
CD 17
มายะ เอาน้ำไหมครับ? ซาอิยื่นกระป๋องน้ำโค้กมาแตะที่ต้นแขนของคู่สนทนาเป็นเชิงถามฮะ ขอบคุณ เอ่อ ซาอิซังฮะ ถามอะไรหน่อยสิ มือเบสหนุ่มตาเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าแล้วก้มหัวลงมาคุยกับหน้าหวาน
มีอะไรครับ?
ซินค์เขาเป็นเสือไบฯ อย่างที่พวกนักข่าวว่าเหรอฮะ? สิ้นคำถามก็ตามด้วยเสียงระเบิดหัวเราะดังลั่นห้องพัก
อ้าว !? นี่คุณยังไม่รู้อีกเหรอเนี่ย? ใคร ๆ ก็รู้กันหมดแล้วนะ
ผมรู้หรอกน่า แต่ว่า มันไม่ค่อยอยากจะเชื่อซักเท่าไรน่ะสิ
เอางี้ ! ผมขอถามหน่อยละกันว่าตั้งแต่คุณเจอเจ้าบ้านั่น มันทำอะไรคุณหรือเปล่าล่ะ? มายะนั่งหลับตากอดอกนึกทบทวนถึงเรื่องที่ซินค์ทำกับเขาแล้วสบัดหน้าพรึด
อย่าพูดดีกว่าฮะ นึกแล้วขนลุกชอบกล แหวะ เด็กหนุ่มบีบคอตัวเองอย่างเหลืออด ทำให้คู่สนทนาร่างสูงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก้มตัวหัวเราะจนน้ำตาเล็ด
หึ ในเมื่อรู้แล้วก็อย่ามาถามผมสิครับ โอย ปวดท้อง
อย่าหัวเราะเยาะผมนะ !! มีอย่างที่ไหนบ้าง? รู้ว่ามีแฟนแล้วยังมาขโมยจูบแถมยังทิ้งรอยคิสมาร์คเอาไว้อย่างนี้อีก ซาอิสะอึก หัวเราะไม่ออก เขาจ้องหน้าร่างเล็กเหมือนจะย้ำถาม
แฟนคุณ ริวเฮย์?
ก็ใช่น่ะสิ ! คุณเองก็เคยทำงานกับเขามาก่อนตอนที่ยังเป็นอินดีส์นี่นา น่าจะรู้ว่านิสัยเป็นยังไงนะ
ตาย ๆ ๆ ๆ ไอ้ซินค์ ไอ้บ้า ! แกทำอะไรของแกวะ?! ซวยแล้วไหมล่ะ ซาอิกุมหัวตัวเองแน่นแล้วบ่นพึมพำเหมือนคนโลกแตก มายะเองก็ได้แต่ถอนหายใจเท่านั้น แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าการกระทำทั้งหมดได้อยู่ในสายตาของคน ๆ หนึ่งอยู่ตลอดเวลา
ทำอะไรงั้นเหรอ ซาอิ? อยากรู้นักหรือไง? หรือว่ากลัวเจ้าริวเฮย์มัน? จริงสินะ นายเคยอยู่วง Angel ก่อนที่มิโดริจะเข้ามานี่นา คงจะรู้ความบ้าของเจ้านั่นดีเลยล่ะสิ ซินค์ที่ยืนแอบฟังอยู่เงียบ ๆ หน้าห้องเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่แฝงไว้ด้วยแววตากร้าว ทำให้เพื่อนร่วมวงเงียบออกอาการผวาเล็กน้อย เขาเดินไปหาเด็กหนุ่มพลางมองอย่างเอาเรื่องแต่ก็ใช่ว่าคนอย่างมายะจะปล่อยให้เขาหาเรื่องอยู่ฝ่ายเดียว
อย่าหาเรื่องซาอิซังเขานะ ซินค์ คุณทำผิดแล้วยังมีหน้ามาทำเหมือนไม่รู้เรื่องอีกเหรอ? หน้าด้านที่สุด ! คุณน่ะ โอ๊ย !! ชายหนุ่มห้ามโทสะตัวเองต่อไปไม่ได้แล้ว เขาฉุดข้อแขนของคู่สนทนาให้เดินตามเขาออกจากห้องไปโดยไม่สนใจว่าร่างเล็กจะรู้สึกเจ็บและหวาดกลัวมากเพียงใด
ระหว่างทางมายะตะโกนร้องโวยวายด่าชายหนุ่มตลอดเวลา ทำให้ใครต่อใครต่างพากันมองด้วยความงุนงงแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องของพวกเขาแม้แต่คนเดียว เพราะพวกเขาเหล่านั้นต่างหวาดกลัวกับแววตาดุดันที่ฉายตาออกมา พอมาถึงห้องเก็บเสียงร่างสูงก็ผลักเด็กหนุ่มจอมโวยให้เข้าห้องไปแล้วปิดประตูห้องพร้อมกับล็อคกุญแจแน่น
จะทำอะไรน่ะ? ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกมือใหญ่ดันให้ยืนติดกับผนังห้อง
ทำไมผมต้องตอบคุณ? ซินค์ย้อนถามเสียงต่ำแฝงไว้ด้วยความเย็นชาและดุดันพร้อมกับยกศอกของตนขึ้นวางคร่อมระหว่างหน้าหวาน
ซินค์ ! ผมไม่ใช่ของเล่นของคุณนะ ปล่อย !!
