pirate.gif (22203 bytes)

เช้าของวันเดียวกันทางด้านชายอีกคู่หนึ่ง…

" กินได้! " ชายร่างเพรียวเจ้าของดวงตาคู่สวยสีม่วงเข้มซึ่งถูกปกปิดด้วยแว่นทรงกลมบางกำลังนั่งถกเถียงบางอย่างกับอีกฝ่ายอยู่อย่างไม่ลดละ

" กินไม่ได้! " และนี่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายร่างกำยำผู้มีสมญาว่า ' ไนฟเจ้าแห่งดาบ '

" กินได้สิ! "

" ก็บอกว่ามันกินไม่ได้ไง! ใครเป็นคนบอกว่าเจ้าผลไม้บ้านี่กินได้กัน!! "

" คนบอกก็นั่งอยู่ตรงนี้ไงล่ะ อย่ามาเถียง ชั้นเป็นนักวิทย์นะ! " เจ้าของใบหน้าสวยคมยกความรู้ของตนมาอ้าง

" จะ วิดนง วิดน้ำ อะไรชั้นก็ไม่สนหรอก เชื่อสิว่ามันกินไม่ได้ " ไนฟเถียงอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ สิ่งที่ทั้งสองคนกำลังพูดถึงอยู่ในตอนนี้คือกองผลไม้ชนิดหนึ่งซึ่งมีรูปร่างเหมือนแอ๊ปเปิ้ล แต่ต่างกันเพียงสีของมันออกส้มแสดไล่ระดับความเข้มจากบนลงล่าง

" แล้วทีไอ้ลูกกลมๆที่เหมือนกล้วยนั่นยังกินได้เลยนะ "

" แต่ไอ้นี่มันต้องมีพิษแน่ๆเลย แบบเรื่องสโนไวท์ไง ' แอ๊ปเปิ้ลอาบยาพิษ ' "

" จะบ้าเหรอ!! มันจะเป็นแอ๊ปเปิ้ลอาบยาพิษได้ไงล่ะ งี่เง่าชะมัด! " เฟียร์ชักโมโหที่อีกฝ่ายทำเป็นพูดเล่นแบบนี้

" ที่พูดเพราะเป็นห่วงหรอกนะ บางครั้งวิทยาศาสตร์ก็คำนวณผิดพลาดได้เหมือนกัน " ไนฟพูดอย่างจริงจัง

" … " และแล้วร่างเพรียวก็เงียบไป พอได้ฟังว่าอีกฝ่ายพูดเพราะเป็นห่วงตนแบบนี้เลยไม่กล้าเถียงต่อ

" อย่ากินมันเลย ชั้นรู้สึกว่ามันแปลกๆน่ะ " ฝ่ามือหนาเอื้อมไปหยิบผลไม้นั่นขึ้นมาพิจารณาอีกที

" ชั้นจะลอง จะได้รู้กันไปเลยว่ามันมีพิษจริงรึเปล่า " ด้วยความที่เป็นคนดื้อรั้นมาแต่ไหนแต่ไรเลยยืนยันจะทดสอบมันด้วยตนเอง

" เห!? แต่.. มันอันตรายนะ " ไนฟพูดอย่างร้อนรน

" มันก็แค่ผลไม้ถ้ามีพิษจริงคงไม่รุนแรงมาก อีกอย่างนายก็อยู่ข้างๆชั้นนี่นา ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรเลยนี่ " คำพูดประโยคท้ายๆที่ออกจากริมฝีปากของหนุ่มหน้าสวยใส่แว่นเบาลงอย่างขัดเขิน แต่อีกฝ่ายที่ได้ยินยิ้มจนแก้มปริด้วยความดีใจ ในขณะที่ไนฟมัวแต่ยิ้มชายร่างเพรียวผู้บอกว่าตนเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็จัดการกัดผลไม้ลูกนั้นกินไปเรื่อยๆ

" เฮ้ย!! กินจริงๆเหรอ " ร่างสูงกำยำอุทานอย่างตกใจเพราะไม้นึกว่าอีกฝ่ายจะลงมือจริงๆอย่างที่พูด

" ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่นา รสมันฝาดนิดๆ แต่ก็หวานเหมือนแอ๊ปเปิ้ลธรรมดานะ " ว่าแล้วก็จัดการผลไม้นั้นจนหมดลูกซึ่งมันมีขนาดเท่าแอ๊ปเปิ้ลลูกเล็กเท่านั้นเอง " มันก็อร่อยดีนะ " ว่าแล้วก็จัดการลูกที่สองต่อไป

