nightfairy.gif (21745 bytes)

CD 18

10 โมงเช้า…

“ไง ! มายะ…อรุณสวัสดิ์ อารมณ์ดีขึ้นไหม? ” มิโดริยิ้มร่าหน้าบานวิ่งมากระโดดกอดเพื่อนตัวเองจนแทบจะล้มลงนั่งแผละอยู่กับพื้นทั้งคู่

“ก็ดี…แล้วนี่…รินล่ะ? “ หนุ่มน้อยส่ายหน้าแล้วยื่นสกอร์โน้ตให้กับร่างสูงที่เดินตามหลังเพื่อนของเขามา

“ไม่เห็น อ้ะ ! พอดีเลย ริวเฮย์…เอานี่ไปซะ ไปแต่งเนื้อร้องกับท่อนคอรัสกับซุยแล้วเอาไปให้ยามะเพิ่มสเกลของแทบหน้า 2 ตรงท่อนโซโลแล้วก็ท่อนฮุค 10 ห้องนั่นด้วย เออ…ว่าแต่…เห็นยามะบ้างเปล่า? “ เจ้าตัวส่ายหน้าแล้วหันไปถามอีกหนึ่งร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กัน แต่ก็ได้คำตอบมาแค่ส่ายหน้าและคำพูด ‘ไม่รู้’ เท่านั้น

“มีธุระอะไรหรือเปล่า…มิโดริ? แล้วโทรตามหรือยัง? ”

“โทรแล้ว แต่รินเขาปิดเครื่อง” ทั้ง 3 มองหน้ากันอย่างงง ๆ แล้วก็ยังคิดในแง่ดีไว้ก่อน

“แล้วยามะล่ะ? “ ริวเฮย์ถามพลางกวักมือเรียกซุยที่เดินอยู่ไกลลิบ ๆ ให้มาฟังด้วยอีกคน

“อ๋อ ! ถ้ายามะล่ะก็…เดี๋ยวมันก็มาแล้วล่ะ เมื่อกี้มันแวะที่ซูเปอร์ซื้อกาแฟกับเอลน่ะ ฉันก็เลยต้องลงเดินเท้ากับไคตั้งแต่ปากซอยนู่น” ทั้งหมดพยักหน้าแล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายไปทำงานส่วนของตัวเอง

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมาเอลกับยามะก็มาถึงบริษัทพร้อมกับกระแฟกระป๋องอย่างที่ซุยว่า แต่…มีอยู่อีกคนนึงที่ยังไม่มา…ริน…แต่พวกมายะก็ยังทำใจเย็นคิดในแง่ดีว่าคงมีธุระอะไรบางอย่างก็เลยมาสาย รออีกหน่อยดีกว่าเดี๋ยวก็มา แต่ก็ได้แค่คิดเท่านั้น…เพราะในความเป็นจริง…เจ้าตัวยังไม่ปรากฏให้เห็นแม้แต่เงา

เที่ยงกับอีก 20 นาที…

“มายะ…สงสัยเราจะคิดในแง่ดีไม่ได้ซะแล้วล่ะ รินยังไม่มาเลยนะ นี่โทรตามตั้งหลายรอบแล้ว” เด็กหนุ่มนั่งเงียบซักพักแล้วเดินไปหรี่วอลูมเบสให้เบาลงแล้วหยิบมือถือออกมากดเบอร์ของพี่ชายตัวเอง

“ฮัลโหล…พี่ซากะเหรอฮะ? อ้าว…นั่นพี่ไซยูกิ…พี่ไม่อยู่เหรอฮะ? อ๋อ ! พอดีว่าจะไปเอามอเตอร์ไซค์น่ะ…ซ่อม…เสร็จแล้วเหรอฮะ? อืม…เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงไปเอา…บายฮะ” พูดเสร็จก็หันหน้ามาทางเพื่อนร่วมวง

“เอาไง? “ ไคว่าพลางถอดสายแอมป์ออก มิโดริเองก็รีบเก็บของใส่เข้ากระเป๋าตัวเองเพราะรู้ในความคิดของเพื่อนหน้าหวาน

“วันนี้แค่นี้เถอะ ไปตามหารินกัน…บอกพวกเอลกับริวเฮย์ด้วยว่าให้ช่วยบอกปัดกับคิมิกะซังแทนฉันที”

