nightfairy.gif (21745 bytes)

CD 12

“เฮ้ย ! ไค !! มาดูข่าวนี่สิ” มิโดริตะโกนเรียกเพื่อนร่างเล็กที่กำลังนั่งเซ็ทกีตาร์อยู่ตรงมุมห้อง

“ข่าวดีหรือเปล่าล่ะ? “

“ดีสำหรับมายะคนเดียวล่ะ เราไม่เกี่ยว” หนุ่มน้อยตาดุเดินข้ามสายไฟมานั่งลงข้าง ๆ เพื่อนหน้าหวานแล้วหยิบหนังสือพิมพ์มาดู

“โฮโจ ไซยูกิประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนว่าจะถอนตัวจากการแข่งเรซซิ่งปาร์คทุกประเภท 3 ปี ถ้าหากไม่ได้ตำแหน่งชนะเลิศอันดับ 1 มาครอง เพื่อเป็นการขอโทษที่เคยพูดสบประมาทฮิโรตะ ซากะนักแข่งเรซซิ่งปาร์คที่ประสบอุบัติเหตุจนต้องประกาศอำลาวงการไปอย่างถาวร และเป็นพี่ชายเพียงคนเดียวของนักแข่งหน้าใหม่ฮิโรตะ มายามิ นี่คิดไหมว่ามายะไปพูดขู่อะไรเขาไว้หรือเปล่า? “ ร่างบางผมม้าส่ายหน้า

“ฉันไม่คิดว่าเป็นฝีมายะนะ ถ้าลองเป็นฝีมือของหมอนั่นจริง ๆ คงไม่มีทางโผล่หัวมานั่งขอโทษอย่างนี้หรอก ดีแต่กลัวจนเอาหลบอยู่ในกระดองแล้วล่ะ”

“นั่นสินะ…อ้าว ! เอล หวัดดีตอนเช้านะ”

“เช่นกัน วันนี้รินกับมายะบอกว่าจะมาที่นี่ราว ๆ เที่ยงนะ ไปทำธุระให้กับพี่ซากะก่อน” มิโดริพยักหน้ารับก่อนจะหยิบมือถือมากดเรียกสาย

“ฮัลโหล…ริวเฮย์ นายกับยามะอยู่ไหนน่ะ? ฮะ…กลางถนน? รถติด? อืม…เข้าใจแล้ว เออ…มายะกับรินจะเข้าบริษัทช้าล่ะ เขาบอกให้พวกเราไปที่ตึกของนิตยสาร shoxx ก่อน เดี๋ยวตามไปทีหลัง แค่นี้นะ”

“ตกลงว่าไง? ให้พวกเราไปก่อน? “ ไคหันไปติดกระดุมปกเสื้อของเอลพลางหันมาถามรินพลาง

“อืม…เห็นที…คงต้องพึ่งรถนายซะแล้วล่ะ…เอล คิมิกะซังไปรออยู่ที่โน่นเรียบร้อยแล้วล่ะ” ว่าเสร็จก็เดินนำลงไปที่ลานจอดรถแล้วอีก 2 หนุ่มก็เดินตามลงไปด้วย

ณ บ้านของซากะ

“แค่เขามาง้อ…พี่ก็เลยให้อภัยเขา? “

“อืม…ใช่ ทำไม? “ ทั้งรินทั้งมายะพากันเหงื่อตก

“แล้วพวกเรามากังวลทำไมกันเนี่ย? รู้งี้ไปบริษัทตั้งแต่แรกก็ดีหรอก” รินถอนใจแรง ๆ แล้วหันไปมองหน้ามายะ

“…ไปดีกว่า เห็นว่าเมื่อคืนนี้ผมโทรมาแล้วได้ยินเสียงแปลก ๆ หรอกนะ ถึงยอมมา รู้งี้ไม่น่ามาให้เมื่อยแรงเลยจริง ๆ ไปเหอะ…ริน อยู่ไปก็เท่านั้น“ พูดพลางเก็บของเข้ากระเป๋าพลางแล้วเดินลิ่ว ๆ ออกนอกร้านไปไม่ยอมมองหน้าพี่ตัวเองอีกเลย

ระหว่างทาง

“มายะ…พี่ซากะเขาฝากฉันมาถามนายด้วยนะ”

“เรื่อง? “

“โกรธเขาหรือไง? พี่เขาแปลกใจที่นายไม่ยอมบอกลาเลย”

