lovestation.gif (22136 bytes)

Chapter 9

ร่างเล็กยืนลังเลอยู่หน้าตึก จะทำงัยดีนะ เกิดเจอหน้ากัน เราจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้หรือเปล่านะ จริงๆมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่นา แล้วเราจะกังวลไปทำไม ใช่สิ ไม่เห็นมีอะไรเลย

อายะยังคงเดินวนไปมาอยู่หน้าลิฟต์ ก่อนจะสูดลมหายใจลึกๆ นั่นสิ ไม่มีอะไรสักหน่อย ร่างเล็กเอื้อมมือไปจะกดลิฟท์ พอดีกับที่มือใหญ่เอื้อมไปกด ในตอนนี้จึงอยู่ในสภาพที่มือของใครบางคนกุมมือเล็กๆของอายะที่ปุ่มลิฟท์อยู่ อายะหันไปมองงงๆ พลันใจก็เต้นแรง เมื่อเห็นคนที่ตัวเองคิดว่าไม่กล้าเจอที่สุดในตอนนี้

“อรุณสวัสดิ์ อายะจัง กว่าจะตัดสินใจขึ้นลิฟท์ได้นี่นานจังนะ คิดอะไรอยู่หล่ะ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย

“ไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย” อายะเสมองไปทางอื่น ไหงวันนี้ใจเต้นแรงไม่ยอมหยุดเลยล่ะ ทั้งๆที่ปกติเจอหน้าจะรู้สึกรำคาญนี่นา แดนดึงมือเล็กออกมากุมแน่น พลางยิ้มกริ่ม

“จริงหรอ” ร่างบางยังไม่ทันรู้สึกตัวว่ามือของตัวเองน่ะ ถูกแดนจอมเจ้าชู้จับไว้อยู่ “นึกว่ากำลังคิดถึงเรื่องเมื่อวานนี้ซะอีก”

“เมื่อวาน?”

“ก็แบบนี้งัย” ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้ามาชิดใบหน้าเป๋อเหลอ แต่แล้วทั้งคู่ก็มีอันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกระแอมเบาๆ อายะรู้สึกตัวรีบผละออก ใบหน้าแดงระเรื่อ เมื่อกี้มันอะไรกันเนี่ย...

“คือ ถ้าไม่เข้าก็ขอคนข้างนอกเข้าหน่อยเหอะ”

“เทตสึยะ อ๊ะ ชิโนบุ” แดนทักทาย ชิโนบุ...จริงสิเราเคยได้ยินคนชื่อนี้แล้วนี่นา ยังไม่เคยเห็นเลย อายะเขยิบตัวเล็กน้อย เพื่อให้เห็นคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง พลางจะส่งยิ้มให้ แต่ก็ต้องยิ้มค้าง เมื่อเจอสายตาแปลกๆที่ส่งมาเพียงแว่บเดียวก่อนอีกฝ่ายจะหันไปมองทางอื่น ราวกับไม่สนใจเขา

“เข้าไปในลิฟท์สักที ถ้านายเข้างานช้า ชั้นจะหักเงินเดือนเอาให้อานไปเลย” เทตสึยะพูดอย่างไม่จริงจังนัก ทั้ง 4 คนเดินเข้าไป เทตสึยะก้มมองมือแดนที่ยังคงจับมืออายะไว้อยู่ ร่างสูงอมยิ้มเล็กน้อย เจ้าแดนนี่น้า แต่เช้าเชียว ดูเหมือนอายะเองก็ไม่ได้รังเกียจอะไรนี่นา (เอ่อ ...จริงๆ อายะเค้ายังไม่รู้ตัวเลยว่าถูกจับมืออยู่)

“แดน คิดจะจับมือเด็กคนนั้นจนถึงที่ทำงานเลยรึงัย” เสียงเล็กๆดังขึ้นเบาๆ แทบจะจับอารมณ์ไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเจ้าตัวพูดล้อเล่นหรือจริงจัง อายะมองมือตัวเอง ก่อนจะตกใจรีบชักมือกลับ แดนทำหน้าเสียดาย หันไปทำท่าเข่นเขี้ยวกับชิโนบุ ร่างเพรียวแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ พร้อมรอยยิ้มสดใส อายะมองแล้วนึกในใจ คนๆนี้ยิ้มสวยจัง ผมสีดำสนิทยาวล้อมกรอบใบหน้ารูปไข่ขาวเนียน ดวงตากลมเรียวราวกับหงส์ ดูท่าทางเป็นคนดุพอสมควร คงจะดุจริงๆแหละ ก็เมื่อกี้สายตาที่มองมา มัน...ไม่ค่อยเป็นมิตรเลย

