nightfairy.gif (21745 bytes)

CD 14

“ไฮ ! แจ็ค คราวนี้คงต้องพึ่งคุณอีกแล้วล่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก เพื่อคิมิกะซังสุดสวยซะอย่าง อะไรผมก็ทำได้ทั้งนั้นล่ะ”

“ขอบใจมากจ้ะ” สาวน้อยพูดเสร็จก็โปรยยิ้มหวานแล้วก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี

พักกลางวัน…

“นี่ ๆ ชุดมาถึงแล้วล่ะ เดี๋ยวรีบ ๆ เข้าห้องเปลี่ยนเสื้อเลยนะ” มิโดริวิ่งมาพร้อมกับใบแจ้งกำหนดการถ่ายทำ MV Cat Boyz แล้วก็วิ่งออกไปประสานงานกับคิมิกะอีกรอบ

“ชุดมาถึงแล้ว…สงสัยได้ถ่ายกันยาวแน่” รินถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะยัดแซนวิชเข้าปากตัวเอง

“ว่าแต่ว่าใครเป็นคนออกแบบเสื้อผ้าที่จะใช้ในการถ่ายคราวนี้ล่ะ? “

“ไม่รู้นะ…ริน เห็นคิมิกะซังเขาบอกว่ามิยาเงะให้เพื่อนที่เป็นดีไซน์เนอร์ช่วยออกแบบน่ะ” ไคตอบพลางจิบเบียร์พลางเลื่อนจานไปให้ซุย

“เออ ! มายะ…เห็นนายบอกว่าจะเอาวิดีโอที่อัดภาพการแข่งขันมอเตอร์พาร์คมาตัดต่อกับ MV เหรอ? “

“ก็อาจจะนะ พวกยามะซังเขาบอกว่าเนื้อเพลงมันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเร็วและความเป็นอิสระนี่ สงสัยคงเอาเนื้อเดิมที่ฉันเขียนไปแก้ใหม่มั้ง” มายะหัวเราะเบา ๆ ในลำคอแล้วชวนเพื่อน ๆ ในวงคุยในหัวข้ออื่นต่อ แต่ก็ถูกขัดด้วยเสียงเคาะกระจกเรียกของริวเฮย์และยามะ

“โทษทีที่มาขัดจังหวะนะ แจ็คเรียกแล้วล่ะ ไปเตรียมตัวเถอะ” ทั้งหมดพยักหน้ารับแล้วเดินออกจากโรงอาหารไป

ผ่านไป 10 นาทีเหล่าหนุ่ม ๆ ก็ได้มาอยู่กันพร้อมหน้าที่ห้องแต่งตัว

“มาตรงเวลาดีนะ รีบๆ แต่งตัวซะ เอาตารางงานกับสคริปท์ไปดูกันก่อนแล้วค่อยไปหาฉันที่ห้องมีทติ้งรูม” พูดจบผู้จัดการสาวก็ยื่นเอกสารปึกเล็ก ๆ ให้กับพวกเขาแล้วเดินออกจากห้องไป

“บอกให้รีบแล้วไหนล่ะ…เสื้อผ้า? อ้อ ! เจอแล้ว“ รินส่ายหน้าอย่างหน่าย ๆ แล้วเดินไปหยิบชุดของตนเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ตามด้วยคนอื่น ๆ ที่ทยอยกันหยิบชุดเสื้อผ้าของตัวเองไปเปลี่ยน

สักชั่วครู่ทุกคนก็ออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อพร้อมกับอิมเมจใหม่ที่แต่ละคนแทบจะจำเพื่อนของตัวเองไม่ได้เลย แต่ว่า…รอแล้วรอเล่าคนสุดท้ายที่อยากให้ออกมาเผยโฉมกลับไม่ยอมออก

“เฮ้ ! มายะ ๆ พวกเราต้องรีบไปที่ห้องซ้อมกันนะ ทำไมนายยังไม่ออกมาอีกล่ะ? “ มิโดริกับรินช่วยกันตะโกนเรียกแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีเสียงตอบกลับมา ทั้งคู่รู้สึกแปลกระคนสงสัยจึงอาสาว่าจะเป็นคนเข้าไปลากเพื่อนตัวดีออกมาเอง

“ไอ้บ้าเอ้ย ! ใครบอกให้ตัดชุดของฉันอย่างนี้ฟะ? แล้วอย่างนี้จะออกไปยังไงดีเนี่ย…กลุ้มชมัด“ มายะมองตัวเองในกระจกเงาตั้งแต่หัวจรดเท้าพลางมองชุดของตัวเองแล้วถึงกับช็อคที่เสื้อผ้าของเขาไม่เหมือนใคร เพราะแต่ละคนถึงแม้จะวาบหวามแต่ก็ยังอยู่ในแบบวิชวลร็อคไม่หวือหวามากนัก คนไหนที่มีร่างกายใหญ่บึกบึนก็จะได้ชุดที่ดูเป็นแมนไปเลย แต่ว่าชุดของหนุ่มน้อยคนนี้ดันไม่เหมือนใครเขาเลยแม้แต่นิดเดียว…เอาเหอะ…จำใจใส่ก็ได้…เพื่องาน…เพื่องาน… คิดย้ำเตือนตัวเองพลางกัดฟันเปลี่ยนชุดพลาง

“มายะ…เป็นอะไรหรือเปล่า? มายะ? “

“มะ…ไม่เป็นไรหรอก ช่วยหยิบเสื้อโค้ทที่ฉันถอดทิ้งไว้ข้างนอกให้หน่อยสิ…ริน”

“ได้สิ” มิโดริรีบกุลีกุจอไปหยิบเสื้อโค้ทแล้วโยนให้กับเพื่อนของตน ผ่านไปไม่นานมายะก็ออกมาพร้อมกับเสื้อโค้ทตัวหน้า

“อ้าว…ทำไมไม่เปลี่ยนเสื้อล่ะ? “ ทั้ง 2 หนุ่มหน้าหวานต่างพากันถามขึ้นเสียงเดียวกันเพราะแปลกใจที่เพื่อนซี้เอาเสื้อโค้ทมาคลุม

“เปลี่ยนแล้วต่างหาก แต่มันหนาวก็เลยอยากใส่เสื้อโค้ทคลุมน่ะ”

“อืม…ยังไงก็แล้วแต่ เรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวคิมิกะซังโกรธแล้วจะยุ่ง” ทั้ง 3 พยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องไป

ณ ห้องมีทติ้งรูม

“ทำไมถึงช้ากันขนาดนี้ แค่เปลี่ยนเสื้อไม่ใช่เหรอไง? ฉันไม่ได้บอกให้ศึกษาตารางเวลาอย่างละเอียดซักหน่อย”

“ขอโทษที…คิมิกะซัง บังเอิญคราวนี้เสื้อผ้ามันใส่ยากอยู่ซักหน่อยก็เลยเสียเวลาน่ะ” ไคพยายามอธิบายเสียงเรียบเพื่อระงับอารมณ์โกรธของคิมิกะ แต่ก็ถูกขัดขึ้นด้วยเสียงตวาดปนโมโหของมายะ

