
(Part 2)
ตอนที่7
ตายๆๆๆๆๆตายแน่! ในหัวผมมีแต่คำนี้ จะทำไงดีๆ โว๊ย! ทำไมๆ ทำไมต้องเป็นอย่างนี้! อาร์ตไม่พูดอะไรสักคำเขาแค่มองผมสลับไปกับชัย ส่วนผมเองก็ดันพูดไม่ออกเสียนี่ พูดสิวะ! แก้ตัวสิ! พูดอะไรก็ได้ไอ้งั่งนัทเอ๊ย!
แว่นผู้ดูจะตายแทนผมให้ได้ก็เอาแต่ยืนกุมขมับบ่นขมุบขมิบเหมือนเดิม นี่เป็นช่วงเวลาที่อึดอัดใจที่สุดที่ผมเคยเจอมาถ้าไม่นับที่ถูกเรียกไปห้องปกครองตอนม.ปลายเพราะชกหน้าไอ้งั่งคนหนึ่งที่ว่าๆผมเป็นตุ๊ดล่ะก็นะ
"โกหก " อาร์ตพูด ผมหน้าซีดลงทันที
"นัท นายโกหกฉัน ทำไม?"
เขาถามเหมือนเป็นคำถามปกติธรรมดาประเภทที่ว่า เป็นไง? สบายดีเหรอ? ทานข้าวหรือยังอะไรเทือกนี้ แต่ ผมก็ยังใบ้กินอยู่ดี เหงื่อเย็นๆเต็มหลังไปหมด ตอนนี้ผมตระหนักถึงสถานะของตัวเองได้แล้วว่า ผมนอกใจเขา!
อาร์ตยังคงรอคำตอบอยู่อย่างใจเย็น แว่นที่ยืนอยู่ด้านหลังพยายามส่งภาษาใบ้ให้ผมซึ่ง ไม่รู้เรื่องโว๊ย!
มึงส่งภาษาใบ้ของคนดงที่ไหนวะ? ตอนนี้ต้องเพิ่งตัวเองแล้ว ผมต้องอธิบาย ใช่! อธิบายว่าเราไม่ได้ตั้งใจ อธิบายว่าสิ่งที่เห็นเมื่อกี้มันเป็นอุบัติเหตุ เขาเข้าใจผิด ผมแค่ ผมแค่เผลอไป ใช่ ใช่แล้ว! แค่เผลอไปนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ!
"อาร์ต! คือฉัน เรา "
ผมพยายามรวบรวมความกล้าทว่าโชคร้ายที่ชัยผู้ซึ่งเงียบมานานและถ้าจะเงียบต่อไปก็จะไม่มีใครเดือดร้อนเสือกก้าวมายืนข้างๆ ผมแล้วโอบไหล่ซะเฉยๆ
"มาเดทกันอย่างที่เห็น!" ผมมองหน้ามันอย่างตื่นตะลึง ไอ้บ้านี่!
"ไม่ใช่นะ!" ชัยกระตุกมือผมแรงๆจนผมแทบเซแล้วพูดต่อ
"ก็เห็นอยู่ว่าเขากำลังจู๋จี๋กัน ทำไมต้องมาเป็นก.ข.ค.ด้วยนะ ฉันว่านายไปซะดีกว่า ไม่เห็นเหรอว่านัทเขาลำบากใจน่ะ "
ไอ้ที่ลำบากใจน่ะเพราะมึงหรอกไอ้ชัย อาร์ตโกรธจนหน้าแดงก่ำไปหมด
"ไม่ใช่นะอาร์ต! ฟังฉันก่อน" ผมผลักไอ้ชัยไปข้างหลังแล้ววิ่งไปหาเขา
"มันไม่ใช่อย่างที่นายเห็น "
"แล้วมันเป็นยังไง? อ๋อ! หรือว่ามันเป็นหมอฟันที่นัทมาหา จริงสินะ นัทบอกกับฉันว่าจะมาหาหมอฟันนี่ ใช่มั้ย? อืม งั้นฉันคงจะเข้าใจผิดไปเอง เมื่อกี้มันคงจะตรวจช่องปากนัทอยู่สินะ ว่าไงบ้างผุกี่ซี่?"
