
PIRATE 17
" จากแผนที่เราต้องผ่านไปให้ถึงภูเขาตรงหน้านั่น "
ทุกคนมองไปยังทิศเบื้องหน้าตามคำพูดของชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้า
ภาพที่อยู่เบื้องหน้าของทุกคนคือภูเขาลูกใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่โดดเดี่ยวเปรียบเสมือนศูนย์กลางของเกาะแห่งนี้ แต่หนทางกว่าจะไปถึงที่นั่นยังอีกยาวไกลและยากลำบากกว่าที่ทุกคนคาดคิดนัก
" ผมว่าวันนี้รีบหาที่พักก่อนดีกว่าครับ นี่ก็ใกล้มืดเต็มทีแล้ว " มิลเลอร์เสนอความคิดเห็นเมื่อมองจากสภาพรอบตัว
" อืม วันนี้เราหาที่พักและเสบียงกันก่อน ไว้พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ " เชนพูดเสียงเรียบตอนนี้เค้าเข้าสู่โหมดบุคคลผู้เป็นหัวหน้าอย่างเต็มตัวไปเสียแล้ว
" ครับ " เสียงของทุกคนดังประสานกันเพื่อรับคำ แล้วจึงเริ่มดำเนินงานไปตามหน้าที่ของแต่ละคน
ในคืนนั้นพวกเค้าต้องนอนกลางป่าซึ่งเป็นที่กว้างและไม่โล่งแจ้งจนเกินไป มีการก่อกองไฟขนาดใหญ่เพื่อทำอาหาร เพื่อให้ความอบอุ่น และเพื่อป้องกันสัตว์ร้ายรอบด้านที่อาจเยื้องย่างเข้ามาทำร้ายทุกคนในที่นี้ได้ เวลาดึกสงัดเริ่มเข้ามาเยือนอีกครั้ง ทุกคนได้วางแผนถึงการเดินทางที่ต้องทำกันต่อไปในวันรุ่งขึ้น สิ่งที่แต่ละคนพบเห็นถูกเล่าออกมาพร้อมรายละเอียดเท่าที่จะสามารถบรรยายได้(ยกเว้นเรื่องส่วนตั๊ว ส่วนตัวของบางคู่นะจ๊ะ)
หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นลงทุกคนแยกย้ายไปตามที่ของตนพร้อมความเข้าใจที่ตรงกันแล้วว่าควรทำเช่นไรต่อไป ในคืนนี้มีการจัดเวรยามผลัดเปลี่ยนกันตลอดทั้งคืนเพื่อป้องกันเหตุผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ทว่า
ฟึ่บ!!!
เสียงบางสิ่งเคลื่อนไหวแผ่วเบาอย่างรวดเร็วบริเวณที่พักกลางป่าแห่งนี้ แม้เสียงนั้นจะแผ่วเบาๆแต่ก็มิอาจพ้นจากสัมผัสของเหล่าโจรสลัดที่เคยชินกับการฝึกฝนตนเพื่อให้รู้ตัวอยู่เสมอ
" หัวหน้า " เสียงต่ำของชายหนุ่มผมดำยาวเจ้าของแผลเป็นข้างแก้มขวาดังแผ่วมา
A.J.ผู้เป็นเวรยามในขณะนี้อยู่ใกล้ตัวของเชนมากที่สุดถัดไปจากคริส
ทุกคนนอนเรียงรายกับรอบกองไฟเป็นวงกลมและแน่นอนว่าบัดนี้ทุกคนรู้สึกตัวกันหมดแล้วว่าบางสิ่งกำลังใกล้เข้ามา
เพียงแต่ยังไม่มีใครลุกขึ้นมาเพราะอาจทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวและถอยหนีออกไปได้ พวกมันล้อมทุกคนไว้รอบด้านพร้อมกับกลิ่นสาบสางเน่าเหม็นที่ชวนคลื่นไส้ที่ลอยคว้างอยู่โดยรอบ
' คราวนี้จะเป็นอะไรอีกล่ะ ?! ' นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดอยู่ในใจ