“แล้วไปเจอกันที่ไหนล่ะ? “

“ที่บูทของมอเตอร์ปาร์คเซ็นเตอร์” พูดพลางโบกมือแล้วรีบวิ่งออกไปเรียกแท๊กซี่โดยไม่รอเพื่อนร่วมทีมเลยแม้แต่คนเดียว

อีกครึ่งชั่วโมงถัดมา…

“มาเร็วดีนะ…มายามิ มิโดริ…ไคด้วย” ไซยูกิยิ้มบางทักทายแขกเหรื่อตัวน้อยทั้งหลาย

“มีแต่มายะล่ะที่มาเร็ว เล่นบอกให้แท๊กซี่ซิ่งแบบไม่รอพวกเราเลย แถมยังเดินซะเร็วด้วย…โอย…เหนื่อย…” ไคกับมิโดริพูดเสียงหอบพลางปาดเหงื่อออกจากใบหน้าอย่างทุลักทุเล

“พี่ไซยูกิฮะ มอเตอร์ไซค์ของผมล่ะ? “

“อยู่ในนั้น…เดี๋ยวพี่จะพาไปดูเอง มิโดริกับไคก็มาดูได้เหมือนกันนะ…ตามมาสิ” ชายหนุ่มดันหลังแขกผู้มาเยือนให้เดินเข้าหลังบูทไป

“หูว…สวยจัง นั่น…มอเตอร์ไซค์ที่มายะใช้แข่งนี่นา ยังเจ๋งเหมือนเดิมเลย…อยากขี่ดูจัง เอ๋ ! แล้วคันที่บอดี้สีน้ำเงินมืดนั่นของใครน่ะ? ” ไคแทบจะร้องออกมาเสียงดังเพราะสายตาของเขาสะดุดกับรถมอเตอร์ไซค์สีน้ำเงินมืดที่มีเส้นสีเงินวาดขวางตัวบอดี้เอาไว้จนดูมีเสน่ห์ผิดสังเกต

“ของมายามิเขาน่ะ ซากะเขาเอามาให้พี่เปลี่ยนบอดี้ให้ เพราะที่เซ็นเตอร์นี่จะมีบอดี้เพรียวลมอยู่หลายชนิดทีเดียว ลองขับดูไหมล่ะ? “ ร่างบางพยักหน้ารับแล้วกระโดดขึ้นนั่งบนเบาะนั่งทันที เสียงสตาร์ทเครื่องเพื่อวัดระบบและความเร็วของตัวเครื่องดังกระหึ่มไปทั่ว ผ่านไปชั่วครู่เด็กหนุ่มก็ลงจากรถแล้ววิ่งไปทดลองอีกคันที่จอดอยู่ตรงข้ามกัน พอทดลองเสร็จก็เดินลงมาเอากุญแจรถคืนพร้อมกับประชุมกับเพื่อร่วมวง

“เครื่องแรงดี…ขอบคุณมากฮะ เอ่อ…ขอกุญแจของคันโน้นด้วยฮะ”

“เอาไปทำอะไร? “ ร่างสูงยื่นพวงกุญแจให้กับคู่สนทนาพลางถามเสียงหลงแต่ยังถามไม่จบคำก็ร้องว้ากลั่น เพราะตกใจที่เด็กหนุ่มโยนกุญแจต่อให้กับเพื่อนจอมกวนของเขาอีกทอด

“ไค…นายขับมอเตอร์ไซค์เป็นใช่ไหม? แบบซิ่งพอสมควรน่ะ“ เจ้าตัวพยักหน้าหงึก

“ก็พอซิ่งได้…แต่ซิ่งโหดแบบนายไม่เป็น ทำไม? “

“เอาของฉันไปขับ นายไปกับมิโดริ ไปทางตะวันตกส่วนฉันจะไปทางตะวันออก เพราะทางของฉันมันแก๊งซิ่งเยอะ พวกนายซิ่งไม่เก่งเดี๋ยวไปก็อันตรายให้เป็นห่วงเปล่า ๆ ไปเปลี่ยนเสื้อเป็นชุดฮูปเดี๋ยวนี้เลย พี่ไซยูกิ…ขอฮูปของผมด้วย”

ผ่านไป 15 นาทีหลังจากเตรียมตัวกันเสร็จเรียบร้อย ไคก็ขับรถประจำตัวของมายะออกจากเซ็นเตอร์ไปโดยมีมิโดรินั่งซ้อนท้ายพ่วงติดไปด้วย ทิ้งเอาไว้ก็แต่เด็กหนุ่มที่ยังยืนเช็คความเรียบร้อยของฮูปตัวเองอยู่

