nightfairy.gif (21745 bytes)

CD 16

“เอารถจอดไว้ที่ไหนน่ะ? ผมเจ็บขาอยู่ไม่อยากเดินไกลนะ”

“อ้าว !? อยู่ตรงหน้าโทนโท่แท้ ๆ ทำไมหันไปมองทางอื่นล่ะ? “ ซินค์พูดยวนเสียงต่ำแล้วชี้ไปที่รถ BMW คันหรูที่จอดห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น ร่างบางนิ่งเงียบตาโตค้างเหมือนกับมีเครื่องหมายคำถามเต็มหน้า

“จำได้ว่าเมื่อวานนี้เป็นรถสปอร์ตนี่นา ไหงวันนี้…”

“ก็คนมันรวย อยากจะมีซักกี่คันก็ทำได้อยู่แล้ว ขึ้นรถเถอะ…เดี๋ยวสายแล้วเดทไม่สนุก”

“เออ ! ขอให้รวยจริงเถอะ”

พอถอยรถออกมาได้ซินค์ก็เหยียบซิ่งเกิน 110 ทันที ชายหนุ่มบอกกับคู่สนทนาว่าจะพาไปรู้จักกับคนในวงและจะพาไปดูงานของพวกเขาที่บริษัท ซึ่งเจ้าบริษัทที่ว่าก็อยู่ไม่ไกลจากบริษัทโชว์รูมของโฮโจ ไซยูกิ ผู้ที่กำลังจะเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของซากะ…พี่ชายหน้าหวานของเขา แน่นอนว่าอย่างมายะที่เคยเกลียดขี้หน้าไซยูกิ มีหรือที่จะไม่เข้ามาป่วนที่โชว์รูมนี้…นั่นก็หมายความว่าเขาต้องรู้ทางหนีทีไล่ดีแน่ ๆ …หึ ! ถ้าเจ้าซินค์มันพาเราออกนอกทางล่ะก็…สนุกแน่…จะป่วนให้ไม่กล้ามายุ่งกับเราเลย…คอยดู…

“คิดอะไรอยู่น่ะ? หัวเราะอยู่ได้” ร่างสูงแตะเบรคให้รถชะลอความเร็วลงก่อนจะหันหน้ามาขอคำตอบจากเด็กหนุ่ม

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผม” ความฉุนฉีดเข้าเส้นประสาททันที ซินค์เหยียบคันเร่งจนมิดแล้วเลี้ยวรถเข้าซอยเปลี่ยวและจอดรถเข้าข้างทาง

“อ๋อ…เรื่องส่วนตัวงั้นเหรอ? แล้วถ้าอย่างนี้ยังจะพูดอีกไหมว่าผมไม่จำเป็นต้องรู้…หือ? ” อารามตกใจ…เด็กหนุ่มร้องลั่นเมื่อมือใหญ่เชยคางของเขาขึ้นแล้วประทับรอยจูบเม้มลงไปเต็มแรงที่ต้นคอ เสื้อโค้ทถูกกระชากทิ้งไปกองไว้ที่พื้นรถเหลือแต่เสื้อกล้ามหนังกับกางเกงยีนส์เท่านั้น

“อย่า…อย่านะ…ผมขอโทษแล้ว…ไม่พูดแล้ว…” ได้ผล…ในที่สุดก็พ้นจากจุดเสี่ยงอันตรายแล้ว มายะลอบถอนหายใจอย่างหวาด ๆ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นสบสายตาเคืองของคู่สนทนา

“รู้ตัวก็ดี เมื่อกี้ผมให้อภัย แต่ถ้ามีอีอกผมไม่ปล่อยไว้แน่” เจ้าตัวพยักหน้ารับคำอย่างหวาด ๆ …อันตราย…อันตรายที่สุด…เคยได้ยินว่าหมอนี่ไม่ชอบคำพูดแบบนี้ก็จริง…แต่ไม่คิดเลยว่าจะโกรธถึงขนาดนี้ ต้องระวังคำพูดหน่อยแล้ว…น่ากลัว…

ซินค์สตาร์ทรถอีกครั้งแล้วเข้าเกียร์ขับถอยออกมาจากซอยไปทางถนนใหญ่ ระหว่างทางแทบจะไม่มีใครพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เพราะเจ้าตัวเองก็รู้ว่าเขาทำรุนแรงเกินไปกับคนตรงหน้า ส่วนอีกคนที่เงียบก็เพราะกลัวว่าถ้าพูดอะไรออกไปแล้วจะสร้างความเดือดร้อนให้กับตัวเองอย่างแสนสาหัส ผ่านไปนานพอสมควรที่จะมีคนยอมเอ่ยปากชวนพูดคุย

