nightfairy.gif (21745 bytes)

CD 21

“ฟังอะไรอยู่น่ะ? “

“อ๋อ ! เพลง Once in the Red Moon ของ Secret Garden ไงล่ะ ไม่เคยฟังเหรอ…มายะ? ” คู่สนทนาส่ายหน้ายิกพร้อมกับวางนิตยสารอันดับชารท์ลงบนเตียงก่อนจะเดินลงมาหยิบตลับแผ่น CD ที่วางอยู่ข้าง ๆ ซาวด์อเบาท์ขึ้นมาพิจารณาดู

“ออกใหม่เหรอ? “

“อืม…แต่นานพอดูเลยล่ะ ประมาณ 2 เดือนกว่าแล้วล่ะมั้ง ก็เพิ่งจะได้มาน่ะ”

“ก็นะ…ทั้งนายทั้งฉันดันไม่มีใครมีเวลาว่างเลยซักคนนี่นา เฮ้อ ! อยากไปซื้อซิงเกิลที่ออกใหม่ช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้จัง” รินยิ้มบางที่มุมปากก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแผ่น CD ที่คู่หูของตนถืออยู่

“นั่นสินะ…มันไม่มีใครว่างเลยนี่นา…”

วันรุ่งขึ้น

“Sound Engineer มาหรือยัง? “ ยามะร้องทักเสียงดังพลางเดินไปหยิบตารางประจำวันมาดู

“ยังเลย วันนี้ตอนเช้ามีรถชนกันตรงถนนหน้าสตูดิโอ ก็เลยรถติดน่ะ”

“อ้อ…เข้าใจล่ะ ไค…แล้วพวกรินล่ะ? “ เจ้าของชื่อเดินมานั่งฟุบหลับเอาแรงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“ไปซื้อซีดีกับมิโดริน่ะ ซุยเองก็ขอไปด้วย ส่วนเอล…กำลังจะมา…รถติดน่ะ ขอนอนหน่อยนะ…เหนื่อย” ร่างสูงแปลกใจ คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์ได้อยู่แล้ว

“นายไปทำอะไรมาล่ะ? ไม่เคยเห็นซักครั้งที่จะพูดว่าเหนื่อยนี่นา”

“อย่ารู้เลย แล้วก็…ไม่เกี่ยวกับเอลด้วย ง่วงล่ะ…” พูดเสร็จก็ก้มลงหลับฟุ้บกับโต๊ะทันที

ทางด้านของพวกมิโดริ

“เอ่อ…มายะ เห็นอัลบั้มใหม่ของ Gontiti หรือเปล่า? “ หนุ่มน้อยเจ้าของชื่อแบมือเป็นเชิงปฏิเสธแล้วก้มหน้าก้มตาหา CD ของตนเองต่อไป

“เฮ้อ ! อย่าว่าแต่ของมิโดริเลย ของฉันเองก็ไม่เห็นเหมือนกัน อัลบั้ม Reanimetation ก็ไม่เห็นมี สงสัยคง Sold Out หมดแล้วแหง ๆ เลย” รินว่าพลางจัดปกคอเสื้อก่อนจะหันมายุ่งวุ่นวายกับเศษกระดาษลิสท์รายชื่ออัลบั้มใหม่ที่กำอยู่ที่มือของตัวเอง

“คงต้องวานยามะช่วยหาซะแล้วล่ะมั้ง ของฉันก็ไม่มีเหมือนกัน แปลก…ไอ้ร้านใกล้ ๆ สตูดิโอของพวกเรานี่มาทีไรไม่เคยมีของที่อยากได้เลยซักครั้ง ต้องถ่อสังขารไปซะไกลลิบกว่าจะได้ซักแผ่น” ซุยว่าพลางเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายที่ฝากเอาไว้ที่เคาน์ทเตอร์ฝากของแล้วเดินมารวมกลุ่มกับเหล่าหนุ่มน้อยหน้าหวานอีกสามหน่อ

“กลับกันไหม? ไหน ๆ ก็ใกล้จะสิบโมงแล้วด้วย”

“ก็ดี…พวกเรานัด Sound Engineer เอาไว้อีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้านี้ด้วยสิ รีบกลับกันเหอะ เดี๋ยวรถติด” ร่างสูงหัวเราะลั่น ทำเอาคนในกลุ่มที่เหลือพากันงงเป็นไก่ตาแตก

