pirate.gif (22203 bytes)

PIRATE 18

เคร้ง !!! เสียงดาบกระทบกันดังก้องไปทั่ว

" หัวหน้า!!! " ทุกคนร้องขึ้นขณะที่ต้องป้องกันตัวเองไปด้วย

เชนยังไม่ทันเข้าถึงตัวทาเทนก็มีดาบแหลมคมพุ่งเข้ามาหาเค้าเกือบทุกทิศ ราวกับมีศัตรูซ่อนอยู่รอบด้าน

" ชิ!! " เชนอุทานขณะที่ต้องปัดดาบมากมายที่พุ่งเข้ามาหาตน ' ทำไงดี ' นี่คือสิ่งที่ทุกคนกำลังต้องการคำตอบ

หน้าแปลกที่หน้ากากขาวภายใต้ชุดคลุมนั่นมิได้เคลื่อนไหวแต่อย่างใด หลังจากที่มันสั่งคำสั่งแล้วก็ได้แต่ยืนอยู่เฉยๆ ทั้งที่มีโอกาสโจมตีทุกคนแล้วนี่นา

" อ้ากกก!! " เสียงร้องของใครบางคนดังขึ้น ทุกคนหันไปหาต้นเสียงนั้นทันที

หลังพุ่มไม้!? ขณะที่ยังไม่ทันสิ้นเสียงร้องก็มีเสียงต่อสู้กันเริ่มตั้นขึ้น ใครกัน??? เสียงใคร? ทุกคนต่างเร่งมือฟาดฟันศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของตน แล้วเลี่ยงไปให้ถึงบริเวณเสียงต่อสู้หลังพุ่มไม้สูงนั้น ใครหายไป? ทุกคนกวาดสายตาไปทั่ว มองหาพรรคพวกตน คริส? คริสหายไป!!

" คริส! " เชนรีบตรงเข้าไปที่นั่นทันที มันไม่ห่างจากบริเวณที่ทุกคนอยู่มากนักเค้าเลยสามารถไปถึงอย่างรวดเร็ว

เชนเห็นคริสกำลังสู้กับชายคนหนึ่ง ชายรูปร่างผอมแห้งเหมือนซากศพที่เป็นพรรคพวกไม่มีผิด ใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือด บริเวณแขนซ้ายของชายผู้นั้นมีของเหลวสีเทาไหลออกมาจากบาดแผลคงเพราะถูกคริสฟาดดาบไปโดนโดยไม่ทันตั้งตัวล่ะสิ นี่หมายความว่าหน้ากากสีขาวภายใต้ชุดคลุมที่ดำนั่นคือหุ่นเชิดสินะ แล้วคริสรู้ได้ยังไงกัน

" หัวหน้า!! " ทุกคนมารวมกันอยู่ที่นี่แล้ว ใครจะรู้ล่ะว่าหลังพุ่มไม้สูงนี่จะเป็นทุ่งกว้าง ป่านี่ซับซ้อนและลวงตา

กว่าที่คิด

" เรารีบเข้าไปช่วยคริสก่อนเถอะ เจ้านั่นคงเป็นทาเทนสินะ หลังจากที่ได้ยินเสียงมันเจ้าผีพวกนั้นก็หยุดการเคลื่อนไหว

รีบกำจัดมันก่อนที่โครงกระดูกพวกนั้นจะลุกขึ้นมาอีกดีกว่า ไม่งั้นเราจะลำบาก "

A.J.พูดขึ้นซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย

คริสเหลือบมาเจอทุกคนเข้าเลยเสียจังหวะในการหลบดาบของอีกฝ่ายไปจนมีรอยแผลจากเล็บแหลมยาวกรีดเป็นทางบนต้นแขน

เคร้ง!! เสียงดาบของคริสถูกปัดกระเด็นออกห่างตัว ไนฟรีบเข้าไปขวางทาเทนทันที

" แกจะทำอะไรลูกศิษย์ชั้น " ไนฟรีบตอกกลับทันที " จุดอ่อนแกคือการสู้กันซึ่งๆหน้าใช่มั๊ยล่ะ คราวนี้แกเสร็จแน่ "

