
" อือ.. "
คริสส่งเสียงอยูในลำคออย่างงัวเงียก่อนที่จะลืมตาขึ้นในวันเช้าวันใหม่ เมื่อแหงนหน้าขึ้นกลับสบตาเข้ากับร่างสูงทันที
" ว้ากกกกกก!!!! " คริสร้องอย่างตกใจ ทำไมเราถึงมานอนซบอกเจ้าหมอนี่ได้ฟะ คริสรีบผละตัวออกห่างเชนทันที
" เอ่อ.. ขยับแล้วกลัวเธอจะตื่นน่ะ "
จริงๆเค้าตื่นนานแล้วแต่กลัวว่าจะทำให้คริสตื่นเลยต้องนั่งอย่างงี้ต่อไป
" คุณ " คริสส่งสายตาอาฆาตไปที่เชนเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนขึ้นมา
เชนลุกขึ้นตั้งท่าจะเดินออกไปแต่
" จะไปดูข้างนอก เดี๋ยวมา " พูดจบเชนก็เดินหายไปพร้อมกับกระติกน้ำซึ่งแทบไม่มีน้ำเหลืออยู่เลย
" ทีงี้ล่ะบอกเชียว เพิ่งนึกได้รึไงฟะ " คริสบ่น เอาเถอะเค้าจะพยายามเรื่องเมื่อคืนไปซะ ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกันไม่งั้นเค้าคงมองหน้าไม่ติดแน่ๆ อายนะเฟ้ย เกิดมายังไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นเลยนะเนี่ย ยกเว้นตอนที่เพิ่งคลอดออกมาจากท้องท่านแม่น่ะ
เชนหายไปนานกว่าเมื่อวานมาก คริสชักเป็นห่วงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับชายผู้เป็นหัวหน้าตนรึเปล่า เพราะไม่รู้ว่าข้างนอกยังจะมีตัวประหลาดอะไรโผล่ออกมาให้เห็นอีก แต่สักพักเชนก็เดินกลับมาพร้อมกับอาหารมื้อเช้าซึ่งยังคงเป็นผลไม้อยู่เหมือนเดิม
" ทนๆหน่อยแล้วกัน แถบนี้มีแค่นี้แหละ "
ชายหนุ่มวางผลไม้ที่มีลักษณะเป็นสีเหลืองเหมือนกล้วยเครือนึงลงกับพื้นและอีกพวงก็เป็นผลไม้ลูกกลมๆเล็กๆเท่าหัวแม่มือซึ่งมีสีเปลือกออกชมพูอ่อนๆ เค้าเปิดกระติกน้ำเพื่อดื่มแก้กระหาย ก่อนที่จะส่งมันให้กับคริส อืม เป็นคนดีมากเลยนะนั่นแทนที่จะส่งให้คนอื่นก่อนตามมารยาท คนอะไรฟะใจดี๊ ใจดี คริสว่าฝ่ายตรงข้ามอยู่ในใจ
" ไอ้ลูกนี่มันแปลกดีแฮะ " คริสใช้นิ้วจิ้มๆไปที่ผลไม้ตรงหน้า
เชนเด็ดลูกกลมๆสีเหลืองออกมาจากเครือ ขนาดของมันแต่ละลูกใหญ่เท่าอุ้งมือ วิธีกินก็เหมือนเวลากินกล้วยเป๊ะก็แค่ปอกเปลือกออก แต่ต่างกันตรงที่ลูกมันกลมไม่เหมือนกับกล้วยธรรมดาเท่านั้นเอง
" ขอบคุณ " คริสรับมาแล้วกัดผลไม้นั้นลงไป
" เป็นไงมั่ง ? " ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นคนตรงหน้านั่งเคี้ยวไปคิ้วขมวดไปดูแล้วตลกไปอีกแบบ
" เหมือนกล้วยน่ะแหล่ะ แต่ต่างกันตรงที่ลูกมันไม่รีเท่านั้นเอง " คริสตอบ แล้วก็ลงมือกินกล้วยพิลึกลูกนั้นจนหมด เออ จริงๆก็อร่อยดีนะ แต่คริสกลับเอะใจในสิ่งที่ที่อีกฝ่ายถามว่า " เป็นไง " มากกว่า
