please.gif (22706 bytes)

ตอนที่ 4

“แฮ่ก…แฮ่ก…”

“กริ๊ก” นิ้วมือเรียวสวยที่ผ่านการดูแลมาอย่างดีกดปิดนาฬิกาจับเวลาอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง… คาซึกะรีบเดินตรงเข้าไปหาเด็กหนุ่มผิวคล้ำซึ่งนั่งกุมศีรษะหอบหายใจอยู่ที่ลู่วิ่ง…

“…เกิดอะไรขึ้นน่ะโทโมกิ…ทำไมเวลามันถึงเป็นงี้ได้?”

เด็กหนุ่มเงยหน้ารับผ้าขนหนูเนื้อนุ่มมาซับเหงื่อตามร่างกาย…หัวคิ้วขมวดจนเกือบจะชนกัน…

“..ช่างเถอะ” คำพูดราวตัดรำคาญ…ทำให้เด็กสาวเริ่มต่อว่า…

“ช่างได้ไง…ดูสิ!…อาทิตย์หน้ารุ่นพี่มิซึโนะจะเริ่มคัดตัวเพื่อไปแข่งอินเตอร์ไฮแล้วนะ…”

เด็กสาวนั่งลงใกล้ ๆ เมื่อเห็นโทโมกิยังนิ่งเงียบ…

“…นี่…ตั้งแต่วันนั้นเธอก็ซึมอย่างงี้ตลอดเลยนะ…มีเรื่องอะไรกับอาจารย์ฮิราอิรึเปล่า?”

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหยุดนิ่ง…

“…บอกฉันได้นะ…เผื่อจะสบายใจขึ้น…” คาซึกะแตะไหล่ของโทโมกิเบา ๆ คล้ายปลอบใจ…แต่เด็กหนุ่มกลับลุกพรวดทำให้เธอผงะหงายหลังไป…

“…โทษที…”

โทโมกิจับแขนของเด็กสาวได้ก่อนที่เธอจะล้มหงายลงกับพื้นทัน…ฉุดให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับผละจากโดยไม่พูดอะไรมากกว่านั้น…

“…คนเค้าเป็นห่วงนี่ไม่รับรู้ซักนิด…ทึ่มจริงเล้ย..ตาบ้า!” คาซึกะบ่นอุบอิบพลางมองตามร่างเบื้องหลังไป…

***************************

โทโมกิก้าวเท้าอย่างรวดเร็วเพื่อตรงไปที่ห้องชมรม…เป็นเวลากว่าหนึ่งอาทิตย์แล้วจากเหตุการณ์วันนั้น… บาดแผลที่ศีรษะของเขาไม่ได้หนักหนามากอย่างที่คิดจึงหายได้อย่างรวดเร็ว…หากแต่คงเหลือรอยแผลเป็นเล็ก ๆ เอาไว้เท่านั้น…

“งั้นพวกหนูขอตัวก่อนนะคะอาจารย์” เสียงใส ๆ เอ่ยลาฮิโระซึ่งตอนนี้กลายเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมพฤกษชาติไปแล้ว…

“กลับบ้านระวังนะ”

ฮิโระเดินกลับมาด้านหน้าตึกซึ่งต้องผ่านชมรมกลางแจ้งหลายชมรมโดยเฉพาะชมรมกรีฑาอย่างไม่สนิทใจนัก… เหตุการณ์ในห้องพยาบาลยังตรึงแน่นอยู่ในความคิดของฮิโระ…แต่นี่ก็เป็นเส้นทางเดียวที่จะพาฮิโระไปถึงห้องพักอาจารย์เพื่อเก็บของกลับบ้าน…

“…ช่างเถอะ…”

ชายหนุ่มสลัดความคิดทั้งหมดออกและเดินไปตามเส้นทาง…ฮิโระเดินผ่านชมรมฟุตบอล…ซึ่งถัดไปข้าง ๆ กันก็คือชมรมเบสบอล…และต่อไปก็คือชมรมกรีฑา…ร่างบางรีบเดินผ่านอย่างรวดเร็ว…แต่ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างจงใจกลั่นแกล้ง

เด็กหนุ่มผิวสีคล้ำกำลังเดินสวนใกล้เข้ามา…โทโมกิสังเกตุเห็นฮิโระแล้ว…ซึ่งฮิโระก็สังเกตุเห็นเด็กหนุ่มแล้วเหมือนกัน…

“…..”