อาร์ตหันไปถามชัยหน้าตาเฉย โธ่! โกรธจัดเลยแฮะไอ้นัทเอ๊ยหาเรื่องใส่ตัวอีกจนได้
"อาร์ตอย่าเพิ่งโกรธสิ "
"มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะ" ผมพูดต่อ
"ไม่ใช่?" อาร์ตหัวเราะเย็นๆ
"งั้นก็บอกมาสิว่าอะไร ทำไมถึงต้องมากับมัน แล้วทำไมถึงต้องจูบกับมันด้วย?"
อาร์ตจ้องชัยแบบกินเลือดกินเนื้อฝ่ายพ่อเจ้าประคุณก็ยืนยิ้มกริ่มแบบผู้ชนะอย่างเคย น่าหมั่นไส้ เพราะใครกันล่ะ!
ที่เกิดเรื่องเพราะมันคนเดียว เอาเถอะยอมรับก็ได้ว่าผมเองก็มีส่วน นิดหน่อย
"เรื่องมันยาวน่ะ จะให้เล่าตรงนี้ก็ " แหม ยังไม่ได้ทำใจเลยอ่ะ
"จะเล่าตรงนี้หรือว่าจะเลิกตรงนี้เลือกเอา!" อาร์ตพูดเสียงเฉียบขาด
มาถึงตรงนี้ผมก็คิดได้ว่าอาร์ตกับชัยมันเหมือนกันจริงๆ
"เอ่อ คือว่า " ผมยังเงอะๆงะๆ เอาไงดีวะ?
"หนึ่ง สอง " อาร์ตนับเลขดังๆ
"เล่าแล้วๆ" ทุกคนจ้องผมเป็นตาเดียว เอาวะ ต้องทำตามสุภาษิตโบราณ เสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัว(แฟน)ให้ใคร
ผมค่อยๆเล่าช้าๆระมัดระวังคำพูดข้ามตอนที่ไม่สมควรไป เล่าแบบรวบรัดกระชับและฟังดูมีเหตุผลในการกระทำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ระหว่างที่เล่าเจ้าตัวต้นเหตุก็ยืนพิงกำแพงจุดบุหรี่สูบอย่างสบายใจ นี่ถ้าเรื่องนี้คลี่คลายได้เมื่อไรต้องมีรายการยำใหญ่ไอ้ชัยกันแน่ๆ
"เรื่องทั้งหมดก็มีเท่านี้แหละ "
อาร์ตมองหน้าผมนิ่งๆไม่ว่าอะไร
"จะถามแว่นมันก็ได้นะ"
ไอ้แว่นยิ้มแหยๆแล้วพยักหน้ายึกยักแบบว่าเห็นด้วยแต่ว่าพ่อคนขี้หึงก็ยังคงไม่พูดอะไรสักคำเขาแค่มองผมหัวจรดเท้าแล้วก็เท้าจรดหัวอีกที
"มีอะไรปิดบังหรือเปล่า?"
"ไม่! ไม่มีเลยสาบาน!" ความจริงก็มีอ่ะนะ ก็เรื่องที่โดนไอ้ชัยปล้ำจูบในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไงขืนให้อาร์ตรู้คงจะแย่กว่า ชัยหัวเราะตัวสั่นอยู่ด้านหลังเมื่อได้ยินผมพูด ผมหันไปตวาดใส่มัน
"หัวเราะหาบิดามารดาหรือไง?" ฉุนนะโว๊ย! ทั้งหมดมันก็เพราะแกนั่นแหละไอ้ตัวซวยเอ๊ย! แต่เจ้าชัยไม่สะทกสะท้านเขาแค่ยักไหล่แล้วเอ่ย
"ไม่มีอะไร แค่ขำขึ้นมาเพราะนึกถึงหน้าเหรอหราของนัทตอนที่โดนฉันจูบ ดูแล้วตลกดี นายทำหน้าน่ารักเป็นบ้าเลย" แล้วก็หันไปหาอาร์ต "เขาเป็นอย่างงั้นไหมเวลาจูบนาย"
ถ้าความอดทนของอาร์ตพูดได้มันคงตะโกนออกมาดังๆว่า ทนไม่ไหวแล้วโว๊ย!
