nightfairy.gif (21745 bytes)

CD 15

“SHOXX ออกแล้วนะ มีบทสัมภาษณ์ของพวกเรา…อ้อ ! แล้วมีบทสัมภาษณ์ของนักร้องนำของวง La Noir Phantom ด้วยนะ” ไคเปิดนิตยสารที่เพิ่งซื้อมาเพื่อดูผ่าน ๆ แล้วโยนให้กับรินที่นั่งพักผ่อนรอการอัดเสียงต่อจากเอล

“ไหน…ดูหน่อยสิ ฮะ…เฮ้ย ! มายะ !! นายไปให้สัมภาษณ์บ้าอะไรเนี่ย?! “ ร่างเล็กร้องโวยวายลั่นพร้อมกับขว้างหนังสือใส่หน้าตัวเจ้าปัญหาที่นั่งจิบเบียร์กระป๋องอยู่ข้าง ๆ

“…มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ? เห…มายะ มือเบสแห่ง Night Fairy ประกาศกร้าวว่าไม่พอใจที่นักดนตรีร็อคสมัยนี้ชอบแต่งเพลงอิมเมจดาร์คไซด์…ผมไม่ค่อยชอบเพลงที่มีอิมเมจมืด ๆ ซักเท่าไหรหรอก ฟังแล้วเหมือนกับจะต้องไปอยู่ในหลุมศพจริง ๆ เอ….ให้ยกตัวอย่าง…ก็วง La Noir Phantom ไงล่ะ ซินค์ที่เป็นนักร้องนำน่ะ แต่งเพลงได้แย่มาก ในสายตาของผม วงนี้ชอบแต่งเพลงแนวเดิมไม่มีเปลี่ยน ช้า ๆ อึมครืม ฟังแล้วเหมือนจะหลับได้ทุกเวลา เฮ้อ ! ผมคิดว่าผมไม่น่าจะพูดกระทบถึงใครมากมายหรอกนะ…นอกจากซินค์คนเดียว แต่ถ้าหากใครอยากเป็นศัตรูกับผมล่ะก็…มาได้เลย ผมเป็นคู่ต่อสู้ให้ บอกไว้ก่อนว่าเรื่องเพลง…ผมไม่มีทางแพ้ใครแน่ ๆ “ ซุยอ่านจนจบแล้วหันหน้าไปมองตัวต้นเหตุที่นั่งยิ้มร่าทำเหมือนกับไม่รู้ไม่เห็นในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

“มะ…มายะ ทำไมถึงไปลงสัมภาษณ์อย่างนั้นล่ะ? ถ้าเจ้านี่ได้อ่านเข้าคงเป็นเรื่องใหญ่แหง ๆ เลย” มิโดริพูดเสียงสั่นพลางเขยิบตัวถอยห่างคู่สนทนา

“ซินค์…หมอนี่เป็นยังไง? ก็แค่นักร้อง ฉันไม่กลัวหรอก…พี่ซากะน่ากลัวกว่าตั้งเยอะ แค่ผู้ชาย…ธรรมดา…ไร้สาระ”

“จะมีสาระมากก็ตรงที่หมอนี่เป็นพวกไบฯ แถมยังเป็นเสือผู้หญิงตัวยงซะด้วย ในวงการร็อคไม่มีใครไม่รู้จักนิสัยของหมอนี่หรอก อีกอย่าง…ถึงเจ้านั่นไม่รู้จากนิตยสาร…ก็ต้องรู้จากรายการมิวสิคสเตชั่นที่พึ่งไปอัดรายการเมื่อตอนกลางวันนี้แน่ ๆ “ ยามะพูดย้ำเสียงเย็นแล้วเดินออกจากกลุ่มสนทนาไป

“คิดให้ดีก่อนเหอะ…ว่าจะถอนคำพูดหรือจะยืนกรานคำเดิม” รินกับไคตบไหล่เพื่อนรักหน้าหวานแล้วเดินเข้าห้องอัดตามร่างสูงไปทิ้งไว้ก็แค่…

