nightfairy.gif (21745 bytes)

CD 19

“อืม…ในที่สุดก็อัดเสียงครบ 12 เพลงจนได้ แล้วนี่เช็คเสียงและแอเรนจ์กันหรือยัง? ”

“เสร็จหมดแล้วคร้าบ…คิมิกะซาง…เหนื่อยสุดยอด” ซุยบ่นเสียงยานพลางขยิบตาให้กับเพื่อนร่วมวงคนอื่น ๆ ให้ทำตามเขาด้วย

“น่านสิ…อัดเสียง 4 วัน 12 เพลง วันละ 3 เพลง พวกเราแทบจะเป็นลมกันอยู่แล้ว ขอวันหยุด…วานหยูดด…” มิโดริ ริน ไค และมายะพร้อมใจกันร้องขอวันหยุดกับผู้จัดการสาวด้วยอาการเหมือนเด็กอนุบาลขอค่าขนม ทำให้คู่กรณีเกิดอาการเหนื่อยใจขึ้นมาทันที

“เอาล่ะ ๆ ฉันเห็นพวกเธอพยายามกับงานชิ้นแรกกันมาก เพราะงั้น…วันหยุด 2 วันเป็นค่าตอบแทน”

“อะไร? แค่ 2 วันเอง วันแรกหลับ วันที่ 2 เก็บของในห้องก็หมดไปแล้ว… 3 ไม่ก็4 วันเหมือนตอนทำซิงเกิล Cat Boyz ไม่ได้เหรอ? “

“แต่พวกเธอยังทำงานขั้นสุดท้ายไม่เสร็จนี่นา ถึงแม้ทำนองเพลงจะแอเรนจ์และอัดเสียงเสร็จก็จริง…แต่ว่าพวกเธอยังไม่ได้เรียงเพลงใส่แผ่นเลยนะ รู้หรือยังว่าเอาเพลงไหนขึ้นก่อนขึ้นหลัง? จัดการกันหรือยัง? “ ทั้งหมดเงียบ…ตายล่ะ ! ลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย…

“งั้นพวกเราขอทำเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนได้ไหม? จะได้มีวันหยุดยาวเลย” เอลร้องประท้วงแต่คิมิกะกลับส่ายหน้าดิก

“ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องยกยอดวันหยุดไปเป็นปลายเดือนหน้าเลยนะ เพราะ อีกแค่ 2 อาทิตย์ก็ถึงกำหนดวางแผงอัลบั้ม หลังจากนั้นอีกอาทิตย์ก็ต้นเดือนพอดี พวกเธอก็ต้องไปให้สัมภาษณ์ตามสื่อต่าง ๆ สัปดาห์ที่ 2 ก็ต้องทำ MV อัลบั้ม หลังจากนั้นก็ต้องเตรียมตัวเพื่อที่จะแสดงไลฟ์ ถ้าหาที่แสดงไลฟ์ได้เมื่อไรก็เป็นอันเสร็จงาน จะให้หยุดยาวเลย เอาไง? “

“ขออย่างแรกดีกว่าแฮะ วันหยุดแบบที่ 2 นี่มันนรกโหดเลยอ้ะ” รินกับไคโวยเสร็จก็เดินออกจากห้องไปเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน

“คนอื่นล่ะ? “

“แบบแรกครับ” เป็นอันว่าตกลงวันหยุดกันได้แล้ว ก็ได้เวลาที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน

ณ ลานจอดรถ

“มายะ ! พรุ่งนี้ฉันไม่อยู่บ้านนะ นายจะเฝ้าบ้านให้หรือเปล่า? “

“ไปเดทอีกล่ะสิ มีวันหยุดทั้งทีก็น่าจะพักผ่อนนะ…ริน” คู่สนทนาหน้ามุ่ยค้อนขวับก่อนจะกระโดดผลุงขึ้นไปนั่งที่เบาะหลัง

