
ตอนที่ 4
แฮ่ก แฮ่ก กริ๊ก นิ้วมือเรียวสวยที่ผ่านการดูแลมาอย่างดีกดปิดนาฬิกาจับเวลาอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง คาซึกะรีบเดินตรงเข้าไปหาเด็กหนุ่มผิวคล้ำซึ่งนั่งกุมศีรษะหอบหายใจอยู่ที่ลู่วิ่ง
เกิดอะไรขึ้นน่ะโทโมกิ ทำไมเวลามันถึงเป็นงี้ได้?
เด็กหนุ่มเงยหน้ารับผ้าขนหนูเนื้อนุ่มมาซับเหงื่อตามร่างกาย หัวคิ้วขมวดจนเกือบจะชนกัน
..ช่างเถอะ คำพูดราวตัดรำคาญ ทำให้เด็กสาวเริ่มต่อว่า
ช่างได้ไง ดูสิ! อาทิตย์หน้ารุ่นพี่มิซึโนะจะเริ่มคัดตัวเพื่อไปแข่งอินเตอร์ไฮแล้วนะ
เด็กสาวนั่งลงใกล้ ๆ เมื่อเห็นโทโมกิยังนิ่งเงียบ
นี่ ตั้งแต่วันนั้นเธอก็ซึมอย่างงี้ตลอดเลยนะ มีเรื่องอะไรกับอาจารย์ฮิราอิรึเปล่า?
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหยุดนิ่ง
บอกฉันได้นะ เผื่อจะสบายใจขึ้น คาซึกะแตะไหล่ของโทโมกิเบา ๆ คล้ายปลอบใจ แต่เด็กหนุ่มกลับลุกพรวดทำให้เธอผงะหงายหลังไป
โทษที
โทโมกิจับแขนของเด็กสาวได้ก่อนที่เธอจะล้มหงายลงกับพื้นทัน ฉุดให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับผละจากโดยไม่พูดอะไรมากกว่านั้น
คนเค้าเป็นห่วงนี่ไม่รับรู้ซักนิด ทึ่มจริงเล้ย..ตาบ้า! คาซึกะบ่นอุบอิบพลางมองตามร่างเบื้องหลังไป
***************************
โทโมกิก้าวเท้าอย่างรวดเร็วเพื่อตรงไปที่ห้องชมรม เป็นเวลากว่าหนึ่งอาทิตย์แล้วจากเหตุการณ์วันนั้น บาดแผลที่ศีรษะของเขาไม่ได้หนักหนามากอย่างที่คิดจึงหายได้อย่างรวดเร็ว หากแต่คงเหลือรอยแผลเป็นเล็ก ๆ เอาไว้เท่านั้น
งั้นพวกหนูขอตัวก่อนนะคะอาจารย์ เสียงใส ๆ เอ่ยลาฮิโระซึ่งตอนนี้กลายเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมพฤกษชาติไปแล้ว
กลับบ้านระวังนะ
ฮิโระเดินกลับมาด้านหน้าตึกซึ่งต้องผ่านชมรมกลางแจ้งหลายชมรมโดยเฉพาะชมรมกรีฑาอย่างไม่สนิทใจนัก เหตุการณ์ในห้องพยาบาลยังตรึงแน่นอยู่ในความคิดของฮิโระ แต่นี่ก็เป็นเส้นทางเดียวที่จะพาฮิโระไปถึงห้องพักอาจารย์เพื่อเก็บของกลับบ้าน
ช่างเถอะ
ชายหนุ่มสลัดความคิดทั้งหมดออกและเดินไปตามเส้นทาง ฮิโระเดินผ่านชมรมฟุตบอล ซึ่งถัดไปข้าง ๆ กันก็คือชมรมเบสบอล และต่อไปก็คือชมรมกรีฑา ร่างบางรีบเดินผ่านอย่างรวดเร็ว แต่ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างจงใจกลั่นแกล้ง
เด็กหนุ่มผิวสีคล้ำกำลังเดินสวนใกล้เข้ามา โทโมกิสังเกตุเห็นฮิโระแล้ว ซึ่งฮิโระก็สังเกตุเห็นเด็กหนุ่มแล้วเหมือนกัน
..
