please.gif (22706 bytes)

ตอนที่ 6

“…ขอโทษครับ…” โทโมกิเปล่งเสียงขออนุญาตที่หน้าประตูห้องพักครู…พลางเดินเข้าไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมกรีฑาที่นั่งดื่มกาแฟพิงพนักอย่างสบายที่โต๊ะ…

“อ้าว…มาแล้วเหรอซาราชินะ นั่งสิ..นั่ง..” อาจารย์ชายวัย 30 ต้น ๆ รูปร่างค่อนข้างใหญ่…วางแก้วกาแฟลงพลางชี้เก้าอี้ให้เด็กหนุ่ม… โทโมกินั่งเรียบร้อยพลางกวาดสายตามองไปทั่วห้องพักอาจารย์ที่มีโต๊ะของอาจารย์ทุกท่านอยู่… บนโต๊ะอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ที่มีแต่หนังสือเล่มหนา…โต๊ะเป็นระเบียบเรียบร้อยของอาจารย์ฟิสิกส์ที่มีแว่นอันโตพร้อมเสื้อกาวน์วางอยู่… ช่วงนี้เป็นเวลาพักกลางวันพอดีทำให้เหล่าอาจารย์มานั่งพักทานอาหารบ้าง พูดคุยกันบ้างเกือบครบทุกคน…แต่เด็กหนุ่มไม่เห็น…ร่างเพรียวบางที่เป็นเจ้าของหัวใจของเขาอยู่ที่นี่เลย…

“ซาราชินะ!!” เสียงทุ้มเข้มของอาจารย์หนุ่มดังขึ้นทำลายความนึกคิดของโทโมกิ…

“อ๊ะ…ครับ!!”

อาจารย์หนุ่มอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร…แต่ก็หยุดพลางพิงพนักเก้าอี้กอดอกอย่างถอนใจ…

“…เธอเป็นอะไรน่ะ? ซาราชินะ…มิน่าเวลาถึงได้ตกลง…" อาจารย์หนุ่มบ่น…

“…เปล่าครับ…” โทโมกิก้มหน้า…

“..เฮ้อ..” อาจารย์หนุ่มถอนหายใจ

“รู้มั๊ย? เธอน่ะเป็นความหวังอินเตอร์ไฮของชมรมเราเชียวนะ…แถมยังอยู่แค่ปีหนึ่งด้วยยังไปได้อีกตั้งไกลแล้ว ทำไมหมู่นี้ถึงเวลาตกเอา ตกเอาแบบนี้ล่ะ? มีปัญหาอะไรรึเปล่า?”

โทโมกิมองหน้าอาจารย์หนุ่มพลางตอบ…

“…เปล่าครับ…”

เมื่อได้รับคำตอบที่ฟังเหมือนขอไปทีแบบนี้อาจารย์หนุ่มได้แต่ถอนหายใจ…

“อุ๊ยตาย…ยังยืนอยู่อีกเหรอเนี่ย? ดูสิคะชิบาตะซัง” เสียงแหลมของอาจารย์หญิงสอนประวัติศาสตร์อายุอานามเข้าใกล้วัยกลางคนดังขึ้น…โดยที่มือของหล่อนถือแก้วกาแฟใบโต…

“มีอะไรเหรอคะ? อาจารย์คาวาจิ” เสียงที่ฟังดูใสกว่าของอาจารย์หญิงสอนวิชาดนตรีเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังดื่มชาเมื่อทานอาหารกลางวันเสร็จมื้อพอดี…

“แหม…ก็…ฝรั่งคนนั้นน่ะค่ะ…”

ชิบาตะยื่นหน้าไปที่หน้าต่าง…ตามที่มือของคาวาจิชี้…

“หึ…นั่นสิคะ…” ชิบาตะตอบรับด้วยน้ำเสียงค่อนข้างดูถูกเล็กน้อย…

“เฮ้อ…ทำเรื่องตั้งแต่เป็นนักเรียนจนมาเป็นอาจารย์เองก็ยังไม่เลิกอะไรแบบนี้อีก…ไม่รู้อาจารย์ใหญ่คิดยังไงถึงรับเข้ามา…”

คาวาจิบ่นพลางทำให้ชิบาตะหูผึ่งทันที…แน่ล่ะเรื่องซุบซิบนินทา…สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเพศหญิงชอบกันนัก…

“อะไรเหรอคะ? คาวาจิซัง…หมายถึงอาจารย์ฮิราอิเหรอคะ?” น้ำเสียงของชิบาตะอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที…โต๊ะของหล่อนใกล้กับโต๊ะที่โทโมกินั่งฟังอาจารย์หนุ่มบ่นอยู่มาก… และตอนนี้เด็กหนุ่มก็ไม่ได้สนใจที่อาจารย์หนุ่มบ่นให้เขาฟังอีกเลย…

“แหม…ชิบาตะซังเพิ่งเข้ามาคงจะไม่รู้สินะคะ…ว่าเขาทำเรื่องไว้ขนาดไหน…น่าอับอายมากเลยค่ะ…”

คาวาจินั่งลงและพูดเสียงเบากว่าเมื่อครู่ค่อนข้างมาก…พลางทำให้ชิบาตะขยับเก้าอี้เข้าใกล้อีกอย่างอยากรู้อยากเห็น…

“…ตอนนั้นเขายังเป็นนักเรียนที่นี่น่ะแหละค่ะ…ต้นสายปลายเหตุอะไรดิฉันก็ไม่ทราบนักหนาหรอกนะคะ…แต่ว่า…เขาเคยฆ่าตัวตายค่ะ…”

“หา!!?”

เสียงอุทานของชิบาตะดังขึ้นอย่างตกใจ…รวมทั้งโทโมกิที่กลั้นเสียงไว้ได้ทัน…

“ค่ะ…ฆ่าตัวตายคนเดียวก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ…แต่เขาฆ่าตัวตายพร้อมกับ…เอ่อ…คนรักน่ะค่ะ…โอ๊ยพูดแล้วกระดากปาก… คนรักที่เป็นเด็กผู้ชายด้วยกันน่ะค่ะ…”

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเบิกกว้าง…แม้จะพอรู้อยู่เลา ๆ แต่เด็กหนุ่มก็ไม่คิดว่าจะได้มาฟังในที่แบบนี้…

“…ตายจริง…งั้นฝรั่งที่มาคอยอยู่นี่ก็…” ชิบาตะพูดขึ้นพลางทำสีหน้ารังเกียจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด…

“…ก็…นะคะ…น่าจะเป็นผู้ชายคนใหม่…”

“เอ่อ…แล้วเด็กที่ฆ่าตัวตายด้วยกันล่ะคะ?”

“อ๋อ…ตายค่ะ…เห็นว่าเป็นโรคที่จะต้องตายอยู่แล้วด้วย… เสียดายนะคะอุตส่าห์เป็นทั้งกรรมการนักเรียนพ่วงด้วยเป็นนักวิ่งระยะสั้นความหวังอินเตอร์ไฮของโรงเรียนเชียวล่ะ… สงสัยจะพร้อมใจกันฆ่าตัวตายนั่นแหละค่ะ…แต่หมอช่วยชีวิตอาจารย์ฮิราอิได้ทันคนเดียวเท่านั้น…”

“…ตายจริง…” ชิบาตะถอนใจเฮือกใหญ่…มือของหล่อนจับหน้าอกเอาไว้…

“ตอนนั้นเป็นข่าวดังเชียวค่ะ…ซุบซิบนินทากันเป็นว่าเล่น…นักเรียนและอาจารย์ที่อยู่ที่นี่เมื่อตอนนั้นรู้เรื่องกันหมดแหละค่ะ…เฮ้อ…”

คาวาจิจิบกาแฟเมื่อรู้สึกว่ากระหายน้ำ…ส่วนชิบาตะก็ยังอยู่ในท่าเดิมดวงตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้…

“ตั้งแต่นั้นก็ลาออกค่ะ…หายไปก็ตั้งหลายปี…จนดิฉันมาเห็นตอนที่เข้ามาในห้องพักอาจารย์นี่แหละ…ดิฉันงี้แทบจะเป็นลม…”

“เอ๋…ทำไมล่ะคะ?”