อาร์ตถลันจะเข้าไปชกชัย แต่ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น แว่นเข้าไปถึงตัวผู้ชายหน้าหล่อแต่ปากเปราะคนนั้นก่อนแล้วก็ใช้หมัดเสยคางได้รูปนั่นอย่างจัง ทั้งผมและอาร์ตตกตะลึงพรึงเพริด อะไรกันเนี่ย! แว่นยืนค้ำหัวชัยที่ล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับหอบแฮ่กๆ ชัยไม่ได้ตอบโต้เขาแค่มองหน้าแว่นเงียบๆแล้วยิ้มที่มุมปาก
"ชกฉันเพราะฉันทำให้เพื่อนนายทะเลาะกันหรือเพราะหึงฉันกันแน่ "
ชัยเอ่ยเบาๆ แต่ผมกับอาร์ตได้ยินชัดเจนเลย หึงเหรอ? แว่นกับ ชัย เดี๋ยวก่อน! คงไม่ใช่อย่างที่คิดนะ!
ผมหันไปมองหน้าแว่นใบหน้าของเขาแดงระเรื่อขึ้นมาทันที ริมฝีปากเม้มแน่น ดูเขาทั้งอายแล้วก็โกรธ ตัวผมเองไม่กล้าจะถามอะไรออกไปแต่อาร์ตเขาไม่เหมือนผมนี่ ดังนั้นคำถามที่ผมอยากจะถามแต่ไม่กล้าพอก็หลุดออกมาจากปากของเขา
"แว่นนี่มันอะไรกัน?"
แว่นทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ปากเขาขยับจะพูดอะไรแต่ก็หยุดไป ชัยดันตัวเองลุกขึ้นเขาหันมาหาแว่น
"บอกเพื่อนรักนายไปสิ บอกไปว่านายเคยเป็นแฟนฉัน ทั้งๆที่รู้ว่ามันจะเป็นการทรยศเขาที่ไปคบกับศัตรูคู่อาฆาตน่ะ พูดสิ!"
ชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมแต่แฝงไว้ด้วยความปวดร้าวที่คุณจะแทบไม่สำเหนียกถึงมันเลยถ้าไม่ฟังให้ดีๆ
อาร์ตมองหน้าแว่นแบบคาดคั้นเอาคำตอบ แว่นอึกอักไปพักใหญ่แต่แล้วก็พยักหน้ารับ เสียงหัวเราะของชัยดังก้อง
"แต่มันจบไปแล้วนะ!" แว่นสวนกลับ
"ตอนนั้นไม่รู้ว่าฉันคิดอะไร มันเป็นแค่ ความผิดพลาด "
จบประโยคแววตาของชัยก็กระตุกวูบกลายเป็นดวงตาที่ฉายแววแห่งความเจ็บปวดอย่างยิ่งแต่ก็เผยให้เห็นเพียงแวบเดียว แวบเดียวจริงๆ และก็มีแต่ผมที่สังเกตเห็นมัน
อาร์ตมองหน้าชัยสลับกับแว่นแล้วก็มองผม
"งั้นที่แกมายุ่งกับนัท ของฉัน ก็เพราะแว่นงั้นเหรอ?"
อาร์ตมองหน้าชัยตรงๆ ผมอ้าปากหวอ ฟังดูมีเหตุผลแฮะอาจจะจริงอย่างที่อาร์ตพูดก็ได้นี่
"จะพูดให้ถูกเป็นเพราะแค้นต่างหากล่ะ "
ชัยพูดขึ้นมาลอยๆ แว่นเถียงกลับ "อ๋อ! แน่ล่ะสิ ก็คนอย่างนายเคยแต่ทิ้งเขานี่นะพอมาโดนทิ้งบ้างเลยทำใจไม่ได้! สมน้ำหน้า!" ทั้งคู่ตั้งท่าจะทะเลาะกัน
อาร์ตรี่เข้าไปขวางไว้
"พอได้แล้ว!" ทั้งคู่นิ่ง
อาร์ตเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าชัยแล้วมองตาเขาตรงๆเหมือนจะหาเรื่องแต่แล้วก็หัวเราะแล้วถอยออกมาหันมาหาแว่นก่อนจะพูด
"จัดการเคลียร์กันเอาเอง!"