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า? ทำไมถึงให้คนอื่นใช้มอเตอร์ไซค์ล่ะ? “

“คู่หูของผมหายตัวไป ไม่รู้หายไปไหนตั้งแต่เช้าแล้ว เมื่อคืนผมก็ไม่ได้กลับแมนชั่นด้วยไปค้างที่บ้านริวเฮย์”

“อ้อ ! พี่เข้าใจแล้ว งั้น…พี่ขออวยพรให้น้องเจอรินไว ๆ ละกัน ระวังตัวด้วยล่ะ” ร่างเล็กยิ้มบางพยักหน้ารับพร้อมกับสวมแว่นกันลมตามด้วยถุงมือแล้วสตาร์ทรถซิ่งออกไป

ทางด้านไคกับมิโดริที่วิ่งวุ่นตามหาเพื่อนตัวน้อยทางตะวันตกของตัวเมืองก็เริ่มจะเจอศึกหนักเสียแล้วเพราะ…

“เฮ้ย ! ไอ้หนูนั่นน่ะ…มานี่ซะดี ๆ เลย มาให้จับซะดี ๆ เล่นวิ่งทับเลนอย่างนี้ !! “ เสียงตำรวจวัยกลางคนตะโกนไล่หลังมาแต่ไกล ส่วนด้านหน้าขก็มีเหล่าสายตรวจหน้าเลือดถือโล่การ์ดเตรียมตัวจับปรับเงินจากกระเป๋าของพวกเขาทั้งคู่

“ไอ้หน้าไหนกันที่มันบอกว่าทางนี้มันปลอดภัยกว่าเยอะ?! มีแต่ตำรวจบ้า ๆ ทั้งนั้นเลยนี่หว่า” ไคตะโกนว่าพลางเหลียวซ้ายแลขวามองหาทางหนีทีไล่ที่สะดวกที่สุด

“ตำรวจกับแก๊งซิ่ง ให้ฉันเลือก..ฉันว่าไม่เอาทั้ง 2 อย่างล่ะ น่ากลัวง่ะ…มายะเขาใช้ชีวิตอย่างนี้ทุกวันเลยเหรอเนี่ย? ” มิโดริน้ำตาไหลพราก ๆ เป็นทางเมื่อนึกถึงเพื่อนจอมป่วนของเขา ทั้ง 2 มองหน้ากันแล้วหน้าซีดเหงื่อตก

“เห็นทีต้องใช้วิธีของมายะซะแล้วแฮะ มิโดริ ! จับให้แน่นนะ…จะบินแล้ว !! ” เด็กหนุ่มตะโกนเตือนให้คนซ้อนท้ายเกาะเอวเขาให้แน่นพร้อมกับบิดแฮนด์เพื่อเร่งเกียร์โชคเกอร์ให้เร็วขึ้น พอเห็นว่ามีจังหวะก็ซิ่งยกล้อไต่ไปตามกำแพงอย่างหลบพวกตำรวจได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย (?)

“คะ…ไค…ไหนนายบอกว่าซิ่งแบบมายะไม่เป็นไง…? “

“ก็ซิ่งแบบมายะไม่เป็น แต่ซิ่งแบบเอลเป็นนี่” คำเดียวรู้ผล คู่สนทนานั่งเงียบตั่วสั่นไปตลอดทางเลย

ทางด้านมายะ…

“ไง…มายะ ! มาทำอะไรตรงนี้เหรอ? “ หนึ่งในหนุ่มแก๊งซิ่งจอดรถทักทายร่างบางที่ซิ่งตีขนาบข้างมาอย่างรีบร้อน

“อ้าว ! พวกพี่ ๆ เห็นคู่หูของผมบ้างหรือเปล่า? “ ทั้งหมดมองหน้ากันแล้วส่ายหน้าตอบ

“ถ้าเป็นริน…เพื่อนของนาย…ไม่เห็นหรอก…เอ่อ…เดี๋ยวนะ ลูกพี่โทรมาน่ะ” ผ่านไปชั่วครู่ก็หันหน้ากลับมาคุยกันตามเดิม

“เมื่อกี้…พี่ไซยูกิโทรมาเหรอฮะ? “ คู่สนทนาพยักหน้าแล้วบอกสัญญาณอะไรบางอย่างให้กับเพื่อนร่วมแก๊งหลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป

