nightfairy.gif (21745 bytes)

CD 22

“อืม…ฮะ แค่นี้นะฮะ ฝากหวัดดีพี่ไซยูกิด้วยนะฮะ ราตรีสวัสดิ์ฮะ”

“โทรหาใครเหรอ? “ ร่างสูงยิ้มนุ่มก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เด็กหนุ่มพร้อมกับช้อนเอวบางฉุดขึ้นมานั่งบนตักด้วย

“หาพี่ซากะน่ะ กะว่าจะสั่งจองการ์ดของยามาฮ่าที่เพิ่งออกใหม่”

“ไอ้ที่เพิ่งจะออกวางในเนทน่ะนะ?! ทำไมมันจองได้เร็วขนาดนี้ล่ะ? “

“โธ่ ! ริวเฮย์ โดยปกติน่ะ…จองไม่ได้หรอก แต่ว่าผมมีสิทธิ์ที่จะจองก่อนใครเพื่อน ก็เพราะผมเป็นแชมป์มอเตอร์ปาร์คไงล่ะ อย่าลืมสิ”

“เฮ้อ ! แล้วเมื่อไรจะเลิกซิ่งมอเตอร์ไซค์ล่ะ? ผมเป็นห่วงมาก ๆ เลยนะ ชีวิตคนเราไม่เหมือนแมวนะ มีแค่ชีวิตเดียวไม่ใช่อมตะ” เทศน์มาถึงตอนนี้ร่างเล็กเริ่มจะเกิดอารมณ์ฉุนขึ้นตงิด ๆ แล้ว มายะสบัดหน้าพรึดพร้อมกับยันตัวลุกออกจากตักของคนรักแล้วเดินไปหยิบน้ำผลไม้มาเปิดดื่มแก้คอแห้ง ซักพักก็เดินกลับมานั่งคุกเข่าจ้องหน้าคู่สนทนาอย่างเอาเรื่องพลางเอานิ้วชี้ไปจิ้มจมูกฝ่ายตรงข้ามอย่างงอน ๆ ด้วย

“รู้ไว้ซะนะ…ว่าผมไม่ชอบให้ใครมาเทศนาใส่ ผมจะทำอะไรมันก็เรื่องของผม คุณไม่มีสิทธิ์มาว่าหรอกนะ ขนาดพี่ซากะยังไม่เคยว่าผมเรื่องนี้เลย แล้วกับคุณจะมาว่าน่ะ…มันเกินเหตุไปแล้ว” แทนที่จะหงอกลัวแต่ริวเฮย์กลับยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากพร้อมกับผลักร่างบางให้ล้มลงไปนอนหงายกองกับพื้นตามด้วยร่างแกร่งของตนเองขึ้นทาบทับ

“อูย…เจ็บนะ…ริว…” ยังไม่ทันพูดจบคำดี ริมฝีปากบางก็ถูกประกบปิดแน่นไม่ให้เสียงเล็ดรอดออกมาอีก เด็กหนุ่มชะงักแข็งทื่อ…ร่างกายไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียวเดียว ปล่อยให้คนรักของเขานำเกมเล่นลิ้นต่อไปเรื่อย ๆ แต่ว่า…อารมณ์รักก็ถูกทำให้ดับวูบไปในพริบตาด้วยเสียงเปิดประตูห้องดังแอ๊ดแล้วตามด้วยเสียงกระแอมกระไอพอเป็นพิธีของริน…เจ้าของห้องตัวจริง…ซึ่งถืออาหารมื้อดึกเต็มไม้เต็มมือไปหมด

“อะแฮ่ม ! มายะ…ริวเฮย์…ที่นี่บ้านใครรู้ไหม? กรุณาเกรงใจเจ้าของห้องด้วย อุตส่าห์ถ่อสังขารลงไปซื้อของขึ้นมาให้กินแก้หิวนะ“ ชายหนุ่มไม่พูดอะไรได้แต่หัวเราะเบา ๆ ในลำคอก่อนจะยันตัวลุกขึ้นไปหยิบแฟ้มออกจากกระเป๋าแล้วมานั่งตรวจเช็คงานของตัวเองที่เก้าอี้รับแขกด้ยอาการทองไม่รู้ร้อน ส่วนอีกคนที่นอนกองอยู่กับพื้นได้แต่อึ้งรับประทาน เจ้าตัวดีรีบลุกพรวดขึ้นมาลูบต้นคอ แกล้งทำเป็นเสเบือนหน้าหนีหันไปทางอื่นรอจนกว่าเพื่อนคู่หูจะเปิดปากพูด