คล้ายกับเวลาจะหยุดอยู่กับที่…ก้าวแต่ละก้าวของฮิโระหนักอึ้ง…ตั้งแต่วันนั้นเขาเป็นฝ่ายพยายามหลบหน้าเด็กหนุ่มมาตลอด…ทั้งที่ไม่รู้เหตุผล… ทั้งที่เขาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของชั้นที่เด็กหนุ่มเรียนอยู่…ตั้งแต่นั้นโทโมกิก็เข้าเรียนสม่ำเสมอไม่มีขาด…แต่มีอะไรบางอย่างที่ไม่อาจเหมือนเดิมได้อีก… ฮิโระรู้สึกได้…

“สวัสดีครับ…”

โทโมกิโค้งหลีกทางให้กับฮิโระ…เขาก้มหน้านิ่ง…ไม่เหลือบตามอง…ราวกับทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้น…ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย… เขาแสดงสถานะและระยะห่างระหว่างเขาและฮิโระอย่างชัดเจน…ในหัวใจของฮิโระรู้สึกกระวนกระวาย…

“…ตีไปไหนวะ!! เฮ้ย!!!”

ลูกเบสบอลพุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามาหาคนทั้งสอง…ด้วยความไวกว่าโทโมกิรีบใช้แผ่นหลังรับลูกบอลป้องกันฮิโระเอาไว้ได้ทัน… เสียงลูกบอลกระทบผิวเนื้อแผ่นหลังของเด็กหนุ่มดังลั่น…

“อุ๊บ!!”

โทโมกิทรุดตัวลงทันทีพร้อมกับร่างบางในอ้อมแขน…ที่เขาคว้าเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้…ใบหน้างามแนบสนิทกับหน้าอกที่เริ่มมีกล้ามเนื้อแข็ง… จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจรัวของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน…

“ซารา…ชินะ…”

โทโมกิยังคงโอบรัดร่างบอบบางเอาไว้ไม่ยอมปล่อย…ทั้งสองนึกถึงอุณหภูมิของกันและกันของเหตุการณ์วันนั้นได้อย่างแจ่มชัด… ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองลึกลงไปในดวงตาเรียวสีเทา…แน่วนิ่ง…ไม่มีคำพูดใดนอกจากความร้อนจากร่างกาย

ลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นระทึก…

“โทโมกิ!! เป็นอะไรรึเปล่า?”

ร่างสูงใหญ่ของเด็กหนุ่มบดบังร่างบอบบางของอาจารย์คนสวยสนิท… คาซึกะซึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาจากสนามพร้อมกับนักเรียนของชมรมกรีฑาและเบสบอลจึงมองไม่เห็นอาจารย์…

“ไม่เป็นไร…” เมื่อโทโมกิคลายวงแขนออกทุกคนจึงเห็นฮิโระ…

“อะ…อาจารย์! เอ่อ…อาจารย์เป็น’ไรป่าวครับ” เด็กหนุ่มผมสั้นเกรียนตัวการเมื่อเห็นฮิโระก็ตกใจรีบถามอาการทันที…

“…ไม่เป็นไร…ซาราชินะช่วยบังครูเอาไว้…” ฮิโระตอบและรีบเหลียวกลับมาดูโทโมกิ…

“…นี่นาย…ตียังไงกันยะ…ไม่ดูตาม้าตาเรือเอาซะเลย!! ดูซิ!! ถ้าอาจารย์กับนักกีฬาความหวังอินเตอร์ไฮของพวกฉันเป็นอะไรไปล่ะก็น่าดู!!”

คาซึกะใส่เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ยั้ง…เด็กหนุ่มผมสั้นถึงกับผงะในความคมของปากเจ้าหล่อน…

“…กล่องปฐมพยาบาลค่ะ อาจารย์”

เด็กสาวหน้าตาสวย…ไว้ผมม้ายื่นกล่องปฐมพยาบาลให้กับฮิโระ…

“รุ่นพี่มิซึโนะ…”

คาซึกะหันมามองเด็กสาวรุ่นพี่ด้วยความชื่นชมในอาการรู้งานของเธอ…

“…เอ่อ…ขะ…ขอโทษนะครับรุ่นพี่”

เด็กหนุ่มผมสั้นรีบขอโทษขอโพยมิซึโนะเป็นการใหญ่…เพราะกลัวสายตาหาเรื่องของคาซึกะเต็มแก่มากกว่าจะขอโทษเพราะอย่างอื่น…