ร่างเล็กมองแดนที่ยืนคุยหัวเราะคึกคักอยู่กับชิโนบุ พลางถอนหายใจ รู้สึกหนักอกชอบกล มือเล็กๆอีกข้างลูบกุมมือข้างที่แดนจับอย่างลืมตัว

“จริงสิ อายะจัง ยังไม่รู้จักกับชิโนบุเลยนี่” แดนนึกขึ้นได้ “นี่ ชิโนบุนะ ทำงานอยู่ฝ่ายเทคนิค ชั้น 11 น่ะ เลยไม่เคยเจอ แล้วก็ชิโนบุนี่อายะจังนะ ....”

“รู้น่า เด็กน่ารักยิ่งกว่าผู้หญิง ขวัญใจทุกคนแห่งชั้น12” ชิโนบุยิ้มน้อยๆ อายะยิ้มแหยๆ ไม่รู้เขาคิดไปเองหรือเปล่า แต่น้ำเสียงมันฟังดูประชดประชันยังงัยไม่รู้ ส่วนเทตสึยะก็ปิดปากเงียบ ได้แต่คิดในใจ แดนเอ้ย รีบทำอะไรสักอย่างก่อนที่บริษัทชั้นจะพังเพราะพิษรักของนายนะ

อายะเดินเข้ามาทำงานด้วยสภาพไม่ค่อยปกติ ทั้งๆที่ขึ้นลิฟท์เหมือนทุกวัน แต่วันนี้กลับรู้สึกอยู่ในนั้นตั้งนาน พอออกมาถึงจะรู้สึกโล่งใจ

“อายะจัง จะไปไหน” แดนคว้าแขนเรียวไว้เมื่อเห็นเจ้าตัวเดินไปในทิศทางตรงกันข้าม

“อ๊ะ...” อายะมองซ้ายขวา พอรู้ว่าผิดทาง ก็ได้แต่หัวเราะแหะๆ

“แบบนี้จะไม่ให้ดูแลได้งัย” แดนยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะจับมืออายะเดินเคียงคู่กันไป

“สนิท...กับคุณชิโนบุจังเลยนะ” อายะพูดออกมาแล้วก็เงียบไป ทำไมเขาต้องพูดเรื่องนี้ด้วยล่ะ มันเหมือนกับเป็นคำถามคาใจที่เขาอยากได้คำตอบเหลือเกิน แดนชะงักเล็กน้อยก่อนจะยิ้ม

“อืม เพื่อนตั้งแต่เข้าทำงานน่ะ เป็นเพื่อนคนแรกเลยก็ว่าได้ เพราะเข้าทำงานพร้อมกัน” ร่างสูงกุมมือเล็กแน่นขึ้น เขาผ่านผู้หญิงมาก็เยอะ ประสบการณ์ความรักก็มีมากพอสมควร เรื่องแค่นี้ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่า อายะกำลังคิดอะไรและคิดอย่างไรกับเขา แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้เอาเสียเลย แดนยิ้ม เขามีโอกาสแน่ๆ ถ้าสารภาพล่ะก็....

เพื่อนหรอ ใบหน้าหวานยิ้มออก แดนมองใบหน้าสวยอย่างขันๆ อายะชอบเขาแน่ๆ

“พี่ดูมีความสุขจังนะ” ยูกิโกะอดทักไม่ได้ ระหว่างมื้อเย็น เธอเห็นพี่ชายเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว อายะสะดุ้ง

“ระ..หรอ”

“อืม พี่ยิ้มบ่อยมากเลยช่วงนี้ หน้าตาก็ดูสดใสมากขึ้น เป็นเพราะผู้ชายหล่อๆที่มาส่งเกือบทุกวันนั่นหรือเปล่า คนที่ไม่ยอมให้น้องสาวรู้จักน่ะ”

“เปล่าสักหน่อย” ร่างเล็กปฏิเสธเสียงหลง ช่วงนี้แดนมาส่งเขาเกือบทุกวัน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงยอมให้มา แถมพักนี้บทสนทนาที่เคยมีแต่ทะเลาะกันก็หายไป กลายเป็นคุยกันจุ๋งจิ๋งแทน แต่อายะเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขารู้สึกมีความสุขเมื่ออยู่กับแดน “พี่ไม่ได้กันเรานะ แต่เราน่ะชอบเอาไปโพทนาเวลาเจอคนหล่อๆ พี่ก็เลยกลัวว่าเค้าจะเสียความเป็นส่วนตัว”