“ไง…ไปซื้อน้ำผลไม้ที่ไหน…ริน? นานเป็นชาติเลยนะ”

“ไม่นานเป็นชาติซักหน่อย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง…นายคงจะเสร็จไปไม่รู้กี่รอบแล้วล่ะ คงจะไม่หยุดแค่จูบหรอกมั้ง”

“หมายความว่าไง? “ มายะหน้าแดงจัด สีหน้าบอกได้เลยว่าอารมณ์ที่มีอยูใกล้จะระเบิดเต็มที่ หาอะไรที่อยู่ใกล้มือได้ก็คว้าขึ้นมาฟาดเอา ๆ ที่ตัวคู่หูของเขา รินเองก็ใช่ย่อย หลบได้หลบดีจนคนฟาดหมดแรงก้มหน้าหอบแฮ่ก

“เอาล่ะ ! เลิกเล่นกันเถอะ งานรออยู่ตรงหน้าแล้วนะ มายะ…มาช่วยกันจัดการตารางเวลานี่ก่อนเหอะ” เด็กหนุ่มยิ้มเย็นพร้อมกับดึงเอางานในกระเป๋าตัวเองออกมาทำด้วย เหลือก็แต่เพื่อนของเขาที่ยังนั่งก้มหน้าหอบเหนื่อยอยู่ ร่างบางกัดฟันกรอดเพื่อทำใจเย็นอย่างเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องยอมแพ้ความเจ้าเล่ห์ที่เพื่อนของเขามี

“จำไว้เลยนะ…ริน ซักวัน…ฉันจะขอทวงหนี้คืน…ซักวัน…”

ผ่านไป 2 ชั่วโมงกับเวลาที่ใกล้จะถึงวันใหม่…

“ฮ้าว…ง่วงชมัด จะเที่ยงคืนแล้วเหรอเนี่ย? “ ริวเฮย์มองที่นาฬิกาข้อมือก่อนจะเดินไปหยิบกาแฟกระป๋องมเาปิดดื่ม

“อือ…ใช่…ถ้างั้น…นอนกันก่อนละกัน เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยตื่นขึ้นมาทำงานต่อละกัน…ดีไหม? ” รินอ้าปากหาวหวอดก่อนจะวางงานลงบนพื้นแล้วหันไปขอความเห็นจากเพื่อนร่วมห้องอีกคน

“ตามใจนายสิ…ฉันมันยังไงก็ได้อยู่แล้ว”

“ถ้างั้น…ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็นอนกันเถอะนะ เอ่อ…มายะ…นายนอนกับริวเฮย์ที่ห้องนั่งเล่นละกัน นอนคนเดียวมันเหงาใช่ไหมล่ะ? ” พูดแทงใจดำแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน มายะหน้าแดงแอบเหลือบมองไปทางชายหนุ่มเพื่อขอคำตอบ

“ก็ได้ แล้วพรุ่งนี้ใครตื่นก่อนก็ลุกขึ้นมาปลุกที่เหลือเองละกัน ไปเถอะ…มายะ”

“ราตรีสวัสดิ์นะ”

“ราตรีสวัสดิ์” ร่างเล็กโบกมือพร้อมกับยิ้มส่ง พอเห็นว่าทุกคนไปหมดแล้วก็รีบจัดแจงทำธุระส่วนตัวแล้วปีนขึ้นเตียงฟุบนอนกับหมอนทันที ผ้าห่มอะไรไม่สนใจมันอีกต่อไปแล้ว…ขอนอนเอาแรงไว้ก่อน…เพลีย…

อีกด้านหนึ่ง ณ ห้องนั่งเล่น

“ปล่อยนะ…ผมจะนอน…จะเล่นก็เอาไว้พรุ่งนี้เช้าสิ” ร่างบางพยายามกันไม่ให้คนรักของเขาเข้ามายุ่มยามกับร่างกายเขาเป็นพัลวัน แต่ก็แพ้ชายหนุ่มอีกรอบจนได้เมื่อความหวานจากริมฝีปากสีแดงอิ่มถูกช่วงชิงเอาไปได้อีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นแค่ Goodnight Kiss เท่านั้นเพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีแรงพอที่จะเล่นเกมต่ออีกแล้ว มรสุมที่เกิดจากการทำงานอย่างสมบุกสมบันมาตลอดทั้งวันเปรียบเสมือนยานอนหลับอย่างดีของพวกเขา ริวเฮย์ยิ้มบางพร้อมกับอุ้มคนรักตัวน้อยไปนอนด้วยกันที่โซฟาพลางดึงเอาผ้าห่มขึ้นมาห่มให้ด้วย