สวบ!!! และแล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็ปรากฏกายออกมา มันมิใช่สัตว์ประหลาดอย่างเช่นเคย มันคืออะไรล่ะ รูปร่างเหมือนมนุษย์ไม่ผิดเพี้ยน มีแขนขาร่างกายและศีรษะ แต่ทั่วทั้งร่างกลับพันรอบด้วยผ้าเก่าๆ ไขว้ทับกันไปมาซึ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรกต่างๆ จนมิอาจมองเห็นผิวหน้าและร่างกายภายในว่ามีลักษณะเช่นไร ยกเว้นสิ่งเดียว เบ้าตาที่กลวงลึกพร้อมกับแสงสีแดงส้มที่ส่องประกายภายในอย่างริบหรี่ ทุกคนพร้อมใจกันลุกขึ้นตั้งรับอย่างรวดเร็วตามสัญชาติญาณการต่อสู้ ดาบยาวที่เหน็บไว้ข้างเอวถูกชักออกมาเพื่อป้องกันตัวทันที
------------------------------
" หึ หึ ดูซิว่าพวกแกจะหนีรอดรึเปล่า "
ริมฝีปากหนาเผยให้เห็นรอยยิ้มเยียบเย็นอย่างถูกใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
เสียงหัวเราะที่น่าสะพรึงกลัวดังขึ้นเป็นระลอกท่ามกลางความมืดมิดที่เห็นได้เพียงเงาเรือนราง
' จัดการพวกมันซะ มาโอ '
คำกล่าวอย่างเลื่อนลอยเหมือนเป็นเพียงคำรำพันเหมือนเปล่งออกมาโดยไม่มีความหมาย แต่...
' รับทราบ '
เสียงแหบเย็นอีกเสียงหนึ่งดังแว่วมาโดยไม่อาจบ่งบอกทิศทางที่มาของเสียงนั้นได้ เจ้าของเสียงนั้นเป็นใครกันแน่ ?!...
------------------------------
ภาพของเหตุการณ์ที่กลางป่า ขณะที่ทุกคนกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งประหลาดซึ่งไม่อาจระบุที่มาได้ มันมาจากที่ใดตั้งมากมาย ทำไมกลับนิ่งเฉยเหมือนกำลังรอคอยเวลา พวกมันต้องการอะไรกันแน่
" เอายังไงดีหัวหน้า ทำไมพวกมันถึงหยุดอยู่เฉยๆก็ไม่รู้ " ทัลชายผิวคล้ำซึ่งมีร่างกายใหญ่ที่สุดในกลุ่มกล่าวขึ้นอย่างขอความเห็นจากผู้เป็นหัวหน้าตน
" ดูท่าทีมันก่อน " คำตอบสั้นๆถูกเอ่ยอย่างครุ่นคิด
ทำไมมันถึงไม่โจมตีเข้ามาถ้ามันต้องการจะทำร้ายทุกคนที่นี่ พวกมันกำลังรออะไรอยู่นะ ยังไม่ทันที่เชนจะเอ่ยอะไรต่อเสียงเย็นแผ่วเบาก็ดังแว่วมาเหมือนเป็นสัญญาณเริ่มการต่อสู้ของอีกฝ่าย
' คิลเลร์คาเทน '
ประโยคซึ่งเชนและทุกคนไม่อาจตีความได้นี้คือคำสั่งให้เหล่าบรรดาร่างไร้วิญญาณทั้งหลายที่ถูกเรียกว่ามัมมี่เริ่มขยับตัวเข้าจู่โจมทันที
" อ๊ะ!! "
คริสเงื้อดาบรับกรงเล็บยาวแหลมคมที่โผล่ออกมาจากปลายนิ้วของฝ่ายตรงข้ามอย่างฉุกละหุก
ทางด้านทุกคนก็เช่นเดียวกัน ซากไร้ชีวิตพวกนั้นเข้าโจมตีทุกคนอย่างไม่หยุดยั้ง
สวบ!! เสียงดาบของใครคนหนึ่งแทงทะลุเข้าไปตรงกลางส่วนที่เป็นที่ตั้งของหัวใจ
ไนฟกระชากดาบออกมาจากร่างตรงหน้าอย่างรวดเร็ว แน่ล่ะมันคือซากศพย่อมไม่มีเลือดเนื้อและชีวิต มันไม่สะดุ้งสะเทือนกับการถูกแทงแต่อย่างใด มันจู่โจมกลับทันที กรงเล็บแหลมเฉียดผิวเนื้อแต่ก็ทำให้ข้างแก้มของชายหนุ่มเป็นรอยเลือดซึมออกมา