" … " ไนฟไม่ได้พูดอะไรต่อแต่คิ้วเข้มๆคู่นั้นกลับขมวดเข้าหากันตามความรู้สึก ถึงอีกฝ่ายจะพูดอย่างงั้นแต่เค้าก็ยังไม่ไว้ใจเจ้าผลไม้นี่อยู่ดี ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร… สุดท้ายคนที่ลองชิมผลไม้นั่นก็มีแค่เฟียร์คนเดียว รวมที่กินไปทั้งหมดคือ 3 ผล...

………………………

" อืม.. ไปนอนก่อนนะ ไม่ไหวแล้ว.. " เฟียร์ลุกขึ้นไปนอนทันทีที่พูดจบโดยทิ้งความสงสัยไว้ให้อีกฝ่ายว่าจะรีบนอนไปไหนพระอาทิตย์เพิ่งลับขอบฟ้าไปไม่นานนี้เองแต่เค้าก็ไม่ได้พูดอะไร

เวลาผ่านไปสักพักชายที่คริสเรียกว่าอาจารย์สอนดาบชักเซ็งเพราะต้องนั่งอยู่คนเดียวเลยตัดสินใจไปนอนดีกว่า และก็เช่นเคยเค้าต้องเดินไปนอนข้างๆอีกคนที่ทำท่าว่าจะหลับสนิทไปนานแล้ว

" เอ๊ะ! " เมื่อมือหนาของไนฟเอื้อมไปสัมผัสที่ผิวแก้มอีกฝ่ายเบาๆ เค้าก็รับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังมีอาการตัวร้อนเพราะเป็นไข้แน่ๆ นึกแล้วไม่ผิดผลไม้นั่นทำพิษจริงๆด้วย นานๆทีเฟียร์จะเป็นไข้ทีเพราะเจ้าตัวกินยากันไว้เสมอ แบบนี้มีเหตุผลเดียวเท่านั้นแหละ

" บอกแล้วไม่เชื่อ เฮ้อ ลำบากข้าอีกแล้ว ดื้อจริงๆเลยนะ ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแล้ว " ไนฟจัดการถอดแว่นจากใบหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นเพราะพิษไข้ตามด้วยเสื้อคลุมสีน้ำตาลยาวตัวนอก และเสื้อผ้าทั้งหมดของร่างเพรียวออกแล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเบาๆที่ใบหน้าและลำตัวขาวเนียนพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีกฝ่าย พื่อคลายความร้อนในร่างกาย เม็ดยาขมๆถูกป้อนให้อีกฝ่ายกลืนลงคอไปพร้อมน้ำดื่มที่เตรียมไว้ " เฮ้อ! เกือบอดใจไม่ไหวซะแล้วสิเรา ราตรีสวัสดิ์เฟียร์.. รับรองงานนี้ชั้นต้องขอค่าตอบแทนให้คุ้มค่าแน่นอน… " ชายร่างกำยำจูบหน้าผากเนียนเบาๆก่อนที่จะหลับไปโดยมีร่างเพรียวบางซบอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นนี้ตลอดทั้งคืน…

…………………………...

ทางด้านอีก2 ฝ่ายที่ซึ่งยังไม่ได้พูดถึง แต่ละคนหลับเป็นตายเพราะเหนื่อยจากการเดินทางกันมาทั้งวัน พวกเค้ากำลังมุ่งหน้าเดินทางไปให้ถึงที่นัดหมายให้เร็วที่สุด ไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปนานกว่านี้ เพราะยังไม่มีข่าวว่าทุกคนที่แยกย้ายกันไปรวมทั้งสตีฟที่ถูกนกยักษ์ประหาลดนั่นจับตัวไปจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

…………………………….

กลับมาที่ด้านไนฟกับเฟียร์ในเช้าของวันถัดไปอีกครั้ง

" อือ… " ร่างเพรียวบางรู้สึกอึดอัดที่ขยับตัวไม่ได้จนต้องลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเค้า ' ลำคอ..?