“นอนตรงนี้ก็ดีเหมือนกันแฮะ…อุ่นดี ราตรีสวัสดิ์นะ…มายะ” เจ้าตัวพูดเสร็จก็ผล็อยหลับไปก่อนเฉยเลย ทิ้งให้คู่สนทนานอนเท้าคางมองหน้าฝ่ายเดียว ซักพัก…เด็กหนุ่มก็ยิ้มออกมาพร้อมกับจูบเบา ๆ ที่โหนกแก้มของร่างสูงแล้วซุกตัวตามลงไปนอนอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นอีกคน

“หึ…ถ้าไม่มีผม…คุณก็คงไม่อุ่นอย่างนี้หรอก Goodnight…ริวเฮย์”

รุ่งเช้า…

“อรุณสวัสดิ์ เมื่อคืนหลับสบายดีไหม? “ ทั้งสองหนุ่มต่างจ้องตาหาความพร้อมก่อนที่จะเอ่ยปากตอบ

“ก็ดี” ตอบห้วน ๆ แต่ชัดเจนในความหมายพอที่จะทำให้อีกฝ่ายเลิกถามไปโดยปริยาย รินเบือนหน้าหนีจงใจที่จะไม่สบตากับมายะเพราะไม่อยากโดนสวนกลับแบบสายฟ้าแล่บ เขารู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ยังคงอาฆาตแค้นเขาเพราะเรื่องที่โดนแกล้งเมื่อคืน

“ถ้างั้น…มากินข้าวกันเหอะ แล้วรีบ ๆ ไปทำงานซะ ฉันไปก่อนนะ” พูดยังไม่จบดีก็คว้ากีตาร์เดินหายออกจากห้องไปเสียแล้ว เหลือก็แค่อาหารเช้าและหนังสือพิมพ์ที่ทิ้งเอาไว้ให้กับเพื่อนร่วมห้องรับผิดชอบเท่านั้น

“เฮ้อ…แล้วพวกเราจะเอายังไงดีล่ะ…ริวเฮย์? “ คู่สนทนาแบมือเป็นเชิงไม่รู้ก่อนจะลากเก้าอี้ออกแล้วหย่อนก้นนั่งลงพร้อมกับหยิบหนังสือพิมพ์เปิดขึ้นมาดูข่าวภาคเช้า แล้วเอื้อมมือข้างที่ว่างไปหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบแก้ง่วง ตามด้วยหนุ่มน้อยเจ้าของคำถามที่ผละเดินไปเก็บที่นอนก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งตามที่โต๊ะอาหาร

พออาหารเช้าถูกฟาดจนหมดโต๊ะแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องบริหารร่างกาย งานนี้ไม่ว่าจะเป็นเทวดาหรือนางฟ้าก็จำต้องแข่งกันวิ่งหน้าตั้งเพื่อที่จะขึ้นรถเมล์รอบ 10 โมงเช้าให้ทันให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะต้องยืนรอรถรอบต่อไปกลางแดดเปรี้ยง ๆ อีกเกือบ 45 นาที และโชคก็เข้าข้างพวกเขา…ทั้งมายะและริวเฮย์วิ่งมาเต็มเหยียดทันปีนขึ้นรถเมล์รอบนี้พอดี ทั้งคู่ขึ้นไปหยุดยืนหอบพักเอาแรงชั่วครู่ก่อนที่จะเริ่มต้นบทสนทนาอันเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดเสียมิได้เลยในการนั่งรถเมล์ยามเช้า…ในกรณีที่… ถ้าหากไปทำงานที่บริษัทด้วยกันเท่านั้น…

“มายะ…ผมว่าหมู่นี้รินดูแปลก ๆ ยังไงชอบกลนะ ดูเหม่อ ๆ ลอย ๆ ทำงานก็พลาดบ่อยจนผิดปกติแถมไม่เห็นคุยเก่งเหมือนเคยเลยด้วย” ร่างบางหันขวับตามเสียงเรียก แต่ภายในดวงตากลับเต็มไปด้วยความสงสัยในคำถามที่คู่สนทนาเอ่ยปากพูดออกมา