“มันไม่เสียเวลาซักเท่าไรหรอก มันทำใจยากที่จะใส่เสื้อผ้าที่พิสดารสุด ๆ นี่ต่างหาก แถมยังให้ฉันแสดงบทแปลก ๆ อีกด้วย คิดหรือว่าฉันอยากจะทำ ทุเรศที่สุด !! “ พูดเสร็จก็ยื่นสคริปท์ที่ฉกมาจากมือของริวเฮย์ใส่หน้าคิมิกะแล้วเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว ความคิดที่จะทำเพื่องานของเขาล่มสลายพังครืนไม่เป็นท่าทันทีที่จบการอ่านบทแสดงของตน

“มายะโกรธอะไรของเขาน่ะ? “ ทั้งหมดมองหน้ากันแล้วตอบคิมิกะเป็นเสียงเดียวกันว่า

“ไม่รู้ครับ” พูดเสร็จก็เหงื่อตกกันเป็นแถว แต่ก็ถึงบางอ้อเมื่อเอลหยิบสคริปท์ขึ้นมาอ่านแล้วโยนให้ซุยบอกให้คนอื่นรู้ถึงสาเหตุ

“คิมิกะซัง…ทุกคน…ฟังทางนี้นะ แจ๊คเขาจะให้มายะแสดงบทแนวอีโรติคตอนช่วงโซโลเบสของเขากับมิโดริ ทางมิโดริไม่เป็นไรหรอก ฉากก็แค่เดินไปกับเพื่อนผู้ชายธรรมดา ๆ แต่ว่ามายะน่ะ…จะให้ไปแสดงฉากอย่างว่าหน้ากระจกล่ะ เอาไงดี…คิมิกะซัง? ” ถึงคราวนี้ริวเฮย์ มิโดริและรินรีบวิ่งออกไปตามเพื่อนร่างบางของตนกลับเข้าห้องทันที ส่วนผู้จัดการสาวของวงก็รีบวิ่งไปหาผู้กำกับบทสมองเล็กทันที ส่วนพวกที่เหลือก็ได้แต่ยืนรอผลที่ห้อง

“ไอ้แจ๊คบ้า ! ทำงานฉันพังหมด ต้องรีบไปให้มันแก้บทแล้ว ไม่งั้น…สยองแหง ๆ ไม่อ๊าว…แจ๊คคคค…นายอยู่หนายยยย…???? “

ทางด้านกลุ่มของริน

“มายะ…นายอยู่ไหน? เจอไหม…มิโดริ? “

“ไม่เจอ ริวเฮย์ซังล่ะ? “ เจ้าของชื่อส่ายหัวหงึก

“ห้องซ้อมก็ไม่มี ห้องแต่งตัวก็ไม่มี อยู่ไหนกันแน่? “

“หรือว่า…” มิโดรินึกได้อย่างนั้นจึงรีบชวนเพื่อนร่วมวงไปที่ห้องเรียบเรียงเสียง (Arrange Room) ทันที

ณ ห้องเรียบเรียงเสียง

“คิดถูกแฮะ…อยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย…มายะ” ร่างบางมองหน้าพวกเพื่อน ๆ แล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“ทำไมถึงหาเจอล่ะ? “

“ก็คิดว่านายจะต้องมาดูเนื้อเพลง Cat Boyz แน่ ๆ เพราะขนาดนายโกรธมันก็ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแหง ๆ “

“แต่ผมก็ไม่ได้เขียนอะไรแปลก ๆ ซักหน่อย ยามะก็ยังเอาให้คุณเช็คดูเลยนี่นา” มิโดริกับรินพยักหน้ารับอื้อ ทำให้มายะหัวเราะคิก

“ฉันไม่ได้ว่าพวกนายซักหน่อย เพลงมันก็แนวนี้อยู่แล้วนี่ จะแสดงในแนวอย่างว่าก็ไม่แปลก แต่ที่ฉันเจ็บใจก็คือ…ชุดกับบทแสดงนั่นต่างหาก ยัยคิมิกะบ้า ! บอกให้เอาซาไกซังก็ไม่ยอมเชื่อ ดันไปคว้าเอาไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวจากที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นผู้กำกับ” พูดพลางกัดฟันกรอด

“เอ๋…ชุด? เขาให้นายใส่ชุดอะไรล่ะ? “ ร่างบางหยุดคิดชั่วครู่ก่อนจะถอดเสื้อโค้ทออก แต่ละคนที่เห็นถึงกับเงียบเพราะตะลึกบวกอึ้ง ก็ในเมื่อชุดที่ใส่ในการถ่ายทำ MV คราวนี้แทบจะเรียกได้ว่านู้ดเลยก็ได้ ไม่มีเสื้อมีแต่กางเกงเอี๊ยมหนังสีดำแนบเนื้อสั้นเหนือเข่า ถุงมือเปิดนิ้วกับบู้ทหุ้มข้อแบบส้นสูงสีดำเท่านั้น

“เฮ้ย ! นิ…นี่…เอ่อ…มันสุด ๆ เลยนะ” มิโดริพูดไม่ออกได้แต่ปิดหน้าปิดตา

“สมควรที่นายจะต้องโกรธ เป็นฉัน…ฉันก็โกรธเหมือนกัน ให้ใส่เสื้ออย่างนี้แถมยังต้องแสดงบทอย่างนั้นอีก” รินพูดพลางกำหมัดพลางราวกับว่าจะโกรธแทนคู่สนทนา

“…ริวเฮย์…ผมขอโค้ทคืนเถอะ” เจ้าของชื่อพยักหน้าแล้วหยิบโค้ทสวมคืนให้กับเด็กหนุ่มพร้อมกับกลัดกระดุมให้ทุกเม็ด

“ผมว่า…ตอนนี้คุณควรจะปิดเรื่องนี้เอาไว้ก่อน รอจนกว่าเขาเมคอัพเสร็จแล้วเรียกไปถ่ายถึงจะค่อยถอดเสื้ออกดีกว่านะ” ร่างบางพยักหน้าหงึกแล้วลุกเดินออกจากห้องไปพร้อม ๆ กับพวกริวเฮย์

“ผมเองก็เห็นด้วยกับคุณ ว่าแต่…แจ๊คนี่คือใครกัน? “

“ได้ยินจากคิมิกะนะว่าเป็นผู้กำกับเพลงร็อคชื่อดังจากเมืองนอกที่เคยทำ MV Forest & Sea ให้กับ La Noir Phantom ที่เป็นคู่แข่งของพวกเรา ถามไปทำไมกัน…มายะ? “ มิโดริอธิบายเสร็จก็ตบท้ายด้วยคำถามชวนหัว

“เปล่า…ก็แค่อยากตั๊นหน้าหมอนั่นเท่านั้นล่ะ ชื่อดังยังไงฉันก็ไม่กลัวหรอก…อยากเจอซักหน” คนพูดหน้าไม่ซีดแต่คนฟังกลับซีดยิ่งกว่าเห็นผี เพราะพวกเขารู้ดีถึงความหนักของหมัดที่มาจากกำปั้นเล็ก ๆ ของคนตรงหน้าว่ามันเจ็บขนาดไหน ต่างก็ภาวนาว่าอย่าให้ไฟโมหะของเพื่อนร่างเล็กลุกพรึ่บขึ้นเลยถ้าหากเจอไอ้คนที่ชื่อแจ๊คนี่เข้าจริง ๆ