ไนฟรีบตวัดดาบตัดแขนของฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่รั้งรอ ท่อนแขนเหนือข้อศอกที่แห้งแข็งเหมือนท่อนไม้ผุพังพันด้วยผ้าเก่าๆตกลงสู่พื้นพร้อมกับกรงเล็บแหลมที่ผลุบหายเข้าไป นึกว่าสามารถจัดการมันได้บ้างแต่กลับไม่เกิดผล ปลายของเศษผ้าที่ขาดออกจากกันถูกเชื่อมต่อกันอย่างรวดเร็ว ซากแขนนั้นลอยขึ้นเหนือพื้นและต่อกลับเข้าที่ตามเดิมโดยการเชื่อมติดของเศษผ้าภายในพริบตา ดวงตาคมสีดำของเจ้าแห่งดาบเบิกกว้างขึ้นเช่นเดียวกับเสียงอุทานของอีกคนที่อยู่ด้านหลัง
" มันเป็นอมตะ " ชายหนุ่มร่างเพรียวในชุดคลุมสีน้ำตาลเข้มเอ่ยขึ้น
ร่างกายของเฟียร์เย็บเฉียบเหมือนถูกน้ำแข็งเกาะกุมเอาไว้ ขนาดถูกตัดแขนขาดยังสามารถต่อกลับได้ภายในเสี้ยววินาที
แล้ววิธีไหนล่ะจะสามารถกำจัดมันได้
------------------------------
" มันไม่ตาย "
ทัลผู้ซึ่งถนัดการใช้กำลังมากกว่าได้ปล่อยหมัดเข้าหาผีดิบพวกนั้นเข้าอย่างจังแต่พวกมันกลับไม่มีท่าทีสะดุ้งสะเทือนแต่อย่างใด
" ทำยังไงดีครับหัวหน้า ผมจะรับมือมันไม่ไหวแล้วนะครับ "
เด็กหนุ่มผู้มีอายุใกล้เคียงกับคริสเอ่ยขึ้นในขณะที่เบี่ยงตัวหลบอีกฝ่ายไปด้วย เค้าทำได้เพียงใช้ดาบป้องกันตัวเองเท่านั้นเพราะอีกฝ่ายจู่โจมอย่างรวดเร็วตรงข้ามกับสภาพผุพังของร่างกายอย่างสิ้นเชิง
" นั่นสิ ผมฟันตัวมันขาดไปหลายครั้งแล้วแต่มันก็ยังต่อกลับได้เหมือนเดิมทุกครั้งเลย "
ไนฟฟันไปที่ลำตัวซากศพที่เหมือนมีชีวิตตรงหน้าแทบขาดออกจากกัน แต่มันก็สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้อย่างรวดเร็วทุกครั้งไป
เช่นเดียวกับคริสที่กำลังใช้ดาบป้องกันและปะทะกับอีกฝ่ายอย่างชุลมุนจนไม่มีเวลามาสนใจคนอื่นเลย ในเวลานี้ต่างคนต่างต้องรับมือกับผีดิบตรงหน้าจนแทบไม่หวาดไม่ไหว แม้กระทั่งเฟียร์ที่ไม่เก่งดาบยังต้องพยายามต่อสู้กับอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ตนเป็นภาระกับไนฟจนเกินไป ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานแรงของทุกคนก็แทบจะหมดลงเรื่อยๆ ต้องรีบหาทาง ก่อนที่ทุกคนจะหมดแรง ชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นหัวหน้าคิดในใจ
" ต้องมีอยู่ตัวหนึ่งที่เป็นตัวควบคุมพวกมันอยู่ "
เสียงของเฟียร์ตะโกนดังขึ้นอย่างเหนื่อยหอบในขณะที่ต้องคอยหลบกรงเล็บคมของอีกฝ่ายไปด้วย
" ลองหาตัวที่แตกต่างดู ต้องมีตัวที่เป็นหัวหน้าอยู่ในนี้แน่ "
แม้ทุกคนจะลองทุกทางก็ยังกำจัดมันไม่สำเร็จ
เฟียร์ผู้เป็นเสมือนผู้รู้ของกลุ่มจึงเสี่ยงออกความคิดเห็นไป ในเวลานี้ต้องพยายามทุกวิธีทางแม้ความเป็นไปได้จะน้อยนิดแค่ไหนก็ตาม