คล้ายกับเวลาจะหยุดอยู่กับที่ ก้าวแต่ละก้าวของฮิโระหนักอึ้ง ตั้งแต่วันนั้นเขาเป็นฝ่ายพยายามหลบหน้าเด็กหนุ่มมาตลอด ทั้งที่ไม่รู้เหตุผล ทั้งที่เขาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของชั้นที่เด็กหนุ่มเรียนอยู่ ตั้งแต่นั้นโทโมกิก็เข้าเรียนสม่ำเสมอไม่มีขาด แต่มีอะไรบางอย่างที่ไม่อาจเหมือนเดิมได้อีก ฮิโระรู้สึกได้
สวัสดีครับ
โทโมกิโค้งหลีกทางให้กับฮิโระ เขาก้มหน้านิ่ง ไม่เหลือบตามอง ราวกับทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้น ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เขาแสดงสถานะและระยะห่างระหว่างเขาและฮิโระอย่างชัดเจน ในหัวใจของฮิโระรู้สึกกระวนกระวาย
ตีไปไหนวะ!! เฮ้ย!!!
ลูกเบสบอลพุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามาหาคนทั้งสอง ด้วยความไวกว่าโทโมกิรีบใช้แผ่นหลังรับลูกบอลป้องกันฮิโระเอาไว้ได้ทัน เสียงลูกบอลกระทบผิวเนื้อแผ่นหลังของเด็กหนุ่มดังลั่น
อุ๊บ!!
โทโมกิทรุดตัวลงทันทีพร้อมกับร่างบางในอ้อมแขน ที่เขาคว้าเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้างามแนบสนิทกับหน้าอกที่เริ่มมีกล้ามเนื้อแข็ง จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจรัวของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
ซารา ชินะ
โทโมกิยังคงโอบรัดร่างบอบบางเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ทั้งสองนึกถึงอุณหภูมิของกันและกันของเหตุการณ์วันนั้นได้อย่างแจ่มชัด ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองลึกลงไปในดวงตาเรียวสีเทา แน่วนิ่ง ไม่มีคำพูดใดนอกจากความร้อนจากร่างกาย
ลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นระทึก
โทโมกิ!! เป็นอะไรรึเปล่า?
ร่างสูงใหญ่ของเด็กหนุ่มบดบังร่างบอบบางของอาจารย์คนสวยสนิท คาซึกะซึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาจากสนามพร้อมกับนักเรียนของชมรมกรีฑาและเบสบอลจึงมองไม่เห็นอาจารย์
ไม่เป็นไร เมื่อโทโมกิคลายวงแขนออกทุกคนจึงเห็นฮิโระ
อะ อาจารย์! เอ่อ อาจารย์เป็นไรป่าวครับ เด็กหนุ่มผมสั้นเกรียนตัวการเมื่อเห็นฮิโระก็ตกใจรีบถามอาการทันที
ไม่เป็นไร ซาราชินะช่วยบังครูเอาไว้ ฮิโระตอบและรีบเหลียวกลับมาดูโทโมกิ
นี่นาย ตียังไงกันยะ ไม่ดูตาม้าตาเรือเอาซะเลย!! ดูซิ!! ถ้าอาจารย์กับนักกีฬาความหวังอินเตอร์ไฮของพวกฉันเป็นอะไรไปล่ะก็น่าดู!!