มายะดันร่างของคู่สนทนาออกห่างเมื่อรู้สึกตัวว่าเขากำลังอยู่ในอันตรายผมไม่เคยเห็นคุณเป็นของเล่นเลยนะ ชายหนุ่มว่าเสียงยวนพลางโน้มหน้าเข้ามาใกล้หวังจะขู่ให้กลัวเล่น แต่พอเห็นใบหน้าหวานทำหน้าดุส่งสายตากร้าวเพื่อจะต่อต้านเขากลับห้ามอารมณ์คุมสติตัวเองไม่อยู่ ริมฝีปากอุ่นจูบซับกลิ่นหวานที่ริมฝีปากบางแล้วเลื่อนไปประทับรอยเก่าซ้ำที่ต้นคอแถมยังสร้างรอยใหม่เอาไว้อีกหลายรอย มือไม้เริ่มละไล่ไปตามเนื้อนวลก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หว่างขาคู่เล็ก
อึก ลองทำบ้า ๆ กับผมดูสิ น้องชายของคุณจะใช้การไม่ได้ตลอดชีวิตแน่ ๆ อะ อา มายะครางกระเส่าเมื่อร่างสูงตรงหน้าเริ่มจะปลุกอารมณ์ของเขาให้กระเจิดกระเจิง และก่อนที่จะมีอะไรเกินเลยมากกว่านั้น เด็กหนุ่มพยายามตะครุบข้อมือแกร่งให้หยุดการกระทำของเขา แต่ สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความรุนแรงที่หนักหน่วงมากกว่าเดิมจนความรู้สึกเริ่มหวิวเคลิ้มตามอารมณ์ไป
ก็ลองดูสิ คุณทำไม่ โอ๊ยยยย !!!! ด้วยความที่เจ้าตัวรักเดียวใจเดียวและทิฐิสูง พูดคำไหนย่อมเป็นคำนั้น ร่างเล็กตบหน้าหนุ่มจอมยวนเข้าให้ฉาดเบ้อเร่อตามด้วยเตะผ่าหมากแถมซ้ำอีกรอบปล่อยให้ล้มลงไปนอนร้องโอดโอยกับพื้น
ฉันบอกแล้วไงล่ะ ว่าน้องชายของนายต้องใช้การไม่ได้ ไอ้เสือบ้า !!
หนุ่มน้อยตะโกนแว้ดแล้ววิ่งออกนอกห้องไป ยังดี ที่เสื้อผ้ายังไม่ถูกออกแม้แต่ชิ้นเดียวเว้นแต่จะโดนรูดซิปกางเกงเท่านั้นอูย โอย เจ็บ ซินค์กุมเป้ากางเกงตัวแน่น ใบหน้าซีดเขียวเหงื่อผุดพรายเต็มไปหมด เล่นโหดแฮะ อูย
เป็นไงล่ะ ซินค์? ก็เคยบอกแล้วว่าอย่าไปหาเรื่องกับมายะซังเขา รายนี้ขอเลยว่าอย่าแกล้งดีกว่า ถ้าเจอตอกกลับมาล่ะก็ น่ากลัวสุด ๆ ไอค์พูดพลางดึงปีกแขนของเพื่อนขึ้นเกยไหล่พร้อมกับพยักหน้าให้ซาอิมาช่วยอีกแรง
สำเร็จทุกราย แต่รายนี้ไม่เสร็จนายแฮะ นายอย่าไปดูถูกมายะซังเขาดีกว่านะ ซินค์ แล้วนี่จะไปห้องอัดหรือจะไปโรงพยาบาลล่ะ? มือเบสหนุ่มถามกวนพลางยิ้มอารมณ์ดี
ไม่ต้องถามเลย ไปโรงพยาบาลก่อนว้อย เจ็บ ตกเย็น ณ ห้องของริน
เฮ้ย อย่างนั้นเลยเหรอ?
ก็เออเซ่ !! ไอ้บ้ากาม ! ไอ้โรคจิต ! ไอ้เสือบ้า ! ไอ้ผีทะเล ! ไอ้ตัณหากลับ ! ไอ้ ไอ้ ไอ้ รินลูบหลังเพื่อนหน้าหวานเบา ๆ เพื่อปลอบพลางถอนใจอย่างหน่ายเหนื่อย
เอาน่า นายทำใจเย็น ๆ ก่อนเถอะนะ มายะ ในเมื่อเรื่องมันจบลงด้วยดี นายก็ไม่จำเป็นต้องห่วงอะไรอีกแล้วนี่ หรือจะคิดแกล้งล้างแค้นเขาเพื่อซ้ำให้ตายอีกเรอะ?