พอเคลียร์เรื่องต่าง ๆ เสร็จก็ถึงเวลาที่ต้องเมคอัพและเซ็ทผม อิมเมจในการแต่งหน้าเน้นความเป็นดีเพนเดนท์ ทุกคนต่างรอเวลาที่ผู้กำกับคนใหม่จะมาเพราะจะได้เริ่มงานกันซักทีหลังจากที่วุ่นกันมาเกือบ 2 ชั่วโมงแถมยังต้องรอสตาฟฟ์เซ็ทของตามรายการและสคริปท์อีกราว ๆ 4 ชั่วโมง และตอนนี้ก็เกือบจะ 2 ทุ่มแล้วด้วย

“เอ้า ! พวกหนุ่ม ๆ เตรียมพร้อมกันเสร็จหรือยัง? ” ทุกคนพยักหน้าตอบ

“มายะ…นั่นไง…แจ๊คที่ฉันพูดถึงน่ะ” มิโดริว่าพลางชี้ไปทางหนุ่มผมทองนัยน์ตาสีฟ้าหุ่นล่ำบึ้กที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คิมิกะ

“คิมิกะซัง…นั่นน่ะเหรอ…แจ๊ค? “ หญิงสาวขยิบตาเป็นคำตอบให้กับเอล

“ก็ดี…ไม่ผิดตัวแน่ ๆ “ มายะยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับเดินไปหาเจ้าหนุ่มฝรั่งคนนั้น ทำให้พวกคิมิกะและเพื่อนร่วมวงหน้าซีดกันสุด ๆ

“นี่คงจะเป็นมายะสินะ เอ่อ…ผมพูดภาษาญี่ปุ่นได้นะครับ ถ้าอย่างไรก็จับมือเป็นการทักทายหน่อยได้ไหมครับ? “ ร่างบางไม่ว่าอะไร มีแต่จับมือทักทายกับโปรยยิ้มหวานโรยเสน่ห์ให้ลูกเดียว…เฮ้อ ! เจ้ามายะมันคงไม่ทำอะไรบ้า ๆ ถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลแล้วมั้ง…ทั้งหมดถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่…ที่ทุกคนคิดน่ะ…ถูกครึ่งเดียวเอง เพราะไอ้มืออีกข้างที่ว่างอยู่กลับหยิบสีเพนท์แบ็คกราวน์ที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาป้ายตั้งแต่หัวจรดเท้าหลาย ๆ สีอย่างมันส์ในอารมณ์มาก พอเสร็จธุระเจ้าตัวก็สะบัดมือทิ้งอย่างไม่ใยดี ทำเอาทุกคนรวมทั้งตัวชายหนุ่มเองยืนเอ๋อกินและช็อคค้างสนิท

“ไม่ต้องลบทิ้งนะ ถ้าผมเห็นหน้าคุณขาวเมื่อไรคราวนี้เจอสาดทั้งถังแน่” พูดเสร็จก็เดินไปถอดเสื้อโค้ทออกอย่างอาย ๆ ร่างกายที่แทบจะไม่มีอะไรปกปิดของเด็กหนุ่มถูกเปิดเผยตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่รู้ว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่ในใจแต่ว่าทุกคนที่อยู่ที่นั่นกลับคิดว่าเขาสวยและเซ็กซี่ที่สุด

“โอ้ ! คุณจะโกรธผมก็ไม่ว่า แต่ผมคิดว่าคุณแต่งอย่างนี้มันเข้ากับอิมเมจของเพลงมาก ๆ เลยครับ เริ่มต้นถ่ายกันเถอะครับ” แจ๊คพูดชมพร้อมกับยิ้มแบบมาดแมนให้ ทำเอาร่างเล็กยิ้มอย่างเขิน ๆ เท่านั้นล่ะ…แต่ละคนก็พากันรุมหัวเข้ามาถามเจ้าตัวอย่างคนสอดรู้สอดเห็นสอดเป็นสอดตาย มายะไม่โกรธแต่ก็เลี่ยงไม่ตอบ หากต้องสะดุดกึกกับคำถามของซุยที่ว่า…จะถ่ายยังไงในเมื่อเจ้าตัวไม่ชอบถ่ายแนวไฮเปอร์อีโรติค…

“จริงอย่างที่นายพูด…ทำยังไงดีหว่า? “ ทั้งหมดรวมหัวคิดกัน แล้วในที่สุดซุยก็คิดออก

“ฉันมีความคิดนะ เมาก่อนถ่าย…เป็นไง? “ หนุ่ม ๆ ทั้งหลายพากันตาเบิ่งค้าง โดยเฉพาะตัวเจ้าปัญหา…ตาดันค้างมากกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

“เดียะ…เดี๋ยว…ให้ฉันกินเหล้าทำไม? “

“ก็ถ้านายเมา…นายก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ปกตินายจะต้องดวดเหล้าแรง ๆ ถึงจะเมาใข่ไหมล่ะ? เพราะงั้น…ฉันก็เลยสั่งไวน์จากโรงแรมที่อยู่ใกล้ ๆ นี่มาขวดนึงน่ะ เอาไว้ถึงฉากนั้นเมื่อไร…นายก็ค่อยเปิดมาดื่มละกัน…ดีไหมล่ะ? ” มายะยืนคิดชั่วครู่แล้วก็ปลงตกจนได้

“ก็แล้วแต่นายเหอะ…ยังไงก็ทำให้ถ่ายแบบเทคเดียวผ่านไม่มีเทคที่ 2 ก็พอ” พูดเสร็จก็เดินไปเซ็ทเครื่องดนตรีของตัวเอง

พอทุกอย่างเรียบร้อยลงตัวก็ได้เวลาถ่ายทำจริง ๆ ซักที ซึ่งขณะนี้คือเวลา 3 ทุ่ม

“อืม…มายะ ผมว่าคุณใส่แจ๊กเกตหนังแขนยาวแนบเนื้อสีดำคลุมเอาไว้ดีกว่านะครับ…เดี๋ยวผมจะไปหยิบให้ นี่พวกสตาฟฟ์คงลืมหยิบมาแน่เลย ริน…คุณเองก็ต้องใส่โค้ทหนังสีดำเหมือนกันไม่ใช่ใส่แค่ชุดกระโปรงแนบเนื้อผ่าข้างแถมสั้นเหนือเข่าแบบนี้ ในฉากที่พวกคุณเล่นดนตรีนี่จะต้องใส่เสื้อคลุมกันทุกคนครับ รอสักแป๊บนะ”

“เอ๋ ! เจ้าหมอนี่ก็มีดีเหมือนกันนี่นา…เนอะ” ไคเดินมาตบไหล่ร่างบางพร้อมกับยิ้มกวน

“ก็ลองไม่มีดีดูสิ เจออีกรอบแน่” มายะยิ้มยวนตอบ ทำเอาไคกับรินหนาวสันหลังไปพอสมควรทีเดียว

พอเสื้อคลุมของหนุ่มหน้าหวานทั้ง 2 มาถึงก็จัดแจงรีบสวมใส่แล้วแสตนด์บายตำแหน่งของตนทันที ผู้กำกับหนุ่มถามถึงความเรียบร้อยของเหล่าสตาฟฟ์และอุปกรณ์ต่าง ๆ กับคิมิกะแล้วหันหน้ามาถามเหล่าหนุ่ม ๆ แห่งวง Night Fairy ซึ่งทุกคนก็ให้สัญญาณว่าพร้อมเต็มที่

