nightfairy.gif (21745 bytes)

CD 13

“อืม…ลิงค์หน้านี้ด้วยดีกว่า ใส่จาวาตรงนี้…เสะ…เสร็จซักที ง่วงชมัด…” พูดเสร็จปุ๊บก็ซบหน้าตัวเองลงกับหมอนปั๊บ แต่…ใครกันล่ะ…ที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบนี้…ใครกันน้า…?

วันรุ่งขึ้น

“อรุณสวัสดิ์ มิโดริ ซุยด้วย”

“โอสท์ ! ไค…เอล…มาแต่เช้าเลยนะ” ซุยทักทายเสียงร่าเริง

“เอ…แต่มายะกับรินล่ะ? ปกติมาก่อนพวกเราไม่ใช่เรอะ? “มิโดริหันซ้ายแลขวา

“นั่นสิ…”

อีกด้านหนึ่งของบริษัท

“เออ…เดี๋ยวเจอที่มีทติ้งรูมละกัน ขอตัวไปทำธุระส่วนตัวก่อน”

“ได้ อ้าว…รินอรุณสวัสดิ์ ทำไมหน้าตาหมอง ๆ ชอบกลล่ะ? ” ยามะเดินเข้าไปใกล้ร่างบางที่ยืนล้างมืออยู่ตรงอ่างล้างมือ

“ไม่ได้นอนน่ะ…ยามะ ผมเพลียมาก ๆ เลย”

“แล้วเมื่อคืนไปทำอะไรมาล่ะ? “

“รอมายะน่ะ บอกผมว่าจะนั่งแก้เวบของพี่ซากะแล้วก็ของวงที่ห้องคอมของบริษัท นึกว่ามันจะกลับมาที่ห้องก็เลยรอโทรศัพท์ ที่ไหนได้…ผิดคาด เอ่อ…ผมขอเกาะไหล่ไปจนถึงมีทติ้งรูมนะ”

“…ได้สิ เดี๋ยวบริการเป็นพิเศษเลยละกัน” พูดยังไม่ทันจบประโยคดีก็ช้อนเอวบางของรินขึ้นอุ้มแล้วเดินออกนอกห้องน้ำไป

“โธ่ ! ยามะ ปล่อยผมลงเดี๋ยวนี้เลยนะ คนมองกันทั้งบริษัทแล้วนะ”

“ช่างสิ ขนาดพวกมิโดริยังหวานกันออกนอกหน้าซะอย่างนั้น” เด็กหนุ่มยังคงดิ้นไม่หยุด มือเล็ก ๆ ทั้งสองพยายามแกะอุ้งมือหนาที่ประคองตนเองด้วยความโมโหแกมเขินอาย

“นั่นมันเขาไม่ใช่พวกเรานะ…ยามะ คุณเข้าใจอะไรผมหน่อยสิ…โธ่…ยามะ…”

“เดี๋ยวผมก็ปล่อยลงน่า ถึงแล้ว…ไง…อะ…” ต่างฝ่ายต่างอึ้ง พูดอรุณสวัสดิ์ตอนเช้าไม่ออก คนในห้องก็อึ้ง คนอยู่นอกห้องก็อึ้ง ก็แล้วจะไม่ให้อึ้งได้ยังไงกันล่ะ ในเมื่อไก่ดันเห็นตีนงู งูก็ดันเห็นนมไก่แบบซึ่ง ๆ หน้าอย่างนี้ รินแทบจะเอาหน้ามุดดินเพราะเขาอายที่ถูกอุ้มมาอย่างนี้ ส่วนคนในห้องคือมายะก็อยากจะวิ่งหนีออกจากห้องเพราะถูกเห็นในสภาพเสื้อผ้าเกือบหลุดออกจากตัว ยังดีที่กางเกงไม่หลุดจากขา ส่วนเจ้าตัวดีทั้ง 2 ที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวก็ยืนค้างเป็นหินไม่ขยับเขยื้อน

“พวกนั้นทำอะไรกันน่ะ…เอล? “ มิโดริชี้ไปทางหน้าประตูห้องพร้อมกับถามเสียงหลง

“จะพลอดรักกันตั้งกะหัววันเลยเรอะ ไม่เลว…ไม่เลว…” ซุยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากพลางคิดแผนแกล้งเพื่อนร่วมทีมในใจ