ทุกคนเข้ามารุมล้อมไว้แต่ไม่ยังทันได้ทำอะไรเจ้าโครงกระดูกพวกนั้นก็โผล่ขึ้นมาอีกแล้ว

" พวกแกคิดเหรอว่าจะฆ่าข้าได้ง่ายๆ "

ใบหน้าขาวซีดเบ้าตาโหลลึกจ้องมองอย่างอาฆาต เมื่อกี้เสียทีเจ้าเด็กนั่นเพราะไม่ทันนึกว่าใครจะรู้อุบาย ที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครเข้าใกล้ตัวมาได้ขนาดนี้เลย นับว่าเจ้าพวกนี้มีฝีมือกันน่าดู

------------------------------

ไนฟเงื้อดาบฟาดฟันใส่อีกฝ่ายเต็มแรงแต่กลับมีบางสิ่งมาขวางกั้นไว้ทำให้ต้องผละออกมาก

' ม่านพลัง '

เจ้าปีศาจผู้ควบคุมผีดิบลั่นเสียงหัวเราะอย่างถูกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำอะไรตนไม่ได้ ทันใดนั้นซากโครงกระดูกมหึมาก็ตรงเข้าหาไนฟทันทีเลยต้องเปลี่ยนจากการบุกมาเป็นรับแทน ขณะที่ทาเทนมัวแต่ชะล่าใจทัลเข้าประชิดแม้จะโดนกระแสไฟฟ้าที่ห่อหุ้มทาเทนไว้ทำให้เจ็บปวดเค้าก็ยังพยายามดึงดันต่อไป

" พยามยามไปก็ไร้ประโยชน์ อย่างพวกแกทำอะไรข้าไม่ได้หรอก " ใบหน้าซีดปราศจากสีเลือดพูดอย่างยิ้มเยาะ

" แกเคยได้ยินมั๊ยว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น "

ทัลยิ้มตอบชวนให้คิด ทาเทนได้แต่มองเขม็งอย่างกังขา

" ชั้นจะพิสูจน์ให้แกเห็นเองว่าที่พูดไปมันจริงแค่ไหน!! "

ทัลแทรกมือผ่านม่านพลังซึ่งเป็นด่านป้องกันอีกฝ่ายไว้เต็มแรงโดยไม่สะดุ้งสะเทือนกับกระแสพลังที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดแก่ผู้อื่นได้

ดวงตาลึกโหลของทาเทนเบิกกว้าง ' ไม่น่าเชื่อ มันทำได้ยังไง '

ขณะที่ยังไม่ทันตั้งตัวทัลก็พุ่งหมัดไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มแรงจนมันถึงกับหมดสติไป ทุกอย่างเงียบสงบลงเช่นเคย

" ชิ กระจอกชมัด ที่แท้มันก็แค่นี้เอง "

ร่างสูงใหญ่ใช้เท้าเขี่ยร่างอีกฝ่ายที่หมเสติอย่างไม่ปราณี

" แล้วเราจะทำยังไงกับมันดี " เสียงกลุ่มคนถกเถียงกันปลุกสติอีกฝ่ายให้คืนมา

ทาเทนลืมตาขึ้นช้าๆกลับพบว่าตนถูกพันธนาการไว้ด้วยเชือกจนไม่อาจขยับได้

" มันฟื้นแล้ว " เฟียร์เอ่ยขึ้นและทุกคนหันหลับมาให้ความสนใจศัตรูตรงหน้าทันที

" แกต้องการอะไรจากพวกเรา " A.J.ถามเป็นคนแรก

อีกฝ่ายทำสีหน้าเฉยเมยราวกับไม่ได้ยินคำพูดนี้

ไนฟเอาดาบจ่อไปที่ลำคอของอีกฝ่ายพร้อมกดปลายมีดแหลมลงบนเนื้อที่บางราวกับไม่ใช่ร่างกายมนุษย์จนเลือดสีเทาไหลซึมออกมาตามรอยที่ฝากไว้

" แกจะบอกดีๆหรือต้องให้หัวหลุดออกจากตัวซะก่อน "

สีหน้าของไนฟตอนนี้เรียกได้ว่าเย็นชาจนน่ากลัว พลังบางอย่างแผ่ปกคลุมออกมา…พลังที่แตกต่างออกไป 'รังสีของนักฆ่า '

