
CD 11
ไง ซุย เมื่อคืนนายไปนอนที่ไหนวะ? ทำไมฉันโทรไปที่บ้านไหงไม่มีใครรับสายเลยเอ้อ ! โทษที เมื่อคืนนี้ไปเที่ยวกลางคืนมาน่ะ มายะที่นั่งกินน้ำอยู่ข้าง ๆ ถึงกับสำลักน้ำพรวด
เที่ยวอะไรของแก ซุย? อย่าบอกนะว่าพามิโดริไปด้วยน่ะ?
รู้ดีนี่นา พูดพลางเข็กหัวเพื่อนตัวดีดังป๊อกแล้วเดินไปแสตนด์บายตำแหน่งตัวแหน่ง
เจ็บหรือเปล่า? ริวเฮย์เดินมาลูบหัวคนรักตัวเองเบา ๆ
ถ้ามันเขกด้วยความรักเพื่อนมันไม่เจ็บหรอก แต่นี่มันคนละเรื่องกันนี่ เซ็ง จะว่าไป รินกับยามะซังล่ะ? ผมไม่เห็นพวกเขาตั้งแต่เช้าแล้วนะ ถึงแม้วันนี้มันหน้าที่ผมแอเรนจ์เสียงก็เหอะ แต่พวกนั้นก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย ไม่ใช่โดดอย่างนี้
มายะ พวกนั้นโทรเข้ามือถือผมบอกว่าจะเข้าสายหน่อยเพราะไปทำธุระน่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะโดดหรอกน่า ร่างบางยิ้มไม่ออก ได้แต่หยิบกีตาร์ของตัวเองไปเช็คเสียงเท่านั้น
ตอนบ่ายอ่อน ๆ
ไฮ ! โทษทีที่มาสาย ไปทำธุระมาน่ะ เหลือแต่ฉันกับยามะใช่ไหมที่ยังไม่ได้ฟังซิงเกิลใหม่? มิโดริยิ้มเย็นแล้วยื่นเฮดโฟนให้
ถ้ารู้แล้วก็มานั่งฟังเถอะ ธุระไว้ค่อยคุยตอนหลังเลิกงานดีกว่า ทั้งสองพยักหน้าแล้วตั้งอกตั้งใจฟังท่วงทำนองซิงเกิลใหม่ที่มายะเป็นคนแต่งขึ้น
ใช้ได้นี่นา อย่างนี้ล่ะ Cat Boyz ฉบับดั้งเดิมที่ฉันรู้จัก โอเคแล้วล่ะ พวกนายไม่มีใครค้านแล้วใช่ไหม? ทั้งหมดพยักหน้าหงึก
งั้นคงต้องบอกมายะกับคิมิกะซังแล้วสินะ ว่าแต่ มายะหายไปไหนล่ะ? เห็นตอนเที่ยงยังยืมมือเจ้าริวเฮย์ด่ารินอยู่ปาว ๆ เลยนี่นา ยามะหันซ้ายหันขวาสอดส่องสายตาไปทั่วห้องแอเรนจ์เสียงแต่ก็พบแต่เงาของสมาชิกก่อนหน้านี้เท่านั้น แต่คนที่พูดถึงกลับไปอยู่เลย เอลที่นั่งสงบปากสงบคำอยู่เป็นนานสองนานก็ชักคันปากตะหงิด ๆ จนในที่สุดต้องยอมเปิดปากพูดจนได้
มายะเดินไปนั่งทำใจที่โรงอาหารโน่นแล้ว
ทำใจ? เรื่องอะไร? เอลมองหน้าทุกคน ๆ ก่อนจะหยิบประกาศโฆษณาในนิตยสารมอเตอร์ปาร์คที่เพิ่งจะออกใหม่มาให้รินดู
แข่งมอเตอร์ไซค์
ณ โรงอาหาร
โอ๊ย ! บ้าที่สุด !! ทำไมมันถึงเพิ่งจะมาบอกเอาตอนนี้ฟะ? ไอ้มอเตอร์ปาร์คบ้า !! ฉันอุตส่าห์รีบ ๆ ทำงานให้เสร็จก่อนเดธลายน์แท้ ๆ ยังมีกะใจมาทำอย่างงี้กับฉัน ไอ้ ไอ้