แว่นทำท่าจะตามเรามาเมื่อเห็นอาร์ตคว้าข้อมือผมและจะพาเดินออกไป
"ห้ามตามมา!ฉันมีเรื่องจะสะสางกับนัท นายเองก็มีเรื่องของนายให้จัดการ แล้วก็ไม่ต้องเถียงด้วยเพราะนายมันถึงได้มายุ่งกับฉันแล้วก็นัทนะ รับผิดชอบโดยการปรับความเข้าใจกับมันซะหรือไม่อย่างนั้นฉันก็จะอัดมันให้ยับโทษฐานมายุ่งกับของๆคนอื่น "
แว่นอึ้งไปแล้วก็ไม่ได้ตามเรามาอีก ผมหันไปมองทั้งคู่ที่ค่อยๆห่างออกไปจากสายตาของผม หวังว่าคงจะไม่เป็นไรนะ
#################################
สมองผมทำงานอย่างหนักเพื่อจะหาข้อแก้ตัวและอะไรก็ได้ที่จะทำให้อาร์ตยกโทษให้ผม จะทำยังไงดีๆผมทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหตุการ์ณประเภทนี้ถ้าเป็นในละครน้ำเน่าจะเป็นเช่นไร
อืม เท่าที่จำได้พระเอกเข้าใจนางเอกผิดคิดว่าเป็นพวกผู้หญิงแพศยา ร่านไปทั่วแล้วก็หลอกลวงเขาเลยเลือดขึ้นหน้า
จากนั้นก็ด่าทอพอสะใจ แล้วก็ แล้วก็ ปล้ำให้หายแค้น! ไม่เอาน่านัทเอ็งคิดมากไปแล้วอาร์ตไม่ทำอย่างนั้นกับแกหรอกน่า ไม่มีทางอยู่แล้ว มั้ง
อาร์ตไม่พูดอะไรเลยระหว่างที่เรากลับบ้านของผม น่ากลัวๆถ้าเขาด่าผมสักนิดมันคงจะไม่อึดอัดเท่านี้เลยแต่เขาไม่ปริปากอะไรเลย อาร์ตนั้นเวลาโกรธจะไม่ค่อยพูดจะเงียบ เงียบจนคนอื่นกลัวเพราะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ พอกลับมาถึงบ้านผมอาร์ตก็ทักทายแม่ผมนิดนึงตามมารยาทแล้วดึงผมขึ้นไปบนห้องทันที
นัท อาร์ตปิดประตูล็อกทันที
ผมหน้าซีดคงไม่ใช่อย่างที่คิดไว้นะ
ผมเงียบคอยให้เขาพูดต่อ
อาร์ตในตอนนี้ไม่ดูน่ากลัวเท่าตอนแรกแล้ว ท่าทางดูสงบลงมาก
ฉันโกรธมากนะ
ฉันรู้อาร์ต ฉันขอโทษ ผมพูดได้แค่นี้เองในตอนนี้
ทั้งที่ระหว่างทางก็คิดคำพูดสวยหรูไว้มากมายสำหรับการแก้ตัวพอเอาเข้าจริงๆกลับพูดได้แค่นี้น่าเจ็บใจตัวเองนะ
แล้วคิดเหรอว่าแค่ขอโทษฉันจะยกโทษให้น่ะ? ผมส่ายหัว
แหงล่ะ เป็นใครเค้าก็โกรธทั้งนั้นเรื่องที่จะยกโทษให้ง่ายๆยิ่งไม่มีทางใหญ่เลยผมเข้าใจดีและเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าบางที บางทีอาร์ตอาจจะโกรธมากซะจนไม่ยอมยกโทษให้เลยก็ได ้(หลอกเขาแล้วยังไปจูบกับไอ้ชัยศัตรูตัวฉกาจของเขาอีกความหวังมันริบหรี่เหลือเกินที่จะคืนดีกันได้)
หลังจากอาร์ตเงียบไปพักใหญ่จนผิดสังเกตผมก็ค่อยๆเงยหน้าซึ่งแต่เดิมก้มตลอด(ก็กลัวนี่ไม่กล้าสบตาอ่ะ)ขึ้นมองเขา
ผู้ชายที่ผมรักมองผมอย่างระอาระคนเอ็นดูผมเริ่มมีความหวังในหัวใจขึ้นมาแล้วสิ ผมอ้าปากจะพูดแต่อาร์ตห้ามไว้