กลิ่นกายแบบนี้..กลิ่นของ !? ' ร่างเพรียวรีบลุกพรวดขึ้นจากพื้นทันทีเมื่อไม่รู้ว่าตนอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

" หือ..!? เฟียร์… ตื่นแล้วเหรอ " ชายที่กอดอีกฝ่ายอยู่ตลอดทั้งคืนเอ่ยถามขึ้นขณะยังไม่ลืมตา เมื่อคืนเค้าแทบไม่ได้นอนเพราะต้องลุกขึ้นมาดูอาการเฟียร์อยู่เรื่อยๆด้วยความเป็นห่วง

" …. " หนุ่มผู้มากด้วยความรู้ไม่ตอบสิ่งใด ทำให้อีกฝ่ายต้องลืมตาขึ้นมาจนได้

" ยังไม่หายเหรอ เมื่อคืนไข้ก็ลดแล้วนี่นา " ไนฟลุกขึ้นมาพร้อมใช้ฝ่ามือทาบไปบนหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างสงสัย

" มะ.. เมื่อคืน.."

" นายไข้ขึ้นไง เตือนแล้วไม่ฟัง เป็นไงล่ะ " ผมสีไม้ฮ๊อกกะนีถูกเสยขึ้นอย่างลวกๆ เจ้าของดวงตาสีดำจ้องมองไปยังดวงตาสีม่วงเข้มของอีกฝ่ายอย่างตักเตือน

" ขอโทษนะ… " เฟียร์ก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิดในการกระทำของตน

" ช่างมันเหอะ ยังไงๆชั้นก็ได้กำไรอยู่ดี " ชายร่างสูงกว่า(ไนฟสูง176 สูงกว่าเฟียร์ 2 cm. )บิดตัวไปมาเพื่อคลายความปวดเมื่อยแล้วยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างมีเลศนัย

" กำไร? " แน่นอนว่าสีหน้าของเฟียร์ตอนนี้ต้องเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามแน่นอน

" หึ หึ อยากรู้จริงเหรอ…" ไนฟยิ้มกว้างกว่าเดิม จนอีกฝ่ายชักหยองๆขึ้นมา

" ก็เมื่อวานเธอไข้ขึ้นใช่ป่ะ ชั้นเลยเช็ดตัวให้ไง แน่นอนว่าเวลาเช็ดตัวก็ต้องถอดเสื้อผ้าออกหมดเพื่อจะได้สะดวกใช่มะ แล้วอีกอย่าง เวลาคนเป็นไข้ก็ต้องกินยา แต่เมื่อคนป่วยไม่ได้สติ คนป้อนยาก็ต้องป้อนแบบเมาท์ทูเมาท์เพื่อให้อีกฝ่ายกลืนยาลงคอได้ง่ายไงๆ " ร่างกำยำพูดไปยิ้มไปอย่างถูกใจส่วนอีกฝ่ายที่ได้ฟังก็หน้าแดงแจ๊ดเป็นสีมะเขือเทศสุกไปเลย

" …. "

" คนเค้าอุตส่าห์ดูแลอย่างดี จะไม่พูดขอบคุณสักหน่อยเหรอ " ไนฟพูดอย่างชอบอกชอบใจที่ได้เห็นคนตรงหน้าเขินจนทำอะไรไม่ถูก

" ขะ..ขอบใจ " ริมฝีปากสวยบนหน้าที่ยังแดงแป๊ดพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก

" อืม สงสัยแค่ขอบใจมันจะไม่พอม้าง…" พูดจบก็คว้าร่างเพรียวเข้ามากอดพร้อมทาบทับริมฝีปากของตนลงไปบนริมฝีปากนุ่ม ลิ้นอุ่นๆของชายหนุ่มแทรกซอนภายในอยู่เนิ่นนานกว่าจะผละออกมา ' ผลั่ก!!! ' เจ้าของใบหน้าสวยใช้หมัดต่อยไปที่หน้าของไนฟสุดแรง

" เจ้าบ้า!!!" เฟียร์รีบสวมแว่นแล้วลุกหนีไปจากตรงนี้ทันที

" อูย..! เจ็บ.. แต่ก็คุ้มแฮะ แค่นี้ยังไม่พอหรอกนะ ..เฟียร์…"

- - - - - - - - - - - - - - - - -

ภายในความเงียบสงัดและมืดมิด ชายผู้หนึ่งกำลังวางแผนเพื่อช่วงชิงบางสิ่งให้มาอยู่ในกำมือของตน

