปั๊ดแล้วเดินหนีไป
ดูสิเร็นงอนไปนู่นแล้ว ชั้นไปตามก่อนนะ นาธานบอกแล้วรีบเดินตามเร็นไป
เฮ้อ แล้วจะให้ชั้นทำยังไงกับหน้าตัวเองเล่า เชนหัวเราะไปบ่นไป
ซื้อไอศครีมไปง้อสิ หมอนั่นชอบไอศครีมช็อกโกแลตเป็นชีวิตจิตใจเลย เรียวแนะนำ
งั้นก็ไปกันเลย เชนบอกแล้วรีบลากเรียวกับไมล์ไปซื้อของโปรดของหวานใจทันที
เร็น รอด้วยสิ เร็น นาธานคว้าแขนร่างบางไว้ได้ก่อนจะหายไป จะเดินหนีไปไหนน่ะ เร็นหยุดเดินทำหน้างอ นายก็เห็นนี่ ระริกระรี้อะไรขนาดนั้น เห็นแล้วหมั่นไส้ แล้วก็ทำปากยื่นอย่างไม่พอใจ
ไม่เอาน่า อย่าทำแบบนี้สิ ดูซิไม่น่ารักเลยนะ นาธานส่ายหน้าขำๆ เชนเค้าไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย ออกจะเอาอกเอาใจนายจะตายไป แถมยังมองแต่นายคนเดียวด้วยนะ นาธานบอก
จริงเหรอ เร็นถามอย่างไม่ค่อยจะแน่ใจ
จริงสิ ชั้นไม่หลอกนายหรอก
ก็มันอดไม่ได้นี่ ชั้นไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะนาธาน เร็นบอกพลางถอนใจ หมอนั่นเป็นคนแรกเลยที่ทำให้ชั้นเป็นแบบนี้ แค่เห็นเค้ายิ้มให้คนอื่นชั้นก็...ก็ เร็นอึกอัก หึง นาธานต่อให้ ใช่ คงงั้นแหละ เร็นพูดเขินๆ
ชั้นเจอหมอนั่นไม่ถึง 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้นะ เร็นถามเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่าอยากรู้คำตอบ
ไม่แปลกหรอกเร็น นาธานยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
ชั้นก็รู้สึกว่ารู้จักเรียวมานานแล้วทั้งที่เพิ่งจะพบเค้าเหมือนกัน ชั้นเคยปิดกั้นตัวเองไม่ยอมผูกพันกับใคร จนมาพบเรียวนั่นแหละ เหมือนเค้าเปิดโลกใหม่ให้ชั้น ชั้นไว้ใจเค้าอย่างที่ไม่เคยไว้ใจใครมาก่อนเลยล่ะเร็นฟังที่นาธานบอกแล้วยิ้มกว้าง นายชอบเรียวล่ะสิ นาธานยิ้มเขินๆแล้วพยักหน้า ใช่ อย่าเพิ่งบอกเรียวนะ
ได้อยู่แล้ว รับรองไม่บอกหรอก ปล่อยให้ไม่รู้นั่นแหละดี อยากเข้าพวกกันดีนัก เร็นยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วยักคิ้วให้ นาธานหัวเราะได้แต่ส่ายหน้าในความร้ายกาจของเร็นมาทำอะไรแถวนี้จ๊ะคนสวย เสียงห้าวๆถามขึ้นด้านหลังของนาธาน
สองหนุ่ม(สวย)หันควับไปทันที ผู้ชายท่าทางเหมือนอันธพาลสามคนยืนอยู่พลางมองเร็นกับนาธานอย่างโลมเลีย ไปเที่ยวกับพวกพี่ดีกว่าน้อง
นาธานมองพวกมันอย่างเย็นชาแต่ก็เตรียมตัวบู๊เต็มที่ ขอโทษ ผมไม่คิดว่าจะเคยรู้จักพวกคุณ หันไปดึงมือเร็นเพื่อเดินหนี ไปกันเถอะเร็น
แต่พวกอันธพาลทั้งสามขยับมาขวางทางไว้ จะรีบไปไหนเล่า โอ้โห ผู้ชายเหรอเนี่ยหน้าสวยกว่าผู้หญิงอีก แบบนี้พี่ก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ เจ้าหัวโจกพูดขึ้น อีกสองคนหัวเราะชอบใจ
ชั้นว่าพวกแกหลบไปดีกว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัว เร็นพูดเสียงกร้าว
โอ้ ดุซะด้วย ดีแบบนี้พวกพี่ชอบ เจ้าหัวโจกพูดแล้วพวกมันก็ย่างสามขุมเข้าหาพลางแสยะยิ้มอย่างน่าเกลียดที่สุด สองหนุ่มหันหลังชนกันพร้อมตั้งท่าสู้
เจ้าหัวโจกคว้าหมับเข้าที่แขนของนาธาน แล้วมันก็ต้องร้องจ๊ากเพราะถูกนาธานบิดแขนของมันไขว้หลังด้วยความรวดเร็ว แล้วนาธานก็ถีบมันจนหัวคมำหน้าทิ่มพื้นไป อีกคนพยายามเข้าไปจับตัวเร็นก็โดนเตะเข้าที่กล่องดวงใจจนหน้าเขียวลงไปกองกับพื้น อีกคนเข้าไปรัดนาธานจากด้านหลังก็ถูกนาธานศอกกลับเข้าที่ท้องจนตัวโยนแล้วนาธานก็บิดแขนมันกลับหลังคว่ำหน้ามันลงกับพื้นแล้วเอาเข่ากดไว้อย่างแรงจนมันร้องจ๊าก
นาย O.K. นะนาธาน เร็นถามมองนาธานด้วยความทึ่ง เห็นบอบบางอย่างนี้แต่เก่งชะมัด
สบายมากแค่นี้น่ะเด็กๆ นาธานบอกยิ้มๆ แต่เหลือบไปเห็นการเคลื่อนไหวด้านหลังเร็น เร็นระวัง!!!
เจ้าคนที่ถูกเร็นเตะฟื้นตัวขึ้นมาแล้วมารวบตัวเร็นไว้จากด้านหลัง เร็นดิ้นสุดชีวิต ปล่อยชั้นนะไอ้เลว ปล่อยเซ่ ไอ้พวกหมาหมู่ นาธานรีบลุกขึ้นจะเข้าไปช่วยเร็น แต่เจ้าหัวโจกมาขวางทางไว้ก่อน พร้อมกับมีดวาววับในมือ พูดกันดีๆไม่รู้เรื่อง อย่างนี้คงต้องสั่งสอนกันหน่อยแล้วมั้ง พร้อมกันนั้นเจ้าคนที่นาธานกดเอาไว้กับพื้นก็ลุกขึ้นมาสมทบกันพลางสะบัดแขนเร่าๆ แรงเยอะเป็นบ้า เจ็บแบบนี้คงต้องเอาคืนให้คุ้มหน่อยแล้วล่ะลูกพี่
นาธานเริ่มตั้งท่าเตรียมสู้ ตาก็เหลือบมองเร็นด้วยความเป็นห่วง นี่เขาจะสู้พวกมันได้มั้ยเนี่ย
มาสนุกทางนี้ดีกว่ามั้งพวก เสียงเหี้ยมเกรียมดังขึ้นด้านหลัง เจ้าวายร้ายทั้งสองหันไปแล้วก็ต้องเห็นดาวล้มตึงทันทีเพราะโดนหมัดลุ่นๆของทั้งเรียวและไมล์ ไมล์เตะมีดในมือเจ้าหัวโจกทิ้งแล้วยืนคุมเชิง ส่วนเรียวก็กระชากวายร้ายอีกคนมาอัดทันที แล้วส่งมันลงไปกองกับลูกพี่มันตามเดิม หนุ่มน้อยยืนหอบหายใจด้วยความโมโห
เร็นรู้สึกว่าแรงกอดรัดหายไปกะทันหันจนเขาแทบล้ม หันไปก็เห็นเจ้าคนที่รัดเขาเมื่อกี้นี้โดนเชนจิกหัวเอาไว้แล้วอัดเข่าเข้าที่ท้องหลายทีจนมันทรุดลงไป เชนสะบัดขาเตะก้านคอจนมันน็อคไปเลย แล้วก้มลงมองเจ้าคนที่โดนอัดด้วยสายตาเหมือนจะฆ่ามันซะเดี๋ยวนั้น
เชนหันมาเห็นเร็นยืนตัวแข็งมองเขาอยู่จึงรีบเดินมาหาพร้อมกับพยายามข่มความโกรธลง พอถึงตัวก็จับบ่าเร็นไว้ทั้งสองข้าง นายไม่เป็นไรนะ พวกมันทำร้ายนายตรงไหนรึเปล่าฮึ เขามองสำรวจไปทั่วตัวเร็นเมื่อไม่เห็นบาดแผลก็ถอนใจยาวด้วยความโล่งใจ เร็นเงยหน้ามองคนถามช้าๆ ดวงตาใสแจ๋วสีดำสนิทสบตาสีเขียวที่ฉายแววห่วงใยอย่างดีใจ ชั้นรู้ว่านายต้องมา เร็นพูดเบาๆ เชนดึงเร็นเข้ามากอดแน่นแล้วโยกร่างบอบบางเบาๆ ชั้นก็ต้องมาอยู่แล้วน่ะสิ ตอนที่เห็นนายถูกจับอยู่น่ะ ชั้นแทบจะบ้าตายกลัวนายจะเป็นอันตราย เชนลูบหัวร่างบางที่ซบอยู่กับอกกว้างของตัวเองอย่างนุ่มนวล เร็นกอดตอบรัดแผ่นหลังแข็งแรงไว้แน่นเช่นเดียวกัน เขารู้สึกถึงความอบอุ่น ปลอดภัยเมื่ออยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่งนี้จนไม่อยากจะผละไปไหนเลย
หลังจากอัดเจ้าวายร้ายอย่างหนำใจแล้วเรียวก็วิ่งไปกอดนาธานไว้อย่างแรงจนเขาต้องนิ่วหน้า
อย่าทำให้ชั้นตกใจแบบนี้อีกนะ ชั้นหัวใจจะวายรู้มั้ยนาธานยิ้มแล้วกอดตอบ คราวหน้าถ้าจะมีบู๊กันอีก ชั้นจะเรียกนายเป็นคนแรกเลย ดีมั้ย
เรียวผละออกมาต่างคนต่างสบตากันและกันแล้วก็หัวเราะออกมา เรียวซบหน้าผากกับหน้าผากนาธานเบาๆแล้วถอนใจดังเฮือก ชั้นเป็นห่วงนายที่สุดเลยรู้มั้ย นาธานยิ้มตอบ รู้สิ ชั้นรู้ ขอบคุณนะเรียว