“…ก็แหม…พวกนี้นี่เขาว่าอารมณ์รุนแรง…แถมยังมีประวัติแบบนี้อีก…ให้มาเป็นครูบาอาจารย์คอยสอนพวกนักเรียนได้ยังไงกันล่ะคะ? น่ากลัวออก…” คาวาจิเริ่มสนุกในการว่าร้ายคนอื่นตามความเห็นของตัวเอง…

“แหม…นั่นสิคะ…ดิฉันเคยได้ยินว่าพวกนี้สมองผิดปกติด้วยนะคะ”

“…ค่ะ…ผู้หญิงสวย ๆ มีตั้งแยะบนโลกไม่เอา…ดั๊นไปเอาผู้ชายด้วยกัน…”

“…อาจารย์คาวาจิ..พอเถอะค่ะ…ดิฉันขยะแขยงจะแย่แล้ว…”

ชิบาตะทำท่าประกอบคำพูดตัวเองด้วย…ทำให้โทโมกิที่นั่งฟังอยู่รู้สึกภายในเดือดดาลขึ้นทันที… แต่แล้วสายตาก็ไปปะทะกับร่างบางซึ่งยืนอยู่หลังประตูห้อง…พริบตาเดียวที่ฮิโระหันหลังกลับโทโมกิก็ลุกขึ้นอย่างกะทันหัน…

“อาจารย์ฮิราอิ!!”

“ซาราชินะ!!?”

โทโมกิไม่ฟังเสียงร้องเรียกของอาจารย์ที่ปรึกษาหนุ่มใหญ่ และไม่ได้สนใจปฏิกิริยาตกใจของอาจารย์หญิงทั้งสองเมื่อรู้ว่าฮิโระได้ยินสิ่งที่พวกเธอกำลังนินทากันอยู่…วิ่งตามฮิโระไป…

“โอ๊ย!!” เด็กหนุ่มรีบเร่งจนชนกับเด็กสาวรุ่นน้องคนหนึ่ง…

“ขอโทษนะ เจ็บรึเปล่า?” โทโมกิรีบฉุดเด็กสาวขึ้นพลางเหลียวหาฮิโระ…ทว่า…คลาดสายตาไปเสียแล้ว…

“ไม่เป็นไรค่ะรุ่นพี่” เด็กสาวตอบอย่างไม่ถือสา…ก็คนที่ชนเธอเป็นรุ่นพี่ซาราชินะคนดัง…

“งั้นเหรอ? พี่กำลังรีบน่ะขอตัวก่อนนะ โทษที…” โทโมกิรีบเร่งตามไป…แต่ก็คลาดสายตาไปแล้ว…

“ดูนั่นสิเธอ…อาจารย์ฮิราอิไม่ใช่เหรอ?”

เด็กหนุ่มหันขวับไปทางต้นเสียงที่ยืนมองหน้าต่างระเบียงทันที…พลางรีบเดินไปหา…

“ทำไมรีบกลับจัง ยังไม่เลิกเรียนแท้ ๆ “

โทโมกิแทบจะไม่ได้ฟังที่เด็กสาวทั้งสองคุยกันเลยแม้แต่นิด…เขาจ้องลงไปที่หน้าประตูโรงเรียนซึ่งฮิโระและเออร์วินกำลังยืนคุยกันอยู่…

“ว๊าย!! โอบไหล่ด้วยล่ะ!!”

เด็กสาวส่งเสียงวี้ดว๊าย…เมื่อมือใหญ่ของเออร์วินโอบไหล่เล็กบางพลางดึงร่างของฮิโระเข้ามาใกล้โดยที่ไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย… แต่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเด็กหนุ่มหรี่ลงอย่างเจ็บแค้น…จนรถสปอร์ตสีดำแล่นออกไปจากโรงเรียน…

***************************

แสงไฟสลัวภายในห้องนอนขนาดย่อม…สะท้อนเตียงนุ่ม ขับผิวขาวเนียนของเรือนร่างบอบบางให้น่าหลงไหลมากขึ้นไปอีก…

“ฮิโระ…”

ดวงตาสีเทาเรียวลืมขึ้นตามเสียงเรียกของชายหนุ่ม…ริมฝีปากบางหยักยิ้มซึ่งเป็นยิ้มที่ห่างไกลร่องรอยของความสุขมาก…

“…เป็นเหมือนเดิมอีกแล้วสินะ…ฉันนี่ช่างทำอะไรซ้ำซากซะจริง”

น้ำเสียงใสเอ่ยราบเรียบ…แต่กลับทำให้หัวใจของชายหนุ่มรู้สึกเจ็บปวด…

“ใช่…แล้วนายก็จะทิ้งฉันไปอีก…”

ดวงตาสีผืนทะเลหรี่ลง…นึกสมเพชในใจที่พ่ายแพ้ต่อความต้องการ…จนต้องหลงติดบ่วงที่ไม่มีทางปีนออกไปได้ครั้งแล้วครั้งเล่า…

“ฉันไม่ได้รักนาย…เออร์วิน”

“แต่ฉันรักนาย!”