“เอาล่ะ…1…2…3” พอแจ๊คให้สัญญาณเริ่มการถ่ายทำ เหล่าสตาฟฟ์ก็ทำหน้าที่ประจำตำแหน่งของตนอย่างขะมักเขม้น พวกหนุ่ม ๆ ทั้งหลายต่างก็โชว์ความสามารถของตนออกมากันอย่างเต็มที่ พอเล่นจบทุกหน่อก็รีบ ๆ วิ่งมาดูงานของตนที่ห้องมีทติ้งรูม ทั้งแจ๊คและคิมิกะก็ช่วยกันเช็คว่าตรงไหนดีไม่ดี

“อืม…ตกลงว่าเดี๋ยวช่วยเล่นใหม่อีกรอบละกัน เพราะช่วงของยามะรู้สึกจะไม่ตรงสเตปซักเท่าไร” มายะหันไปถามพวกเพื่อน ๆ เพื่อขอความคิด ซึ่งแจ๊คกับเอลก็เห็นด้วย

“ดูเอลสิ เล่นซะฮาร์ดสุด ๆ เลยอ้ะ กลองจะเจ๊งหรือเปล่าเนี่ย? ” ไคพูดพลางกอดคอเจ้าของชื่ออย่างอารมณ์ดีสุด ๆ

“ไม่เจ๊งหรอก เห็นเล่นแรง ๆ อย่างนี้ก็เถอะ ไม่เคยทำกลองเจ๊งหรอกน่า” ชายหนุ่มว่าพลางขยี้หัวคู่สนทนาเบา ๆ

“พวกนายคืนดีกันตั้งกะเมื่อไร เห็น 2 อาทิตย์ที่แล้วไคยังเตะผ่าหมากนายอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? “ มิโดริขมวดคิ้วงงแล้วหันหน้าไปถามเอาความแน่ใจกับรินและซุย

“เออ ! จริงด้วย หายโกรธกันแล้วเหรอ? “

“ก็เขาหายโกรธกันแล้วน่ะสิ ถึงคุยกันได้ถูกคออย่างนี้น่ะ” มายะเดินมาจับกลุ่มคุยกับพวกเพื่อน ๆ ด้วยคน ทั้ง ๆ ที่จุดประสงค์ที่มาก็เพื่อเรียกให้ไปแสตนด์บายประจำตำแหน่งแท้ ๆ แต่พอเห็นเจ้า 3 หน่อจอมยุ่งนี่คุยถึงเรื่องไคกับเอลแล้วเกิดอาการอยากจะเข้าไปเป็นผู้ไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทขึ้นมาทันที ก็เลยลืมหน้าที่ของตนไปสิ้น

“มายะ…ขอบใจนายมากเลยนะ นี่ถ้าวันนั้นไม่มีนายคงแย่แน่ ๆ เลยล่ะ” ไอ้วันนั้นที่ว่าคือวันที่เอลถูกประทุษร้ายจนต้องกลับไปนอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ถ้ามายะไม่พูดให้ไคเกิดสำนึกในความผิดที่ตนเองก่อเอาไว้คงยากที่ 2 คนนี้จะกลับมาคืนดีกันได้เหมือนเดิม

“ไม่เป็นไร เพื่อนกันก็ต้องช่วยกันอยู่แล้วล่ะ ว่าแต่…นายเลิกนิสัยบ้า ๆ นั่นหรือยัง…ไค? ” เจ้าตัวส่ายหน้า

“คงแก้ไม่ได้ทั้งชาติแล้วล่ะ แต่จะพยายามปรับตัวละกัน เอ…นายถามเรื่องนิสัยใจร้อนของฉันเป็นครั้งที่ 3 แล้วนะ เมื่อไรจะเลิกพูดถึงซักทีล่ะ”

“เมื่อไรงั้นเหรอ…เมื่อเอลไม่บ่นถึงนิสัยบ้า ๆ นั่นฉันก็จะไม่พูดถึงเหมือนกัน เอ้อ ! เกือบลืม…ไปแสตนด์บายได้แล้ว“ พูดพลางดุนหลังพวกรินให้ไปเซ็ทเครื่องดนตรีประจำตำแหน่งตัวเอง

การถ่ายทำครั้งที่ 2 ผ่านไปได้ด้วยดี คิมิกะและทุกคนเอาวีดีโอมาช่วยกันเช็คอย่างละเอียดอีกรอบ ซึ่งการเช็คครั้งนี้ไม่มีปัญหาอะไรจึงเป็นอันว่าผ่าน การถ่ายทำภาคเพลย์ ลิงค์ก็เสร็จสมบูรณ์ด้วยดี (เพลย์ ลิงค์ถ้าเรียกง่าย ๆ ก็มิวสิค เพลย์หรือภาคเล่นดนตรีล่ะจ้ะ)

“เดี๋ยวให้พัก 2 ชั่วโมง ไปพักผ่อนทำธุระส่วนตัวแล้วกลับมาเมคอัพเตรียมตัวถ่ายส่วนที่เหลือนะ ตอนนี้ก็ราว ๆ 4 ทุ่ม 45 เที่ยงคืนมารวมตัวละกัน” คิมิกะสั่งทางพวกซุยเสร็จก็วิ่งวุ่นไปสั่งพวกสตาฟฟ์ต่อ

“เห็นอย่างนี้รู้สึกสงสารคิมิกะซังยังไงชอบกลนะ”

“เป็นเรื่องปกติของคนที่ทำหน้าที่ผู้จัดการ แต่คิมิกะเขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงมันก็ธรรมดาที่เราจะต้องเคารพเจ้าหล่อนนี่นะ ไปกินข้าวกันเหอะ…หิวแล้ว” มายะเดินเข้าไปกอดคอมิโดริกับไคแล้วเดินลิ่ว ๆ ลากเพื่อน 2 หน่อไปที่โรงอาหารเป็นคนแรกก่อนใครเพื่อน

ณ โรงอาหาร

“เป็นไง? มีอะไรให้กินแก้หิวบ้าง? “ รินกับยามะถามเสียงร่าแถมยิ้มกวนเพราะพวกเขารู้กันดีอยู่แล้วว่าไม่มีใครมานั่งเปิดร้านอาหารกลางดึกชัวร์ บริษัทปิดตั้งแต่ 6 โมงเย็นนั่นก็หมายความว่าโรงอาหารก็ต้องปิดตามไปด้วย

“รู้อยู่แล้วก็ไม่ต้องพูดกวนเลย คนยิ่งหิว ๆ อยู่” เด็กหนุ่มผมหน้าม้าพูดเสียงดุแล้วเดินออกนอกโรงอาหารไป ตามด้วยพวกหนุ่ม ๆ ที่เหลือ

“อยากกินอะไรหรือเปล่า? เดี๋ยวผมเลี้ยง” ริวเฮย์ยิ้มนิด ๆ แล้วเดินมาโอบเอวบาง ๆ ของมายะ

“อะไรก็ได้…ตามใจคุณอยู่แล้ว…ริวเฮย์”

“หวานจังนะ…คู่นั้น” มิโดริอดที่จะนินทาเล่นไม่ได้เพราะคู่ของมายะทำอย่างกับว่าเวลานี้โลกทั้งใบมีแค่เขา 2 คนอาศัยอยู่เท่านั้น