คาซึกะใส่เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ยั้ง เด็กหนุ่มผมสั้นถึงกับผงะในความคมของปากเจ้าหล่อน
กล่องปฐมพยาบาลค่ะ อาจารย์
เด็กสาวหน้าตาสวย ไว้ผมม้ายื่นกล่องปฐมพยาบาลให้กับฮิโระ
รุ่นพี่มิซึโนะ
คาซึกะหันมามองเด็กสาวรุ่นพี่ด้วยความชื่นชมในอาการรู้งานของเธอ
เอ่อ ขะ ขอโทษนะครับรุ่นพี่
เด็กหนุ่มผมสั้นรีบขอโทษขอโพยมิซึโนะเป็นการใหญ่ เพราะกลัวสายตาหาเรื่องของคาซึกะเต็มแก่มากกว่าจะขอโทษเพราะอย่างอื่น
จะบ้าเหรอมาขอโทษฉันทำไม โน่น ขอโทษอาจารย์กับซาราชินะคุงโน่น จริงเล้ย เพิ่งจะหายจากเหตุการณ์กระจกบาด ยังต้องมาเจ็บกับความไม่เอาไหนของชมรมเบสบอลอีก ซี๊ซั๊วขนาดนี้โคชิเอ็งคงแค่ฝันแน่ ๆ เฮ้อ
เด็กหนุ่มผมสั้นผงะ ปากของมิซึโนะไม่ได้แตกต่างไปจากคาซึกะแม้กระเบียด เด็กหนุ่มได้แต่ถอนใจ เขาก้มลงถามโทโมกิ
เป็นอะไรรึเปล่า? ขอโทษทีนะ ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ
ไม่เป็นไรหรอกแค่นี้เอง นายกลับไปที่สนามเถอะ
เด็กหนุ่มโล่งใจในอัธยาศัยของโทโมกิ พลางเหลือบมองเหล่าสาว ๆ แฟนคลับด้านหลังอย่างหนาว ๆ ร้อน ๆ เพราะพวกแม่คุณพากันแยกเขี้ยวยิงฟันให้น่ากลัวซะจนเขาคิดว่าคงจะเป็นที่รังเกียจไปอีกนานทีเดียว เด็กหนุ่มพาตัวเองเดินเลียบกลับไปเงียบ ๆ
ลูกบอลโดนตรงไหน ขอครูดูหน่อย
ฮิโระหยิบหลอดยาแก้ปวดเมื่อยออกมาจากกล่องปฐมพยาบาลพลางเลิกแขนเสื้อเชิ๊ตของเด็กหนุ่มขึ้น
เพี๊ยะ!! มือขาวบางของฮิโระถูกสะบัดออก ท่ามกลางความงุนงงของมิซึโนะ คาซึกะ และฮิโระเอง โทโมกิไม่เงยหน้าขึ้นแม้แต่นาทีเดียว
คาซึกะ
อ๊ะ อะไร?
ไปที่ห้องชมรมกับฉันที
อ๊ะ เอ่อ ได้สิ เด็กสาวตรงเข้าหาร่างที่ผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
โอโนดะ เอานี่ไปด้วย
ฮิโระเก็บหลอดยาเข้ากล่องพลางยื่นให้กับเด็กสาว ซึ่งเธอก็รับไว้พลางกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามหลังโทโมกิไป เด็กหนุ่มไม่แม้แต่จะหันมามองร่างบางข้างหลัง
อาจารย์ เป็นอะไรรึเปล่าคะ?
ผม ไม่เป็นไรหรอก
ฮิโระยิ้มกับความอารีไถ่ถามของมิซึโนะ พลางลุกขึ้นปัดเศษหญ้าออกจากตัว
หนูต้องไปซ้อมต่อ สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดี เมื่อฮิโระรับคำแล้ว มิซึโนะจึงโค้งให้ แล้ววิ่งกลับลงไปที่ลู่
ฮิโระยกมือที่ถูกสะบัดออกขึ้นมองดู มันไม่มีแม้รอยเล็บข่วน รอยแดงซักนิดก็ยังไม่มี แต่ทำไม ทำไม? ถึงรู้สึกเจ็บปวดนัก เจ็บปวดหนักหน่วงเมื่อดวงตาสีน้ำตาลเข้มไม่สะท้อนใบหน้าของเขา ฮิโระสะบัดความคิดเหล่านั้นออก
ตั้งแต่นายตายไป โทโมคาซึ ฉันก็ไม่รู้จักความเจ็บปวดอีกแล้ว แน่นอน รวมทั้งความรักด้วยและครั้งนี้ ก็เหมือนกัน
***************************
นายทำเกินไปนะ
เด็กสาวพูดทำลายความเงียบขึ้นขณะกำลังออกจากโรงเรียน เป็นเวลาเดียวกับที่ดวงตะวันกือบจะตกดิน
โทโมกิไม่ตอบอะไรทั้งสิ้นพลางเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ
เฮ้อ คาซึกะถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะคิดอะไรขึ้นได้
นี่! ฉันกำลังอยากได้โคโลญจ์ใหม่น่ะ ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ!