“นิดหน่อย แต่แปลกใจมากกว่า…แต่ก่อน…พอพูดถึงเรื่องนี้พี่จะเป็นคนแรกที่ตะโกนว้ากออกมาว่าไม่ให้พูดถึง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ แต่ว่าตอนนี้ฉันถึงรู้…เจ็บใจชะมัด รู้งี้ไม่น่าห่วงให้เปลืองแรงเลย”

“เอาน่า…อย่าบ่นนักได้ไหม? เรื่องมันก็แดงมามากพอแล้วน่า…เขาก็อุตส่าห์ออกมายอมรับความผิดต่อหน้าสื่อมวลชน นายจะเอาอะไรอีก? “

“กะอีแค่ยอมรับและดูแลพี่มันยังน้อยไป ฉันจะไม่ยอมให้หมอนั่นมันแกล้งแข่งเพื่อแพ้ฉันหรือว่าชนะฉันเพราะฝีมือของมันเองหรอก” รินเอาหน้าซบกับหลังของเพื่อนรักอย่างหน่ายหัวใจ

“หมายความว่านายอยากจะชนะหมอนั่นอย่างนั้นใช่ไหม? “ มายะพยักหน้าหงึกเบา ๆ แทนคำตอบ

“แล้วทำไมนายไม่บอกพี่ซากะตั้งแต่แรก? รู้ไหมว่าคนที่ฟังนายบ่นตลอดทางอย่างฉันเมื่อยหูสุด ๆ เลย”

“นายก็รู้นิสัยฉันดีนี่ แล้วมาบ่นทำไมอีก? “

“…เปล่า…”

พอถึงสถานที่นัดหมาย ทุกคนก็รีบเข้าไปในห้องรับรองของนิตยสาร shoxx แล้วเริ่มการสัมภาษณ์ทันที เริ่มจากคำถามแรกที่เกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ต่อด้วยวิธีทำงานเพลงของซิงเกิลแรกจนถึงซิงเกิลปัจจุบัน และซิงเกิลใหม่ที่จะวางแผงต่อจาก Cat Boyz รวมถึงการทำ MV แล้วมาจบกับคำถามสุดแสบที่ทำให้แต่ละคนถึงกับอึ้งกับคำตอบ

“เอ่อ…มายะกับรินนี่เล่นหัวกันบ่อยจังเลยนะครับ ถ้าอย่างนี้…สมมติว่ามีแฟนแล้ว แฟนเขาไม่หึงแย่หรือครับ? “ ทั้งกลุ่มพากันหัวเราะก๊าก

“โธ่ ! ไม่หัวเราะหรอกครับ พวกผมมั่นใจ 100 % เลย” พูดเสร็จก็หัวเราะกันอีกพักใหญ่ ทำเอา 2 หนุ่มเขินจนทำอะไรไม่ถูก

“เอ่อ…แล้วถามจริง ๆ เถอะครับ พวกคุณมีคนรักกันจริง ๆ หรือเปล่า? “ ทั้งกลุ่มยกเว้นไคกับเอลพากันตอบเสียงแข็งว่ามี แต่ยังไม่ยอมบอกว่าใครคือคนรักของพวกเชานอกจากจะจ้องตากันเองแล้วพากันระเบืดเสียงหัวเราะออกมาดังสนั่นห้อง ทำเอาคนสัมภาษณ์งงเป็นไก่ตาแตก

“ละ…แล้วพวกคุณมีแฟนมากันกี่คนแล้วครับ? “ ไม่มีใครตอบยกเว้นคู่หูหน้าหวาน

“ถ้าไม่นับคนปัจจุบันล่ะก็มี 2 คน” รินตอบ

“1 คน” มายะตอบบ้าง

“ใครบ้างครับ? “ คนสัมภาษณ์มือสั่นใจเต้นตึกตัก

“คนที่ 2 ไม่ขอบอก แต่คนแรกล่ะก็…อยู่ใกล้ ๆ นี่เองครับ” รินพูดเสียงระรื่น

“ใคร? “ งานนี้ทั้งห้องต่างพร้อมใจกันถามโดยไม่ได้นัดหมาย

“ก็หมอนี่ไงครับ” แล้วทั้งมายะและรินต่างก็พร้อมใจกันชี้หน้าแต่ละฝ่ายแล้วตอบพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายอีกเช่นเดียวกัน