น่า ใจเย็น ๆ ก่อนเหอะ การแข่งมันไม่ได้มีหนเดียวไม่ใช่เหรอไง? โอกาสหน้าค่อยลงก็ได้นี่ ริวเฮย์ยกมือขึ้นมาหมายจะปิดปากร่างบางไม่ให้เถียงแต่ก็ช้าเกินกว่าคำบ่นที่รัวออกมาเป็นชุดของมายะได้
จะให้ผมใจเย็นไงไหว ! นี่มันเป็นแข่งระดับโลกเลยนะ ปีที่แล้วก็อด ปีนี้ก็อดอีก มันหมายความว่าไงกันแน่?! อุตส่าห์รอมาตั้งปี พอทำงานจบหยิบใบประกาศขึ้นมาบอกว่าหมดเขตวันนี้ แล้วใครมันจะไปสมัครทัน จากนี่ไปจนถึงสนามสมัครอีกตั้งไกลโข 3 กิโลเมตรยังไงก็ไม่มีทางไปทันหรอก ตอนนี้ก็บ่ายกว่าๆ แล้ว อีก 15 นาทีก็จะปิดรับสมัครแล้วจะไปทันยังไง เด็กหนุ่มฟุบหน้าลงกับโต๊ะพร้อมปล่อยโฮลั่น
อ้าว ! มายะ ไปสมัครไม่ทันเหรอ? น่าสงสารจังน้า รินเดินมาทักทายด้วยเสียงระรื่นผิดกาลเทศะสุด ๆ
นิ นี่ รินจัง พูดอะไรออกมารู้ รู้ไหม? มิโดริกับริวเอย์หน้าเสียทันที
ริน นายเห็นเพื่อนเศร้าอย่างนี้ยังจะกล้าพูดทะเล้นอีกเหรอ? เสียแรงที่เคยช่ว นั่นมันอะไรน่ะ? มายะกระแทกโต๊พรวดลุกขึ้นหมายจะด่าคนตรงหน้า แต่พอด่าไปครึ่งทางก็ต้องหยุดกึกโดยอัตโนมัติเพราะเพื่อนร่างบางถือกระดาษหนึ่งแผ่นยกขึ้นมาวางแปะไว้ตรงหน้าเขา
เอ๋ ! ใบสมัครการแข่งมอเตอร์ปาร์คเรซซิ่ง ไอ้ที่ลงในนิตยสารมอเตอร์ปาร์คของเดือนนี้ที่เพิ่งจะออกวางแผงนี่นา ใช่ไหม ริน? มิโดริลากนิ้วชี้อ่านข้อมูลในแผ่นกระดาษอย่างลวก ๆ แล้วเงยหน้ามาถามเพื่อนร่างบาง
อือฮึ ใช่แล้ว ! ที่ฉันมาสายก็เพราะปลีกตัวไปลงทะเบียนให้กับมายะนั่นล่ะ เห็นว่านายชอบแข่งซิ่งมอเตอร์ไซค์ก็เลยอุตส่าห์ไปลงทะเบียนสมัครให้ ยังมาด่ากันอย่างนี้อีก ไม่ต้องเอาดีกว่าม้าง ไอ้กระดาษใบนี้ รินพูดพลางทำท่าจะฉีกใบสมัครทิ้ง ทำให้เด็กหนุ่มหน้าหวานอีกคนร้องจ๊ากรีบกระโดดคว้าใบสมัครแล้วรีบพับเก็บใส่กระเป๋าตัวเองทันทีพร้อมกับเดินมาออดอ้อนออเซาะเพื่อนตัวเอง
ริน ขอโทษนะ น้า วันนี้เลี้ยงข้าวเย็นนายก็ได้ อย่าโกรธน้า ขอโทษจริง ๆ นะ ก็ไม่รู้ว่านายจะไปสมัครให้นี่นา มันกำลังกลุ้มก็เลยโกรธเป็นของธรรมดานี่นะ ได้โปรดเถอะน้า จะให้ทำอะไรก็ยอมล่ะ น้า อย่าโกรธกันเลยนะ พูดอ้อนแล้วอ้อนอีกจนคนถูกตื๊อเริ่มจะเกิดอาการหน่ายหัวใจ
เออ ๆ งั้นเย็นนี้เลี้ยงมิลค์เชคกับข้าวผัดรวมมิตรฉันเลยนะ ถ้านายเบี้ยวล่ะก็ น่าดู !!
