
CD 21
ฟังอะไรอยู่น่ะ? อ๋อ ! เพลง Once in the Red Moon ของ Secret Garden ไงล่ะ ไม่เคยฟังเหรอ มายะ? คู่สนทนาส่ายหน้ายิกพร้อมกับวางนิตยสารอันดับชารท์ลงบนเตียงก่อนจะเดินลงมาหยิบตลับแผ่น CD ที่วางอยู่ข้าง ๆ ซาวด์อเบาท์ขึ้นมาพิจารณาดู
ออกใหม่เหรอ?
อืม แต่นานพอดูเลยล่ะ ประมาณ 2 เดือนกว่าแล้วล่ะมั้ง ก็เพิ่งจะได้มาน่ะ
ก็นะ ทั้งนายทั้งฉันดันไม่มีใครมีเวลาว่างเลยซักคนนี่นา เฮ้อ ! อยากไปซื้อซิงเกิลที่ออกใหม่ช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้จัง รินยิ้มบางที่มุมปากก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแผ่น CD ที่คู่หูของตนถืออยู่
นั่นสินะ มันไม่มีใครว่างเลยนี่นา
วันรุ่งขึ้น
Sound Engineer มาหรือยัง? ยามะร้องทักเสียงดังพลางเดินไปหยิบตารางประจำวันมาดู
ยังเลย วันนี้ตอนเช้ามีรถชนกันตรงถนนหน้าสตูดิโอ ก็เลยรถติดน่ะ
อ้อ เข้าใจล่ะ ไค แล้วพวกรินล่ะ? เจ้าของชื่อเดินมานั่งฟุบหลับเอาแรงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
ไปซื้อซีดีกับมิโดริน่ะ ซุยเองก็ขอไปด้วย ส่วนเอล กำลังจะมา รถติดน่ะ ขอนอนหน่อยนะ เหนื่อย ร่างสูงแปลกใจ คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์ได้อยู่แล้ว
นายไปทำอะไรมาล่ะ? ไม่เคยเห็นซักครั้งที่จะพูดว่าเหนื่อยนี่นา
อย่ารู้เลย แล้วก็ ไม่เกี่ยวกับเอลด้วย ง่วงล่ะ พูดเสร็จก็ก้มลงหลับฟุ้บกับโต๊ะทันที
ทางด้านของพวกมิโดริ
เอ่อ มายะ เห็นอัลบั้มใหม่ของ Gontiti หรือเปล่า? หนุ่มน้อยเจ้าของชื่อแบมือเป็นเชิงปฏิเสธแล้วก้มหน้าก้มตาหา CD ของตนเองต่อไป
เฮ้อ ! อย่าว่าแต่ของมิโดริเลย ของฉันเองก็ไม่เห็นเหมือนกัน อัลบั้ม Reanimetation ก็ไม่เห็นมี สงสัยคง Sold Out หมดแล้วแหง ๆ เลย รินว่าพลางจัดปกคอเสื้อก่อนจะหันมายุ่งวุ่นวายกับเศษกระดาษลิสท์รายชื่ออัลบั้มใหม่ที่กำอยู่ที่มือของตัวเอง
คงต้องวานยามะช่วยหาซะแล้วล่ะมั้ง ของฉันก็ไม่มีเหมือนกัน แปลก ไอ้ร้านใกล้ ๆ สตูดิโอของพวกเรานี่มาทีไรไม่เคยมีของที่อยากได้เลยซักครั้ง ต้องถ่อสังขารไปซะไกลลิบกว่าจะได้ซักแผ่น ซุยว่าพลางเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายที่ฝากเอาไว้ที่เคาน์ทเตอร์ฝากของแล้วเดินมารวมกลุ่มกับเหล่าหนุ่มน้อยหน้าหวานอีกสามหน่อ
กลับกันไหม? ไหน ๆ ก็ใกล้จะสิบโมงแล้วด้วย
ก็ดี พวกเรานัด Sound Engineer เอาไว้อีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้านี้ด้วยสิ รีบกลับกันเหอะ เดี๋ยวรถติด ร่างสูงหัวเราะลั่น ทำเอาคนในกลุ่มที่เหลือพากันงงเป็นไก่ตาแตก
หัวเราะอะไรน่ะ ซุย?