“เอ๋?! “ ยามะร้องลั่น

“หมายความว่าไง? “ ริวเฮย์กับมิโดริช่วยกันถามเสียงหลง

“ก็หมายความอย่างว่านั่นล่ะ ฉันกับรินเคยรักกันมาก่อนจริง ๆ ไม่โกหกหรอก แต่ก็เป็นเรื่องเก่ามาก ๆ เลยด้วย เลิกกันได้ตั้ง 5 ปีแล้วมั้ง”

“ถ้าอย่างนั้นพวกนายก็เป็นโฮโม? “ เอลถามพร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์

“บ๊องส์ ! พวกเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย (แต่อันที่จริงเป็นไปเรียบร้อยแล้ว) แค่ตอนนั้นเกิดการเข้าใจผิดนิดหน่อย…คิดว่ามายะเป็นผู้หญิง เพราะไว้ผมยาว หน้าก็หวาน แถมชอบใส่ฮูปอีกต่างหาก” รินอธิบายพลางยิ้มร่า

“ผมเองก็เหมือนกันล่ะ หมอนี่มันใส่เสื้อสีสดใสเหมือนผู้หญิงเลย ไว้ผมยาวผูกหางม้า มาถามผมที่ยืนอยู่หน้าร้านของพี่ชายว่าที่นี่ใช่ที่ซ่อมรถหรือเปล่า? ผมนึกว่าเขาเป็นผู้หญิงเลยกะจะจีบ…แต่ก็แป้ว”

“ผมก็นึกจะจีบเหมือนกัน แต่พอรู้ว่าเป็นผู้ชายก็ร้องเฮ้ยออกมาเลย เสียมารยาทน่าดูเลยนี่นา แต่ไป ๆ มา ๆ ก็เอาเลย คิดว่าน่าคบดีก็กลายเป็นคู่ซี้ไปเลย แล้วตอนนั้นคนในวงการอินดีส์ก็ทักเอาเองว่าพวกเราเป็นแฟนกัน”

“ทักไปทักมาก็เป็นจริงสิครับ รู้แก่ใจดีเลยไม่ได้สารภาพออกมา” รินกับมายะพากันหัวเราะเสียงดัง แต่ในใจกลับคิดว่า…ดีนะที่ไม่ได้ถามคำถามอะไรที่เกี่ยวกับเซกส์ ไม่อย่างนั้นอึ้งกินแน่ ๆ …คิดพลางกัดฟันหัวเราะพลางจนคนอื่นสงสัย

“ไอ้นี่มันเรียกว่ารู้ใจกันมากกว่าเป็นแฟนกันแฮะ” ไคโพล่งออกมากลางวง

“รู้อย่างนั้นก็ดี เอาเป็นว่าเชิญถามเรื่องอื่นไปละกันจะไปกินน้ำ” พูดจบก็พากันลุกขึ้นแล้วเดินออกไปนอกห้องรับรอง

ผ่านไปครึ่งชั่วโมงการสัมภาษณ์ก็เสร็จเรียบร้อย สมาชิกทุกคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แล้วหลังจากนั้นก็ผ่านไป 3 วัน วันที่มายะต้องลงแข่งรอบชิงกับโฮโจ…

“แน่ใจนะว่าให้พวกเรามาดูนายแข่งได้น่ะ? ความแตกขึ้นมานายได้กลายเป็นข่าวแน่ ๆ ” รินเดินตามพร้อมกับถามย้ำเรียกความแน่ใจ

“ใช่ ๆ รินพูดถูกนะ แล้วนายใส่ฮูปแบบไหนไปแข่งล่ะ? แล้วจะให้พสกเราทั้งแก๊งไปดูด้วยนี่…แฟน ๆ เขาจะกรี๊ดพวกเรามากกว่าไปดูการแข่งขันนะ” มิโดริพูดเสริมเสียงดังแกมบ่น แล้วพวกที่เหลือก็ทยอยพูดรับรอง

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ถ้าพวกนายเห็นชุดฮูปที่ฉันใส่วันนี้คงจะรู้ดีว่าเรื่องที่พวกนายพูดมาทั้งหมดจะเป็นหมันแน่ ๆ ไปก่อนนะ ริน…มากับฉันด้วยเลยละกัน ส่วนริวเฮย์กับคนอื่น ๆ เดี๋ยวตามมาละกัน” พูดรัว ๆ แล้วรีบกระชากแขนของเพื่อนซี้ไปขึ้นลิฟท์ทันที