“ใช่เหรอ? แล้วทำไมรินถึงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อย่างนั้นล่ะ? ” ไคเชิดหน้าเป็นสัญญาณบอกให้พวกมิโดริมองที่หน้าห้องมีทติ้งรูม

“…เอางี้…ไปถามเจ้าตัวเลยละกัน เรื่องจะได้จบ ๆ ซักที เถียงกันอยู่นั่นล่ะ” เอลเดินฉับ ๆ ไปถามกลุ่มคนมีปัญหาที่ยืนตัวแข็งอยู่หน้าห้องโดยไม่ฟังคำทัดทานของใครเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เพียงอีกไม่กี่วินาทีเขาก็วิ่งตื๋อกลับมา

“ได้ความว่าไงล่ะ? “ ทั้ง 3 หน่อที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ พร้อมใจกันถามเสียงดังฟังชัด แต่คำตอบที่ได้รับคือ…เงียบ…เงียบอย่างเดียว

“…ถามแล้วทำไมไม่ตอบ? “ มิโดรินึกฉุนเลยตะโกนถามอีกที แต่ก็ยังเงียบเหมือนเดิม

“เอล…เป็นอะไร? “ ซุยชักตะหงิดใจยังไงชอบกลแล้วจึงเดินไปเขย่าไหล่แต่ก็ยังเงียบไม่เปลี่ยนแปลง แถมเงียบนานซะด้วยจนไคหงุดหงิด

“เอลบ้า ! ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ เห็นว่าแกล้งคนมันสนุกนักหรือไง? “ หนุ่มน้อยจอมกวนเลือดขึ้นหน้าตะคอกถามพร้อมกับเตะไปที่เป้าหมายอย่างแรงแล้วเดินหันหลังกลับไม่ยอมมองผลลัพท์ที่ตัวเองทำเอาไว้เลย

นั่นคือเหตุการณ์เข้าใจผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ (?) ที่เกิดขึ้นในเช้าวันหนึ่งของเหล่าหนุ่ม ๆ Night Fairy ซึ่งทำให้การงานของพวกเราในการถ่ายทำ MV Cat Boyz ล่าช้าลงไปอีก

พักกลางวัน

“…เรื่องก็เป็นอย่างที่เล่ามาทั้งหมดนั่นล่ะ สรุปวันนี้ยามะกับริวเฮย์ซังก็ถูกคิมิกะซังทำโทษให้กลับไปนั่งทำสมาธิพักใจที่บ้าน” รินอธิบายไปถอนหายใจไปอย่างอนาถในนิสัยของแฟนตัวเอง

“มิน่า…ทำไมเอลถึงแข็งไป อย่างนี้รินกับมายะก็อายแย่เลยน่ะสิ”

“โธ่ ! ถ้าแค่อายมันคงไม่เท่าไรหรอกมิโดริ แต่นี่มัน…อย่าพูดถึงเลยดีกว่า” มายะตัดบททันทีที่จะต้องพูดถึงเรื่องเมื่อเช้า แล้วเอามืออุดปากเพื่อนตัวดีที่ตั้งท่าจะตอบแทนเขาด้วย

“เออ ! พูดถึงเอล หายไปไหนล่ะ? ปกติต้องมานั่งเทคแคร์นายนิ…ไค” เจ้าตัวไม่ตอบได้แต่เชิดหน้าร้องฮึ

“กลับบ้านไปพักรักษาตัว” ซุยตอบเสียงต่ำแล้วหันหน้าหนีแกล้งทำเป็นไม่สนใจ

“ไม่สบายเหรอ? ทำไมล่ะ? “ มิโดริหน้าซีดลงทันทีที่ถูกโยนหน้าที่ให้เป็นคนตอบคำถามแทน เจ้าตัวลุกขึ้นไปคล้องคอเพื่อนหน้าหวานให้ลุกไปนั่งอีกโต๊ะนึงที่ห่างจากโต๊ะเดิมประมาณ 2- 3 โต๊ะ

“มายะ…ริน…เอ่อ…เอาหูมานี่หน่อย เรื่องนี้ห้ามพูดต่อหน้าไคเขาน่ะ เอาแค่กระซิบกระซาบรู้กันแค่นี้ก็พอนะ” ทั้ง 2 พยักหน้าหงึก