“พูดเป็นเล่น พวกเราน่ะ…ดีกว่าตั้งเยอะ” ซุยว่าพร้อมกับก้มลงไปหอมแก้มร่างเล็กเบา ๆ

“อะไร? “

“กำลังใจครับ…ที่รัก” ทั้งคู่หัวเราะคิกแล้วเดินน้ำหน้าเข้าภัตตาคารของโรงแรมเพื่อไปจองโต๊ะให้คนอื่น ๆ ที่ยังมาไม่ถึง

พอครบคณะก็ได้ฤกษ์งามยามดีที่จะสั่งอาหารมารับประทานแก้หิวกัน พนักงานแทบจะจดรายการอาหารไม่ทันเพราะแต่ละคนสั่งรัวเป็นชุดจนเสียงที่พูดออกมาแทบจะฟังไม่ได้ศัพท์เลยทีเดียว แต่ในที่สุดก็พยายามจดจนครบจำนวนคนจนได้

“งานนี้พวกเราแชร์กันออกเถอะ สั่งแต่ละอย่างแพงสุด ๆ “ ยามะพูดพลางมองบิลที่วางไว้ตรงหัวโต๊ะ แต่รินกับมายะกลับค้านหัวชนฝา

“แต่ฉันไม่ออกนะ เพราะริวเฮย์เขาบอกว่าจะเลี้ยงส่วนของฉัน” มายะขยิบตาให้ริวเฮย์เป็นสัญญาณ

“ฉันก็เหมือนกันเนอะ…ยามะ” ชายหนุ่มพูดไม่ออกได้แต่พยักหน้าเออออไปตามเรื่อง

“ถ้าอย่างนั้น…เอลเลี้ยงฉันด้วยสิ” ไคยิ้มหวานให้กับคู่รักของตนเป็นการอ้อน ทีอย่างนี้กลับอ้อนได้ปกติไหงไม่ทำเล่า…ไค

“ซุยต้องเลี้ยงด้วยนะ” เจ้าตัวยิ้มบางพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ

และแล้วมื้อหฤโหดนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี โดยที่คนออกตังค์มีแค่ 4 คนเท่านั้น ที่เหลืออีก 4 ก็ฟาดกันซะพุงกางอิ่มแปล้ ยังดี…ที่กระเป๋ายังไม่ฉีกจนเย็บติดกันเหมือนเดิมไม่ได้

“กลับมากันแล้วเหรอ? ยังเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมงนี่นา…ไปนอนพักผ่อนก่อนก็ได้ เพราะยังไงก็ใส่ชุดเดิมตลอดอยู่แล้ว พอฉันเรียกพวกเธอก็เตรียมถอดเสื้อคลุมออกก็พอนะ แล้วนี่…สคริปท์ที่แก้ใหม่เมื่อกี้ เอาไปอ่านกันซะ…หวังว่าคราวนี้คงไม่มีปัญหาแล้วนะ” มายะรับสคริปท์มาแล้วมานั่งอ่านที่ห้องมีทติ้งรูมพร้อมกับคนอื่น ๆ ซุยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็คว้าสคริปท์

“ไหน…ขอดูด้วยคนสิ อะไร…อิมเมจสตอรี่ของเรื่องคือให้เด็กหนุ่มที่เป็นดิจิตอลกราฟฟิคคนหนึ่ง เดินไปที่กลางสนามหญ้าไปหยิบนาฬิกาที่เป็นสร้อยลูกตุ้มขึ้นมาดูแล้วก็เป็นฉากของพวกเราแสดงดนตรีท่อนแรก แล้วจะมีจังหวะอินโทรช่วงที่ 2 ช่วงนั้นจะเป็นภาพที่เด็กผู้ชายเดินจากตรงจุดที่เขาเก็บนาฬิกาได้แล้วออกเดินทางต่อไปเพื่อไปเปิดประตู ณ บ้านร้างแห่งหนึ่ง ที่นั่นเขาจะเจอคำเชื้อเชิญของตัวตลก 2 คนซึ่งแสดงโดยไคและซุยพาไปเที่ยวทุก ๆ ส่วนในบ้าน แล้วพาออกมาปล่อยให้เด็กคนนั้นเดินทางต่อไป พอจบฉากนี้ก็จะเข้าช่วงกลางของท่อนที่ 2 พอดี หลังจากนั้นก็จะเป็นฉากพวกเราเล่นจนถึงอินโทรท่อนไซด์ฮุค (ท่อนฮุคย่อยที่มีก่อนท่อนฮุคนั่นล่ะค่ะ แต่ไม่ใช่ท่อนว่างนะ) พอถึงท่อนร้องของไซด์ฮุคก็จะตัดกลับมาที่ฉากการเดินทางของเด็กหนุ่มอีกครั้ง คราวนี้เขาเดินทางมาถึงเมืองใหญ่…คงจะเป็นโตเกียวนี่ล่ะมั้ง…ต่อนะ เขาเดินหลงทางเข้าไปในซอกหลืบแห่งหนึ่งแล้วเจอหนุ่มสาวกำลังจีบกันอยู่ หนุ่มสาวที่ว่าก็คือยามะกับริน เขาตกใจจนรีบวิ่งออกมามาชนเข้ากับหนุ่มใหญ่คือริวเฮย์ที่กำลังเดินไปทางสนามแข่งรถกับเพื่อน ๆ ของเขาอีก 2 คน คือเอลและมิโดริ เด็กหนุ่มแปลกใจและนึกสงสัยจึงเดินตามพวกคนเหล่านั้นไป จบฉากนี้ก็จะเป็นฉากฮุคของพวกเรา แล้วตามด้วยท่อนโซโล ท่อนนี้จะเป็นฉากของมายะล้วน ๆ เลยล่ะ เสร็จแล้วก็จะเข้าฉากของท่อนฮุคสุดท้าย ซึ่งจะเป็นฉากของเราสลับกับฉากการแข่งขันของมายะที่มอเตอร์ปาร์คกับพวกเราที่ไปเชียร์นะ จบเพลงก็คือฉากที่เด็กหนุ่มรู้ว่าตัวเขาเองควรจะทำอะไรต่อไปในชีวิตของเขา เจ้าหนูนี่จะกำนาฬิกาแน่นแล้วเดินเข้าไปในเมืองใหญ่อีกครั้ง”

“…อิมเมจผิดไปจากที่คิดแฮะ” มายะว่าเสียงดังพร้อมกับลุกพรวดเดินออกจากห้องไปเวลาเดียวกับที่คิมิกะมา

“เอ…แต่ก็โอเคไม่ใช่เหรอ? นั่นคิมิกะเรียกแล้วล่ะ“ ทั้งหมดพยักหน้าแล้วเดินตามสาวเจ้าไป

“ได้อ่านคอนเซปท์บ้างแล้วใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มกันเลยนะ”

“เดี๋ยวก่อน ! คุณเปลี่ยนคอนเซปท์ของผมเฉยเลยนะ…แจ๊ค” หนุ่มตาน้ำข้าวเอียงคอเหมือนกับไม่รู้เรื่องแถมยังพูดภาษาครึ่งคนครึ่งผีอีกต่างหาก