ไอ้ล้างแค้นน่ะ ทำแน่ แต่ พรุ่งนี้ ฉันจะทำหน้ายังไงดีล่ะ? พรุ่งนี้ฉันต้องเจอริวเฮย์โกรธแน่ ๆ ทำไงดี?! ร่างบางผมสีม่วงใจหายวาบ ลืมไปสนิทเลยแฮะ พรุ่งนี้พวกเราต้องทำงานร่วมกับพวกยามะซังนี่นา แล้วที่คอของเจ้านี่มีแต่รอยจูบเต็มไปหมดอย่างนี้ ต่อให้เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ริวเฮย์ซังก็เข้าใจผิดได้เหมือนกันล่ะ จะให้ใส่เสื้อปิดคอก็ยังไงอยู่ จะเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วจะให้ใส่เสื้อแบบนั้นก็เพี้ยนเกินไปแฮะ ยิ่งจับผิดง่ายเข้าไปใหญ่ ได้การล่ะ
พรุ่งนี้นายใส่เสื้อเชิ้ตของนายไปตามปกติละกัน ส่วนเรื่องที่เหลือฉันจะให้มิโดริกับยามะช่วยจัดการให้ นายนอนพักเอาแรงก่อนดีกว่า ราตรีสวัสดิ์ รินเอ่ยพลางฉุดให้เพื่อนร่างเล็กล้มตัวนอนลงบนเตียงตามเขาอย่างหมดแรง
วันรุ่งขึ้น
ไฮ ! มายะ รินด้วย
หวัดดี ทั้ง 2 หนุ่มโบกมือทักแล้วหยุดยืนคุยกับคนตรงหน้า
โอ้โห เสื้อใหม่แฮะ สีดำสะดุดตาเชียว ยี่ห้ออะไรเนี่ย? Christine Dior?! นี่นายเปลี่ยนรสนิยมไปชอบใส่แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน? อุ๊ก !! มิโดริกระชากปกเสื้อ T-Shirt ของซุยออกห่างจากมายะอย่างฉุนสุด ๆ
ช่างมายะเขาสิ เขาจะใส่เสื้ออะไรก็เรื่องของเขาน่า งานยังไม่เสร็จก็รีบ ๆ ไปทำซะ ซุย ร่างสูงหัวเราะแฮะ ๆ แล้วรีบวิ่งออกนอกวงสนทนาไป
มิโดริ โหดกับซุยเขาเกินไปแล้วนะ รินว่าพลางหัวเราะคิก
นี่ยังน้อยไปต่างหาก รู้ไหมว่าหมอนั่นมันทำอะไรเมื่อคืน? ร่างเล็กพูดเสียงงอนขึ้นจมูก
จะไปรู้เรอะ ทั้งคู่ตอบแบบพร้อมเพรียงกันมากด้วยใบหน้าอันใสซื่อเกินเหตุ ทำให้คู่สนทนาตกใจจนแทบจะล้มทั้งยืน
69 ไงล่ะ ปวดไปทั้งตัวเลย วันนี้ เออ ใช่ ! เมื่อเช้ารินโทรมาทำไม? หนุ่มหน้าหวานยังอยู่ในโหมดสวิซท์ออฟ จนคู่สนทนาต้องตะโกนถามซ้ำอีกครั้งถึงจะออนได้
อะ อ๋อ มีเรื่องให้ช่วยน่ะ รินพยักหน้าเป็นเชิงให้กับคู่หู แล้วเดินไปเรียกคนรักตัวเองที่เดินคู่กันมากับเพื่อนของเขา ทันทีที่มายะเห็นริวเฮย์เขาสะบัดหน้าหนีไม่กล้าสบตาด้วย แม้แต่พูดทักทายก็ไม่กล้า
มีเรื่องอะไรหรือเปล่า มายะ? นายไม่เคยหลบสายตาของริวเฮย์เลยนี่นา ไม่สบายเหรอ? ร่างบางส่ายหน้าเบา ๆ เป็นคำตอบ
มิโดริ มากับฉันหน่อยได้ไหม?
ได้ ริน ! เดี๋ยวฉันเข้าห้องอัดช้าหน่อยนะ บอกให้ไครอด้วยละกัน มิโดริร้องบอกให้เพื่อนของเขารู้แล้วเดินตามคู่สนทนาไป
ณ โรงอาหาร
เอาล่ะ ! มีเรื่องอะไรก็พูดออกมาได้เลย ตอนนี้มีกันอยู่แค่เรา 2 คนเท่านั้น เด็กหนุ่มผมม้าเอ่ยขึ้นพลางยื่นกาแฟกระป๋องให้แล้วลากเก้าอี้ออกมาพร้อมกับค้อมตัวนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม
นายรู้จักซินค์ไหม?
ไม่น่าถาม ก็พอสมควรเลยล่ะ ก็ ก่อนหน้าที่ฉันจะเข้าวง Angel ฉันอยู่กับหมอนั่นมาก่อนนี่ แล้วหลังจากนั้นซาอิก็ออกจากตำแหน่งเบสของ Angel ไปอยู่กับซินค์ ส่วนฉันก็เข้ามาเล่นตำแหน่งเบสแทนซาอิ มันเหมือนกับการแลกเปลี่ยนมือเบสระหว่างวงนั่นล่ะ ทำไมเหรอ?