“รู้หรอกน่า เอ๋ ! นั่นริวเฮย์นี่…มายะ ตะโกนเรียกชื่อนายซะ…คิก…” เจ้าของชื่อหน้าครึ่งเขียวครึ่งแดง 2 อารมณ์ในเวลาเดียวกัน อารมณ์แรกก็โกรธที่โดนคู่หูหัวเราะล้อเลียน อีกอารมณ์ก็อายที่ถูกตะโกนเรียกชื่อ…โธ่ ! ริวเฮย์ จะเรียกกันทั้งทีทำไมต้องตะโกนเรียกด้วยน้า…

“มายะ ! มีเรื่องจะถามหน่อย”

“ทำไม…ริวเอย์? “

“พรุ่งนี้ว่างไหม? คือ…ผมจะชวนคุณไปดูไลฟ์คลาสสิคน่ะ บังเอิญได้ตั๋วจากคิมิกะซังมา”

“…ไลฟ์ของใคร? “

“Waltz Evening Glow Summer Live Tour ของทาคาชิ คาโกะ ไปไหม? “

“ไปสิ ! ไปแน่นอนเลย แล้วเจอกันกี่โมงล่ะ? “

“ 11โมงก็แล้วกัน ไลฟ์ มีตอนบ่าย 4 นี่นา ราตรีสวัสดิ์นะ” เจ้าตัวพยักหน้าหงึกแล้วรีบเก็บตั๋วเข้ากระเป๋าทันที

“เพลงบรรเลงคลาสสิค ฉันขอผ่านล่ะ…เอียนเต็มที สมัยก่อนฟังบ่อยจนแทบจะจำได้เลยว่าเพลงแนวนี้เป็นของใคร สงสัยนายจะติดเชื้อบ้าเพลงจากฉันแหง ๆ เลยล่ะ…มายะ”

“ไม่ต้องสงสัยหรอก ฉันว่าติดเข้าไป 1000 % มากกว่า เออ ! แล้วอย่างนี้พรุ่งนี้ก็ไม่มีใครอยู่บ้านน่ะสิ ล็อคห้องไปเลยดีไหม? “

“ตามใจนายเถอะ”

ในขณะเดียวกัน…

“เอล…พรุ่งนี้ว่างหรือเปล่า? “

“ว่าง ทำไม? “ หนุ่มน้อยร่างเล็กยิ้มหน้าบานพร้อมกับหยิบบัตร VIP ออกจากกระเป๋าเสื้อตัวเอง

“ไปดูหนังกันเถอะ ไปจองรอบมาแล้วเขาให้บัตร VIP สำหรับพวกนักดนตรีกับนักแสดงน่ะ รอบปฐมฤกษ์เลยนะ ไปกันเถอะ…น้า…นะ…เอล” ชายหนุ่มมองคนรักของตนพลางหัวเราะในลำคอ

“แล้วหนังเรื่องอะไรล่ะ? “

“The Others” เอลถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปมองหน้าคู่สนทนาที่ตอนนี้ยิ้มหน้าบานยิ่งกว่าเด็กได้ขนมซะอีก

“ทำไมนายถึงชอบดูหนังพรรค์นี้อยู่อีกหา…ไค?! “ ไม่มีเสียงตอบกลับมา ดังนั้นก็หมายความว่าเดทพรุ่งนี้เป็นอันรู้เรื่องเรียบร้อยว่าโดนบังคับให้ไปดูหนังสยองขวัญชัวร์ ๆ

4 ทุ่มครึ่ง ณ บ้านของมิโดริ

“อ้าว ! ยกเลิกนัด เฮ้ย ! แล้วที่จองเอาไว้ล่ะ? อ๋อ…ยังไม่ได้จ่ายตังค์ ยกเลิกได้ใช่ป่ะ? งั้น…แค่นี้ละกัน เช็คเมล์ลอยู่”

“เอลโทรมาเหรอ? “

“อืม…บอกว่าพรุ่งนี้จะไปดูหนังกับไค เลยจะขอแคนเซิลเรื่องที่จะไปกินมื้อเที่ยงกับพวกเรา ถ้าอย่างนี้พรุ่งนี้ก็ว่างซะจนน่าเบื่อ”