“หัวเราะอะไรน่ะ…ซุย? “

“ก็หัวเราะที่นายพูดนั่นล่ะ…มายะ วันนี้รถบนถนนหน้าบริษัทเรายังไงมันก็ติดชัวร์อยู่แล้ว อย่าลืมสิว่าเช้านี้มันเกิดอะไรขึ้น” ร่างเล็กผมสีน้ำเงินถึงกับอ้าปากค้างกับความเอ๋อของตัวเอง

“เออ…เนอะ…ไหงขี้ลืมจังเลยแฮะ…เรานี่…” เจ้าตัวดีว่าพลางแลบลิ้นเผล่ให้กับความเอ๋อของตัวเองก่อนจะเดินนำหน้าไปกดปุ่ม Down ที่ลิฟท์แก้วหน้าห้างสรรพสินค้า

ผ่านไปอีก 2 ชั่วโมงกับ 35 นาที…กับการนั่งตากแดดแนบไออุ่นกรุ่นกลิ่นดินบนรถเมล์ของหนุ่ม ๆ สมาชิกวง Night Fairy

“โธ่ว้อย ! มันจะติดหาสวรรค์วิมานอะไรของมันฟะ?! “ มายะสบถออกมาเบา ๆ ด้วยความหงุดหงิดเกินขีดจำกัดที่ดีกรีวัดความเครียดสามารถวัดได้ เพราะเขานั่งเป็นหุ่นปูนปั้นให้รินนอนซบไหล่เป็นเวลาเกือบชั่วโมงกว่าจนร่างกายซีกซ้ายของเขาชาด้านขนาดที่ท่อนไม้ยังเรียกพี่ได้เลย

“ใจเย็นน่า…อย่าว่าแต่นายหงุดหงิด ฉันกับมิโดริก็หงุดหงิดไม่แพ้กันหรอก”

“ใช่ ๆ หงุดหงิดมากเลยล่ะ ว่าแต่นะ…ทำไมรถมันถึงได้ติดขนาดนี้เนี่ย?! “ มิโดริว่าพลางมองที่นาฬิกาข้อมือของตัวเองอย่างฉุนเฉียว การที่คน ๆ นึงเกิดมีอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมา มันก็ยิ่งทำให้คนรอบข้างเกิดอารมณ์หงุดหงิดมากขึ้นไปเท่านั้น แต่แล้วทุกคนในกลุ่มกลับเบนความสนใจมาที่หนุ่มน้อยหน้าหวานที่นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่คนเดียวเพียง เพราะเสียงละเมอเรียกชื่อที่กระซิบพึมพำออกมาเท่าน้น

“…ยามะ…ฮิเดกิ…อืม…” ร่างบางไม่ละเมอเปล่า แต่ยังแถมหยดน้ำตากับเสียงสะอื้นไห้ให้คนที่ได้ยินได้เห็นงงกันเป็นว่าเล่นด้วย จะมีอยู่เพียงคนเดียวที่น่าจะเข้าใจเสียงละเมอนี้มากที่สุด นั่นก็คือ…คู่หูของเขา

“…นายยังไม่ลืมอีกหรือนี่…ริน…ทำไมนายถึงไม่ลืมเจ้าบ้านั่นซักที? ”

หลังเลิกงาน…

“เฮ้อ ! ประชุมเสร็จซักที เหนื่อยชมัดเลยแฮะ” เอลพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของไคแล้วเดินไปไขกุญแจเปิดประตูรถ

“น่านสิเนอะ…จะว่าไปการวางโครงอัลบั้มแรกของพวกเรานี่เร็วจริง ๆ เลยแฮะ ไม่ค่อยเหมือนกับวงอื่น ๆ ซักเท่าไรเลย พวกนั้นกว่าจะวางแผนได้ก็เกือบปีแน่ะ โชคยังดีที่พวกเราวางโครงเอาไว้ก่อนล่วงหน้าก็เลยเสร็จเร็วแบบนี้” มิโดริช่วยพูดเสริมก่อนจะหันไปโบกมือลามายะกับรินที่ปลีกตัวไปนั่งมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน

“เอ้อ…ว่าแต่มีใครรู้จักคนชื่อฮิเดกิบ้างล่ะ? “

“ทำไมเหรอ? “ เอลหักพวงมาลัยออกด้านขวาพร้อมกับหันไปถามซุยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

“ก็วันนี้ฉันได้ยินรินเขาละเมอออกมาตอนงีบหลับน่ะ ตกลงหมอนี่คือใครกันแน่? “ งานนี้คนทั้งรถเงียบ พูดไม่ออกกับความบื้อของหนุ่มผมเงิน รู้ทั้งรู้ว่าชื่อ ‘ฮิเดกิ’ เป็นชื่อต้องห้ามของยามะยังพูดออกมาได้อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

“อ๋อ ! รินเขาพูดถึงคนชื่อฮิเดกิใช่ไหม…มิโดริ? ” คู่สนทนาสะดุ้งเฮือก หน้าซีดหดเหลือแค่นิ้วเดียว

“ชะ…ใช่…ใช่…”

“งั้นเหรอ…อืม…ขอบใจ” ไคกับริวเฮย์กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ เพราะคำว่า ‘ขอบใจ’ ของชายหนุ่มนั้นมันส่อแววอันตรายออกมาให้เห็นได้ชัดเจน

ทางฝ่ายริน

“ฮัดเช้ย ! “

“อ้าว…เป็นหวัดเหรอ? กินยาหรือยังล่ะ? “ คู่สนทนาส่ายหน้าพลางบีบสันจมูกตัวเองเบา ๆ

“อึ…ฮืม…ไม่ได้เป็นหวัดหรอก แต่รู้สึกเหมือนกับมีใครนินทามากกว่า”

“อา…ยังไงก็รักษาสุขภาพหน่อยละกัน ช่วงนี้ฝนก็ตกบ่อยดีชมัดเลยแฮะ” มายะว่าแล้วหันไปมองเลนข้าง ๆ พร้อมกับหักมอเตอร์ไซค์หลบพวกขี้เมาที่ขับเกือบเสยโดนรถของเขา

“โอย…นายชอบขับแบบนี้ทุกทีเลยแฮะ อันตรายเป็นบ้า” รินลูบหน้าอกตัวเองพร้อมกับมองตาขวางใส่คนขับร่างเพรียว

“เฮอะ ! ก็ถ้าฉันไม่ขับอย่างนั้นพวกเราจะมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้เหรอ? “ คนนั่งซ้อนท้ายเถียงไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าซบกับแผ่นหลังเพื่อนคู่หูเป็นการขอโทษแทนคำพูด

“เฮ้อ ! เถียงนายไม่เคยชนะเลยซักครั้ง…ยอมแพ้…” เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินยิ้มระรื่นอย่างมีชัยที่เถียงเพื่อนซี้ชนะขาดลอย

“เอ้อ…เกือบลืม…”

“ลืมอะไร? “

“ลืมเตือนว่านอกจากจะต้องรักษาสุขภาพเพราะอากาศเปลี่ยนแล้ว ยังต้องระวังอีกข้อนึงนะ…ข้อนี้สำคัญมากซะด้วย”

“อะไรเหรอ? “

“ระวังอย่าแก้ผ้าและแช่น้ำนานเกินไป เดี๋ยวถ้าทั้งนายทั้งยามะเป็นไข้หวัดขึ้นมาละก็…พวกเราก็จะซวยไปด้วยนะ งานไม่เสร็จก็คงจะเป็นเพราะพวกนายนั่นล่ะ” ได้ทีขี่แพะไล่ ร่างบางพูดจากวนโอ๊ยจนทำให้คนฟังเกิดอารมณ์โมโหเงียบ ๆ อยู่ในใจ

“ได้…ลองนายพูดอย่างนี้ล่ะก็…ได้ ฉันไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว”

“เออ…ดีแล้วที่ฟังคำเตือนของเพื่อน อย่างนี้สิสมเป็นคู่หูกันหน่อย”

“ขอใจมากนะ…ที่เตือน” คำพูดในประโยคสุดท้ายถูกเน้นเสียงย้ำความรู้สึกลงไปให้คู่สนทนาฟังแล้วงงปนเสียวสันหลังเล่น ๆ แต่ว่า…อย่างมายะ…มีเหรอที่จะฟังและสนใจของพรรค์นี้…เจ้าตัวยังคงยิ้มหน้าบานคิดหาเรื่องแกล้งคู่หูโดยที่ไม่รู้ว่ากำลังโดนสาปแช่งอยู่ด้วยซ้ำ!!