ก็หัวเราะที่นายพูดนั่นล่ะ มายะ วันนี้รถบนถนนหน้าบริษัทเรายังไงมันก็ติดชัวร์อยู่แล้ว อย่าลืมสิว่าเช้านี้มันเกิดอะไรขึ้น ร่างเล็กผมสีน้ำเงินถึงกับอ้าปากค้างกับความเอ๋อของตัวเอง
เออ เนอะ ไหงขี้ลืมจังเลยแฮะ เรานี่ เจ้าตัวดีว่าพลางแลบลิ้นเผล่ให้กับความเอ๋อของตัวเองก่อนจะเดินนำหน้าไปกดปุ่ม Down ที่ลิฟท์แก้วหน้าห้างสรรพสินค้า
ผ่านไปอีก 2 ชั่วโมงกับ 35 นาที กับการนั่งตากแดดแนบไออุ่นกรุ่นกลิ่นดินบนรถเมล์ของหนุ่ม ๆ สมาชิกวง Night Fairy
โธ่ว้อย ! มันจะติดหาสวรรค์วิมานอะไรของมันฟะ?! มายะสบถออกมาเบา ๆ ด้วยความหงุดหงิดเกินขีดจำกัดที่ดีกรีวัดความเครียดสามารถวัดได้ เพราะเขานั่งเป็นหุ่นปูนปั้นให้รินนอนซบไหล่เป็นเวลาเกือบชั่วโมงกว่าจนร่างกายซีกซ้ายของเขาชาด้านขนาดที่ท่อนไม้ยังเรียกพี่ได้เลย
ใจเย็นน่า อย่าว่าแต่นายหงุดหงิด ฉันกับมิโดริก็หงุดหงิดไม่แพ้กันหรอก
ใช่ ๆ หงุดหงิดมากเลยล่ะ ว่าแต่นะ ทำไมรถมันถึงได้ติดขนาดนี้เนี่ย?! มิโดริว่าพลางมองที่นาฬิกาข้อมือของตัวเองอย่างฉุนเฉียว การที่คน ๆ นึงเกิดมีอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมา มันก็ยิ่งทำให้คนรอบข้างเกิดอารมณ์หงุดหงิดมากขึ้นไปเท่านั้น แต่แล้วทุกคนในกลุ่มกลับเบนความสนใจมาที่หนุ่มน้อยหน้าหวานที่นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่คนเดียวเพียง เพราะเสียงละเมอเรียกชื่อที่กระซิบพึมพำออกมาเท่าน้น
ยามะ ฮิเดกิ อืม ร่างบางไม่ละเมอเปล่า แต่ยังแถมหยดน้ำตากับเสียงสะอื้นไห้ให้คนที่ได้ยินได้เห็นงงกันเป็นว่าเล่นด้วย จะมีอยู่เพียงคนเดียวที่น่าจะเข้าใจเสียงละเมอนี้มากที่สุด นั่นก็คือ คู่หูของเขา
นายยังไม่ลืมอีกหรือนี่ ริน ทำไมนายถึงไม่ลืมเจ้าบ้านั่นซักที?