“งั้น…ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ไหมล่ะ? เช่นว่า…นั่งรถกินลมซิ่งไปเรื่อย ๆ จนถึงชายทะเลแล้วเอาอาหารไปกินเอง…ดีไหมล่ะ? “ ร่างบางพูดไปยิ้มไป ในใจหวังให้คนตรงหน้าตอบว่า…ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว…

“ที่จริงอยากไปเล่นน้ำทะเลก็น่าจะบอก”

“โธ่ ! ซุย…ก็วันหยุดมันมีแค่ 2 วัน คุณบอกว่าอยู่กับบ้านมันน่าเบื่อก็น่าจะออกไปพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธ์ข้างนอกบ้าง อยู่ในแต่ในเมืองหลวงมันไม่ดีหรอกน่า ฝุ่นเต็มปอดหมด…ไปเถอะนะ”

“ก็ดี เปลี่ยนบรรยากาศไปด้วยในตัว ตกลงพรุ่งนี้ผมขับรถเองละกัน” ได้ผล…คำขอของหนุ่มหน้าหวานเป็นจริง สรุปก็คือ…พรุ่งนี้ไม่มีใครคิดอยากจะพักผ่อนนอนแผ่สี่สลึงอยู่ที่บ้านกันซักคนเดียว ต่างคนต่างก็มีตัวเลือกในการพักผ่อนสไตล์ใครสไตล์มันในแบบที่เรียกว่า…เดท…

วันรุ่งขึ้น

“มายะ ! รอนานไหม? “

“ไม่นานหรอก ผมเองก็เพิ่งมา วันนี้ไม่ได้ขับมอเตอร์ไซค์มาน่ะ” ร่างสูงยืนหอบแฮ่ก ใช้สันมือปาดเหงื่อไล้ไปตามเรียวหน้าคม

“กว่าไลฟ์เริ่มก็…นานพอดูนะ จะไปไหนกันก่อนดี? “

“ตามใจคุณสิ”

“งั้นไปที่ร้าน Zodiac ก่อนได้ไหม? ผมสั่งของไว้ที่นั่น” ร่างบางพยักหน้ารับแล้วเดินออกจากสถานีรถไฟไป

ณ ร้านเครื่องเพชร Zodiac

“หูว์…คนเยอะจัง” หนุ่มน้อยร้องอ๋าลั่นเมื่อเห็นสภาพร้านที่ดูยังไงก็คล้ายกับพระราชวังขนาดย่อม แต่ละคนที่เห็นเขาก็พยายามหยิกเนื้อตัวเองเพื่อนป้องกันไม่ให้เสียงหัวเราะเล็ดลอดออกไป นอกเสียจาก…คน ๆ นี้

“แหม ! เด่นเหลือเกินนะ มายะในชุดเสื้อเชิตสีขาวกางเกงสีกรมท่ากับแว่นกันแดดสีดำเดินควงแขนริวเฮย์… คนรักของเขาที่มาในชุดของคุณผู้ชายแบบเสื้อกับกางเกงสีดำทั้งชุด นี่ถ้าที่นี่มีนักข่าวล่ะก็…พวกนายคงได้โดนยำเละแน่ ๆ “ หญิงสาวในชุดแซ๊คสีฟ้าอ่อนเดินยิ้มหวานโปรยเล่ห์กลมาแต่ไกล ในมือของเจ้าหล่อนถือกล่องผ้ากำมะหยี่สีแดงเอาไว้ด้วย

“เลิกพูดได้ไหม…ซาเอกะ? ปากของเธอนี่จะไม่พูดซักวันเลยไม่ได้เหรอไง? “ เจ้าตัวยิ้มเผล่แล้วยื่นของให้กับคู่สนทนา

“เสียใจจ้ะ นี่มันนิสัยของฉันนี่นา เอ้า ! เอาของไปได้แล้วปล่อยให้ฉันถือตั้งนาน…เมื่อยมือนะ”

“นี่คงไม่ได้คิดแบล็คเมล์ฉันอีกใช่ไหม? “

“เฮอะ ! ฉันไม่ทำอย่างนั้นหรอกย่ะ เสียภาพพจน์ฉันหมด” พูดเสร็จก็เดินผละจากไปอย่างอารมณ์ดี