“เสือไบฯ งั้นเหรอ…? “

หลังจากนั้นอีก 3 สัปดาห์ ซิงเกิลใหม่ของ La Noir Phantom ก็ออกวางแผงพร้อมกับการประกาศตัวเป็นศัตรูกับ Night Fairy ทางรายการวิทยุช่วงบ่าย 3 โดยเฉพาะซินค์…เขาประกาศเสียงกร้าวว่าจะเอาชนะมายะให้ได้ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม ทำให้เหล่าบรรดาเทวดานางฟ้าทั้งหลายที่นั่งฟังอยู่เกิดอาการสะดุ้งเฮือกเสียวสันหลังวาบ แต่เหตุการณ์ก็ยังคงเป็นปกติเหมือนเดิมทุกวัน เรื่องการแข่งขันก็ยังคงแข่งกันเป็นปกติ แต่ช่วงระยะหลังนี้ Night Fairy จะแผ่วแรงลงเพื่อเก็บแรงเอาไว้เปิดตัวอัลบั้มเต็มที่กำลังจะวางแผงอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ 3 เพลงที่ยังไม่ได้แต่ง กับอีก 1 เพลงที่เอามารีมิกซ์ใหม่เท่านั้น

“ซินค์ พักนี้พวกนั้นเงียบไปว่ามะ? “

“มั้ง…แต่คงไม่เงียบปกติหรอก ลองมีคนอย่างมายะอยู่ล่ะก็…เงียบก่อนพายุเข้าแหง ๆ “ คู่สนทนาเอียงคอไปมาก่อนจะตั้งคำถามชวนหัว

“นายรู้จักหมอนั่นมาก่อนเหรอ? หรือว่าหลงรักเขาเข้าให้? “

“แต่ก่อน…ฉันเคยไปดูไลฟ์ของหมอนั่นตอนที่ยังอยู่ EZ ไม่อยากพูดเลยว่าตัวเล็ก ๆ อย่างนั้นแต่พลังในการเล่นดนตรีมีมากกว่าพวกเราไม่รู้กี่เท่า จะว่าหลงก็ได้ แต่…ไม่คิดว่าจะเป็นคนที่มีนิสัยขวางโลกอย่างนี้ พูดแบบตรงไปตรงมาไม่รักษาน้ำใจใครเลยแฮะ”

“แล้วนายจะเอายังไง? “ คนตรงหน้ายิ้มเรียบก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัดว่า

“ก็แค่สั่งสอนเบาะ ๆ เท่านั้น ทีหลังจะได้ไม่กล้าพูดอวดดีอย่างนี้อีกไงล่ะ”

วันถัดมา…

“ริน ! วันนี้ไปก๊งกันป่ะ? “ เจ้าของชื่อพยักหน้าร้องอื้อแล้วหันไปถามคนที่นั่งข้าง ๆ ตนว่าจะไปด้วยหรือไม่

“…เอาไง…มายะ? ฉันกะว่าจะติดรถนายไปนะ”

“อืม…วันนี้คงต้องขอผ่านล่ะ ไม่ได้เอามอเตอร์ไซค์มา”

“อ้าว…แล้วเช้านี้มายังไงล่ะ? “

“โธ่…มิโดริ ก็นั่งรถเอลมาสิ เช้านี้ก่อนออกจากบ้านฉันโทรไปเรียกหมอนั่นให้มารับน่ะ” ทั้ง 2 พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“เออ ! แทบแก้เสร็จแล้วล่ะ ว่าแต่…เย็นนี้นายกลับยังไงล่ะ? ริวเฮย์กับมายะจะไปซื้อมือถือใหม่กับพวกเอลนะ“

“ก็คงจะเดินไปนั่งรถเมล์ที่ถนนใหญ่ ไม่ก็เดินไปจนถึงสถานีรถไฟเลย” พูดพลางนั่งเช็คงานพลางอย่างใจเย็น แต่คู่สนทนาอีก 2 หน่ออึ้งกินแถมเงียบจนพูดไม่ออก

“…อะ…เออ…ก็….ก็แล้วแต่นายเถอะ…นายจะทำอะไร…ก็ตามใจนาย พวกเราขอเข้าห้องอัดก่อนละกัน” ว่าเสร็จก็วิ่งตื๋อเข้าห้องไป

“อะไร…แค่บอกว่าจะเดินกลับแค่นั้นเอง ทำไมถึงต้องวิ่งหนีเราด้วย? “ มายะมองตามหลังไปอย่างงง ๆ ก่อนจะวกกลับหันมาดูงานของตัวเองต่อวิ่งจ็