" ทำไมคุณต้องถามด้วยล่ะว่ามันเป็นยังไง คุณชิมแล้วก็น่าจะรู้ว่ามันเหมือนกล้วยธรรมดาหรือว่า . " คริสหรี่ตามองเชนอย่างจับผิด นี่เค้าคงไม่ได้เป็นหนูทดลองให้ชิมอะไรพิลึกๆหรอกนะ
" ไม่ต้องมองแบบนั้นหรอกน่า ชั้นลองกินไป 2 ลูกแล้ว ส่วนลูกสีชมพูเล็กๆนั่นก็รสชาติเหมือนลูกเชอร์รี่ทั่วไป เห็นว่ากินเข้าไปแล้วไม่ตายแล้วเอามาให้เธอกินด้วย เผื่อเป็นอะไรขึ้นมาจะได้ไม่เป็นคนเดียวไง " เชนยิ้มกวนๆอีกแล้ว
จริงๆเค้าน่าจะมีนิสัยแบบนี้ตลอดนะ ดูดีกว่าเป็นคนเงียบๆเยอะเลย เพราะอะไรถึงทำให้เค้าเงียบๆไปเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นนะ เฮ้ย! ทำไมเราถึงต้องมานั่งคิดเรื่องเค้าด้วยล่ะ โอ้ย!! งง!! คริสได้แต่คิดอยู่ในใจคนเดียวไม่กล้าพูดในสิ่งที่ตนคิดออกมา
" คิดอะไรอยู่? "
เชนถามพร้อมกลั้นยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายมองหน้าตนเหมือนจะถามอะไรซักอย่างบวกกับหน้าตางงๆ ของคริสที่ดูเหมือนลูกลิงกำลังกลุ้มเพราะจะตกต้นไม้ด้วย(ลิงที่ไหนตกต้นไม้ล่ะ)
" เปล่า " คริสตอบเรียบๆ เพราะขี้เกียจถามกลัวว่าถามไปถ้าอีกฝ่ายไม่ตอบตัวเองจะหน้าแตกเปล่าๆ
" ถามมาสิถ้าตอบได้จะตอบ " เชนถามเหมือนรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่
" คือ " คริสกำลังนึกอยู่ว่าจะถามดีรึเปล่า เอาเหอะ ลองถามดูไม่แน่เค้าอาจตอบก็ได้ จะได้หายข้องใจสักที
" ผมอยากรู้ว่า ทำไมเวลาคุณอยู่ต่อหน้าคนอื่นถึงชอบทำตัวเงียบๆคิดอะไรอยู่คนเดียวเสมอเลย ผมเห็นคุณทำท่าอย่างกับว่าไม่อยากสนิทสนมกับใครแม้แต่ทุกๆคนบนเรือที่เป็นทั้งเพื่อนทั้งลูกน้อง แถมมีชาวเมืองบางคนหน้ามืดตามัวบอกว่าคุณเป็นโจรสลัดหนุ่มสุดหล่อผู้เงียบขรึมอีกต่างหาก " แม้จะเป็นคำถามซีเรียสแต่เจ้าชายร่างบางก็พูดเหน็บแนมจนได้
" . " เชนเงียบไปสักพัก เค้าไม่อยากนึกถึงอดีตอันปวดร้าวของตัวเอง แต่ก็ต้องจำใจพูดออกไปด้วยความยากลำบาก
" ชั้นไม่อยากไว้ใจหรือสนิทสนมกับใครแม้กระทั่งเพื่อนก็ตาม " เชนพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ภาพทุกอย่างในวันนั้นชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้
คริสสังเกตุเห็นสีหน้าทีเศร้าๆของเชน จึงเปลี่ยนเรื่องพูดทันทีด้วยความรวดเร็ว
