Junoir
By KURUMI

Chapter 10

“ รีบไปเถอะ เดี๋ยวฝนจะตกแล้ว ” เขาเดินนำหน้าผมไปไม่หันมามองซักนิดเลย ไอ้ผมก็ได้แต่งงสิครับ รึว่าจะโกรธที่ผมดูเพลินจนเขาต้องมาตามกันล่ะ ? .. หึ เอาแต่ใจชะมัด

“ เร็วเข้า ” เขาเร่งผมอีก .. ไม่ได้ๆวันนี้ตั้งใจแล้วว่าจะไม่ชวนเขาทะเลาะ ต้องอดทนๆ ผมเลยเดินไปนั่งที่ข้างๆคนขับแบบว่าง่าย แต่ก็ยังทำหน้าบูดอยุ่ดีล่ะ

“ เป็นอะไรไปล่ะ ? ”

“ เปล่า ! ผมก็หน้าแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ได้โกรธซักหน่อย ” พูดจบก็หันหลังให้เขาเลยดีกว่า … เพราะวันนี้จะอดทน เขาก็ไม่ว่าอะไรอีกนอกจากถอนหายใจแล้วขับรถออกไปเลย

ผมแกล้งหลับไม่สนใจเสียงฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนั่นหรอก ที่จริงมันก็น่ากลัวอยู่นะ แบบนี้พายุลงกลางดอยแน่เลย

เอี๊ยด ! โครม ! นะ นั่นเสียงอะไรน่ะ? ผมลืมตาขึ้นดูอย่างตกใจ

“ ตะ ต้นไม้หัก !? ” มะ ไม่ได้ตาฝาดไปแน่นะ ต้นไม้ขนาดใหญ่มาก อายุเป็นร้อยๆปีหักลงมาเพราะแรงลมพายุครับ โชคดีที่พี่เจตเบรกทันและดับเครื่องไปก่อนที่มันจะหล่นมาทับพวกเรา และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น

“ แย่ล่ะ .. หล่นขวางถนนแบบนี้ ” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหมายเลขอยู่หลายครั้งก่อนจะวางลงที่เดิมแล้วเปิดวิทยุในรถ แม้ว่าเสียงจะดังซ่าๆและรับได้แค่คลื่นเดียวแต่ข่าวที่ประกาศด่วนพอดีทำให้รู้ว่าขณะนี้เทศบาลได้สั่งปิดถนนที่จะขึ้นลงดอยทั้งหมดแล้ว เพราะต้นไม้หักโค่นทับถนนเต็มไปหมด แถมยังไฟดับอีกด้วย

“ สงสัยเพราะพายุน่ะ เรน .. แล้วลองตกหนักแบบนี้ไปไหนไม่ได้แน่ รออยู่ในรถไปก่อนก็แล้วกัน ” พลางเอื้อมมือไปสตาร์ทเครื่องแต่รถเจ้ากรรมก็ดัน … ไม่ติด

“ เออ .. ไม่เป็นไรหรอกฮะ เปิดระจกเอาก็ได้ ” ผมไม่รู้จะพูดยังไงกับเรื่องนี้ดี เลยเปิดกระจกรถแต่พอเปิดไปนิดนึงเท่านั้นและทั้งละอองฝนและลมก็เข้ามาที่ช่องแคบๆทันทีจนผมแทบปิดไม่ทัน

“ แหะๆ กระจกเปิดไม่ได้น่ะฮะ ” ผมยิ้มเจื่อนๆ แล้วมทองตามเขาที่เอื้อมไปหยิบร่มตรงหลังรถ

“ จะไปไหนเหรอฮะ ฝนตกแบบนี้น่ะ ? ” ผมถาม

“ ตรงข้างหน้าประมาณสองกิโลมีสถานีป้องกันไฟป่า พี่จะเรียกให้เขามาช่วย รออยู่ที่นี่นะ ”

เปรี๊ยง !