นายรู้จักนิสัยหมอนั่นขนาดไหน? มิโดริดื่มกาแฟก่อนตอบ
ก็ใช้ได้ ถ้าพูดเรื่องงานก็เอาจริงเอาจังดีนะ แต่เสียอยู่อย่าง เป็นพวกเจ้าชู้แถมชอบทำตัวลักไก่ 2 แง่ เดี๋ยวก็จีบผู้ชายเดี๋ยวก็นอนกับผู้หญิงมั่วไปหมดจนคนในวงพากันเดือดร้อนเพราะเรื่องของหมอนั่น ตอนแรก ๆ ก็ช่วย ๆ กันเตือน แต่ไป ๆ มา ๆ ก็เลิกไปเพราะไอ้ความมั่วของซินค์มันชินจนเป็นสันดานดัดไม่ได้แล้ว
ฉันอยากให้นายดูอะไรบางอย่าง แต่ขอร้อง อย่าเอาไปบอกใครเด็ดขาดเลยนะ ร่างเล็กพยักหน้ารับคำหนักแน่นแล้วตั้งใจมองสิ่งที่เพื่อนของเขาอยากจะให้ดู มายะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออก 2 3 เม็ดแล้วเลิกสาบเสื้อตรงต้นคอออก
เฮ้ย ! มายะ นายไปทำอะไรมา? นี่มัน..รอยคิสมาร์คไม่ใช่เหรอ? นาย มิโดริร้องลั่นเมื่อเห็นรอยแดงเต็มแผงคอของคู่สนทนา
โทษที ฉันไม่ได้ไปนอนกับใครมาทั้งนั้นล่ะ แต่นายรู้ไหมว่าใครทำ? หนุ่มน้อยส่ายหน้าหงึก แต่ฉับพลันก็นึกถึงชื่อของคน ๆ หนึ่งได้ คนที่เพื่อนของเขาเคยพูดสบประมาทเอาไว้ในบทสัมภาษณ์ต่าง ๆ
อย่าบอกนะว่า ซินค์ คู่สนทนาพยักหน้าหงึกแล้วไม่พูดอะไรต่อนอกจากจะกลัดกระดุมให้เข้าที่เหมือนเดิม
ก็อย่างที่นายเดา เจ้าเสือไบตัวนั้นล่ะ
มันทำอะไรกับนาย มายะ? ร่างบางกัดฟันกรอดพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมา
เมื่อคืนก่อนที่พวกนายไปดื่มกันที่ผับ ฉันก็กลับบ้านตามปกติ แต่ระหว่างที่เดินเลี้ยวออกนอกถนนใหญ่ก็เจอซินค์ หมอนั่นอาสาว่าจะขับพาฉันมาส่งที่คอนโด ฉันปฏิเสธบอกว่าไม่แต่เจ้านั่นก็ใช้กำลังฉุดขึ้นรถไป ระหว่างก็ทะเลาะกันตลอดแล้วฉันก็กระโดดลงจากรถพอดีกับที่พวกแก๊งซิ่งขับปาดหน้า โชคดีที่ซินค์วิ่งลงมาช่วยไว้ทันก็เลยเฉี่ยวโดนแค่ข้อเท้า ไอ้เราคิดอยากจะขอบใจที่ช่วยเหลือแต่หมอนั่นกลับขโมยจูบ แถมเมื่อวานนี้ มันก็มาชวนเดทถึงหน้าคอนโด รินเองก็นึกสนุกเลยแกล้งยัดเยียดให้ฉันออกไปกับเจ้าบ้าซินค์ หลังจากนั้นก็
หลังจากนั้นเจ้าซินค์มันก็แกล้งขู่นายเล่น แถมยังฝากรอยบ้า ๆ นี่เอาไว้ด้วย ไม่แฟร์เลย ซินค์ ถ้าฉันไม่ไปด่าไอ้หมอนั่นเองคงไม่มีทางที่เรื่องจะจบลงอย่างง่าย ๆ หรอก มายะ แล้วนายจะทำยังไงดีล่ะ? ริวเฮย์เป็นประเภทฤทธิ์หึงแรงซะด้วย ยังไงฉันจะพยายามพูดให้หมอนั่นเข้าใจละกันแต่ทางที่ดีที่สุดนายต้องไปพูดขอโทษแล้วปรับความเข้าใจกับเขาเองจะไปเข้าใจอะไรกันล่ะ แค่เห็นรอยก็รู้แล้วว่าคนรักนอกใจ แล้วอย่างนี้มันจะมีโอกาสขอโทษอีกหรือไง? ฉันไม่เคยคิดที่จะตีจากเขาเลยนะ ไม่เคยเลย ฮึก มายะพูดพร้อมกับก้มหน้าฟุบกับโต๊ะปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น
มายะ มิโดริรู้สึกสงสารเพื่อนหน้าหวานของเขาที่ต้องเจอกับเหตุการณ์บ้า ๆ อย่างนี้ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนอกจากจะปลอบใจให้หยุดร้องไห้เท่านั้น
ทางด้านริวเฮย์ ยามะ และริน
ซินค์มันทำอย่างนั้นกับมายะ? บ้าเกินไปแล้ว เจ้านั่นก็รู้นี่ว่าเวลาริวเฮย์โกรธมันน่ากลัว ยามะพูดพลางปาดคอตัวเองเป็นนัย
ใช่ ผมเองก็กลัวเหมือนกัน ตอนแรก ผมคิดจะแกล้งมายะเล่นเพื่อจะได้ลดทิฐิกับดัดนิสัยของเขาที่ชอบพูดดูถูกคนอื่น แต่เมื่อวาน มายะกลับมาแล้วร้องไห้ ผมก็เลยคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว เพราะคู่หูของผมไม่เคยซักครั้งที่จะร้องไห้ออกมา เขาเข้มแข็งมาก ริวเฮย์ คุณจะทำยังไงกับเรื่องนี้ล่ะ? รินพูดเสียงต่ำแล้วมองไปทางริวเฮย์ที่ยืนเงียบมาตั้งแต่ต้น