“มายะ…คุณอยากจะไปไหนบ้าง? “

“…เอ๋? “

“ผมถามว่าคุณอยากจะไปไหน? คิวอัดเสียงของผมอยู่รอบบ่าย 2 น่ะ ก็เลยว่างจนถึงเที่ยง“ มายะนิ่งคิดชั่วครู่แล้วอยู่ ๆ ก็ยิ้มบางที่มุมปากเหมือนแผนร้ายได้

“…ไปห้าง BIK ที่อิเคบุคุโร่หน่อยสิ ผมอยากไปซื้อ CD ที่นั่น”

“ได้ ผมเองก็อยากจะไปซื้อเสื้อเหมือนกัน” พูดเสร็จก็ตบเกียร์เหยียบคันเร่งพุ่งฉิวขึ้นทางด่วนไป

ผ่านไป 20 นาทีก็มาถึงห้าง BIK ที่อิเคบุคุโร่จนได้…

“ขนาดวันธรรมดาคนยังเยอะขนาดนี้ ถ้าเป็นวันหยุดจะเยอะขนาดไหนนะ อ๊ะ…ขอโทษครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ? ผมขอโทษจริง ๆ นะครับ…ไม่เป็นไรนะครับ” ร่างเล็กพูดขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่เมื่อเขาเดินไปชนหญิงวัยกลางคนท้องแก่เข้า หญิงสาวส่ายหน้าบอกไม่เป็นไรแล้วเดินสวนทางออกนอกห้างไป

“เขาไม่ติดใจอะไรก็ดีแล้วนี่ จะเก็บเอามาคิดมากทำไมกันอีก ไปเถอะ…ไปซื้อของกัน จะได้ไปที่ฟาสต์ฟู้ดเซ็นเตอร์ด้วย ผมหิวแล้วล่ะ”

“แต่ผมยังไม่หิวนี่ พาผมมาเดททั้งทีก็น่าจะตามใจผมสิถึงจะถูก”

“…ก็ได้ ผมนี่ไม่น่าลืมเลยนะ มาเดททั้งทีน่าจะตามใจคุณซักหน่อย เอางี้ ! เพื่อเป็นการไถ่โทษ คุณอยากได้อยากกินอะไรผมเลี้ยงเอง” พูดพลางยกมือขึ้นเป็นคำสัญญาแทนการขอโทษ…ให้ตายเถอะ ปากหวานได้ตลอดเวลาเลยแฮะ…ไอ้หมอนี่…ดีล่ะ…แกล้งให้ถลุงเงินเล่นดีกว่า…มันจะได้เข็ดไม่กล้ามายุ่งกับเราอีก คงสนุกไม่น้อยเลยล่ะมั้ง…

“คุณพูดเองนะ” มายะยิ้มร่าแล้วลากคู่สนทนาเดินลิ่ว ๆ ไปร้านอาหารชั้นเลิศ 5 ดาวที่อยู่ติดกับแผนกกิฟท์ช้อป

“คุณรออยู่นี่ละกัน เดี๋ยวผมจะสั่งอาหารที่เคาท์นเตอร์เอง” พูดเสร็จก็เดินหน้าบานไปออเดอร์เมนู

“ไง…มายามิ? “ ชายหนุ่มเสียงห้าวที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของร้านเดินออกมาตบไหล่ทักทาย

“พี่อาอิ สบายดีหรือฮะ? “

“อื้ม…ก็เรื่อย ๆ นะ ลูกค้าก็หน้าเดิมทั้งนั้นเลย”

“แต่ได้ยินข่าวว่าเขาจะเปิดสถาบันกวดวิชาแห่งใหม่แถว ๆ นี้นี่ อย่างนี้พี่ก็น่าจะมีลูกค้าเพิ่มไม่ใช่หรือฮะ? หรือว่าไง? “ อาอิถอนใจยาวพลางส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ

“ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ก็ดีสิ แต่นี้พี่ไม่มีงบจะไปจ้างคนมาโฆษณาให้พี่นะ”

“เหรอฮะ ผมขอโทษด้วยที่พูดออกไปอย่างนั้น”

“ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่ซากะสบายดีเปล่า? ได้ยินว่าไซยูกิยอมประกาศหยุดแข่งชั่วคราวเพื่อมาดูแลหมอนั่นนี่”