" หึหึหึ เมื่อไหร่พวกนั้นจะมาถึงที่นี่เร็วๆนะ ความกระหายเลือดในตัวข้าแทบทนรอไม่ไหว มันกำลังมาหาข้า ชิ้นส่วนที่2ของ เพชรแห่งคำสาป 'เซเปียร์ ' ข้ารู้ว่าพวกเจ้าต้องมาที่นี่… " ชายร่างสูงใหญ่นั่งอยู่ท่ามกลางร่างที่ไร้

วิญญาณนับสิบราวกับว่าเค้าคนนี้คือผู้ควบคุมทุกสิ่งอยู่เบื้องหลัง พวกเค้ากำลังรอบางอย่างอยู่ในความมืด ไม่มีใครรู้ว่าคนเหล่านี้มาจากที่แห่งใด ฝั่งตรงข้ามภายในเงามืดนั้นยังปรากฏให้เห็นภาพของเด็กชายผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีแดงเข้มคนหนึ่ง ร่างนั้นถูกล็อกข้อมือทั้งสองติดไว้กับฝาผนังในสภาพยืนหมดสติ เด็กคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ..สตีฟ...

- - - - - - - - - - - - - - - -

" เรารีบไปกันเถอะ " ชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นหัวหน้ากล่าวเรียบๆด้วยน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าคมเข้มนั้นดูเงียบขรึมลงทันที

" เห!? " คริสงงกับท่าทางของอีกฝ่าย ตลอดทางที่กลับมาจากน้ำตกเมื้อกี้ยังพูดเล่นกันอยู่เลย ไหงเข้าโหมดน่ากลัวได้ไวขนาดนี้

" รู้สึกไม่ค่อยดีนัก ต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเราแน่ " เชนตอบน้ำเสียงห้วนๆ นิสัยเดิมของชายหนุ่มกลับมาอีกครั้ง แววตาและน้ำเสียงขี้เล่นเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว และสิ่งที่ชายหนุ่มผู้นี้รู้สึกก็มักจะถูกต้องทุกทีไป

" ครับ " คริสรู้ว่าชายหนุ่มหมายถึงอะไร การที่เค้าได้อยู่กับเชนนานๆทำให้รู้ว่าชายคนนี้คิดอะไรอยู่ในบางครั้ง และแน่นอนว่าครั้งนี้ มันต้องแสดงถึงจุดเริ่มต้นเรื่องบางอย่างแน่นอน ทั้งคู่รีบเก็บของเตรียมเดินทางทันที

' กิ๊ง.. ' เสียงโลหะเล็กๆตกกระทบกับพื้นหิน

" เอ๊ะ !" สิ่งนั้นมันตกลงมาจากถุงสัมภาระของคริส แล้วกลิ้งต่อไปเรื่อยๆจนหยุดอยู่ตรงข้างๆเท้าของชายหนุ่ม

'แหวน' เชนหยิบมันขึ้นมา แหวนทองคำขาวดูสูงค่าถูกแกะสลักอย่างสวยงามรอบวงด้วยลวดลายปราณีตบรรจง พร้อมตราสัญลักษณ์บางอย่างที่อยู่ด้านบน แหวนวงเล็กของผู้หญิง.. สัญลักษณ์นี่เหมือนเคยเห็นมาก่อน จากที่ไหนนะ…

" อ๊ะ!! " คริสรีบคว้าแหวนวงนั้นมาเก็บไว้ทันที " ของแม่ผมเองครับ เป็นมรดกจากท่านย่า เอ้ย ของคุณย่าอีกที

พอแม่ผมเสียแล้วพ่อเลยให้ผมเก็บมันไว้น่ะฮะ " คริสตอบละล่ำละลัก " รีบไปกันเถอะครับ ชักช้ามันจะไม่ดี "

ขาเรียวทั้งสองข้างรีบก้าวเดินเลี่ยงไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มมิได้ใส่ใจกับความผิดปรกติในท่าทางของคริสนัก ตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือออกเดินทางให้เร็วที่สุดเพื่อไปพบกับทุกคนที่แยกย้ายกันไป จุดหมายอยู่ที่นั่น…

' หุบเขาแห่งความตาย '

------------------------------

" คุณทัลครับ คุณรู้สึกเหมือนผมรึเปล่า " เด็กหนุ่มอายุเท่ากับคริสที่ชื่อเซทกล่าวถามชายร่างสูงใหญ่ที่หยุดยืนอยู่เบื้องหลัง