“…ตรงไหน? ผมเห็นว่าเจ้านั่นก็ยังปกติดีทุกอย่างนี่นา เอ๊ะ…แต่ว่า…ก็มีบางส่วนเป็นจริงอย่างที่คุณพูดนะ“

“แล้วคิดว่าสาเหตุมาจากใครล่ะ? “ เด็กหนุ่มหลับตาถอนหายใจก่อนตอบราวกับว่าเบื่อเต็มที่ที่จะต้องตอบคำถามที่โดนยิงใส่อย่างไม่ตั้งตัว

“…ถ้าให้ผมเดา…ผมว่า…คงไม่เกินยามะหรอก” ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเดินไปที่ประตูรถเพื่อที่จะกดออกขอลงป้ายหน้า

“ไอ้ข้อสันนิษฐานข้อนี้…ผมเห็นด้วยเต็มที่”

“แล้วรู้ไหมว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร? “

“ไม่รู้สิ…ยามะเขาไม่ยอมบอกผม คุณรู้เหรอ? “ ร่างเล็กยิ้มบางที่มุมปากก่อนจะตอบคำถามด้วยความมั่นใจเต็มร้อย

“รู้สิ แต่ไม่บอกหรอก อยากรู้ก็ไปถามยามะเอาเองสิ”

“…เดี๋ยวนี้มีลับลมคมในเยอะจังนะ…มายะ”

“ไม่เยอะหรอก แต่เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้น…ที่ผมจะไม่บอกคุณ”

“แล้วเฉพาะผมคนเดียวหรือเปล่า? “ เด็กหนุ่มหยุดยืนคิดชั่วครู่ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ

“เปล่า…แต่กับทุกคน…ไม่เว้นแม้แต่ริน…” พูดจบก็ควงแขนคนรักตัวโย่งเดินเข้าบริษัทไป

ทำไมมายะถึงตั้งใจที่จะปิดเป็นความลับกับทุกคนก็ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่ใคร ๆ ก็รู้กันไปทั่วแล้วกับเรื่องของความรักระหว่างอดีตนักร้องประจำวง EZ ฮิเดกิและรินที่เป็นเพื่อนคู่หูของเขา ไม่มีใครได้รับรู้ถึงความคิดของเขาเลยแม้แต่น้อย และก็…ไม่มีใครได้รับรู้อีกเช่นกัน…ถึงความหมายของชื่อฮิเดกิที่รินละเมอออกมาในตอนนั้น จะมีแต่ก็แต่มายะเท่านั้น…ที่รู้ และเขาเองก็ตั้งใจที่จะไม่บอกเรื่องนี้แก่ใครอยู่แล้วด้วย จะเป็นเพราะสงสารเพื่อนหรือเปล่าก็มิอาจทราบได้ แต่ด้วยความที่คบกันมานานจนพอที่จะเรียกว่าคู่หูและเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายได้…ทำให้เด็กหนุ่มเข้าใจในตัวเพื่อนของเขาคนนี้มากกว่าใคร หรืออาจจะพูดว่าเข้าใจชีวิตและจิตใจของคู่หูของเขามากที่สุดก็ได้ ดังนั้น…ส่งที่เป็นสัญญาก็จะเป็นสัญญาตลอดไป และ…ความลับก็จะเป็นความลับตลอดไปด้วย ถ้าหาก…เจ้าของความลับและคนเก็บความลับไม่ปริปากพูดออกมาให้เรื่องแดงเสียก่อน

ตอนบ่ายแก่ ๆ ประมาณ 3 โมงครึ่ง

“เอ้า ! พักได้” ทันทีที่ Sound Engineer บอกให้พักได้ 10 นาที ทั้งสูงทั้งเตี้ย ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย เกือบทุกคนที่อยู่ใน Recording Room และ Arranging Room ต่างพร้อมใจกันวิ่งแจ้นออกมาหาไออุ่นกันแบบไม่ได้นัดหมาย รวมทั้งหนุ่ม ๆ แห่ง Night Fairy ด้วย

“สุดยอด ! อากาศหนาวอย่างกับอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ…บรื๋อ…ใครไปปรับแอร์ให้มันเย็นลงกันล่ะเนี่ย? “ มิโดริบ่นพลางห่อตัวพร้อมกับเอาเสื้อแจ๊กเก็ตหนังสีดำของซุยมาใส่กันหนาว

“ได้ยินพวกพนักงานทำความสะอาดบอกว่าแอร์เสียเลยปรับไม่ได้ คิดว่าวันนี้ตอนบ่ายคงจะมีช่างมาซ่อมน่ะ” ไคพูดพร้อมกับเดินไปหยิบนิตยสารมานั่งอ่านข้าง ๆ เอล