อะแฮ่ม เสียงกระแอมของไมล์ดังขึ้น ทั้งสี่คนเงยหน้าขึ้นมามองเป็นตาเดียว ชั้นว่าเราเผ่นจากตรงนี้กันก่อนดีมั้ย ไมล์ยิ้มกว้าง ชั้นยังไม่อยากเป็นดาราจำเป็น
ทั้งสี่หันมองรอบๆก็เห็นว่าฝรั่งมุงชักจะเยอะแล้ว เรียวจับมือนาธานเผ่นไปก่อนเป็นคู่แรก เร็นหัวเราะแล้วจับมือเชนวิ่งตามไปทันที ไมล์ส่ายหน้า เฮ้อ จะสวีตกันไม่ดูเวล่ำเวลากับสถานการณ์รอบข้างซะบ้างเลย แล้วรีบเผ่นตามไปเหมือนกัน
หลังจากวิ่งมาไกลพอสมควรแล้วทั้งห้าคนก็หยุดพัก ต่างคนต่างก็ยิ้มแย้มหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
นายเก่งจังเลยนะนาธาน หัดมานานรึยัง ไอคิโด้ใช่มั้ย ไมล์ถามอย่างอยากรู้ตามประสาผู้มีวิชา
ใช่ ก็นานแล้วล่ะ ตั้งแต่ชั้นเจ็ดขวบได้มั้ง นาธานตอบ
โห มิน่าถึงได้เก่งขนาดนี้ เอาไว้สอนชั้นบ้างสิ เร็นพูดอย่างกระตือรือร้น
ได้สิ เอาไว้ว่างๆชั้นจะสอนให้ นาธานหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
แล้วตกลงเราจะไปเที่ยวต่อมั้ย เรียวถาม
ไปสิ แต่ว่าหาอะไรรองท้องก่อนดีมะ นี่มันก็จะเที่ยงแล้ว อีกอย่างออกแรงทีไรชั้นท้องว่างทุกที เชนบอกปนหัวเราะพลางเอามือลูบท้อง
นายจะเลี้ยงรึเปล่าล่ะ เร็นถามพลางเลิกคิ้วอย่างยียวน
เลี้ยงก็ได้ ความจริงชั้นซื้อไอศครีมช็อกโกแลตมาให้นายด้วยน้าเมื่อกี้นี้น่ะ แต่ต้องทิ้งไปก่อนตอนเข้าไปช่วยนาย เชนบอก
จริงเหรอ ว๊าแย่จังกำลังอยากกินพอดีเลย เร็นบ่นด้วยความเสียดาย งั้นนายเลี้ยงไอศครีมช็อกโกแลตชั้นด้วยนะ น๊าเชนนะ ร่างบางกอดแขนออดอ้อนเต็มที่ ก็ของโปรดนี่นาก็ได้ ก็ได้ แต่ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนด้วยนะ เชนยิ้มเจ้าเล่ห์
อะไรล่ะ เร็นถามตาเป็นประกาย เชนหัวเราะเสียงดัง แล้วชั้นจะบอก แต่ตอนนี้ชั้นหิวจริงๆแล้วล่ะ
งั้นก็ไปกันเลยสิ เร็วๆเข้า เร็นรีบลากเชนที่หัวเราะร่วนไปด้วยความรวดเร็ว
ยังงี้ทุกทีเลยเจ้าเร็น เจอของโปรดเป็นไม่ได้ เรียวส่ายหน้าแล้วหัวเราะ
รีบตามไปเหอะ เดี๋ยวเร็นก็งอนอีกหรอก นาธานหัวเราะบ้าง
เข้าแก๊ปเจ้าเชนเลยนะเนี่ย น้องนายมีหวังโดนตามใจจนเหลิงแน่ ไมล์บอก ตามไปเร็ว หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เร็นนี่ไวจริงๆเลย แล้วทั้งสามก็เดินแกมวิ่งตามเร็นกับเชนไป
หลังจากกินอาหารกลางวันกันอย่างเอร็ดอร่อย ตบท้ายด้วยไอศครีมช็อกโกแลตของโปรดของเร็นแล้ว หนุ่มๆทั้งห้าก็เคลื่อนขบวนไปชมพระราชวังเซนต์เจมส์ พระวิหารเวสมินส์เตอร์ แล้วปิดท้ายด้วยบริติสมิวเซียม กว่าจะออกมาก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว
เย็นนี้พวกนายไปกินข้าวเย็นที่บ้านชั้นนะ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เรียวกล่าวขึ้นนั่นสิ ตอนกลางวันเชนก็เลี้ยงแล้ว เพราะฉะนั้นห้ามปฏิเสธ เร็นพูดบ้าง
ได้สิ ชั้นน่ะอยากไปบ้านนายอยู่แล้ว เชนยิ้มกริ่มอย่างสมใจที่ได้ไปบ้านเร็น
ชั้นก็อยากเจออาเคนกับอารินะเหมือนกัน นาธานบอก
งั้นก็ไปกันเลย เรียวบอกอย่างร่าเริง
ขณะที่หนุ่มๆทั้งห้าเตรียมตัวจะกลับไปที่บ้านมอริส ไมล์ก็สะกิดแขนเพื่อนรัก เชนหันมาสบตาไมล์ก็รู้ว่าเพื่อนเขาจะพูดอะไร เขารู้ว่าไมล์ก็รู้สึกเหมือนเขาว่ามีคนสะกดรอยตามพวกเขาตั้งแต่ออกมาจากร้านอาหารแล้ว และเขามั่นใจว่ามันเป็นฝีมือของพ่อเขาเอง เขาส่ายหน้าทีหนึ่ง ไมล์พยักหน้าเข้าใจว่าเชนไม่อยากให้เขาพูดอะไรตอนนี้ เขาหันไปดูอย่าระวัง ไม่ว่าพ่อของเชนคิดจะทำอะไรเขาก็ขออย่าให้เป็นเรื่องที่ทำให้เชนกับพ่อต้องขัดแย้งกันเลย เขาได้แต่ภาวนาในใจ เพราะสังหรณ์ว่าความขัดแย้งที่เขากลัวกำลังก่อตัวขึ้นแล้ว
*********************************************
กลับมาแล้วฮะ เรียวส่งเสียงบอก แม่ฮะ อยู่ไหนฮะกลับมาแล้วเหรอลูก รินะเดินลงบันไดมาในชุดราตรียาวสีแดงเพลิงพลางยิ้มหวาน
โอ้โห!! แม่สวยจังเลย เร็นทักแล้ววิ่งมากอดแม่ รินะหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ยอแม่อีกแล้ว แต่ก็จริงนะ ถ้าแม่ไม่สวยขนาดนี้ พ่อของลูกคงไม่หลงแม่จนไม่ยอมมองใครแน่ๆ แล้วยิ้มตอบลูกคนเล็กด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ
เชนอมยิ้มมองสองแม่ลูก เร็นเหมือนแม่นี่เอง มิน่าล่ะท่าทางอ่อนหวานแบบนี้บทจะร้ายคงร้ายน่าดู แล้วเชนก็หัวเราะหึ หึอยู่ในคอจนไมล์หันมาเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย
แม่ฮะ เราพาเพื่อนมาด้วยฮะ เรียวบอก
ยินดีต้อนรับจ้ะเด็กๆ ตามสบายนะจ๊ะ รินะยิ้มให้
สวัสดีครับ ทุกคนกล่าวทักทาย
แม่จะไปไหนฮะ หนีเที่ยวรึเปล่าเอ่ย แล้วพ่อไปไหนฮะ เร็นรัวคำถามเป็นชุด รินะหัวเราะพลางลูบหัวลูกคนเล็กอย่างเอ็นดู พ่ออาบน้ำอยู่ข้างบนน่ะ แม่จะออกไปกับพ่องานเลี้ยงอะไรซักอย่างนี่แหละ แล้วอย่างแม่น่ะไม่ต้องหนีเที่ยวหรอกนะ ลูกก็รู้ว่าพ่อลูกตามใจแม่แค่ไหน
ใครจะหนีเที่ยวเหรอ ที่รัก เคนที่เดินลงมาจากชั้นบนถามขึ้น ผมได้ยินไม่ถนัดก็พวกเราไงคะที่หนีไปเที่ยว รินะหันไปยิ้มให้
จริงของคุณ พาเพื่อนมาก็ดีแล้ว ลูกจะได้ไม่เหงาเพราะพ่อกับแม่คงกลับดึกน่ะ เคนบอก
แม่ไม่ได้ทำมื้อเย็นไว้นะลูก เร็นโชว์ฝีมือแล้วกันนะ รินะบอก
ไปกันเถอะที่รัก ตามสบายนะเด็กๆ เคนบอกแล้วพารินะออกไปงั้นชั้นไปดูในครัวก่อนนะ เร็นบอกทุกคน
ชั้นไปช่วย นาธานพูดแล้วก็พากันเดินเข้าครัวไปตามสบายนะ ดื่มอะไรก่อนมั้ยเดี๋ยวชั้นไปเอาให้ เรียวถาม
เอาสิ เชนตอบ เรียวก็เลยเดินเข้าครัวเพื่อไปเอาน้ำอัดลมให้สองหนุ่ม
ชายหนุ่มทั้งสองทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา
นายจะเอายังไง ไมล์ถามขึ้น เชนทำหน้ายุ่งยากใจก่อนจะตอบ พ่อเริ่มเคลื่อนไหวเร็วจริงๆ แต่ชั้นยังไม่รู้เลยว่าพ่อเจตนาจะทำอะไรกันแน่ ตอนนี้นายกับชั้นต้องเปิดหูตาให้กว้างเข้าไว้ ชั้นแน่ใจว่าพ่อจะไม่ลงมือทำอะไรก่อนที่จะมั่นใจว่าจะได้สิ่งที่ต้องการแน่ๆ
นายไม่คิดว่าท่านจะมีจุดมุ่งหมายที่ตัวนาธานแน่นะ
ไม่...ไม่แน่ พ่ออาจต้องการตัวนาธานหรือไม่ก็ทั้งสองคน เชนตอบแล้วถอนใจ
นั่นเหมือนไม่ใช่ท่านเลย ไมล์แย้ง
ใช่อย่างที่ชั้นบอกนายนั่นแหละ แม่ของนาธานอาจเป็นผู้หญิงคนเดียวที่พ่อชั้นรักก็ได้ แต่เค้าไม่ยอมรับหรอกแม้แต่กับตัวเอง เชนพูดเสียงเรียบแต่มีแววกังวลในน้ำเสียง