“อย่ามัวแต่คิดถึงคนตายได้มั๊ย!? นายไม่มีความสุขหรอก ทำไมไม่มองฉันล่ะ!!”

หยาดน้ำใสเดินทางผ่านแนวแก้มเนียน…หยดลงบนผืนผ้ายับ…เปลือกตาบางปิดลง

“…โง่จริง ๆ “ เออร์วินผละจากร่างบาง ลงนั่งข้างเตียงกุมศีรษะ…

“ใช่แล้วล่ะ” ฮิโระพลิกตัวหันหลังให้ชายหนุ่ม…หยาดน้ำตาไหลเงียบ ๆ

“ฉันเองก็โง่เหมือนกัน…รู้ทั้งรู้ว่าที่นายนอนกับฉันก็เพราะเกิดทนไม่ได้กับทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นมาเท่านั้น…ทั้งที่ไม่ได้รักฉันซักนิด…โง่จริง ๆ “

ฮิโระไม่กล้าแม้จะชำเลืองมองร่างเบื้องหลังของชายหนุ่ม…ตัวเขาเองรู้สึกผิดและเจ็บปวดใจ แต่ ณ วินาทีนั้นทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวราวกับหยุดนิ่งไปหมด หากมีไออุ่นของใครสักคนมาหยิบยื่นให้ในตอนนั้นไม่ว่าจะเป็นใครเขาก็คงจะยอมรับหมดอย่างไม่มีเงื่อนไข…แต่เมื่อทุกอย่างจบสิ้น ความมีเหตุผล และใบหน้าของคนรักเก่าก็คืนกลับมา…สร้างความเจ็บปวดขมขื่นไม่จบสิ้น…

“แต่…ฉันก็รักนาย…ฮิโระ”

ดวงตาสีเทาเรียวเบิกขึ้นเมื่อริมฝีปากอุ่นของเออร์วินประทับรอยที่ลำคอขาวพร้อมเสียงกระซิบ…

“เออร์วิน”

ความอบอุ่นของอ้อมอกแกร่งแผ่เข้ามาทางแผ่นหลังเมื่อร่างบางถูกกระหวัดกอด…

“ถึงจะน่าสมเพช…แต่ฉันก็ดีใจที่นายพึ่งฉันคนเดียวเท่านั้น”

น้ำเสียงทุ้มเจือความดีใจเอาไว้ เขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ผ่านไปสักครู่ฮิโระก็รู้สึกถึงลมหายใจเป่ารดซอกคออย่างสม่ำเสมอ…แต่กว่าที่ร่างบางจะสามารถข่มตาหลับลงไปบ้างก็เป็นเวลาใกล้รุ่งแล้ว…

***************************

เด็กหนุ่มผิวคล้ำยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าประตูห้องหนึ่งของอพาร์ทเมนต์…ในมือกำกระดาษที่อยู่ซึ่งคัดลอกมาจากคำบอกของอาจารย์ฝ่ายทะเบียน… ที่เขาคะยั้นคะยออยู่เป็นนานตั้งแต่เมื่อวานเย็น…ด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม… ภาพของชายหนุ่มต่างชาติที่โอบไหล่ร่างบางเอาไว้แล้วขึ้นรถหายไปด้วยกันยังติดตรึงอยู่ราวกับม้วนวีดีโอที่ถูกกรอกลับไปมาเฉพาะฉากนี้เท่านั้น…

“มีอะไรเหรอจ๊ะ?”

เสียงของหญิงกลางคนซึ่งหอบของพะรุงพะรังเดินขึ้นบันไดมา เอ่ยถามเมื่อเห็นเด็กหนุ่มยืนละล้าละลังอยู่หน้าห้องชายหนุ่มหน้าสวยที่หล่อนเคยเห็นเป็นครั้งคราว…

“อะ…เอ่อ…ที่นี่ห้องของอาจารย์ฮิราอิใช่มั๊ยครับ?”