หลังเลิกงาน

“เจอกันพรุ่งนี้ ราตรีสวัสดิ์”

“เช่นกัน” ต่างฝ่ายต่างบอกลาแล้วพากันแยกย้ายไปทางใครทางมัน

“เราเองก็ต้องรีบกลับบ้านเหมือนกัน เดี๋ยวเลย 4 ทุ่มไปไม่มีรถให้นั่งแล้ว” พูดพลางมองนาฬิกาพลางแล้วเดินลอยชายออกจากตัวบริษัทไป

แต่ด้วยความบังเอิญที่วันนี้มีคนทำงานเยอะเป็นพิเศษหรือเปล่าก็มิอาจทราบได้ หนุ่มน้อยของเรายืนรออยู่ที่ป้ายรถเมล์เป็นชั่วโมงแล้วก็ยังหารถเมล์ว่าง ๆ ให้ตัวเองหย่อนก้นพักไม่เจอ

“บ้าที่สุด ! เลย 4 ทุ่มครึ่งไปแล้ว ไม่มีรถรอบพิเศษด้วย สงสัยต้องเดินกลับบ้านตามเคย ทิฐิมากก็ลำบากขาอย่างนี้ล่ะว้า…” บ่นไปเดินทอดน่องลอยชายไปโดยไม่ทันสังเกตว่ามีรถสปอร์ตสีดำแล่นตามหลังมาแต่ไกล

“อืม…รีคอร์ดวันพรุ่งนี้เริ่มบ่าย 2 งั้นเราก็พักยาวยันเที่ยงได้เลยน่ะสิ หือ…นั่นมันมายะนี่นา…ทำไมมาเดินคนเดียวล่ะเนี่ย? อย่างนี้ก็สนุกสิ“ เจ้าของรถยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าเทียบริมฟุตบาทอย่างกะทันหันพร้อมกับหยุดทักทายร่างบางที่ล้มลงไปนั่งแผละอยู่กับพื้นปูน

“เฮ้ย ! ขับรถภาษาอะไรกัน ไม่เห็นว่าคนเดินอยู่หรือไง? มาขอโทษซะ…อ้าว…ซินค์นี่นา” มายะอุทานชื่อคู่สนทนาเสียงดังลั่นเมื่อเขาเห็นว่าชายหนุ่มผมบ็อบสีทองตัวสูงตรงหน้าคือคู่ปรับตัวฉกาจของเขา

“ไงครับ…มายะ? ปกติต้องขับมอเตอร์ไซค์ซิ่งกลับบ้านไม่ใช่เหรอ? ไหงวันนี้ถึงเดินกลับบ้านล่ะ…หือ? “ เด็กหนุ่มทำหน้าเบ้ไม่ค่อยอยากตอบ…แหวะ ! เจอหน้าก็จีบกันง่าย ๆ อย่างนี้เลยเหรอ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย ทุเรศที่สุด…

“บังเอิญวันนี้ผมเอามอเตอร์ไซค์ไปเช็คอะไหล่ที่อู่น่ะ ก็เลยไม่มีรถกลับบ้าน…คงต้องเดินกลับจริง ๆ ขอตัวก่อน…เอ๊ะ ! นี่คุณจะทำอะไรน่ะ?! ปล่อย…บอกให้ปล่อยไงเล่า !! ” ร่างเล็กตกใจโวยลั่นถนนเพราะอยู่ดี ๆ เขาก็ถูกคู่สนทนากระชากต้นแขนลากขึ้นรถแล้วซิ่งออกจากตรงนั้นไปโดยเร็วก่อนที่จะมีญี่ปุ่นมุงกลุ่มใหญ่

“ให้ตายเถอะ ! คุณนี่โวยวายเก่งชมัดเลย ตัวเล็ก ๆ อย่างนี้เอาแรงจอมโวยมาจากไหนกันนะ? “

“จากไหนก็ช่าง ! ปล่อยผมลงได้แล้วนะ นี่มันลักพาตัวกันชัด ๆ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย อย่าให้ผมโวยวายทำลายของในรถคุณนะ…ซินค์” ทว่าชายหนุ่มไม่แยแสต่อคำโวยวายของคนตรงหน้าเลย เขายังคงขับซิ่งปล่อยอารมณ์ของเขาไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งคนโดนลักพาตัวเหนื่อยหมดแรงยอมนั่งกอดอกหน้างอเง้าอยู่กับที่เฉย ๆ