“นั่นใครน่ะ? เอ่อ…ผมไม่กล้าเดานะ” มายะที่ยืนอึ้งอยู่ตั้งนานก็สวิทซ์ออนหันมามองหน้าคนรักของตน

“ก็…เพื่อนร่วมรุ่นตอนเรียนม. ปลายน่ะ ยิ่งโตก็ยิ่งกวนประสาทชาวบ้านเก่งขึ้นแฮะ“

“แล้วนี่คุณสั่งให้เขาทำอะไรให้เหรอ…ริวเฮย์? “ ชายหนุ่มไม่ตอบแต่กลับเปิดฝากล่องออกแล้วหยิบของที่อยู่ในนั้นออกมาแอบกำเอาไว้ไม่ยอมให้คนตรงหน้าเห็น

“หลับตาก่อนสิ” ร่างเล็กยอมทำตามอย่างว่าง่าย เพียงเสี้ยวนาทีเจ้าตัวก็สะดุ้งเฮือกเพราะเขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ที่นิ้วมือ…ริวเฮย์เอาอะไรมาใส่ที่นิ้วของเรานะ? ถ้าเกิดแกล้งเราขึ้นมาทำยังไงดีล่ะ? ยิ่งชอบเอาอะไรไม่รู้มาใส่ให้เราด้วย คราวก่อนก็ทีนึงแล้ว นึกว่าสร้อยดันเอาผ้าพันคอขนมิงค์มาใส่ให้ รู้ก็รู้ว่าไม่ชอบยังแกล้งกันอยู่ได้ ไม่เอานะ…

“ลืมตาได้ยัง…? “

“ได้แล้วล่ะ ผมคิดว่าคุณต้องชอบแน่ ๆ “ มายะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นด้วยอาการกล้า ๆ กลัว ๆ แต่พอมองเห็นของสิ่งนั้นเต็มตาก็หายงงแถมพาลเอาจะร้องไห้ออกมาดื้อ ๆ ด้วย เพราะของสิ่งนั้นคือแหวนเงินวงเล็ก ๆ ที่สลักลายเซ็นต์ของริวเฮย์เอาไว้

“…ริวเฮย์…แหวนวงนี้คุณ…”

“ก็…ตั้งแต่คบกันมาผมไม่เคยให้ของขวัญอะไรคุณจริง ๆ จัง ๆ ซักที เห็นวันนี้เป็นวันที่เราได้เดทกัน…ก็เลย…” ร่างสูงพูดไปคลำต้นคอตัวเองไป หน้าคมเข้มออกอาการเขิน…สีหน้าไม่ต้องบอกก็รู้ว่า…แดงสุด ๆ จนเกือบจะไหม้อยู่แล้ว

“ขอบคุณมากนะ…ริวเฮย์ ผมจะเก็บรักษาแหวนวงนี้ไว้ให้ดีที่สุดเลย ว่าแต่…นี่อย่างกับแหวนหมั้นเลยนะ เล่นใส่ให้ผมที่นิ้วนางเฉยเลย” ร่างบางค้อนขวับ มองคนตรงหน้าด้วยสายตาแบบเสือดุ

“เอ๋? แหวนหมั้น?! แหวนแต่งงานต่างหากล่ะ…ผมขอคุณแต่งงานนะเนี่ย“

“ถ้างั้น…ก็รอไปจนกว่าผมจะเล่นไลฟ์จบละกัน ตอนนี้…อย่าหวัง” ริวเฮย์ได้ยินถึงกับน้ำตาคลอเบ้า เดินเข้าไปกอดตัวคู่สนทนาไว้แน่น

“โธ่ ! มายามิ…ทำไมถึงชอบใช้มุขนี้มาเล่นกับผมนักนะ ตอนผมจีบคุณ…คุณก็บอกอย่างนี้ กะใจจะให้รอไปอีกถึงเมื่อไรกัน…หือ? “