หลังเลิกงาน
เฮ้อ ! ประชุมเสร็จซักที เหนื่อยชมัดเลยแฮะ เอลพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของไคแล้วเดินไปไขกุญแจเปิดประตูรถ
น่านสิเนอะ จะว่าไปการวางโครงอัลบั้มแรกของพวกเรานี่เร็วจริง ๆ เลยแฮะ ไม่ค่อยเหมือนกับวงอื่น ๆ ซักเท่าไรเลย พวกนั้นกว่าจะวางแผนได้ก็เกือบปีแน่ะ โชคยังดีที่พวกเราวางโครงเอาไว้ก่อนล่วงหน้าก็เลยเสร็จเร็วแบบนี้ มิโดริช่วยพูดเสริมก่อนจะหันไปโบกมือลามายะกับรินที่ปลีกตัวไปนั่งมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน
เอ้อ ว่าแต่มีใครรู้จักคนชื่อฮิเดกิบ้างล่ะ? ทำไมเหรอ? เอลหักพวงมาลัยออกด้านขวาพร้อมกับหันไปถามซุยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
ก็วันนี้ฉันได้ยินรินเขาละเมอออกมาตอนงีบหลับน่ะ ตกลงหมอนี่คือใครกันแน่? งานนี้คนทั้งรถเงียบ พูดไม่ออกกับความบื้อของหนุ่มผมเงิน รู้ทั้งรู้ว่าชื่อ ฮิเดกิ
เป็นชื่อต้องห้ามของยามะยังพูดออกมาได้อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอ๋อ ! รินเขาพูดถึงคนชื่อฮิเดกิใช่ไหม มิโดริ? คู่สนทนาสะดุ้งเฮือก หน้าซีดหดเหลือแค่นิ้วเดียว
ชะ ใช่ ใช่
งั้นเหรอ อืม ขอบใจ ไคกับริวเฮย์กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ เพราะคำว่า
ขอบใจ ของชายหนุ่มนั้นมันส่อแววอันตรายออกมาให้เห็นได้ชัดเจนทางฝ่ายริน
ฮัดเช้ย !
อ้าว เป็นหวัดเหรอ? กินยาหรือยังล่ะ? คู่สนทนาส่ายหน้าพลางบีบสันจมูกตัวเองเบา ๆ
อึ ฮืม ไม่ได้เป็นหวัดหรอก แต่รู้สึกเหมือนกับมีใครนินทามากกว่า
อา ยังไงก็รักษาสุขภาพหน่อยละกัน ช่วงนี้ฝนก็ตกบ่อยดีชมัดเลยแฮะ มายะว่าแล้วหันไปมองเลนข้าง ๆ พร้อมกับหักมอเตอร์ไซค์หลบพวกขี้เมาที่ขับเกือบเสยโดนรถของเขา
โอย นายชอบขับแบบนี้ทุกทีเลยแฮะ อันตรายเป็นบ้า รินลูบหน้าอกตัวเองพร้อมกับมองตาขวางใส่คนขับร่างเพรียว
เฮอะ ! ก็ถ้าฉันไม่ขับอย่างนั้นพวกเราจะมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้เหรอ? คนนั่งซ้อนท้ายเถียงไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าซบกับแผ่นหลังเพื่อนคู่หูเป็นการขอโทษแทนคำพูด
เฮ้อ ! เถียงนายไม่เคยชนะเลยซักครั้ง ยอมแพ้ เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินยิ้มระรื่นอย่างมีชัยที่เถียงเพื่อนซี้ชนะขาดลอย
เอ้อ เกือบลืม
ลืมอะไร?
ลืมเตือนว่านอกจากจะต้องรักษาสุขภาพเพราะอากาศเปลี่ยนแล้ว ยังต้องระวังอีกข้อนึงนะ ข้อนี้สำคัญมากซะด้วย
อะไรเหรอ?
ระวังอย่าแก้ผ้าและแช่น้ำนานเกินไป เดี๋ยวถ้าทั้งนายทั้งยามะเป็นไข้หวัดขึ้นมาละก็ พวกเราก็จะซวยไปด้วยนะ งานไม่เสร็จก็คงจะเป็นเพราะพวกนายนั่นล่ะ ได้ทีขี่แพะไล่ ร่างบางพูดจากวนโอ๊ยจนทำให้คนฟังเกิดอารมณ์โมโหเงียบ ๆ อยู่ในใจ
ได้ ลองนายพูดอย่างนี้ล่ะก็ ได้ ฉันไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว
เออ ดีแล้วที่ฟังคำเตือนของเพื่อน อย่างนี้สิสมเป็นคู่หูกันหน่อย
ขอใจมากนะ ที่เตือน คำพูดในประโยคสุดท้ายถูกเน้นเสียงย้ำความรู้สึกลงไปให้คู่สนทนาฟังแล้วงงปนเสียวสันหลังเล่น ๆ แต่ว่า อย่างมายะ มีเหรอที่จะฟังและสนใจของพรรค์นี้ เจ้าตัวยังคงยิ้มหน้าบานคิดหาเรื่องแกล้งคู่หูโดยที่ไม่รู้ว่ากำลังโดนสาปแช่งอยู่ด้วยซ้ำ!!
