
(Part 2)
ตอนที่6
ใกล้จะสิบโมงแล้วอีกไม่นานเจ้าชัยก็จะมา ผมยกมือปิดปากหาวเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับมัวแต่คิดว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้ดี ผมวางแผนเอาไว้หลายต่อหลายอย่างเอาไว้เผื่อเกิดเหตุการ์ณฉุกเฉินประเภทจะถูกปล้ำหรืออะไรอย่างงี้ ผมตรวจดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้ารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นทหารกำลังตรวจดูว่าเครื่องแบบเรียบร้อยดีหรือยังก่อนที่จะออกศึกงั้นแน่ะ
"นัทๆ เพื่อนมาหาแน่ะลูก!" แม่ตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แปลกๆฟังแล้วเหมือนงงๆกับอะไรบางอย่าง
ผมเดินลงบันไดมาเห็นแม่ยืนคอยอยู่แล้ว
"ไหนฮะแม่?" ไม่เห็นมีเลย
"เอ่อ อยู่หน้าบ้านจ้ะ"
ผมยักไหล่ดีแล้วที่แม่ไม่เชิญเจ้าชัยเข้ามา พอผมจะเดินออกไปแม่ก็รั้งเอาไว้
"เขาเป็นใครเหรอลูก?"
"แค่คนรู้จักฮะแม่"
"เอ่อ แล้วจะไปทำอะไรกันล่ะ?"
"ก็ ไปเที่ยวด้วยกันธรรมดาฮะตามประสา เพื่อน" คำหลังนี่ออกมายากสักหน่อยก็มันไม่ใช่เพื่อนผมนี่
"แล้วอาร์ตล่ะลูกไม่ไปด้วยกันเหรอ?"
ฟังดูแม่อยากให้อาร์ตไปกับผมเหลือเกิน ผมพยายามใช้ความคิดหาเหตุผลตอบแม่แต่เสียงพึมพัมที่ดังจากหน้าบ้านมันรบกวนเหลือเกิน
"อาร์ตไม่ว่างฮะแม่ เสียงอะไรเนี่ยน่ารำคาญจริงมีดารามาหรือไงกัน"
ผมอดรนทนไม่ไหวเสียงมันดังเหมือนคนเป็นสิบๆกลุ้มรุมอยู่ใกล้ๆบ้านผมแล้วซุบซิบกันงั้นแหละ ผมก้าวยาวๆแล้วผลักประตูออกไปข้างนอก ภาพที่ได้เห็นคือรถเบ็นซ์สีน้ำเงินครามจอดนิ่งอยู่หน้าบ้านของผม ชายหนุ่มโคตรหล่อ(แบบอันตรายๆ)ยืนพิงอยู่ข้างๆรถมือข้างหนึ่งคีบบุหรี่อีกข้างก็ถือดอกทานตะวันช่อโต ปากก็เป่าควันฉุย แต่ที่แปลกก็คือเขารู้ว่าผมชอบดอกไม้อะไรได้ยังไงกัน? ผู้คนในหมู่บ้านยืนเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่โดยรอบพวกเขาสงสัยว่าชายหนุ่มหล่อมาดเท่แบบดาราคนนี้มาทำอะไร? มาหาใครในบ้านนี้กัน?
ชัยพอเห็นผมก็ปาบุหรี่ลงพื้นและขยี้มันด้วยส้นรองเท้าพลางยิ้มเดินมารับผมถึงหน้าบ้าน ดอกทานตะวันช่อใหญ่ถูกส่งมาสู่มือผมทันที
"วันนี้น่ารักจัง อ่ะนี่ของนัทเห็นว่าชอบ" ผมมองเขางงๆ
"รู้ได้ยังไง?"