“อืม…เขาโทรมาบอกให้ช่วยหารินด้วยน่ะ เดี๋ยวยังไงก็โทรเข้ามือถือทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงละกัน แยกกันตรงนี้”

“อืม…ฝากด้วยนะฮะ”

แต่ถึงจะช่วยกันค้นหายังไงก็หาไม่เจอซักที เสียเวลาไปเกือบครึ่งค่อนวันก็ยังหาไม่เจอ พอถึงเวลาพักทั้งหมดก็มาจอดเทียบท่ากันตามจุดที่นัดหมายเอาไว้ นั่นก็คือ…บูทของมอเตอร์ปาร์คเซ็นเตอร์

“เจอเปล่า? “ ไคกับมิโดริต่างพากันนั่งหอบ พูดไม่ออกได้แต่ส่ายหน้าลูกเดียว พอหันไปถามพวกเพื่อน ๆ ของไซยูกิก็ได้คำตอบเช่นเดียวกัน

“หึ ! ไม่เลย เหนื่อยฟรี”

“มีทางเดียว…โทรเข้ามือถืออีกรอบ ถ้าคราวนี้หาไม่เจอคงต้องพึ่งตำรวจซะแล้วล่ะ” มายะกดเบอร์ของรินแล้วรอชั่วครู่

“เป็นไง? “ มิโดริกระซิบถามแต่ก็ถูกดันออกห่างจากตัวมือถือ

“คราวนี้ติดแฮะ ฮัลโหล…ริน ใครน่ะ? อะไรนะ? อยู่ไหน? เฮ้ย ! ฮัลโหล? ฮัลโหล? “ ร่างเล็กพยายามกดเรียกสายซ้ำอีกรอบแต่คราวนี้กลับเงียบไม่มีสัญญาณตอบรับเหมือนกับถูกปิดเครื่อง

“รินอยู่กับใครน่ะ? “ ซากะกับไซยูกิเดินเข้ามาร่วมแจมปัญหาด้วย

“ไม่รู้ฮะ ผมนึกไม่ออกว่าใคร”

“จะเป็นเจ้าซินค์หรือเปล่า? เจ้านั่นยิ่งเป็นประเภทเจ้าคิดเจ้าแค้นอยู่ด้วย“

“เป็นไปไม่ได้หรอก…มิโดริ ไอ้บ้านั่นมันยังนอนซมอยู่ในโรงพยาบาลอยู่เลย”

“ทำไมถึงแน่ใจขนาดนั้น? “ ไคพูดเสียงสูงเน้นคำตอบ

“ก็…ฉันเป็นคนเตะผ่าหมากมันเองนี่นา นั่นก็หมายความว่าเรื่องที่มันบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาลก็ต้องมีฉันอยู่ในเหตุการณ์ด้วยใช่ไหมล่ะ? “ ทั้งหมดหน้าซีด…นี่ขนาดบอกว่ากลัวจนร้องไห้ตัวสั่นนะเนี่ย…ยังโหดขนาดนี้…ถ้าเจ้านี่สติดีสงสัยไม่เหลือแหง ๆ น่ากลัว…

“แล้วจะเอายังไงล่ะ? “

“ก็คงจะไปตามคำของมันล่ะ แต่ผมไม่กลัวคำขู่บ้า ๆ นั่นหรอก กำลังใจดีอย่างนี้…สบายอยู่แล้วน่า” มายะยิ้มบางแล้วสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ออกจากบูทไปคนเดียวโดยไม่ฟังคำทัดทานจากคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย

“ขอให้เจ้านั่นไม่ทำอะไรผลีผลามก็พอแล้วล่ะ กลัวจริง ๆ เวลามายะโกรธ” ไคกับมิโดรินั่งหน้าซีดเมื่อนึกถึงวีรกรรมเก่า ๆ ที่เจ้าเพื่อนตัวดีเคยก่อเอาไว้ในอดีต ทั้งคู่หลับตาปี๋พร้อมกับนึกภาวนาในใจว่าขออย่าให้มีใครเข้าโรงพยาบาลอีกเลย…ได้โปรดเถอะ

ผ่านไป 20 นาที มายะก็ซิ่งมาถึงจุดนัดพบตามที่คนในโทรศัพท์บอก ซึ่งนั่นก็คือแมนชั่นของมายะนั่นเอง (ขยายความ: มายะพักอยู่กับรินที่แมนชั่นของรินเอง เพราะเขาไม่สามารถแต่งเพลงตอนกลางคืนได้ถ้าอาศัยอยู่ที่แมนชั่นของตัวเองเนื่องจากเป็นการรบกวนชาวบ้านยามดึก ถ้างงก็กลับไปอ่านตั้งแต่ตอนต้น ๆ นะจ๊ะ)