“อะไรตรงไหนของยูที่ว่าไอไปเปลี่ยนคอนเซปท์ของเพลง? ยูกำลังเข้าใจไอผิดนะรู้ไหม? “ ยังพูดไม่ทันจบประโยคก็เจอสีสาดเข้าไปเต็ม ๆ ถัง

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย ! Cat Boyz ไม่ใช่แนวเพลงที่บ่งบอกถึงความพยายามซักหน่อย ไม่ได้มีท่อนไหนที่เขียนคำว่าพยายามเลยด้วยซ้ำ เขาพูดถึงความรักกับการแข่งขันว้อย !! ไอ้นี่…อีกซักถังเป็นไง” พูดจบก็หยิบมาอีกถังสาดตั้งแต่หัวจรดเท้า

“คิมิกะซัง…ผมคิดว่าผมเข้าใจเนื้อเพลงของหนุ่มน้อยเขานะ” หญิงสาวหัวเราะคิกก่อนตอบ

“โธ่…คุณจะไปรู้อะไร เห็นโมโหอย่างนั้นแต่ความจริงเขาก็ยอมรับคอนเซปท์ของคุณเหมือนกันน่ะล่ะ เพราะถ้าเขาไม่ยอมรับจริง ๆ เขาจะฉีกทิ้งต่อหน้าคุณเลยด้วยซ้ำ อย่าน้อยใจไปเลยค่ะ”

“เหรอครับ…เฮ่อ ! นึกว่าจะโกรธผมซะอีก” โธ่…แล้วจะไม่ให้เข้าใจคอนเซปท์ผิดได้ยังไงกันเล่าพ่อหนูมายะเอ๋ย…ก็ในเมื่อเนื้อเพลงต้นฉบับถูกแก้ไขไปหมดแล้วนี่นา…

“ริวเฮย์…คุณไม่น่าแก้คอนเซปท์ของเพลงเลยนะ มันกลับกลายเป็นว่าทั้งเพลงมีแต่ความรักกับความพยายามแทน ผิดอิมเมจของผมหมด”

“น่า…อย่าโกรธเลย…มายะ ผมคิดว่าคอนเซปท์ของเพลงก็ไม่ได้ต่างจากเดิมไปมากเท่าไรนัก อีกอย่าง…ถ้าหากใช้เนื้อเพลงเดิมมันก็ออกจะหวือหวาเกินไป…เดี๋ยวก็โดนแบนไม่ให้ออกอากาศหรอก คิดดูให้ดีสิ” ร่างเล็กนิ่งเงียบคิดไตร่ตรองหาเหตุผล

“…ก็จริงของคุณ ผมทำใจยอมรับก็ได้…แต่เสียดายเนื้อเดิมจัง…อื๊อ…?! ” มายะทำท่าจะบ่นต่อแต่ก็ถูกปิดปากไว้ด้วยจูบอันร้อนแรงของริวเฮย์ ลิ้นอุ่น ๆ ที่แทรกเข้ามาหาความหวานทำให้ร่างบางถึงกับหมดเรี่ยวแรงจนยืนไม่อยู่ต้องลงไปนั่งตักคู่สนทนา เป็นเวลากว่าเนิ่นนานที่ร่างสูงจะยอมถอนจูบของตนออกไป

“เนื้อเดิมของคุณ…ผมจะร้องให้คุณฟังคนเดียว ไม่อยากให้คุณได้ยินคนอื่นที่ไม่ใช่ผมร้องนะ…มายะ” ชายหนุ่มกระซิบที่ข้างหูร่างเล็กแล้วก้มลงไปจูบฝังรอยที่ต้นคอขาวเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ

“อือ…ริวเฮย์…”

ผ่านไปอีก 15 นาทีกว่าจะเรียบร้อยพร้อมสำหรับการถ่ายทำ

“ไคกับซุยพร้อมนะ…Action !! “ พอถ่ายช่วงของ 2 คนนี้เสร็จก็มาเช็ควีดีโอที่ห้องมีทติ้งรูม ผลปรากฎว่าซุยทำอารมณ์ให้นึกจินตนาการว่ามีเด็กผู้ชายอยู่ตรงหน้าไม่ได้…จึงมีภาพที่ไม่สามารถสื่ออารมณ์ของเพลงอยู่หลายแทร็คทีเดียว สรุปก็ต้องถ่ายกันอีกเทคและเทคคราวนี้ก็ผ่านฉลุยไม่มีปัญหา

"โล่งอก…นึกว่าต้องถ่ายอีกเทค ถ้ามีอีกหนต้องตายคาที่แหง ๆ เลย”

“เหรอ? แต่คุณก็พยายามได้ดีนี่นา…ซุย เอ้า ! รางวัล” มิโดริกระชากปกคอเสื้อของร่างสูงลงมาพร้อมกับจูบเบา ๆ ที่ริมฝีปาก

“…ขอบใจนะ…” ซุยยิ้มเงียบแล้วเดินออกไปข้างนอกกองถ่าย แต่ในใจแทบอยากจะตะโกนบอกออกมาให้ทุกคนได้รู้ว่า…วันนี้โชคดีชมัดเลย…

“เอาล่ะ…ต่อไปก็รินกับยามะใช่ป่ะ? อ้าว…เป็นอะไรไปล่ะ…ริน? “ มิโดริโยนสคริปท์ให้กับคิมิกะแล้วเดินมาลูบหลังเพื่อนหน้าหวานที่ตอนนี้เอามือกุมหน้าผากออกอาการตื่นสนามสุด ๆ

“…ทำใจไม่ได้ง่ะ…”

“เอ๋? “

“…ทำใจแสดงบทรักกับยามะไม่ได้อ้ะ…”

“แต่พวกนายเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ? “ มายะเดินมาช่วยลูบหลังด้วยคนพร้อมกับตอบคำถามของมิโดริไปด้วยในตัว

“มิโดริ…รินเป็นคนขี้อายไม่เหมือนฉันหรอกนะ ถ้าจะให้แสดงบทรักมันเป็นเรื่องยากสุด ๆ สำหรับเขาเลยล่ะ ไปบอกคิมิกะหน่อยละกันว่าขอเวลาทำใจซัก 5 นาที” เจ้าตัวพยักหน้าแล้วลุกขึ้นเดินไปบอกผู้จัดการสาวตามคำสั่ง

“ใจเย็น ๆ น่า…ริน ยังไงนายก็ถ่ายคู่กับยามะซังอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องกังวลเลยนี่นา”

“แต่…”

“เชื่อฉันสิ ไปได้แล้วล่ะ” รินพยายามทำใจให้สงบยอมรับว่านี่คือการแสดงแต่ก็ทำได้ยากมาก แค่ยามะมาแตะก็สะดุ้งล้มตึงลงไปนั่งอยู่กับพื้นจนต้องถ่ายซ้ำเป็นสิบ ๆ เทค

“ริน…พร้อมยัง? คราวนี้ต้องเอาให้ผ่านนะ…จะปาเข้าไปตี 2 แล้วรู้เปล่า? “

“อือ…” เจ้าตัวพยักหน้ารับอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ …เย็นไว้ ๆ นี่แค่การแสดงนะ…การแสดง…แค่เทคเดียวเอง…เย็นเอาไว้…ได้แต่คิดให้หัวตัวเองเย็นลง แต่พอผู้กำกับบอกแอ๊คชั่นเท่านั้นก็เกิดอาการผวาสั่นทันที