รินพูดขู่เสียงดังพลางลอบส่งสายตาไปให้คนรักร่างสูงของเพื่อนตัวเองเป็นนัย ๆรู้แล้ว ไม่เบี้ยวหรอกน่า มายะขยิบตาเป็นสัญญาให้แล้วเดินลิ่ว ๆ ออกจากโรงอาหารไปอย่างอารมณ์ดี
ตกเย็น รินก็ได้รับประทานอาหารบุฟเฟต์สุดหรูสมใจอยาก เจ้าตัวได้แต่กินเอา ๆ อย่างกับชูชกเพราะเพื่อนหน้าหวานมีแต่ประเคนอาหารโปรดมาให้ไม่หยุดมือ บางที มายะต้องการจะเลี้ยงตอบแทนน้ำใจเพื่อนตัวเอง หรือ อาจจะเลี้ยงเพราะต้องการปิดปากเพื่อนซี้ให้สนิทก็ได้ ก็ในเมื่อเขารู้นิสัยของเพื่อนตัวเองที่ชอบแกล้งคนด้วยคารมที่ใสซื่ออย่างนี้ เรื่องที่เขาจะถูกแกล้งก็อาจจะเป็นไปได้ในสายตาของคนที่ผ่านโลกแห่งความเจ้าเล่ห์มามากกว่าใครเพื่อน แต่ที่แน่ ๆ คืนนี้ริวเฮย์ชวดของหวานหลังอาหารเย็นไปเรียบร้อยแล้วเห็น ๆ
3 วันถัดมา
วันนี้ฉันขอเลิกงานเร็วหน่อยละกัน จะไปซื้อชุดฮูปที่ใช้ในการแข่งกับริวเฮย์ที่ห้าง S.K. ตึกซันไชน์น่ะ
อืม ไปเถอะ เดี๋ยวฉันกลับกับเอลก็ได้ ไหน ๆ นายก็เหนื่อยมามากแล้วนี่นา ก็นะ ไปพักผ่อนให้สบายเหอะ เอาไว้เสร็จงานนี้เมื่อไรค่อยเหนื่อยอีกรอบกับ MV ก็ไม่สายเกินไปหรอก ไปสิ เดี๋ยวห้างปิดนะ นี่ก็ใกล้ 2 ทุ่มแล้วนะ มายะ รินถลกแขนเสื้อตัวเองขึ้นดูหน้าปัดนาฬิกาแล้วหันมาร้องเตือนเพื่อนตัวเองให้รีบ ๆ ไปซื้อของ
อืม ขอบใจนะ ริวเฮย์ ! ไปกันเถอะ ถ้าสายกว่านี้รถจะติดนะ
อืม บายนะ เพื่อน ๆ พูดพลางโบกมือโบกไม้ให้กับเหล่าสมาชิกในวงเป็นการอำลาแล้วเดินต๊อก ๆ ออกจากบริษัทไป
พอออกจากตัวบริษัทได้ มายะก็หยิบเอกสารการสมัครออกมาคลี่ดูเพื่อรอริวเฮย์ที่ยังเก็บข้าวของไม่เสร็จ
เราต้องเตรียมอะไรไปบ้างเนี่ย อืม ฮูป เฮลเมทมีหน้าปัดไม่ก็แว่นกันลม
ถุงมือ รองเท้าบู้ท มอเตอร์ไซค์ ต้องปรับแต่งอะไรอีกล่ะ อืม อืม เข้าใจล่ะ เดี๋ยวแวะไปซื้อด้วยเลยดีกว่า จะได้ให้พี่ซากะแต่งให้ด้วยเลย
บ่นอะไรอีกล่ะ?
เปล่าซักหน่อย แค่กำลังพูดถึงเรื่องของที่จะต้องใช้ในการแข่งน่ะ
นึกว่าจะบ่นถึงผมซะอีก น้อยใจเป็นบ้า ริวเฮย์ทำท่ากระซิก ๆ งอนง้อแต่ไม่มีท่าทีว่ามายะจะสนใจอะไรเลย
ทำไมต้องบ่นถึง เจอหน้ากันอยู่ทุกวันแล้วนี่นา พูดพลางเอานิ้วจิ้มที่อกของคู่สนทนาก่อนจะโดดผลุงขึ้นมอเตอร์ไซค์
ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่นา ไปก็ไป
ผ่านไป 1 ชั่วโมงกับอีก 15 นาทีบนถนนที่สุดแสนจะติด ในที่สุดก็มาถึงตึกซันไชน์จนได้
หูย ติดอะไรจะขนาดนั้น ขนาดหลบเข้าหลืบแล้วยังจะติดอีก
ก็ตอนนี้มันเป็นเวลาเลิกงานของพวกออฟฟิศนี่นา ถือเป็นเรื่องปกติน่า ไปหาซื้อของซะสิ พูดพลางดันให้คู่สนทนาเข้าไปยืนในลิฟท์
อืม ขึ้นลิฟท์แก้วเถอะ อืม ชั้น เอ๋? ร่างเล็กกำลังจะยื่นมือไปกดปุ่ม แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝันซะได้ ก็อยู่ดี ๆ ไฟดันมาดับซะนี่ แถมทั้งคู่ก็ยังอยู่ในลิฟท์แก้วซะด้วย
ไฟดับ ไฟสำรองมีไม่ใช่เหรอ? ทำไมลิฟท์ถึงไม่เคลื่อนซะทีล่ะ?
ริวเฮย์ คุณน่ะโง่จริงหรือว่าแกล้งโง่กันแน่?! ถึงแม้ว่าจะมีไฟสำรองแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าลิฟท์จำเป็นต้องทำงานี่ ระบบไฟฟ้าของตึกซันไชน์นี่น่ะใช้คอมพิวเตอร์เมนเป็นตัวกำหนด ส่วนไฟฟ้าสำรองก็ใช้ระบบทั่วไปในการควบคุม แล้วลิฟท์นี่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในเมนคอมด้วย ริวเฮย์พยักหน้าอย่างใจเย็น แต่ไม่กี่วินาทีก็กลับตกใจจนลูกตาแทบถลนออกมา
เดียะ เดี๋ยว มายะ หมายความว่าพวกเราต้องติดอยู่ในลิฟท์นี่จนกว่าไฟจะมางั้นเหรอ?