หยุดเลย! ตอนนี้คนที่จะพูดคือฉัน นัทต้องเป็นฝ่ายฟังบ้างแล้วนะ อาร์ตนั่งลงที่ขอบเตียงแล้วมองผม
นัทรู้ไหมว่านัทน่ะทำให้ฉันเจ็บแค่ไหน? ฉันไม่เคยโกรธใครขนาดนี้มาก่อนในชีวิตของฉันเลย และสาเหตุที่มันเป็นอย่างนั้นก็เพราะนัทเป็นคนที่ฉันรักที่สุดในชีวิต นัทเป็นคนที่ฉันเชื่อมั่นว่าจะไม่มีวันทำให้ฉันเจ็บปวดเหมือนกับที่ฉันจะไม่ยอมทำให้นัทเจ็บปวดเพราะฉันเข้าใจว่านัทเองก็รักฉันเหมือนๆ กับที่ฉันรักนัทแต่ดูเหมือนว่าฉันจะเข้าใจผิดไปหน่อย อ๊ะๆ อย่าเพิ่งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้สิ ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันเกลียดนัทหรือเข้าใจว่านัทไม่ได้รักฉันหรอก
ฉันเข้าใจและรู้ดีว่านัทรักฉันแต่สิ่งที่ฉันได้รู้ในตอนนี้ก็คือถึงนัทจะรักฉันแต่นัทก็สามารถทำให้ฉันเจ็บปวดได้ ถึงจะไม่ตั้งใจก็ตาม
ผมอ้าปากจะพูดอีกผมอยากจะเถียงเขาแต่เขาก็ส่งสายตาบอกว่าให้เงียบจากนั้นก็พูดต่อ
นัทคงไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองน่ารักแค่ไหน ฉันกังวลเรื่องนัทเสมอเพราะนัทไร้เดียงสากว่าที่ตัวนัทจะรู้ ซื่อๆเชื่อคนง่าย มองโลกในแง่ดี จนเกินไป หุนหันพลันแล่นทำอะไรก็ไม่คิดถึงผลที่ตามมา
นั่นโดนว่าเป็นชุดเลย ผมยกมือขึ้นกอดอกขมวดคิ้ว ไม่จริงซะหน่อย
แล้วอย่าเถียงว่าไม่จริงด้วยเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันก็พิสูจน์ได้อย่างดี
รู้ทันซะอีกแน่ะ
และมันก็ทำให้ฉันตัดสินใจเรื่องของเราได้ว่าฉันควรจะทำยังไงกับนาย..กับเรา
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเฝ้ารอว่าเขาจะพูดว่าอะไรต่อไป
อาร์ตลุกขึ้นเดินมาหาผมแล้วใช้แขนทั้งสองโอบเอวผมไว้อย่างง่ายดายและค่อยๆประกบจูบท่ามกลางความประหลาดใจของผม นี่หมายความว่าเขายกโทษให้ผมแล้วเหรอ? ร่างกายตอบสนองไวกว่าความคิดผมยิ้มแฉ่งด้วยความยินดีแต่อาร์ตบีบจมูกผมเบาๆ
อย่าดีใจเร็วนักนะ ยังไม่ยกโทษให้สักหน่อยเลย
อ้าว ผมร้อง อาร์ตยิ้มน้อยๆ
ต้องลงโทษก่อนต่างหากแล้วจะยกโทษให้และต้องสัญญาด้วยว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก
สัญญาๆ! ผมรีบพูด
สัญญาว่า
ฉันจะไม่จูบหรือเผลอไผลไปกับใครหน้าไหนนอกจากอาร์ตอีกแล้วฉันสัญญา!
อาร์ตยิ้มละไมแววตาของเขาฉายแววยินดีและเปี่ยมไปด้วยรัก
ผมแอบถอนหายใจ ค่อยยังชั่วผมคงอยู่ไม่ได้แน่ๆถ้าเขาเกลียดผมหรือไม่ยอมยกโทษให้ผม
งั้นก็ยกโทษให้ฉันแล้วสิ ผมพูดอย่างลิงโลด
อาร์ตเลิกคิ้วมองกวนๆ
ยังหรอก ลืมไปแล้วเหรอที่ฉันบอกว่าต้องลงโทษก่อนน่ะ
ลงโทษเหรอ? ผมชักหวั่นๆ
ใช่ลงโทษ
ลงโทษ ยังไง?