ไม่รู้สิ แต่ที่ผมรู้แน่ ๆ ก็คือ อยากต่อยเจ้าเสือบ้านั่นให้จมมิดดินมากที่สุด มันทำมายะร้องไห้ ผมไม่อยากเห็นน้ำตาของคนรักตัวน้อยของผมซักเท่าไรหรอก อีกอย่าง มายะเป็นคนรักเดียวใจเดียวแถมทิฐิสูง เขาไม่มีทางที่จะไปอ่อนข้อให้ใครมาเล่นกับเขาง่าย ๆ ผมรู้ แต่ว่าผมเองก็ไม่ได้คิดโกรธมายะเลยนะ รินกับยามะถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อรู้คำตอบของชายหนุ่ม
แล้วนายว่าตอนนี้มายะเขาคิดกับนายยังไง ริวเฮย์? ถ้าให้เดา มายะเขาก็คงไม่กล้าพบหน้าฉันหรอก ถึงแม้ไม่ใช่ตัวต้นเหตุและไม่ได้เป็นคนก่อเรื่องขึ้น แต่มีรอยอยู่อย่างนั้น เขาก็รู้สึกผิดเต็มที่แล้วล่ะ ฉันกลัวว่าเขาจะเข้าใจฉันผิดมากกว่าน่ะสิ
ก็นายดันเป็นคนขี้หึงนี่หว่า ใคร ๆ ก็รู้ เพื่อนร่างยักษ์ว่าพลางกระดิกนิ้วชี้อย่างกวนประสาท
ริวเฮย์ ผมว่านะ คุณไปหามายะแล้วไปพูดกับเขาดี ๆ อย่างน้อย ผมคิดว่าหมอนั่นต้องเข้าใจอะไรบางอย่างแน่นอน ผมขอตัวนะ ไคเมล์ลเรียกให้เข้าห้องอัดแล้วล่ะ รินพูดพลางจูงมือคนรักของตนให้เดินตามเขาไป
ถึงแม้ว่าทุกฝ่ายทำท่าเหมือนจะเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ยอมพูดจาหัวเราะหยอกล้อกันเหมือนเคย แถมยังเพิ่มดีกรีความตึงเครียดขึ้นไปอีกเท่าตัวเลยทีเดียว ราวกับจะขู่ทางอ้อมว่า เรื่องที่รู้กันห้ามพูดออกมาเด็ดขาด มีงานอะไรก็ทำไป
หลังเลิกงาน
อ้าว? ยังไม่กลับบ้านอีก มายะ? ทั้งบริษัทเหลือนายกับริวเฮย์เท่านั้นนะ ไคเดินเข้ามาหยิบกระเป๋ากีตาร์ของตัวเองในห้องอัดแล้วเดินเลยมาทักทายเพื่อนร่างเล็กที่อยู่เรียบเรียงเสียงที่ห้องแอเรนจ์รูมด้วย
อือ ขอเช็คสเกลหน่อย เดี๋ยวก็กลับแล้วล่ะ
นี่มันจวนจะ 2 ทุ่มแล้วนะ มอเตอร์ไซค์นายยังซ่อมไม่เสร็จไม่ใช่เหรอ? แล้วจะกลับยังไงล่ะ?
ก็ค่อย ๆ เดินกลับบ้านไงล่ะ รินเองก็ไปค้างที่บ้านมิโดริ คงไม่มีใครมานั่งรอฉันหรอก นายเองก็ไปเถอะ เอลรออยู่นะ
ตามใจละกัน แต่ถ้ากลับไม่ได้จริง ๆ ก็ค้างที่นี่ อย่าฝืนเดินนะ เลย 4 ทุ่มไปแถวนี้เงียบจนน่ากลัวมากเลยล่ะ ไปนะ
อืม มายะโบกมือลาแล้วก้มหน้าลงใส่เฮดโฟนเช็คเสียงอีกรอบ เขาไล่สายตาตามแทบสเกลที่เขียนอยู่ในโน้ตเพลงพลางเปิดวอลูมเสียงคอยฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ตรงไหนที่ผิดก็จะใช้ดินสอทำตำหนิเอาไว้ให้สมาชิกในวงแก้ ซึ่งงานนี้ถ้าไม่ใช่คนที่มีสมาธิและเทคนิคสูงทำล่ะก็ ผลงานที่ออกมาจะต้องเหลวยิ่งกว่าโจ๊กแน่ ๆกว่างานเช็คเสียงเสร็จก็ล่วงเข้าไปเกือบ 3 ทุ่มครึ่ง เด็กหนุ่มเก็บของเข้าเป้ตัวเองแล้วยกกองแฟ้มเอกสารกับโน้ตเพลงไปเก็บไว้ในตู้เก็บเอกสาร พอทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินสะพายเป้ออกจากบริษัทไปพลางมองนาฬิกาข้อมือของตน ตายล่ะ 3 ทุ่ม 45 จะกลับยังไงดีล่ะ กว่าจะเดินไปถึงป้ายก็ราว ๆ 10 โมงกว่าแถมเวลานั้นไม่มีรถแล้วด้วย รู้งี้น่าจะเชื่อคำพูดของไคก็ดีหรอก เฮ้อ
ยังไม่กลับอีกเหรอ มายะ? เจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือกหันกลับไปตามเสียงเรียก ริวเฮย์ เอ่อ งานเพิ่งเสร็จน่ะ ว่าจะ กลับอยู่พอดี หนุ่มน้อยพูดเสียงสั่น เขากลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับคน ๆ นี้
แล้วกลับยังไง? แล้วรินล่ะ?