“หมดแรงแล้วเหรอ? โวยต่อสิ…เห็นคุณร้องว้าก ๆ อย่างนั้นแล้วสนุกคลายเครียดดีแฮะ” มายะฉุนจัด เขากระทุ้งศอกเข้าชายโครงร่างสูงเต็มแรงพร้อมกับส่งสายตาถมึงทึงให้อย่างอาฆาตแค้น

“ผมเองก็คิดว่าได้ต่อยคนแล้วก็สนุกดีเหมือนกัน ดีกว่าร้อยโวยวายให้เสียงตัวเองแหบด้วย จอดรถแล้วเปิดประตูให้ผมลงเดี๋ยวนี้เลย ! ไม่งั้นผมกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งไปแจ้งความกับตำรวจจริง ๆ ด้วย” ซินค์กุมท้องตัวเองแน่นแล้วค่อย ๆ ขยับรถจอดเทียบเชิงสะพาน…อะไรกันวะ? ตัวเล็กแค่นี้แต่แรงเยอะชะมัด ทั้งเสียงทั้งคำด่า แถมยังแรงมหาปะลัยนี่อีก…อูย…เจ็บ…ดีล่ะ…

“ถ้าคุณกล้าลงจากตรงนี้เดินกลับบ้านนะ ก็เชิญลงไปได้เลย…ผมอนุญาต เอาสิ ! เชิญ” ขิงก็ราข่าก็แรง ชายหนุ่มเองก็ไม่ยอมแพ้ร่างบางตรงหน้าเหมือนกัน เขาพูดยวนพลางผายมือเชิญให้ลงจากรถไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ขอบใจ” มายะก้าวลงจากรถสปอร์ตคันหรูเดินฉับ ๆ ตามทางที่เขาผ่านมา ยังสร้างความช็อควาไรตี้ให้กับจอมป่วนอย่างซินค์เป็นอย่างมาก…เฮ้ย ! จะเดินกลับจริง ๆ อ้ะ มันไกลจากเดิมตั้งหลายกิโลเลยนะ เล่นด้วยไม่ได้เลยแฮะ…

“เฮ้ ! นี่…มายะ ผมขอโทษ เมื่อกี้ผมล้อเล่น มายะ !! อันตราย” ร่างสูงกระโดดลงจากรถไปกระชากแขนเด็กหนุ่มให้พ้นจากรถของแก๊งซิ่งที่วิ่งสวนทางมาด้วยความเร็วสูง

“…อะ…เมื่อกี้…”

“เฮ้อ ! เซฟ เกือบตายแล้วไหมล่ะ?! เจ้าพวกชอบซิ่งนี่มันน่าจะเอาให้หนัก มายะ…เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณถึงบ้านเลยละกัน ขืนเดินตามถนนใหญ่อย่างนี้ไม่รู้จะมีอะไรโผล่มาอีก ยิ่งคุณตัวเล็ก ๆ อย่างนี้จะเอาแรง…อะไร…ไปสู้…เขาได้…” ชายหนุ่มผมทองเกิดอาการติดอ่างเล็กน้อยเมื่อพูดถึงพละกำลังของคู่สนทนา ทำให้ร่างเพรียวนึกโมโหกระชากแขนกลับพร้อมกับตวาดตอบกลับไปเสียงดังลั่น

“ถ้าหวังแค่จะหาเรื่องด่าคนล่ะก็…ไม่ต้องช่วยกันดีกว่านะ คนเพิ่งจะรอดพ้นความตายมาหยก ๆ ก็มาพูดข่มกำลังใจกันอย่างนี้ ทุเรศที่สุด”

“เอ้า ! ก็ขอโทษแล้วไงล่ะ จะเอาอะไรอีก? ขึ้นรถเถอะ…เดี๋ยวจะพาไปส่ง” ซินค์ยื่นมือออกไปให้เด็กหนุ่มจับแต่กลับถูกตบหลังมืออย่างแรงเป็นการปฏิเสธแทน