หลังจบคำถามผมก็ระลึกได้ว่าไม่น่าถามเลยเพราะอาร์ตเริ่มบทลงโทษของเขาซะแล้ว แม่จะรู้ไหมนะว่าลูกชายกำลังโดนรังแกอยู่เนี่ยฮือๆ
อาร์ตจูบผมอย่างหนักหน่วงและแตกต่างจากทุกๆทีเขากวาดลิ้นลิ้มรสริมฝีปากของผมไปทั่วราวกับต้องการล้างรสจูบของผู้อื่นออกไป มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วตัวของผมอย่างเชื่องช้าและค่อยๆปลดเสื้อผ้าของผมออกโดยที่ผมไม่รู้ตัว ความร้อนของร่างกายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดร่างกายของผมสั่นสะท้านไปด้วยความวาบหวิวสตินั้นเลื่อนลอยไปแล้วตอนนี้ที่ผมรู้ก็มีแค่อาร์ตต้องการผมและผมเองก็ต้องการเขา ศีลธรรมจรรยาในตอนนี้ไม่รู้เตลิดไปที่ไหนแล้ว อาร์ตจูบผมอย่างอ้อยอิ่งเหมือนไม่อยากผละออกแต่ก็ค่อยๆ ปลดปล่อยริมฝีปากของผมให้เป็นอิสระสายตาของเขากวาดไปมาบนร่างอันเปลือยเปล่าของผม ผมรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงขึ้นมาขี้โกง!ผมคิดผมเปลือยแต่อาร์ตมีเสื้อผ้าครบเนี่ยนะไม่ยุติธรรมเลย ผมพยายามดึงผ้าห่มมาคลุมตัวแต่อาร์ตแกล้งกระชากมันออก แล้วเขาก็หัวเราะชอบใจเมื่อเห็นผมอาย
ไม่มีใครเขาห่มผ้าห่มเวลามีเซ็กส์กันหรอกนะ
มีสิฉันไง!
ผมเถียงน้ำขุ่นๆและพยายามดึงผ้าห่มกลับแต่อาร์ตก็กระชากออกอีกแล้วปามันไปท้ายห้อง
งั้นฉันจะเป็นผ้าห่มให้เอง
ผมหน้าแดงแจ๋พยายามจะเถียงแต่พ่อผ้าห่มยักษ์ก็โถมตัวลงมาคร่อมผม น้ำหนักของอาร์ตที่กดทับลงมาทำให้ขยับไม่ค่อยถนัดผมหน้าแดงขึ้นไปอีก อาร์ตค่อยๆจูบไล่จากใบหน้าของผมลงมาที่ซอกคอและเนินอกความเสียวซ่านและอารมณ์ที่ถูกปลุกทำให้ผมเผลอร้องออกมา พอเห็นอย่างนั้นอาร์ตก็ยิ่งรุกหนักเขาใช้ลิ้นลากลงมายังเบื้องล่างในขณะที่ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกไปด้วย แต่มันไม่เหมือนในหนังหรอกนะที่จะถอดเสื้อผ้าตัวเองตอนที่จะมีเซ็กส์ได้ง่ายๆน่ะ
อาร์ตชะงักนิดนึงเพราะถอดเสื้อตัวเองไม่ค่อยได้ดูท่าทางเขาหัวเสียพอดูเพราะถอดไม่ออกสักที ผมเผลอหัวเราะออกมาแล้วแกล้งแหย่เขา
ไม่มีใครเขามีเสื้อผ้าบนตัวเวลามีเซ็กส์ กันหรอกนะ
งั้นก็ช่วยกันหน่อยสิอย่านอนดูเฉยๆ พ่อผ้าห่มยักษ์ตอบ
ผมยักไหล่แล้วช่วยเขาถอดเสื้ออย่างทุลักทุเลแต่ก็ถอดออกมาจนได้เราทั้งคู่หัวเราะชอบใจเมื่อพบว่าเสื้ออาร์ตกระดุมหลุดไปสองเม็ดเพราะผม อาร์ตปาเสื้อทิ้งอย่างไม่ใยดีแล้วเลื่อนตัวขึ้นมาจูบผมต่อ
มีปัญหาในการถอดกางเกงด้วยหรือเปล่า? ผมแหย่
ถ้ามีจะช่วยถอดหรือเปล่า? ผมหัวเราะพลางพยักหน้า