" อืม..รีบไปกันเถอะ " ชายร่างสูงใหญ่ไม่กล่าวสิ่งใดแม้ร่างกายจะใหญ่โตแต่การเคลื่อนไหวกลับคล่องแคล่วว่องไวผิดกับรูปร่างทั้งคู่เร่งฝีเท้าเดินทางอย่างรวดเร็ว

" ป่านนี้คุณพวกคุณ A.J. คงจะไปถึงที่นั่นแล้ว ทุกคงรู้สึกเหมือนเราแน่ๆเลย บรรยากาศน่าอึดอัดแบบนี้มันอะไรกันนะ "

" เราอย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรดีกว่า ทางที่ดีตอนนี้ควรรีบไปให้ถึงที่นั่นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ไม่งั้นเราจะเดินทางกันลำบาก "

" ครับ ผมว่าเราอย่าเพิ่งพูดกันดีกว่าเดี๋ยวจะหมดแรงกันซะก่อนนะฮะ " เซทยิ้มพูดเล่นตามนิสัยคนร่าเริงเพื่อผ่อนคลาย

" อือ.. " ทั้งสองเร่งฝีเท้ากันต่อไป ที่หมายยังอยู่ไม่ไกล

------------------------------

" เดี๋ยวสิ เราจะรีบไปไหนน่ะ " ชายร่างเพรียวรีบวิ่งตามคนข้างหน้าแทบไม่ทัน ผมสีดำสั้นสลวยเคลียร์บ่ากระเซอะกระเซิงเนื่องจากความรีบร้อน เค้าต้องถอดแว่นออกมาถือไว้เพราะไม่งั้นแว่นอาจจะหลุดได้ตลอดเวลา(ก็ไม่ใช่แว่นสายตานี่นา ไม่ต้องใส่ก็ได้ )

" แค่อยากไปให้ถึงที่นัดไว้ให้เร็วที่สุดน่ะ " เจ้าแห่งดาบหันมาตอบเฟียร์ที่หยุดพักอย่างเหนื่อยหอบ

" มีอะไรเกิดขึ้นรึไง " เมื่อเห็นไนฟทำหน้าจริงจังแบบนี้แสดงว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่นอน

" ไม่รู้สิ รู้สึกอยากไปพบทุกคนเพื่อความแน่ใจ.. " ร่างกำยำเปลี่ยนสีหน้าแสดงความห่วงใยอีกฝ่ายแทน " ไหวมั้ย? "

" อืม.. พอไหว " ถึงจะพูดอย่างงั้นแต่เฟียร์ก็ยังไม่หายเหนื่อยผิดกับอีกฝ่ายที่ไม่มีทีท่าว่าจะหมดแรงเลยสักนิด

สงสัยเราต้องออกกำลังกายซะบ้างแล้ว วันๆเอาแต่อ่านหนังสือนี่นาเลยไม่มีแรงแบบนี้น่ะ

" ดีแล้ว ถ้าไม่ไหวบอกนะ จะได้อุ้มนายวิ่งไป ไม่เหนื่อยไง เอามั้ย " ไนฟยักคิ้วให้อีกฝ่าย ร่างเพรียวแทบหมดศรัทธา เมื่อกี้ก็เท่ห์ดีอยู่หรอก ไหงกะล่อนอย่างงี้ฟะ

" ไม่ต้อง! ขอบใจ! เรารีบไปไม่ใช่เหรอ " เฟียร์ส่งสายตาให้อีกฝ่ายเลิกล้อเล่นแล้วเดินทางต่อไปซะที

" จ้าๆ ไปกันเหอะ " ร่างสูงกำยำรีบดึงมืออีกฝ่ายวิ่งต่อไปแต่คราวนี้ช้าลงบ้างแล้วเพราะรู้ว่าเฟียร์คงไม่มีแรงวิ่งเร็วๆอีกเป็นแน่

------------------------------

" เฮ้อ..! ถึงซักที ' หุบเขาแห่งความตาย ' " ชายหนุ่มเจ้าของผมสีบลอนด์ข้าวโพดพูดขึ้น ชายผู้ทำหน้าที่ควบคุมทิศทางเรือกล่าวขึ้นมาลอยๆ