“พี่เขยไซยูกิฮะ…เรียกให้ถูกหน่อย อีกไม่กี่เดือนเขาก็ย้ายบ้านมาอยู่กับพี่ซากะแล้ว” ร่างสูงหัวเราะร่วนนำตาเล็ดขำกับคำเรียกสรรพนามตัวแทนที่เด็กหนุ่มตั้งขึ้น

“แล้วเราไม่ชอบหน้าเขาไม่ใช่เหรอ? “ มายะผงกหัวหงึก

“ก็ขัดพี่ซากะไม่ได้นี่ พี่อาอิเป็นเพื่อนกับพี่ชายผมมานานน่าจะรู้นิสัยหัวรั้นของพี่เขาดีนะ”

“ลำบากนายหน่อยนะ แล้วนี่รินสบายดีไหม? “

“ก็สบายดี…มีแฟนแล้วด้วย” ชายหนุ่มตาโตเลิกคิ้วสูง

“แฟนของริน…ใคร? ใครกันที่เป็นแฟนของเจ้าหนูนั่น? เด็กที่มีนิสัยกระโตกกระตากอย่างนั้นน่ะนะ…จะมีแฟน? พี่คิดว่าผู้หญิงคงจะตาไม่ดีแน่ ๆ เลยล่ะถึงได้เลือกผิดคน” หนุ่มน้อยหัวเราะร่วน นึกขำที่คู่สนทนาไม่รู้เรื่องว่าที่สามีในอนาคตของคู่หูหน้าหวาน

“โธ่ ! แล้วใครบอกเล่าว่าเจ้านั่นมีแฟนเป็นผู้หญิง รินน่ะมีแฟนชื่อยามะซังครับ…พี่อาอิ”

“ยามะ…ผู้ชาย…ไปได้ถึงขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?! ถ้านายคนเดียวยังว่าไปอย่างเพราะยังไงพี่น้องนิสัยมันก็ต้องเหมือนกันอยู่แล้วล่ะ“ มายะนึกฉุนแกมแปลกใจในคำประชดของคู่สนทนา

“หมายความว่าไง? “

“ตามที่พูด เอ้อ ! แล้วนั่นใครน่ะ…แฟนเหรอ? “

“ไม่ใช่แฟนหรอกฮะ วันนี้เขาเมาพับอยู่ที่บ้านของเขา ส่วนนั่น….ซินค์…จอมป่วนมากกว่าล่ะไม่ว่า ผมถูกรินบังคับให้มาเดทกับเขานะ ผมเกลียดหมอนั่นที่สุด…ร้ายกาจ เจ้าเล่ห์ แถมยังเป็นเสือไบฯด้วย พี่อาอิ…เอาเมนูออกมาเถอะฮะ เดี๋ยวผมจะรีบกินมื้อเที่ยวแล้วไปทำธุระที่อื่นต่อ”

“ได้ จะสั่งอะไรล่ะ? “ อาอิเดินเข้าไปหลังร้านไปหยิบเมนูอาหารเล่มหนามาให้ร่างเล็กเปิดเลือกดูตามใจชอบ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมสั่งซักทีได้แต่เปิดไปเปิดมาเท่านั้น…มีแต่เมนูที่ไม่แพงทั้งนั้นเลย สงสัยต้องสั่งเซ็ทพิเศษแบบทำให้กระเป๋าฉีกจนเย็บไม่ติดเลยดีกว่ามั้ง…

“พี่อาอิมีอะไรที่แพง ๆ ไหมฮะ? เอาแบบแพงขนาดที่ลูกเศรษฐีรูดบัตรไม่ทันเลยน่ะ”

“มีน่ะ…มี แต่…” มายะยิ้มหวานปนเจ้าเล่ห์นิด ๆ ก่อนจะยื่นเมนูคืนให้แก่ชายหนุ่ม

“งั้นก็ดี…เอามาให้หมดทั้งเซ็ทเลยนะฮะ เดี๋ยวผมจะไปรอที่โต๊ะนะฮะ” พูดเสร็จก็โบกมือเป็นเชิงลาแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะกับซินค์

“สงสัยจะเกลียดขี้หน้าจริง ๆ แฮะ ไม่งั้นคงไม่แกล้งกันขนาดนี้แหง ๆ “

ผ่านไปชั่วครู่อาหารสุดหรูก็ถูกนำออกมาเสิร์ฟเรียงรายไว้บนโต๊ะ

“สั่งอะไรไปบ้างเนี่ย…มายะ? “

“…ของโปรดผมทั้งนั้นล่ะน่า คุณมีหน้าที่จ่ายเงินก็จ่ายเงินไปไม่ต้องพูดมาก”

หลังจากยัดอาหารเข้าท้องเสร็จก็ถึงเวลาที่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งราคารวมที่ปรากฏในบิลแทบจะเกินหลักหมื่นทั้งนั้น…ดูซิ แพงขนาดนี้จะเอาอะไรไปจ่ายเขา…มายะยิ้มเจ้าเล่ห์นึกว่าเขาจะชนะเจ้าหนุ่มจอมกวนคนนี้ได้แล้ว แต่…ผิดคาด !!