“เอ้า ! ฉันมาตามที่แกบอกแล้วนะ ไหนล่ะ..ริน? “ เงียบ…ไร้เสียงตอบกลับ เด็กหนุ่มนึกฉุนจึงตะโกนถามกลับไปอีกครั้ง คราวนี้โชคดีที่มีเสียงตอบกลับมา ถึงแม้เสียงเอคโค่นั่นมันออกจะกวนประสาทหน่อยก็เถอะ

“รินจังอยู่ตรงนี้ อยากได้ก็มาเอาเองเด้ !! “ มายะถึงกับผงะถอยหลัง…เสียงของใครฟะ? น่าเกลียดชะมัด ทั้งดุทั้งแหบ…

“ห้ามทำอะไรรินนะเฟ้ย ! “ พูดเสียงดังทำใจดีสู้เสือพลางกระย่องขาตัวเองเบา ๆ ไปตามทางเดินหน้าห้องรับแขก…ใจเย็นไว้…มายะ รินไม่เป็นอะไรมากหรอก…ไม่เป็นอะไรชัวร์ ๆ ใจเย็นน่า…เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าปอดตัวเองลึก ๆ แล้วกระชากลูกบิดเปิดประตูห้องรับแขกหวังจะให้คนข้างในห้องตกใจเพื่อจะได้ทำตามแผนได้สะดวกมือ แต่สิ่งที่ตอบกลับมาก็คือ…หน้ากากแม่มดที่มีเสียงหัวเราะได้ มายะแทบจะลมจับ พูดไม่ออก ล้มลงนั่งแผละอยู่ตรงนั้นอย่างกับเจอผีหลอก ถ้าหากคนที่ใส่หน้ากากบ้า ๆ นั่นไม่ยอมถอดหน้ากากมาขอโทษก็คงไม่รู้อยู่ดีว่านี่คือคนบ้าไม่เต็มหรือว่าตัวอะไรกันแน่

“ฮัลโหล ! มายะ ไม่ได้เจอกันตั้งนานแน่ะ สบายดีเหรอ? เมื่อกี้ขอโทษนะ…ไม่ได้นึกว่านายจะกลัวขนาดนั้น…โทษที“ ชายหนุ่มผมสีแดงไหม้รีบฉุดคนตรงหน้าให้ลุกขึ้นพลางขอโทษขอโพยซะยกใหญ่พร้อมกับกล่าวคำทักทายไปด้วยในตัว

“ชะ…โช? นายมาทำอะไรที่นี่น่ะ? แล้วโจรลักพาตัวล่ะ? นายไม่เห็นมันเหรอ? “

“หึ ! จะมีได้ยังไงเล่าก็ในเมื่อคนที่เรียกนายมามันฉัน” เครื่องหมายคำถามผุดขึ้นเต็มใบหน้า มายะจับต้นชนปลายไม่ถูก…นี่เราโดนหลอกเหรอเนี่ย?! …หมายความว่าไงน่ะ? …แต่ก่อนที่จะงงไปมากกว่านั้นตัวปัญหาก็เดินดุ่ม ๆ ออกมาจากห้องรับแขก

“มายะ ! นายมาได้จังหวะพอดีเลยนะ ขอบใจมากนะ…โช อุตส่าห์โทรไปเรียกมาให้ พอดีเลย…มานี่ ๆ มีเรื่องให้นายช่วยหน่อย” รินว่าพลางฉุดกระชากลากถูเพื่อนตัวเองให้มาดูผลงานไอทีที่ตัวเองทำเอาไว้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ

“ริน…นี่นายมาหมกตัวอยู่แต่ในห้องของฉันตลอดวันเลยเหรอ? แล้วทำไมไม่เปิดมือถือ? คนเขาเป็นห่วงรู้ไหม? “ ร่างเล็กได้ทีก็ว้ากเอา ๆ ใส่คู่สนทนาพร้อมกับเข็กหัวไปเต็ม ๆ แรง