"แหม เรื่องของคนที่เรารักก็ต้องรู้สิจ้ะ ฉันรู้เรื่องของนัทหมดแหละ " ชักไม่ค่อยดีแล้วสิพวกเพื่อนบ้านนินทากันใหญ่และนี่ก็เป็นบางส่วนที่ผมจะยกมาให้ฟัง
"นั่นไงฉันบอกแล้ว บ้านนี้มีแต่ลูกชายจะมาหาใครซะอีกล่ะก่อนหน้านี้ก็มีพ่อหนุ่มหล่อตามเทียวรับเทียวส่งอีกคนนึง
ไม่น่าเชื่อเลยนะไม่เห็นออกท่าทางเลยสงสารคนเป็นพ่อเป็นแม่นะมีลูกเป็น อย่างนี้"
"นั่นสิเธอแม่เขาทนได้ยังไงลูกชายมีผู้ชายมาตามจีบถึงบ้านยังงี้น่ะดูสิยืนดูอยู่ตรงประตูหน้าตาเฉย อ๋อ นี่คงเห็นฝ่ายที่มาจีบรวยเลยเออออล่ะมั้ง คงอยากได้ลูกเขยรวยๆมากว่าลูกสะใภ้ล่ะสิท่า"
ไม่อยากบอกแล้วว่าเขาพูดอะไรอีกมั่ง ผมหันไปมองแม่ผู้ซึ่งไม่ได้หูหนวกจึงย่อมได้ยินสิ่งที่เพื่อนบ้าน(ปาก )พวกนั้นได้ดี
ใบหน้าของแม่สลดลงอย่างเห็นได้ชัด
"ไปได้แล้ว!" ผมพูดห้วนๆรีบๆจบๆมันซะจะได้สิ้นเรื่อง
ผมหันไปพูดกับแม่
"เดี๋ยวเย็นๆจะกลับนะฮะ"
แม่เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็เงียบไป
"ไปนะฮะ " ผมไม่รู้จะพูดอะไรดีจะแก้ตัวทางไหนก็ไม่ขึ้นทั้งนั้นยังไงคนเขาก็ต้องรู้กันวันยังค่ำอยู่ดี
################################
ผมปิดปากเงียบจนเรามาถึงที่หมาย ห้างสุดหรู อิมโพเรียม พอจอดรถได้ชัยก็เอ่ยปาก
"โกรธอะไรเหรอ?" เสือกถามอีกโง่ปล่าววะ?
"ยังไม่รู้อีกเหรอ? ก็แกเล่นเอารถคันหรูกับดอกไม้ช่อโตแถมยังทำอะไรประเจิดประเจ้อเชิญให้ผู้คนเขานินทาอย่างสนุกปากอย่างนั้นนี่ ไม่เห็นเหรอว่าแม่ฉันเขาเป็นยังไงน่ะ? โดนคนอื่นว่าเรื่องลูกชายยังงั้นเป็นใครก็ต้องเสียใจสิวะ!" ผมสะบัดหน้าหนี
"นัท ฉันขอโทษ วันหลังจะไม่ทำอีกแล้ว"
สำหรับแกไม่มีหรอกไอ้วันหลงวันหลังน่ะ ผมโมโหจนไม่ยอมมองหน้าเขาและก็เผลอทำแก้มป่องซึ่งเป็นนิสัยที่ติดมาตั้งแต่เด็กเวลาโมโหหรือไม่พอใจ ชัยมองผมแล้วยิ้มขำๆ
"เวลางอนน่ารักจัง" ผมหน้าแดง "ไม่ได้งอนโว๊ย! โมโห!"
เจ้านั่นหัวเราะตัวงอไปเลยแล้วมองผมด้วยแววตาประหลาดอย่างเคย
"เราทะเลาะกันเหมือนเป็นแฟนกันเลย"
ผมอึ้งไปนิดนึงแล้วเปิดประตูรถ
"นั่นสิ เหมือน แต่ไม่ใช่!"