“ เรน !? ” เสียงนั่น .. มัน .. ฟ้าผ่านี่นา มะ ไม่เอานะ

“ ไม่เป็นไรนะ ” มือของเขาลูบหัวผมเบาๆหลังจากนิ่งไปพักหนึ่ง ผมได้แต่พยักหน้า ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเจอเสียงฟ้าผ่าที่เกลียดที่สุดแบบนี้ อายชะมัด

“ ตัวสั่นเชียว กลัวเหรอ ? ” ผมได้แต่พยักหน้า ถึงน้ำเสียงของเขาจะอ่อนโยนแต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมหายตกใจกับเสียงเมื่อกี้เลย

“ ไม่เป็นไรหรอก พี่อยู่ด้วยนี่ ” น้ำเสียงนั้นทำให้ผมอยากเห็นสีหน้าของเขาตอนนี้อย่างไม่รู้สาเหตุ เลยเงยหน้าขึ้นมอง .. ผมว่าผมหูไม่ฝาดไปแน่ๆ ว่าได้ยินเสียงหัวใจเต้นของเขา

“ อ๊ะ ! ขอโทษฮะ ” ผมรีบเอามือที่อยู่บนอกของเขาออก .. นะ น่าอายชะมัด นี่ผมตกใจกอดเขาไว้เลยเหรอ ?

“ พะ .. พี่เจต ? ” แต่เขากลับจับมือของผมไว้แน่น ผมไม่รู้ตัวหรอกว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น รุ้แต่ว่าละสายตาจากดวงตาที่จ้องมองผมอยู่ในตอนนี้ไม่ได้เลย ผมรู้สึกถึงมืออุ่นๆของเขามันเลื่อนมาโอบเอวผมไว้แล้วดึงเข้ามาเรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องหาที่นั่งให้ตัวเอง..ผมนั่งอยู่บนตักเขาแล้ว รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่ใบหน้าของผม …และสัมผัสนุ่มๆที่ริมฝีปาก เขาหยุดแล้วมองหน้าผมเหมือนที่ผมมองเขา ผมหลับตาลงอัตโนมัติ .. คิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว รู้สึกได้ถึงสัมผัสที่เร็วขึ้นแต่กลับทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับโลกมันหมุนช้าลงอย่างนั้นแหละ สัมผัสนุ่มๆนั่นเข้ามาภายในปากแล้วเกี่ยวเอาลิ้นของผมไปด้วย ทำให้ผมรับรู้รสเปปเปอร์มินท์จางๆจากลูกอมที่เขาอมเมื่อกี้

มืออุ่นๆนั่นค่อยๆเลื่อนขึ้นมาที่คอช้าๆ ทำเอาผมรู้สึกขนลุกแต่จู่ๆก็จับที่ต้นคอแล้วดึงลงทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ เขาละจากริมฝีปากของผมไปแล้วแต่ผมกลับรู้สึกอุ่นๆที่คอแทน

“ อ๊ะ ! ” เส้นผมนุ่มๆของเขาปกที่ไหล่ของผมพร้อมๆกับสัมผัสชื้นๆที่ต้นคอ เบา เชื่องช้า อา .. เสื้อผมหายไปไหนเนี่ย ?แต่ก็ช่างเถอะมันทำให้ผมใจเต้นระรัวมือไม้ไม่รู้จะวางตรงไหนแล้วเลยกอดรอบคอเขาไว้แน่นเมื่อสัมผัสนั้นแรงขึ้นเร็วขึ้น … รู้สึกกลัวแต่ก็ความอยากรู้ อยากลองมันมีมากกว่าไม่รู้กี่เท่า

ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อลมเย็นๆพัดผ่านตัวแต่กลับรู้สึกเย็นยิ่งกว่าเมื่อเขาละจากคอผมไปที่ไหล่ ต้นขาที่ดันเข้ามาระหว่างขาของผมทำเอาผมร้องออกมาเบาๆขืนตัวออกสุดฤทธิ์แต่เขากลับไม่ยอมหยุด เขาดันสะโพกผมลงให้ผมสัมผัสกับขาของเขา … ดันเอวผมเข้ามาใกล้จนผมรู้สึกได้ถึงบริเวณนั้นของเขา