“ฮูปของหมอนั่นเป็นยังไงกันแน่นะ ริวเฮย์…นายเคยเห็นไหม? “ ซุยเกาแกรก ๆ แล้วเอียงคอมาถามหนุ่มร่างยักษ์ที่ยืนเปลี่ยนอ็อปชั่นมือถือตัวเองอยู่ตรงมุมห้อง

“…ไปดูเองดีกว่า อย่าถามฉันเลย”

สนามแข่ง เวลา 10 โมงตรง

“เอ๊ะ ! นั่นมันเอลซังกับริวเฮย์ซังไม่ใช่เหรอ? ” สาวแรกชี้นิ้วไปที่หนุ่มร่างยักษ์ในชุดแจ๊กเก็ตหนังสีดำที่ยืนคู่กับหนุ่มผมบลอนด์ซึ่งกำลังยืนถ่ายวีดีโออยู่ ตามด้วยสาว 2 และอีกหลาย ๆ สาวที่ยืนกระโดดกรี๊ด ๆ อยู่ข้าง

“นั่นมิโดริจังนี่นา นั่นก็ไค วง Night Fairy มากันทั้งวงเลย…หรือเปล่า? ทำไมไม่มีรินกับมายะล่ะ? “ แต่พูดได้แค่นั้นก็ถูกกลบด้วยเสียงออดเตือนของการแข่ง แล้วตามด้วยการประกาศเปิดงานของประธานในพิธีและตบท้ายด้วยการประกาศรายชื่อผู้แข่งขันแข่ง นักแข่งขันแต่ละคนก็อวดท่าทางลีลาทักทายเรียกเสียงกรี๊ดได้สุด ๆ ไม่แพ้นักร้องเลย ยิ่งพอมาถึงคนที่กำลังตกเป็นข่าวหน้า 1 ในวงการกีฬาเรซซิ่งอย่างโฮโจ ไซยูกิด้วยแล้ว ยิ่งได้รับการกรี๊ดตอบรับมากกว่าคนอื่นถึงเท่าตัวเลยทีเดียว และยังมีอีกคนที่ลืมไม่ได้…ฮิราตะ มายามิ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือมายะมือเบสโซโลแห่งวง Night Fairy ที่ถือว่าเป็นม้ามืดประจำการแข่ง แถมวันนี้เขาแต่งแบบเปิดเผยมาก เนื่องจากกฏในการแต่งตัวของนักแข่งไม่ค่อยเจ้าระเบียบมากนัก ชุดในการแข่งของร่างบางก็คือ…ชุดฮูปไม่มีแขนปิดคอสีดำมีรูปสายฟ้าสีเงินอยู่ตรงกลาง ถุงมือเปิดนิ้วที่ยืมจากซุย กับแว่นกันลมสีบลู-ดาร์คอันเล็ก ๆ อันนึงที่พอจะเป็นกำบังลมให้กับดวงตาตัวเองได้เวลาซิ่ง

“ฉันไม่แปลกใจอะไรแล้วล่ะว่าทำไมหมอนั่นถึงพูดว่ายังไงพวกเราก็ไม่โดนกรี๊ดอยู่ฝ่ายเดียว” ไคเอ่ยเสียงหน่ายพลางมองไปทางเพื่อนตัวดีที่ยืนโบกไม้โบกมืออยู่ข้างล่างกลางสนาม

“คิดเหมือนกัน” เอลกับมิโดริช่วยถอนหายใจเสริม

พอได้เวลาที่การแข่งขันสมควรจะเริ่ม คนดูทั้งสนามพากันปิดปากเงียบสนิทแล้วนับ 1 – 3 ในใจเพื่อรอการปล่อยตัวของนักกีฬา

“ไซยูกิ…” มายะกระทุ้งศอกตัวเองเข้ากับไหล่ของร่างโปร่งสูงของคู่แข่ง

“หือ? อะไรครับ…มายามิจัง”

“พี่ฉันเรียกอย่างนั้นได้คนเดียว นายไม่มีสิทธิ์เรียก” ร่างบางกระทุ้งศอกอีกทีเข้าที่ชายโครงเต็มแรง