" ตัวที่แตกต่าง "
แต่ละคนพึมพำเหมือนกันในขณะที่ต่อสู้ก็ต้องคอยสังเกตุหาตัวที่คาดว่าจะเป็นหัวหน้าของอีกฝ่ายไปด้วย
" เจอแล้ว!! " เสียงของมิลเลอร์ตะโกนดังขึ้น
ทุกคนหันเหความสนใจไปตามเสียงนั่นทันที
" ผ้าที่พันอยู่ที่หน้ามันไขว้คนละข้างต่างกับตัวอื่น "
ด้วยความที่มิลเลอร์เป็นคนตาไวจึงสังเกตุความผิดปรกติของสิ่งนี้ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อแน่ใจว่าใช่แน่นอนไนฟก็รีบเข้าไปจัดการกับซากมัมมี่นั้นทันที เค้ารับมือกับกรงเล็บแหลมคมแล้วจัดการฟาดดาบตัดผ่านสะพายแล่งของอีกฝ่ายทันที ไม่รอช้าเค้ารีบแทงดาบซ้ำลงไปอีกหลายต่อหลายคราจนอีกฝ่ายไม่สามารถป้องกันได้ ไนฟแทงดาบผ่านหัวใจจนทะลุออกไปอีกด้านนึงของลำตัว เสียงกรีดร้องดังโหยหวนออกมาจากร่างตรงหน้าไนฟ มันกรีดร้องครวญครางในขณะที่ยังไม่ลดการตวัดกรงเล็บของตัวเองลง ซากผีดิบตัวอื่นๆชะงัก ทุกสิ่งหยุดการเคลื่อนไหวลงทันที มีเพียงเสียงกรีดร้องแหลมสูงของมัมมี่ตัวที่เป็นหัวหน้าที่กำลังมีท่าทางทรมาณอยู่เท่านั้น เสียงกรีดร้องดังอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายการเคลื่อนไหวของตัวหัวหน้าก็หยุดลง ร่างกายที่ผุพังของมันสลายกลายเป็นผุยผงไปกับสายลมและอากาศที่ปกคลุมบริเวณนั้นโดยรอบ .ไม่มีร่องรอย.. หายไปเหมือนไม่เคยมีตัวตน จากนั้นตัวอื่นๆก็พากันสลายๆไปในเวลาเดียวกัน ทุกอย่างเงียบสงัดลงอีกครั้งไม่มีเสียงการต่อสู้หลงเหลืออยู่มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักๆจากการเหนื่อยล้าเพราะการต่อสู้เท่านั้น
ทัลทรุดลงนั่งกับพื้นทันที
" เฮ้อ!! นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว "
ชายผิวสีแทนที่สูงสุดในกลุ่มปาดเหงื่อของตัวเองออกจากใบหน้าในขณะที่ทุกคนยังงุนงงจากเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น
" นี่มันอะไรกันเนี่ย เจ้าพวกนี้มันมาจากไหนกัน!? " A.J. พูดอย่างข้องใจ
" นั่นสิ แล้วทำไมมันถึงต้องมาเล่นงานพวกเราเหมือนจงใจด้วยล่ะ " มิลเลอร์กล่าวกับเพื่อนๆ
" ตอนนี้เราควรระวังตัวไว้ดีกว่า เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรโผล่มาอีก ดีนะที่คราวนี้ได้ความคิดของเฟียร์ช่วยไว้ ไม่งั้นพวกเราคงแย่แน่ๆเลย " ทัลพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
" ผมว่าต้องมีคนคอยควบคุมมันอยู่เบื้องหลัง ตอนแรกพวกมันเหมือนรอคำสั่งบางอย่างอยู่ถึงได้หยุชะงักไปพักหนึ่ง ทุกคนคงได้ยินใช่ไหม เสียงแผ่วที่ดังแว่วมา ถ้าฟังไม่ผิดมันคือ ' คิลเลร์คาเทน ' ผมว่านั่นแหละคือคำสั่งใช้ควบคุมมัน "