“…จะบ้าเหรอมาขอโทษฉันทำไม…โน่น…ขอโทษอาจารย์กับซาราชินะคุงโน่น…จริงเล้ย…เพิ่งจะหายจากเหตุการณ์กระจกบาด… ยังต้องมาเจ็บกับความไม่เอาไหนของชมรมเบสบอลอีก…ซี๊ซั๊วขนาดนี้โคชิเอ็งคงแค่ฝันแน่ ๆ …เฮ้อ…”

เด็กหนุ่มผมสั้นผงะ…ปากของมิซึโนะไม่ได้แตกต่างไปจากคาซึกะแม้กระเบียด…เด็กหนุ่มได้แต่ถอนใจ…เขาก้มลงถามโทโมกิ…

“เป็นอะไรรึเปล่า? ขอโทษทีนะ…ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ “

“ไม่เป็นไรหรอกแค่นี้เอง…นายกลับไปที่สนามเถอะ…”

เด็กหนุ่มโล่งใจในอัธยาศัยของโทโมกิ…พลางเหลือบมองเหล่าสาว ๆ แฟนคลับด้านหลังอย่างหนาว ๆ ร้อน ๆ เพราะพวกแม่คุณพากันแยกเขี้ยวยิงฟันให้น่ากลัวซะจนเขาคิดว่าคงจะเป็นที่รังเกียจไปอีกนานทีเดียว…เด็กหนุ่มพาตัวเองเดินเลียบกลับไปเงียบ ๆ

“…ลูกบอลโดนตรงไหน…ขอครูดูหน่อย”

ฮิโระหยิบหลอดยาแก้ปวดเมื่อยออกมาจากกล่องปฐมพยาบาลพลางเลิกแขนเสื้อเชิ๊ตของเด็กหนุ่มขึ้น…

“เพี๊ยะ!!” มือขาวบางของฮิโระถูกสะบัดออก…ท่ามกลางความงุนงงของมิซึโนะ คาซึกะ และฮิโระเอง…โทโมกิไม่เงยหน้าขึ้นแม้แต่นาทีเดียว…

“คาซึกะ”

“อ๊ะ…อะไร?”

“…ไปที่ห้องชมรมกับฉันที…”

“อ๊ะ…เอ่อ…ได้สิ” เด็กสาวตรงเข้าหาร่างที่ผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว…

“…โอโนดะ…เอานี่ไปด้วย…”

ฮิโระเก็บหลอดยาเข้ากล่องพลางยื่นให้กับเด็กสาว…ซึ่งเธอก็รับไว้พลางกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามหลังโทโมกิไป… เด็กหนุ่มไม่แม้แต่จะหันมามองร่างบางข้างหลัง…

“อาจารย์…เป็นอะไรรึเปล่าคะ?”

“ผม…ไม่เป็นไรหรอก…”

ฮิโระยิ้มกับความอารีไถ่ถามของมิซึโนะ…พลางลุกขึ้นปัดเศษหญ้าออกจากตัว…

“หนูต้องไปซ้อมต่อ…สวัสดีค่ะอาจารย์”

“สวัสดี” เมื่อฮิโระรับคำแล้ว…มิซึโนะจึงโค้งให้…แล้ววิ่งกลับลงไปที่ลู่…

“…………”

ฮิโระยกมือที่ถูกสะบัดออกขึ้นมองดู…มันไม่มีแม้รอยเล็บข่วน…รอยแดงซักนิดก็ยังไม่มี…แต่ทำไม…ทำไม? ถึงรู้สึกเจ็บปวดนัก…เจ็บปวดหนักหน่วงเมื่อดวงตาสีน้ำตาลเข้มไม่สะท้อนใบหน้าของเขา…ฮิโระสะบัดความคิดเหล่านั้นออก…

“…ตั้งแต่นายตายไป…โทโมคาซึ…ฉันก็ไม่รู้จักความเจ็บปวดอีกแล้ว…แน่นอน…รวมทั้งความรักด้วยและครั้งนี้…ก็เหมือนกัน”

***************************

“…นายทำเกินไปนะ…”

เด็กสาวพูดทำลายความเงียบขึ้นขณะกำลังออกจากโรงเรียน…เป็นเวลาเดียวกับที่ดวงตะวันกือบจะตกดิน

“………” โทโมกิไม่ตอบอะไรทั้งสิ้นพลางเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ…

“…เฮ้อ…” คาซึกะถอนใจเฮือกใหญ่…ก่อนที่จะคิดอะไรขึ้นได้…

“นี่! ฉันกำลังอยากได้โคโลญจ์ใหม่น่ะ…ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ!”