เดินกลับ มอเตอร์ไซค์ยังซ่อมไม่เสร็จ ส่วนริน ไปค้างบ้านมิโดริ ชายหนุ่มถอนใจพลางยื่นมืออกมาจับข้อแขนของคู่สนทนาแล้วลากเดินออกจากตัวบริษัท
ไปกับผมดีกว่า ผมหิวแล้วด้วย กินอาหารมื้อค่ำที่ Olivias Dream ก่อนแล้วค่อยกลับบ้านก็แล้วกัน
บ้าน? อยู่กันคนละทางเลยนะ ผมจะกลับยังไง?
ใครบอกว่าจะให้คุณกลับคอนโด คุณต้องไปค้างบ้านผมต่างหาก ริวเฮย์พูดกลั้วหัวเราะแล้วออกแรงลากร่างเล็กให้เดินตามเขาไป
ผ่านไป 30 นาทีกว่าจะมาถึงร้านหน้าสถานี พอเข้าร้านได้ชายหนุ่มก็รีบจองโต๊ะทันทีแถมยังเลือกมุมหรูซะด้วย มุมเงียบ ๆ มืด ๆ ที่เหมาะกับช่วงเวลาโรแมนติคมาก ผ่านไปซักพักอาหารพร้อมเสริฟก็ถูกนำมาจัดวางเรียงรายไว้บนโต๊ะ
เชิญครับ มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง กล่าวเชิญเสร็จก็ลงมือหยิบมีดหยิบส้อมขึ้นรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แต่ว่า คนที่มาด้วยแทบจะไม่แตะอาหารเลยแม้แต่นิดเดียว พอถูกคะยั้นคะยอหนักเข้าก็ยอมกลืนอาหารลงท้องไปอย่างพะอืดพะอม แต่กินแค่ไม่กี่คำเท่านั้นก็บอกว่าอิ่ม
ผมจะกลับแล้วล่ะ ขอบใจที่เลี้ยงมื้อค่ำผม ผมกลับเองได้ มายะโค้งลาพลางเลื่อนเก้าอี้กลับเข้าที่แล้วสาวเท้าเดินออกจากโต๊ะอย่างเชื่องช้า
เดี๋ยวสิ ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณนะ มายะ อยู่รอผมหน่อยสิ เด็กหนุ่มยืนค้าง เงียบ เขารู้ดีว่าชายหนุ่มต้องการพูดเรื่องอะไร
พูดตอนนี้เลยดีกว่า ร่างสูงวางมือจากการรับประทานแล้วเดินมาฉุดคอเสื้อของคนตรงหน้าให้ล้มลงไปนั่งที่ตักเขาพลางรวบเอวบางเอาไว้ไม่ให้หนีด้วย ร่างบางตกใจกับสิ่งที่คู่สนทนาทำจึงดิ้นพล่านมือเล็กพยายามแกะข้อแขนแกร่งที่รวบเอวเขาอย่างหวาดผวา
ผมไม่เคยโกรธคุณเลย เรื่องที่คุณเจอ ผมไม่โกรธ ผมรู้หมดแล้วล่ะ หนุ่มน้อยชะงัก เขาส่งสายตาถามย้ำ
เมื่อกี้คุณพูดว่าไม่โกรธ รู้หมดทุกอย่างแล้ว ผมฟังไม่ผิดใช่ไหม? คู่สนทนาพยักหน้า
ผมได้ยินเรื่องทั้งหมดจากริน ผมไม่โกรธคุณแต่ อยากจะฆ่าเจ้าซินค์นั่นมากที่สุด มันทำให้คุณร้องไห้
ผมร้องเพราะกลัวคุณจะโกรธและเกลียดผมต่างหาก เรื่องของซินค์น่ะ ผมไม่โกรธหรอก ผมมีวิธีล้างแค้น มายะพูดด้วยรอยยิ้มเหี้ยม ตรงนี้ล่ะ ที่น่ากลัวสยองขวัญมากที่สุด เพราะงั้น ก็เลยไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องเขาซักเท่าไรนัก ยกเว้น คนบ้าอย่างซินค์เท่านั้น
แล้วจะกินข้าวต่อไหม? ริวเฮย์ถามพลางคลายวงแขนให้เด็กหนุ่มลงมายืนสบายขา
อืม แต่ยังกลุ้มอยู่เลย คงกินไม่ได้มากหรอก พูดพลางพยักหน้าเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงรับประทานอาหารตามเดิม
หลังจากจ่ายค่าอาหารเสร็จก็ขึ้นรถไฟกลับบ้าน ตอนนี้ ถึงแม้จะไม่มีใครพูดอะไรแต่ ต่างฝ่ายต่างก็รู้ถึงความรู้สึกอบอุ่นที่เกิดขึ้นภายในใจได้ พอกลับถึงบ้านริวเอย์ก็รีบจัดแจงเปิดไฟให้สว่างทั่วแล้วรีบจัดแจงเก็บข้าวของที่รกรุงรังเต็มบ้านให้สะอาดภายในพริบตา หลังจากนั้นก็รีบเอาน้ำชากับขนมปังมาเสริฟให้แขกหน้าหวาน
รอนานหรือเปล่า? มายะส่ายหน้าตอบ
ไม่เป็นไรหรอก ผมรอได้
มายะ ผมอยากถามคุณอีกข้อ คุณตอบผมได้ไหม? เจ้าตัวพยักหน้าหงึก
ได้ ถ้าคำตอบมันไม่หนักเกินความคิดของผม ร่างสูงเอนหลังพิงกับโซฟาพลางมองคู่สนทนาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาแปลก ๆ