“แหม พี่ หาว่าหนูพูดมากหรอ” พี่ชายได้แต่ยิ้มแห้งๆ อีกอย่างขืนยูกิโกะรู้ว่าคนที่มาส่งเขาบ่อยๆนั้น คือดีเจในดวงใจล่ะก็ คงวุ่นวายแน่ๆ

“รู้สึกเพลงวันนี้มันออกจะ.....ซึ้งไปหน่อยมั้ย”

“ชั้นว่าไม่ใช่เฉพาะวันนี้หรอกนะ มัน...หลายวันแล้ว “ หลายคนในสถานีอดถามไม่ได้ เมื่อเสียงเพลงหวานซึ้งหลายเพลงออกอากาศทางวิทยุให้คนทั่วประเทศฟังมาหลายวัน

“สถานีเราเปลี่ยนคอนเซปต์เป็นเพลงรักหวานซึ้งแล้วรึงงัยฟะ”

“แต่เอาเหอะ ช่วงนี้ฟีดแบคดีพอสมควรเลยล่ะ มีแต่คนถามว่าดีเจของเราอินเลิฟอยู่หรืองัย” ว่าแล้วก็มองเข้าไปในห้อง ร่างสูงที่นั่งพูดยิ้มหวานอย่างมีความสุข อยู่ตรงข้ามร่างเล็กที่ดูจะเรียกว่ามีความสุขเหมือนกันล่ะมั้ง

“แต่แค่ พอสมควรเองหรอ”

“อือ พวกผู้หญิงบอกว่าถ้าแดนมีแฟน จะมาประท้วงน่ะ” - - ‘

“เลิกจ้องหน้าซะทีได้มั้ย” อายะต่อว่าชายตรงหน้า แต่ก็ไม่กล้าสบตา เสมองไปทางอื่นแทน

“ก็มองคนน่ารักผิดตรงไหน” แดนเถียง ดวงตาคมยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าแดงระเรื่อของอีกฝ่าย น่ารักจัง ชายหนุ่มอดขำไม่ได้ เมื่อเห็นท่าทางเงอะงะของอายะ ที่ลุกขึ้นเดินเก้งก้างไปมาแก้เขิน ร่างสูงสวมหูฟัง แล้วไสลด์ไมค์ขึ้น

“เพลงต่อไปที่ผมจะเปิดให้ฟังนะครับ ผมขอมอบให้คนๆนึง เค้าอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลผม เป็นเพลงที่ผมตั้งใจอยากจะให้เขาฟังมากๆเลยล่ะครับ ถึงแม้จะผ่านบรรยากาศของวันวาเลนไทน์มาหลายเดือนแล้ว แต่ความรักก็ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เวลานั้นหรอกนะครับ ความรักนั้น เกิดขึ้นได้ทุกวินาที เอาล่ะครับ เพลงที่ผมอยากจะให้ใครคนหนึ่งฟังมากที่สุด เพลง I Live My Life For You ครับ” อายะเหลือบตามอง แดนก็ยังคงจ้องมาที่เขา ร่างสูงกระซิบเบาๆ “เพลงนี้ชั้นให้ใครรู้มั้ย” อายะหน้าแดง พอจะรู้ว่าหมายถึงตัวเอง

“จะ..จะให้ใครก็เรื่องของนาย”

“นี่อายะ...” ร่างสูงดึงแขนเรียวไว้ ยังไม่ทันจะพูดอะไรก็ถูกขัดเสียก่อน

“อะแฮ่ม ขอขัดจังหวะหน่อยนะค้า” ร่างเล็กรอดตัวหวุดหวิดเมื่อดีเจเข้ามาหยิบซีดี เธอมองหน้าทั้งคู่สลับไปมา พลางอมยิ้ม “ขอโทษทีน้าแดน พอดีต้องรีบใช้น่ะ ถ้าไม่รีบน่ะ ไม่เข้ามาขัดหรอก จริงๆนะ” ดีเจสาวยิ้มทะเล้น แดนหัวเราะขำๆกับท่าทีของเพื่อน “อืม แล้วก็นะค้า ช่วยเหลือบมองไปที่กระจกด้านนู้นนิดนึง เกรงใจเค้าหน่อยก็ดีนะ ไฟจะไหม้อยู่แล้ว” ก่อนจะเดินหัวเราะคิกคักออกไป ทั้งสองหันไปมองผู้ที่ทำเป็นไม่รู้เรื่องกันอยู่ข้างนอก อายะยิ่งหน้าแดงหนักกว่าเก่า เมื่อรู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของอีกหลายคนด้วย

