
CD 19
อืม ในที่สุดก็อัดเสียงครบ 12 เพลงจนได้ แล้วนี่เช็คเสียงและแอเรนจ์กันหรือยัง? เสร็จหมดแล้วคร้าบ คิมิกะซาง เหนื่อยสุดยอด ซุยบ่นเสียงยานพลางขยิบตาให้กับเพื่อนร่วมวงคนอื่น ๆ ให้ทำตามเขาด้วย
น่านสิ อัดเสียง 4 วัน 12 เพลง วันละ 3 เพลง พวกเราแทบจะเป็นลมกันอยู่แล้ว ขอวันหยุด วานหยูดด มิโดริ ริน ไค และมายะพร้อมใจกันร้องขอวันหยุดกับผู้จัดการสาวด้วยอาการเหมือนเด็กอนุบาลขอค่าขนม ทำให้คู่กรณีเกิดอาการเหนื่อยใจขึ้นมาทันที
เอาล่ะ ๆ ฉันเห็นพวกเธอพยายามกับงานชิ้นแรกกันมาก เพราะงั้น วันหยุด 2 วันเป็นค่าตอบแทนอะไร? แค่ 2 วันเอง วันแรกหลับ วันที่ 2 เก็บของในห้องก็หมดไปแล้ว 3 ไม่ก็4 วันเหมือนตอนทำซิงเกิล Cat Boyz ไม่ได้เหรอ?
แต่พวกเธอยังทำงานขั้นสุดท้ายไม่เสร็จนี่นา ถึงแม้ทำนองเพลงจะแอเรนจ์และอัดเสียงเสร็จก็จริง แต่ว่าพวกเธอยังไม่ได้เรียงเพลงใส่แผ่นเลยนะ รู้หรือยังว่าเอาเพลงไหนขึ้นก่อนขึ้นหลัง? จัดการกันหรือยัง? ทั้งหมดเงียบ ตายล่ะ ! ลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย
งั้นพวกเราขอทำเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนได้ไหม? จะได้มีวันหยุดยาวเลย เอลร้องประท้วงแต่คิมิกะกลับส่ายหน้าดิก
ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องยกยอดวันหยุดไปเป็นปลายเดือนหน้าเลยนะ เพราะ อีกแค่ 2 อาทิตย์ก็ถึงกำหนดวางแผงอัลบั้ม หลังจากนั้นอีกอาทิตย์ก็ต้นเดือนพอดี พวกเธอก็ต้องไปให้สัมภาษณ์ตามสื่อต่าง ๆ สัปดาห์ที่ 2 ก็ต้องทำ MV อัลบั้ม หลังจากนั้นก็ต้องเตรียมตัวเพื่อที่จะแสดงไลฟ์ ถ้าหาที่แสดงไลฟ์ได้เมื่อไรก็เป็นอันเสร็จงาน จะให้หยุดยาวเลย เอาไง?
ขออย่างแรกดีกว่าแฮะ วันหยุดแบบที่ 2 นี่มันนรกโหดเลยอ้ะ รินกับไคโวยเสร็จก็เดินออกจากห้องไปเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน
คนอื่นล่ะ?
แบบแรกครับ เป็นอันว่าตกลงวันหยุดกันได้แล้ว ก็ได้เวลาที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน
ณ ลานจอดรถ
มายะ ! พรุ่งนี้ฉันไม่อยู่บ้านนะ นายจะเฝ้าบ้านให้หรือเปล่า?
ไปเดทอีกล่ะสิ มีวันหยุดทั้งทีก็น่าจะพักผ่อนนะ ริน คู่สนทนาหน้ามุ่ยค้อนขวับก่อนจะกระโดดผลุงขึ้นไปนั่งที่เบาะหลัง
รู้หรอกน่า เอ๋ ! นั่นริวเฮย์นี่ มายะ ตะโกนเรียกชื่อนายซะ คิก เจ้าของชื่อหน้าครึ่งเขียวครึ่งแดง 2 อารมณ์ในเวลาเดียวกัน อารมณ์แรกก็โกรธที่โดนคู่หูหัวเราะล้อเลียน อีกอารมณ์ก็อายที่ถูกตะโกนเรียกชื่อ โธ่ ! ริวเฮย์ จะเรียกกันทั้งทีทำไมต้องตะโกนเรียกด้วยน้า
มายะ ! มีเรื่องจะถามหน่อย
ทำไม ริวเอย์?