“อูย…แล้วเรียกนี่มีธุระอะไรล่ะ? ” ร่างบางยิ้มเย็นก่อนตอบ

“นายไม่มีทางชนะฉันหรอก ทั้งตอนนี้และตลอดไป !! “

พอปล่อยไฟเขียวเท่านั้น แต่ละคนก็ปล่อยลีลาการซิ่งออกมาอย่างสุดมันส์ แต่ละคนนี่ซิ่งแบบสุดแรงเกิด ใครมีไม้ตายอะไรก็งัดเอาออกมาใช้กันเป็นว่าเล่น แต่พอผ่านไปซักประมาณ 20 นาที นักซิ่งก็โดนรีไทร์ออกไป 3 คน เพราะขับซิ่งจนไถลหลุดออกนอกวงโค้งรูปตัว S อีก 5 นาทีผ่านไปก็หายไปอีก 3 คน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าในสนามแข่งตอนนี้มีนักแข่งอยู่แค่ 4 คนเท่านั้น

“เราจะแพ้ไม่ได้ ถ้าแพ้…ทุกอย่างต้องพัง แพ้ไม่ได้ !! “ มายะตะโกนลั่นสนามพร้อมกับบิดคันเร่งให้พุ่งพรวดไปถึงจุด Max ซิ่งผ่านทางตรงแซงแชมป์เก่าที่รั้งทายโฮโจและอดีตแชมป์ 2 สมัยที่แข่งชนะในโอเพิน-เอกซ์ เรซซิ่งปาร์ค ของอเมริกา

“เอาจริงหรือเนี่ย? แรงกว่าซากะซะอีกแฮะ” ร่างสูงเลียที่ริมฝีปากหนึ่งครั้งแล้วบิดคันเร่งซิ่งทะยานตามเด็กหนุ่มออกไป ทิ้งให้พวกแชมป์เก่าเอ๋อกินค้างอยู่กับที่จนน็อครอบไป

“ไม่เคยเห็นมายะซิ่งอย่างนั้นเลยนี่นา ที่นายพูดมันก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ” รินพูดพลางมองตามมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนที่ซิ่งอยู่ในสนาม…มายะ…ที่นายบอกว่าพนันกับไคและเอลไว้มันก็ป็นเรื่องจริง ที่บอกว่าจะชนะคนที่ชนะพี่ซากะมันก็เป็นเรื่องจริงอีก ดูถูกนายไม่ได้เลยจริง ๆ …ร่างบางหัวเราะเบา ๆ ในลำคอแล้วดึงเอาแชมเปญจ์ออกมาจากกล่องแพ็คแช่แข็ง

“ทางโค้งตรงจุด S น่ะยากมากเลยนะ นายจะผ่านไปได้หรือไง…หนูน้อย? ถึงยังไงนายก็ผ่านไปไม่ได้หรอก“ โฮโจยิ้มเย้ยแล้วซิ่งตีขนาบข้าง

“แล้วที่ทำให้พวกนายไปอยู่ในโรงพยาบาลเกือบครึ่งนั่นมันคืออะไรล่ะ? “ เด็กหนุ่มล็อคครัชท์ให้หลุดออกจากเบรคแล้วซิ่งด้วยความเร็วที่จุด Max ตรงไปที่จุดโค้งโดยไม่ผ่อนแรงเลย

“เฮ้ ! อันตรายนะ เอาครัชท์ออกจากเบรคอย่างนั้นน่ะ มายามิ !! อันตรายนะ” ไม่รู้ว่าเพราะเขาศิ่งใกล้กับกองประกาศหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ แต่ที่แน่ ๆ เสียงของเขาดังเข้าไปในไมโครโฟนเต็มที่เลย พวกคนดูที่ได้ยินคำพูดของเขาที่เตือนหนุ่มน้อยให้หยุดเบรคถึงกับกรี๊ด โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ในวงอย่างริวเฮย์ มิโดริ และริน ถึงกับตกใจจนร้องเตือนเสียงลั่น แต่คงไม่ดังพอที่จะทำให้หน้าหวานอย่างเขาหันมาพูดคำว่าไม่เป็นไรหรือหยุดการกระทำของตัวเองเลย