ก็ใช่น่ะสิ แล้วอย่าพูดมากจะดีกว่า อากาศในลิฟท์นี่มันยิ่งมีน้อยอยู่ด้วย
อืม เด็กหนุ่มยิ้มนิด ๆ ก่อนจะถอยไปยืนพิงลิฟท์มองวิวยามค่ำคืน
แต่ทว่า โชคดันไม่เข้าข้างเอาซะเลย เพราะผ่านไปเกือบ 45 นาทีแล้ว ไฟก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมา แถมอากาศเริ่มจะหายไปทีละนิด ๆ แล้วด้วยมายะเริ่มจะหายใจไม่สะดวกคอเสียแล้ว การหายใจเพียงแค่แผ่วเบาในกล่องสูญญากาศนี่ก็แทบจะทำให้เขาหมดสติล้มลงไปกองอยู่กับพื้นได้อยู่แล้ว
อากาศเริ่มจะไม่เหลือพอที่จะให้คน 2 คนหายใจแล้วแฮะ ริวเฮย์บีบต้นคอตัวเองเบา ๆ แล้วหันหน้ามาดูคู่สนทนาที่กำลังยืนกุมหน้าอกตัวเองหอบหายใจอยู่ตรงมุมลิฟท์
ใช่ จากการคาดเดาของผม พวกเราจะต้องหมดสติภายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ ถ้าหาก ไฟยังไม่มา เด็กหนุ่มพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างที่สุด แต่ก็เกินกว่าที่เขาจะทำได้ในตอนนี้
มายะ คุณจะเอาอากาศจากผมไหมล่ะ? ยังไงหายใจ 2 คนอากาศเดียวดีกว่าหายใจ 2 คนแล้วแย่งอากาศนะ
ริวเฮย์ ถ้าทำได้ผมยกนิ้วให้คุณเลยล่ะ อย่าพูดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้หน่อยเลยดีกว่า มุขตลกน่ะ มันไม่ดีในยามฉุกเฉินอย่างนี้หรอก อุ๊ อื้อ ร่างบางร้องประท้วงเพราะเขาตกใจที่อยู่ดี ๆ ก็ถูกประกบริมฝีปากถ่ายทอดลมหายใจให้อย่างผะแผ่ว แต่กลับเนิ่นนานเกินกว่าจะเรียกว่าการผายปอดเพื่อช่วยหายใจ ถ้าหาก ไม่มีลิ้นอุ่น ๆ สอดแทรกเพื่อหาความหวานภายในปากอย่างหิวกระหายด้วย
อีก 10 นาที ระบบการทำงานของแผงไฟก็กลับมาเป็นปกติ พร้อมกับที่ลิฟท์ก็เริ่มทำงานอีกรอบด้วย
เป็นไงบ้าง มายะ? ดูเหมือนไฟจะมาแล้วนะ จะไปชั้นไหนล่ะ?
เจ้าตัวเงียบสนิท ใบหน้าดวงเล็กของเขามีสีแดงจัดเหมือนลูกตำลึงไม่มีผิด
ชั้นไหน? ร่างสูงย้ำถามอีกรอบ
5 พูดได้แค่นั้นก็เงียบต่อ จูบอย่างนั้นเขาเรียกว่าช่วยหรือไงกัน?!
พอขึ้นชั้น 5 ได้ ทั้งคู่ก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งท้องก่อนจะเดินไปที่แผนกขายอุปกรณ์สำหรับการแข่งมอเตอร์ไซค์ มายะเดินเข้าไปเลือกซื้อของที่ลิสท์รายการเอาไว้อย่างใจเย็น เลือกชิ้นนั้นหยิบชิ้นนี้มาพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน กว่าจะได้ฤกษ์จ่ายเงินก็ปาเข้าไปเกือบห้างจะปิด
คุณซื้ออะไรบ้างล่ะ?