ดูนายกังวลเรื่องนี้มากเลยนะ ไมล์พูดเหมือนเป็นการบอกเล่ามากกว่าถามชั้นรู้ ปฏิกิริยาของชั้นแปลกกว่าทุกทีใช่มั้ย ชั้นระวังมากเรื่องความสัมพันธ์กับคนอื่น แต่กับนาธาน...ไม่รู้สิตั้งแต่ชั้นรู้ว่าเค้าเป็นน้องของชั้น ชั้นก็อยากปกป้องเค้า ไม่อยากเห็นเค้าต้องเศร้าหรือเสียใจอีก เชนระบายความในใจให้เพื่อนฟัง
ชั้นดีใจที่นายเป็นแบบนี้ ดีกว่าเมื่อก่อนที่นายมักจะทำเย็นชากับคนอื่น ไมล์บอกพร้อมยิ้มให้อย่างจริงใจยกเว้นนาย เชนยิ้มตอบ
ใช่ และชั้นดีใจที่เป็นยังงั้นคุยอะไรกันอยู่ เอ้านี่น้ำ เรียวถามอย่างสงสัย
ก็เรื่องโน้นบ้าง เรื่องนี้บ้าง เออ แล้วเร็นจะทำอะไรเป็นอาหารเย็นของเราล่ะ เชนตอบแล้วถามกลับ
พาสต้ากับสลัด เรียวตอบพร้อมกับยิ้มกว้าง เค้าบอกว่าต้องทำเยอะๆเพราะพวกนายกินจุมาก ดูจากเมื่อมื้อกลางวันเพราะฉะนั้นต้องกินที่เค้าทำให้หมดไม่งั้น เค้าจะไม่ทำให้กินอีก
สงสัยจะแย่แล้วแฮะ ไมล์หัวเราะอย่างอารมณ์ดีไม่หรอกน่า ว่าแต่กินได้แน่นะเรียว เชนถาม แอบกลืนน้ำลายลงคอ
ฮะ ฮะ ยิ่งกว่ากินได้อีก หมอนั่นฝีมือดีนะรับรองว่าอร่อยแน่ๆ เรียวขำที่เชนกับไมล์ทำหน้าไม่ค่อยเชื่อ
หลังจากที่ชายหนุ่มทั้งสามนั่งคุยกันได้ซักพัก ก็มีกลิ่นหอมๆโชยออกมาจากครัว
อืม กลิ่นหอมใช้ได้แฮะ แบบนี้คงกินได้แน่ๆ เชนกล่าวขึ้นเบาๆ
เป็นไงหอมใช่ม๊า เร็นเค้าทำสุดฝีมือเลยนะ สงสัยอยากให้ใครบางคนประทับใจ นาธานเดินยิ้มออกมาจากครัวในชุดผ้ากันเปื้อนที่เรียวมองแล้วยิ้มกว้าง น่ารักไปอีกแบบแฮะ
ไปทานกันได้แล้วล่ะ นาธานบอกแล้วทุกคนก็พากันเดินไปที่ห้องทานข้าว เชนมองไปที่โต๊ะด้วยความทึ่ง เพราะทุกอย่างดูน่ากินไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสลัด พาสต้า และขนมปังกระเทียมก็พากันส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอ
เป็นไงน่ากินใช่มั้ยล่ะ เรียวถามมาจากด้านหลัง
ไม่อยากเชื่อเลยนะเนี่ย เร็นเก่งจัง เชนบอกเร็นที่ยืนยิ้มอย่างภูมิใจในฝีมือตนเอง ก็แน่ล่ะสิ ชั้นเป็นกุ๊กมือสองของบ้านนี่ เร็นบอกอย่างไว้ฟอร์ม
งั้นลงมือกันเลยเป็นไง ชั้นว่าท้องชั้นร้องตั้งแต่ได้กลิ่นแล้วนะเนี่ย ไมล์บอกพร้อมลูบท้องตัวเองประกอบ
งั้นก็นั่งกันเลย เรียวบอกปนหัวเราะ
ทุกคนต่างจับจองที่นั่งของตัวเอง พอนั่งเรียบร้อยแล้ว ก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน ทานล่ะครับ
ห้าหนุ่มทานอาหารมื้อนั้นอย่างเอร็ดอร่อย เชนกับไมล์เติมใหม่ถึงสามรอบเล่นเอาเร็นยิ้มไม่หุบ อาหารที่เร็นทำซะเยอะแยะก็กะจะแกล้งเชนนั่นแหละ อันตรธานหายไปในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เรียวกับนาธานสบตากันอย่างขบขันที่เห็นเชนกับไมล์ทำท่าสบายๆหลังจากโซ้ยแหลกจนหมด ทำให้เร็นมองค้อนอย่างหมั่นไส้ที่แผนการ(ร้าย)ไม่ได้ผล
พวกนายมีกี่กระเพาะกันเนี่ย ถึงกินกันจุขนาดเนี้ยฮะ เร็นถามแกมหมั่นไส้
เชนกินน้ำจนหมดแก้วก่อนจะตอบ เฮ้อ! อิ่มจัง ก็ใครอยากให้นายทำอร่อยระดับกุ๊กห้าดาวอย่างงี้ล่ะ ถ้ามาบ้านนายบ่อยๆมีหวังชั้นอ้วนแน่ เชนยิ้มล้อเลียน
ใครอนุญาตให้นายมาบ่อยๆกัน ยังไม่ได้บอกซักหน่อย เร็นสะบัดหน้าหนีพร้อมทำเสียงเชอะในคอ
แหม พอปากว่างก็เริ่มเลยนะ พวกนายนี่ เรียวหัวเราะขำเพื่อนกับน้อง เอาล่ะ พวกนายไปได้แล้ว เดี๋ยวเรื่องล้างจานชั้นจัดการเอง เรียวบอกพร้อมลุกขึ้น
ชั้นช่วยมั้ย นาธานเสนอตัว เรียวยิ้มกว้างอย่างยินดี เอาสิ
งั้นชั้น... ไมล์พูดค้างอยู่แค่นั้นเพราะสบตาพิฆาตของเรียว เอ่อ...ชั้นไปรอห้องรับแขกดีกว่า ไมล์บอกพลางกลั้นยิ้มสุดชีวิต แค่นี้ก็ต้องทำตาดุด้วยว่าจะช่วยซักหน่อย เจ้าเรียวคงอยากอยู่สองต่อสองล่ะสิ ไมล์มองเรียวที นาธานทีพลางส่ายหน้าขำๆแล้วก็เดินออกไป
เชนขยับจะช่วยเก็บจาน เรียวก็ห้ามไว้ ไม่ต้องหรอกเชน ชั้นสองคนก็พอ ไปสิเร็นทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีหน่อยนะ เรียวสำทับ ทำมื้อเย็นให้กินแล้วยังไม่ดีอีกเหรอ เร็นถามกลับอย่างยียวน เรียวไม่ตอบแต่ทำตาดุใส่ ก็ได้ๆ ไม่ต้องถลึงตาใส่ชั้นหรอกน่ะ เร็นบ่นแล้วหันหลังเดินออกไป เชนหันมายิ้มให้เรียว เสียงใสๆก็ดังมาจากประตูห้อง ออกมาซักทีสิ เดี๋ยวเรียวก็ว่าชั้นอีกหรอก สามหนุ่มหัวเราะ เชนยักไหล่แล้วเดินออกจากห้องอาหารตามเร็นไป
ตั้งแต่เจอกับนาย เรียวก็ดุชั้นตลอดเลย เพราะนายคนเดียว เร็นต่อว่าหนุ่มหล่อตัวต้นเหตุทันทีที่เชนเดินมาทันเรียวเค้าเป็นผู้ใหญ่กว่านายเยอะนี่ เชนหยอกกลับ เร็นหันควับมาเล่นงานทันที อ๋อ นี่นายหาว่าชั้นเป็นเด็กงั้นล่ะสิ ใช่สิชั้นมันเด็กเอาแต่ใจตัวเอง ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับชั้นนะ เร็นทำท่าจะเดินหนีแต่เชนจับต้นแขนเขาทั้งสองข้างไว้ดึงเข้ามาเผชิญหน้ากัน เร็น นายเป็นอะไรไปน่ะ ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะหมายความแบบนั้นนะ
ปล่อยชั้นนะ เร็นพูดเสียงแข็ง
ไม่ปล่อยจนกว่านายจะพูดให้รู้เรื่อง เชนบอกเสียงเข้ม มองหน้าเร็นอย่างค้นหา นายหงุดหงิดเรื่องอะไรไหนบอกชั้นสิ เชนถามด้วยเสียงที่อ่อนลง เร็นนิ่งเงียบเหมือนจะค้นหาคำตอบในใจตัวเอง นี่เขาเป็นอะไรไปนะ หรือว่านายเกลียดชั้น เชนถามถามเสียงเบาโหวงเพราะกลัวว่าเร็นจะตอบแบบนั้น
เร็นเงยหน้าขึ้นทันควัน เกลียด!! อะไรกัน ทำไมนายถามยังงั้นล่ะ
นายอาจไม่พอใจที่เรียวมักจะเข้าข้างชั้นมากกว่านายก็ได้ หรือบางทีชั้นอาจจะยุ่งกับครอบครัวนายมากเกินไป หรือว่า... เชนพูดไม่จบเพราะเร็นเอามือมาปิดปากเขาไว้ซะก่อน
ห้ามพูด ห้ามคิดอย่างงี้อีกนะ เร็นทำตาดุใส่ สบตาชายหนุ่มนิ่งนานแล้วถอนใจเบาๆ ชั้นขอโทษ ชั้นแค่... เอ่อ...ชั้นกำลังสับสน ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เร็นพูดอย่างรู้สึกผิดที่พาลใส่เชน
เชนจูบฝ่ามือน้อยที่ปิดปากเขาอยู่เบาๆ เร็นสะดุ้งจะชักมือกลับก็ถูกชายหนุ่มจับข้อมือไว้แล้วฝังจูบที่กลางฝ่ามืออีกครั้งและอีกครั้งอย่างอ่อนหวาน เชนจับมือน้อยแนบกับแก้มตัวเอง ความร้อนเหมือนก่อตัวขึ้นรอบตัวคนทั้งสอง เร็นรู้สึกว่าตัวเขาแดงตั้งแต่ตีนผมจรดปลายเท้าทีเดียว ชั้นก็เหมือนกันเร็น ชั้นไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนเลย ชั้นไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องเป็นนาย นายคนเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มกล่าวเสียงแหบพร่า ไปที่ห้องรับแขกเถอะ ชั้นมีอะไรจะคุยกับนาย เชนสบตากันเร็นแล้วรีบเมินหน้าไปทางอื่นก่อนกระแอมออกมาเบา อย่ามองชั้นแบบนั้นสิ ชั้นอุตส่าห์ห้ามใจตัวเองได้แล้วนะ เดี๋ยวก็ตบะแตกกันพอดี ด้วยมือใหญ่ที่ไม่ละไปจากมือน้อยที่จับอยู่ เชนก็จูงเร็นเดินออกไปโดยไม่หันมามองหนุ่มน้อยที่เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตามหลังมาอย่างว่าง่ายแม้แต่น้อย (กลัวอดใจไม่ไหว อิ อิ)