#################################
"รับสิวะๆ" ผมพึมพัมใส่โทรศัพท์มือถืออันจิ๋ว โว๊ย! ช้าจริงอุตส่าห์ปลีกตัวจากไอ้ชัยมาได้ตามแผนผมต้องโทร.หาแว่นเพื่อให้แน่ใจว่าเราอยู่ห่างกันมากที่สุด
"ฮัลโหล" เสียงแว่น! ขอบคุณพระเจ้า .
"ฉันเองนะ"
"ที่รักเหรอจ้ะมีอะไรเหรอ? อ๋อ ตอนนี้พี่มาเที่ยวกับเพื่อนน่ะคงไปไม่ได้"
"กูนัทเองโว๊ย! ไม่ใช่แฟนมึง" เอ๊ะ! มันก็น่าจะรู้ว่าเป็นผมนี่นา
"จ้าๆ พี่รู้จ้ะ แต่พี่รับปากกับไอ้อาร์ตมันแล้วว่าจะมาเที่ยวกะมันเนี่ยมันก็อยู่ข้างๆพี่เนี่ยจะถามมันก็ได้นะ"
อ๋อ อาร์ตอยู่กะมันนี่เองมิน่าล่ะ
"แกอยู่ไหนน่ะแว่น?"
"อ๋อ อยู่อิมโพเรียมจ้ะ แล้วที่รักล่ะจ้ะ"
"อ๋อ ที่เดียวกับพี่แหละค่ะ ฉิบหายแล้วมึง! ไอ้แว่นมึงรีบพาอาร์ตไปที่อื่นเดี๋ยวนี้เลย"
"เอ่อ ง่าไม่ได้หรอกจ้ะ พี่เพิ่งมาถึงแถมไอ้อาร์ตก็จะดูหนังด้วยมันซื้อตั๋วเอาไว้แล้ว"
ซื้อตั๋วเอาไว้แล้ว! ตายๆๆๆไอ้ชัยก็กำลังไปซื้ออยู่นี่หว่า นึกถึงก็มาพอดี
"นัทเดี๋ยวหนังจะเข้าแล้วนะ" ผมเอามือปิดหูโทรศัพท์
"โรงไหน?"
"โรง6"
"เดี๋ยวตามไป ขอโทรศัพท์ก่อนนะ" ผมหันมาคุยกับแว่นต่อ
"ดูเรื่องอะไร?"
"อ๋อ สุริโยทัยภาพยนต์แห่งสยามประเทศจ้ะ มันทำให้พี่นึกถึงน้องเลยนะเนี่ย รู้สึกว่าคล้ายๆกัน"
"คล้ายบ้าคล้ายบออะไรวะ โรงไหน?"
"เดี๋ยวนะจ้ะ .เฮ๊ย! อาร์ตเราดูหนังโรงอะไรวะ?" แว่นหันไปถามอาร์ต
ผมได้ยินเสียงเขาตอบลอดหูโทรศัพท์เข้ามา
"แฟนมึงนี่เรื่องมากจังว่ะ โรงหก "
ไม่ต้องรอให้ไอ้แว่นบอกต่อผมรีบสวนไปทันที
"แว่น! ไอ้ชัยก็จะพาฉันไปดูเหมือนกันเอ็งรีบพาอาร์ตไปให้พ้นเลยนะโว๊ย!"
" เอ่อ สายไปแล้วจ้ะที่รักพี่กับอาร์ตเข้าไปในโรงเรียบร้อยแล้ว"
"ฉันไม่สนเฟ๊ย! ยังไงแกก็ต้องพาอาร์ตออกไปให้ได้"
"ยังไงก็ไม่ได้จ้ะ"
"แต่!" ยังไม่ทันที่ผมจะพูดต่อชัยก็มา
"ได้เวลาแล้วไปเหอะ"
ช่วยไม่ได้ ผมยกหูมาพูดครั้งสุดท้าย
"ไปนะ ฉันต้องเข้าโรง(โลง)แล้ว " ตายแน่ๆ ตายแน่ๆ
####################################
โชคดีที่หนังเรื่องนี้ไม่ว่ารอบไหนคนก็เต็มโรงไปหมดอาร์ตคงจะไม่เห็นผมกับชัยแน่ๆ
เราได้นั่งแถวหลังสุดตรงกลางเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการดูหนังผมพยายามมองหาอาร์ตกับแว่นตามแถวต่างๆแต่ก็มองไม่เห็น อยู่ตรงไหนกันนะ?