ถ้าเป็นผมเวลาปกติคงไม่มีวันทำอย่างนี้แน่แต่ตอนนี้ยางอายมันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้สิ ผมปลดกางเกงของเขาออกแล้วดึงมันออกไปอาร์ตหัวเราะเมื่อเห็นผมเบือนหน้าหนี
อายอะไรตัวเองก็มีเหมือนกัน
ผมไม่กล้าบอกเขาว่ามีเหมือนกันน่ะใช่แต่ขนาดไม่เหมือนกันแน่ๆ(เดากันเอาเองใบ้ให้ว่าผมกลัวเลยละกัน)
ตอนนี้เราทั้งคู่เท่าเทียมกันแล้วเพราะต่างก็ไม่มีเสื้อผ้าอยู่บนตัวเลยสักชิ้นเดียว เราจูบกันแล้วก็จูบแล้วก็จูบอย่างไม่รู้เบื่อ
อาร์ตใช้มือซุกไซร้ลงไปเบื้องล่างปลุกเร้าอารมณ์ของผมเพื่อให้พร้อมสำหรับเขาผมร้องครางลั่นเมื่อเขาใช้ลิ้นลุกไล้ลงไปยังส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของผม
อ๊า อื้อ ไม่เอา
ปากก็ร้องบอกอย่างนั้นแต่ร่างกายกลับไม่ปฏิเสธในเวลาแบบนี้จิตใจของคุณจะแตกออกเป็นสองส่วน ด้านหนึ่งต่อต้าน อีกด้านหนึ่งกลับร่ำร้องเรียกหา มันเป็นความรู้สึกที่สับสนที่สุด สุดท้ายความปราถนาก็เป็นผู้ชนะผมเกร็งตัวครั้งสุดท้ายก่อนที่จะปลดปล่อยมันออกมา อาร์ตกลืนกินมันจนหมดแล้วก็เลื่อนขึ้นมาจูบผมอีกตอนนี้ในริมฝีปากมีรสชาติประหลาดกว่าเดิมและผมก็ระลึกได้ว่ามันเป็นรสชาติของอะไร
บ้าที่สุด! ทำอย่างนั้นทำไม? ผมอายจนว่าเขาไป
ไม่เห็นเป็นไรเลยก็เป็นของนัทนี่ เขายิ้ม
ผมไม่รู้จะว่ายังไงเลยเสไปมองที่อื่นแต่เขาก็บังคับให้ผมหันมามองเขาอีก
โกรธเหรอ?
แค่อาย ผมพูดความจริง ไม่ได้โกรธจริงๆนี่ ใครจะไปโกรธลง
อาร์ตหัวเราะแล้วกระซิบข้างหูของผมเบาๆซ้ำไปซ้ำมาช้าๆว่า ฉันรักนายๆๆ มันเป็นเหมือนคาถาที่ช่วยให้ผมโยนเอาความอายและศีลธรรมทิ้งไปแล้วตอบรับสิ่งที่หัวใจตัวเองเพรียกหาผมยกแขนโอบรอบคออาร์ตแล้วจูบเขาเบาๆ
นัท ฉันขอนะ
ผมพยักหน้าผมจะไม่ปฏิเสธความต้องการของเขาและของตัวผมเองหรอก อาร์ตยิ้มด้วยความยินดีอย่างที่สุด ผมสังเกตได้ว่าตอนนี้มือของเขาที่ลูบไล้ผมสั่นนิดหน่อยผมกุมมือเขาเบาๆ
ฉันมั่นใจว่านี่เป็นสิ่งที่ฉันต้องการ
ผมย้ำให้เขาแน่ใจและเหมือนกับว่ามันเป็นคำตอบของสิ่งที่เขาถามอยู่ในใจอาร์ตพยักหน้ารับแล้วค่อยๆกอดผมเอาไว้
มือและริมฝีปากของอาร์ตปลุกเร้าอารมณ์ให้โหมขึ้นมากกว่าครั้งแรกความเสียวซ่านที่ท้องน้อยทำให้รู้สึกทรมานขึ้นมาอีกผมหอบหายใจหนักๆ เมื่ออาร์ตค่อยๆใช้นิ้วสอดเข้าไปในตัวของผมช้าๆ ใบหน้าของอาร์ตบ่งบอกว่าเขาจะทนไม่ไหวอยู่แล้วแต่เขาก็ไม่ได้เร่งรัดผม เขาต้องการให้ผมคุ้นกับมันซะก่อน แต่ ใครจะไปคุ้นกันล่ะ ผมพยายามถอยหนีเมื่อเขาเพิ่มจำนวนนิ้วที่สอดใส่แต่มือใหญ่นั่นรั้งเอวผมไว้ไม่ให้หนีไป