“แล้วตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ล่ะ? “

“คืองี้…เช้านี้ที่เอลเห็นเรื่องของพวกนายเข้าก็เลยเกิดช็อคแข็งไม่รับรู้เรื่องอะไรอีก พวกเราเองก็ไม่รู้เลยเซ้าซี้ถามแต่ก็ไม่ได้คำตอบกลับมาก็เลยหงุดหงิดคิดว่าจะเลิกถาม แต่ไคเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว พอไม่ได้คำตอบก็เลยเตะผ่าหมากเข้าให้เต็มแรงจนเอลตัวงอลงไปนอนอยู่กับพื้น คิมิกะที่เพิ่งจะดุพวกเธอเสร็จเข้ามาเห็นสภาพเข้าก็เลยสั่งให้กลับไปนอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านน่ะ” อธิบายจบเหงื่อเม็ดโต ๆ ก็ผุดขึ้นมาเต็มหน้าหนุ่มร่างเล็กทั้งสาม

“…เราว่าอย่าทำให้ไคโกรธมันน่าจะดีกว่านะ” รินเสนอความคิด

“อืม…จริง ๆ ด้วยแฮะ” มายะยิ้มแหย ๆ พลางปรายตามองไคที่นั่งหน้างอกินเบียร์อยู่กับซุยอย่างผวา

“แต่ว่าเอลกับไครักกันและสารภาพรักกันแล้วไม่ใช่เหรอ? วันนั้นทุกคนก็อยู่เป็นพยานด้วยนี่นา…แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องบ้า ๆ อย่างนี้ขึ้นอีกนะ? ” มิโดริถอนหายใจแรง ๆ เหมือนกับไม่เชื่อเรื่องที่ไคทำกับเอลเมื่อเช้าแล้วหันหน้ามาสบตากับเพื่อนทั้ง 2 ที่สีหน้าก็เหมือนกับจะไม่เชื่อเหมือนกัน

ย้อนกลับไปวันที่มายะรับรางวัลชนะเลิศในการแข่งมอเตอร์ปาร์ค…

“เฮ้ ! เอล…จะกลับบ้านกันเลยเหรอ? ไม่อยู่ฉลองต่ออีกผับเหรอ? “ มายะเดินออกจากผับมารั้งเพื่อนร่วมวงให้อยู่ฉลองกับเขาต่อ

“อืม…คงจะตรงกลับบ้านเลยน่ะ จะไปแต่งเพลงต่อ อีกอย่าง…ไคเมาหลับไปเรียบร้อยแล้วด้วย”

“คออ่อนจังหมอนี่ แค่ให้กินเหล้าขาวแค่ขวดเดียวเอง เอาเถอะ ! ฉันจะกลับไปก๊งต่อ ไง ๆ ก็ดูแลให้ดี ๆ แล้วกัน”

“โอเคครับ ราตรีสวัสดิ์” ต่างฝ่ายต่างเดินหันหลังกลับไป แต่ยังไม่ทันที่หนุ่มน้อยจะก้าวเข้าผับ เจ้าตัวก็สะดุดกึกเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้แล้วเดิ่นลิ่ว ๆ มากระชากแขนร่างสูงเต็มแรง

“เดี๋ยว ! นายทำตามคำพูดของฉันหรือยัง? เรื่องนั้นน่ะ…ทำยัง? “

“…ยัง คิดว่ารออีกหน่อยดีกว่า…” เอลพูดพลางบิดลูกกุญแจสตาร์ทรถอย่างเฉยชาทำให้มายะฉุนจัดตรงเข้าไปกระชากติ่งหูของร่างสูงแล้วตะโกนแบบไม่กลัวแก้วหูจะแตก

“เจ้าบ้า! โอกาสมายังไม่คว้า!! แล้วอย่างนี้เมื่อไรนายจะได้บอกไคเขาว่านายรักเขาล่ะ? เฉื่อยชาสุด ๆ ใจเสาะอีกต่างหาก ไม่รู้ไคเขาชอบนายตรงไหน” ชายหนุ่มชะงักกึก

“ตรงไหน? นายลองไปถามริวเฮย์แฟนนายสิ จะได้รู้ว่าเขาชอบนายตรงไหน… มายะ”