สักพักก็มีเสียงผู้ชายคนนึงไอแค่กๆนานมากแถมดังด้วยจนคนหันไปมอง โชคยังดีที่หนังยังไม่ฉาย ผมเองก็หันไปมองด้วย
แว่นนี่นา! เจ้านั่นเงยมองผมแว่บนึง เขาตั้งใจจะส่งเสียงเพื่อบอกตำแหน่งแต่มันดันอยู่ในแถวเดียวกันนี่สิ แว่นกับอาร์ตนั่งอยู่สุดแถวด้านซ้าย ซวยแล้วๆ
ผมยุกยิกอยู่ไม่สุขตลอดเวลาจนหนังดำเนินมาได้ครึ่งเรื่องอยู่ๆเจ้าชัยก็เอื้อมมือมากุมมือผมซะเฉยๆ ผมพยายามปัดออกมันก็มาจับอีกเป็นอย่างนี้อยู่หลายต่อหลายครั้งจนผมทนไม่ไหวผมเอียงคอไปหาเขาแล้วกระซิบเบาๆ
"หยุดซะที"
"นิดเดียวเอง น่านะ เสียงดังเดี๋ยวคนก็ไล่ออกไปหรอก"
จนมุม! ผมต้องยอมให้มันลูบๆคลำๆมือผมเล่นไปเรื่อยๆ เจ็บใจๆ เมื่อไรหนังจะจบเนี่ย
หลายต่อหลายครั้งที่ผมต้องแนบตัวเองกับเก้าอี้เพื่ออาร์ตจะได้ไม่เห็น ทำไมเขาถึงชอบสอดส่ายสายตาไปมาในโรงหนังนักนะ
จะจ้องแต่ตรงจอไม่ได้หรือไงกัน ชัยที่นั่งเงียบและกุมมือผมมาตลอดเริ่มขยับเขาค่อยๆยื่นหน้ามาหมายจะจูบผม ผมพยายามถอยแล้วหยิกมือเขา
"คิดจะทำอะไรหา?" ผมกระซิบเบามากๆพอให้เขาได้ยินคนเดียว
"ก็จะจูบไง"
"ถอยไป!"
"จะยอมให้ฉันจูบดีๆหรือจะให้ฉันเรียกอาร์ตฉันรู้นะว่ามันอยู่ที่นี่และนัทก็ไม่ได้บอกมันเรื่องที่จะมากับฉันใช่มั้ยล่ะ"
มันเอาอีกแล้ว ขู่อีกแล้วและก็ไม่มีทางเลือกอื่นทุกทีสิน่า
"ว่าไง?" ผมพยักหน้าช้าๆเป็นคำตอบ ถ้าอาร์ตรู้ตายแน่ๆ ทำไมฉันโง่อย่างนี้ ไอ้แว่นก็เตือนแล้วเชียวว่ามันกะล่อนแค่ไหนโธ่! ใครช่วยที
ใบหน้าของชัยเลื่อนเข้ามาใกล้ทุกทีๆพร้อมๆกับศักดิ์ศรีในตัวผมที่ค่อยๆหายไป แต่แล้วก่อนที่ริมฝีปากของเราจะพบกันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น จริงสิผมลืมปิดโทรศัพท์! เป็นครั้งแรกที่ถูกไล่ออกจากโรงหนังแต่ผมกลับดีใจสุดขีดระหว่างที่ออกไปก็พยายามหันหน้าไปทางที่อาร์ตจะมองไม่เห็น ผมก้มลงมองโทรศัพท์ เบอร์ที่ขึ้นอยู่คือเบอร์ของแว่น ผมต้องพามันไปเลี้ยงข้าวสักวันแล้วสิ