เด็กสาวเสนอขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง หวังจะทำให้เพื่อนสนิทคนนี้สนใจอะไรขึ้นมาบ้าง แต่ดูเหมือนเปล่าประโยชน์
ทำไมไม่ไปกับเพื่อนผู้หญิงในห้องล่ะ คำตอบที่ได้รับกลับมาไร้ซึ่งความสนใจ
ก็ฉันต้องอยู่ชมรมนี่ ใครเขาจะรอกันเล่า!! คาซึกะยังพยายามอยู่ผู้หญิงในชมรมก็มีตั้งเยอะ ทำไมไม่ชวน
เด็กสาวสุดจะเซ็งกับคำตอบก่อนจะคิดขึ้นได้อีก
ฉันต้องมานั่งทายาให้กับนายเนี่ยแหละ เลยเสียเวลา ดูซิ! นายไม่คิดจะตอบแทนฉันบ้างรึไงยะ!! งัดไม้ตายสุดท้ายมาใช้ แม่ไม้ ทวงบุญคุณ นี่แหละได้ผลชงัด โทโมกินิ่งหยุดเดินสักครู่
ก็ได้ ที่ไหนล่ะ? คาซึกะยิ้มร่า
ฉันพาไปเอง เด็กสาวพลางฉุดกระชากโทโมกิขึ้นรถเมล์ไปด้วยกัน
***************************
กลิ่นหอมตลบอบอวนไปด้วยโคโลญจ์ เครื่องสำอาง และอื่น ๆ อีกมากมายภายในร้านกระจุกกระจิก ที่ขายบรรดาของที่น่ารักจิ้มลิ้ม เชื้อชวนเด็กสาวเข้าคิวกันจ่ายเงินให้เป็นแถว ราวกับเป็นอาณาจักรของหญิงสาวโดยแท้ ต้องสะดุดกึกเล็กน้อยกับร่างสูงใหญ่ด้านหลังเด็กสาวคนหนึ่งที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาได้ไม่นานนัก
คาซึกะ รีบ ๆ ซื้อซะที จะได้รีบ ๆ ออก
เด็กหนุ่มผิวคล้ำกระซิบกระซาบเพื่อนสาว ตั้งแต่เข้ามาในนี้ก็รู้สึกว่าเหมือนอยู่ผิดที่แล้วยังไม่พอกับสายตาของสาว ๆ ที่มองเขาเป็นตาเดียวอีก ก็แน่ล่ะนะ ในร้านที่มีแต่ของที่ผู้หญิง ใช้ อย่างนี้ผู้ชายที่ไหนกล้าเข้ามาก็ตกเป็นเป้าสายตาทั้งนั้นแหละ คิด ๆ แล้วก็นึกแค้นเพื่อนสาวคนนี้อยู่ไม่น้อย
เดี๋ยวซี่ ของมันน่ารักทั้งนั้นเลย ว่าจะซื้อแค่โคโลญจ์อย่างเดียวท่าจะไม่พอแล้วล่ะ
คาซึกะหยิบของชิ้นนั้นขึ้นหยิบของชิ้นนี้ลงอย่างสนุกสนาน แต่ที่สนุกสนานมากไปกว่าข้าวของน่ารักเหล่านี้ก็คือเด็กหนุ่มที่พามาด้วยนี่แหละ ตกเป็นเป้าสายตาตั้งแต่พาเข้าร้านมาแล้ว ไม่ใช่เพราะแค่เป็นผู้ชาย แต่เป็นผู้ชายหน้าตาดีมากซะด้วย หุ่นรึก็เข้าท่าสมเป็นนักกีฬา ทำให้สาว ๆ แทบทั้งโรงเรียนกรี๊ดกันมาแล้ว มีหรือที่สาว ๆ ภายในร้านจะไม่สนใจ
นี่!ช่วยฉันเลือกหน่อยสิว่าจะเอากลิ่นไหนดี
เด็กสาวดึงแขนโทโมกิให้เข้ามาใกล้ ๆ จนสาว ๆ ภายในร้านพากันส่งสายตาร้อนแรง ระคนอิจฉาให้เธออยู่เนือง ๆ คาซึกะรู้สึกสนุกสนานที่ได้เห็นสายตาเหล่านั้น หากแต่ ภายในส่วนลึกที่สุดกลับเจ็บปวดนัก เจ็บปวด
อันไหนก็ดีทั้งนั้นแหละ เฮ้ย!!! อย่าฉีดใส่ฉันนะ!!