“ไม่ต้อง ! ผมไม่ค่อยอยากได้ความช่วยเหลือจากคนอย่างคุณซักเท่าไรหรอก ทำบุญไม่ขึ้น โอ๊ย ! เจ็บขา…เจ็บ…” มายะเตรียมจะหันหลังออกเดินต่อแต่ก็ต้องล้มฮวบลงไปนั่งกับพื้นเพราะอาการปวดขา เด็กหนุ่มน้ำตาปริ่มพยายามจะยันตัวลุกแต่ลุกไม่ขึ้น ยอมนั่งลงถอดรองเท้าออกมาดูข้อขาตรงปลายเท้าของตัวเอง

“เฮ้อ ! ทิฐิสูงอย่างนี้ใครได้เป็นแฟนคงลำบากหน่อยแฮะ มา…ผมดูให้…แพลงนิดหน่อยแต่ช้ำมากกว่า เมื่อกี้คงเฉี่ยวโดนตัวรถแน่ ๆ เลย รถแบบนั้นทำด้วยเหล็กทั้งคันเลยนะ เอาเถอะ…เดี๋ยวผมจะอุ้มขึ้นรถยังไงก็ขอความร่วมมือหน่อยละกัน อย่าดิ้นนะ…เดี๋ยวตกลงไปผมเองก็ช่วยไม่ทันด้วย” พูดพลางถลกแขนเสื้อขึ้นช้อนร่างบางอุ้มเดินไปที่รถแล้วจัดแจงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างชำนาญมือ หลังจากนั้นก็เริ่มถอยรถออกจากเชิงสะพานแล้วขับเข้าถนนใหญ่อีกครั้ง

ระหว่างทางไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว สิ่งที่มีอยู่ระหว่าง 2 คนนี้มีแต่ความอึดอัดกับความเงียบ จนกระทั่ง…

“ขอบ…ขอบใจมาก เมื่อกี้…ขอโทษด้วย…” คำพูดไม่คาดฝันโพล่งออกมาจากปากสีแดงเล็ก ๆ ด้วยอาการเขินอาย ทำเอาคนที่ได้ยินถึงกับหัวเราะลั่นแต่เขาก็พยักหน้ารับอย่างจริงจังไม่ยียวนเหมือนที่ผ่านมา

“ไม่เป็นไรหรอก…คนกันเอง”

“เดี๋ยวเลี้ยวเข้าถนน 2 ตรงแยกหน้านั่นละกัน โทษนะ…มือถือดัง…ฮัลโหล…ริวเฮย์ ! อยู่ไหน? อะไรนะ? เมาพับทั้งก๊ง ! แล้วพรุ่งนี้จะเอาไง? หยุด? งั้นงานที่ผมแพลนไว้ก็ไม่เสร็จน่ะสิ เร่ง? วันมะรืน? อืม…เข้าใจล่ะ งั้น…แค่นี้นะ มีอะไรอีก? อืม…ผมเองก็เหมือนกัน…ราตรีสวัสดิ์” มายะคลี่ยิ้มบางก่อนจะปิดมือถือของตนแล้วเก็บใส่เข้าเป้

“แฟนเหรอ? แถมยังเป็นริวเฮย์มือกลองประจำวงด้วย“

“รู้ได้ไง? “ เจ้าตัวถามด้วยอาการตกใจเล็กน้อย

“ก็ถ้าไม่ใช่แฟนก็คงจะโวยเสียงดังแน่ ๆ คนทิฐิสูงอย่างคุณไม่มีทางหรอกที่จะพูดดี ๆ กับคนที่ไม่ใช่คู่รัก…ถูกไหมล่ะ? “

“ถูกนะ…แต่คุณพูดยังงี้มันชักจะอันตรายยังไงก็ไม่รู้สิ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างก่อนตอบ

“ทำไม? เพราะผมเป็นไบฯ ? จริงอยู่ที่ผมเป็นอย่างนั้นแต่ผมก็รู้จักอะไรเป็นอะไรน่า ไม่แย่งของสำคัญของคนอื่นหรอก ผิดศีลธรรมเปล่า ๆ แต่ถ้าเป็นคุณก็ไม่แน่นะ…มีค่าเหมาะกับการแข่งขันดี“