#########################################
หลบจากการเผชิญหน้าจากอาร์ตมาได้นึกว่าอะไรๆมันจะดีขึ้นซะอีกแต่ไม่เลย คิดดูนะขนาดตอนเกิดแผ่นดินไหวมันยังมีอาฟเตอร์ช็อกตามหลังมาเลย นี่ก็เหมือนกันเมื่อเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นมา เรื่องเลวร้ายกว่าก็เกิดขึ้นตาม เลิกพล่ามดีกว่าเล่าเลยละกันคือยังงี้
"นัททำไมไม่ปิดโทรศัพท์เล่า " ชัยบ่นกระปอดกระแปด เขาไม่ได้โมโหที่ถูกไล่ออกจากโรงหนังหรอกแค่โกรธที่ถูกขัดจังหวะต่างหากล่ะ ตอนนี้ผมเริ่มไหวตัวทันพยายามไม่เข้าไปตามซอกหลืบหรือมุมอับ ที่ๆมืดๆสลัวๆก็ไม่เอาอยู่ตรงที่คนเยอะๆสว่างๆปลอดภัยกว่า
"ก็ลืมนี่นา ช่างมันเถอะน่าฉันไม่อยากดูเท่าไรหรอก"
"ก็ได้ๆ งั้นเดี๋ยวไปทานข้าวกันนะ"
ว่าแล้วก็ยิ้มหวานเยิ้มหยดติ๋งๆ(ความจริงเขายิ้มมีเสน่ห์นะแต่ผมเกลียดมันนี่จะให้ชมได้ไง)
ผมพยักหน้ารับเอาไงก็เอาจะได้เสร็จๆซะที(ประโยคนี้กลายเป็นปรัชญาชีวิตผมไปซะแล้วสิ) แต่แล้วเหตุการ์ณอันไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น! ระหว่างที่เรากำลังไปหาอะไรกินกันผมก็ได้ค้นพบว่าอันที่จริงแล้วชัยไม่ได้เกลียดอาร์ต คนเดียว เขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับคนอื่นด้วยและไอ้คนที่ว่านั่นดูจะเกลียดเจ้าชัยมากกว่าอาร์ตซะอีกเพราะว่า พอมันเห็นชัยเท่านั้นล่ะมันก็ปราดเข้ามาชกทันทีเลย!
"ไอ้ชัย!" ทั้งผมและชัยหันไปหาต้นเสียง แต่มันเหมือนภาพเลือนๆเพราะเจ้านั่นพุ่งเข้ามาตั๊นหน้าคู่แค้นของมันอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ(ไม่ได้ล้อเล่นนะดูแทบไม่ทันจริงๆ) ไอ้ผมด้วยความตกใจผสมด้วยเป็นคนดีมีเมตตา กรุณา มุทิตา
อุเบกขา ฯลฯ ก็รีบเข้าไปพยุงชัยขึ้นมาท่ามกลางความแปลกใจของเขาสายตาที่เขามองผมมันดูตะลึงกว่าที่เขาเห็นไอ้คนที่ชกหน้าเขาปราดเข้ามาซะอีก
"เฮ๊ย! เป็นอะไรรึเปล่า?"