“นายกำลังย้อนฉันว่า แฟนของใคร…เขาคนนั้นก็ต้องรู้ด้วยตัวเองว่ามีส่วนไหนที่น่าหลงรักงั้นเรอะ? “

“ถ้ารู้ก็กลับไปดื่มต่อเหอะ ราตรีสวัสดิ์” มายะมองตามท้ายรถไปอย่างงง ๆ

“…ถ้ารู้เหรอ…มันคิดอะไรของมัน? “

วันถัดมาเอลก็มาทำงานที่บริษัทด้วยอาการหน้าบานยิ่งกว่าพานทอง ทำให้คนทั้งบริษัทงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เว้นแม้กระทั่งมายะผู้ซึ่งเป็นเจ้ากี้เจ้าการเรื่องของเอลกับไค

“เอล…เอล…มานี่หน่อย มีเรื่องจะถาม”

“อะไรอีกล่ะ…ริน? ยังไม่ได้แก้แทบโน้ตเลยนะ”

“เรื่องของนายเรียบร้อยแล้วเหรอ? “ มายะที่นั่งดื่มน้ำอยู่ข้าง ๆ ถึงกับสำลักพ่นพรวดออกมา แต่ไม่มีใครมานั่งสังเกตอากัปกิริยาของเขา แต่ละคนในนั้นหันมานั่งรวมหัวคุยกันถึงเรื่องของไคกับเอล

“…ทำไมต้องถามด้วยล่ะ? “ เจ้าของเรื่องเบี่ยงหน้าต่ำลงเกือบมิดหน้ากระดาษ

“ก็นายร่าเริงผิดปกติน่ะสิ ไคเองก็ดูใจเย็นขึ้นด้วย ถ้านายปฏิเสธบอกว่าเปล่าล่ะก็…มันโกหกกันเกินไปแล้วล่ะ”

“…” เอลไม่ตอบแถมยังลุกพรวดขึ้นเดินออกนอกห้องไปหน้าตาเฉยด้วย

“อ้าว…เอล? อย่าเลี่ยงไม่ตอบเด้!! “ หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีพวกตัวดีทั้งหลายก็เดินตามออกไป มายะที่เห็นว่าพวกตัวปัญหาออกไปแล้วก็ลากไคมาคุยด้วย

“ไค…ฉันขอถามนะ เมื่อคืนนายเมาไม่รู้เรื่องแล้วเจ้าเอลมันทำอะไรหรือเปล่า? ”

“เปล่า…ทำไม? “ เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินเอียงหูเกือบติดปากของคู่สนทนา…อะไรนะ? เปล่า…ไม่ได้แตะ? ฟังผิดหรือเปล่าเนี่ย?! นิสัยอย่างเอลเนี่ยนะ? จะไม่แตะต้องของสุดที่รักที่อยู่ตรงหน้า…

“โกหกเพื่อนมันไม่สวยนะ”

“แล้วคิดว่าฉันโกหกหรือไง…มายะ? ที่ไคกับฉันสัญญากับนายไว้…ฉันไม่ลืมหรอก แต่ว่า…เมื่อวานนี้ที่พูดออกไปแล้วมันยังทำใจยอมรับไม่ได้น่ะสิ” เอ่ยพลางหลับตาคิด…ถ้าคราวนั้นไม่แพ้พนันมายะ วันนี้คงไม่ต้องมานั่งลำบากใจอยู่อย่างนี้หรอก…ไคยิ่งคิดก็ยิ่งคิ้วขมวดกันเป็นปมยุ่งมากกว่าเดิม ก็ในเมื่อก่อนวันแข่งขันเขาดันไปพนันกับมายะไว้ว่า ยังไงซะเพื่อนของเขาคนนี้ก็ต้องแข่งแพ้โฮโจ ไซยูกิแน่ ๆ เขาพนันเอาไว้ถ้าหากเขาแพ้การพนันครั้งนี้เขาจะยอมทำตามคำขอของสหายร่างบางที่ขอเอาไว้ว่าจะต้องสารภาพรักกับเอลให้ได้ แต่ถ้าหากตัวเขาเองเป็นคนชนะการพนันเขาจะเอาเรื่องการพนันนี้ไปแฉให้ริวเฮย์รู้ แต่ดูเหมือนมายะจะไม่สนใจคำท้าทายนี้เลย เขาดูเหมือนมั่นใจในตัวเองมากว่าจะสามารถชนะการแข่งมอเตอร์ปาร์คของปีนี้ได้อย่างสบาย ๆ แล้วมันก็เป็นจริงที่ว่าชนะได้อย่างสบาย ๆ ทำให้หนุ่มน้อยจอมกวนอย่างไคต้องยอมทำตามข้อตกลงที่ได้วางเอาไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้

