nightfairy.gif (21745 bytes)

CD 23

‘…ยามะ…ผมขอโทษ…’

“เป็นอะไรน่ะ…ยามะ? “ ร่างเล็กเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับสะบัดมือขึ้นลงเพื่อเรียกให้คู่สนทนาตื่นจากภวังค์

“อ๋อ…เอ่อ…เปล่าหรอก มิโดริมีอะไรเหรอ? “

“ช่วยดูโน้ตเพลงให้หน่อยได้ไหม? คือ…เพิ่งจะแต่งขึ้นน่ะ อยู่ในแฟ้มสีแดงนั่นนะ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับพร้อมกับหยิบแฟ้มสมุดโน้ตออกจากตู้เก็บเอกสาร พอเปิดเจอโน้ตเพลงที่คู่สนทนาบอกก็ค่อย ๆ ไล่สายตาพิจารณาดูโน้ตแต่ละตัวอย่างละเอียด

“แล้วนึกยังไงถึงอยากแต่งล่ะ? จะเอาไว้ใช้เป็นเมนของซิงเกิลตัวถัดไปเหรอ? “ เด็กหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะหยิบโฆษณาออกมาจากกระเป๋าของตนเองขึ้นมาโชว์หราให้เพื่อนร่วมวงดู

“นี่ไงล่ะ World Classical Music เขามีการประกวดให้แต่งเพลงด้วยเครื่องดนตรีอะไรก็ได้แต่ต้องจัดให้อยู่ประเภทแนวดนตรีคลาสสิค กะว่าจะแต่งแค่ท่อนอินโทรแล้วให้ยามะกับเอลดู ถ้าหากใช้ได้แล้วก็จะให้มายะและรินสานต่อจนจบเพลงเลยน่ะ เงินรางวัลตั้งล้านเยนเชียวนะ ใครไม่สนก็บ้าแล้ว เพราะฉนั้น…ช่วยหน่อยนะ…ยามะ” ร่างบางยกมือไหว้ขอร้องอย่างน่าเอ็นดูจนคู่สนทนาอดที่จะขำไม่ได้

“ได้สิ”

“ฮ้า ! ขอบใจมาก หิวน้ำจัง…กินโค้กดีกว่า” เด็กหนุ่มพูดพลางหยิบกระป๋องโค้กออกจากตู้เย็นแล้วเปิดดื่มอย่างอารมณ์ดีจนคู่สนทนาอดจะมันเขี้ยวอยากแกล้งพูดแหย่คนตรงหน้าไม่ได้

“หึ ! นี่ถ้าซุยมาเห็นเข้านายคงจะโดนลากเข้าห้องนอนไปแล้วนะเนี่ย” มิโดริสะอึกในคำพูดของร่างสูงถึงกับสำลักน้ำจนไอไม่หยุด พอหายสำลักน้ำแล้วก็หันมามองยามะอย่างเอาเรื่อง

“ตลกร้ายนะ…ยามะ” ชายหนุ่มเจ้าของชื่อยิ้มหน้าตายแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วก้มลงอ่านโน้ตในแฟ้มต่อไป

ผ่านไป 15 นาทีกับการอ่านโน้ตเพลง…

“มิโดริ…เสร็จแล้ว”

“หือ? อ่านเสร็จแล้วเหรอ? มีแก้ตรงไหนบ้างหรือเปล่า? “ ชายหนุ่มพยักหน้ารับ

“ก็มีนิดหน่อยนะ เอาไปดูเอาเองละกัน แต่ว่าใช้ได้เลยนี่แต่งได้เก่งมากเลย โน้ตเพลงลื่นไหลไม่สะดุดเลยล่ะ” ร่างบางยิ้มเล็กน้อยแทนคำขอบใจก่อนจะนั่งลงหยิบตารางงานออกมาดูพร้อมกับเอาแฟ้มสมุดโน้ตไปเก็บ

“เฮ้อ ! อิจฉายามะชะมัดเลย ได้ไปเที่ยวถึงฮอกไกโดโน่นแน่ะ แถมยังได้ไปกับรินสุดที่รักอีกด้วยนะ”