“น่า ๆ โทษที ๆ เผอิญมีเรื่องที่ต้องทำตัวคนเดียวน่ะ ก็เลยไม่อยากให้ใครมากวน อ๊ะ ! แต่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวนะ เรื่องที่ฉันตัวคนเดียวต้องทำต่างหาก ไม่ต้องมองแบบนั้นเลย” มายะมองไปที่ตัวคอมพิวเตอร์ที่เพื่อนของเขาทำค้างอยู่ในวินเพจ (ก็ Windows นั่นล่ะจ้ะ) ในนั้นมีแต่ภาพดูไม่ได้ของนักร้องหนุ่มคู่ปรับตัวฉกาจของมายะ…ซินค์แห่ง La Noir Phantom ตั้งแต่ภาพหลุด ๆ ฮา ๆ จนถึงภาพทะลึ่งลามก แล้วยังมีข้อความเขียนเน้นย้ำความผิดเอาไว้ใต้ภาพแต่ละภาพอีกต่างหาก

“นายไปเอาภาพกับข่าวพวกนี้มาจากไหนน่ะ? “

“ไปขอมาจากพี่ซากะ เมื่อคืนนี้ฉันเอาเรื่องของนายไปปรึกษากับพี่เขา…ก็เลยได้รูปกับเนื้อข่าวพวกนี้มา กะว่าจะสแกนแล้วอัพเป็นเวบแฉให้พวกแฟน ๆ เขารู้น่ะ จำนวนคลับมันจะได้ลดลง…เจ๊งไปเลยก็ดี…สมน้ำหน้า ! อยากทำนายร้องไห้ดีนัก !! “ มายะมองเพื่อนซี้ของตัวเองด้วยแววตาหวั่นผวา…ไม่นึกแฮะว่าหมอนี่จะมีนิสัยเหมือนเรา…น่ากลัวชะมัด…ยิ่งอยู่ยิ่งคล้ายเข้าไปทุกที…

“แล้วนายเรียกฉันมาทำไม? “

“ก็ช่วยทำให้เวบมันดูสวยมีชีวิตชีวาน่าเข้ามาดูหน่อยสิ ฉันทำแบบนายไม่เป็นน่ะ…ไม่ใช่โปรเฟสชันเนอร์หรอก” ร่างบางมองหน้าเพื่อนอย่างอิดหนาระอาใจแต่ก็ยังอดที่จะแอบหัวเราะเบา ๆ ในลำคอไม่ได้

“เออ ๆ รู้แล้ว…หลีกสิ…จะทำให้มันเช้งวับไปเลย” เด็กหนุ่มใช้สารพัดโปรแกรมจนออกมาดูดีเยี่ยมน่าสนใจแล้วอัพโหลดเข้าเวบทันที

“เสร็จแล้วใช่หรือเปล่า? “

“อืม…ริน ขอบใจมากนะ…เรื่องคราวนี้” เจ้าตัวส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนตอบ

“ไม่เป็นไรหรอก เรืองแค่นี้เอง…ทีนายยังช่วยเรื่องของฉันเลย เพื่อคู่หู…แค่นี้สบายอยู่แล้วล่ะ” รินตบไหล่คู่สนทนาเบา ๆ แล้วเดินคล้องบ่าอดีตเพื่อนอย่างโชกับคู่หูแสนดีอย่างมายะออกจากแมนชั่นกลับไปยังบริษัทอย่างหน้าชื่นตาบาน แต่ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น…เพราะทันทีที่ก้าวเท้าเหยียบบริษัทก็เจอเสียงด่าขรมของเพื่อน ๆ ในวงบวกกับบทลงโทษของยามะซ้ำลงไปอีก…เหนื่อยจนแทบจะขาดใจตายคาที่เลยล่ะ…

เพียงแค่ข้ามคืน…รุ่งเช้า…ข่าวอื้อฉาวทั้งหลายของซินค์ก็ถูกเผยแพร่ผ่านทางอินเตอร์เนทไปทั่วโลก ซิงเกิลที่กำลังจะวางแผงก็ต้องถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด การเล่นไลฟ์ตามคลับต่าง ๆ ก็ต้องระงับอย่างกะทันหัน แม้กระทั่งการสัมภาษณ์ตามสื่อต่างๆ ก็ยังถูกยกเลิก รวมไปถึงภาพแฟชั่นต่าง ๆ ก็ถูกแบนเอาท์ด้วยเช่นกัน เป็นอันว่าแผนแก้เผ็ดของมายะและรินเป็นอันสำเร็จตรงตามเป้าหมายสมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็บอกแล้วไง…คนที่เล่นบ้า ๆ กับหนุ่มน้อยหน้าหวานน่ะ…มันไม่เคยโชคดีเลยสักราย…

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1