พรุ่งนี้ว่างไหม? คือ ผมจะชวนคุณไปดูไลฟ์คลาสสิคน่ะ บังเอิญได้ตั๋วจากคิมิกะซังมา
ไลฟ์ของใคร?
Waltz Evening Glow Summer Live Tour ของทาคาชิ คาโกะ ไปไหม?
ไปสิ ! ไปแน่นอนเลย แล้วเจอกันกี่โมงล่ะ?
11โมงก็แล้วกัน ไลฟ์ มีตอนบ่าย 4 นี่นา ราตรีสวัสดิ์นะ เจ้าตัวพยักหน้าหงึกแล้วรีบเก็บตั๋วเข้ากระเป๋าทันที
เพลงบรรเลงคลาสสิค ฉันขอผ่านล่ะ เอียนเต็มที สมัยก่อนฟังบ่อยจนแทบจะจำได้เลยว่าเพลงแนวนี้เป็นของใคร สงสัยนายจะติดเชื้อบ้าเพลงจากฉันแหง ๆ เลยล่ะ มายะ
ไม่ต้องสงสัยหรอก ฉันว่าติดเข้าไป 1000 % มากกว่า เออ ! แล้วอย่างนี้พรุ่งนี้ก็ไม่มีใครอยู่บ้านน่ะสิ ล็อคห้องไปเลยดีไหม?
ตามใจนายเถอะ
ในขณะเดียวกัน
เอล พรุ่งนี้ว่างหรือเปล่า?
ว่าง ทำไม? หนุ่มน้อยร่างเล็กยิ้มหน้าบานพร้อมกับหยิบบัตร VIP ออกจากกระเป๋าเสื้อตัวเอง
ไปดูหนังกันเถอะ ไปจองรอบมาแล้วเขาให้บัตร VIP สำหรับพวกนักดนตรีกับนักแสดงน่ะ รอบปฐมฤกษ์เลยนะ ไปกันเถอะ น้า นะ เอล ชายหนุ่มมองคนรักของตนพลางหัวเราะในลำคอ
แล้วหนังเรื่องอะไรล่ะ?
The Others
เอลถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปมองหน้าคู่สนทนาที่ตอนนี้ยิ้มหน้าบานยิ่งกว่าเด็กได้ขนมซะอีกทำไมนายถึงชอบดูหนังพรรค์นี้อยู่อีกหา ไค?! ไม่มีเสียงตอบกลับมา ดังนั้นก็หมายความว่าเดทพรุ่งนี้เป็นอันรู้เรื่องเรียบร้อยว่าโดนบังคับให้ไปดูหนังสยองขวัญชัวร์ ๆ
4 ทุ่มครึ่ง ณ บ้านของมิโดริ
อ้าว ! ยกเลิกนัด เฮ้ย ! แล้วที่จองเอาไว้ล่ะ? อ๋อ ยังไม่ได้จ่ายตังค์ ยกเลิกได้ใช่ป่ะ? งั้น แค่นี้ละกัน เช็คเมล์ลอยู่
เอลโทรมาเหรอ?