หลังจากช่วยกันเก็บจานเข้ามาในครัวแล้วเอาเข้าเครื่องล้างจานแล้ว สองหนุ่มก็ยืนคุยกันต่อ
นายกับแม่เป็นไงมั่ง หลังจากวันนั้นน่ะ เรียวถามอย่างเป็นห่วง
แม่เล่าเรื่องทั้งหมดให้ชั้นกับคุณพ่อ เอ่อ...ลุงโจฟังหลังงานปาร์ตี้นั่นแหละ แม่คงจะกลัวมากเลยถึงจะไม่พูดออกมา นาธานถอนใจเบาๆ ชั้นก็รู้สึกกลัวเหมือนกัน ถึงแม้คุณพ่อจะบอกให้ชั้นไม่ต้องกังวลก็เถอะ
เรียวยิ้ม นายเรียกลุงโจว่าพ่อ นี่แสดงว่านายยอมรับแล้วสิว่าพวกนายเป็นครอบครัวเดียวกัน
ใช่แล้ว ชั้นมีความสุขมากเลยนะเรียว ชั้นไม่รู้สึกอ้างว้างอีกต่อไปแล้วล่ะ
เรียวมองใบหน้าด้านข้างของนาธานอย่างหลงใหล ดวงตาสีเขียวสดเป็นประกายสุกใสด้วยความสุขราวกลับทุ่งหญ้าหลังฝน จมูกโด่งเชิดนิดๆบอกถึงความดื้อดึงที่เจ้าตัวไม่ค่อยแสดงออก ริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบที่เขาอยากสัมผัสอีกครั้ง มือหนึ่งยกขึ้นไล้แก้มเนียนใสเบาๆอย่างพลั้งเผลอ ชั้นดีใจนะที่เห็นนายมีความสุข เขาพูดเสียงพร่า
นาธานหันมาสบตาเรียว มองลึกลงไปในดวงตาสีช็อกโกแลตล้ำลึกดั่งถูกสะกด ไม่มีใครเคยมองเขาด้วยแววตาจริงใจและมีความหมายแบบนี้มาก่อนเลย เขารู้สึกว่ามีความอบอุ่นห่อหุ้มอยู่รอบตัว โอบรัดหัวใจของเขาให้ผูกพันกับเรียวอย่างลึกซึ้ง เรียว...ชั้น... เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่เรียวแตะนิ้วชี้ที่ปากของเขาซะก่อน นายยังไม่ต้องพูดอะไรตอนนี้หรอก นายรับรู้ความรู้สึกของชั้นใช่มั้ย เรียวพูดอย่างอ่อนโยน นาธานพยักหน้ารับ ชั้นมันเป็นคนตรงๆนะนาธาน ถ้าชั้นบอกนายว่าชั้นชอบนาย ชั้นก็หมายความตามนั้นทุกคำพูด ขอให้เชื่อเถอะว่าชั้นจะไม่มีวันโกหกนาย
เรียวสบตานาธาน ขณะที่เขาพูดทุกคำเพื่อยืนยันถึงความจริงใจ ชั้นชอบนายนาธาน ชั้นไม่สนถึงแม้เราจะเป็นผู้ชายเหมือนกัน ถึงแม้ว่านายจะแก่กว่าชั้นสามปี ชั้นแค่ชอบนายเท่านั้น
คำพูดทุกคำของเรียวสั่นคลอนหัวใจของนาธานอย่างรุนแรง เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีความรู้สึกแบบนี้อยู่บนโลก มันทำให้เขาซาบซึ้ง พูดอะไรไม่ออก รู้สึกเหมือนเข่าจะอ่อนขึ้นมาเฉยๆ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองร้องไห้จนกระทั่งเรียวใช้ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
เรียว... คำเดียวเท่านั้นที่เขาสามารถเปล่งมันออกมาได้ เขาโผเข้ากอดเรียวเอาไว้เหมือนเป็นสิ่งสุดท้ายในโลกที่เขาจะยึดเหนี่ยวไว้ได้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าอ้อมกอดของเรียวที่ตัวไม่ได้ใหญ่กว่าเขาซักเท่าไหร่ จะให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างมหาศาล เขารู้สึกปลอดภัย สงบและเป็นที่รักเหลือเกินในอ้อมกอดนี้
นายยังไม่ต้องตอบรับความรู้สึกของชั้นตอนนี้หรอก แค่นายรับรู้มันก็พอ ถ้าวันไหนที่นายรู้สึกว่านายไม่มีใคร ชั้นอยากให้นายรู้ว่าชั้นจะอยู่ตรงนี้เพื่อนายเสมอ เรียวบอกเสียงอ่อนโยนพลางกอดและลูบผมนุ่มๆอย่างแสนรัก
นาธานกอดเรียวแน่นขึ้นพลางพยักหน้ากับบ่าของชายหนุ่ม เรียวยิ้มน้อยๆ แค่ได้กอดนาธานไว้แบบนี้เขาก็มีความสุขอย่างที่สุดแล้ว เขาอยากให้เวลาแห่งความสุขเหล่านี้ดำเนินไปชั่วนิรันดร์ ถ้ามันเป็นไปได้
ไมล์เงยหน้าขึ้นจากนิตยสารที่เขาหยิบมาอ่านฆ่าเวลา เมื่อได้ยินเสียงเดินเข้ามาที่ห้องรับแขก เขามองหน้าเพื่อนรักอย่างสงสัย เมื่อเห็นเชนพยายามตีหน้าเคร่งขรึมพลางจูงมือเร็นที่เดินอมยิ้มเหมือนสมใจอะไรซักอย่างตามมา พอมาถึงโซฟาก็กดเร็นให้นั่งที่โซฟาเดี่ยว ส่วนตัวเขาเดินเลยมานั่งข้างๆไมล์ตัวตรงแหนวพร้อมระบายลมหายใจออกมาเหมือนกลั้นไว้นาน ไมล์มองเร็นเหมือนจะถาม เร็นยักไหล่ตอบพลางจ้องเชนเขม็ง ไมล์ก็เลยหันมาจ้องเชนบ้าง เชนไม่ยอมมองใครเอาแต่จ้องไปข้างหน้าอย่างอย่างเดียว
พวกนายจ้องชั้นทำไม เชนถามสายตามองตรงไปที่ผนัง ไม่หันไปมองใคร (แล้วรู้ได้ไง)
ชั้นว่าชั้นไปเดินเล่นย่อยอาหารข้างนอกดีกว่า ไมล์บอกแล้วลุกขึ้นอย่างรู้ใจเพื่อน
สิบห้านาทีแล้วกลับนายกลับเข้ามานะ เชนบอกตามหลัง
ครับผม เจ้านาย ไมล์ส่งยิ้มล้อเลียนก่อนจะเดินออกประตูไป
รู้ทันจริงๆเจ้านี่ เชนบ่นยิ้มๆ
ไมล์เค้าเป็นอะไรกับนายกันแน่ เร็นส่งเสียงถาม จำได้ว่าเค้าบอกว่าเป็นบอดี้การ์ดของนาย
เชนหันมาสบตาเร็นแล้วถอนใจเบาๆพลางพิงลงไปกับพนักโซฟา เราโตมาด้วยกัน เค้าอยู่กับชั้นตั้งแต่พวกเราเจ็ดขวบได้มั้ง นี่ก็จะสิบปีแล้วล่ะ ไมล์เป็นลูกชายของบอดี้การ์ดส่วนตัวของพ่อชั้น หน้าที่เค้าในอนาคตก็คือบอดี้การ์ดของชั้น แต่สำหรับชั้นไมล์เป็น เพื่อนแท้ เพียงคนเดียวที่ชั้นมี เขาเน้นเสียงตรงคำว่าเพื่อนแท้ เรารู้ใจกันแม้ไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด เราต่างไว้ใจกันและกันได้ด้วยชีวิต เค้าไม่เคยทิ้งชั้นยามที่ชั้นลำบากที่สุด ที่สำคัญเค้าเคยช่วยชีวิตชั้นจนเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยซ้ำ
เกือบตาย!! หมายความว่ายังไง นี่เคยมีคนคิด...ทำร้ายนายด้วยเหรอ ทำไมล่ะ สิ่งที่เชนบอกเค้าทำให้เค้าตกใจมากเพราะคาดไม่ถึงใช่ มันก็แค่เพราะว่าชั้นเป็นลูกพ่อเท่านั้นแหละ เชนกระตุกยิ้มอย่าเย้ยหยัน พ่อชั้นมีศัตรูเยอะเพราะเค้าไม่เคยรู้จักคำว่าเมตตาทั้งในการทำธุรกิจและการใช้ชีวิต เชนหันมาสบตาเร็นช้าๆ และวันหนึ่งข้างหน้าชั้นก็อาจเป็นอย่างพ่อก็ได้
นายบอกเรื่องนี้กับชั้นทำไม เร็นสบตาเชนไม่ยอมหลบ นายกลัวจะเป็นอย่างพ่อนายเหรอ
เชนไม่ตอบแต่ประกายตาคมกล้ากระจ่างขึ้นในดวงตาสีมรกต ความเจ็บปวดรึเปล่านะที่เขาเห็นลางๆ เหมือนเจ้าของดวงตาไม่อยากให้ใครได้เห็น ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่าอยากปลอบประโลม อยากจะปัดเป่าความเจ็บปวดนั่นให้มันหายไป เขาอยากกอดเชนไว้ในอ้อมกอดเล็กๆของเขา เร็นบังคับแขนให้แนบกับตัวเอาไว้เพราะท่าทางของเชนบอกว่าไม่อยากให้ใครแตะต้องตัวเขาในตอนนี้