" ข้าต้องการกำจัดพวกแกทุกคนที่นี่ไงล่ะ พวกแกไม่มีวันตายดีแน่ ' ท่านผู้นั้น ' กำลังรอคอยให้ความตายของพวกแกมาเยือนโดยเร็ว! อึ้ก!!! "

ยังไม่ทันพูดจบร่างของทาเทนก็กระตุกอย่างแรงพร้อมกระอักเลือดสีเทาเข้มออกมาเป็นลิ่มๆราวกับอวัยวะภายในถูกบดขยี้ละเอียด ร่างกายขาวซีดแข็งเกร็งนัยน์ตาเบิกกว้างแทบถลนออกมาก่อนจะแน่นิ่งไปโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ ท่ามกลางความงุนงงเมื่อเฟียร์จะเข้าไปตรวจดู ร่างกายนั้นกลับสลายเป็ยฝุ่นผงกระจายหายไปภายในพริบตา ทำให้ทุกคนผงะออกจากตรงนั้นไปเล็กน้อย

" มันอะไรกันเนี่ย " เซทอุตทานอย่างตกใจ

ทุกคนต่างอยู่ในอาการตกตะลึงที่อยู่ๆเจ้านั่นก็เหมือนทรมานจากบางสิ่งจนตายแล้วสลายไป มันคงเป็นฝีมือใครไม่ได้นอกจาก ' ท่านผู้นั้น ' ที่มันพูดถึง เชนมีสีหน้าเครียดเขม็ง อารมณ์ขุ่นมัวจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่

" หัวหน้ารู้หรือครับว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดในครั้งนี้ " A.J.เอ่ยอย่างรู้ทันเพราะรู้ว่าหัวหน้าตนคงไม่ยอมเอ่ยปากออกมาเองเป็นแน่

" …. " เชนไม่พูดอะไรมีเพียงสายตาเกรี้ยวกราดดุดันเท่านั้นที่เป็นคำตอบ.. สายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น..

" เออใช่!! คริส! เธอรู้ได้ไงว่าชุดคลุมภายใต้หน้ากากสีขาวนั่นไม่ใช่ร่างจริงของมัน อีกอย่างเธอจับทิศทางของมันได้ยังไงว่ามันอยู่ที่นี่ " มิลเลอร์เปลี่ยนเรื่องถามเนื่องจากเห็นอารมณ์ของหัวหน้าตนไม่สู้ดีนัก

" แหะๆ คือว่า… " เด็กหนุ่มผู้เป็นเจ้าชายหัวเราะอย่างเก้อเขิน " คือผมเคยหลอกคนอื่นแบบนี้มาก่อนน่ะฮะ ใช้หุ่นที่สวมชุดปีศาจโผล่ไปหลอกคนอื่นเค้าส่วนตัวเองชักใยอยู่เบื้องหลัง ทิศที่มันอยู่ผมดูจากทางที่ดาบพุ่งเข้ามาโจมตีคุณไนฟเป็นทิศแรกไงฮะ ถ้าสังเกตดีๆจะรู้ว่ามันมาจากทางไหนเป็นที่แรก ผมเลยรีบมาที่นี่ ปรากฏกว่าที่คิดไว้ก็ไม่ผิดจริงๆด้วย "

คำตอบที่ได้ฟังทำให้ทุกคนอึ้งกันไปตามๆกัน นี่เองคือเหตุผลที่ทำให้คริสรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของมัน เฮ้อ..ไม่นึกเลยนะว่าจะชอบแกล้งคนอื่นเล่นเหมือนกัน แสบไม่เข้ากับหน้าตาเลยแฮะ แต่ไหวพริบดีอย่างงี้ก็นับว่าน่าชื่นชมเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดในใจ

" มานี่ซิ " เชนเรียกคริสให้เข้ามาใกล้

อารมณ์ของเชนถูกปรับให้สงบนิ่งดังเดิมเลยแล้วจึงสังเกตเห็นรอยแผลเป็นทางยาวบริเวณต้นแขนของอีกฝ่าย เลือดไหลออกมาเมื่อครู่ได้หยุดลงแล้วแต่ควรรักษาให้ถูกต้องจะดีที่สุด ส่วนคริสก็ได้แต่ทำหน้างงๆว่าจะเรียกไปทำไม ดูท่าว่าแม้แต่เจ้าตัวก็ยังลืมเรื่องที่บาดเจ็บเลยนะเนี่ย

" อ่า..แผลนั่นให้ผมทำให้ก็ได้ครับ หัวหน้าจะได้ไม่ลำบาก "

มิลเลอร์เองก็เพิ่งสังเกตเห็นทีหลังเช่นเดียวกับทุกคน

" นายเก็บพลังไว้ใช้ตอนจำเป็นเถอะ ที่นี่อาจมีอันตรายอื่นรอเราอยู่ก็ได้ "

ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าบอกด้วยน้ำเสียงเรียบจนคนฟังเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่กันแน่

" แต่…" ยังไม่ทันที่มิลเลอร์จะพูดจบเชนก็ดึงคริสออกไปจากกลุ่มทันที

A.J.วางมือบนไหล่เพื่อนเป็นเชิงห้ามไว้ว่าปล่อยให้หัวหน้าเค้าจัดการไปเถอะ มิลเลอร์เห็นดังนั้นจึงได้รู้ว่าA.J.อยากจะบอกอะไรกับตน ที่หัวหน้าพูดเมื่อกี้ก็เพราะอยากเป็นคนดูแลคริสเองสินะ อืม..ไม่น่าเชื่อว่าหัวหน้าจะคิดอะไรน่ารักๆเป็นเหมือนกัน ทั้งสองยิ้มอย่างอารมณ์ดี นานแล้วนะที่ไม่ได้เห็นเชนเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นแบบนี้ นับว่าเป็นการพัฒนาที่น่าพอใจทีเดียว

หลังจากนั้นเฟียร์ก็หันไปถามไนฟบ้างว่าบาดเจ็บรึเปล่า แต่พอไนฟถามกลับว่า ' เป็นห่วงเหรอ ' พร้อมทำหน้าดีอกดีใจสุดขีด(บุคลิกเท่ห์ๆเมื่อกี้หายไปไหนหมด) เฟียร์รีบเดินหนีทันที ประมาณว่าเขินน่ะแหละเป็นห่วงจริงแต่ก็ไม่กล้าพูดอ่ะ

มิลเลอร์รักษาบาดแผลของทุกคนเรียบร้อยก่อนจะแยกย้ายกันไปสำรวจพื้นที่รอบๆเพื่อเป็นการฆ่าเวลา(สำรวจตอนกลางคืนเนี่ยนะ:คนเขียน) เพราะเกรงว่าถ้ากลับไปที่พักเร็วจะไปขัดจังหวะใครบางคนน่ะสิ คนนี้ยิ่งเอาใจยากอยู่ด้วย…

------------------------------

" ไม่นึกว่าเจ้าทาเทนมันจะไร้น้ำยาขนาดนี้ แพ้แม้กระทั่งเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม " เสียงเยียบเย็นเสียงหนึ่งแว่วมาตามสายลม

" ตอนนี้ยังหาชิ้นส่วนซาเปียร์ไม่เจออีกรึ " เสียงนั้นถามไปยังบุคคลที่สามที่อยู่บริเวณนั้น

" พวกผมกำลังค้นทั่วบริเวณภูเขาแห่งนี้อยู่แต่ยังหาไม่มันพบ คาดว่าอีกไม่นานจะสำเร็จ ที่นี่มีกับดักมากเกินไป ทำให้เสียเวลา " เสียงชายที่คาดว่าอายุน้อยกว่าเอ่ยตอบกลับมา

" ถ้าชักช้าพวกแกรู้ใช่มั๊ยว่าต้องรับโทษยังไง "

เสียงบุรุษผู้คาดว่าเป็นเจ้านายพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมแต่ยังคงไว้ซึ่งความเยียบเย็นดังเช่นเคย

" ครับ " พวกเค้ารู้ว่าการลงโทษนั้นหมายความว่ายังไง ' ความตาย '

" ไปได้แล้ว รีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย "

" รับทราบ " ทันทีที่สิ้นเสียงตอบรับสายลมวูบใหญ่ก็ผัดผ่านร่างๆนั้นหายไป

" ยังหรอก ยังไม่ถึงเวลาที่แกจะต้องตาย มันต้องทรมาณมากกว่านี้.. ชิ้นส่วนที่เหลืออยู่ไหนกันนะ ขนาดพลังของเรายังค้นไม่พบหรือว่ามันจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว.."