“อะไรกัน…ถูกขนาดนี้เลยเรอะ? แค่พ็อกเก้ตมันนี่ของผมคงพอแล้วล่ะ” ว่าแล้วก็ควักเอาเครดิตการ์ดออกมาแล้วยื่นให้กับพนักงานเก็บเงินหน้าตาเฉย ซักพักพนักงานคนนั้นก็กลับมาพร้อมกับเงินทอนและบิลแสดงยอดเงินคงเหลือในบัตร

“อะไรมันจะรวยขนาดนี้?! จ่ายเงินเสร็จยังอุตส่าห์เหลือเงินเอาไว้อีกเกือบแสนเยน“ เด็กหนุ่มบ่นเสียงเบากับตัวเอง เป็นอันว่าแผนแรกล้มเหลว !

แผนที่ 2 คือการซื้อของสุรุ่ยสุร่ายไม่ยั้งคิด มีอะไรขวางหน้าก็จะซื้อให้หมด ! แน่นอนว่าคนจ่ายไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากซินค์ ซึ่งก็ล้มเหลวอีกจนได้เพราะเจ้าตัวแสบไม่ได้มีเครดิตการ์ดแค่ใบเดียว เขามีเป็นสิบ ๆ ใบในกระเป๋าจนทำให้เด็กหนุ่มต้องล้มเลิกแผนการทั้งหมดที่จะทำให้ชายหนุ่มกระเป๋าเงินฉีกอย่างฉุนจัด

“อืม…เที่ยงกว่า…ผมต้องเข้าบริษัทแล้วล่ะ คุณจะไปกับผมไหม…มายะ? “ ร่างเล็กเงียบนิ่ง…บริษัทของหมอนี่…ก็ดี ! จะได้ไปดูหน่อยว่าเจ้าพวกนี้บริหารงานยังไง ถือว่าศึกษางานเอาก็ได้…

“ไปสิ ผมอยากเห็นหน้าพวกเพื่อน ๆ ของคุณจะแย่อยู่แล้วล่ะ”

“งั้น…ขึ้นรถ”

จากอิเคบุคุโร่มาที่บริษัทของวง La Noir Phantom ใช้เวลาขับรถอีกประมาณ 45 นาที พอหาที่จอดรถได้ซินค์ก็เดินนำเด็กหนุ่มขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 20 ที่เป็นที่อัดเสียงของเขาทันที

“ไฮ ! ซินค์ ทำตามที่เซ็ทเอาไว้เมื่อวานเลยนะ อ้าว ! นั่นมายะ…มือเบสวง Night Fairy ไม่ใช่เหรอนั่น? ผมไอค์มือกลอง…หวัดดีครับ” แล้วตามด้วยบรรดาเหล่าสมาชิกที่เหลือที่ค่อย ๆ ทยอยมาพูดทักทายทีละคน 2 คน เริ่มจากไอค์ ต่อไปก็เกรฟมือกีตาร์ และซาอิมือเบส ซึ่งแต่ละคนก็จัดได้ว่าเป็นพวกหนุ่มไอดอลรูปหล่อเลยก็ว่าได้ มายะยิ้มบางทักทายกลับไปตามมารยาท

“สวัสดีเช่นกันครับ ผมมายะครับ ยินดีที่ได้รู้จักพวกคุณนะครับ วันนี้ผมขอตามซินค์มาเพราะอยากดูพวกคุณเล่นน่ะ…และอยากถอนคำพูดที่เคยพูดดูถูกพวกคุณเอาไว้ด้วยครับ” พูดจบก็ยิ้มโปรยเสน่ห์แถมอีกนิดแต่หารู้ไม่ว่านั่นคือรอยยิ้มของปิศาจที่แสนจะน่ากลัวเลยล่ะ ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มหน้าหวานวางแผนอะไรในใจอีกแต่คิดว่าคงเป็นแผนที่ทำให้ทุก ๆ คนในวง La Noir Phantom ช็อคซีเนม่าภายในพริบตาได้เลย

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1