“ฉันต้องชนะให้ได้ เอลกับไคจะได้ลงรอยกัน พี่ซากะจะได้มีคนดูแลซักที” มายะจับแฮนด์แน่นแล้วเบี่ยงตัวลงทางด้านข้างซิ่งผ่านทางโค้งที่ผ่านยากที่สุดเต็มแรงเกิดโดยไม่หลุดจากทางโค้งเลย หลังจากนั้นก็เอาสายครัชท์ใส่กลับเข้าที่เดิมแล้วผ่อนแรงซิ่งลงจาก Max เหลือแค่ 100 กว่า ๆ เข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ไป

“เจ้าหนูนี่…ทำได้อย่างที่ปากมันว่าจริง ๆ ด้วย สงสัยคงต้องถอนตัวจริง ๆ ” โฮโจที่ซิ่งเข้ามาเป็นคนที่ 2 จอดเข้าลีคของกรุ๊ปตัวเองแล้วมองตามหลังร่างบางอย่างปลงตกว่าไม่น่าท้าคนที่เอาจริงเอาจังอย่างมายะเลย

ที่ลีคของมายะซึ่งมีรินและสมาชิกคนอื่น ๆ ในวงยืนคอยต้อนรับอยู่ด้วยขวดแชมเปญจ์และคำด่า

“ไง ! พวกเรา ฉันทำได้แล้วนะ พี่ซากะคงภูมิใจในตัวฉันน่าดูแน่ ๆ คราวนี้ได้ตอกหน้าไอ้โฮโจตัวแสบด้วย สะใจสุด ๆ เลย ไค…เอล…อย่าลืมที่สัญญากับฉันล่ะ รินบอกให้เอลถ่ายไว้แล้วใช่ไหม? เอ๋? ทุกคนเป็นอะไรกันหมดล่ะ? “

“มันน่าดีใจมากเลยหรือไง…มายะ? นี่ถ้านายพลาดหลุดออกโค้งนั้น นายก็ไม่ได้มายืนพูดจ้อ ๆ อย่างนี้หรอกนะ พวกเราหัวใจแทบจะหยุดเต้นตอนที่เขาบอกว่านายถอดสายครัชท์ออกรู้ไหม? ขอโทษพวกเราซะดี ๆ แล้วสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรที่งี่เง่าอย่างนี้อีก” ทั้งริน ทั้งมิโดริ ร่วมถึงริวเฮย์และไค ช่วยกันชี้หน้าด่าเพื่อนร่วมวงอย่างมีอะไรก็ใส่มันเข้าไปให้คนถูกว่าหน้าจ๋อยไปเลย

“ขอโทษก็ได้ แต่ถ้าไม่ทำอย่างนั้นมันก็ไม่มันส์น่ะสิ อยากจะชนะก็ต้องมีอะไรที่น่าตื่นเต้นหน่อยสิ แต่ถ้าพวกนายไม่ชอบฉันก็จะไม่ทำอีก ฉันสัญญา” พูดพลางยกมือขึ้นมาเป็นการประกาศคำสัตย์

“เอาเหอะ ! ก็ได้ ๆ ถ้านายลองยกมือขึ้นมาอย่างนี้ฉันก็วางใจหน่อย ไปรับรางวัลเหอะ แล้วค่อยมาฉลองกันตรงนี้ ดีไหม? “ เอลดันหลังเพื่อนตัวเองหลุน ๆ ให้ไปรับรางวัลตามเสียงประกาศ

“ไม่ดี ! ต้องไปฉลองที่อื่น” มิโดริค้านเสียงแข็ง ทำให้ซุยกับยามะงงจนต้องหันมาถาม

“ทำไม? “ ร่างบางไม่พูดอะไรนอกจากจะชี้ไปทางกลุ่มสาว ๆ

“อ๋อ ! เข้าใจแล้วล่ะ งั้น…ทำตามที่มิโดริว่าดีกว่า เดี๋ยวเจอกันท่ร้านประจำนะ ไปล่ะ” มายะโบกมือลาพวกเพื่อน ๆ แล้ววิ่งไปที่สเต็จตามคำประกาศเพื่อรับรางวัล หลังจากนั้นก็เป็นการถ่ายรูปที่ระลึก

“อุตส่าห์ได้ ทำไมไม่ยกถ้วยโชว์ล่ะ? “ โฮโจยันมือเล็ก ๆ ของเด็กหนุ่มขึ้นแล้วยิ้มให้เป็นการแสดงความยินดี ซึ่งเจ้าตัวเองก็ทำตาม เขายกถ้วยขึ้นมาพร้อมกับตะโกนเสียงใสว่า

“I’m winner !! “

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1