เฟียร์พูดในขณะที่จัดแจงชุดคลุมให้เข้าที่ แว่นตาของเค้าตกลงไปกับพื้นโดยไม่ทันระวังดีนะที่ไม่แตกไป เฟียร์ก้มลงกับพื้นเพื่อจะหยิบแว่นตาของตนในขณะที่ทุกคนกำลังครุ่นคิดกับสิ่งที่เฟียร์พูด
" นั่นใคร!!! "
เงาสะท้อนเลือนลางบนตัวแว่นเผยให้เห็นถึงอีกร่างหนึ่งซึ่งยืนอยู่บนกิ่งไม้ที่สูงเหนือหัวพวกเค้า
เสียงของเฟียร์ทำให้ทุกคนเตรียมพร้อมอีกครั้ง ไนฟรีบไปยืนขวางเพื่อป้องกันเฟียร์ไว้ทันที เสียงหัวเราะแหบห้าวดังขึ้นอย่างไม่ยี่หระ
" เก่งมากที่สามารถฟังคำสั่งของข้าออก เจ้าเป็นคนที่หัวไวและมีสติดีทีเดียว "
ชายสวมหน้ากากสีขาวเป็นรูปใบหน้าที่ไม่เห็นถึงลักษณะภายในเอ่ยขึ้น เขาปรากฏตัวออกมาจากความมืดในชุดคลุมสีดำยาวตลอดทั้งตัว
" แกเป็นใคร! ต้องการอะไร!? " เชนถามด้วยน้ำเสียงเรียบไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา
ทุกคนจ้องไปยังคนลึกลับสวมหน้ากากนั้น
" นามของข้าคือ ทาเทน ' ทาเทนผู้ใช้ซากศพ ' ส่วนความต้องการของข้าคือ ทุกคนในที่นี้ทั้งหมดต้อง 'ตาย ' "
ทันทีที่พูดจบ มือขาวซีดที่แห้งกรังพร้อมเล็บแหลมยาวเสมือนปีศาจไร้ชีวิตที่โผล่พ้นผ้าคลุมก็ดีดนิ้วดังเป๊าะเพื่อเริ่มบางอย่างอีกครั้ง
" ว๊ากกกกกก!! " เสียงร้องของเซทดังขึ้น
มือกับแขนที่เป็นโครงกระดูกทะลุขึ้นมาจับขาของเค้าทั้งสองข้างจากใต้พื้นดิน ทั้งๆที่บริเวณนั้นเป็นดินแข็งที่อัดแน่นแต่มันกลับทะลุออกมาได้ ที่สำคัญมันมาจากไหน
" เซท!! " คริสรีบวิ่งไปถึงตัวเซททันที
เค้าฟาดดาบทำลายโครงกระดูกนั้นออกเป็นสองท่อน มันแตกออกจากกันทันที คริสรีบดึงเซทออกจากบริเวณนั้นแต่ในเดียวกันทุกคนต่างก็โดนแบบเดียวกับเซทด้วย คราวนี้โครงกระดูกทั้งหลายกลับโผล่ออมาจากพื้นดินทั้งตัว ร่างกายของมันไม่เหมือนมัมมี่เมื่อกี้ แต่คราวนี้กลับเป็นซากโครงกระดูกผุพังมีเศษผ้าติดอยู่เพียงเล็กน้อย แล้วคราวนี้จะกำจัดมันได้ยังไงกันล่ะ จะสังเกตความผิดปกติจากอะไร เวลานี้จะทำยังไงดี
" หัวหน้า! " A.J.ตะโกนดังขึ้นเมื่อเห็นหัวหน้าตนพุ่งเข้าใส่ทาเทนอย่างรวดเร็ว
ดาบที่ถูกกำแน่นด้วยสองมือฟาดปะทะไปที่อีกฝ่ายแบบฉับพลัน แต่ทว่า !!!
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
สวัสดีค่ะทุกคน ก่อนอื่นต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าเพราะอินุไม่มีเวลานั่งทบทวนต้นฉบับเลยแถมลงเรื่องสั้นๆอีกต่างหาก
ถ้าผิดพลาดยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ หลังๆเรื่องนี้ชักกลายเป็นแนวบู๊ผจญภัยขึ้นเรื่อยๆแล้วสิเนี่ย แล้วเรื่องราวจะเป็นยังไง เอาเป็นว่าติดตามกันต่อไปแล้วกันนะคะ ส่วนใครมีอะไรมาคุย ก็ที่นี่เลย [email protected] วันนี้บายจ้า