น้ำเสียงเยียบเย็นเงียบหายไปเหลือแต่เพียงความมืดที่ปกคลุมจนไม่อาจมองเห็นสิ่งใดภายในที่แห่งนี้ได้

'มัน'กำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่….

………………………..

จุดพักแรมที่ทุกคนใช้เป็นที่พักในคืนนี้ก่อนเรื่องวุ่นๆนั้นจะเกิดขึ้น ร่างสูงคว้าถุงผ้าที่นำตัวติดมาวางข้างตัวก่อนทรุดลงนั่งไม่ไกลจากแสงกองไฟที่ถูกจุดขึ้นใหม่

" นั่งลงสิ " เชนพูดเหมือนสั่งอย่างเคยชิน

ร่างเล็กทำหน้างอง้ำทันตาก่อนจะทรุดตัวนั่งข้างๆอย่างไม่เต็มใจเพื่อให้อีกฝ่ายรู้

" เป็นอะไรอีกล่ะ หน้างอเป็นตูดลิงเชียวนะ " เชนพูดประชด

" เบื่อคนเอาแต่ใจ ชอบสั่งให้คนอื่นทำโน่นทำนี่อยู่เรื่อย "

ท่าทางร่างเล็กกว่าจะลืมไปแล้วว่าคนที่กำลังคุยอยู่ด้วยเป็นหัวหน้าของตน

เชนมองตาขวางๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เค้ายื่นมาออกมาตรงหน้าคริส อีกฝ่ายๆก็ไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าต้องการอะไรกันแน่ ยื่นมือมาทำไมฟะ ของกินไม่มีจะให้นะเฟ้ย คริสวางมือของตัวเองลงบนมือกร้านของอีกฝ่าย จากที่เครียดๆอยู่เชนขำก้ากออกมาทันที

" เธอทำอะไรน่ะ เป็นหมารึไงนี่ไม่ได้ขอมือนะ "

เอาเข้าไปเชนเริ่มกลับมาเป็นคนสติแตกอีกแล้ว ไม่รู้ว่าคริสอายหรือโกรธที่ถูกแซวอย่างนั้นจนหน้าแดงเรื่อ

" ก็ใครมันจะไปตรัสรู้ล่ะว่านายจะเอาอะไร อยู่ๆก็ยื่นมาอย่างเงี้ย "

คริสรีบชักมือกลับหันหน้าหนีไปทางอื่น สงสัยจะงอนซะแล้ว

" ไม่ได้ขออะไร บอกให้ยื่นแขนมา จะทำแผลให้ " เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเป็นกันเอง

คริสสะบัดแขนยื่นให้อีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ ชายหนุ่มร่างสูงจัดการถลกแขนเสื้ออีกฝ่ายขึ้นก่อนจัดการทำแผลต่อไป

" อยู่กับเธอแล้วหายเบื่อดีนะ "

เชนพูดขณะนำผ้าสะอาดที่ถูกเทน้ำใสๆบางอย่างลงไปเช็ดบริเวณปากแผลบนต้นแขนเรียวขาวตรงหน้า

" โอ้ย! เบาๆหน่อยสิ ผมเจ็บเป็นนะ " คริสอุทานเมื่อโดนทำแผล โวยวายเป็นเด็กเล็กๆเชียว

" ยาจะได้ซึมเข้าไปไง มันแสบนิดทนหน่อยแล้วกัน "