“พูดเป็นเล่น…ที่ไปนี่เพื่อที่จะหาที่แสดงไลฟ์หรอก ไม่ใช่ไปเที่ยวซักหน่อย ไม่ต้องหวังของฝากหรอกนะ อีกอย่าง…” ชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่พูดต่อเมื่อนึกถึงคนที่เขารัก ยามะนั่งเงียบจนคู่สนทนาเกิดอาการทำอะไรไม่ถูก

“นี่ ! ยามะ…อีกอย่างน่ะ…มันอะไรล่ะ? อย่าทำนิสัยแบบอยู่ดี ๆ ก็หยุดพูดแล้วปล่อยให้คนอื่นนั่งงงอย่างนี้สิ บอกมานะ“

“…ก็ได้ อีกอย่างที่ฉันว่าน่ะ…ฉันไม่ได้ไปกับรินหรอก ฉันเปลี่ยนโปรแกรมแล้วล่ะ”

“…โกรธกับรินอยู่เหรอ? เรื่องของไอ้คนที่ชื่อฮิเดกินั่นใช่ไหม? “ ร่างสูงถอนหายใจเบา ๆ ออกมาก่อนจะหันมาตอบคำถามร่างเล็กตรงหน้า

“ไม่ได้โกรธหรอก แต่แค่ไม่อยากมองหน้าซักพักน่ะ ก็…รินยังลืมหมอนั่นไม่ได้เลยนี่นา…”

“ไอ้ที่พูดว่าไม่อยากมองหน้านี่ก็ถือว่าโกรธแล้วนะ เฮ้อ…สงสารก็แต่รินล่ะนะ ไม่ได้ทำผิดอะไรซักหน่อยกลับโดนโกรธแบบไม่มีเหตุผลซะนี่ ยามะ…ไอ้ที่รินพูดออกมามันแค่คำละเมอเท่านั้นนะ แล้วตอนนั้นรินฝันเห็นอะไรฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน นายจะเก็บเอามาคิดทำไมให้มันเมื่อยสมอง รินไม่ใช่ประเภทจับปลาสองมือซักหน่อย คิดมากไปได้” เด็กหนุ่มตบไหล่ร่างสูงเบา ๆ เป็นเชิงปลอบก่อนจะก้มลงไปอ่านตารางงานต่อ

“…แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะโกรธนะ…มิโดริ รินบอกว่าจะลืมหมอนั่นให้ได้ แต่ทำไมจนกระทั่งตอนนี้ยังเรียกชื่อหมอนั่นอยู่อีกล่ะ”

“ยามะ…ความรักน่ะ ถ้าลองมีแล้วมันก็ยากที่จะลืมนะ มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกที่จะบอกว่าวันนี้ฉันมีคนนี้ พรุ่งนี้เอาคนใหม่ดีกว่า นายก็ให้เวลากับรินซักหน่อยสิ อย่าลืมสิว่า รักแรกของรินไม่ใช่นายแต่เป็นผู้ชายที่ชื่อ ‘ฮิเดกิ’ ไอ้รักแรกน่ะมันเป็นรักที่รินประทับใจมากที่สุดด้วย ถึงขนาดรอให้เขากลับมาเป็นเวลา 3 ปี บวกกับช่วงเวลาก่อนหน้านั้นที่อยู่ด้วยกันในวง EZ อีก 2 ปี รวมทั้งหมดแล้วก็คือ 5 ปี ถึงแม้นายจะพูดว่าแอบรักมาตั้งแต่แรกพบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารินจะรู้ใจว่านายรักเขาตั้งแต่ตอนนั้นซักหน่อย คิดให้ดีก่อนที่จะโกรธนะ…ยามะ คำว่า ‘ลืม’ สำหรับริน…เขาได้พยายามทำจนถึงที่สุดแล้วและคำว่า ‘อกหัก’ ของรินน่ะ…มันน่ากลัวมาก เขาทำทุกอย่างเพื่อนายได้ตลอดเวลา…รู้ไว้ซะด้วยนะ…ยามะ ขอตัวก่อนนะ” มิโดริเทศน์จบก็ขอตัวเดินออกนอกห้องไป ทิ้งไว้ก็เพียงแต่ชายหนุ่ม…ที่ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับสิ่งที่ตัวเองมี…