โทโมกิโวยวายเมื่อคาซึกะแอบฉีดโคโลญจ์ให้ เด็กสาวหัวเราะสนุกสนาน เพื่อกลบความรู้สึกส่วนลึกลงไป กว่าจะซื้อของเสร็จก็ใช้เวลานานมากจนโทโมกิได้สัจจธรรมใหม่ว่า อย่าคิดไปซื้อของกับผู้หญิงอีกเป็นอันขาด เลยทีเดียว
เฮ้อ หิวจัง
คาซึกะและโทโมกิพาตัวออกมาจากร้าน พลางเดินไปตามถนนซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านในยามค่ำคืน ที่นี่เป็นแหล่งอำนวยความสะดวกที่สุดสำหรับเมืองก็ว่าได้ นอกจากจะเป็นย่านธุรกิจแล้ว ยังเป็นย่านแห่งความบันเทิงอีกด้วย เหล่าแสงไฟระยิบระยับหลากสีจากบรรดาร้านค้ามากมายต่างเปิดแข่งขันกันอย่างไม่มีอาการเกรงกลัวทรัพยากรของโลกจะหมดทีเดียว
แวะร้านนี้กันหน่อยนะ
เด็กสาวพูดพลางชี้ไปที่ร้านอาหารร้านหนึ่งที่อยู่มุมถนน โทโมกิถอนหายใจ
ก็ฉันหิวนี่ รึนายไม่หิว
เมื่อถูกย้อนถามแบบนี้ เด็กหนุ่มก็รู้สึกว่ากระเพาะของตัวเองก็เริ่มจะมีอาการจึงตอบตกลง ทั้งสองพากันเข้ามาหาที่นั่งเรียบร้อย ภายในร้านจัดไม่หรูหรามากนักเน้นความน่ารักกะทัดรัดเสียมากกว่า มีทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน เช่น เค้กที่เด็กสาว ๆ ชอบกันนัก พร้อมชารสอร่อยทำให้มีผู้คนมาฝากท้องที่นี่กันค่อนข้างมาก หลังจากได้อาหารที่สั่งไปได้ไม่นานทั้งสองก็เริ่มลงมือทานกันอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมพูดคุยสรรพเพเหระตามคำชักนำของเด็กสาวเพื่อให้ความรู้สึกหมองของโทโมกิลดลงไปบ้าง
อย่ามาขอโทษฉันนะ!!
เสียงแหลมสูงของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ข้างโต๊ะของทั้งสองดังลั่นขึ้น คนในร้านหันมาสนใจเจ้าหล่อนกันหมดเนื่องจากเสียงสนั่นหลายเดซิเบล คาซึกะชะเง้อมองดูแต่มีกระจกและกระถางต้นไม้ที่ปลูกบังถ้าไม่ลุกยืนก็จะไม่เห็นอีกฝ่ายได้เลย ส่วนโทโมกิแทบจะไม่สนใจเลย แค่เรื่องตัวเองก็เต็มเหยียดแล้วไม่อยากจะสนใจคนอื่นให้มากเรื่องไปอีก
โธ่ ผมแค่มาช้าไปหน่อย อย่าโกรธเลย..ดูสิคนมองกันใหญ่แล้ว
มีเสียงผู้ชายดังขึ้นเบา ๆ หารู้ไม่ว่าประโยคนี้ยิ่งทำให้หญิงสาวมีน้ำโหเพิ่มมากขึ้นอีก
หน่อยเหรอ!? ไม่หน่อยแล้วย่ะ!! ตั้งชั่วโมงนึงเชียวนะ ปล่อยให้ฉันรอน่ะ!!