เด็กสาวเสนอขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง…หวังจะทำให้เพื่อนสนิทคนนี้สนใจอะไรขึ้นมาบ้าง…แต่ดูเหมือนเปล่าประโยชน์

“…ทำไมไม่ไปกับเพื่อนผู้หญิงในห้องล่ะ” คำตอบที่ได้รับกลับมาไร้ซึ่งความสนใจ…

“ก็ฉันต้องอยู่ชมรมนี่…ใครเขาจะรอกันเล่า!!” คาซึกะยังพยายามอยู่…

“ผู้หญิงในชมรมก็มีตั้งเยอะ…ทำไมไม่ชวน”

เด็กสาวสุดจะเซ็งกับคำตอบก่อนจะคิดขึ้นได้อีก…

“ฉันต้องมานั่งทายาให้กับนายเนี่ยแหละ เลยเสียเวลา ดูซิ! นายไม่คิดจะตอบแทนฉันบ้างรึไงยะ!!” งัดไม้ตายสุดท้ายมาใช้…แม่ไม้ ’ทวงบุญคุณ’ นี่แหละได้ผลชงัด โทโมกินิ่งหยุดเดินสักครู่…

“ …ก็ได้…ที่ไหนล่ะ?” คาซึกะยิ้มร่า…

“ฉันพาไปเอง…” เด็กสาวพลางฉุดกระชากโทโมกิขึ้นรถเมล์ไปด้วยกัน…

***************************

กลิ่นหอมตลบอบอวนไปด้วยโคโลญจ์ เครื่องสำอาง และอื่น ๆ อีกมากมายภายในร้านกระจุกกระจิก…ที่ขายบรรดาของที่น่ารักจิ้มลิ้ม เชื้อชวนเด็กสาวเข้าคิวกันจ่ายเงินให้เป็นแถว…ราวกับเป็นอาณาจักรของหญิงสาวโดยแท้… ต้องสะดุดกึกเล็กน้อยกับร่างสูงใหญ่ด้านหลังเด็กสาวคนหนึ่งที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาได้ไม่นานนัก…

“คาซึกะ…รีบ ๆ ซื้อซะที…จะได้รีบ ๆ ออก”

เด็กหนุ่มผิวคล้ำกระซิบกระซาบเพื่อนสาว…ตั้งแต่เข้ามาในนี้ก็รู้สึกว่าเหมือนอยู่ผิดที่แล้วยังไม่พอกับสายตาของสาว ๆ ที่มองเขาเป็นตาเดียวอีก…ก็แน่ล่ะนะ…ในร้านที่มีแต่ของที่ผู้หญิง ‘ใช้’ อย่างนี้ผู้ชายที่ไหนกล้าเข้ามาก็ตกเป็นเป้าสายตาทั้งนั้นแหละ…คิด ๆ แล้วก็นึกแค้นเพื่อนสาวคนนี้อยู่ไม่น้อย…

“เดี๋ยวซี่…ของมันน่ารักทั้งนั้นเลย…ว่าจะซื้อแค่โคโลญจ์อย่างเดียวท่าจะไม่พอแล้วล่ะ”

คาซึกะหยิบของชิ้นนั้นขึ้นหยิบของชิ้นนี้ลงอย่างสนุกสนาน…แต่ที่สนุกสนานมากไปกว่าข้าวของน่ารักเหล่านี้ก็คือเด็กหนุ่มที่พามาด้วยนี่แหละ… ตกเป็นเป้าสายตาตั้งแต่พาเข้าร้านมาแล้ว…ไม่ใช่เพราะแค่เป็นผู้ชาย…แต่เป็นผู้ชายหน้าตาดีมากซะด้วย…หุ่นรึก็เข้าท่าสมเป็นนักกีฬา…ทำให้สาว ๆ แทบทั้งโรงเรียนกรี๊ดกันมาแล้ว…มีหรือที่สาว ๆ ภายในร้านจะไม่สนใจ…

“…นี่!ช่วยฉันเลือกหน่อยสิว่าจะเอากลิ่นไหนดี”

เด็กสาวดึงแขนโทโมกิให้เข้ามาใกล้ ๆ จนสาว ๆ ภายในร้านพากันส่งสายตาร้อนแรง ระคนอิจฉาให้เธออยู่เนือง ๆ …คาซึกะรู้สึกสนุกสนานที่ได้เห็นสายตาเหล่านั้น…หากแต่…ภายในส่วนลึกที่สุดกลับเจ็บปวดนัก…เจ็บปวด…

“…อันไหนก็ดีทั้งนั้นแหละ…เฮ้ย!!! อย่าฉีดใส่ฉันนะ!!”