“อีกแล้ว…แย่ชมัดเลยแฮะ…รินเอ๊ย…” มิโดริกับมายะกุมหน้าผากตัวเองอย่างหมดอาลัยตายอยาก ทว่าถูกปลุกให้สะดุ้งด้วยเสียงร้องของเอลกับไค

“มีอะไรอีกล่ะ? ฮะ…เฮ้ย !! “ เด็กหนุ่มร้องว้ากลั่นเพราะภาพตรงหน้าที่เขาเห็นมันคือภาพที่เพื่อนรักของเขากำลังถูกบังคับให้แสดงบทรักต่อหน้าทุกคน จากจูบก็เลยไปที่แตะเนื้อต้องตัวแล้วก็เลยเถิดไปไกลโน่นเลย คนที่เห็นเกิดอาการหน้าแดงยิ่งกว่ากินเหล้าเป็นขวด ๆ เลยทีเดียว

“O.K. ผะ…ผ่าน” แจ๊คพูดเสียงสั่นแล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปทำอารมณ์ทิ้งคิมิกะให้เป็นลมล้มฟุบอยู่ตรงนั้น

“ยามะซัง…คุณทำได้ยังไง? นั่นรินนะ…นั่นน่ะ…คือ…เอ่อ…รินเขา…” อีกคนที่ทำอารมณ์ไม่ได้ มายะอยากจะโวยคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ถูกดักคอด้วยการรับหน้าที่ดูแลเพื่อนตัวดีที่ตอนนี้หน้าแดงหอบเหนื่อยแถมยืนไม่อยู่อีกต่างหาก

“ดูแลรินแทนผมหน่อยละกัน เดี๋ยวขอไปหยิบของที่ห้องมีทติ้งรูมหน่อย” ก่อนไปยังอุตส่าห์ส่งจูบให้ด้วยอีกต่างหาก

“…ยามะซังนี่…ริน…เป็นอะไรหรือเปล่า? มิโดริ ! ขอผ้าชุบน้ำเย็นหน่อย“

“เปล่า…ไม่เป็นไรหรอก…แค่ช็อคนิด ๆ น่ะ ว่าแต่นายเถอะ…ไม่ไปสูดอากาศข้างนอกเหมือนทุกคนเขาหรือไง”

“ไม่ล่ะ…ทำอารมณ์ไม่เป็น อยู่ตรงนี้ดีกว่า”

ผ่านไปอีก 20 นาทีกับการทำธุระส่วนตัวของแต่ละคน ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ถ่ายฉากของริวเฮย์ มิโดริและเอล แน่นอนว่าเทคเดียวผ่าน ก็แค่เดินจากต้นทางไปจนสุดทาง กินเวลาถ่ายแค่ 15 เท่านั้น

“เดินซะเท่ห์เลยนะ…ริวเฮย์ มิน่า…ทำไมมายะถึงหลงนาย ดูนั่น…คงร้อนจนยืนไม่อยู่แล้วมั้ง” ซุยพูดประชดพร้อมกับหันไปทางคนที่เขาพูดถึงด้วยสายตายียวน

“โธ่ ! ทำเป็นพูดดี นายเองก็หลงมิโดริเหมือนกันน่ะล่ะ พอเขาเดิน…นายก็มองแบบไม่วางตาเหมือนกัน”

“กัดเก่งเหมือนเดิมเลยแฮะ” พอรู้ว่าตัวเองเถียงไม่ขึ้นก็ยอมปลีกตัวไปนั่งเงียบ ๆ กับมิโดริ

“อ้ะ ! เหล้า”

“เออ…อ๋อ ! เกือบลืม ขอบใจนะ…เอล” มายะรับเหล้าดีกรีแรงมาจากมือของเพื่อนร่วมทีมแล้วซดรวดเดียวหมดแก้ว

“ครื้มยัง? “

“แค่เบลอ ๆ ไม่ถึงกับเมาหรอก แต่ขออีกแก้วละกัน”

“อืม…เป็นไงบ้าง? ” เอลยื่นเหล้าให้คู่สนทนาอีกแก้ว

“…ไม่เมา…แต่ก็ถ่ายได้ไม่มีปัญหา เพราะร้อนเรียบร้อยแล้ว” เครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นเต็มหน้าชายหนุ่ม…เพราะร้อน…อะไรของมัน? …แต่กว่าจะถึงบางอ้อก็ต้องรอให้มายะถอดเสื้อโค้ทออก

“พร้อมนะ…มายะ “ เจ้าตัวพยักหน้าหงึก ยืนรอพวกสตาฟฟ์จัดเตรียมสถานที่

“ริน…ริวเฮย์…มีเรื่องให้ช่วยนิดหน่อย”

“อะไร? “

“ช่วงมองฉันหน่อยสิ” ทั้งคู่นึกแปลกใจแต่ก็ยอมทำตามคำขอร้อง ซักพักเด็กหนุ่มก็เดินไปตามคำเรียกของผู้กำกับ

“1...2…3…Action !! “ มายะเดินไปยืนอยู่หน้ากระจกแล้วหลับตาชั่วครู่ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองเรือนร่างตัวเองในกระจกเงา เด็กหนุ่มรู้สึกแปลกระคนตกใจ เขาเอามือมาแตะที่กระจกเงาเบา ๆ พลางคิดหาคำตอบให้ตัวเอง…นี่เราเหรอ? เราสวยขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่เคยมองตัวเองแบบนี้มาก่อนเลย ทั้ง ๆ ที่เราคิดว่าตัวงเองเป็นผู้ชายธรรมดา ๆ แท้ ๆ แปลก…รู้สึกร้อนไปทั้งตัว แล้ว…ริวเฮย์จะมองเราแบบไหนกัน? …ริวเฮย์…คุณมองผมแบบไหนกันแน่? …

“ดูมายะมองตัวเองในกระจกสิ…อย่างกับว่ามีคำถามอยู่เต็มสมองเลยแฮะ” เอลเรียกให้ไคดูพลางกระซิบบอก

“เหอะ…แต่ฉันว่าไม่ใช่ว่ะ เขามองเหมือนกับมองอีกคนในกระจกเลย เฮ้ย ! เงียบ ๆ มายะมองมาทางนี้แล้ว…เอ่อ…คือ…ริวเฮย์…คิดไหมว่ามายะเขาเซ็กซี่? ฉันว่ารินกับมายะนี่สุด ๆ ไปเลยนะ“ สายตาของมายะที่จ้องมองมาทางพวกริวเฮย์เหมือนกับขอร้องให้พวกเขาตอบคำถามที่ไม่สามารถตอบได้ ทุก ๆ คนในที่นั้นมองแต่เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หน้ากระจกด้วยแววตาที่แสดงความตกใจแกมงงงวย

“ผ่านฉลุย ! เสร็จแล้วล่ะ !! ไปเช็ควิดีโอแล้วหลังจากนั้นไปเจอกันที่ห้องคอมนะ“ คิมิกะเดินนำพวกเอลลิ่วไปที่ห้องมีทติ้งรูม ทิ้งไว้ก็แค่มายะและริวเฮย์เท่านั้น

“ตอนที่คุณอยู่หน้ากระจกแล้วหันมามองผม สายตาคุณอย่างกับอยากจะถามผมว่าผมมองคุณแบบไหนสินะ…ใช่ไหม? ”