“ดีนะที่วันก่อนทิ้งเสื้อแขนยาวเอาไว้ที่ห้องอัด ไม่งั้นหวัดคงกินแหง ๆ ว่าแต่…รินล่ะ? “ มายะพูดพลางหันซ้ายแลขวาเพื่อหาเพื่อนซี้ของเขา แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา มองไปทางไหนก็ไม่เห็นจนเจ้าตัวเริ่มสังหรณ์ใจแปลก ๆ เสียแล้ว

“อย่าบอกนะว่าหลับอยู่ในห้องอัดน่ะ…ไม่ตลกเลยนะ” ริวเฮย์พูดไปหน้าเสียไปเพราะถ้าหากเป็นจริงอย่างที่เขาพูดล่ะก็…รินคงต้องเป็นปอดบวมตายก่อนแน่ ๆ ก็…อากาศในห้อง Recording Room น่ะมันหนาวขนาดสต๊าฟฟ์ประจำห้องยังต้องใส่โค้ทตัวหนาเตอะก่อนเข้าห้องเลย

“เฮ้ย ! ใครก็ได้ช่วยไปดูรินให้หน่อย ยามะก็ได้…ไปดูให้ผมหน่อย หลับไปได้ยังไงกัน?! ปอดบวมพอดี…แอร์หนาวขนาดนั้น” มายะลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้แล้ววิ่งไปหยิบผ้าห่มผืนใหญ่ที่วางพาดเอาไว้ใกล้ ๆ ตู้เอกสารหน้าห้อง Arranging Room พร้อมกับโยนไปให้ยามะเพื่อที่จะให้เขาเอาไปให้ริน ซึ่งชายหนุ่มเองก็ยอมทำตามทั้ง ๆ ที่เขายังไม่ค่อยอยากจะมองหน้าคนรักตัวน้อยของเขาซักเท่าไรในตอนนี้

ทันทีที่ร่างสูงเปิดประตูห้อง Recording Room เขาก็เห็นเด็กหนุ่มนอนหลับฟุบอยู่กับโต๊ะทำงาน บนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารตารางงานและโน้ตเพลงที่ยังแก้ไม่เสร็จวางเกลื่อนอยู่เต็มไปหมด ข้าง ๆ ก็มีกีตาร์ลีดประจำตัววางพาดกับเก้าอี้ ในมือยังคงกำปากกาและสมุดโน้ตอยู่ เห็นแล้วก็อดทึ่งไม่ได้ว่าคนตัวเล็ก ๆ อย่างรินสามารถทำงานหนัก ๆ อย่างนี้ได้เท่ากับคนหลาย ๆ คนทำในคราวเดียว เรียกว่าทำเพื่องานและทำเพื่อวงจริง ๆ มันไม่น่าแปลกใจอะไรเลยว่าทำไม EZ และ Pandora ที่รินและมายะเคยอยู่ถึงโด่งดังเปรี้ยงปร้างทั้ง ๆ ที่ฟอร์มวงกันได้ไม่ถึงปีด้วยซ้ำ

“…เหลือเชื่อ…หลับได้ทั้ง ๆ ที่อากาศหนาวขนาดนี้ คงเพลียมากล่ะสินะ…ริน” ยามะกอดอกมองร่างเล็กด้วยแววตาที่อ่อนโยนและเห็นใจ เขาค่อย ๆ คลี่ผ้าห่มออกแล้วเอาไปคลุมไหล่ให้กับคนรักของเขา แถมยังช่วยจัดการเก็บของบนโต๊ะให้เป็นที่เป็นทางจนดูเรียบร้อยให้อีกด้วย พอจัดการเสร็จร่างสูงก็หย่อนก้นลงบนเก้าอี้ตัวข้าง ๆ เพื่อพักเอาแรง แต่ยังไม่ทันจะได้นั่งให้มันสนิทก้นดี เขาก็ได้ยินเสียงสะอื้นคล้ายจะร้องไห้จากร่างบางที่ฟุบหลับอยู่ข้างเขา ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจและเป็นห่วง คิดอยากจะเขย่าตัวเพื่อจะปลุกให้ตื่น แต่แล้วกลับต้องแปลกใจรอบสองเพราะ…

“…ยามะ…อย่าโกรธผมนะ…ขอโทษ…”

 catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1