โทโมกิโวยวายเมื่อคาซึกะแอบฉีดโคโลญจ์ให้ เด็กสาวหัวเราะสนุกสนาน…เพื่อกลบความรู้สึกส่วนลึกลงไป…กว่าจะซื้อของเสร็จก็ใช้เวลานานมากจนโทโมกิได้สัจจธรรมใหม่ว่า ‘อย่าคิดไปซื้อของกับผู้หญิงอีกเป็นอันขาด’ เลยทีเดียว…

“เฮ้อ…หิวจัง…”

คาซึกะและโทโมกิพาตัวออกมาจากร้าน…พลางเดินไปตามถนนซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านในยามค่ำคืน… ที่นี่เป็นแหล่งอำนวยความสะดวกที่สุดสำหรับเมืองก็ว่าได้…นอกจากจะเป็นย่านธุรกิจแล้ว…ยังเป็นย่านแห่งความบันเทิงอีกด้วย… เหล่าแสงไฟระยิบระยับหลากสีจากบรรดาร้านค้ามากมายต่างเปิดแข่งขันกันอย่างไม่มีอาการเกรงกลัวทรัพยากรของโลกจะหมดทีเดียว…

“แวะร้านนี้กันหน่อยนะ”

เด็กสาวพูดพลางชี้ไปที่ร้านอาหารร้านหนึ่งที่อยู่มุมถนน…โทโมกิถอนหายใจ…

“ก็ฉันหิวนี่…รึนายไม่หิว”

เมื่อถูกย้อนถามแบบนี้…เด็กหนุ่มก็รู้สึกว่ากระเพาะของตัวเองก็เริ่มจะมีอาการจึงตอบตกลง…ทั้งสองพากันเข้ามาหาที่นั่งเรียบร้อย… ภายในร้านจัดไม่หรูหรามากนักเน้นความน่ารักกะทัดรัดเสียมากกว่า…มีทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน เช่น เค้กที่เด็กสาว ๆ ชอบกันนัก…พร้อมชารสอร่อยทำให้มีผู้คนมาฝากท้องที่นี่กันค่อนข้างมาก… หลังจากได้อาหารที่สั่งไปได้ไม่นานทั้งสองก็เริ่มลงมือทานกันอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมพูดคุยสรรพเพเหระตามคำชักนำของเด็กสาวเพื่อให้ความรู้สึกหมองของโทโมกิลดลงไปบ้าง…

“อย่ามาขอโทษฉันนะ!!”

เสียงแหลมสูงของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ข้างโต๊ะของทั้งสองดังลั่นขึ้น…คนในร้านหันมาสนใจเจ้าหล่อนกันหมดเนื่องจากเสียงสนั่นหลายเดซิเบล… คาซึกะชะเง้อมองดูแต่มีกระจกและกระถางต้นไม้ที่ปลูกบังถ้าไม่ลุกยืนก็จะไม่เห็นอีกฝ่ายได้เลย…ส่วนโทโมกิแทบจะไม่สนใจเลย… แค่เรื่องตัวเองก็เต็มเหยียดแล้วไม่อยากจะสนใจคนอื่นให้มากเรื่องไปอีก…

“…โธ่…ผมแค่มาช้าไปหน่อย…อย่าโกรธเลย..ดูสิคนมองกันใหญ่แล้ว”

มีเสียงผู้ชายดังขึ้นเบา ๆ หารู้ไม่ว่าประโยคนี้ยิ่งทำให้หญิงสาวมีน้ำโหเพิ่มมากขึ้นอีก…

“หน่อยเหรอ!? ไม่หน่อยแล้วย่ะ!! ตั้งชั่วโมงนึงเชียวนะ ปล่อยให้ฉันรอน่ะ!!”