ในขณะเดียวกัน…ที่ห้องซ้อมดนตรี…

“ฮ้า ! นายบอกว่าจะไม่ไปดูสถานที่แสดงไลฟ์กับยามะงั้นเรอะ?! “

“…แล้วยังไงล่ะ? “ มายะหัวเราะลั่นห้องทันทีที่ได้ยินคำพูดตอกกลับของเพื่อนสุดแสบ

“ก็ไม่น่าเชื่อว่านายไม่อยากไปน่ะสิ จำได้ว่าตอนนั้นที่ประชุมกันนายเป็นคนแรกเลยด้วยซ้ำที่อาสาจะไปกับยามะไม่ใช่เหรอ? “ รินจุ๊ปากเพื่อเตือนให้เพื่อนตัวดีของเขาพูดเสียงเบาลงกว่านี้เพราะกลัวความลับจะรั่วไปถึงหูของพวกชอบนินทาที่ทำงานอยู่นอกห้อง

“ก็ตอนนั้นมันดีใจนี่จะได้ไปเที่ยว แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว…ไม่มีอารมณ์จะไปแล้วล่ะ”

“ทำไมล่ะ? “ ร่างเล็กหน้าเสียลงเมื่อนึกถึงแววตาเย็นชาที่ชายหนุ่มจ้องมองมาที่เขา

“…ก็…ยามะไม่พูดอะไรเลย หลายวันมานี่ไม่เห็นมาทักทายกันเหมือนที่เคยทำเลย ไม่แม้แต่จะมองหน้าด้วย ต่อให้โดนคิมิกะซังบังคับให้ไปด้วยกันก็คงต้องทะเลาะกันกลางทางแน่ ๆ แล้วอย่างนี้ใครจะไปลงล่ะ”

“แล้วรู้ไหมว่ามีสาเหตุมาจากอะไร? “ คู่สนทนาส่ายหน้าดิกสีหน้าเศร้าราวกับอยากจะร้องไห้

“…ไม่รู้ ถ้ารู้ก็คงไปนั่งคุยปรับความเข้าใจกันแล้วล่ะ” มายะนั่งนิ่งฟังเพื่อนตัวเองปรับทุกข์ก่อนจะพยักหน้ารับรู้แล้วเดินไปฉุดแขนเพื่อนหน้าหวานให้เดินตามเขาออกนอกห้องไป

“อืม…ถ้าฉันไม่ออกโรงเองงานนี้พวกนายก็คงต้องงอนกันไม่รู้จักจบแน่ ๆ “

“เอ๋?! “

“ไม่มีอ๋งไม่มีเอ๋อะไรล่ะ ฉันจะพานายไปคุยกับยามะให้รู้เรื่องเอง” รินพอได้ยินว่าจะถูกพาให้ไปพบกับคนรักของเขาเท่านั้นถึงกับขึนตัวไม่เดินตามสุดฤทธิ์ ฝ่ายมายะที่พยายามลากเพื่อนของตนให้ไปปรับความเข้าใจกับชายหนุ่มก็ออกแรงกระชากแขนให้เดินตามเขาไปให้ได้

“ม่าย…ไม่ต้องเลย ขอบใจนายมากเลย…มายะ ยังไงฉันก็ไม่ไปเด็ดขาด”

“ถ้านายไม่ไปนายจะรู้ไหมล่ะว่าตัวเองผิดตรงไหน ไปกับฉันเดี๋ยวนี้” พูดยังไม่ทันจบคำดีเด็กหนุ่มก็ออกแรงฉุดเพื่อนซี้ร่างเล็กเต็มกำลังโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนกำลังจ้องมองการกระทำของพวกเขาอยู่

“นี่…พวกนายทำอะไรอยู่น่ะ? “

“เอล…มาพอดีเลย มาช่วยกันหน่อยสิ รินไม่ยอมไปห้องประชุมน่ะ”