อืม บอกว่าพรุ่งนี้จะไปดูหนังกับไค เลยจะขอแคนเซิลเรื่องที่จะไปกินมื้อเที่ยงกับพวกเรา ถ้าอย่างนี้พรุ่งนี้ก็ว่างซะจนน่าเบื่อ
งั้น ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ไหมล่ะ? เช่นว่า นั่งรถกินลมซิ่งไปเรื่อย ๆ จนถึงชายทะเลแล้วเอาอาหารไปกินเอง ดีไหมล่ะ? ร่างบางพูดไปยิ้มไป ในใจหวังให้คนตรงหน้าตอบว่า ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
ที่จริงอยากไปเล่นน้ำทะเลก็น่าจะบอก
โธ่ ! ซุย ก็วันหยุดมันมีแค่ 2 วัน คุณบอกว่าอยู่กับบ้านมันน่าเบื่อก็น่าจะออกไปพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธ์ข้างนอกบ้าง อยู่ในแต่ในเมืองหลวงมันไม่ดีหรอกน่า ฝุ่นเต็มปอดหมด ไปเถอะนะ
ก็ดี เปลี่ยนบรรยากาศไปด้วยในตัว ตกลงพรุ่งนี้ผมขับรถเองละกัน ได้ผล คำขอของหนุ่มหน้าหวานเป็นจริง สรุปก็คือ พรุ่งนี้ไม่มีใครคิดอยากจะพักผ่อนนอนแผ่สี่สลึงอยู่ที่บ้านกันซักคนเดียว ต่างคนต่างก็มีตัวเลือกในการพักผ่อนสไตล์ใครสไตล์มันในแบบที่เรียกว่า เดทวันรุ่งขึ้น
มายะ ! รอนานไหม?
ไม่นานหรอก ผมเองก็เพิ่งมา วันนี้ไม่ได้ขับมอเตอร์ไซค์มาน่ะ ร่างสูงยืนหอบแฮ่ก ใช้สันมือปาดเหงื่อไล้ไปตามเรียวหน้าคม
กว่าไลฟ์เริ่มก็ นานพอดูนะ จะไปไหนกันก่อนดี?
ตามใจคุณสิ
งั้นไปที่ร้าน Zodiac ก่อนได้ไหม? ผมสั่งของไว้ที่นั่น ร่างบางพยักหน้ารับแล้วเดินออกจากสถานีรถไฟไป
ณ ร้านเครื่องเพชร Zodiac
หูว์ คนเยอะจัง หนุ่มน้อยร้องอ๋าลั่นเมื่อเห็นสภาพร้านที่ดูยังไงก็คล้ายกับพระราชวังขนาดย่อม แต่ละคนที่เห็นเขาก็พยายามหยิกเนื้อตัวเองเพื่อนป้องกันไม่ให้เสียงหัวเราะเล็ดลอดออกไป นอกเสียจาก คน ๆ นี้แหม ! เด่นเหลือเกินนะ มายะในชุดเสื้อเชิตสีขาวกางเกงสีกรมท่ากับแว่นกันแดดสีดำเดินควงแขนริวเฮย์ คนรักของเขาที่มาในชุดของคุณผู้ชายแบบเสื้อกับกางเกงสีดำทั้งชุด นี่ถ้าที่นี่มีนักข่าวล่ะก็ พวกนายคงได้โดนยำเละแน่ ๆ หญิงสาวในชุดแซ๊คสีฟ้าอ่อนเดินยิ้มหวานโปรยเล่ห์กลมาแต่ไกล ในมือของเจ้าหล่อนถือกล่องผ้ากำมะหยี่สีแดงเอาไว้ด้วย
เลิกพูดได้ไหม ซาเอกะ? ปากของเธอนี่จะไม่พูดซักวันเลยไม่ได้เหรอไง? เจ้าตัวยิ้มเผล่แล้วยื่นของให้กับคู่สนทนา
เสียใจจ้ะ นี่มันนิสัยของฉันนี่นา เอ้า ! เอาของไปได้แล้วปล่อยให้ฉันถือตั้งนาน เมื่อยมือนะ
นี่คงไม่ได้คิดแบล็คเมล์ฉันอีกใช่ไหม?