วันถัดมา…

“ฮาโหล !!! อรุณหวัดจ้า”

“หวัดดีฮะ คิมิกะซัง” รินยิ้มร่าพลางโบกมือทักทายผู้จัดการสาวที่เดินขนาบข้างมากับคนรักตัวโย่งของเขา

“ไฮ ! ยามะ…ว่าแต่ริวเฮย์ล่ะ? ผมยังไม่เห็นเขาเลยนิ” ชายหนุ่มเจ้าของชื่อยิ้มพลางยกนิ้วขึ้นมาแล้วชี้ไปทางด้านหลังของตัวบริษัท

“เจ้าบ้านั่นยังเก็บของอยู่ที่รถเอลเลย รอเดี๋ยวเดียวน่า…เดี๋ยวก็มา” คู่สนทนาหน้ามุ่ยโมโหฉุนเพราะโดนดักคอ

“รู้แล้วน่า อ๋า ! ริน…สายแล้วนะ เราไปกันเถอะ”

“อือ…อื้ม…” ยังไม่ทันได้พูดปฏิเสธ…ก็ถูกลากถูลู่ถูกังเข้าห้องประชุมไปเรียบร้อยแล้ว แต่ที่แน่ ๆ ร่างบางรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของชายหนุ่ม…ที่ไม่แม้แต่จะเรียกชื่อทักทายเขาเลย…

หลังประชุมเสร็จ ราว ๆ เที่ยง ทุกคนก็ได้ฤกษ์งามถือโอกาสพักผ่อน

“มายะ…มานี่หน่อยสิ มีเรื่องจะปรึกษาซักหน่อยน่ะ”

“อะไรเหรอ…มิโดริ? “

“วันนี้ยามะทำอะไรแปลกไปหรือเปล่า? “ เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินกอดอกเอียงคอมองหน้าคนถามอย่างงงงวย

“ทำไมถึงถามอะไรพิลึก ๆ อย่างนี้ล่ะ? “

“เออน่า ! บอกมาเร็ว ๆ เข้าเหอะ” คู่สนทนาพยักหน้าแล้วหลับตารีเพลย์ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนเช้า

“อืม…รู้สึกว่าจะไม่ได้พูดทักทายกับรินนะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? “

“คือ…เมื่อวานนี้ซุยเขาปากโป้งน่ะ”

“ปากโป้ง…เรื่องอะไร? “

“เรื่องที่รินละเมอเรียกชื่ออดีตแฟนเก่าฮิเดกิไงล่ะ” มายะตาโตค้าง ตกใจจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก

“อะไรนะ?! ซุยมันพูดเรื่องนั้นเหรอ? “

“ก็ใช่สิ อยู่ดี ๆ ก็ถามว่าใครคือฮิเดกิแล้วยังบอกว่ารินละเมอเรียกชื่อคน ๆ นั้นอีกด้วย เท่านั้นล่ะ…เงียบยิ่งกว่าป่าช้าซะอีก…มายะ…ทำยังไงดีล่ะ? “ ต่างคนต่างพูดไม่ออกได้แต่นั่งนิ่งคิดหนักกับปัญหาโลกแตกที่แม้แต่อัจฉริยะไอคิว 2000 ยังแก้ไม่ตก

“โธ่ว้อย !! ไอ้ซุยบ้า ทำอะไรไม่รู้จักคิดซะบ้างเลย รู้ทั้งรู้ว่ายามะไม่ชอบให้ใครพูดถึงเรื่องของเจ้าฮิเดกินั่นยังจะพูดออกมาอีก” ร่างเล็กถอนใจหน่าย ๆ พลางหลับตาเอามือกุมขมับตัวเองอย่างเคร่งเครียด

“ทำไงดีล่ะ…มายะ? ฉันไม่อยากให้รินถูกเข้าใจผิดอย่างนี้ไปตลอดหรอกนะ“

“ก็คงต้องปรึกษาขอความช่วยเหลือจากทุก ๆ คนแล้วล่ะมั้ง…ทีนี้”

 catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1