" ตอนที่คุณออกไปหาผลไม้พวกนี้มาคุณเจอสัตว์อะไรประหลาดๆเหมือนนกยักษ์พวกนั้นอีกรึเปล่าครับ? " ว้า ทำไมเราพูดเปลี่ยนเรื่องแบบไม่มีศิลปะเอาซะเลยฟังก็รู้ว่าตั้งใจแหงๆ หวังว่าหมอนั่นคงไม่คิดว่าเราเป็นห่วงหรอกนะ
" ก็มีแค่ผีเสื้อกับแมลงปอตัวใหญ่ยาวเท่าปลายนิ้วถึงข้อศอกเท่านั้นเอง "
เชนตอบเรียบๆ อีกเลยเลยเดาไม่ถูกว่าชายคนนี้กำลังคิดยังไงกันแน่
" คุณบอกว่า ' เท่านั้นเอง ' อย่างกับว่ามันเป็นเรื่องปกติแน่ะ ผมอยากเห็นบ้างจัง " คริสพูดอย่างเสียดาย ถึงเค้าจะรู้
ว่าข้อเท้าของเค้าอาการดีขึ้นแล้วแต่มันก็ยังเจ็บอยู่ดี ขืนเดินมากๆมีหวังอาการกำเริบแน่
" อยากดูมากเหรอ " เชนถามชั่งใจอีกฝ่าย
" อืม " คริสตอบตรงๆ ก็คนมันอยากเห็นจริงๆนี่นา
" จะพาไป แถวนั้นพวกนกยักษ์คงไม่โผล่มาหรอก "
" เอ๋ !? " ยังไม่ทันที่คริสจะพูดอะไร
เชนก็อุ้มคริสขึ้นแนบอกในแบบเดียวกับตอนแรก
" เฮ้ย! คุณจะทำอะไรน่ะ ปล่อยผมลงเดี๋ยวนี้นะ มันทุเรศได้ยินมั๊ย "
คริสพยายามดิ้นเพื่อให้อีกฝ่ายปล่อยตนลง เค้าคิดว่ามันทุเรศจริงๆที่จะให้คนอื่นมาอุ้มตนแบบนี้ถ้าใครเห็นเข้าล่ะก็
" อย่าดิ้นสิ ถ้าอยากดูก็อยู่เฉยๆ ไม่งั้นจะปล่อยให้กระแทกพื้นซะให้เข็ด "
คำพูดของเชนได้ผลชะงัดดีมาก คริสหยุดดิ้นทันที ไอ้อยากดูน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ขืนถูกปล่อยลงกระแทกพื้นคงขยับไม่ได้ไปอีกหลายวัน คริสรีบใช้สองแขนของตนคล้องคอเชนไว้แน่น เพราะท่าทางอีกฝ่ายจะทำจริงอย่างที่พูด
" น่าจะทำอย่างงี้ตั้งแต่แรก " เชนอุ้มคริสเดินเข้าไปในป่าอีกฟากหนึ่ง
หมอนี่แรงเยอะดีจริงๆเลย ตัวเราก็ไม่ใช่เบาๆยังอุ้มเดินมาได้ตั้งนาน ชายหนุ่มอุ้มคริสเดินไปเรื่อยๆ สองข้างทางเป็นเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวสด บรรยากาศช่างร่มรื่นดีจริงๆเลย ถ้านี่เป็นแค่การท่องเที่ยวไม่ใช่การเสี่ยงตายแบบตามล่าหาขุมทรัพย์คงดีไม่น้อย คริสนึกอยู่ในใจ สักพัก เชนก็พาคริสมาถึงทุ่งกว้างซึ่งปกคลุมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่จนไม่สามารถมองเห็นจากด้านบนได้ ที่แห่งนี้มีทั้งต้นไม้และดอกไม้นานนาชนิดบานสะพรั่งอยู่ มันช่างสวยงามราวกับดินแดนในฝันเสียทีเดียว
" ถึงแล้ว "
เมื่อคริสมองตรงไปข้างหน้าจึงเห็นบ่อน้ำกว้างขนาดใหญ่ซึ่งมีผีเสื้อมากมายบินวนเวียนอยู่เหนือน้ำสีปรอท ซึ่งเหมือนบ่อน้ำที่เค้ากับเชนไปเป็นพบครั้งแรกนั่นเอง
" โอ้โห !!? ผีเสื้อเต็มไปหมดเลย อ๊ะ! น้ำในบ่อนั่น "
คริสสงสัยว่าทำไมน้ำในบ่อนี้จึงมีสีเหมือนกับน้ำในบ่อที่เค้าพบก่อนหน้านี้