“ทำอย่างกับว่าผมเป็นของรางวัลชิ้นใหญ่ ใครดีใครได้อย่างนั้นล่ะ” มายะวาดนิ้วตัวเองเป็นสัญลักษณ์ให้คู่สนทนาเลี้ยวตามที่เขาบอก

“ก็แล้วผมพูดผิดหรือไง? คนอย่างคุณเป็นตัวของตัวเองดี…ใคร ๆ ก็ชอบ” ร่างเล็กเงียบพลางนึกฉุนอยู่ในใจ…สมเป็นเสือผู้หญิง หว่านล้อมคนเก่งชมัดแต่…จะเอาชนะมายะคนนี้น่ะ…ฝึกมาน้อยไป…

“เลิกเหอะ ฟังแล้วอยากจะขย้อนเอาอาหารเย็นคืน” ได้ผล…คำพูดตรง ๆ ของหนุ่มน้อยทำให้ชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่พูดยวนอะไรอีกต่อไป เขาทิ้งช่วงเว้นระยะคำพูดไว้นิดหน่อยแล้วเริ่มสนทนาในต้นหัวข้ออื่น

“มายะ…ทำไมคุณถึงให้สัมภาษณ์ใน SHOXX ว่าไม่ชอบแนวเพลงของพวกผม? คุณพูดตรงมากจนเกือบจะทำให้พวกนักวิจารณ์เพลงออกมารวมหัวด่าคุณรู้ไหม? “

“ขอบใจที่เตือน แต่พวกเขาด่าผมไม่ได้หรอก หนึ่งคือเขารู้ว่าผมเป็นคนชอบพูดอะไรตรง ๆ ไม่อ้อมหน้าอ้อมหลัง สองคือคำพูดที่ผมพูดไป 90 % เป็นเรื่องจริงที่นักฟังเพลงส่วนมากพยักหน้ายอมรับ”

“แล้วอย่างเพลง Forest & Sea ที่ผมแต่งล่ะ? กี่เปอร์เซนต์? ” คู่สนทนาชู 7 นิ้วเป็นเชิงบอกแทนคำพูด…เย็นชาสุด ๆ แค่ 70 อีกซักนิดก็ไม่ให้…

“ไม่ต้องมาทำหน้าอย่างนั้นเลย ถ้าอยากชนะก็แต่งเพลงที่ทำให้ผมฟังแล้วพูดออกมาได้เต็มปากว่าเก่งสิ อ้ะ ! จอดหน้าคอนโดนั่นนะ”

“พักอยู่ที่นั่น…หรูดีนี่” ซินค์ชะลอรถจอดเทียบประตูรั้วคอนโดแล้วเปิดประตูให้ร่างเล็กตามมารยาท

“เปล่า…ก็แค่อาศัยเขาอยู่ แมนชั่นของผมอยู่คนละทางกันเลย คืนนี้…ราตรี…? อุ้บ…อื๊อ…” มายะตกใจสุดขีดเพราะเจ้าตัวกำลังเอ่ยคำลาตามมารยาทอยู่ดี ๆ ก็ถูกเจ้าหนุ่มจอมป่วนขโมยจูบไปดื้อ ๆ แถมไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยง่าย ๆ ด้วย เด็กหนุ่มพยายามแกะข้อมือของร่างสูงที่เชยคางเขาอย่างร้อนรน ปากอยากจะปฏิเสธแต่ก็ทำได้แค่ร้องเบา ๆ อยู่ในลำคอ พอหลุดออกมาได้ก็ตบหน้าเข้าให้ฉาดเบ้อเร่อ

“คำบอกลารุนแรงดีแฮะ แก้มช้ำเลย…อูย ไปนะ…มายะ แล้วพรุ่งนี้เช้าจะมารับไปเดทที่บริษัท” พูดพลางโบกมือหยอย ๆ ยิ้มหน้าตายบึ่งรถออกจากตรงนั้นไปอย่างสบายอารมณ์

“ไอ้เสือลามก ! ไอ้บ้า !! ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าเลย…ไอ้ทุเรศ !!! “ ตะโกนซะสมใจอยากแล้วเดินเอี้ยวตัวกลับห้องพักไป

“ไง…มายะ”