ใช่ ชั้นกลัวว่าวันหนึ่งชั้นจะเป็นเหมือนเค้า เป็นคนที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา ทำเพื่อตัวเองโดยไม่เกี่ยงวิธีไม่ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหนทำให้ใครเดือดร้อนเท่าไหร่ เชนพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเหมือนพูดกับตัวเอง สายตาเหม่อมองไปข้างหน้า เร็นทนแววปวดร้าวในน้ำเสียงของเชนไม่ได้จึงลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่มานั่งลงข้างๆชายหนุ่มแล้วจับมือของเชนมากุมไว้ ชั้นไม่เชื่อหรอกว่านายจะเป็นอย่างนั้น นายก็ต้องเป็นนายสิ จะไปเหมือนคนอื่นได้ไงถึงแม้คนนั้นจะเป็นพ่อนายก็ตาม เร็นกล่าวอย่างเชื่อมั่น นายไม่มีวันเป็นแบบนั้นหรอก
เสียงที่บอกความเชื่อมั่นในตัวเขาของเร็นแทรกเข้าไปในสมองของชายหนุ่มช้าๆ เขาหันมาสบตาสีดำสนิทของเร็นแล้วก็เหมือนถูกดึงดูดลงสู่ความลึกล้ำดุจนิลคู่นั้น ประกายแสงอ่อนโยนในดวงตาของเร็นช่างปลอบประโลมจิตใจของเขาที่เขาเคยคิดว่ามันคงจะแข็งกระด้างให้อ่อนลง แต่ไม่ ไม่ใช่อ่อนแอ ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกเข้มแข็งขึ้น ทำให้เขารู้สึกเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง ใช่แล้ว เร็นพูดถูก เขาก็คือเขาและเขาจะไม่มีวันเป็นแบบพ่อเขาอย่างเด็ดขาด
รอยยิ้มน้อยๆปรากฎขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง ทำให้เร็นยิ้มตอบอย่างสดใส เขาดีใจมากที่ช่วยทำให้เชนสบายใจขึ้น ขอบใจนะ เร็น เชนกล่าวพร้อมกับดึงเร็นให้ยืนขึ้น แล้วจับเร็นมายืนตรงหว่างขาของตน เร็นทำตามแบบงงๆ
นายจะทำอะไรน่ะ เชนยิ้มตอบแล้วดึงเร็นลงมานั่งตักแล้วโอบเร็นไว้หลวมๆเร็นทั้งตกใจทั้งเขินเพราะไม่ทันตั้งตัว เอามือยันอกกว้างของเชนไว้ตั้งใจจะโวยใส่ชายหนุ่ม แต่พอสบตาอ่อนโยนสีเขียวสวยของเชนเข้าก็พูดไม่ออกได้แต่จ้องกันค้างอยู่แบบนั้น
ค่าตอบแทนที่ชั้นเลี้ยงของโปรดนายไง
อะไรนะ ไม่เห็นจะจำได้เลย เร็นหลบตาอย่างเขินๆ
แต่นายสัญญาแล้วนะ เชนกล่าวเสียงนุ่ม
เร็นหน้าแดงแปร๊ดไปถึงใบหู จนเชนหัวเราะหึ หึ นี่คิดไปถึงไหนแล้วเนี่ยเจ้าเร็น เขาเชยคางร่างบางบนตักขึ้นมาสบตากันอีกครั้ง ชั้นแค่อยากจะกอดนายไว้เฉยๆ ก็แค่นั้นแหละ
พอเชนพูดจบเร็นก็ทำตาปริบๆ แค่กอดเนี่ยนะ เร็นถามอย่างแปลกใจ
ใช่ แค่นั้นแหละ ชายหนุ่มตอบ ใจจริงก็อยากได้มากกว่านั้น แต่กลัวว่าเร็นจะโกรธก็เลยหักใจขอแค่นี้ก็พอ
เร็นยิ้มอย่างพอใจ แค่วันนี้วันเดียวเค้าก็รู้สึกว่าเขาได้รู้จักเชนมากขึ้นมาก จากที่เคยกังวลตอนนี้ก็ไม่อีกแล้ว อีกอย่างที่เชนกล้าเปิดเผยด้านที่อ่อนแอของตัวเองให้เขาเห็นก็หมายความว่าเชนเห็นเขาเป็นคนพิเศษกว่าใคร ทำให้เร็นเป็นปลื้มซะแทบลอยทีเดียว เขารู้ว่าเชนอยากขอเขามากกว่านี้แต่คงคิดว่าเขากลัวล่ะมั้ง แต่คนอย่างเร็นน่ะเหรอจะกลัว ไม่มีทางหรอกโดยเฉพาะคนที่เขาชอบแล้วล่ะก็ ชอบ! ใช่เขาคงชอบหมอนี่จริงๆซะแล้ว แต่ไม่บอกหรอกจนกว่าเชนจะบอกเขาก่อนนั่นแหละ เพราะฉะนั้นขาก็ต้องทำให้เชนบอกเขาก่อนให้ได้ (เจ้าเล่ห์จริงๆนะจ๊ะ)
เชนนั่งมองความรู้สึกบนหน้าหวานๆตรงหน้าอย่างสงสัย ยิ้มน่ะหวานจริงแต่ไอ้แววตาเจ้าเล่ห์เนี่ยมันไม่ค่อยเข้ากันยังไงไม่รู้ แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกเสียวหลังวาบแบบนี้ด้วยนะ
ด้วยใบหน้าที่ยังคงรอยยิ้มหวานจ๋อยอยู่ เร็นยกมือขึ้นลูบแนวกรามคมสันเบาๆ แต่เชนกลับรู้สึกร้อนวาบทันทีที่เร็นสัมผัสเขา นี่นายตัวร้ายคิดจะทำอะไรเนี่ย แน่ใจเหรอ ว่านายจะกอดชั้นเฉยๆ เร็นถามเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่เซ็กซี่ที่สุดในความคิดของเชน เล่นเอาเชนพูดอะไรไม่ถูก มือของเร็นไม่อยู่สุก คราวนี้ใช้อีกมือหนึ่งอ้อมไปลูบท้ายทอยแล้วแทรกเข้าไปที่ลูบไล้ปลายผมดำขลับเบาๆทำเอาเชนขนลุกเกลียว โอย เจ้าเร็นบ้าเดี๋ยวก็ตบะแตกกันพอดี คนอุตส่าห์ห้ามใจแล้วนะเฟ้ย เร็นยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ใกล้ซะจนจมูกพวกเขาแทบชนกันพร้อมกับจ้องตาชายหนุ่ม เชนรู้สึกปากแห้งผากขึ้นมาทันที เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะต้านทานเร็นได้มากแค่ไหน เขาลดสายตาลงมองริมฝีปากอิ่มสีชมพูอย่างอดใจไม่ได้ เร็นเหยียดยิ้มมุมปากพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปากเหมือนจะยั่ว เชนรู้สึกว่าเส้นขีดความอดทนขาดผึงทันที อยากยั่วดีนักใช่มั้ย งั้นเขาก็ไม่เกรงใจล่ะ
เชนประกบจูบกลีบปากที่ยั่วยวนอยู่ตรงหน้าอย่างอดใจไม่อยู่ ลิ้มรสรอยยิ้มสมใจบนริมฝีปากบาง เขาขยับไปและเล็มที่มุมปากแล้วย้อนกลับมาตรงกลางอีกหนอย่างแผ่วเบา เร็นสูดหายแรง เชนรู้สึกว่าน้ำหนักมือที่กดอยู่ที่ท้ายทอยของเขาเพิ่มมากขึ้น เชนจึงกดจูบกลีบปากบางแรงขึ้นค่อยๆแตะปลายลิ้นไล้กลีบปากล่างเบาๆ เร็นเผยอริมฝีปากขึ้นเหมือนอย่างที่เขาหวัง เชนสอดลิ้นเข้าไปสัมผัสปลายลิ้นเรียวเบาๆ อย่างต้องการเรียกอาการตอบสนองของร่างในอ้อมแขน เร็นแตะปลายลิ้นสัมผัสกับลิ้นของชายหนุ่มอย่างเขินอายในตอนแรกแล้วค่อยๆตอบสนองมากขึ้น เชนครางเบาๆในลำคออย่างพึงพอใจ ความรู้สึกของการจูบครั้งนี้ เทียบไม่ได้เลยกับครั้งก่อนในสวน ทั้งสองแลกจูบกันอย่างรุนแรงขึ้น เร่าร้อนขึ้นตามความรู้สึก จนเชนคิดว่าถ้าพวกเขายังคงจูบกันต่อไป เขาคงทนไม่ได้แน่ๆ
ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ครั้งสุดท้าย เชนค่อยๆผละออกจากกลีบปากแสนหวานของเร็นอย่าแสนเสียดาย มีเสียงครางประท้วงเบาๆจากร่างบาง เชนมองกลีบปากบางที่บวมและแดงจากการจูบของเขาแล้วต้องรีบดึงเร็นมากอดไว้แน่น พร้อมกับพยายามข่มใจให้สงบ เสียงหอบหายใจของพวกเขายังคงดังแข่งกัน เมื่อเร็นพยายามพูดขึ้น
เชน...นาย...เอ่อ...ชั้น เร็นพูดเสียงสั่นๆ อยู่กับอกกว้างของชายหนุ่ม
ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เร็น อย่าเพิ่งพูดตอนนี้ เชนสูดหายใจอย่างแรง จนเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง นายรู้รึเปล่าว่าทำให้ชั้นแทบคลั่งฮึ เชนถาม
รู้สิ ก็หัวใจนายเต้นแรงเป็นจังหวะร็อคแอนโรลอยู่ข้างหูชั้นเนี่ย ทำไมจะไม่รู้ เร็นตอบพลางแอบยิ้ม
แล้วนายรู้รึเปล่าว่าชั้นต้องอาศัยการห้ามอกห้ามใจขนาดไหนที่จะหยุดมันน่ะ มันไม่ได้ทำกันง่ายๆนะ
ชั้นก็ไม่ได้บอกให้นายหยุดนี่ เร็นท้วงนายแน่ใจนะว่า นายรู้ว่าจูบนี้จะนำนายไปสู่อะไร
นายก็บอกชั้นสิ