เชนวางตัวคริสลงบริเวณต้นไม้ต้นหนึ่งใกล้ๆกับบ่อน้ำ ตัวเค้าเองก็นั่งลงใกล้ๆคริสเช่นเดียวกัน
" น้ำในบ่อนั่นจะเป็นสีปรอทเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ น้ำที่พวกเราดื่มเมื่อเข้าก็มาจากที่นี่ "
ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านี้คริสก็ไม่ถามอะไรต่อ ดีนะไม่บอกตอนกำลังดื่มอยู่ไม่งั้นคงพ่นใส่หน้าหมอนี่ไปแล้ว ทำไมบอกช้าทุกทีเลยนะ สงสัยประสาทสั่งการจะเสื่อม
" อ๊ะ! " ผีเสื้อตัวหนึ่งบินมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆตัวคริส เค้าจึงยื่นมือออกไปเพื่อสัมผัสมัน เจ้าผีเสื้อตัวนั้นจึงถือโอกาสเกาะอยู่บนแขนของคริสโดยไม่มีทีท่าว่าจะบินหนีไปไหน
" โห ตัวใหญ่สะใจดีแฮะ แปลกจัง ทำไมมันไม่กลัวคนเลยล่ะ "
คริสยื่นมืออีกข้างเข้ามาใกล้ๆแต่ผีเสื้อตัวนั้นก็ยังคงนิ่งเฉยยกเว้นปีกที่กำลังขยับขึ้นลงอย่างช้าๆ ดีนะที่ไม่หนักไม่งั้นคงเมื่อแย่ ชักจั๊กะจี๋ที่แขนแล้วสิ
" ไม่ใช่มันไม่กลัวคนหรอกนะ แต่มันไม่กลัวเธอต่างหาก "
ชายหนุ่มพิสูจน์โดยการยื่นมือเข้าไปใกล้ๆ แต่ผีเสื้อตัวนั้นกลับบินห่างไปทันที
" 555! แสดงว่ามันก็รู้เหมือนกันว่าคุณโรคจิตขนาดไหน "
คริสนึกถึงภาพตอนที่ตนนอนซบอกเชนขึ้นมา โอ้ย!! ปากหาเรื่องจริงๆเลยนะเรา ไหนบอกว่าจะลืมยังไงล่ะ ดีนะที่ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ นอนกอดกับผู้ชาย อึ๋ย! แต่อีกฝ่ายกลับเฉยๆไม่สะทกสะท้านอะไร สงสัยจะชิน
" ผมไม่เคยเห็นผีเสื้อมารวมอยู่ด้วยกันเยอะแบบนี้ๆมาก่อน แถมเป็นผีเสี้อตัวหญ่าย อีกต่างหาก " คริสพูดด้วยเสียงลากยาวพร้อมแยกแขนกว้างๆเพื่อประกอบคำพูด
" " อีกฝ่ายไม่พูดอะไรออกมาเลย
จริงๆอยากจะหัวเราะออกมาดังๆมากกว่าแต่ต้องกลั้นไว้เต็มที่ เล่นทำท่าทางเหมือนเด็กเล็กๆแบบนั้นนี่นา
" เอ๊ะ! พวกนั้นบินมาทางนี้แล้ว "
ชายผู้มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าสังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆของผีเสื้อเหล่านั้น พวกมันบินวนเวียนอยู่รอบๆตัวเด็กหนุ่ม(หน้าสวย)ที่ชื่อคริสคนนี้ ไม่ช้าสัตว์จำพวกนกเล็กๆ กระรอกหรือกระต่ายก็พากันเข้ามาบริเวณรอบๆตัวของร่างบางตรงหน้า ทั้งๆคนตรงหน้าเป็นผู้ชาย แต่เชนกลับคิดว่ามันเป็นภาพที่เข้ากันดีพิลึก ก็ยอมรับนะว่าคนตรงหน้าหน้าตาดีจริงๆ เสียอย่างเดียว เรื่องตีฝีปากต้องยกให้เลย ปากเก่งจริงนะตัวแค่นี้