เธอตะเบ็งเสียงขึ้นอีก…ผู้คนในร้านรวมทั้งพนักงานต่างมองทั้งสองเป็นตาเดียว… ด้วยความอยากจะรู้ที่สุดของคาซึกะทำให้เธอลุกขึ้นมองดูชายและหญิงทั้งคู่ให้ชัด ๆ …แต่ถูกโทโมกิดึงมือเอาไว้ก่อน…

“อย่ายุ่งกับเขาน่ะ” โทโมกิพูดไปพลางดื่มน้ำไปด้วย…

“…ก็แหม…มันอยากรู้นี่…”

คาซึกะสบัดแขนโทโมกิลงพร้อมกับลุกขึ้นมองดู…พอดีกับที่หญิงสาวโยนกาแฟในแก้วปะทะหน้าของชายหนุ่มพร้อมเสียงฮือของคนภายในร้าน… เมื่อเด็กสาวได้เห็นเต็มตาแล้วถึงกับผงะ…

“…มะ…มิกิจัง…!!!”

หญิงสาวหันขวับมาทันทีตามเสียงเรียก…เมื่อโทโมกิได้ยินคาซึกะอุทานก็ถึงกับผุดลุกขึ้นทันทีเหมือนกัน…

“…คะ…คุณ…กล้าดียังไง? นี่มันสูทของอาร์มานี่นะ!!”

ชายหนุ่มคู่กรณีโวยวายขึ้น…มิกิโกะวางแก้วกาแฟดังโครม…พนักงานในร้านรีบเข้ามาดูกลัวแก้วจะแตก…

“เอ่อ…คุณครับ…อย่ามีเรื่องกันเลยนะครับ…”

มิกิโกะหันมาทางพนักงานร้านด้วยแววตาน่าเกรงขาม…พลางหยิบกระเป๋าหนังสีดำใบเล็กขึ้นเปิด…

“นี่ค่าเสียหายของทางร้านค่ะ…ขอโทษด้วยที่ทำให้ตกใจ…”

หญิงสาวยื่นแบงค์หมื่นเยนให้กับพนักงานในร้านแล้วลุกออกจากโต๊ะไป…

“นี่…คุณ…แล้วสูทของผมล่ะ!!!”

ชายหนุ่มตะโกนไล่หลังมิกิโกะไป…หญิงสาวหันกลับมาตวาดใส่…

“ก็ซักเองสิยะ!!!!”

เมื่อเรียบร้อยก็สะบัดหน้าหันหลังเดินออกจากร้านไปทันที…โทโมกิกับคาซึกะรีบจัดการจ่ายบิลเรียบร้อยแล้วตามหญิงสาวออกไป… (ทำไมเรื่องนี้มีแต่สาวห้าวอ่ะเนี่ย?!? : ผู้เขียน)

“มิกิจัง…มิกิจัง…”

คาซึกะหอบนิดหน่อยเมื่อตามมิกิโกะมาถึงรถสปอร์ตสีแดงคันเก่งของหล่อน…

“ขึ้นรถสิ…เดี๋ยวจะไปส่งที่บ้าน…”

มิกิโกะกวักมือเรียกให้ทั้งสองมาขึ้นรถ…เมื่อรถแล่นได้ซักพักหญิงสาวรู้สึกหงุดหงิดอย่างหาที่ระบายไม่ได้…

“เชิญค่ะ…ไม่เป็นไร”

เด็กสาวรู้ดี…มิกิโกะยิ้มให้พร้อมควักบุหรี่มวนนึงออกมาจุดสูบ…เธอพ่นควันออกไปหนึ่งครั้งก่อนที่จะอยู่ในท่าขับที่สบายกว่าเมื่อครู่…

“…เมื่อกี๊เจ๋งไปเลยค่ะมิกิจัง…ยังกะในหนังแน่ะ…”

คาซึกะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พูด…แต่โทโมกินั้นอยู่ในภวังค์ไปแล้ว…

“ขอบใจจ๊ะ…แต่แหม…ยังไม่หายแค้นเลย…หนอย! ปล่อยให้เรารอตั้งชั่วโมง…แย่ที่สุด!!”

“เอ่อ…เขาเป็นแฟนมิกิจังเหรอ?” บทสนทนาเริ่มออกรสตามประสา Girl Talk โทโมกิยิ่งเลยนิ่งเงียบ…

“…ก็…แค่คบ ๆ กันอยู่น่ะ…” เธออัดควันบุหรี่เข้าไปในปอดอีกครั้ง…ตอบอ้อมแอ้ม…

“ ‘แค่’ เหรอ?” โทโมกิแทรกขึ้นมาบ้าง…ค่อนข้างฉุนเฉียวเล็กน้อย…

“ใช่สิ…ไม่ต้องห่วงหรอก…อย่างหมอนั่นแม้แต่ขาอ่อนฉันยังไม่เคยได้เห็นเลยนะ…”

“เอ๋?”