“ไปทำไม? วันนี้พวกเราไม่มีประชุมวงไม่ใช่เหรอ? แล้วนี่พวกนายเล่นอะไรกันเนี่ย? โตจนป่านนี้ยังจะเล่นชักเย่ออยู่อีกเหรอ? “ อีกหนึ่งเสียงที่ได้ยินมาแต่ไกล…ไคถึงกับอ้าปากค้างที่เพื่อนร่วมวงของเขากำลังทำอะไรไม่สมกับอายุอานามที่พวกเขามี แต่ว่าคู่หูสุดแสบอย่างรินกับมายะถึงกับฉุนกึ้กที่โดนพูดว่าเล่นไม่สมอายุจึงตะโกนกลับไปด้วยเสียงอันสุดจะดังว่า

“ชักเย่อกับผีน่ะสิ” งานนี้ฝ่ายอึ้งกลับเป็นคู่รักแปลกสุดขั้วเอลและไคแทน แต่ก็ยังงงไม่หายว่าตกลง 2 คนนี้ทำอะไรกันแน่

“แล้วตกลงพวกนายทำอะไรล่ะ? ถ้าไม่มีอะไรทำก็กลับไปทำงานต่อเหอะ”

“จะบ้าเหรอไง…ไค?! ฉันกำลังจะพารินไปหายามะอยู่นะ ช่วยหน่อยสิอย่ามัวแต่มอง”

“ไม่เอา ! ยังไงก็ไม่อยากไป ไม่ไปเด็ดขาด”

“แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไง? ทำไมถึงไม่ไปหายามะล่ะ…ริน? “ เอลที่ไหวตัวทันกว่าใครเพื่อนก็ร้องอ๋อออกมาทันทีพร้อมทั้งช่วยมายะออกแรงลากรินไปด้วยอีกคนจนไคที่ยืนมองอยู่ถึงกับอึ้งค้าง

“เอ้า ! เร็ว ๆ เข้าสิ ไค…นายก็มาช่วยอีกแรงสิ อย่ามัวแต่มอง”

“เอ่อ…ได้…” หนุ่มน้อยตาดุงงจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ทำตามที่คนรักเขาบอกเท่านั้น

“ไม่เอ๊า…!! ใครก็ได้…ช่วยที๊…!! “ รินได้แต่ร้องบอกไม่เอาแต่ว่าตัวเขากลับเจอ 2 คนหาม 3 คนแห่ ถูกลากแบบถูลู่ถูกังจนถึงหน้าห้องประชุม

“ยามะ…นายอยู่ข้างในหรือเปล่า? “ ร่างสูงเจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือกก่อนจะตอบคู่สนทนากลับไป

“อยู่ ทำไมเหรอ? “

“มีเรื่องจะคุยกับนายน่ะ”

“ได้…เข้ามาสิ…กำลังพักอยู่” สิ้นเสียงตอบก็ได้ยินดังตึงตังตุ้บตั้บตามด้วยเสียงคนร้องโวยวายดังมาจากนอกห้อง…เฮ้ย…เจ้าไคมันทำอะไรกันแน่วะเนี่ย?! เสียงดังเอ็ดตะโรไปทั่วเลยแฮะ…แต่ความคิดก็ต้องสะดุดหยุดลงทันทีเมื่อเสียงร้องโวยวายที่เขาได้ยินคือเสียงของคนรักตัวน้อยของเขา…ริน?! มาทำไมกันน่ะ? …

ประตูห้องประชุมถูกเปิดดังผัวะแล้วตามด้วยเพื่อนร่วมวงอีก 3 คนกับหนึ่งตัวปัญหาที่พากันดาหน้าเดินเข้ามานั่งในห้องแล้วปิดประตูดังปึ้งเป็นการตบท้าย พอทุกอย่างอยู่ในความสงบเรียบร้อยดีแล้วมายะก็รีบดันหลังเพื่อนตัวดีให้ไปคุยปรับความเข้าใจกับคนรักของเขา