ก็ฮูป แว่นกันลม ถุงมือ และบู้ทอย่างละ 2 ชุด พร้อมกับอุปกรณ์เสริมสปีดนิดหน่อย
แล้วจะใช้คันนี้ในการแข่งหรือเปล่า? ร่างบางส่ายหน้า
ผมใช้อีกคันนึงที่เพิ่งซื้อมาเมื่อ 3 เดือนก่อน กะว่าจะใช้ในการถ่ายทำ MV ซิงเกิล Cat น่ะ แต่ไม่นึกเลยว่าจะได้ใช้เร็วขนาดนี้ กลับกันเถอะครับ เดี๋ยวดึกเกินไปอากาศมันจะหนาวขึ้น พูดเสียงเย็นพร้อมกับสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ทันที
อืม
แล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านไป โดยที่มายะอ้อมไปส่งริวเฮย์ที่บ้านของเขาก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมาเส้นทางเดิมเพื่อกลับอพาร์ทเมนท์ของริน เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินขับซิ่งมาก ๆ แทบจะเรียกว่าเกินพิกัดของการซิ่งเลยก็ว่าได้ แต่ระหว่างทางเขากลับต้องเจอกับพวกแก๊งซิ่งอันธพาลปาดหน้าเขาจนเกือบล้มไถลลงข้างทาง
ฮ่า ๆ แน่จริงก็ตามมาเด้ !! อยากซิ่งดีนักนี่ หนึ่งในสมาชิกนักซิ่งคาดว่าจะเป็นหัวหน้าแก๊งหัวเราะร่าพร้อมกับตะโกนท้าเย้ยอย่างมันส์ปาก ร่างบางกัดฟันกรอดพร้อมกับบิดแฮนด์เต็มที่
กล้าท้าใช่ไหม? ได้ ! เห็นดีกันแน่ มายะตะโกนท้ากลับไปบ้าง เขาบิดคันเร่งเกิน 110 พร้อมกับล็อคครัชท์จากแฮนด์เบรค แล้วเพิ่มแรงซิ่งไปอีกจนแซงหน้าพวกนั้นไปชั่วพริบตา
เฮ้ย ! แซงไปได้ไงวะ?! พวกแกซิ่งไปบากหน้ามันซิ อย่าให้มันหนีไปได้ พูดพลางวาดมือไปข้างหน้าเป็นคำสั่ง
แซงได้ ฝันไปเถอะ เด็กหนุ่มเอาครัชท์เข้าใส่เหมือนเดิม พร้อมกับบิดคันเร่งเลี้ยวโค้งไปต่อหน้าต่อตาพวกแก๊งซิ่งให้อึ้งกินกับเป็นแถบ ๆ จนพวกนั้นเกิดซิ่งแตกขบวนไถลลงข้างทางเกือบครึ่ง ชายหนุ่มที่พูดท้าเขาเอาไว้ตอนแรกถึงกับเบรคมอเตอร์ไซค์ตัวเองดังเอี้ยดลั่นถนน
สุดยอด ! เจ๋งเป็นบ้า ซิ่งไม่หลุดโค้ง เป็นใครน่ะ? เด็กหนุ่มถอดแว่นกันลมออกแล้วเสยผมปรกหน้าก่อนตอบ
มายะ พูดได้แค่นั้นก็รีบซิ่งออกจากตรงนั้นโดยด่วนก่อนที่จะต้องตอบคำถามชวนหัวมากไปกว่านี้
2 วันถัดมา
มายะ ! นายอยู่ไหนน่ะ เมื่อวานนี้ทำไมนายไม่มา พวกเราประชุมกันไม่ได้เลยนะ ไคโวยลั่น
โทษที ๆ เมื่อวานนี้ไปหาพี่ซากะมาน่ะ
ไปหาพี่เขา เพื่อจะให้เขาแต่งมอเตอร์ไซค์ให้ใช่ไหมล่ะ? รินถามเพิ่ม
รู้ดีนี่ พรุ่งนี้ฉันเองก็ต้องหยุดอีกเหมือนกัน เพราะจะต้องไปแข่งรอบคัดเลือก
งั้นจะบอกคิมิกะให้ แต่วันนี้เราต้องประชุมกันให้ได้ซะก่อนเรื่องที่ต้องตกลงกันมีอีกเพียบ เอ้า ! ไคที่นายฝากฉันซื้อ เอลเดินมาพร้อมกับโค้ก 2 กระป๋องในมือ
Thanz เอล กำลังเหนื่อยอยู่พอดี ร่างสูงยิ้มนิด ๆ พร้อมกับลูบหัวเด็กหนุ่มคู่สนทนาเบา ๆ ก่อนจะเดินผละจากไป คนอื่น อาจจะไม่สังเกตอะไรกับคน 2 คนนี้เลย แต่ว่ารินกับมายะกลับสังเกตเห็น
ริน เมื่อกี้นายเห็นอะไรเปล่า?