“นี่…พี่จะบอกให้นะคาซึจัง…กับผู้ชายที่มาขอคบกับเราไม่ต้องไปยอม…แต่ถ้าเจอคนที่ถูกตาต้องใจอย่างจังล่ะก็ต้องเข้าไปหาเอามาให้ได้นะรู้มั๊ย?”

มิกิโกะสอนซึ่งคาซึกะก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี…เด็กหนุ่มถึงกับกุมขมับ…

“เพราะว่า…ตอนนั้นพี่ไม่ยื้อเขาเอาไว้…เขาก็เลยหลุดมือพี่ไป…ทั้งที่เขาเป็นคนที่พี่คิดว่าจะรักเขาชั่วชีวิต…”

น้ำเสียงของมิกิโกะอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงอดีต…

“…มิกิจัง…เอ่อ…ตอนนี้ก็ยังรักเขาอยู่อีกเหรอ?”

“แน่นอนจ๊ะ…คนเดียวเท่านั้น…”

มิกิโกะยิ้มเศร้าให้เด็กสาวเห็น…ทั้งโทโมกิและคาซึกะเคยรู้อยู่บ้างว่าหญิงสาวมีคนที่ไม่สามารถลืมได้ลงอยู่…แต่พวกเขาไม่รู้ว่าเป็นใครเท่านั้น…

***************************

“พี่มิกิ…ผมอยากคุยด้วย…”

เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่กับหญิงสาวตามลำพัง…และหลังจากส่งคาซึกะที่บ้านเรียบร้อยแล้ว…

“ก็เอาสิ”

“เอ่อ…ผมมีเรื่องอยากถามเยอะมาก…คิดว่า…”

“งั้นไปที่นั่นมั๊ย?” หญิงสาวชี้ไปที่ผับแห่งหนึ่ง…

“พี่!! ผมใส่ชุดนักเรียนอยู่นะ!!” โทโมกิโวยวาย…หญิงสาวหัวเราะร่วน…

“รู้แล้ว รู้แล้ว ฮะ ฮะ…ร้านนี้ก็แล้วกัน”

มิกิโกะหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไปจอดที่ตึกธุรกิจแห่งหนึ่งซึ่งชั้นล่างเป็นร้านกาแฟ…

“เอ้า…มีอะไรก็ว่ามา”

หลังจากกาแฟหอมกรุ่นถูกเสริฟ์ถึงโต๊ะทั้งคู่เรียบร้อย…มิกิโกะก็เริ่มไขข้อข้องใจของเด็กหนุ่มทันที…

“…เอ่อ…พี่มิกิเป็นเพื่อนสนิทกับอาจารย์ฮิราอิใช่มั๊ยครับ?”

คิ้วเรียวสวยที่ผ่านการตกแต่งมาอย่างดีเลิกขึ้นเล็กน้อย…หญิงสาวหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ…

“…ใช่…ก็เคยบอกแล้วนี่”

น้ำเสียงตอบเหมือนขอไปที…เด็กหนุ่มเสยผมขึ้นเล็กน้อยเป็นลักษณะที่เขาจะทำเสมอเมื่อเจอกับอะไรบางอย่างที่ต้องคิด…

“…ตอนแรกผมคิดว่าพี่มิกิเป็นแฟนของอาจารย์มาก่อนซะอีก…”

ดวงตาคู่สวยเรียวหยุดนิ่งทันที…เธอวางแก้วกาแฟลง…

“…แต่พี่ไม่ใช่…”

“ครับ…ผมก็เลยอยากถามพี่…เรื่อง…”

“หยุด!!” หญิงสาวตะเบ็งเสียงขึ้นหยุดคำถามของโทโมกิ…

“ทำไมต้องถามเรื่องส่วนตัวของเขาขนาดนั้นด้วย? แล้วไปรู้มาถึงขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”

มิกิโกะจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มด้วยแววตาที่จริงจัง…

“…เรื่องนั้น…ช่างมันเถอะ…ที่ผมอยากถามน่ะ”

“ไม่ได้!!”