ผมเผลอถามด้วยวิสัยอันดีงาม อีกแล้ว ชัยไม่ตอบเขาแค่มองผมนิดนึงแล้วหันไปหาคู่กรณี
"ตกใจที่เห็นฉันเหรอ?" เจ้านั่นพูดลอดไรฟันดวงตามีแววสะใจ
"ไม่เลยกิต ฉันได้กลิ่นนายตั้งแต่เข้าห้างมาแล้วเหม็นๆอย่างนี้ฉันจำได้" เอาล่ะสิ! เริ่มแล้ว
"เฮ๊ย! ใจเย็นๆเพื่อน" เพื่อนของกิตพยายามห้ามเขา ใครจะไปอยากมีเรื่องกลางห้างกันล่ะจริงไหม
"ไม่! กูจะเอามันให้ตาย สารเลวอย่างมัน"
"โถๆยังคิดมากอยู่อีกเหรอเรื่องมันก็ผ่านมาแล้วนะ" ชัยพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนพลางใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปาก
"จะให้กูลืมน่ะไม่มีวันหรอก!" เจ้านั่นกัดฟันกรอด "มึงก็ห้ามลืมเหมือนกันว่าทำอะไรกะกูไว้ไอ้ชัย"
"แต่ดูท่ากูจะลืมไปว่ะช่วยรื้อฟื้นความจำหน่อยสิเผอิญฉันมันขี้ลืมง่ายซะด้วย"
เจ้ากิตแทบจะถลามาซ้ำให้ไอ้ชัยไม่มีแรงพูดอีกแต่ติดที่ถูกเพื่อนดึงไว้
"มันอะไรกันเนี่ย?" ผมหันไปหาชัย เขายักไหล่แล้วยิ้ม
"ไม่มีอะไรหรอกนัทแค่เพื่อนเก่าน่ะ "
"กูไม่ใช่เพื่อนมึง!" เจ้านั่นตวาด คนโดยรอบเริ่มมามุงดู อีกไม่นานยามต้องมาแน่แย่ล่ะสิ
"อ๋อ ถ้าไม่ใช่ งั้นฉันก็ทำยังงี้ได้สินะ" ขาดคำชัยก็ง้างหมัดเสยเจ้านั่นทันทีก่อให้เกิดมวยหมู่ขึ้น เพื่อนของกิตถลาเข้ามารุมชัย
ไอ้ผม ด้วยความทนดูไม่ได้ก็เข้าไปช่วยชกกะเขายังงงๆอยู่ว่าจะช่วยมันทำไมแต่ก็ช่วยไปแล้วนี่ เสียงคนตะโกนโหวเหวก ยามมาแล้วพร้อมกับ ตำรวจ! โอย แค่ตีกันในห้างถึงกับยกพลขึ้นบกเลยเรอะไม่ได้การผมรีบถีบคนที่จับผมไว้ออกไป
ใครจะยอมถูกตำรวจจับกัน ผมรีบไปดึงเอาชัยออกมา
"มานี่เร็ว!" ผมจับมือเขาแล้วพาวิ่งทันที
เราวิ่งๆๆและก็วิ่งวนไปวนมาหลอกล่อยามกับตำรวจจนกระทั่งพ้น ผมถึงกับหมดแรงข้าวต้มทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที
เหนื่อยเป็นบ้า จุกด้วย ผมคลำหน้าตัวเองป้อยๆ รู้สึกว่าแก้มจะช้ำนิดหน่อย เอาเถอะบอกอาร์ตว่าหมอฟันบีบกรามเราแรงไปหน่อยก็ได้วะ
"ทำไม " ชัยที่นั่งหอบแฮ่กๆและไม่ได้พูดอะไรมานานเอ่ยขึ้น
"ทำไมถึงช่วยฉัน นายเกลียดฉันไม่ใช่เหรอ?"
ผมยักไหล่เลียนแบบเจ้านั่น
"ไม่รู้สิ คงเพราะฉันมันเป็นคนดีมั้ง ถึงเป็นอาร์ตก็คงจะช่วยนายเหมือนกันมันทนดูไม่ได้น่ะ"
"หึ! มันเป็นคนดีขนาดนั้นเชียว"
"ใช่!" ดูชัยมันอึ้งๆ สักพักมันก็ลุกขึ้น
"ขอบใจ " เสียงเบากว่าตดมดอีกแต่เลาๆว่าประมาณนี้ ท่าทางขี้อายกว่าที่คิดแฮะ อืม ก็มีส่วนน่ารักบ้างล่ะนะ
ชัยมองหน้าผมแล้วเอื้อมมือมาแตะแผลที่แก้ม
"เจ็บไหม?" ผมปัดมือเขาออกเบาๆ
"ไม่มาก ช่างมันเถอะ" ชัยยิ้มๆมองผม
"ถ้าฉันมีแฟนอย่างนายก็ดี"
"ก็หาเอาสิวะ" ผมหัวเราะ
"เป็นนัทไม่ได้เหรอ?"