ผมได้แต่ร้องครางเมื่อเขาขยับนิ้วมันทั้งทรมานทั้งรู้สึกแปลกๆกับตัวเองจะว่าชอบก็ไม่ใช่จะว่าไม่ชอบก็ไม่ถูกซะอีก อาร์ตดันขาทั้งสองของผมออกจากกันและดึงมือของตนออกพร้อมทั้งโถมตัวเข้าหาผมทันที ผมกรีดร้องลั่นแต่เขาก็ปิดปากผมไว้ด้วยริมฝีปากของเขาจึงมีแค่เสียงอู้อี้ที่ดังออกมาจากลำคอ ความตึงแน่นที่สะโพกทำให้ขยับไม่ได้รวมทั้งน้ำหนักของร่างสูงที่กดทับลงมาทำให้ผมไม่อาจหนีไปไหนได้แต่นอนอยู่กับที่อย่างนั้น อาร์ตดันตัวเข้าไปอีกพร้อมกับยกขาของผมข้างหนึ่งพาดไว้บนบ่าหนาของเขา
เจ็บๆ
ผมร้องโอดครวญแต่อาร์ตก็ไม่ยอมหยุดเขายังคงดันตัวเข้าหาผมอย่างไม่ยอมหยุดหย่อนและทวีความเร็วมากขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ อาร์ตจูบเปลือกตาของผมเบาๆเพื่อปลอบประโลม
อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวก็ไม่เจ็บแล้ว ทนอีกนิดนะ
เขากระซิบเบาๆ ผมพยักหน้าถึงตอนนี้ไม่อาจถอยได้อยู่แล้ว อาร์ตหยุดพักครู่นึงเพื่อให้ผมหายใจ และค่อยๆดันตัวเข้าไปใหม่เริ่มแรกช้าๆก่อนแล้วก็เร็วขึ้น คราวนี้ความเจ็บปวดเริ่มลดลงความรู้สึกอื่นเริ่มเข้ามาแทนที่ ความเสียวซ่านกลับมาอีกครั้งแต่ดูเหมือนครั้งนี้จะรุนแรงและเกินกว่าจะทนได้ผมร้องครางเบาๆทุกครั้งที่อาร์ตดันตัวเข้ามาและดังขึ้นทุกทีๆ
เราทั้งคู่มาถึงจุดที่ไม่อาจทนต่อไปได้อีกแล้ว อาร์ตรั้งเอวผมไว้แน่นและเริ่มรุกหนักขึ้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ ผมเองก็เผลอแอ่นรับไปโดยไม่รู้ตัวผมกอดอาร์ตเอาไว้แน่นเหงื่อใสๆ เกาะพราวใบหน้าแต่เราก็ยังไม่หยุดเหมือนกับว่าเรากำลังจะหลอมละลายกลายเป็นหนึ่งเดียวกันไปแล้ว
บางสิ่งบางอย่างที่อบอุ่นและวาบหวามถูกปลดปล่อยในตัวผมและทุกอย่างก็จบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของเราทั้งคู่
อาร์ตมองหน้าผมเหมือนกับว่าเราไม่ได้เจอกันมาประมาณสิบปีกระนั้น เขามองเหมือนไม่เคยเห็นผมมาก่อนแล้วก็บรรจงจูบผมเบาๆ และแล้วความง่วงก็เข้าคลอบคลุมผมสิ่งสุดท้ายที่รับรู้ตอนนี้คืออ้อมแขนของอาร์ตที่โอบกอดผมและเสียงกระซิบบอกรักข้างหู และผมก็ตระหนักได้ว่าพรุ่งนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้วสำหรับเราทั้งคู่ ไม่มีวันเหมือนเดิม
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
มาแล้วๆๆๆๆๆ เอ่อ...เราไม่ค่อยเก่งเรื่องฉากอย่างว่าอ่ะนะจ้ะขอโต๊ดด้วยน๊า ไวรัส ปราง เค้าส่งให้แล้วกรุณาวิจาร์ณด้วยย่ะ(ฮึ!)