เห็นเหมือนนายเห็นล่ะ เข้าห้องประชุมไปเถอะ พูดพลางดันหลังเพื่อนให้เข้าห้องประชุมไป
การประชุมเริ่มตั้งแต่ 10 โมงเช้ายันบ่าย 2 หัวข้อที่พูดถึงก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากการทำ MV เพลง Cat Boyz กับการเริ่มต้นทำเดบิวท์อัลบัมของ Night Fairy ซึ่งแต่ละคนตกลงกันได้ว่าจะเริ่มทำหลังอัลบัมใหม่จากทำ MV เสร็จ ซึ่งการจะทำ MV ให้เสร็จนั้นก็คือการที่มายะต้องเสร็จจากการแข่งมอเตอร์ไซค์ของมอเตอร์ปาร์คเสียก่อน ซึ่งใช้เวลาเกือบ 3 สัปดาห์กว่าจะเสร็จ แต่ทุกคนก็ยอมตกลงกับข้อเสนอของไคและรินที่ว่าให้มายะแข่งเสร็จก่อนค่อยทำ MV และรอผลของการขึ้นชาร์จของเพลง Cat Boyz ที่อีกเพียงแค่ 2 อาทิตย์ก็ขึ้นชาร์จแล้ว เพื่อจะใช้เป็นตัวตัดสินใจในการทำ MV หลังจากนั้นก็เลิกประชุมแล้วพากันกลับบ้านใครบ้านมัน
วันรุ่งขึ้น
พี่แต่งตามที่นายต้องการให้เรียบร้อยแล้ว แต่มันอันตรายนะที่เปลี่ยนสายครัชท์ไปติดกับเบรคไลน์น่ะ ว่าแต่นายเหอะ พร้อมนะ มายะ
ฮะ พี่ไม่ต้องห่วงหรอก ผมชนะนายโฮโจที่เป็นคู่แข่งของพี่ได้แน่ ๆ แน่
เวลา 10 โมงเช้า
เสียงประกาศเปิดงานของชายชราซึ่งเป็นประธานในพิธีดังก้องไปทั่วทุกสารทิศ แล้วตามด้วยการประกาศรายชื่อของผู้เข้าแข่งขัน แน่นอนว่ามายะใช้ชื่อจริงลงสมัครเข้าแข่งขันพร้อมกับกำชับไม่ให้เพื่อน ๆ ในวงมาดูเขาแข่งนอกจากรอบสุดท้ายที่เป็นรอบชิงเท่านั้น แถมวันนั้นเขาใส่เฮลเมทในการแข่งคัดเลือกด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่มีใครใส่ใจเลยว่ามีคนชื่อมายะมาลงแข่งด้วย พอเริ่มปล่อยไฟเขียวสตาร์ทรถแต่ละคันก็บิดคันเร่งซิ่งแซงกันแบบไม่ไว้หน้าใครเลย แต่จะมีอยู่คันเดียวเท่านั้นที่ค่อย ๆ ขับเอื่อย ๆ เหมือนคนตื่นสนาม แต่หารู้ไม่ว่ามันไม่ใช่หรอก เขากำลังคอยหาโอกาสที่พวกนักแข่งอื่น ๆ ทยอยกันรีไทร์ออกจากสนามไปแล้วใช้ช่วงนั้นเร่งจังหวะแซงเข้าเส้นชัยไปเป็นคนแรก ซึ่งเขาก็ทำได้อย่างว่าจริง ๆ
หลังจากคัดเลือก
ขอประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสองนะคะ 50 กว่ารายชื่อจากร้อยถูกประกาศออกมา ใครมีชื่ออยู่ในนั้นก็พากันร้องเย้อย่างดีใจออกนอกหน้า รวมทั้งชื่อของ เขา
หรือมายะก็อยู่ในนั้นด้วยหลังจากวันนั้นทุก ๆ วันเสาร์มายะก็ต้องลาพักงานเพื่อไปแข่งคัดเลือก เรื่องที่มือกีตาร์ของ Night Fairy มาลงแข่งด้วยอาจจะไม่แดง ถ้าหาก ไม่มีคน ๆ นั้นมายุ่งด้วยในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจะถูกคัดให้เหลือเพียงแค่ 10 คนที่จะไปเข้าแข่งในรอบชิง
นั่นมัน เจ้าเด็กบ้าในคืนนั้นนี่นา เฮ้ย ! นายใช่ไหมที่ทำเอาลูกน้องในแก๊งของฉันล้มไถลออกนอกถนนไปเมื่อคืนนั้นน่ะ ชายหนุ่มผมสีทองในชุดฮูปสีดำกระชากแขนของมายะให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา เพราะเจ้าตัวจำได้ดีถึงเสียงของเด็กหนุ่มที่พูดท้าทายเขาในคืนนั้น
เอ๋ ! แก๊งซิ่งเมื่อตอนนั้นนี่ สบายดีอยู่เหรอ? นึกว่าจะเข้าโรงพยาบาลตามลูกน้องไปแล้วซะอีก เด็กหนุ่มตวัดแขนตนเองออกจากการเกาะกุมอย่างแรง แล้วเดินนำหน้าทิ้งห่างไปเป็นระยะพอสมควร
เดี๋ยวสิ ! แกน่ะ เฮ้ย ! บอกให้หยุดไม่ได้ยินหรือไงฟะ?! ไอ้ ฮิราตะ มายามิ ฮิราตะ ฮิราตะ ซากะ หรือว่า มายามิ !! หยุดก่อน ร่างสูงมองไปที่ล็อคเกอร์เก็บสิ่งของประจำตัวนักแข่ง พลันก็เห็นชื่อของเด็กหนุ่มที่แปะอยู่บนตัวตู้ ทำให้เขาเกิดนึกขึ้นได้ว่าแต่ก่อนเขาก็เคยมีคู่แข่งชื่อนี้เหมือนกันจึงยอมเสี่ยงตะโกนเรียก
เรียกซะเสียงดังทำไม ยิ่งไม่อยากให้ใครได้ยินชื่อของตัวเองอยู่ด้วย ร่างบางชะงักหันกลับมาตามเสียง
นายคือมายามิที่เป็นน้องชายของเจ้าซากะมันใช่ไหม?
รู้จักพี่ด้วย?!