"อ๊ะๆ เผลอแป๊บเดียวเข้าโหมดตอแหลอีกแล้วบอกแล้วไงว่าหลอกฉันไม่ได้หรอก" ผมกอดอกมองเขา
"คราวนี้ไม่ได้หลอกนะ ฉันชอบนายจริงๆ"
"หา?"
"ฉันชอบนาย จริงๆ ฉันไม่เคยเจอใครอย่างนายมาก่อน"
เขายิ้มมองผมด้วยสายตาที่เหมือนกับ เหมือนกับที่อาร์ตมอง!
"นายตลก น่ารัก ซื่อๆแล้วยังใจดีอีก" ผมหน้าแดงแจ๋
"ไม่ใช่โว๊ย! ฉันดุ น่าเกลียดแล้วยังเหี้ยมต่างหากล่ะ"
มาแล้วครับนิสัยชอบเฉไฉเวลามีคนชมของผม
"น่ารักจริงๆนั่นแหละ" ผมหน้าแดงเข้าไปอีก
"เลิกพูดซะที!" ชัยหัวเราะหึๆแล้วเข้ามากอดผม
"อย่าเล่นบ้าๆนะ!"
"ไม่ได้เล่นบ้าๆสักหน่อย ฉันจะจูบนายต่างหากล่ะ"
ผมอ้าปากหวอ อะไรนะ? ไม่ทันให้ผมได้คืนสติชัยได้ประกบจูบผมเรียบร้อยแล้ว มันไม่เหมือนกับครั้งแรกเพราะครั้งแรกมันทำให้ผมเคลิ้มแต่ครั้งนี้มันทำให้ผม อ่อนระทวย
เขาใช้มือลูบไล้ตัวผมไปทั่วทั้งๆที่ยังจูบอยู่นั่นแหละ อ้อมแขนใหญ่ก็กอดรัดผมแน่นขึ้นผมไม่มีแรงปัดป้องหรือผลักเขาออกเลยด้วยซ้ำ สติผมกำลังเลื่อนลอยไปจนกระทั่ง
"นัท!" ทั้งผมและชัยแยกจากกันทันที อาร์ตกับแว่น! พวกเขามาเมื่อไรก็ไม่รู้แว่นยืนกุมขมับและพึมพัมอะไรอยู่คนเดียว ส่วนอาร์ตจ้องชัยเหมือนจะฆ่าให้ตายยังงั้นแหละ
ทำไมๆๆๆๆๆๆๆผมถึงโง่อย่างนี้ทำไมต้องเป็นยังงี้ผมจะอธิบายอะไรให้เขาฟังดี อาร์ตโกรธผมอย่างที่ไม่เคยโกรธมาก่อนผมรู้ดี
สายตาที่เขามองผมมันทั้งหึงหวง เจ็บปวดและตัดพ้อในเวลาเดียวกัน ผมสับสนจนอยากจะร้องไห้ที่สุดพูดอะไรไม่ออกเลยด้วยซ้ำ ในหัวมีแต่คำถาม จะทำยังไงดี? จะทำยังไงดี? ซ้ำไปซ้ำมา นี่ผมทำอะไรลงไปเนี่ย!?!
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
ตอนหกมาแล้วค่ะ ช่วงนี้กำลังสอบคงต้องพักไปก่อนมีอะไรติชมเมล์มาได้เลย [email protected]