เธอตะเบ็งเสียงขึ้นอีก ผู้คนในร้านรวมทั้งพนักงานต่างมองทั้งสองเป็นตาเดียว ด้วยความอยากจะรู้ที่สุดของคาซึกะทำให้เธอลุกขึ้นมองดูชายและหญิงทั้งคู่ให้ชัด ๆ แต่ถูกโทโมกิดึงมือเอาไว้ก่อน
อย่ายุ่งกับเขาน่ะ โทโมกิพูดไปพลางดื่มน้ำไปด้วย
ก็แหม มันอยากรู้นี่
คาซึกะสบัดแขนโทโมกิลงพร้อมกับลุกขึ้นมองดู พอดีกับที่หญิงสาวโยนกาแฟในแก้วปะทะหน้าของชายหนุ่มพร้อมเสียงฮือของคนภายในร้าน เมื่อเด็กสาวได้เห็นเต็มตาแล้วถึงกับผงะ
มะ มิกิจัง !!!
หญิงสาวหันขวับมาทันทีตามเสียงเรียก เมื่อโทโมกิได้ยินคาซึกะอุทานก็ถึงกับผุดลุกขึ้นทันทีเหมือนกัน
คะ คุณ กล้าดียังไง? นี่มันสูทของอาร์มานี่นะ!!
ชายหนุ่มคู่กรณีโวยวายขึ้น มิกิโกะวางแก้วกาแฟดังโครม พนักงานในร้านรีบเข้ามาดูกลัวแก้วจะแตก
เอ่อ คุณครับ อย่ามีเรื่องกันเลยนะครับ
มิกิโกะหันมาทางพนักงานร้านด้วยแววตาน่าเกรงขาม พลางหยิบกระเป๋าหนังสีดำใบเล็กขึ้นเปิด
นี่ค่าเสียหายของทางร้านค่ะ ขอโทษด้วยที่ทำให้ตกใจ
หญิงสาวยื่นแบงค์หมื่นเยนให้กับพนักงานในร้านแล้วลุกออกจากโต๊ะไป
นี่ คุณ แล้วสูทของผมล่ะ!!!
ชายหนุ่มตะโกนไล่หลังมิกิโกะไป หญิงสาวหันกลับมาตวาดใส่
ก็ซักเองสิยะ!!!!
เมื่อเรียบร้อยก็สะบัดหน้าหันหลังเดินออกจากร้านไปทันที โทโมกิกับคาซึกะรีบจัดการจ่ายบิลเรียบร้อยแล้วตามหญิงสาวออกไป (ทำไมเรื่องนี้มีแต่สาวห้าวอ่ะเนี่ย?!? : ผู้เขียน)
มิกิจัง มิกิจัง
คาซึกะหอบนิดหน่อยเมื่อตามมิกิโกะมาถึงรถสปอร์ตสีแดงคันเก่งของหล่อน
ขึ้นรถสิ เดี๋ยวจะไปส่งที่บ้าน
มิกิโกะกวักมือเรียกให้ทั้งสองมาขึ้นรถ เมื่อรถแล่นได้ซักพักหญิงสาวรู้สึกหงุดหงิดอย่างหาที่ระบายไม่ได้
เชิญค่ะ ไม่เป็นไร
เด็กสาวรู้ดี มิกิโกะยิ้มให้พร้อมควักบุหรี่มวนนึงออกมาจุดสูบ เธอพ่นควันออกไปหนึ่งครั้งก่อนที่จะอยู่ในท่าขับที่สบายกว่าเมื่อครู่
เมื่อกี๊เจ๋งไปเลยค่ะมิกิจัง ยังกะในหนังแน่ะ
คาซึกะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พูด แต่โทโมกินั้นอยู่ในภวังค์ไปแล้ว
ขอบใจจ๊ะ แต่แหม ยังไม่หายแค้นเลย หนอย! ปล่อยให้เรารอตั้งชั่วโมง แย่ที่สุด!!
เอ่อ เขาเป็นแฟนมิกิจังเหรอ? บทสนทนาเริ่มออกรสตามประสา Girl Talk โทโมกิยิ่งเลยนิ่งเงียบ
ก็ แค่คบ ๆ กันอยู่น่ะ เธออัดควันบุหรี่เข้าไปในปอดอีกครั้ง ตอบอ้อมแอ้ม
แค่ เหรอ? โทโมกิแทรกขึ้นมาบ้าง ค่อนข้างฉุนเฉียวเล็กน้อย
ใช่สิ ไม่ต้องห่วงหรอก อย่างหมอนั่นแม้แต่ขาอ่อนฉันยังไม่เคยได้เห็นเลยนะ
เอ๋?