คุณรู้สึกยังไงเวลาที่ซินค์มันทำเรื่องบ้า ๆ กับคุณ เงียบ ไร้คำตอบ ภายในสมองของเด็กหนุ่มปั่นป่วนกับคำพูดของคนตรงหน้า เขาพยายามเรียบเรียงคำพูดและเอ่ยออกมาให้ดูปกติ แต่น้ำเสียงกลับสั่นเทาก็เกินกว่าจะปิดบังได้
รู้สึกยังไง มันจุกไปหมด หัวสมองมันตื้อ ทั้งตัวมันสั่นไม่หยุด กลัว กลัวมาก กลัวจริง ๆ โดนขโมยจูบแถมยังทิ้งรอยคิสมาร์คเอาไว้อีก ถ้าไม่ใช่คุณ ผมไม่เอาเด็ดขาด มายะกำมือที่สั่นแน่นจนเลือดห้อและเย็น เขาอดที่จะหวนนึกถึงเรื่องวิปริตที่เกิดขึ้นกับเขาไม่ได้ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งหน้าซีดตัวสั่น หน้าอกจุกแน่นจนแทบอยากจะอาเจียนออกมา ริวเฮย์กัดฟันกรอดแล้วกระชากร่างบางเข้ามากอดเอาไว้ในอ้อมแขนอุ่นเอาล่ะ ผมจะไม่ถามเรื่องนั้นกับคุณอีกแล้ว อย่ากลัวไปเลย มายะ ใจเย็น ๆ นะ มายามิ พูดเสียงต่ำพลางลูบหัวแผ่วเบาเพื่อปลอบโยน แต่ แค่นั้นก็ทำให้ทำนบน้ำตาของเด็กหนุ่มพังทลายลงมาได้ง่ายเหลือเกิน เขากระชับอ้อมแขนแกร่งแน่นแล้วปล่อยเสียงร้องไห้ของตัวเองออกมาอย่างสุดที่จะฝืนทน
ริวเฮย์ ผมเสียใจ ขอโทษ ขอโทษ ผมบอกแล้วไง ผมไม่โกรธคุณหรอก คนดี เงียบซะนะ
เสียงสะอื้นเศร้าของมายะเล็ดลอดให้ได้ยินเป็นระยะ เขาร้องไห้นานพอสมควร เขาไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมงหรือว่าอยู่ที่ไหนด้วยซ้ำ ได้แต่ร้องไห้และพูดขอโทษกับเสียใจเท่านั้น ในหัวมันตื้อไปหมด สมองเหมือนกับหยุดสั่งการไปชั่วขณะ
มายะ ! หลับไปหรือเปล่า? เข้าไปอาบน้ำตั้ง 2 ชั่วโมงแล้วนะ ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเหลียวมองรอบ ๆ ตัว ห้องน้ำ จริงสิ เราร้องไห้แล้วเพลียก็เลยขอตัวมาอาบน้ำนี่นา
อะ เดี๋ยวผมจะออกแล้วล่ะ ขอเสื้อเชิ้ตให้ผมด้วย
หนุ่มน้อยเดินออกจากห้องน้ำพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งแล้วตะโกนเรียกให้ชายหนุ่มไปอาบน้ำต่อจากเขา ส่วนตัวเขาเองขอตัวขึ้นห้องไปนอนพักผ่อน แต่พอเปิดประตูเข้าไปก็แทบจะระเบิดเสียงหัวเราะ ห้องยังรกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย แถมดูดี ๆ เหมือนกับจะรกมากกว่าเดิมซะด้วยแฮะ
นี่มัน เดโมเทปซิงเกิล Cat Boyz นี่นา อะไร Cat Boyz ~MAYA Ver.~ ของขวัญฉลองออกซิงเกิลที่ 2 มายะเปิดตลับเทปออกแล้วหยิบเนื้อร้องออกมาอ่านดูคร่าว ๆ เนื้อเดิมนี่นา เปิดฟังดีกว่ามั้ง การกระทำเร็วกว่าความคิด เขารีบหยิบซาวด์อเบาท์ออกจากเป้แล้วเปิดเดโมเทปฟังทันที ในขณะที่หูฟังปากก็ร้องคลอตามไปด้วย แต่พอฟังจนถึงท่อนจบหน้าก็แดงขึ้นมาอย่างกะทันหันเพราะในท่อนสุดท้ายดันมีคำพูดหวาน ๆ ของชายหนุ่มใส่ลงไปด้วย เนื้อร้องเดิม ผมจะร้องให้คุณฟังเพียงคนเดียว ยังจำได้อยู่อีก เด็กหนุ่มกระชากเฮดโฟนออกแล้วเก็บเข้าเป้ตัวเองอย่างกระวีกระวาดเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าขึ้นบันไดตรงมาที่ห้องนอน ส่วนเดโมเทปเขาก็รีบเอาไปเก็บไว้ที่เดิมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำไมไม่เปิดไฟล่ะ? เดี๋ยวสายตาเสียหรอก ร่างสูงถามพลางลงกลอนปิดประตู
ผมชอบห้องที่มืด ๆ นี่นา มันเงียบดี ริวเฮย์ถอนใจอย่างหน่ายๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปควานหาสวิทซ์ไฟที่ผนังห้อง แต่ก็ถูกห้ามเอาไว้ด้วยมือคู่เล็ก