“นี่ ! นายเป็นเพื่อนกับเอลมากี่ปี? “

“…6 ปี”

“แล้วนายกับเอลรู้ว่าต่างฝ่ายต่างตกหลุมรักกันมากี่ปี? “

“ 2 ปีที่แล้ว”

“แล้วยังลังเลอะไรอีก พูดก็พูดไปแล้ว รู้ใจกันซะขนาดที่พวกเราไปแทรกไม่ได้เนี่ย…จะเอาอะไรอีก? แล้วตกลงเมื่อคืนนี้นายทำอะไรกับเอลกันแน่? “ ไคมองหน้าเพื่อนตัวเองก่อนจะตอบเสียงเนือย

“คือ…เมื่อคืนนี้ เอลเขาพยายามจะพาฉันขึ้นไปนอนบนเตียงดี ๆ แล้วจะเช็ดตัวแก้เมาให้ แต่ว่ามันดันนึกเลยเถิดไปถึงเรื่องอื่นน่ะสิ ก็เลยตกใจจนถีบยันเข้าให้ที่ท้องของเขาซะเปรี้ยงเบ้อเร่อล้มลงไปนอนกับพื้นเลยน่ะ” มายะได้ยินถึงกับมือไถลยันคางตัวเองไม่อยู่

“โห…นิ…นี่นายถึงกับถีบเลยเหรอ? แล้วเอลมันทนชอบนิสัยของนายได้ไงวะ? “ คู่สนทนาส่งสายตาค้อนขวับมาให้เป็นเชิงห้ามไม่ให้ถามต่อ

“เลิกพูดเลยนะ ไม่งั้นนายได้เจอหมัดอัพเปอร์คัทแน่ ๆ ” พูดพลางกำหมัดไว้แน่น ทำให้คนตรงหน้าแหยงไปได้พอสมควร

“ได้…แล้วไงต่อ? ทำไมเอลมันถึงดีใจยิ้มหน้าบานอย่างนั้นล่ะ? “

“ก็…พูดขอโทษเขาดี ๆ แล้วก็ช่วยดูอาการให้น่ะสิ แค่นี้ก็จบเรื่อง” มายะมองหน้าเพื่อนตัวเองแล้วยิ้มออกมาพร้อมกับตบหลังเต็มแรง

“ดีแล้ว ! นายเก่งจริง ๆ ขอให้เป็นอย่างนี้ตลอดไป แต่…เพลา ๆ นิสัยใจร้อนของนายลงหน่อยก็ดีนะ จะได้อยู่ด้วยกันยืด ๆ ” ยิ้มได้ไม่ถึงวินาทีก็กลับมาหน้าบูดเหมือนเดิม

“หมายความว่าไง…นิสัยที่ว่าน่ะ? ได้…ริวเฮย์ซัง ! มายะเขาแอบนินทาคุณแน่ะ !! ” แค่นั้นก็ทำให้หนุ่มน้อยสะดุ้งเฮือกเสียวสันหลังได้สุด ๆ แล้ว

“เฮ้ย ! อย่าเหมากันมั่ว ๆ อย่างงี้เด้…ไค !! “ มายะรีบกระวีดกระวาดวิ่งตามไปอุดปากเด็กหนุ่มจอมกวนที่ออกไปแกล้งโวยวายกับร่างสูงที่ยืนทอดน่องอยู่ข้างนอก เพราะกลัวบทลงโทษอันสุดแสนจะหนักของเขา

แต่…เอ…ทั้ง ๆ ที่มันเป็นอย่างนั้นแท้ ๆ ทั้ง ๆ ที่เห็นว่ามันราบรื่นไปตลอดรอดฝั่งแท้ ๆ ทำไมยังมีปรากฏการณ์ประหลาด ๆ เกี่ยวกับนิสัยที่สุดจะเลือดร้อนของไคได้อีกน้า?!

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1