เชนถอนใจดังเฮือกดึงเร็นขึ้นมา จับต้นแขนหนุ่มน้อยไว้ทั้งสองข้างแล้วสบตากัน เมื่อกี้นี้ถ้าชั้นไม่หยุดตัวเองไว้ ชั้นอาจจะมีอะไรกับนายไปแล้วบนโซฟาที่เรานั่งอยู่นี่แหละ เชนยิ้มเมื่อเห็นนายตัวร้ายสะดุ้ง เห็นมั้ย นายไม่ได้คิดถึงมันเลยล่ะสิ ฟังชั้นนะเร็น นายยังเด็ก ไม่อย่าเถียงชั้น เชนเบรกไว้เมื่อเห็นเร็นทำท่าจะประท้วง นายยังไร้เดียงสากับเรื่องพวกนี้ แต่ชั้นเคยผ่านมันมาบ้างแล้ว เชนรีบอธิบายต่อเมื่อเห็นเร็นทำคิ้วขมวด แค่ตอบสนองความต้องการเท่านั้น ชั้นยังไม่เคยมีความรู้สึกลึกซึ้งกับใครหรอกและชั้นคิดว่ามันคงไม่เคยมีอยู่ในตัวชั้นด้วยซ้ำ เชนยกมือขึ้นไล้ข้อนิ้วกับแก้มเนียนใสเบาๆแล้วเชยคางเร็นให้สบตากับเขา ชั้นไม่เคยรู้ว่ามีความรู้สึกนี้อยู่ในตัวชั้นจนชั้นได้เจอนายนั่นเหละ ตอนนี้ชั้นรู้แล้วว่าที่ชั้นยังไม่มอบความรู้สึกนี้ให้กับใครเพราะชั้นรอที่จะมาเจอกับนาย เชนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง มองเร็นอย่างมีความหมาย
เร็นที่ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ ยิ้มให้เชนอย่างจริงใจเช่นกัน จริงเหรอ เขาถามเบาๆ
จริงสิเร็น ชั้นชอบนายนะ เชนพูดช้าๆให้คนฟังได้ยินชัดๆ
เร็นโผเข้ากอดคอเชนไว้แน่นเพื่อซ่อนหน้าที่แดงซ่าน ในที่สุดเชนก็บอกกับเขาแล้ว แล้วกระซิบตอบเบาๆที่ข้างหูชายหนุ่ม ชั้นก็ชอบนายล่ะ เชนโอบรัดเร็นแน่นเข้าจนไม่มีระยะห่างระหว่างกันอีกเลย เชนหลับตาลงดื่มด่ำกับคำที่เร็นบอกเขา ก่อนหน้านี้ก็เคยมีคนพูดคำนี้กับเขา แต่มันให้ความรู้สึกแค่ผิวเผิน ไม่เหมือนความรู้สึกลึกซึ้งทันทีที่ได้ยินคำนั้นจากปากของเร็น เขารู้สึกถึงความอบอุ่นเติมเต็มหัวใจเขา ความรู้สึกที่เขาโหยหาตลอดมา
เสียงเดินและเสียงหัวเราะเบาๆจากทางเดิน ทำให้เร็นรู้สึกตัว นั่นมันเสียงเรียวกับนาธานนี่นา เขาดิ้นยุกยิกในอ้อมแขนของเชนเพื่อจะลุกขึ้นแต่เชนไม่ยอมปล่อย เร็นเลยทุบอกกว้างดังบึ้ก!!
ปล่อยก่อนสิ เรียวจะเข้ามาแล้วเห็นมั้ย เร็นคำรามใส่เบาๆ
ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ เชนเอามือลูบอกตัวเองป้อยๆ มือหนักเป็นบ้าเลยตัวแค่เนี้ย
ว่าไงนะ เร็นทำตาพิฆาตไส่ ชั้นไม่ได้หยิกไม่เจ็บเหมือนนายนี่ ปล่อย
ฮะ ฮะปล่อยก็ได้ แค่นี่ต้องทำตาดุด้วย แล้วเชนก็ปล่อยเร็นแต่โดยดี
พอเชนปล่อยมือปุ๊บ เร็นก็เผ่นแผวไปนั่นซะไกลสุดโซฟาคนละฟาก พอดีกับที่เรียวและนาธานเดินจูงมือกันเข้ามา เฮ้อ!! เซฟ เร็นรีบปรับสีหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยมีเชนนั่งมองไปพลางกลั้นยิ้มไปพลาง
เรียวมองเชนทีมองเร็นทีแล้วขมวดคิ้วอย่างสงสัย เกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมพวกนายต้องนั่งห่างกันซะไกลขนาดนั้นด้วยล่ะ
ก็ไม่มีอะไรนี่ เร็นตอบแบบกลบเกลื่อน ใช่มะ หันไปหาเชนพลางส่งสายตาข่มขู่
ไม่มีอะไรก็ได้ เชนตอบแล้วหัวเราะหึ หึ
แปลกคน เรียวบ่นอย่างไม่เข้าใจพลางดึงให้นาธานนั่งลงที่โซฟา ส่วนตัวเขานั่งบนที่วางแขนตัวเดียวกัน
ไมล์ไปไหนล่ะ นาธานถามอย่างสงสัย
ไปเดินย่อยอาหารข้างนอกนู่นแนะ เชนตอบแต่ตามองเร็นที่แกล้งเอานิตยสารมาเปิดดูแก้เขินอย่างขำๆ
ประตูที่ติดกับเทอเรซเปิดออกแล้วไมล์ก็ก้าวเข้ามา สีหน้าเรียบเฉยไม่เหมือนทุกทีที่มักจะยิ้มอยู่เสมอ
ตายยากจริงเชียว พูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ เร็นแซว
ตรงเวลาเป๊ะต่างหากล่ะ เชนแก้แทนเพื่อน พอเห็นสีหน้าของไมล์ก็ถามด้วยความไม่สบายใจ มีอะไร ไมล์
ไมล์เหลือบตาไปข้างนอกอีกครั้งก่อนจะตอบ ไม่ใช่พวกพ่อ แล้วเดินมาทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาตัวที่ว่างอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความกังวล นายคิดว่าไง
เดี๋ยวๆ พวกนายพูดอะไรกันน่ะ ให้พวกเรารู้เรื่องด้วยสิ เรียวท้วงขึ้นเมื่อเห็นเชนกับไมล์ทำหน้าซีเรียส
งั้นคงเป็นชั้นสินะที่เป็นเป้าหมายของพวกมัน งั้นนายก็ไม่ต้องกังวลหรอก เชนกล่าวอย่างไม่ยี่หระ
บ้าน่ะสิเชน ที่ชั้นจะไม่กังวลน่ะ ไมล์กล่าวเสียงดังอย่างร้อนรน หน้าที่ชั้นคือป้องกันไม่ให้เกิดอะไรขึ้นกับนายนะ
แล้วให้นายต้องเสี่ยงชีวิตเหมือนครั้งก่อนงั้นเหรอ ไม่มีทางที่ชั้นจะให้นายทำอย่างงั้นอีกครั้งหรอก เชนพูดอย่างดุเดือดไม่แพ้กัน
มันเป็นหน้าที่ของชั้น ไมล์กล่าวเสียงเรียบ
ขอให้หน้าที่บ้าๆนั่นลงนรกไปเลย เชนพูดเสียงดังด้วยแรงอารมณ์
มันเรื่องอะไรกันเนี่ย พวกนายพูดเรื่องอะไรกัน เสียงนาธานถามขึ้นด้วยความตกใจและงง
สองหนุ่มที่เถียงกันอยู่หันมองอีกสามคนที่เหลือที่นั่งมองพวกเขาด้วยสายตางุนงงปนสงสัยก็ได้สติ
พวกที่เคยทำร้ายนายงั้นเหรอ เร็นถามโพล่งขึ้นมา สีหน้าฉายแววว่าตกใจมาก มองเชนอย่างต้องการคำตอบ
ชั้นไม่รู้หรอก อาจจะใช่หรืออาจไม่ใช่ก็ได้ เชนกล่าวพลางยิ้มให้เร็นเหมือนจะปลอบใจ เขาไม่อยากให้เร็นกลัวมากไปกว่านี้
จริงของเชน ชั้นอาจจะกังวลเกินไปหน่อย ขอโทษที่ทำให้พวกนายตกใจนะ ไมล์กล่าวแล้วยิ้มให้เพื่อให้ทุกคนคลายกังวล
นี่มันหมายความว่าไง แสดงว่าพวกนายรู้ว่ามีคนสะกดรอยตามพวกเรามาตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้ว แต่ไม่บอกพวกเรางั้นเหรอ เรียวมองเชนกับไมล์ด้วยสายตาติเตียน
ชั้นแค่ไม่อยากให้พวกนายต้องมากังวลและหมดสนุกน่ะ ขอโทษนะ เชนกล่าวอย่าลุแก่ความผิด
มันไม่ใช่ความผิดของไมล์กับเชนหรอก แต่นายจะไม่เล่าให้พวกเราฟังหน่อยเหรอเรื่องที่เคยถูกปองร้ายน่ะ นาธานมองเชนด้วยสายตาอยากรู้แกมเป็นห่วง ชั้นอยากรู้จริงๆนะ
ชั้นก็อยาก เรียวรีบสนับสนุน เร็นขยับไปนั่งติดกับเชน คล้องแขนเชนไว้แล้วอ้อน บอกพวกเราหน่อยสิ นะเชนนะ
เชนสบตานาธานและเรียวที่มองมาอย่างอยากรู้ ก้มลงสบตากลมโตของเร็นแล้วถอนใจอย่างยอมแพ้
แล้วก็พยักหน้าให้ไมล์เล่าให้ทุกคนฟัง ไมล์ยิ้มขำเพื่อนที่แพ้ทางเร็นอย่างง่ายๆ แล้วเริ่มเล่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหกเดือนก่อน มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามจับตัวเชนไปเพื่อจะใช้ในการต่อรองทางธุรกิจกับพ่อของเขา พวกมันห้าคนจู่โจมเชนตอนที่ชั้นผละไปเอาของ แต่ชั้นกลับมาทันตอนนั้นพวกมันส่วนใหญ่ก็เสร็จเชนเกือบหมดแล้ว ชั้นเข้าไปช่วยเชนสู้กับพวกมันที่เหลือ แล้วเจ้าคนหนึ่งที่ล้มอยู่ก็ลุกขึ้นมาพร้อมกับปืนในมือ เชนหันหลังอยู่ก็เลยไม่เห็น ชั้นกระโจนเข้าไปใส่มัน มันคงตกใจเลยยิงสวนออกมา แล้ว...
เชนสบถในคอขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ เชอะ!! ตกใจงั้นเรอะ ให้ตายสิไมล์ กระสุนนัดนั้นเกือบจะฆ่านายนะ ถ้าไอ้บ้านั่นแม่นกว่านี้นายก็ไม่ได้มานั่งเล่าเรื่องบ้านี่ตอนนี้หรอก เชนพูดอย่างโกรธเกี้ยว
เค้าแค่เป็นห่วงชั้นมากไปหน่อยน่ะ ไมล์พูดติดตลก ต่อนะ กระสุนนัดนั้นเจาะเข้าด้านซ้ายเฉียดหัวใจไปห้าเซ็น เลยทะลุปอดแทนดีที่กระสุนไม่ฝังใน แต่ชั้นก็ต้องนอนแปบอยู่โรงพยาบาลตั้งเดือนเต็มๆแนะ
เร็นนั่งฟังด้วยใจระทึก นี่เขาเกือบจะไม่ได้เจอกับเชนแล้วสิเนี่ย ถ้าเกิดเป็นเชนที่... ในใจเห็นภาพเชนนอนนิ่งเลือดไหลนองพื้น นึกแล้วเร็นก็ตัวสั่นขึ้นมาเฉยๆมือกำแขนชายหนุ่มไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว เชนรับรู้แรงบีบที่แขนจึงหันมามองก็เห็นว่าเร็นตัวสั่น หายใจแรง ตาเหม่อมองไปข้างหน้า จึงเอามือข้างที่ว่างมากุมมือเร็นไว้พลางเรียกชื่อหนุ่มน้อยอย่างอ่อนโยน เร็น
หนุ่มน้อยเจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้น ชายหนุ่มก็เห็นว่าดวงตาสีดำสนิทที่เขาหลงใหล บัดนี้คลอไปด้วยน้ำตาที่กำลังเอ่อขึ้นมา จึงกล่าวปลอบใจอย่างอ่อนโยน เร็น ชั้นไม่เป็นไรหรอก เห็นมั้ยชั้นยังอยู่นี่ ไม่มีอะไรบุบสลาย
แล้วถ้าไมล์ไม่อยู่ที่นั่นตอนนั้นล่ะ ถ้า...ถ้าคนที่ถูกยิงเป็นนายล่ะ นายอาจจะ...อาจจะ...แล้วชั้นคงไม่ได้เจอนายในตอนนี้ใช่มั้ย เร็นพูดไปน้ำตาที่คลออยู่ก็หยดลงมาตามแก้มเนียนช้าๆ เชนรู้สึกตื้นตันอยู่ในใจ ที่เร็นเป็นห่วงเขาขนาดนี้ มันบอกได้อย่างเดียวว่าตัวเขามีความสำคัญต่อเร็นมากมายแค่ไหน เขาปลดแขนตัวเองจากการเกาะกุมของเร็นแล้วดึงหนุ่มน้อยเข้าสู่อ้อมกอด เร็นก็กอดตอบเขาแน่น ไม่สนใจแม้ว่าจะมีคนอื่นอยู่ตรงนั้นด้วย
ชั้นอยู่นี่นะเร็น ยังแข็งแรงดี นายไม่ต้องกลัวนะ เชนจูบศรีษะร่างบางอย่างปลอบโยน ชั้นสัญญาว่าชั้นจะระวังตัว จะไม่ให้ใครทำร้ายชั้นได้ ตกลงมั้ย อย่าร้องไห้เลยนะชั้นทนเห็นไม่ได้
นายสัญญาแล้วนะ เร็นถามเสียงอู้อี้พลางสูดจมูก ห้ามทำให้ชั้นเป็นห่วงอีกนะ
ได้สิ ร่างสูงตอบอย่างแข็งขัน เร็นดันตัวเองออกจากอ้อมกอดแกร่ง แล้วยิ้มอย่างสดใส เชนยิ้มตอบแล้วช่วยซับน้ำตาให้ แล้วทั้งคู่ก็รู้สึกถึงความเงียบผิดปกติจึงหันไปมองรอบๆตัว เรียวกับนาธานทำตาโตจ้องพวกเขาตาไม่กระพริบ ส่วนไมล์ก็แกล้งเมินไปทางอื่นพร้อมกับกลั้นยิ้มสุดความสามารถ เร็นหน้าแดงแปร๊ดทั้งเขินทั้งอาย รีบก้มหน้าหลบตาคนอื่นๆที่จ้องเอาๆทันที โอ๊ยตายแล้ว นี่เขาทำอะไรลงไปเนี่ยไปกอดเจ้าหมอนี่ต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ หมดกันฟอร์มที่อุตส่าห์รักษามาจนบัดนี้ ต้องมาหมดฟอร์มเพราะเจ้าเชนคนเดียว แง๊ เจ้าเรียวต้องหัวเราะเยาะเราแน่เลยง่ะ แล้วก็เหลือบตาค้อนเชนควับๆทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่นั่นแหละ (แล้วเค้าจะเห็นเหรอ)
เรียวกับนาธานหันมาสบตากันแล้วก็หัวเราะแบบไม่มีเสียง(ทำไงอ่ะ) เพราะกลัวเร็นจะโกรธ หันกลับไปมองเชนก็เห็นสีสันปรากฎขึ้นบนใบหน้าเหมือนกันถึงจะเห็นน้อยกว่าเร็นก็เถอะ ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบท้ายทอยแล้วแกล้งกระแอมแก้เขิน นาธานมองเร็นแล้วก็หน้าแดงตามไปด้วยเพราะนึกถึงตอนอยู่ในครัวกับเรียว หวังว่าเรียวคงไม่เผลอทำอะไรแบบนี้เข้าบ้างหรอกนะ
แล้วพวกนายรู้ได้ไงว่าเจ้าพวกข้างนอกนั่นเป็นพวกไหน เรียวถามอย่างสงสัย
ไมล์หันมาสบตากับเชน พอเชนพยักหน้าเขาก็ตอบ เพราะว่าเจ้าพวกข้างนอกมันไม่ใช่พวกที่เราคิดไว้น่ะสิ
หา!! นี่หมายความว่ามีมากกว่าหนึ่งงั้นเหรอ เรียวร้องอย่างตกใจ
ชั้นตอบเอง เชนบอกเสียงราบเรียบ ชั้นคิดว่าพวกที่ตามเราน่ะเป็นคนของพ่อชั้นที่ให้มาตามดูนาธานน่ะ แต่เมื่อมันไม่ใช่ก็เดาได้ว่าอาจจะเป็นพวกที่เคยลงมือกับชั้นมาก่อน เชนหยุดถอนหายใจ ชั้นคงต้องบอกให้พวกนายรู้ เรื่องนาธานกับชั้นก่อน เชนหันมาสบตานาธาน เราเป็นพี่น้องคนละแม่กัน
ชั้นรู้แล้วตั้งแต่เจอนาย นาธานบอก นายเหมือนเค้ามากโดยเฉพาะที่ดวงตา
ชั้นก็สงสัยหลังจากสบตาของนายเหมือนกัน มันเหมือนมองเข้าไปในดวงตาของตัวเอง ตาสีเขียวแบบนี้มันเป็นมรดกตกทอดของผู้ชายในตระกูลเรา เชนบอก นายเจอพ่อแล้วเหรอ เขาถามอย่างสงสัย
เปล่า ชั้นแค่เห็นและได้ยินที่เค้าคุยกับแม่ ชั้นเลยรู้ว่าเค้าคือพ่อของเรา นาธานหันไปสบตากับเรียว ตอนนั้นเรียวอยู่กับชั้นด้วย พอมาเจอนายชั้นก็รู้ทันที โดยไม่ต้องสงสัยเลย
ไม่เห็นเรียวบอกชั้นเลย เร็นท้วงขึ้นหลังจากเงียบไปนาน
ขอโทษนะ ชั้นขอเค้าไว้เองแหละ นาธานรีบบอก
อ๋อ ถ้างั้นก็ไม่เป็นไรหรอก เร็นพยักหน้าเข้าใจแล้วยิ้มให้นาธาน
ชั้นได้ยินเค้าบอกแม่ว่าเค้าต้องการตัวชั้น นาธานบอกกับเชน
นั่นชั้นยังสงสัยอยู่นะ ชั้นยังไม่แน่ใจเรื่องจุดประสงค์ของพ่อนัก แต่ชั้นคิดว่าเค้าไม่ได้ต้องการนายแค่คนเดียวหรอก
หมายความว่าเค้าต้องการแม่ชั้นด้วยงั้นเหรอ นาธานถามด้วยความตกใจ แต่ที่ชั้นได้ยิน ดูเหมือนว่าเค้าไม่ได้รักแม่ชั้นเลยนี่ เค้าแค่ใช้ประโยชน์จากแม่พอไม่ต้องการก็บังคับให้แม่แต่งงานกับคนอื่น
ที่เป็นคนของเค้าเอง เชนต่อให้ คิดดีๆสินาธานเค้าจะยังให้แม่นายอยู่ในสายตาเค้าทำไมถ้าเค้าไม่ต้องการแม่นายอีกแล้ว เค้าก็แค่ให้แม่นายไปจากชีวิตของเค้าเท่านั้นก็จบ ไม่จำเป็นที่เค้าต้องสนใจว่าแม่กับนายจะอยู่กับใคร อยู่ยังไงเพราะเค้าเป็นคนแบบนั้น แต่นี่เค้าเฝ้าดูพวกนายมาตลอดสิบห้าปี แล้วโอกาสที่เค้ารอก็มาถึงเมื่อแม่ของชั้นตายเมื่อปีที่แล้ว หุ้นบริษัทในการครอบครองของแม่จึงตกมาเป็นของชั้นตามพินัยกรรม แต่ชั้นจะมีอำนาจตัดสินใจเมื่อชั้นอายุยี่สิบเอ็ดเพราะฉะนั้นอำนาจทั้งหมดจึงตกเป็นของผู้ปกครองของชั้นซึ่งก็คือพ่อ ด้วยหุ้นทั้งหมดหกสิบห้าเปอร์เซ็นในมือ ตอนนี้เค้าก็ไม่ต้องกลัวหุ้นส่วนคนอื่นอีกแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะสายไปหน่อยเพราะแม่นายตัดสินใจแต่งงานกับคุณรอสส์แล้วย้ายมาอยู่ที่นี่ซะก่อน