ทำไมจะไม่รู้จัก ฉันก็คือโฮโจ ไซยูกิ ที่เป็นคู่แข่งพี่ชายนายไง ตอนนั้นเห็นตัวเล็ก ๆ เหมือนเด็กผู้หญิงไม่นึกว่าจะโตเร็วขนาดนี้นะเนี่ย แถมยังสวยซะด้วย มองแวบแรกนึกว่าเป็นผู้หญิงกลางคืนมาซิ่งหาผู้ชายไปนอนเล่นเป็นเพื่อนซะอีก
ว่าผมซะเสียหายเลยนะ แต่เอาเหอะ ยังไงผมกับคุณเกิดมาก็เพื่อที่จะเป็นคู่แข่งกันอยู่แล้วนี่ ร่างบางเชิดหน้าหนีไม่ยอมมองคู่สนทนา
แล้วทำไมนายถึงมาลงแข่งล่ะ ที่จริงซากะต้องมาลงไม่ใช่เหรอ? โฮโจถามไม่หยุดปาก พร้อมกับรั้งเอวร่างบางให้หยุดเดิน แต่ผลที่ได้รับก็คือหมัดหลังมือสวนกลับมาที่ลิ้นปี่อย่างแรงจนแทบจะล้มทั้งยืน
ที่พี่ไม่มาลงก็เพราะนายนั่นล่ะ นายทำให้พี่ของฉันต้องออกจากการแข่งขันที่เขารักที่สุด ทำให้ความฝันของเรา 2 พี่น้องต้องพัง โฮโจ ! จำเอาไว้เลยนะ ตราบใดที่ฉันยังอยู่บนสนามนี้ นายจะมีแต่คำว่าแพ้ไปตลอดกาล
เพราะเรา อะไรกันหว่า? ร่างสูงลุกเดินตามร่างเล็กไปที่สนามอย่างงง ๆ
และแล้วการแข่งขันรอบรองก็เริ่มขึ้น ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกวันนึงที่มายะได้ซิ่งไว้ลายเสือน้อยแบบสมศักดิ์ศรี พอถึงเวลาประกาศชื่อ ก็มีชื่อเขาและชื่อโฮโจ ไซยูกิกับนักแข่งชื่อดังอีก 8 คนติดมาด้วย
ฉันว่าจะไปหาพี่ชายนายซักหน่อย เพราะฉันอยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาไม่ยอมลงแข่งตั้ง 3 แมทช์ติดกัน เด็กหนุ่มเปลี่ยนเสื้อเสร็จก็เดินออกไปข้างนอกไม่ยอมมองคู่สนทนา แต่กลับทิ้งท้ายเอาไว้ว่า
ถ้าอยากเจอก็ไปหาเขาเอาเองสิ แต่จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นนั้น จนปัญญาที่จะเดา พูดเสร็จก็บึ่งรถออกจากสนามแข่งทันที
เที่ยงคืนตรง ณ อพาร์ทเมนท์ของริน
นายก็เลยไปพูดขู่อย่างนั้นกับโฮโจ ไซยูกิ ไม่ค่อยจะเท่าไรเลยแฮะ สงสารพี่ซากะชอบกล
หมายความว่าไง ริน? นายเข้าข้างพี่ฉันหรือนายเข้าข้างฝ่ายนั้นกันแน่ถึงพูดออกมาอย่างนี้
ก็ทั้งคู่นั่นล่ะ วิเคราะห์ตามหลักความจริงเอานะ รินพูดพลางกระดกเบียร์ตัวเองเข้าคอพลาง
ความจริงอะไร บอกมาซะดี ๆ เลยดีกว่า มายะโดดผลุงขึ้นเตียงไปนอนเกยคางบนตักของเพื่อนหน้าหวาน
ถามนะ มายะ นายเคยเห็นพี่นายด่าผู้ชายที่ชื่อโฮโจนี่หรือเปล่า? ร่างบางนิ่งคิดชั่วครู่แล้วตอบว่า
ไม่เคยนะ มีก็แค่ตอนแรก ๆ ที่ต้องถอนตัวออกจากการแข่งขันน่ะ
แล้วหลังจากนั้นล่ะ?
ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนี่ แต่พี่เขาบอกให้ไม่ให้ฉันพูดถึงเจ้าหมอนั่นในแง่ไม่ดี เพราะตัวพี่เองก็ร้างจากวงการนี้ไปเกือบ 4 ปีได้แล้ว ถ้านับแมทช์นี้รวมเข้าด้วยนะ แต่ฉันสงสัยมากเลยล่ะว่าเพราะอะไรทำไมพี่ถึงไม่ยอมให้ฉันพูดไม่ดีกับเขา เป็นนาย นายจะสงสัยไหมล่ะ? รินถอนใจหน่าย ๆ แล้วเชยคางของดวงหน้าบางให้เงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับตน
นายรู้จักอคติไหมล่ะ มายะ?