“ริน? ไม่ได้ไปดื่มกับเขาเหรอ? “

“ดื่ม…แต่ไม่มาก ว่าแต่นายเหอะ…ไปดื่มกับเจ้าเสือซินค์มาใช่เปล่าล่ะ? แล้วไปโดนเขาขโมยจูบด้วยใช่ไหม? “

“…เห็นหมดเลยเหรอ? “ รินพยักหน้าหงึกพร้อมกับโยนเบียร์กระป๋องแช่เย็นให้กับคู่หู

“ก็นะ…แต่เสียงนายด่าหมอนั่นดังมาก ได้ยินมาจนถึงข้างบนเลยล่ะ”

“ไอ้โดนขโมยจูบน่ะ…ใช่ แต่…ไม่ได้ไปดื่มกับหมอนั่นหรอก ระหว่างทางเจอแก๊งรถซิ่งเฉี่ยวเอาที่ข้อขาแล้วบังเอิญที่ตอนนั้นเจ้านั่นอยู่ตรงนั้นด้วยก็เลยอาสาว่าจะขับรถมาส่งก็แค่นั้นล่ะ ไม่นึกเลยว่าจะโดนอย่างนี้…ทุเรศที่สุด” หนุ่มน้อยบ่นพลางถอนใจยาวก่อนจะกระดกเบียร์เข้าคอตัวเองไปอึกใหญ่ ๆ

“แต่นายไม่ได้คิดนอกใจริวเฮย์ซังหรอกนะ”

“สาบาน ไม่เคยคิดเลย” มายะพูดเสียงดังพร้อมกับยกมือขึ้นมาทำท่าปฏิญาณตน

“เออ…รู้แล้วว่านายรักริวเฮย์จริง ไปอาบน้ำไป…เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องมาช่วยกันแก้แทบอีก ถึงจะหยุดเพราะเหตุเฉพาะกิจก็เถอะ”

“อืม…ขอตัวนะ” พูดเสร็จก็ลุกขึ้นไปทำธุระของตนตามปกติ

วันรุ่งขึ้น 10 โมงเช้า

“…ใครโทรเข้าอินเนอร์โฟนน่ะ…มายะ? ไปรับแทนฉันหน่อย…กำลังเรียงโน้ตอยู่”

“ได้…ฮัลโหล…” หนุ่มน้อยกรอกเสียงตัวเองลงไปอย่างปกติธรรมดา แต่ว่า…คู่สายกลับเป็นคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุด

“หวัดดี ! วันนี้จะชวนไปเดทน่ะ ไปด้วยกันไหมล่ะ? “ มายะยืนตัวแข็งพูดไม่ออก…เฮ้ย ! มันเอาจริงเรอะเนี่ย? ตาย…ตายแน่ ๆ โธ่เอ้ย…เขาเอามือกุมขมับออกอาการปวดเฮดสุด ๆ ทำให้รินที่นั่งดูเหตุการณ์ที่โชฟาอดไม่ได้ที่จะเดินไปดูเจ้าสายที่ระเบียง พอเห็นเท่านั้นก็ร้องออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เจ้ากลทันที

“ใคร…มายะ? อ๋อ ! ซินค์…ชีต้าหนุ่มจอมกวนนี่นา เขามาชวนนายเดทสิท่า…เห็นโบกมืออยู่ข้างล่างนั่นล่ะ รีบ ๆ แต่งตัวแล้วไปเที่ยวคลายเครียดกับเขาดีกว่าน่า” ร่างบางยิ้มเผล่ราวกับวางแผนอะไรบางอย่างเอาไว้พลางดุนหลังเพื่อนคู่หูให้เข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดไปเที่ยว

ผ่านไป 10 นาที

“ขอให้เที่ยวให้สนุกน้า…”

“อารมณ์ดีจริง ๆ นะเพื่อนของคุณน่ะ”

“แกล้งคนเก่งต่างหาก” พูดเสียงเคืองโดยไม่หันมามองหน้าคู่สนทนาแม้แต่นิดเดียว

เอาล่ะสิ…ปากบอกไม่นอกใจคนรักของตนแต่ก็โดนเสือไบฯ อย่างซินค์ขโมยจูบไปซะแล้ว แถมรินเพื่อนคู่หูตัวแสบยังคิดวางแผนแกล้งเขาเล่นเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสนุกแก้เซ็ง แล้วทีนี้มายะของเราจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?!

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1