“ไปเหอะน่า…ยามะไม่ใช่หมาหรอก ไม่ได้กัดนายซะหน่อย ทำเป็นกลัวไปได้” เอลและไคที่เข้าใจเรื่องทั้งหมดทันทีที่เจอหน้ายามะก็ช่วยดันหลังให้ด้วยแต่ว่า…ร่างเล็กส่ายหน้าปฏิเสธไม่เอาจนถูกเพื่อน ๆ ส่งสายตาดุกลับมา

“แต่ว่า…”

“ไม่มีแต่หรอกนะ ไปคุยกับยามะซะ…ริน ขืนพวกนายไม่ยอมคุยปรับความเข้าใจกันดี ๆ ล่ะก็…ความกดดันจะต้องเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณแน่ แล้วงานนี้โปรแกรมที่วางเอาไว้ก็ต้องรวนแถมยังต้องเลื่อนงานอีก”

“มิโดริ? “ อีกหนึ่งเสียงที่โพล่งขึ้นทำลายความเงียบ ร่างบางเดินหน้าเครียดเข้ามาในห้องพร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กก่อนจะยื่นให้กับเด็กหนุ่มผมสีน้ำเงิน

“เอ้า ! มายะ…แมสเสจจากริวเฮย์ เขาบอกว่าวันนี้ตอนบ่ายไม่เข้าบริษัทจะไปทำธุระ ให้ไปเจอกันที่ร้านเดิมหลังเลิกงาน”

“อืม…ขอบใจ” เด็กหนุ่มอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพับกระดาษโน้ตเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อแล้วหันหน้ามาให้กำลังใจเพื่อนซี้ของเขา

“พูดไปสิ…ริน นี่สาเหตุทั้งหมดมาจากนายคนเดียวเลยนะ”

“ทำไมมาจากฉันล่ะ? “ มายะที่เก็บความลับของรินเอาไว้ถึงกับส่ายหน้าอย่างหน่ายหัวใจก่อนจะอ้าปากเผยความลับให้คนตรงหน้าฟัง

“ก็วันนั้นที่เราไปซื้อ CD กัน ขากลับนายแอบงีบหลับแล้วเผลอละเมอชื่อเจ้าฮิเดกิออกมาน่ะสิ พวกเราก็คิดว่าจะช่วยกันปิดเป็นความลับไม่ให้นายกับยามะรู้ แต่ซุยก็ปากโป้งเก็บความลับไม่อยู่ก็เลยบอกยามะซะหมดเปลือกน่ะ แล้วหลังจากนั้นมาก็เป็นอย่างที่พวกเราเห็น ยามะไม่คุยกับนาย ส่วนนายก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรเลยไม่กล้าที่จะพูดหรือถามยามะ เอาแต่เก็บเรื่องบ้า ๆ นี่ไว้ในใจแล้วเครียดอยู่คนเดียว วันนี้มีโอกาสแล้วก็เอาซะเลยสิ…พูดไปเลย” ทุกคนต่างก็เห็นด้วยกับความคิดของร่างบาง แต่รินที่ได้ยินเรื่องทั้งหมดถึงกับหน้าซีดอ้าปากค้าง…นี่เราละเมอชื่อเจ้านั่นอีกแล้วเหรอเนี่ย?! ไม่ไหวแฮะ…

“…ที่คุณโกรธผม ไม่คุยกับผมก็เพราะเรื่องนี้อย่างนั้นเหรอ…ยามะ? “ คู่สนทนานั่งเงียบไม่พูดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าตอบ

“ถ้าไม่ใช่เรื่องของไอ้หมอนั่น…ผมคงไม่โกรธถึงขนาดไม่คุยกับคุณนานขนาดนี้หรอก…ริน” เด็กหนุ่มนึกขำกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปโดยไม่รู้ตัวก่อนจะดึงต้นแขนของชายหนุ่มให้เดินตามเขาออกนอกห้องไป

“หึ ! ไม่พูดคงไม่ได้แล้ว ไปหาที่คุยกันเถอะ…แล้วผมจะเล่าทุกอย่างให้ฟังเอง”

 catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1