วันถัดมา
ฮาโหล !!! อรุณหวัดจ้า
หวัดดีฮะ คิมิกะซัง รินยิ้มร่าพลางโบกมือทักทายผู้จัดการสาวที่เดินขนาบข้างมากับคนรักตัวโย่งของเขา
ไฮ ! ยามะ ว่าแต่ริวเฮย์ล่ะ? ผมยังไม่เห็นเขาเลยนิ ชายหนุ่มเจ้าของชื่อยิ้มพลางยกนิ้วขึ้นมาแล้วชี้ไปทางด้านหลังของตัวบริษัท
เจ้าบ้านั่นยังเก็บของอยู่ที่รถเอลเลย รอเดี๋ยวเดียวน่า เดี๋ยวก็มา คู่สนทนาหน้ามุ่ยโมโหฉุนเพราะโดนดักคอ
รู้แล้วน่า อ๋า ! ริน สายแล้วนะ เราไปกันเถอะ
อือ อื้ม ยังไม่ทันได้พูดปฏิเสธ ก็ถูกลากถูลู่ถูกังเข้าห้องประชุมไปเรียบร้อยแล้ว แต่ที่แน่ ๆ ร่างบางรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของชายหนุ่ม ที่ไม่แม้แต่จะเรียกชื่อทักทายเขาเลย
หลังประชุมเสร็จ ราว ๆ เที่ยง ทุกคนก็ได้ฤกษ์งามถือโอกาสพักผ่อน
มายะ มานี่หน่อยสิ มีเรื่องจะปรึกษาซักหน่อยน่ะ
อะไรเหรอ มิโดริ?
วันนี้ยามะทำอะไรแปลกไปหรือเปล่า? เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินกอดอกเอียงคอมองหน้าคนถามอย่างงงงวย
ทำไมถึงถามอะไรพิลึก ๆ อย่างนี้ล่ะ?
เออน่า ! บอกมาเร็ว ๆ เข้าเหอะ คู่สนทนาพยักหน้าแล้วหลับตารีเพลย์ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนเช้า
อืม รู้สึกว่าจะไม่ได้พูดทักทายกับรินนะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
คือ เมื่อวานนี้ซุยเขาปากโป้งน่ะ
ปากโป้ง เรื่องอะไร?
เรื่องที่รินละเมอเรียกชื่ออดีตแฟนเก่าฮิเดกิไงล่ะ มายะตาโตค้าง ตกใจจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก
อะไรนะ?! ซุยมันพูดเรื่องนั้นเหรอ?
ก็ใช่สิ อยู่ดี ๆ ก็ถามว่าใครคือฮิเดกิแล้วยังบอกว่ารินละเมอเรียกชื่อคน ๆ นั้นอีกด้วย เท่านั้นล่ะ เงียบยิ่งกว่าป่าช้าซะอีก มายะ ทำยังไงดีล่ะ? ต่างคนต่างพูดไม่ออกได้แต่นั่งนิ่งคิดหนักกับปัญหาโลกแตกที่แม้แต่อัจฉริยะไอคิว 2000 ยังแก้ไม่ตก
โธ่ว้อย !! ไอ้ซุยบ้า ทำอะไรไม่รู้จักคิดซะบ้างเลย รู้ทั้งรู้ว่ายามะไม่ชอบให้ใครพูดถึงเรื่องของเจ้าฮิเดกินั่นยังจะพูดออกมาอีก ร่างเล็กถอนใจหน่าย ๆ พลางหลับตาเอามือกุมขมับตัวเองอย่างเคร่งเครียด
ทำไงดีล่ะ มายะ? ฉันไม่อยากให้รินถูกเข้าใจผิดอย่างนี้ไปตลอดหรอกนะ
ก็คงต้องปรึกษาขอความช่วยเหลือจากทุก ๆ คนแล้วล่ะมั้ง ทีนี้
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]