
หลังจากที่ A.J.ให้คริสมาช่วยสตีฟทำอาหาร
ภายในห้องครัว
" คุณช่วยผมปอกมันแล้วกันนะครับ วันนี้ผมจะทำซุปไก่ให้ทุกคนกินแก้มึนเพราะกินเหล้าเข้าไปเมื่อวาน "
สตีฟดีใจที่ในที่สุดก็มีผู้ช่วยกับเค้าสักที ปกติเค้าต้องทำอาหารทั้งหมดเองคนเดียวถึงแม้จะสนุกแต่ก็เหนื่อยน่าดู
" ทำไมนายทำอาหารเก่งขนาดนี้ล่ะ ทั้งๆที่อายุแค่14 แต่กลับทำอาหารได้แทบทุกอย่าง " คริสนั่งปอกมันไปถามไป ( ดีนะที่เค้าเคยเข้าไปช่วยแม่ครัวทำกับข้าวมาก่อน ก็มันน่าสนุกนี่นา แถมได้ทำไปชิมไปอีกต่างหาก )
" พ่อกับแม่ผมที่เสียไปเค้าเคยเปิดร้านอาหารอยู่ที่เมืองๆหนึ่งครับ ผมเลยได้รับการฝึกฝนการทำอาหารมาตั้งแต่เล็ก หลังจากที่ท่านเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ ผมเลยต้องทำมาหากินเองโดยการเปิดร้านอาหารต่อจากพ่อแม่ แล้ววันหนึ่งหัวหน้ามากินอาหารที่ร้านผม เพราะได้ยินข่าวลือเรื่องพ่อกับแม่ผม เค้าบอกว่าผมเก่งมากที่สามารถต่อสู้ชีวิตได้ขนาดนี้ทั้งๆที่อายุยังน้อย
เค้าขอให้ผมตั้งใจทำเช่นต่อไปเพราะนั่นเป็นอนาคตที่ผมเลือกเอง ผมได้ฟังแค่นั้นก็ประทับใจถึงกับน้ำตาร่วงเลย ไม่เคยมีใครพูดกับผมแบบนี้มาก่อน เย็นวันนั้นผมตัดสินใจปิดร้านอาหารทันทีและตามหัวหน้าขึ้นเรือมาเพื่อที่จะรับใช้เค้าตลอดไป " สตีฟเล่าเรื่องราวของตนถึงสาเหตุที่ได้มาอยู่บนเรือนี้ให้คริสฟัง เค้าขอบคุณพ่อกับแม่ที่สอนให้รู้จักการทำอาหาร และให้เป็นคนมีความอดทน ไม่งั้นเค้าคงไม่มีโอกาสได้มาพบหัวหน้าที่ดีอย่างนี้แน่นอน
" เค้าเป็นคนดีจริงๆเลยนะหัวหน้าเนี่ย.. แต่ทำไมเวลาเห็นหน้าชั้นทีไรเค้าต้องหาเรื่องมาแกล้งชั้นทุกที ! "( กรรมตามสนองเราทันในชาตินี้จริงๆด้วย สงสัยเราคงแกล้งคนอื่นเอาไว้มากจริงๆ พอมาอยู่ที่นี่เลยถูกแกล้งกลับบ้าง )
" ท่าทางหัวหน้าเค้าจะติดใจคุณมากเลยนะฮะ เพราะปกติเค้าจะไม่ค่อยยุ่งกับใครเท่าไหร่ ขนาดผมเค้ายังไม่พูดเล่นด้วยขนาดนั้นเลย "
สตีฟส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้คริสที่กำลังคิดเกี่ยวกับคำพูดของสตีฟอยู่ ( สงสัยว่าจะยังไม่รู้ตัวว่าหมายถึงอะไร )
" ทำไมนายต้องมองชั้นแปลกๆอย่างงั้นด้วยล่ะ?! " คิ้วเรียวสวยได้รูปบนหน้าของคริสขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อคริสรู้สึกถึงสายตาของสตีฟที่มองมา
" ไม่มีอะไรหรอกครับ! คุณอย่าไปสนใจเลย แต่มีอย่างนึงที่ผมยังข้องใจอยู่ตั้งแต่ได้รู้จักกับหัวหน้ามา " สตีฟทำหน้าครุ่นคิด
" เรื่องอะไรเหรอ? "
" คุณก็รู้สึกใช่ไหมครับ.. ว่าหัวหน้าเค้าต้องมีเรื่องอะไรซ่อนอยู่ในใจแน่ๆ แต่ไม่พูดออกมา ผมอยากให้เค้าหัวเราะหรือเล่นสนุกแบบพวกเราคนอื่นบ้าง บางครั้งผมก็เห็นแววตาเศร้าๆของเค้าเวลาที่อยู่คนเดียว ผมรู้สึกสงสารเค้า อยากจะช่วยแต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง ได้แต่หวังว่า สักวันหนึ่งคงมีใครสักคนสามารถช่วยให้เค้าหลุดจากความทุกข์นั้นได้ . อ๊ะ! นี่ผมพูดมากไปแล้วล่ะ คุณอย่าไปใส่ใจเลยนะฮะ "
" ชั้นก็ไม่อยากเห็นเค้าเศร้าเหมือนกัน ถ้าไม่ได้ทะเลาะกับเค้าชั้นคงเหงาแย่ " คริสยิ้มนิดๆเพื่อคลายบรรยากาศตึงเครียดลง
" เรามาทำอาหารกันต่อเถอะครับ เดี๋ยวพวกนั้นจะหิวไส้กิ่วกันซะก่อน "
แล้วทั้งสองก็ลงมือทำอาหารกันต่อไป โดยที่สตีฟคอยเล่าเรื่องตลกๆของทุกคนที่ตนเห็นมาให้คริสฟัง เสียงหัวเราะของทั้งสองดังก้องไปทั่วห้องครัวเลยทีเดียว
มือเช้านี้ทุกคนก็ได้กินอาหารที่นอกจากสตีฟจะเป็นคนทำแล้ว บางอย่างคริสก็เป็นคนลงมือทำเองอีกต่างหาก
" อืม ! ฝีมือเธอใช้ได้เลย รสชาติคล้ายๆกับที่สตีฟทำ ถ้าเธอทำบ่อยๆเธออาจทำอาหารเก่งกว่าสตีฟก็ได้นะ " คริสเรียนรู้ไวมาก ทุกคนจึงชมกันไม่ขาดปาก สตีฟก็เช่นเดียวกัน
ท่านพ่อ ท่านพี่ เทย์ ทุกคนในวัง ตอนนี้ผมสนุกมากเลยครับ ในเรือลำนี้ทุกคนล้วนเป็นคนดี ไม่รู้ว่าป่านนี้ทุกคนที่วังจะเป็นยังไงกันบ้าง หวังว่าสักวันผมจะได้กลับไปประเทศของเราอีกครั้งพร้อมกับทุกคนที่นี่ .
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]