เฮอะ ! ฉันไม่ทำอย่างนั้นหรอกย่ะ เสียภาพพจน์ฉันหมด พูดเสร็จก็เดินผละจากไปอย่างอารมณ์ดี
นั่นใครน่ะ? เอ่อ ผมไม่กล้าเดานะ มายะที่ยืนอึ้งอยู่ตั้งนานก็สวิทซ์ออนหันมามองหน้าคนรักของตน
ก็ เพื่อนร่วมรุ่นตอนเรียนม. ปลายน่ะ ยิ่งโตก็ยิ่งกวนประสาทชาวบ้านเก่งขึ้นแฮะ
แล้วนี่คุณสั่งให้เขาทำอะไรให้เหรอ ริวเฮย์? ชายหนุ่มไม่ตอบแต่กลับเปิดฝากล่องออกแล้วหยิบของที่อยู่ในนั้นออกมาแอบกำเอาไว้ไม่ยอมให้คนตรงหน้าเห็น
หลับตาก่อนสิ ร่างเล็กยอมทำตามอย่างว่าง่าย เพียงเสี้ยวนาทีเจ้าตัวก็สะดุ้งเฮือกเพราะเขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ที่นิ้วมือ ริวเฮย์เอาอะไรมาใส่ที่นิ้วของเรานะ? ถ้าเกิดแกล้งเราขึ้นมาทำยังไงดีล่ะ? ยิ่งชอบเอาอะไรไม่รู้มาใส่ให้เราด้วย คราวก่อนก็ทีนึงแล้ว นึกว่าสร้อยดันเอาผ้าพันคอขนมิงค์มาใส่ให้ รู้ก็รู้ว่าไม่ชอบยังแกล้งกันอยู่ได้ ไม่เอานะลืมตาได้ยัง ?
ได้แล้วล่ะ ผมคิดว่าคุณต้องชอบแน่ ๆ มายะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นด้วยอาการกล้า ๆ กลัว ๆ แต่พอมองเห็นของสิ่งนั้นเต็มตาก็หายงงแถมพาลเอาจะร้องไห้ออกมาดื้อ ๆ ด้วย เพราะของสิ่งนั้นคือแหวนเงินวงเล็ก ๆ ที่สลักลายเซ็นต์ของริวเฮย์เอาไว้
ริวเฮย์ แหวนวงนี้คุณ
ก็ ตั้งแต่คบกันมาผมไม่เคยให้ของขวัญอะไรคุณจริง ๆ จัง ๆ ซักที เห็นวันนี้เป็นวันที่เราได้เดทกัน ก็เลย ร่างสูงพูดไปคลำต้นคอตัวเองไป หน้าคมเข้มออกอาการเขิน สีหน้าไม่ต้องบอกก็รู้ว่า แดงสุด ๆ จนเกือบจะไหม้อยู่แล้ว
ขอบคุณมากนะ ริวเฮย์ ผมจะเก็บรักษาแหวนวงนี้ไว้ให้ดีที่สุดเลย ว่าแต่ นี่อย่างกับแหวนหมั้นเลยนะ เล่นใส่ให้ผมที่นิ้วนางเฉยเลย ร่างบางค้อนขวับ มองคนตรงหน้าด้วยสายตาแบบเสือดุ
เอ๋? แหวนหมั้น?! แหวนแต่งงานต่างหากล่ะ ผมขอคุณแต่งงานนะเนี่ย
ถ้างั้น ก็รอไปจนกว่าผมจะเล่นไลฟ์จบละกัน ตอนนี้ อย่าหวัง ริวเฮย์ได้ยินถึงกับน้ำตาคลอเบ้า เดินเข้าไปกอดตัวคู่สนทนาไว้แน่น
โธ่ ! มายามิ ทำไมถึงชอบใช้มุขนี้มาเล่นกับผมนักนะ ตอนผมจีบคุณ คุณก็บอกอย่างนี้ กะใจจะให้รอไปอีกถึงเมื่อไรกัน หือ?