หลังจากนั้นความเงียบก็เข้าครอบงำเพราะต่างคนต่างไม่พูดอะไร ชักอึดอัดแฮะ

คริสนึกในใจ

" เอ่อ…เมื่อกี้… " คริสอ้ำๆอึ้งๆว่าจะถามดีรึปล่า

" อะไรล่ะ " เชนยังทำแผลไม่เสร็จ

ตอนนี้เค้ากำลังพันผ้าปิดบาดแผลไว้กันเชื้อโรคเข้า

" ตอนที่เจ้าทาเทนพูดถึง ' ท่านผู้นั้น ' คุณทำท่าเหมือนรู้อะไรบางอย่าง "

ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าชะงักไปพักหนึ่งก่อนที่จะจัดการพันผ้าให้อีกฝ่ายจนเสร็จ คริสนั่งรอคำตอบที่ยังไม่ออกมาจากปากของอีกฝ่าย

" คุณรู้ว่าใครเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ใช่มั๊ยครับ "

เมื่อถามไปแล้วก็ขอถามให้ถึงที่สุดเถอะนะ

" ใช่! " เชนตอบคำเดียวด้วยน้ำเสียงที่เน้นหนักตามอารมณ์ เค้าค่อยๆคลายมือออกจากต้นแขนขาวเนียนข้างนั้นก่อนจะเริ่มต้นพูดบางสิ่งต่อไป

" ชั้นรู้ว่ามันเป็นใคร และรู้ว่ามันต้องการอะไร "

สีหน้าชายหนุ่มเคร่งเครียดขึ้นจนเห็นได้ชัด คริสชักเสียใจที่คิดถามคำถามนี้ออกไป

" ขอโทษนะครับ " เสียงใสเอ่ยขึ้นมาเบาๆ

" เรื่องอะไร "

" ที่ให้คุณต้องนึกถึงเรื่องเกี่ยวกับคำถามนี้ "

" ไม่เป็นไร ถ้าไม่พูดตอนนี้สักวันหนึ่งชั้นก็ต้องเล่าให้เธอฟังอยู่ดี "

เสียงทุ้มเอ่ยตอบอย่างเลื่อนลอยเหมือนในใจนึกถึงบางสิ่งอยู่ สิ่งที่ไม่มีวันลืมและจดจำได้ชัดเจนตลอดมา...

" … " คริสไม่ได้พูดอะไรได้แต่นั่งรอฟังเงียบๆเพียงอย่างเดียว นี่อาจเป็นรื่องที่คุณAJ.เคยพูดกับเชนเมื่อตอนนั้นก็ได้

วันที่ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นจากเส้นขอบฟ้าของทะเลแบบเต็มๆตาเป็นครั้งแรก ว่าแต่มันเกี่ยวกับอะไรกันแน่นะ ท่าทางเศร้าๆต่างจากทุกครั้ง เห็นแบบนี้แล้วทำให้รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาทันที ท่านแม่.. ข้าจะทำยังไงถึงจะช่วยให้เค้าสบายใจได้นะ แล้วป่านนี้ทุกคนจะเป็นยังไงกันบ้างก็ไม่รู้ มีเรื่องต่างๆเข้ามามากมายเหลือเกิน ตอนนี้ข้าคงทำได้แค่ทำทุกอย่างที่พอทำได้ให้เต็มความสามารถเท่านั้น…

ราตรีเงียบสงบมีเพียงเสียงใบไม้ไหวตามกระแสลมที่พัดผ่านทำให้จิตใจของเชนสงบมากยิ่งขึ้น ถึงแม้มันเป็นอดีตที่เจ็บปวดแต่เค้าก็อยากเล่าทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเค้าให้เด็กหนุ่มคนนี้ได้รับรู้

เรื่องราวในอดีตของชายผู้เป็นหัวหน้าถูกถ่ายทอดให้อีกฝ่ายฟังด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเพียงแผ่วเบา……..

 

cats.gif (2782 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

สวัสดีค่ะทุกคนอินุกลับมาแล้วหลังจากห่างหายไปนาน ขอโทษนะคะที่ล่าช้าทั้งนี้เพระายุ่งๆกับการเรียนอยู่เลยไม่มีเวลามานั่งเขียนนิยายต่อ แต่รับรองว่าช่วงปิดเทอมนี้จะพยายามเขียนให้ได้มากๆนะคะ ใครอยากคุยก็เมลล์มาหาอินุได้ที่ [email protected] เมลล์เดิมนี่แหละค่ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1