เค้าถึงได้มาที่นี่ใช่มั้ย มิน่าล่ะแม่ถึงได้ตกใจมากที่เห็นเค้า ถ้าเค้ารักแม่จริงแล้วเค้าทนได้ยังไง สิบห้าปีเชียวนะที่เค้าได้แต่มองดูพวกเราเท่านั้นโดยไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย
ชั้นถึงสงสัยไงว่าทำไมเค้าต้องรอนานขนาดนั้นด้วย มันไม่ใช่นิสัยของเค้าที่จะเฝ้ารอสิ่งที่เค้าต้องการ ถ้าเค้าอยากได้อะไรเค้าจะไม่เสียเวลาที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา เพราะตอนที่แม่ชั้นเสียชีวิตไป แม่นายก็ยังไม่มีใครเข้ามาในชีวิตเลยใช่มั้ย
นาธานพยักหน้ารับ ใช่แม่พึ่งพบกับลุงโจเมื่อสามเดือนก่อนนี่เอง
ชั้นคิดว่าแม่นายอาจจะเป็นคนเดียวที่มีความหมายและความสำคัญต่อพ่อชั้นก็ได้ เพราะเธอเป็นรักครั้งแรกและอาจจะเป็นรักเดียวของเค้า
คนเดียว!! ทำไมนายพูดอย่างนั้นล่ะ
พ่อไม่เคยรักแม่ชั้นหรอก ที่ชั้นได้เกิดมาก็เพราะพ่อต้องการทายาท เป็นหลักประกันถึงผลประโยชน์ที่พ่อกับแม่มีร่วมกัน ชั้นไม่เคยรู้จักความอบอุ่นในครอบครัวหรอก เชนตอบอย่างเย้ยหยันตัวเอง นายซะอีกที่เกิดจากความรักชั้นขอโทษนะ ไม่น่าถามเลย
ไม่เป็นไร ชั้นไม่คิดมากหรอกมันเป็นเรื่องที่ชั้นรับรู้มานานแล้ว เชนยิ้มให้นาธานคลายกังวล เอาล่ะนาธานตอนนี้ นายพยายามอย่าไปไหนมาไหนคนเดียว จนกว่าชั้นจะแน่ใจว่าพ่อคิดจะทำอะไรซึ่งชั้นจะเร่งสืบให้เร็วที่สุด อย่าไว้ใจใครทั้งนั้นนอกจากพวกเรา เข้าใจมั้ย เชนบอกอย่างจริงจัง เมื่อนาธานพยักหน้ารับเขาก็หันมาสำทับกับสองแฝด พวกนายด้วย ระวังตัวกันหน่อยนะนายด้วยล่ะ อย่าลืมนะว่าสัญญากันแล้ว เร็นบอกเชนบ้าง ก็มันเป็นห่วงนี่มัวแต่สนใจคนอื่นอยู่ได้ ไมล์นายก็เหมือนกันนะ
หน้าที่ของชั้นอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ไมล์รับคำอย่างแข็งขันแล้วจะเอายังไงดีล่ะพวกนายน่ะ เรียวถามขึ้น หรือว่าวันนี้จะค้างที่บ้านชั้นก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับ
ดีเหมือนกันนะเชน เพราะเราก็ยังไม่แน่ใจว่าพวกข้างนอกนั่นเป็นพวกไหน กันไว้ก่อนดีกว่า ไมล์รีบสนับสนุน
คงไม่รบกวนพวกนายนะ เชนถามอย่างเกรงใจ
ไม่หรอก อีกอย่างชั้นก็เป็นห่วงนาธานด้วย เป็นอันว่าตกลงนะ เดี๋ยวชั้นจะขึ้นไปเปิดห้องพักแขกให้ เรียวบอกแล้วลุกขึ้น พลางดึงนาธานที่หน้าเป็นสีชมพูเพราะคำพูดของตัวไปด้วย
เดี๋ยวก่อน นายจะพาชั้นไปไหนน่ะ นาธานท้วงแต่ก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย
ห้องชั้นไง จะไปไหนได้ล่ะ เรียวยังคงเดินต่อ แต่นาธานหยุดกึก หา!! ห...ห้องนาย ไปทำไมอ่ะ
อ้าว ก็ไปเอาเสื้อผ้าไว้เปลี่ยนไง เรียวหันกลับมาบอกงงๆ พอเห็นนาธานหน้าแดงก็หัวเราะอย่างเอ็นดู นี่นายคิดไปถึงไหนแล้วเนี่ย ชั้นแค่จะให้นายไปเอาเสื้อผ้าเท่านั้น นายจะได้ไปอาบน้ำที่ห้องของเร็นแล้วนอนที่ห้องเจ้านั่นคืนนี้ไง
นาธานหลบตาเรียวที่มองมาด้วยความอาย คิดลึกไปหน่อยแฮะเรา ตามนิสัยแล้วเรียวคงไม่ทำแบบนั้นแน่ ถ้าเป็นเร็นก็ว่าไปอย่าง
หรือนายอยากนอนที่ห้องชั้น เอางั้นก็ได้นะ เรียวถามยิ้มๆห้องเร็นก็ดีแล้วล่ะ นาธานรีบบอก
เรียวหัวเราะเสียงดัง ชั้นก็ว่างั้นแหละ ไปกันยัง นาธานพยักหน้าหงึกๆ เรียวจึงจูงมือขึ้นบันไดไป
ว๊า นึกว่าจะได้นอนกับนายซะอีก เชนแกล้งล้อ
เชอะ เรียวคงจะยอมหรอก ถึงเค้าจะเข้ากับนายเป็นปี่เป็นขลุ่ยแต่เค้าห่วงสวัสดิภาพของชั้นมากกว่ารู้ไว้ซะด้วยนะ อีกอย่างใครบอกนายว่าชั้นจะให้นายเข้าห้องชั้นกัน เร็นว่า เรื่องอะไรจะยอมเสียฟอร์มมากไปกว่านี้
ชั้นถึงบอกไง ว่าเรียวน่ะเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุ ว่าแต่นายกลัวชั้นจะปล้ำนายหรือไงถ้าอยู่ด้วยกันตามลำพัง หรือกลัวว่าจะห้ามใจไม่ไหวแล้วนายจะเป็นฝ่ายปล้ำชั้นซะเอง เชนแกล้งแหย่เร็นต่อ
เร็นหน้าแดงกล่ำเขินก็เขิน โกรธก็โกรธ เลยวิ่งเข้าไปทุบชายหนุ่มแก้เขินซะเลย
อ๊าย!! เจ้าบ้าเชน หน้าไม่อายพูดออกมาได้ เร็นด่าไปพลางทุบไปพลาง ชายหนุ่มก็หัวเราะไปหลบไปด้วยอย่างสนุกสนานที่ได้แกล้ง จนเร็นทั้งเหนื่อยทั้งหอบนั่นแหละถึงหยุดมือลงไปนั่งหอบแฮ่กๆที่โซฟา เชนหัวเราะแล้วนั่งลงข้างๆเร็น พลางลูบหัวเล็กๆอย่างเอ็นดู หายกังวลแล้วใช่มั้ย เร็นหันมามองหน้าชายหนุ่ม เห็นแววตาอ่อนโยนที่มองตรงมา เขาก็ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เชนพึ่งทำไปเมื่อกี้ เขาหลับตาลงเพราะกลัวว่าน้ำตาจะไหลออกมา ที่เชนแกล้งหยอกล้อเขาก็เพียงเพื่อเบนความสนใจของเขาไปจากเรื่องที่กังวลใจ ถึงกับยอมให้เขาทุบเอาทุบเอา หัวใจของเร็นบีบรัดจนเขารู้สึกแน่นไปหมด ไม่เคยมีใครทำเพื่อเขาอย่างที่เชนทำมาก่อนเลย เร็นลืมตาขึ้น เชนคงเห็นสิ่งที่เขาต้องการสื่อออกไป จึงยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ดีแล้วล่ะ นายไปอาบน้ำก่อนเถอะ ชั้นจะคุยกับไมล์ต่ออีกซักพัก
เร็นพยักหน้าแล้วลุกขึ้นอย่างว่าง่าย หันหลังเดินไปที่บันไดสะกดกลั้นความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้ ตลอดเวลาเขารู้สึกถึงสายตาของเชนที่มองตามมา จนพ้นจากสายตาอบอุ่นของชายหนุ่มนั่นแหละ จึงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาช้าๆ ไหล่บอบบางสั่นสะท้านจากแรงสะอื้น เร็นเดินมาถึงห้องนอนเปิดประตูเข้าไปแล้วปิดอย่างเบามือ เดินไปนั่งที่เตียงพลางถอนใจเบาๆ พร้อมกับปาดน้ำตาทิ้ง นี่ไม่ใช่เวลามานั่งร้องไห้เขาคิด แต่พวกเขาจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ยังไงเร็นก็ยังนึกไม่ออกเขาได้แต่หวังว่าทางออกของเรื่องทั้งหมดนี้จะไม่ทำให้ใครต้องเสียใจ หรือทำลายความสุขที่พวกเขาพึ่งค้นพบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเชน คนที่ตอนนี้ครอบครองพื้นที่ในใจของเขาไปจนหมดแล้ว
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
จาก Yayoy : เฮ้อ!! จบแล้วค่าตอนที่ 2 กว่าจะนึกพล็อตได้ เล่นเอาเหงื่อตกแก้แล้วแก้อีก เพื่อนๆอ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงก็ส่ง Comment มาได้นะคะ ขอน้อมรับทุก Comment ด้วยความยินดีค่ะ
แนะนำติชมได้ที่ E-mail : [email protected]