นี่ พี่จะบอกให้นะคาซึจัง กับผู้ชายที่มาขอคบกับเราไม่ต้องไปยอม แต่ถ้าเจอคนที่ถูกตาต้องใจอย่างจังล่ะก็ต้องเข้าไปหาเอามาให้ได้นะรู้มั๊ย?
มิกิโกะสอนซึ่งคาซึกะก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี เด็กหนุ่มถึงกับกุมขมับ
เพราะว่า ตอนนั้นพี่ไม่ยื้อเขาเอาไว้ เขาก็เลยหลุดมือพี่ไป ทั้งที่เขาเป็นคนที่พี่คิดว่าจะรักเขาชั่วชีวิต
น้ำเสียงของมิกิโกะอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงอดีต
มิกิจัง เอ่อ ตอนนี้ก็ยังรักเขาอยู่อีกเหรอ?
แน่นอนจ๊ะ คนเดียวเท่านั้น
มิกิโกะยิ้มเศร้าให้เด็กสาวเห็น ทั้งโทโมกิและคาซึกะเคยรู้อยู่บ้างว่าหญิงสาวมีคนที่ไม่สามารถลืมได้ลงอยู่ แต่พวกเขาไม่รู้ว่าเป็นใครเท่านั้น
***************************
พี่มิกิ ผมอยากคุยด้วย
เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่กับหญิงสาวตามลำพัง และหลังจากส่งคาซึกะที่บ้านเรียบร้อยแล้ว
ก็เอาสิ
เอ่อ ผมมีเรื่องอยากถามเยอะมาก คิดว่า
งั้นไปที่นั่นมั๊ย? หญิงสาวชี้ไปที่ผับแห่งหนึ่ง
พี่!! ผมใส่ชุดนักเรียนอยู่นะ!! โทโมกิโวยวาย หญิงสาวหัวเราะร่วน
รู้แล้ว รู้แล้ว ฮะ ฮะ ร้านนี้ก็แล้วกัน
มิกิโกะหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไปจอดที่ตึกธุรกิจแห่งหนึ่งซึ่งชั้นล่างเป็นร้านกาแฟ
เอ้า มีอะไรก็ว่ามา
หลังจากกาแฟหอมกรุ่นถูกเสริฟ์ถึงโต๊ะทั้งคู่เรียบร้อย มิกิโกะก็เริ่มไขข้อข้องใจของเด็กหนุ่มทันที
เอ่อ พี่มิกิเป็นเพื่อนสนิทกับอาจารย์ฮิราอิใช่มั๊ยครับ?
คิ้วเรียวสวยที่ผ่านการตกแต่งมาอย่างดีเลิกขึ้นเล็กน้อย หญิงสาวหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ
ใช่ ก็เคยบอกแล้วนี่
น้ำเสียงตอบเหมือนขอไปที เด็กหนุ่มเสยผมขึ้นเล็กน้อยเป็นลักษณะที่เขาจะทำเสมอเมื่อเจอกับอะไรบางอย่างที่ต้องคิด
ตอนแรกผมคิดว่าพี่มิกิเป็นแฟนของอาจารย์มาก่อนซะอีก
ดวงตาคู่สวยเรียวหยุดนิ่งทันที เธอวางแก้วกาแฟลง
แต่พี่ไม่ใช่
ครับ ผมก็เลยอยากถามพี่ เรื่อง
หยุด!! หญิงสาวตะเบ็งเสียงขึ้นหยุดคำถามของโทโมกิ
ทำไมต้องถามเรื่องส่วนตัวของเขาขนาดนั้นด้วย? แล้วไปรู้มาถึงขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?
มิกิโกะจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มด้วยแววตาที่จริงจัง
เรื่องนั้น ช่างมันเถอะ ที่ผมอยากถามน่ะ
ไม่ได้!!