" อืม นายว่าคนอื่นใกล้จะมาถึงรึยังล่ะมิลเลอร์ " A.J.ถามอีกฝ่าย

" คงใกล้แล้วล่ะ อีกไม่นาน.. แต่ทำไมถึงรู้สึกว่ามันอึดอัดยังไงไม่รู้ ทั้งๆที่ไม่เห็นจะมีอะไรสักหน่อย " ชายหนุ่มผู้มีดวงตาสองสีพูดขึ้นมาลอยๆ

" อืม ตอนนี้ชั้นรู้สึกเป็นห่วงสตีฟมากเลย ทำไมก็ไม่รู้ " ชายผู้มีแผลเป็นข้างแก้มขวากล่าว ผมดำยาวเหยียดตรงที่หลุดรุ่ยจาการเดินทางถูกรวบขึ้นใหม่อย่างลวกๆ

" นั่นสิ.. หวังว่าเด็กนั่นคงไม่เป็นอะไรนะ แล้วพวกเราที่แยกย้ายกันไปจะเจออะไรกันบ้างก็ไม่รู้ จะมีใครได้รับบาดเจ็บมั้ยเนี่ย " มิลเลอร์พูดถึงทุกคนอย่างห่วงใย ระหว่างทางที่จะมาถึงนี่ เค้ากับA.J.ก็เจอตัวประหลาดแบบงูยักษ์ตรงหางมีสองแฉกบ้าง ฝูงค้างคาวเผือกบ้าง แต่พวกนี้ก็ไม่อันตรายอะไรมากนัก(แค่มันจะเข้ามาจัดการ แต่ก็หนีมาได้น่ะ) มันไม่ดุดันเท่านกยักษ์พวกนั้น สัตว์ประหลาดซึ่งจับตัวสตีฟไป และเป็นสาเหตุที่ทำให้ทุกคนต้องแยกย้ายกัน ทำไมมันต้องเล็งเป้าหมายมาที่พวกเราแล้วเลือกจับคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มไปด้วย(เพราะเด็กที่สุดแถมต่อสู้ไม่เป็น) ราวกับการวางแผนไว้ล่วงหน้า แต่จะมีใครล่ะ ที่สามารถควบคุมสัตว์ประหลาดเหล่านั้นได้

cats.gif (2782 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

มาแล้วจ้า!! คำถามที่เคยบอกไว้ว่าจะให้เล่นเกมส์กัน อยากรู้จังว่าจะมีคนอ่านเรื่องนี้มากแค่ไหน ยังไงๆก็เล่นกันหน่อยนะคะ ผู้ที่ตอบถูกมากที่สุดและเป็นรายแรกๆที่ส่งมาจะได้รางวัลเป็น…อะไรหว่า? ก็ต้องเป็นนิยายเนอะ แบบคุณขอมาไง เอาล่ะไปพบกับคำถามกันเลย

1.พี่ชายคริสชื่อเต็มว่าอะไร

2.พ่อเทย์ทำงานตำแหน่งอะไรในวัง

3. ชื่อเรือลำที่คริสติดมาด้วยชื่ออะไรน้อ..

4.ประเทศยูเรเซีย(ชื่อเต็มว่า ยูเรเซียฟาเลโอน) มีความสำคัญด้านไหนที่สุด

5.เทย์อายุเท่าไหร่จ๊ะ

6.คริสบอกว่าเฟรดเพอร์เฟคเกือบทุกด้านแต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปมันคือ…

7.เฟียร์สูงเท่าไหร่น้า

8.ห้องนอนของคริสเคยเป็นห้องใช้ทำอะไรมาก่อน

9.สมุดบันทึกของคริสสีอะไร

10พ่อแม่สตีฟตายเพราะอะไร

11.เพชรคำสาปเซเปียร์ถูกแบ่งออกเป็นกี่ส่วน

12.พ่อเทย์ชื่ออะไร

13. ตอนที่เจอทางแยกในถ้ำเชนเลือกเดินไปทางไหน

14.ใครมีตาสองสี(ข้างละสี)และมีสีอะไรบ้าง

15.สัตว์ที่คริสเห็นแล้วบอกว่าสวย(ประทับใจคริสมาก)คือสัตว์ประเภทไหน

แหะๆ เป็นงายสะใจมั้ยคะ(เยอะชะมัด) จะมีใครตอบมาไหมเนี่ย เอ.. ชักกังวลจัง ถือซะว่าอินุถามเล่นๆแล้วกันนะคะ ลองตอบกันมาดูนะ ที่เมลล์เดิมแหละค่ะ [email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1