หญิงกลางคนพิเคราะห์มองใบหน้าคมเข้มของเด็กหนุ่ม…

“เอ…ฉันไม่รู้ชื่อเขานะจ๊ะ…แต่คนที่อยู่ห้องนี้เป็นผู้ชายหน้าตาสวย ๆ น่ะ …อาจารย์ฮิราอิใช่แบบนั้นรึเปล่าล่ะจ๊ะ?” เด็กหนุ่มพยักหน้า…

“งั้นก็คงจะใช่…ไม่ลองกดกริ่งดูล่ะจ๊ะ…เขาคงอยู่ในบ้านนี่แหละเมื่อคืนฉันได้ยินเสียง….เออ”

หล่อนชะงักนิดหน่อย…และไขกุญแจเข้าไปในห้องโดยไม่พูดต่อให้จบ…ไม่ทันที่โทโมกิจะได้ขอบคุณด้วยซ้ำ…

“เอาล่ะ”

โทโมกิถอนหายใจเฮือกใหญ่…รวบรวมสมาธิว่าจะเริ่มต้นด้วยคำพูดแบบไหนดี… ความจริงเขาเกือบจะมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่โดนทาคาโนริดึงตัวไว้ให้ช่วยสอนการบ้านก็เลยต้องข่มใจเอาไว้อย่างนั้นเกือบทั้งคืน…

“กิ๊ง ก่อง” เด็กหนุ่มกดหนึ่งครั้งและรอ…แต่ไม่มีเสียงใด ๆ บ่งบอกว่าคนภายในห้องได้รับรู้ถึงผู้มาเยือน…

“กิ๊ง ก่อง” คราวนี้โทโมกิกดอีกครั้ง…เขาได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ย่ำใกล้เข้ามา…

“Yes?”

คนที่เปิดประตูออกมาไม่ใช่คนที่โทโมกิคาดหวัง…ชายหนุ่มต่างชาติอยู่ในชุดที่มีแค่กางเกงยีนส์ตัวเดียวสวมใส่แค่ลวก ๆ เท่านั้น…ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหยุดนิ่งค้าง…คำพูดที่ตระเตรียมมาเลือนหายจากความคิด…

“เธอเป็นใคร?” เสียงทุ้มถามขึ้น…แต่โทโมกิก็ยังคงยืนนิ่ง…ในสมองคิดไปต่าง ๆ นานา

“กาแฟได้แล้วเออร์วิน…ไปยืนทำอะไรอยู่หน้าประตูน่ะ?”

ฮิโระซึ่งไม่ได้ยินเสียงกริ่งเพราะเสียงกาต้มน้ำดังกลบเดินออกมา…

“!!เพล้ง!!”

เสียงแก้วเซรามิกที่ใส่กาแฟอยู่ค่อนแก้วตกกระทบพื้นห้องเสียงสนั่น แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กเศษน้อย…ดวงตาสีเทาเบิกขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่ม…

“ซา…รา…ชินะ”

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองร่างบางที่สวมเสื้อเรียบร้อยเตรียมพร้อมจะไปทำงาน… หากคอเสื้อที่ยังไม่มีเนคไทประดับก็เปิดเผยให้เห็นต้นคอขาวที่เต็มไปด้วยร่องรอย…ใบหน้าเนียนแดงจัดขึ้นมาทันทีพลางตะปบมือปิดต้นคอ…

“…งั้นเองเหรอ?” โทโมกิก้มหน้านิ่ง…มือกำแน่นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน…

“ฮิโระ…แก้วบาดมือ กาแฟลวกรึเปล่า?” เออร์วินตรงเข้าหาร่างบาง…พลางดึงมือเรียวขึ้นมาดูอย่างห่วงใยเต็มที่…

‘ ฮิโระ ‘ น้ำเสียงเรียกอย่างสนิทสนมของชายหนุ่มต่างชาติสะท้อนก้องอยู่ในสมองของเด็กหนุ่ม…โทโมกิรู้สึกเลือดในกายเดือดพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรงที่สุด…

“ปล่อยมือนะ!!!” หมัดลุ่น ๆ กระทบเข้าใบหน้าของเออร์วินอย่างจัง…ด้วยความที่ไม่ทันตั้งตัวชายหนุ่มจึงเซผละจากฮิโระที่ยืนตกใจ…ตะลึงงันอยู่…

“แค่นี้เรียกว่าชกงั้นเหรอ? แบบนี้ต่างหากล่ะของจริง !!”

เออร์วินไม่ชอบจัดที่อยู่ ๆ เขาก็ถูกประเคนหมัดใส่…จึงตรงเข้าเล่นงานโทโมกิบ้าง… แม้เด็กหนุ่มจะดูเหมือนตัวโตเกินเด็กธรรมดาแต่โครงร่างของคนเอเชียกับชาวตะวันตกก็ยังแตกต่างกันมาก โทโมกิตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด…เขารับหมัดเต็ม ๆ ของเออร์วินไปจนเลือดซึมออกจากริมฝีปาก…กระนั้นเด็กหนุ่มก็ยังไม่ยอมแพ้ หมัดถูกเงื้อออกไปอีกครั้งเพื่อโต้ตอบ

“หยุดนะ!! อย่า!!”