อ้าว ! ทีตอนนั้นรอเป็นเดือนยังรอได้ ตอนนี้ก็รออีกหน่อยนึงสิ อยากได้ที่สูงก็ต้องพยายามปีนถึงจะถึงที่หมายไม่ใช่เหรอ? รออีกนิดน่า ยังไงผมก็ยอมคุณอยู่แล้วนะ ริวเฮย์
ครับผม สุดที่รัก หิวหรือยัง? ไปกินอะไรหน่อยไหม?
ที่ไหนก็ได้ หิวแล้วล่ะ มายะยิ้มหวานแล้วควงแขนคู่รักของเขาเดินออกจากร้านไปพอไปถึงร้านอาหารทั้งคู่ก็สั่งอาหารแบบบุฟเฟ่ต์มาชุดใหญ่ ตามด้วยการจิบคาปูชิโน่ครีมเมตที่คอฟฟี่ช้อปที่อยู่ใกล้ ๆ กัน แล้วเลยไปซื้อเสื้อผ้าที่ชอปปิ้งอาเขตที่อิเคบุคุโร่ก่อนจะเดินไปฝากของที่ล็อกเกอร์หน้าสถานีรถไฟแล้วกลับไปที่ฮอลแสดงไลฟ์
เอ Z-204 กับ Z-205 เจอแล้ว มายะ ที่นั่งเราอยู่ตรงนี้ มืดหน่อยนะ เดินถูกไหม?
พอไหว เหลืออีกแค่ 10 นาทีไลฟ์ก็เริ่ม อยากดูเร็ว ๆ จัง ร่างเล็กนั่งลงแล้วหันมาคุยกับคนรักของเขาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เพื่อเป็นการฆ่าเวลา จนกระทั่งได้เวลาของไลฟ์คลาสสิค ไฟทุกดวงดับลงแล้วการบรรเลงเพลงช้าเพื่อเป็นOpenning Theme ก็เริ่มขึ้น ตามด้วยเพลงบรรเลงเพราะ ๆ อีกหลายเพลง เช่น Is Paris Burning? และ Blue Horizon จนกระทั่งถึงช่วงอังกอร์ เพลงที่ถูกบรรเลงออกมาคือเพลง Waltz Evening Glow และเพลงพิเศษอีก 2 เพลง ซึ่งประกอบด้วยเพลงคลาสสิคของ Bach และเพลงบรรเลงประกอบภาพยนตร์ พอจบการแสดงนักเปียโนก็ลุกขึ้นยืนโค้งคำนับให้กับแขกที่มาชอมการแสดงในไลฟ์ของเขา แล้วไฟในฮอลก็ดับลงเป็นอันเสร็จสิ้นการแสดง
พออกจากฮอลได้ ทั้งมายะและริวเฮย์ก็ไปดินเนอร์ต่อที่ร้านอาหาร หลังจากนั้น 2 หนุ่มก็กลับมาเอาของที่หน้าสถานีแล้วขึ้นรถไฟกลับบ้าน ระหว่างทาง
ริวเฮย์ วันนี้คุณสนุกหรือเปล่า?