รู้จักสิ อย่าบอกนะว่าในตัวฉันเองกำลังมีสิ่งนี้อยู่
ก็ใช่น่ะสิ ถ้าไม่มี นายก็น่าจะรู้นะว่าพี่ซากะทำไมถึงไม่ยอมให้นายพูดเกี่ยวกับหมอนั่นในทางไม่ดีน่ะ รู้หรือเปล่าว่าพี่ซากะเขารักเจ้าหมอนั่น มายะ? เจ้าของชื่อตาแทบถลนออกจากเบ้า
พูดเป็นเล่น ! พี่ซากะยังบอกให้ฉันเอาชนะเจ้านั่นปาว ๆ อยู่เลย แล้วจะไปหลงรักอะไรกับหมอนั่นส่ะไม่เชื่อก็ไปถามพี่เขาตรง ๆ ก็ได้นี่ หรือถ้าไม่กล้าไปก็โทรถามก็ได้ ฉันจะช่วยพูดด้วย รินเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์พลางกดเบอร์บ้านของซากะแล้วโยนให้กับเพื่อนตัวเองคุยสาย เสียงตื๊ด ๆ ดังอยู่ประมาณ 2 3 ครั้งก็มีคนมารับสาย
ฮัลโหล ! พี่ซากะฮะ คือ พูดได้แค่นั้นก็เงียบค้างไป
เป็นอะไรไปอีกล่ะ? มายะยื่นโทรศัพท์ให้กับเพื่อนของตนอย่างอายสุด ๆ
เอ่อ ริน ฉันว่าฉันเชื่อในสิ่งที่นายวินิจฉัยแล้วล่ะ
ทำไมถึงเชื่อ?
ฟังสายเอาเองเหอะ รินรับมาพร้อมกับแนบหูโทรศัพท์เข้ากับหูตนเองทันที ปากของเขาพร้อมจะเอ่ยถามคำถามคาใจได้ทุกเมื่อ แต่กลับต้องปิดลงสนิทยังเหลือก็แค่ตาที่ค้างเติ่งเหมือนกับเจอเรื่องช็อคสุด ๆ มาหมาด ๆ
สะ เสียงอะไรน่ะ? เด็กหนุ่มชี้นิ้วไปที่หูโทรศัพท์พลางถามคู่สนทนา
เสียงอย่างว่านั่นล่ะ ไม่ต้องถามมากความหรอก แหงสิ ! จะให้เข้าใจผิดเป็นเสียงอย่างอื่นได้ยังไงกันล่ะ ก็เสียงตามสายที่เล็ดรอดเข้าหูหนุ่มหน้าหวานทั้ง 2 น่ะ เป็นเสียงของช่วงเวลาที่เขากำลังพรอดรักกันบนเตียงนี่นา รินเรียบวางหูโทรศัพท์ทันทีโดยไม่มีการพูดขอโทษให้เสียเวลาอีก
เราว่ามาคุยถึงหัวข้ออื่นกันดีกว่าไหม? มายะพยักหน้านิด ๆ แล้วกระเถิบตัวให้นอนเอนหลังลงบนหมอนอิงข้าง ๆ ริน
ก็ดี จะว่าไปแล้ว หมู่นี้ไคกับเอลดูแปลกไปนะ
นั่นสิ ฉันก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน พวกนั้นดูหวานผิดปกติเกินขอบเขตของเพื่อนยังไงชอบกลนะ
ใช่เลย รู้เปล่า? วันนี้น่ะ ตั้งแต่เช้าแล้วเห็นพวกนั้นจ้องตากันแบบหวานจนมดจะมาแทะลูกตาอยู่ร่อมร่อ จะเอาเบียร์ซักกระป๋องไหม มายะ? รินเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเปล่ามาดื่มล้างคอพร้อมกับหยิบเบียร์มาชูให้เพื่อนดู
ก็เอาสิ แต่ว่านะ ในสายตาของฉัน คิดว่าเอลกับไคคงจะมีความลับที่ไม่อยากบอกให้ใครรู้แน่ ๆ
แล้วต้องเกี่ยวกับความรักของพวกเขาด้วย เหมือนกับ ซุยและมิโดริสมัยก่อน ร่างบางผมสีน้ำเงินเขยิบตัวให้อีกร่างเล็กหย่อนก้นลงมานั่งบนเตียงข้าง ๆ เขา
แปลกนะ คิดเหมือนกันเลย มายะหลับตากระดกเบียร์เข้าคอตัวเองแล้วโยนลงถังขยะก่อนจะหันกลับมาส่งสายตาเป็นเชิงถามกับริน
สงสัยต้องไปถามจากเจ้าตัวเองเสียแล้วสิ เอ้า ! นอนกันเหอะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานกันตั้งแต่เช้านะ จะมามัวคุยอย่างนี้ไม่ได้อีก เดี๋ยวไปสายล่ะก็ โดนเจ้าพวกนั้นโวยแหง พูดพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวแล้วฟุบหลับไปทั้ง ๆ อย่างนั้น
ราตรีสวัสดิ์ มายะมองออกไปนอกหน้าต่างชั่วครู่แล้วหันกลับมาล้มตัวนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่นานนักเขาก็ฟุบหลับตามเพื่อนหน้าหวานไปอีกคน
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]