“อ้าว ! ทีตอนนั้นรอเป็นเดือนยังรอได้ ตอนนี้ก็รออีกหน่อยนึงสิ อยากได้ที่สูงก็ต้องพยายามปีนถึงจะถึงที่หมายไม่ใช่เหรอ? รออีกนิดน่า…ยังไงผมก็ยอมคุณอยู่แล้วนะ…ริวเฮย์“

“ครับผม…สุดที่รัก หิวหรือยัง? ไปกินอะไรหน่อยไหม? ”

“ที่ไหนก็ได้…หิวแล้วล่ะ” มายะยิ้มหวานแล้วควงแขนคู่รักของเขาเดินออกจากร้านไป

พอไปถึงร้านอาหารทั้งคู่ก็สั่งอาหารแบบบุฟเฟ่ต์มาชุดใหญ่ ตามด้วยการจิบคาปูชิโน่ครีมเมตที่คอฟฟี่ช้อปที่อยู่ใกล้ ๆ กัน แล้วเลยไปซื้อเสื้อผ้าที่ชอปปิ้งอาเขตที่อิเคบุคุโร่ก่อนจะเดินไปฝากของที่ล็อกเกอร์หน้าสถานีรถไฟแล้วกลับไปที่ฮอลแสดงไลฟ์

“เอ…Z-204 กับ Z-205 เจอแล้ว มายะ…ที่นั่งเราอยู่ตรงนี้ มืดหน่อยนะ เดินถูกไหม? “

“พอไหว เหลืออีกแค่ 10 นาทีไลฟ์ก็เริ่ม อยากดูเร็ว ๆ จัง” ร่างเล็กนั่งลงแล้วหันมาคุยกับคนรักของเขาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เพื่อเป็นการฆ่าเวลา จนกระทั่งได้เวลาของไลฟ์คลาสสิค ไฟทุกดวงดับลงแล้วการบรรเลงเพลงช้าเพื่อเป็นOpenning Theme ก็เริ่มขึ้น ตามด้วยเพลงบรรเลงเพราะ ๆ อีกหลายเพลง เช่น Is Paris Burning? และ Blue Horizon จนกระทั่งถึงช่วงอังกอร์ เพลงที่ถูกบรรเลงออกมาคือเพลง Waltz Evening Glow และเพลงพิเศษอีก 2 เพลง ซึ่งประกอบด้วยเพลงคลาสสิคของ Bach และเพลงบรรเลงประกอบภาพยนตร์ พอจบการแสดงนักเปียโนก็ลุกขึ้นยืนโค้งคำนับให้กับแขกที่มาชอมการแสดงในไลฟ์ของเขา แล้วไฟในฮอลก็ดับลงเป็นอันเสร็จสิ้นการแสดง

พออกจากฮอลได้ ทั้งมายะและริวเฮย์ก็ไปดินเนอร์ต่อที่ร้านอาหาร หลังจากนั้น 2 หนุ่มก็กลับมาเอาของที่หน้าสถานีแล้วขึ้นรถไฟกลับบ้าน ระหว่างทาง…

“ริวเฮย์ วันนี้คุณสนุกหรือเปล่า? “

“ก็สนุกสิ ผมได้อยู่กับคุณทั้งวันไม่สนุกก็ไม่รู้จะพูดว่ายังไงดีแล้วล่ะ แล้วนี่คุณจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า? “ ร่างบางพยักหน้ารับหงึก

“คงงั้น เพราะรินเมล์ลมาบอกผมเมื่อกี้ว่ากลับถึงบ้านแล้ว”

“ถ้างั้น…ผมไปส่งคุณละกัน” ทั้งคู่เดินออกจากสถานีรถไฟไปขึ้นรถเมล์ลที่จอดรออยู่ที่ป้าย พอถึงก็ลงแล้วเดินไปรูดบัตรเปิดล็อคประตูหน้าคอนโดพร้อมกับหยิบของไปวางไว้ที่เลานจ์

“วันนี้ขอบใจมาก ๆ เลยนะ…ริวเฮย์ คุณทำให้ผมมีความสุขมาก ๆ เลยล่ะ” พูดเสร็จก็ดึงคอเสื้อริวเฮย์ลงมาจูบเบา ๆ ที่ริมฝีปาก