ก็สนุกสิ ผมได้อยู่กับคุณทั้งวันไม่สนุกก็ไม่รู้จะพูดว่ายังไงดีแล้วล่ะ แล้วนี่คุณจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า? ร่างบางพยักหน้ารับหงึก
คงงั้น เพราะรินเมล์ลมาบอกผมเมื่อกี้ว่ากลับถึงบ้านแล้ว
ถ้างั้น ผมไปส่งคุณละกัน ทั้งคู่เดินออกจากสถานีรถไฟไปขึ้นรถเมล์ลที่จอดรออยู่ที่ป้าย พอถึงก็ลงแล้วเดินไปรูดบัตรเปิดล็อคประตูหน้าคอนโดพร้อมกับหยิบของไปวางไว้ที่เลานจ์
วันนี้ขอบใจมาก ๆ เลยนะ ริวเฮย์ คุณทำให้ผมมีความสุขมาก ๆ เลยล่ะ พูดเสร็จก็ดึงคอเสื้อริวเฮย์ลงมาจูบเบา ๆ ที่ริมฝีปาก
มายะ
รางวัลไงล่ะ ราตรีสวัสดิ์ มายะยิ้มบางพร้อมกับโบกมือลา พอเห็นว่าคนรักเดินลับสายตาไปแล้วเด็กหนุ่มก็เดินกลับเข้าคอนโดไปหยิบของที่เลานจ์แล้วขึ้นลิฟท์ไปที่ห้องพัก
เมื่อกี้หวานน่าดูเลยนะ นายตั้งใจจะให้ฉันเห็นเหรอไง มายะ? อ้าว ! ก็ใช่น่ะสิ แค่เห็นนายชะเง้อคอมองก็มันเขี้ยวอยากจะแกล้งแล้ว ว่าแต่ นายไปไหนกับริวเฮย์กันแน่? ทำไมทั้งตัวมีแต่กลิ่นยาฆ่าเชื้อ? หนุ่มน้อยพูดเสียงต่ำพลางไซ้จมูกดมกลิ่นประหลาดที่ติดตามเสื้อคู่หู
ไปคลีนิคมา รินพูดยิ้ม ๆ เหมือนเป็นเรื่องล้อเล่น แต่ว่าคู่สนทนาอย่างมายะถึงกับหน้าซีดเผือด
ใครเป็นอะไรน่ะ นายหรือว่ายามะ?
ไม่ใช่อย่างที่นายคิดหรอก ฉันไปคลีนิครักษาโรคเฉพาะของเด็กที่พ่อแม่ของยามะเป็นเจ้าของอยู่น่ะ พอถึงวันหยุดทีก็ต้องไปดูแลคนไข้ที แถมคนไข้แต่ละคนนี่นิสัยก็สุดแสบเลยนะ อยู่ในวัยกำลังซนเลยล่ะ คนพูดพูดไปหัวเราะไปแต่คนฟังกลับมีเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นเต็มหน้า
เดี๋ยว ! ริน นายบอกว่าไปคลีนิคของยามะมา เขาเป็นหมอเหรอ?
อ้อ ! ใช่ ลืมซะสนิทเลยแฮะ ยามะเขาไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยนี่นาว่าเขาเรียนหมอด้านอายุรเวชมา ถึงแม้จะเรียนไม่จบแต่ก็สามารถช่วยเหลืองานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คลีนิคของพ่อแม่เขาได้นะ
เห ! เหลือเชื่อเลยล่ะ ท่าทางคงจะเท่ห์น่าดูเลยนะ ยามะในคราบคุณหมอหนุ่ม แล้วตกลงวันนี้ของนายเป็นไงล่ะ? เล่าให้ฟังหน่อยสิ ริน มายะยิ้มเผล่แล้วเดินขึ้นไปนอนหนุนตักเพื่อนซี้ที่นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้นวม
แล้วของล่ะ? อย่าทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ แบบนี้สิ