มิกิโกะเริ่มควานหาบุหรี่ในกระเป๋าพร้อมบอกปัดไร้เยื่อใยกับเด็กหนุ่มอีกด้วย
พี่มิกิ
มิกิโกะไม่สนใจคำอ้อนวอนของโทโมกิ เธอจุดบุหรี่สูบเพื่อระงับอารมณ์
พี่จะไม่บอกอะไรเธอทั้งนั้นแหละ หนึ่งเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว สองคือเธอไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเรื่องของคนที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอขนาดนั้น
หญิงสาวใช้มือที่คีบบุหรี่อยู่ชี้ตรงไปที่โทโมกิ แววตาของเธอกราดเกรี้ยวปนเศร้าหมองในคราวเดียว เด็กหนุ่มถึงกับนิ่ง
อย่าเชียวนะ โทโมกิ เธอจะไปหลงรักใครก็ได้ทั้งหญิงทั้งชาย แต่กับคน ๆ นั้นพี่ไม่ยอม เข้าใจมั๊ย?!
เด็กหนุ่มถึงกับเหงื่อตกพูดไม่ออก เพียงแค่ไม่กี่ประโยคก็ทำให้หญิงสาวมองเขาออกทะลุปรุโปร่งได้ถึงขนาดนี้ แต่นั่นก็ยังไม่ร้ายแรงกับคำคัดค้านประโยคนี้
.
เมื่อเห็นว่าโทโมกินิ่งเงียบไป มิกิโกะจึงอิงพนักหลังพ่นควันบุหรี่ออกมา
พี่มิกิ ผม แต่ว่าผม
ไม่ได้เด็ดขาด!! เธอฟังพี่นะ กับคน ๆ นั้นเท่านั้น!! เธอ ไม่มีวันสมหวังหรอก
พี่มิกิ!!
หญิงสาวคาบบุหรี่ที่ริมฝีปากแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสดไว้ พร้อมควักกระเป๋าหนังสีดำใบเล็กขึ้นมาจ่ายบิลที่โต๊ะ
จำไว้นะโทโมกิ!! เธอไม่มีทางสมหวังแน่นอน เพราะฉะนั้นเลิกคิดเรื่องเขาได้แล้ว!!
เธออัดควันบุหรี่เข้าไปเป็นครั้งสุดท้ายแล้วขยี้มันลงกับที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะ แล้วลุกขึ้น
หมดเรื่องแล้วใช่มั๊ย กลับได้แล้ว
พูดเสร็จเธอก็ก้าวรวดเร็วออกไปทันที กว่าที่โทโมกิจะตามออกไปก็นานพอควร
***************************
รถสปอร์ตสีแดงคันงามเลี้ยวเข้าจอดหน้าแมนชั่นของโทโมกิ หลังจากเหตุการณ์ในร้านกาแฟแล้วทั้งคู่ก็ไม่พูดอะไรกันอีก โทโมกิเปิดประตูรถออก แต่มิกิโกะแตะแขนเขาเอาไว้ก่อน
รีบถอนตัวออกมาก่อนที่จะเจ็บปวดนะ รู้มั๊ย? เธอไม่มีทางสมหวัง ถ้าหากไม่สมหวังก็ต้องเจ็บปวด พี่ไม่อยากเห็นเธอต้องเจ็บปวดเข้าใจนะ
น้ำเสียงอ่อนโยนเต็มไปด้วยความห่วงใยของมิกิโกะ พานพาให้เด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจ โทโมกิมองดูรถสปอร์ตคันงามเลี้ยวออกไปจนลับตา
เธอไม่มีทางสมหวัง
จะต้องเจ็บปวด
น้ำเสียงของมิกิโกะสะท้อนก้องในโสตประสาทของเด็กหนุ่ม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหรี่ลง
เรื่องนั้น ผมรู้อยู่แล้ว พี่มิกิ แต่ผม ถอนตัวไม่ได้ ไม่ว่ายังไง ก็รักอยู่ดี ขอโทษครับ
โทโมกิปล่อยคำพูดที่ไม่อาจพูดต่อหน้าหญิงสาวกับสายลม
ผมรักอาจารย์ ถึงไม่สมหวังก็ช่างเถอะ
เด็กหนุ่มพูดคล้ายคำปฏิญาณท่ามกลางผืนฟ้าสีดำ ในคืนที่มองไม่เห็นแม้แต่ดวงดาว
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำ ฮึก ติ-ชม ดุด่าได้ที่ [email protected] นะเจ้าคะ