“มายะ…”

“รางวัลไงล่ะ ราตรีสวัสดิ์” มายะยิ้มบางพร้อมกับโบกมือลา พอเห็นว่าคนรักเดินลับสายตาไปแล้วเด็กหนุ่มก็เดินกลับเข้าคอนโดไปหยิบของที่เลานจ์แล้วขึ้นลิฟท์ไปที่ห้องพัก

“เมื่อกี้หวานน่าดูเลยนะ นายตั้งใจจะให้ฉันเห็นเหรอไง…มายะ? “

“อ้าว ! ก็ใช่น่ะสิ แค่เห็นนายชะเง้อคอมองก็มันเขี้ยวอยากจะแกล้งแล้ว ว่าแต่…นายไปไหนกับริวเฮย์กันแน่? ทำไมทั้งตัวมีแต่กลิ่นยาฆ่าเชื้อ? “ หนุ่มน้อยพูดเสียงต่ำพลางไซ้จมูกดมกลิ่นประหลาดที่ติดตามเสื้อคู่หู

“ไปคลีนิคมา” รินพูดยิ้ม ๆ เหมือนเป็นเรื่องล้อเล่น แต่ว่าคู่สนทนาอย่างมายะถึงกับหน้าซีดเผือด

“ใครเป็นอะไรน่ะ…นายหรือว่ายามะ? “

“ไม่ใช่อย่างที่นายคิดหรอก ฉันไปคลีนิครักษาโรคเฉพาะของเด็กที่พ่อแม่ของยามะเป็นเจ้าของอยู่น่ะ พอถึงวันหยุดทีก็ต้องไปดูแลคนไข้ที แถมคนไข้แต่ละคนนี่นิสัยก็สุดแสบเลยนะ อยู่ในวัยกำลังซนเลยล่ะ” คนพูดพูดไปหัวเราะไปแต่คนฟังกลับมีเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นเต็มหน้า

“เดี๋ยว ! ริน…นายบอกว่าไปคลีนิคของยามะมา…เขาเป็นหมอเหรอ? “

“อ้อ ! ใช่…ลืมซะสนิทเลยแฮะ ยามะเขาไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยนี่นาว่าเขาเรียนหมอด้านอายุรเวชมา ถึงแม้จะเรียนไม่จบแต่ก็สามารถช่วยเหลืองานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คลีนิคของพ่อแม่เขาได้นะ”

“เห ! เหลือเชื่อเลยล่ะ ท่าทางคงจะเท่ห์น่าดูเลยนะ…ยามะในคราบคุณหมอหนุ่ม แล้วตกลงวันนี้ของนายเป็นไงล่ะ? เล่าให้ฟังหน่อยสิ…ริน” มายะยิ้มเผล่แล้วเดินขึ้นไปนอนหนุนตักเพื่อนซี้ที่นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้นวม

“แล้วของล่ะ? อย่าทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ แบบนี้สิ”

“โธ่ ! เดี๋ยว ค่อยเก็บก็ได้ เล่าสิ…เล่า…จะฟัง”

“ได้ ๆ “ รินหลับตานึกย้อนเวลากลับไปตอนเช้าหลังจากที่เขาออกจากคอนโดแล้วไปเจอกับยามะที่หน้าโรงแรม แค่วินาทีแรกที่เขาเห็นการแต่งตัวของชายหนุ่ม ร่างบางก็แทบจะล้มทั้งยืน เพราะเจ้าตัวดีดันมาในคราบของผู้ดีใส่สูทผูกเนคไทเลย

“ไฮ ! ริน“

“หวะ…หวัดดี…ยามะ…ทำไมคุณ? “ หนุ่มน้อยอึ้งกิน อ้าปากพะงาบ ๆ ชี้นิ้วสั่นพั่บ ๆ ไปที่ชุดเสื้อผ้าของคู่สนทนา