“ อะ .. พะ พอเถอะนะ ” ผมพยายามเอาชนะอารมณ์ของตัวเอง แล้วเบี่ยงหลบเขาอีกครั้ง .. มะ มันต้องไม่ใช่

“ พะ.. อื้อ ” เขาเงยหน้าขึ้นมาจูบผม เหมือนกับจะสั่งให้ผมเงียบซะ ปลายลิ้นที่กวาดเข้ามาอย่างรุกล้ำและรวดเร็วมันฉุดดึงอารมณ์ผมอีกครั้ง

โครม ! เสียงดังสนั่นนั้นทำให้เขาหยุดในสิ่งที่ทำอยู่ทันที ผมในตอนนี้ถึงจะทำอะไรไม่ถูกแต่ก็มีสติพอที่จะลุกขึ้นจากตักเขาไปอยู่ทีนั่งตัวเอง เสียงต้นไม้หักโค่นอีกต้นนั่นเอง ผมดึงเสื้อตัวเองที่โดนดึงออกเกือบหมดมาใส่ทั้งๆที่ยังใจเต้นแรงอยู่รู้สึกร้อนวูบที่หน้า ไม่กล้ามองหน้าเขาเลย .. เมื่อกี้ผมทำอะไรลงไป ?

“ อะ .. อันตรายแน่ ขืนยังรออยู่แบบนี้ .. เออ เรน ” ผมได้ยินเขาสูดลมหายใจก่อนจะพูด

“ อะ ..ฮะ ” ทั้งๆที่พยายามสงบจิตใจตัวเองอยู่แต่จู่ๆตอนถูกเรียกขึ้นมาก็ทำเอาผมทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน

“ พี่ .. จะไปสถานีไฟป่านะ ” เขามองที่หน้าผมอย่างชั่งใจ เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างก่อนจะถามขึ้นมา

“ ไปด้วยกันเถอะ ”

“ หนาวมั๊ย ? ” เขาตะโกนแข่งกับเสียงฝนที่ตกหนักนั่น จริงอยู่ถึงผมจะรู้สึกหนาวจนชาไปหมดเพราะเดินมาได้ไกลจากรถแต่ก็ต้องรีบส่ายหน้าปฏิเสธสิ ไม่อยากเป็นภาระใครหรอกนะ

“ เอ้า ! ใส่เสื้อซะ หนาวสั่นแบบนี้ไม่ต้องฝืนหรอก ” เขาถอดเสื้อที่ใส่อยู่ให้ผม

“ แต่ว่าพี่เจต .. ”

“ พี่แข็งแรงกว่าเรา ไม่เป็นไรหรอก เรนน่ะแหละถ้าเป็นอะไรไปตอนนี้พี่จะเอาไม่ไหวนะ ” เขาแย้งด้วยเหตุผลนั้นผมเลยต้องทำตามอย่างช่วยไม่ได้ ร่มที่ผมถืออยู่ไม่ได้ช่วยกันลมฝนเลยซักนิดไม่นานนักมันก็ต้านไม่ไหวพังไปเพราะลมตีอย่างแรงนั้นเอง ผมกับพี่เจตเลยต้องค่อยๆเดินฝ่าฝนไปทั้งอย่างนั้น … หนาวจนบอกไม่ถูก ผมแทบพูดอะไรไม่ออกได้แต่เดินไปกอดตัวเองแน่น เขาเลยเดินข้างๆแล้วโอบไหล่ผมให้อยู่ใกล้ๆตัวเขาเหมือนจะบอกว่า ไม่เป็นไรแน่ๆ เราเดินฝ่าสายฝนและลมไปช้าๆ เวลาในตอนนี้คงจะใกล้ค่ำแล้วแต่ว่าวันนี้มันมืดผิดปกติเพราะพายุเข้านั่นเอง .. ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ แต่มันนาน นานจนผมรู้สึกว่าขามันชาไปหมด .. ไม่สิ ชาไปทั้งตัวต่างหาก

“ เรน .. ทนหน่อยนะ อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว ” ผมได้ยินเสียงนี้แต่ว่ามันเบาเหลือเกิน …

 catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1