มายะ? ชายหนุ่มมองที่คู่สนทนาอย่างงุนงงแต่แล้วก็รู้สาเหตุเมื่อร่างบางกุมปกคอเสื้อเชิ้ตของตนเองแน่น
ขอร้อง ขอแค่คืนนี้เท่านั้น อย่าเปิดไฟเลยนะ
กลัวผมเห็นรอยที่เจ้านั่นทำเอาไว้อย่างนั้นเหรอ? มายะสะดุ้งเฮือกแล้วรีบเดินถอยหลังห่างออกจากคนตรงหน้าไป แต่ก็ช้าเกินกว่าวงแขนแกร่งที่ฉุดเอวเขาเอาไว้ หนุ่มน้อยพยายามดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม ทว่า ไร้ผล ขณะนี้ ความอึดอัดในบรรยากาศเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ การสบแววตาซึ่งกันและกันในนี้เหมือนกับการเผชิญหน้ากับศัตรูก็ไม่ผิด คนหนึ่งกลัว อีกคนก็เดาใจไม่ถูก
ปละ ปล่อยผม ปล่อยเถอะ ได้โปรด ริวเฮย์ เด็กหนุ่มตกใจเป็นรอบที่ 2 เมื่อเสื้อเชิ้ตถูกถอดออกจากตัวไปกองที่พื้นอย่างง่ายดาย
หึ ถึงแม้ไม่มีแสงไฟ แต่ผมก็มองเห็นรอยบ้า ๆ พวกนั้นดีหรอกน่า มายะ คุณปิดไม่มิดหรอก ร่างสูงหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางช้อนร่างในวงแขนไปที่เตียงใหญ่พร้อมกับถอดเสื้อคลุมของตนออกแล้วขึ้นทาบทับร่างเล็กทันที
ริวเฮย์ คุณจะทำอะไรน่ะ? อย่านะ ริวเฮย์ มายะพยายามดันร่างใหญ่ที่ขึ้นคร่อมเขาแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะลุกออกไปเลย ยิ่งทำก็ยิ่งกลับกลายเป็นการสร้างความเหน็ดเหนื่อยและความกลัวให้กับตนเอง น้ำใส ๆ ไหลออกมาจากนัยน์ตาคู่สวย
ไม่ต้องกลัว ผมแค่อยากลบคิสมาร์คพวกนี้ออก เพราะคุณเป็นของผมเท่านั้น มายามิ พูดเสียงต่ำพลางโน้มหน้าลงแนบกับซอกคอของคู่สนทนา มือข้างหนึ่งเชยคางมนอีกข้างช้อนสอดเอวบางแน่น
อึ๊ อา อย่า เสียงครางจากร่างเล็ก ๆ ไม่สามารถหยุดอารมณ์ของชายหนุ่มได้เลย ตรงไหนที่มีรอยอัปยศฝังอยู่ก็ถูกริมฝีปากอุ่นจูบเม้มหนักย้ำซ้ำรอยเดิมลงไปแทนที่แล้ววกกลับมาปิดปากนุ่มดูดกลืน และควานหารสชาติอันหวานหอมอย่างไม่รู้เบื่อ
มายะ ริวเฮย์มองคนรักของตนด้วยสายตาอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกประหลาด ชายหนุ่มละจากจูบแล้วเลยไปที่ซอกคอลากลิ้นอุ่นไล้ผ่านรอยที่ตัวเองทำเอาไว้แล้วเน้นเพิ่มรอยใหม่เข้าไปอีก 2 3 รอย ก่อนจะมาหยุดหยอกเล่นกับแผ่นอกขาวบางฝ่ามือร้อนไล้ลากจากหน้าท้องน้อยผ่านเลยมาที่กลางหว่างขาปลุกอารมณ์คนตรงหน้าให้กระเจิดกระเจิง จนเรียกกลับคืนไม่ได้
อึก พอแล้ว หยุด อ๊า อารมณ์พิศวาสถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมหยาดน้ำตาใส มายะหอบตัวโยนพร้อมกับโอบกอดแผ่นหลังกว้างของร่างสูงไว้แน่น เขารู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมที่ลุกล้ำเข้ามาภายในตัวเขาอย่างเชื่องช้าและค่อยๆ เร็วขึ้นจนถึงขีดสุดของความรู้สึก เด็กหนุ่มกรีดร้องลั่นพร้อมกับน้ำสีขาวขุ่นที่ไหลไปตามต้นขาอ่อน
เหนื่อยแล้วหรือ มายะ? ร่างบางเอนหลังนอนราบกับเตียงนุ่มหลังจากผ่านมรสุมใหญ่มาหมาด ๆ คิดในใจว่าไม่เอาอีกแล้วแต่พอได้ยินคำพูดเย้าแหย่เช่นนี้ก็เกิดอารมณ์ฉุนอยากชนะขึ้นมา เขาปาดเหงื่อทีติดตามใบหน้าออกแล้วยิ้มยวนพร้อมกับพูดว่า
เสียใจ ไม่พอหรอก คนอย่างผมมันทิฐิแรง แล้วบทรักรอบที่ 2 ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่พวกเขาทั้งคู่ได้รับคืออารมณ์พิศวาสที่เติมเต็มของกันและกันอย่างไม่รู้จักเบื่อ และหิวกระหายตลอดค่ำคืนนั้น
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]