----------------------
" . " คริสสังเกตุเห็นเชนนั่งทำหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
" มีอะไรเหรอครับ? " พูดเอาใจเค้าหน่อยหมอนี่ยิ่งแปลกๆอยู่ นึกจะเงียบก็เงียบ คริสนึกในใจ
" แปลก " เชนตอบโดยไม่หันหน้ามาหาเด็กหนุ่ม
" อะไรครับ!? " งงอ่ะ ไม่บอกด้วยว่าอะไรแปลก ใครมันจะเข้าใจล่ะเนี่ย สงสัยวันหลังต้องมีพจนานุกรมฉบับปรับปรุงพิเศษเพื่อเค้าโดยเฉพาะ ไม่แน่ ' แปลก ' ของเค้าอาจหมายความว่า ' หิว ' ก็ได้ อิ อิ
" ทำไมป่าแถวนี้ถึงสงบไม่มีสัตว์ประหลาดร้ายกาจอย่างวันนั้นโผล่มาให้เห็นอีกเลย "
" เอ๊ะ! คุณนี่ก็แปลกคนแฮะ มันไม่โผล่มาก็ดีแล้วนี่ อยู่แบบสงบๆไม่ชอบ สงสัยจะเป็นขาลุยนะเนี่ย ไหนดูดิ๊ กล้ามขึ้นที่ขารึยัง " คริสอดไม่ได้ที่จะแขวะชายหนุ่ม ถ้าวันไหนไม่ได้หาเรื่องกับเค้าเราคงนอนไม่หลับทั้งคืนมั๊งเนี่ย มันกลายเป็นนิสัยซะแล้วสิ
" กลับกันเถอะ " เชนลุกขึ้นทันที
" เดี๋ยวสิครับ! จะรีบไปไหนเนี่ยพระอาทิตย์ยังไม่ทันโบกมือลาเลยนะ " คริสพูดประชดเพราะเห็นว่ายังสว่างขนาดนี้ก็ไม่น่าจะมีอันตรายอะไร ถ้าจะอันตรายคงเป็นคนที่อยู่หน้าเรามากกว่ามั๊ง คนอะไรฟะน่ากลัวกว่านกยักษ์พวกนั้นอีก
" เรายังไม่รู้จักเกาะนี้ดีพอ พรุ่งนี้ขาเธอคงหายเราจะได้ไปหาพวกนั้นสักที "
เมื่อคริสได้ฟังก็รู้สึกผิดขึ้นมาอีกที่มัวเอาแต่เล่นจนลืมนึกถึงคนอื่นไป โดยเฉพาะสตีฟซึ่งเค้าห่วงกว่าใครๆ
" ป่านนี้พวกนกบ้านั่นจะทำอะไรสตีฟบ้างนะ แถมทุกคนก็แยกย้ายกันไปแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะเจออะไรกันบ้างรึเปล่า" เสียงคริสสลดลงเล็กน้อย
" ไม่ต้องห่วงหรอก พวกเราทุกคนต้องไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว "
เชนเอามือลูบหัวอีกฝ่ายพร้อมยิ้มให้ก่อนที่จะอุ้มเด็กหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นถึงเจ้าชายมุ่งหน้ากลับไปยังถ้ำแห่งเดิม
' ยิ้มอีกแล้ว นานๆทีจะเห็นนะเนี่ย เป็นบุญตาจริงๆ '
ขนาดอยู่ในโหมดเศร้าคริสก็ยังเฮฮาได้เสมอ(แต่ไม่ได้พูดออกมานะ)
------------------------------
ฝ่ายA.J.กับมิลเลอร์
" เราจะทำไงต่อไปล่ะ!? "
เสียงมิลเลอร์ผู้มีอายุมากกว่าA.J.หนึ่งปีเอ่ยถามอีกฝ่าย( มิลเลอร์อายุ29แล้ว)
" คงต้องไปตามแผนที่อย่างเดียวตามที่ตกลงกับหัวหน้าไว้ " คนที่เปรียบเสมือนรองหัวหน้าตอบ
" ทุกคนจะเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย ..โดยเฉพาะสตีฟที่ถูกจับตัวไปนี่สิ ไม่รู้ว่าเจ้าสัตว์ประหลาดพวกนั้นจะทำยังไงกับเค้าบ้าง " มิลเลอร์ผู้มีตา2ข้างต่างสีกันข้างซ้ายเขียวข้างขวาสีฟ้าใสสบตาอีกฝ่ายอย่างขอความเห็น
" อืม.. พวกเราคงทำได้แค่หวังว่า..เจ้านกพวกนั้นคงไม่ทำอะไรกับสตีฟ " เสียงA.J.แสดงถึงความเป็นห่วงพวกของตน
" เราจะเดินทางกันเมื่อไหร่ " มิลเลอร์ถาม
" พรุ่งนี้ เราควรจะรีบให้ถึงที่หมายโดยเร็ว "
" นั้นสิ เออใช่! คริสจะเป็นไงบ้างนะ เด็กนั่นคงไม่เคยเจอเรื่องลุยๆแบบนี้มาก่อนเนอะ "
" นายไม่ต้องห่วงเค้าหรอก เพราะคนที่ไปกับเค้าด้วยคือหัวหน้านะ นายอย่าลืมสิ " A.J.พูดอย่างมั่นใจ
" เออใช่ ถ้าเป็นหัวหน้าคงไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว " " A.J. นายรู้สึกเหมือนชั้นมั้ยว่าหัวหน้าเปลี่ยนไป "
" " ชายผู้มีแผลเป็นที่แก้มขวาไม่เอ่ยอะไรออกมา ดวงตาสีน้ำเงินอมม่วงฉายแววครุ่นคิด
" ถึงแม้จะไม่มากแต่ทุกคนคงรู้สึก นายก็ด้วยใช่มั้ย " มิลเลอร์กล่าวถาม
" อืม.. " A.J.พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย
" ชั้นยังจำเรื่องของหัวหน้าที่นายเล่าให้ฟังได้นะ ไม่แน่..สักวันหนึ่ง เค้าอาจจะลืมเรื่องพวกนั้นไปได้นะ "
" ชั้นก็คิดอย่างงั้นเหมือนกัน ถ้าเป็นแบบนั้นพวกเราทุกคนคงดีใจไม่น้อย เด็กคนนั้น..คริส..เค้าเป็นเด็กที่แปลกมาก
เค้าทำให้พวกเราที่ไม่ค่อยไว้ใจใครผูกพันกับเค้าได้อย่างสนิทใจเหมือนได้ร่วมทางด้วยกันมานาน "
" อืม.. นั่นสิ เค้าเป็นเหมือนน้องชายพวกเราโดยไม่รู้ตัว แต่ก็แปลกนะที่อยู่ๆหัวหน้าลุกขึ้นมาปะทะคารมกับคนอื่นแบบนี้ แบบวันที่คริสขึ้นมาบนเรือวันแรกน่ะ อึ้งกันไปตามๆกันเลย ยังคิดอยู่เลยว่าหัวหน้าพูดแบบนั้นเป็นด้วยแฮะ
คริสก็เหมือนกันดูแค่หน้าตากับรูปร่างไม่บอกยี่ห้อเลยนะว่าจะกล้าขนาดต่อกรกับหัวหน้าโจรสลัดได้ " มิลเลอร์พูดแล้วก็อดขำไม่ได้ที่ได้เห็นหัวหน้าตนทำท่ายียวนกับเด็กหนุ่มมาดกวนคนหนึ่ง
" ก็ว่างั้น ถ้าหัวหน้าเป็นอย่างนั้นตลอดเค้าคงดูผ่อนคลายกว่านี้ ตอนนี้เค้าเหมือนต้องแบกรับความทุกข์ไว้คนเดียว
โดยที่ไม่รู้ว่าพวกเรารู้สึกยังไงเวลาที่เห็นเค้าทำหน้าทุกข์ใจแบบนั้นน่ะ "
" . พวกเราคงช่วยเค้าไม่ได้หรอกในเมื่อเจ้าตัวไม่เปิดใจออกมาคงได้แต่รอวันที่เค้าจะเอาชนะความเศร้าได้เท่านั้นเอง " .มิลเลอร์กล่าวด้วยความห่วงใยหัวหน้าของตน
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำติชมได้ที่ E-Mail : [email protected]