“อ๋อ ! โทษที วันนี้ที่จะไปเที่ยวกันผมขอยกเลิกได้ไหม? คุณพ่อกับคุณแม่บอกว่างานที่คลีนิคยุ่งมาก ให้ผมไปช่วยงานด้วย คงไม่ว่ากันนะ…ริน แล้วจะชดเชยให้วันหลัง” คู่สนทนาถอนใจยาวแล้วออกเดินนำหน้าเข้ารถเมล์ลไป

“เฮ่อ ! ให้ตายสิ…พอมีวันหยุดทีไรมันต้องเป็นอย่างนี้ทุกทีสิน่า เอาเถอะ…วันหยุดไม่ได้มีหนเดียวซักหน่อย เอาไว้วันหลังค่อยเดทกันก็ได้ คุณไปทำธุระของคุณเถอะ…ผมไปเป็นเพื่อนด้วยก็ได้”

“Thanz ! ริน วันหลังผมชดเชยให้ชัวร์” ยามะยิ้มหน้าบานที่คนรักตัวน้อยของเขาเข้าใจและให้อภัยกับการเลื่อนเดทครั้งนี้

ผ่านไป 25 นาทีก็ถึงคลีนิค ชายหนุ่มเดินเข้าไปทักทายบิดามารดาของตนแล้วเลยไปหยิบเสื้อกราวน์ที่ห้องพักส่วนตัวมาใส่ หลังจากนั้นก็พารินมาแนะนำอย่างเป็นทางการกับพ่อแม่ของเขา

“เดี๋ยว ๆ งั้นก็หมายความว่าพ่อแม่ของยามะรู้แล้วน่ะสิว่านายคือคนรักของยามะ? ไม่เลวแฮะ…คู่ของนายนี่ไวไฟดีจัง” เจ้าตัวพยักหน้ารับอย่างเต็มที่พลางยิ้มเล่ห์พูดประชดคนตรงหน้าได้อย่างเจ็บแสบที่สุด

“อืม…ใช่ ฉันไวไฟ…แต่คงไม่เท่านายหรอกมั้ง…มายะ แหวนที่อยู่บนนิ้วนางนั่นมันคืออะไรเอ่ย? ถ้าไม่ใช่แหวนหมั้นก็คงแหวนแต่งงาน เร็วกว่าฉันตั้งเยอะ เอ้า ! จะฟังฉันเล่าดี ๆ ไหม? “

“เล่าต่อสิ”

“ก็…พอเสร็จจากการแนะนำตัวยามะก็พาฉันไปนั่งเล่นที่สวนหย่อม เชื่อเลย ! เด็กตัวเล็ก ๆ เยอะมาก…แถมซนอีกต่างหาก…”

ใช่…วันนี้มีเด็กอายุประมาณ 4 – 6 ขวบมาตรวจสุขภาพเยอะมาก แถมเป็นลูกค้าประจำของคลีนิคนี้ด้วย เพราะว่าที่นี่มีขนมซึ่งใช้เป็นรางวัลล่อเด็กให้รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ถ้าใครมาหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพบ่อยที่สุด…เด็กคนนั้นก็จะได้ขนมไปกินฟรี ๆ ทันที

“เอ้า ๆ อย่าซนสิ…อากิคุง เดี๋ยวพี่เขาก็โกรธหรอก” ยามะปรามเจ้าหนูไม่ให้ไปเกาะรินแจ แต่ก็สะอึกเมื่อได้รับคำตอบสุดแสบกลับมา

“ไม่โกรธซักหน่อย พี่เขาสวยอย่างนี้แถมใจดีด้วย จะมีก็แต่คุณหมอน่ะแหละที่โกรธไม่เข้าเรื่อง หึงไม่มีเหตุผล”

“นี่ ! ไปที่ห้องตรวจได้แล้ว…อากิ เดี๋ยวจับฉีดยาซะหรอก” พูดพลางลากเจ้าตัวแสบออกห่างจากคนรักของตนอย่างทุลักทุเล แต่ว่า…