ทุกอย่างหยุดชะงักลงเมื่อฮิโระตรงเข้าขวางหน้าทั้งคู่เอาไว้…

“เขายังเด็กอยู่นะ…นายจะเอาจริงไปทำไมกันเออร์วิน!” ฮิโระปราม ชายหนุ่มจึงลดมือลง…เมื่อมีร่างบางยืนขวางอย่างนี้เขาจะไม่สนใจปล่อยให้โดนลูกหลงไม่ได้หรอก…

“เธอมาทำอะไรที่นี่ซาราชินะ…ไม่มีเหตุผลเลยที่เธอมาชกเพื่อนครูอย่างนี้…ขอโทษซะ!”

แต่โทโมกิ กลับแสดงอาการตรงข้าม..ด้วยวัยที่ยังเรียกว่าผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่ เด็กก็ไม่เชิงทำให้โทสะอยู่เหนือเหตุผลเสียแล้ว…

“ไม่!!” โทโมกิตอบเสียงหนักแน่น…ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองฮิโระอย่างไม่มีเกรง…

“ซาราชินะ!”

“อาจารย์บอกว่า!! คนรักของอาจารย์ตายไปแล้ว ลืมเขาไม่ได้ แล้วรอยนี่หมายความว่ายังไง!? ที่ผู้ชายคนนี้อยู่ที่นี่หมายความว่าอะไร?!!”

“ซาราชินะ…นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของครูนะ!! เธอไม่มีสิทธิมาก้าวก่าย”

“งั้นเหรอ? อาจารย์น่ะโกหก!! ทั้ง ๆ ที่ปากก็บอกว่ารักคน ๆ นั้นอยู่ แต่ก็มาทำเรื่องแบบนี้กับคนอื่น แบบนี้ไม่เท่ากับทรยศงั้นเหรอ!!?”

ฮิโระหยุดปากลงทันที ..ใบหน้างามซีดเผือดลง ดวงตาสีเทาเรียวฉายแววเจ็บปวดขมขื่นอย่างเห็นได้ชัดกับคำพูดของเด็กหนุ่ม…ใช่…เขาทรยศโทโมคาซึจริง ๆ

“!!เฮ้!!” ฝ่ามือใหญ่กระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มขึ้นด้วยโทสะ…

“Boy!! เธอเป็นใคร!? ทำไมถึงรู้เรื่องนี้!!”

โทโมกิจ้องมองเออร์วินด้วยดวงตาสีน้ำตาลเข้มคมกล้า…หากริมฝีปากขบเม้มแน่นสนิทเมื่อเห็นดวงตาสีเทาเรียวสะท้อนความเจ็บปวดออกมาให้เห็น… เด็กหนุ่มกระชากมือของเออร์วินออกอย่างแรงจนชายหนุ่มต้องปล่อย…พลางรีบวิ่งออกไปโดยไม่หันมามองอีกเลย…

“ฮิโระ?!”

เออร์วินเข้ารับร่างอ่อนปวกเปียกของฮิโระที่ทรุดลงกับพื้น…ร่างทั้งร่างสั่นระริก…

“…ฉัน….ฉัน” ใบหน้างามซีดขาว…มือบางยังคงปิดร่องรอยที่ต้นคอ…หัวใจเต้นรัวและ ทุกจังหวะพาให้หน้าอกเจ็บแปลบ…ความรู้สึกผิดที่ทรยศโทโมคาซึไหลเวียนไปทั่วร่าง มองไม่เห็น ไม่ได้ยินแม้เออร์วินจะส่งเสียงเรียก

ไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นของฝ่ามือที่ชายหนุ่มหยิบยื่นให้…ที่เหนืออื่นใด…ลึกลงไปภายใต้ความรู้สึกผิดต่อโทโมคาซึนั้น… มีใบหน้าของเด็กหนุ่มล่องลองอยู่ในมโนสำนึก…ดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกเช่นไร…ฮิโระไม่อยากแม้แต่จะจำให้ได้…

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

เอ้า แย่งกันเข้าไป ยังกะหนังไทยเลยแฮะ เฮ้อ...แนะนำ ติ-ชม เรื่องนี้บ้างเต๊อะนะคะ [email protected] นะคะ

Hosted by www.Geocities.ws

1