“อ้าว อายะหน้างอเชียว” แดนเอ่ยขำๆ ร่างเล็กทำหน้าไม่ถูกทั้งโกรธทั้งอาย

“อย่าเข้ามาใกล้นะ” พลางเขยิบออก

“ทำไมล่ะ” แดนยิ่งแกล้งตามเข้าไปใกล้

“ก็...ก็นายชอบทำอะไรบ้าๆ เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิดหมด” ถอย

“ยังงัย” ตามประชิด

“ก็...ก็ที่ทำแบบนี้นะสิ หัดอายมั่งสิ” อายะเหลือบมองกระจก ซึ่งในตอนนี้ห้องทั้งห้องก็ว่างแล้ว ราวกับจงใจให้เหลือพวกเขาแค่สองคน

“ไม่เห็นมีใครเลย จะให้อายอะไร” ร่างสูงยิ้มกริ่มยืนเท้ากำแพงไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างล้อคร่างเล็กที่ยืนหน้าเสีย ทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงกลาง “นี่ อายะ ไม่รู้จริงๆน่ะหรอว่าชั้นคิดยังงัยกับอายะน่ะ หือ?”

อายะชะงักเล็กน้อย เอ๋ หมายความว่างัย เขาไม่เข้าใจเลย จะล้อเล่นก็น่าจะมีขอบเขตบ้าง นี่มันอย่างกับ... “แดน! เพลงจบแล้ว” ร่างเล็กร้องออกมาอย่างตกใจ แดนถึงกับสะดุ้ง

“อูย ใจเย็น ครับ ตกใจหมด ไม่เป็นไรน่า ชั้นคิวเพลงต่อไปในคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว”

“อ้าวหรอ” อายะถอนหายใจโล่งอก

โธ่เอ้ย หมดมู้ดกันพอดี แต่ว่าเมื่อกี้ทำไมอายะทำท่าแปลกๆ หรือว่าจะไม่รู้จริงๆว่าเขาคิดยังงัย เขาก็ว่าสื่อความรู้สึกไปสุดๆแล้วนะนี่ ขนาดคนอื่นยังรู้กันเลย มันมีอะไรผิดพลาดตรงไหนหว่า (ก็ตรงที่นายชอบทำเป็นเล่นงัย)

กว่าจะจบชม. อายะก็แทบหัวใจวายไปหลายรอบ ไม่รู้จริงๆว่าทำไมแดนถึงชอบแกล้งเขานัก แต่เขากลับแปลกยิ่งกว่าพออยู่ใกล้คนๆนี้ทีไร รู้สึกตื่นเต้นไปหมด หัวใจเต้นแรง ทำอะไรไม่ถูก แต่พอคิดได้ว่าถูกแกล้ง มันกลับห่อเหี่ยวซะนี่ ร่างเล็กเดินออกมาไม่ทันมองจึงชนใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง

“ขะ..ขอโทษครับ” โอ๊ะ ว๋าว สวยจัง อายะมองหญิงสาวร่างสูงเพรียวตรงหน้า ผมสีน้ำตาลแดง จมูกโด่ง ริมฝีปากแดงอวบอิ่ม หน้าตาเหมือนพวกต่างชาติเลย อ๊ะ ต่างชาติ “อ๊ะ..sorry” ร่างเล็กรีบเปลี่ยนภาษาแทบจะทันที ใบหน้าสวยยิ้ม ก่อนจะพูดภาษาท้องถิ่นอย่างชัดเจน

“ไม่เป็นไรจ๊ะ”

“อ้อ ครับ” อายะยิ้มเขินๆ

“เอ่อ เห็นแดนมั่งมั้ยจ๊ะ”

“แดน?” ร่างเล็กขมวดคิ้ว อะไรกัน ไอ้ความอึดอัดไม่สบายใจ ที่จู่ๆก็รู้สึกขึ้นมาเนี่ย จะ..มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่านะ

 catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1