มิกิโกะเริ่มควานหาบุหรี่ในกระเป๋าพร้อมบอกปัดไร้เยื่อใยกับเด็กหนุ่มอีกด้วย…

“…พี่มิกิ…”

มิกิโกะไม่สนใจคำอ้อนวอนของโทโมกิ…เธอจุดบุหรี่สูบเพื่อระงับอารมณ์…

“…พี่จะไม่บอกอะไรเธอทั้งนั้นแหละ…หนึ่งเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว…สองคือเธอไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเรื่องของคนที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอขนาดนั้น…”

หญิงสาวใช้มือที่คีบบุหรี่อยู่ชี้ตรงไปที่โทโมกิ…แววตาของเธอกราดเกรี้ยวปนเศร้าหมองในคราวเดียว…เด็กหนุ่มถึงกับนิ่ง…

“…อย่าเชียวนะ…โทโมกิ…เธอจะไปหลงรักใครก็ได้ทั้งหญิงทั้งชาย…แต่กับคน ๆ นั้นพี่ไม่ยอม…เข้าใจมั๊ย?!”

เด็กหนุ่มถึงกับเหงื่อตกพูดไม่ออก…เพียงแค่ไม่กี่ประโยคก็ทำให้หญิงสาวมองเขาออกทะลุปรุโปร่งได้ถึงขนาดนี้… แต่นั่นก็ยังไม่ร้ายแรงกับคำคัดค้านประโยคนี้…

“…….”

เมื่อเห็นว่าโทโมกินิ่งเงียบไป…มิกิโกะจึงอิงพนักหลังพ่นควันบุหรี่ออกมา…

“…พี่มิกิ…ผม…แต่ว่าผม…”

“ไม่ได้เด็ดขาด!! เธอฟังพี่นะ…กับคน ๆ นั้นเท่านั้น!! …เธอ…ไม่มีวันสมหวังหรอก…”

“พี่มิกิ!!”

หญิงสาวคาบบุหรี่ที่ริมฝีปากแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสดไว้…พร้อมควักกระเป๋าหนังสีดำใบเล็กขึ้นมาจ่ายบิลที่โต๊ะ…

“จำไว้นะโทโมกิ!! เธอไม่มีทางสมหวังแน่นอน…เพราะฉะนั้นเลิกคิดเรื่องเขาได้แล้ว!!”

เธออัดควันบุหรี่เข้าไปเป็นครั้งสุดท้ายแล้วขยี้มันลงกับที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะ…แล้วลุกขึ้น…

“หมดเรื่องแล้วใช่มั๊ย กลับได้แล้ว”

พูดเสร็จเธอก็ก้าวรวดเร็วออกไปทันที…กว่าที่โทโมกิจะตามออกไปก็นานพอควร…

***************************

รถสปอร์ตสีแดงคันงามเลี้ยวเข้าจอดหน้าแมนชั่นของโทโมกิ…หลังจากเหตุการณ์ในร้านกาแฟแล้วทั้งคู่ก็ไม่พูดอะไรกันอีก…โทโมกิเปิดประตูรถออก… แต่มิกิโกะแตะแขนเขาเอาไว้ก่อน…

“…รีบถอนตัวออกมาก่อนที่จะเจ็บปวดนะ…รู้มั๊ย? เธอไม่มีทางสมหวัง…ถ้าหากไม่สมหวังก็ต้องเจ็บปวด…พี่ไม่อยากเห็นเธอต้องเจ็บปวดเข้าใจนะ…”

น้ำเสียงอ่อนโยนเต็มไปด้วยความห่วงใยของมิกิโกะ…พานพาให้เด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจ…โทโมกิมองดูรถสปอร์ตคันงามเลี้ยวออกไปจนลับตา…

‘ เธอไม่มีทางสมหวัง ‘

‘ จะต้องเจ็บปวด ‘

น้ำเสียงของมิกิโกะสะท้อนก้องในโสตประสาทของเด็กหนุ่ม…ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหรี่ลง…

“…เรื่องนั้น…ผมรู้อยู่แล้ว…พี่มิกิ…แต่ผม…ถอนตัวไม่ได้…ไม่ว่ายังไง…ก็รักอยู่ดี…ขอโทษครับ”

โทโมกิปล่อยคำพูดที่ไม่อาจพูดต่อหน้าหญิงสาวกับสายลม…

“…ผมรักอาจารย์…ถึงไม่สมหวังก็ช่างเถอะ…”

เด็กหนุ่มพูดคล้ายคำปฏิญาณท่ามกลางผืนฟ้าสีดำ…ในคืนที่มองไม่เห็นแม้แต่ดวงดาว…

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำ ฮึก ติ-ชม ดุด่าได้ที่ [email protected] นะเจ้าคะ

Hosted by www.Geocities.ws

1