“ม่ายอาววว…จา…ไม่อยู่กับพี่เขาดีกว่าอ้ะ กลัวเข็มง่ะ…ไปนะฮะ” ในที่สุดก็ไล่ไปได้เพราะคุณหมอหนุ่มเชือกขาด หยิบเข็มขึ้นมาขู่จนเด็กกลัวไม่กล้าหือ ยอมจากไปแต่โดยดี

“หึ ! หมอเขาทำอย่างนี้ด้วยเหรอ…ยามะ? “ รินหัวเราะร่วนจนน้ำตาเล็ด

“โธ่ ! อย่าพูดอะไรอย่างนั้นสิ…ผมเหนื่อยจริง ๆ นะ”

“คนอารมณ์ร้อนก็อย่างนี้ล่ะ เด็กไม่ชอบหรอก” ยัง…ยังไม่หยุดหัวเราะอีก

“แล้วคุณชอบผมหรือเปล่าล่ะ? “ ได้ผล…เด็กหนุ่มหยุดหัวเราะทันที อึ้งกิมกี่กับคำถามของชายหนุ่ม ผ่านไปสักครู่ค่อยหายใจหายคอได้ง่ายขึ้นจึงพร้อมที่จะตอบคำถาม แต่ก็ตอบแบบเขิน ๆ น้ำเสียงสั่นพร้อมกับหันหน้าเฉเบือนไปทางอื่น

“เอ่อ…ผมว่า…ผมเองก็ชอบคุณตรงนี้เหมือนกันนะ…ยามะ” ร่างสูงยิ้มบางที่มุมปาก เขามองการกระทำของคู่สนทนาด้วยสายตาที่อ่อนโยนพร้อมกับก้มลงไปหอมแก้มนวลที่ตอนนี้แดงระเรื่อไปด้วยอารมณ์รัก

“อืม…ขอบใจนะที่รักคนอย่างผม…ริน”

“เห…หวานดีนี่…หวานกว่าเรื่องของฉันอีก แล้วหลังจากนั้นล่ะ? ทำอะไรต่อ? ”

“ก็อยู่ช่วยดูแลเด็กที่คลีนิคทั้งวันเลยล่ะ พอหิวก็ขอตัวออกมาหาอะไรกินข้างนอกน่ะ แบบเกรงใจพ่อแม่เขา…เห็นงานมันล้นมือมาก…ก็เลย…”

“เข้าใจน่า ยามะนี่โชคดีนะ…ได้คนที่ใจกว้างอย่างรินเป็นคู่ร่วมชีวิต เหมือนกับฉันที่ได้นายมาเป็นคู่หู” ร่างเล็กพูดพลางยิ้มบางให้กับเพื่อนซี้

“ขอบใจนะ…มายะ นายเองก็นิสัยดีเหมือนกัน ใครคบด้วยเป็นต้องถอนตัวไม่ขึ้น…อย่างฉันและริวเฮย์”

“โอย…เขินตายเลย ว่าแต่พวกเอลกับซุยนี่ไปเดทกันที่ไหนนะ? “ มายะพูดพลางแลบลิ้นแหย่รินอย่างกวน ๆ

“พวกนั้นคงกลับวันพรุ่งนี้แน่ ๆ ไม่เคยที่จะเดทแบบวันเดียวกลับหรอก ถ้าอยากรู้ก็คงต้องรอวันมะรืนซะแล้วล่ะ”

“แล้วนายไม่อยากรู้เหรอ? “ คู่สนทนาเอียงคอซ้ายทีขวาทีแล้วลอบถอนใจเบา ๆ

“อยากสิ…แต่ใจไม่กล้าพอที่จะโทรไปแกล้งหรอก กลัวโดนกระทืบอ้ะ…สยอง ฉันว่า…คงต้องรอถามจากปากเจ้าตัวนั่นล่ะดีที่สุด” มายะเงยหน้ามองเจ้าของตักนุ่มแล้วหลุบหน้าลงพร้อมกับเสยผมลวก ๆ ก่อนจะตอบด้วยเสียงเนือย ๆ เบา ๆ ว่า…

“ฉันเห็นด้วยกับนายล่ะ…ริน รอเถอะ…”

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1