โธ่ ! เดี๋ยว ค่อยเก็บก็ได้ เล่าสิ เล่า จะฟัง
ได้ ๆ รินหลับตานึกย้อนเวลากลับไปตอนเช้าหลังจากที่เขาออกจากคอนโดแล้วไปเจอกับยามะที่หน้าโรงแรม แค่วินาทีแรกที่เขาเห็นการแต่งตัวของชายหนุ่ม ร่างบางก็แทบจะล้มทั้งยืน เพราะเจ้าตัวดีดันมาในคราบของผู้ดีใส่สูทผูกเนคไทเลย
ไฮ ! ริน
หวะ หวัดดี ยามะ ทำไมคุณ? หนุ่มน้อยอึ้งกิน อ้าปากพะงาบ ๆ ชี้นิ้วสั่นพั่บ ๆ ไปที่ชุดเสื้อผ้าของคู่สนทนา
อ๋อ ! โทษที วันนี้ที่จะไปเที่ยวกันผมขอยกเลิกได้ไหม? คุณพ่อกับคุณแม่บอกว่างานที่คลีนิคยุ่งมาก ให้ผมไปช่วยงานด้วย คงไม่ว่ากันนะ ริน แล้วจะชดเชยให้วันหลัง คู่สนทนาถอนใจยาวแล้วออกเดินนำหน้าเข้ารถเมล์ลไป
เฮ่อ ! ให้ตายสิ พอมีวันหยุดทีไรมันต้องเป็นอย่างนี้ทุกทีสิน่า เอาเถอะ วันหยุดไม่ได้มีหนเดียวซักหน่อย เอาไว้วันหลังค่อยเดทกันก็ได้ คุณไปทำธุระของคุณเถอะ ผมไปเป็นเพื่อนด้วยก็ได้
Thanz ! ริน วันหลังผมชดเชยให้ชัวร์ ยามะยิ้มหน้าบานที่คนรักตัวน้อยของเขาเข้าใจและให้อภัยกับการเลื่อนเดทครั้งนี้
ผ่านไป 25 นาทีก็ถึงคลีนิค ชายหนุ่มเดินเข้าไปทักทายบิดามารดาของตนแล้วเลยไปหยิบเสื้อกราวน์ที่ห้องพักส่วนตัวมาใส่ หลังจากนั้นก็พารินมาแนะนำอย่างเป็นทางการกับพ่อแม่ของเขา
เดี๋ยว ๆ งั้นก็หมายความว่าพ่อแม่ของยามะรู้แล้วน่ะสิว่านายคือคนรักของยามะ? ไม่เลวแฮะ คู่ของนายนี่ไวไฟดีจัง เจ้าตัวพยักหน้ารับอย่างเต็มที่พลางยิ้มเล่ห์พูดประชดคนตรงหน้าได้อย่างเจ็บแสบที่สุด
อืม ใช่ ฉันไวไฟ แต่คงไม่เท่านายหรอกมั้ง มายะ แหวนที่อยู่บนนิ้วนางนั่นมันคืออะไรเอ่ย? ถ้าไม่ใช่แหวนหมั้นก็คงแหวนแต่งงาน เร็วกว่าฉันตั้งเยอะ เอ้า ! จะฟังฉันเล่าดี ๆ ไหม? เล่าต่อสิ
ก็ พอเสร็จจากการแนะนำตัวยามะก็พาฉันไปนั่งเล่นที่สวนหย่อม เชื่อเลย ! เด็กตัวเล็ก ๆ เยอะมาก แถมซนอีกต่างหาก
ใช่ วันนี้มีเด็กอายุประมาณ 4 6 ขวบมาตรวจสุขภาพเยอะมาก แถมเป็นลูกค้าประจำของคลีนิคนี้ด้วย เพราะว่าที่นี่มีขนมซึ่งใช้เป็นรางวัลล่อเด็กให้รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ถ้าใครมาหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพบ่อยที่สุด เด็กคนนั้นก็จะได้ขนมไปกินฟรี ๆ ทันที
เอ้า ๆ อย่าซนสิ อากิคุง เดี๋ยวพี่เขาก็โกรธหรอก ยามะปรามเจ้าหนูไม่ให้ไปเกาะรินแจ แต่ก็สะอึกเมื่อได้รับคำตอบสุดแสบกลับมา