“…ใช่…มันรู้สึกแปลกใจที่ได้เห็นตัวเองในรูปแบบนั้นเป็นครั้งแรก เหมือนกับผมเห็นอีกคนที่ไม่ใช่ผม…คุณคิดว่าผมเป็นคนยังไงล่ะ? “

“คุณก็คือคุณ…มายะ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครเป็นแบบไหน…ผมก็ยังรัก…มายามิ” ร่างสูงกระซิบเสียงเบาพร้อมกับพรมจูบไปที่หน้าผากเล็กมน

การเช็ควีดีโอเป็นอันเสร็จสิ้น ไม่มีจุดไหนที่ต้องแก้ไขหรือถ่ายซ้ำ ต่อไปก็คือการนำวีดีโอไปแต่งกราฟฟิค แจ๊คและคิมิกะสามารถทำกราฟฟิคออกมาให้ดูสวยได้ดีเพราะได้คำแนะนำจากมายะและซุยที่เก่งเรื่องคอมบวกกับพวกหัวศิลป์อย่างเอลและยามะ

“ได้แล้วล่ะ…สรุปว่าเราจะสร้างกราฟฟิคของเด็กหนุ่มให้เป็นเด็กฝรั่งนะ ส่วนทางเดินกับทุ่งหญ้าก็จะใช้ภาพทุ่งหญ้าธรรมชาติที่เคยถ่ายที่บ้านของมิโดริมาทำกราฟฟิค และจะใช้แสงในการแต่งฉากเปลี่ยนตรงช่วงอินโทรไซด์ฮุค ส่วนตรงช่วงกลางเรื่องเราจะใช้การซูมดวงตาของเด็กผู้ชายเข้าไปแล้วใช้การไสลด์แสงเปลี่ยนเป็นฉากของเรานะ” มายะอธิบายพร้อมกับเลื่อนเมาส์ไปชี้ประกอบ แล้วซุยก็ช่วยอธิบายเสริม

“ส่วนสีของฉาก ก็…ถ้าเป็นฉากที่พวกเราเล่นดนตรีจะใช้สีธรรมชาติแต่แสงจะน้อยเหมือนกับเล่นในที่มืดมีแสดงนิดเดียว ส่วนฉากตัวตลกของไคกับซุยจะใช้สีเทาแบบไลท์-เกรย์ ฉากของรินกับยามะจะใช้สีทรายเหมือนกับสีเนื้อพระจันทร์ออกหม่น ฉากของพวกริวเฮย์จะใช้สีแดงเลือดหมูแล้วค่อย ๆ เน้นแสงเปลี่ยนเป็นสีชมพูแบบช็อคกิ้ง-พิงค์ ฉากของมายะจะใช้สีน้ำทะเลเข้มปนกับสีเขียวสว่าง ฉากตอนที่พวกเราไปเชียร์มายะตอนแข่งมอเตอร์ปาร์คกับฉากการแข่งขันจะไม่มีการตัดตอนหรือเสริมแต่งอะไรทั้งสิ้น นี่คือข้อมูลคร่าว ๆ ที่วางโครงสร้างอิมเมจเอาไว้ มีปัญหาอะไรไหม? ” ไม่มีใครยกมือค้าน…คิมิกะก็เลยสรุปเอาข้อตกลงนี้เป็นเอกฉันท์

“เอาล่ะ…กว่า MV จะเสร็จกันจริง ๆ ก็อีก 2 วัน คิดว่าน่าจะทันวันที่ซิงเกิลจะขึ้นชาร์ทนะ ยังไงตอนนี้พวกเธอก็กลับไปพักผ่อนกันดีกว่า ฉันให้เวลาหยุดหลังจากนี้อีก 2 วันเต็ม ๆ พอกลับมาทุกคนต้องพร้อมกับการเตรียมทำอัลบั้มซึ่งต้องมีเพลงบรรจุทั้ง 12 เพลง…ตกลงไหม? ” พวกหนุ่ม ๆ พากันพยักหน้าพลางคิดในใจอย่างฉุน ๆ ว่า…คนเขาจะทำอัลบั้มเสร็จอยู่แล้ว เหลืออีกแค่ 5 เพลงก็เสร็จแล้วเพิ่งจะมาเตือน…

“งั้น…พวกเราขอตัวกลับไปนอนกันนะ กว่าจะเสร็จก็… 7 โมงเช้า…ง่วง…ไปล่ะ” ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายพาแฟนตัวเองกลับบ้านไปนอนพักเอาแรง…หรือเปล่า? อยู่ด้วยกันทั้งที…คงไม่แค่นอนพักหรอกมั้ง…?!

อีก 2 วันถัดมา ซิงเกิล Cat Boyz ก็ขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ทแซงหน้าซิงเกิล Forest & Sea ของ La Noir Phantom rพร้อมกับการออกอากาศของ MV ของทั้ง 2 วงนี้ด้วย ซึ่งวันแรกที่ MV ของ Night Fairy ออนแอร์ก็ได้รับความนิยมติดไดลี่ชาร์ทอันดับ 1 ทันที พอไปถามเหตุผลก็จะได้รับคำตอบกลับมาว่า…สนุกมาก ให้แนวคิดหลายแง่ดี และออกแนวอีโรติคด้วย ชอบมาก…

“นี่เขาชอบส่วนไหนของ MV กันแน่เนี่ย? “ มายะโวยใหญ่โตเพราะเขาแต่งเพลงนี้เพื่อให้คนฟังเข้าใจถึงความรักในแง่ที่พวกเขามอง แต่นี่กลับไปชอบในอีกมุมมองแทน

“เอาน่า…ยังไงพวกเราก็ได้เป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่นแล้วไม่ใช่เหรอ? ก็น่าจะฉลองกับความสำเร็จกันซักหน่อยสิ”

“ตามใจนายเถอะ…ซุย ว่าแต่…จะเอาร้านไหนล่ะ? “

“ที่เดิม เลิกปุ๊บไปปั๊บ” พูดพลางกดมือถือบอกคนในวงไปทั่ว

“เออ ! แล้วบอกพวกรินกับมิโดริยัง? “

“โอ๊ย ! ขานั้นรู้ด้วยสัญชาตญาณตั้งแต่พวกเราไม่เอ่ยปากด้วยซ้ำ”

“อย่างงั้นเลยเหรอ? อืม…ไปห้องซ้อมกันเถอะ พวกไครออยู่นานแล้วล่ะ”

“ก็ดี…จะได้รีบ ๆ แต่งเพลงให้เสร็จซักที เหลืออีกตั้ง 5 เพลงกว่าจะเต็มอัลบั้ม”

“อีกนาน…อีกนาน…กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ ยังไงก็ตาม…พวกเราไม่ยอมแพ้หรอก…ต่อให้มีปัญหาอุปสรรคอะไร ซุยคนนี้ก็จะข้ามมันไปด้วยแรงกำลังของขาตัวเองนี่ล่ะ ใช่ไหม…มายะ? “ ร่างบางพยักหน้าพลางหัวเราะเบา ๆ แล้วเดินลุกออกจากเก้าอี้ตรงล็อบบี้ไปเปิดประตูห้องซ้อมก่อนจะเอ่ยคำทักทายยามเช้าอย่างที่เคยทำทุกวัน

“อรุณสวัสดิ์…ทุกคน…”

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1