ไม่โกรธซักหน่อย พี่เขาสวยอย่างนี้แถมใจดีด้วย จะมีก็แต่คุณหมอน่ะแหละที่โกรธไม่เข้าเรื่อง หึงไม่มีเหตุผล
นี่ ! ไปที่ห้องตรวจได้แล้ว อากิ เดี๋ยวจับฉีดยาซะหรอก พูดพลางลากเจ้าตัวแสบออกห่างจากคนรักของตนอย่างทุลักทุเล แต่ว่า
ม่ายอาววว จา ไม่อยู่กับพี่เขาดีกว่าอ้ะ กลัวเข็มง่ะ ไปนะฮะ ในที่สุดก็ไล่ไปได้เพราะคุณหมอหนุ่มเชือกขาด หยิบเข็มขึ้นมาขู่จนเด็กกลัวไม่กล้าหือ ยอมจากไปแต่โดยดี
หึ ! หมอเขาทำอย่างนี้ด้วยเหรอ ยามะ? รินหัวเราะร่วนจนน้ำตาเล็ด
โธ่ ! อย่าพูดอะไรอย่างนั้นสิ ผมเหนื่อยจริง ๆ นะ
คนอารมณ์ร้อนก็อย่างนี้ล่ะ เด็กไม่ชอบหรอก ยัง ยังไม่หยุดหัวเราะอีก
แล้วคุณชอบผมหรือเปล่าล่ะ? ได้ผล เด็กหนุ่มหยุดหัวเราะทันที อึ้งกิมกี่กับคำถามของชายหนุ่ม ผ่านไปสักครู่ค่อยหายใจหายคอได้ง่ายขึ้นจึงพร้อมที่จะตอบคำถาม แต่ก็ตอบแบบเขิน ๆ น้ำเสียงสั่นพร้อมกับหันหน้าเฉเบือนไปทางอื่น
เอ่อ ผมว่า ผมเองก็ชอบคุณตรงนี้เหมือนกันนะ ยามะ ร่างสูงยิ้มบางที่มุมปาก เขามองการกระทำของคู่สนทนาด้วยสายตาที่อ่อนโยนพร้อมกับก้มลงไปหอมแก้มนวลที่ตอนนี้แดงระเรื่อไปด้วยอารมณ์รักอืม ขอบใจนะที่รักคนอย่างผม ริน
เห หวานดีนี่ หวานกว่าเรื่องของฉันอีก แล้วหลังจากนั้นล่ะ? ทำอะไรต่อ?
ก็อยู่ช่วยดูแลเด็กที่คลีนิคทั้งวันเลยล่ะ พอหิวก็ขอตัวออกมาหาอะไรกินข้างนอกน่ะ แบบเกรงใจพ่อแม่เขา เห็นงานมันล้นมือมาก ก็เลย
เข้าใจน่า ยามะนี่โชคดีนะ ได้คนที่ใจกว้างอย่างรินเป็นคู่ร่วมชีวิต เหมือนกับฉันที่ได้นายมาเป็นคู่หู ร่างเล็กพูดพลางยิ้มบางให้กับเพื่อนซี้
ขอบใจนะ มายะ นายเองก็นิสัยดีเหมือนกัน ใครคบด้วยเป็นต้องถอนตัวไม่ขึ้น อย่างฉันและริวเฮย์
โอย เขินตายเลย ว่าแต่พวกเอลกับซุยนี่ไปเดทกันที่ไหนนะ? มายะพูดพลางแลบลิ้นแหย่รินอย่างกวน ๆ
พวกนั้นคงกลับวันพรุ่งนี้แน่ ๆ ไม่เคยที่จะเดทแบบวันเดียวกลับหรอก ถ้าอยากรู้ก็คงต้องรอวันมะรืนซะแล้วล่ะ
แล้วนายไม่อยากรู้เหรอ? คู่สนทนาเอียงคอซ้ายทีขวาทีแล้วลอบถอนใจเบา ๆ
อยากสิ แต่ใจไม่กล้าพอที่จะโทรไปแกล้งหรอก กลัวโดนกระทืบอ้ะ สยอง ฉันว่า คงต้องรอถามจากปากเจ้าตัวนั่นล่ะดีที่สุด มายะเงยหน้ามองเจ้าของตักนุ่มแล้วหลุบหน้าลงพร้อมกับเสยผมลวก ๆ ก่อนจะตอบด้วยเสียงเนือย ๆ เบา ๆ ว่า
ฉันเห็นด้วยกับนายล่ะ ริน รอเถอะ
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]