
(Part 2)
ตอนที่4
เด็กหนุ่มผมดำซอยสั้น หน้าตาธรรมดาๆ แต่ผิวขาวๆออกจีนๆโชคดีที่ตาโตหน่อยเท่านั้น ตัวผอมๆเล็กๆหาความดูดีไม่ได้ถึงเสื้อกับกางเกงยี่ห้อดังก็ไม่ทำให้ดูดีขึ้นมาได้ นี่คือสิ่งที่ผมเห็นในกระจก
วิตกจริต คือคำที่อธิบายถึงตัวผมในตอนนี้
"ดูไม่ได้เล้ย " ผมครางเบาๆยังงี้จะมีหน้าไปเดินควงกับอาร์ตได้ยังไงกัน รายนั้นน่ะหล่อระดับกระชากใจเลยนะ ไอ้เราก็ไม่ได้หน้าตาดีอะไรขืนยืนคู่กันก็เหมือนดอกฟ้ากับหมาวัดกันพอดีน่ะสิ
ผมหมุนไปหมุนมาตรงหน้ากระจกนานร่วมครึ่งชั่วโมงอีกไม่นานอาร์ตก็จะมารับแล้ว วันนี้เราจะไปเดทกันแต่ผมไม่มีความมั่นใจนี่สิลำบาก(ถ้าคุณมีแฟนโค-ตะ-ระหล่ออย่างที่ผมมีก็จะเข้าใจ)รู้สึกตัวเองไม่คู่ควรยังไงก็ไม่รู้
"จะคว้าสูทมาใส่เลยดีไหมวะ?" ผมบ่นกับตัวเองพลางมองกองเสื้อผ้ามากมายที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้อง ผมพยายามเลือกเอาเสื้อที่ดูดีที่สุดและกางเกงตัวโปรดมาแล้วก็ยังตะขิดตะขวงใจอยู่ดีมองกระจกแล้วก็ต้องถอนใจ
"อาร์ต ฉันหน้าตายังงี้ชอบลงเข้าไปได้ยังไงฟะ?" คำถามมันก็แค่คำรำพึงรำพันไม่ได้ต้องการคำตอบแต่ดันได้ซะอีกแน่ะ
"นั่นน่ะสิ! ฉันคิดอะไรอยู่นะ?"
ผมหันขวับ อาร์ตยืนยิ้มแฉ่งเขาสวมเสื้อสีน้ำตาลเข้มเรียบๆทว่าดูมีราคา กางเกงรองเท้าไม่ต้องพูดถึงของมียี่ห้อแพงระยับทั้งนั้น แต่สิ่งเหล่านี้มันไม่สำคัญเท่าที่เขาได้ยินสิ่งที่ผมพูดเมื่อกี้นี่น่ะสิ!
"เข้ามาตั้งแต่เมื่อไร?"
"ตั้งแต่ตอนที่นายคิดจะใส่สูท" เขาพูดหยอก ให้ตายเถอะชอบทำให้เราเป็นตัวตลกอยู่เรื่อยเลย
"ไม่เห็นต้องกังวลเลยนี่ ใส่อะไรก็น่ารักอยู่แล้ว ไม่ใส่เลยก็ยิ่งน่ารัก " เดี๋ยวก่อน! คุณได้ยินที่เขาพูดไหม? มันน่า อะไรดีล่ะ
"งั้นเอาชุดนี้ล่ะจะได้น่ารักพอประมาณยังไม่อยากน่ารักมากเดี๋ยวต้องแก้ผ้าเดินซะก่อน"
อาร์ตหัวเราะกับคำพูดแก้เขินของผม เขาจูงมือผมลงไปข้างล่าง(พอเป็นแฟนกันใหม่ๆจะอยู่ในช่วงตาบอดมองอะไรไม่เห็นจะไปไหนต้องจูงมือกันไว้ ล้อเล่นน่า)
"อาร์ต นัทจะไปเที่ยวกันเหรอลูก?"
แม่ของผมทักตอนเราจะเดินออกประตูไป
"ฮะแม่ เย็นๆจะกลับนะ" แม่มองพวกเราอย่างสงสัยพักนึงเหมือนจะสำเหนียกได้ถึงสายสัมพันธ์ประหลาดๆระหว่างลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกับเพื่อนของเขา
"จะไปทำอะไรกันเหรอ?" สัญญานอันตราย! ธรรมดาแม่ไม่เคยถามหรอกว่าผมกับอาร์ตจะไปไหนกันเพราะแม่เชื่อใจอาร์ตมาก แต่ตอนนี้กลับซักไซ้ แม่ต้องรู้อะไรแน่! ผมเพิ่งรู้ตัวว่ากุมมือกับอาร์ตอยู่เลยรีบแกะมือออกมาแล้วยิ้มให้มารดาบังเกิดเกล้า
"ไม่มีอะไรหรอกฮะแม่ไม่ต้องห่วงหรอกผมกับอาร์ตไม่ไปเที่ยวผู้หญิงหรอกสาบานได้ เราเลิกไปมานานแล้ว "
"ไอ้ลูกคนนี้นี่! จะไปไหนก็ไปเลยไป๊! จริงๆเลย" แม่บ่นพึมพำไล่หลังพวกเราออกมา
ต้องขอบคุณความเป็นอัจฉริยะในการหันเหความสนใจของผม เก่งจริงเลยเรา แต่อาร์ตกลับไม่หยุดหัวเราะสักทีดูเหมือนเขาจะชอบใจมาก
"จะขำไปถึงไหน!" ผมแหวใส่ หัวเราะอยู่ได้มีอะไรตลกนักเหรอ?
"ขะ ขอโทษ ฉันแค่ไม่นึกว่านัทจะกะล่อนขนาดนี้"
เอ้า เอาเข้าไป คิดดูสิเส้นตื้นขนาดไหนขำจนไม่มีแรงไขกุญแจรถเลยด้วยซ้ำไป
########################################
เซ็นทรัลลาดพร้าวคือที่หมายของเรา ผมกับอาร์ตวางแผนเอาไว้ว่าจะเดินเล่นกระหนุงกระหนิงกันไปทานข้าวกันสองต่อสองแล้วดูหนังสักรอบ หลังจากนั้นเราก็จะพากันไปโรงแรมเอ๊ย! กลับบ้าน(เฮ่อ เสียดาย) เราดีใจกันมากเพราะการที่จะได้อยู่กันตามลำพังอย่างนี้หาโอกาสได้ยากยิ่งเพราะผมกับอาร์ตเรียนกันคนละคณะหนึ่งล่ะ เวลาเรียนเวลาเลิกก็ดันไม่ตรงกันแล้วยังมีพวกประสงค์ดี(แต่เจตนาร้าย)นิรนามพยายามทำให้เราเลิกกัน คุณคงเดาได้ว่าส่วนใหญ่เป็นแฟนเก่าของอาร์ต อีกส่วนก็เป็นพวกเพศที่สามที่เพิ่งมาตรัสรู้ว่าพ่อหนุ่มหล่อลากดินนายอาร์ตของเราเป็นเกย์ก็เห็นโอกาสเหมาะๆที่จะทำคะแนนและแย่งแฟนชาวบ้าน ลำบากเหลือเกิน คิดถูกป่าววะกู
อาร์ตในตอนนี้เดินยิ้มกริ่มอย่างเป็นสุขข้างๆผมแถมยังกุมมือผมอย่างไม่อายสายตาประชาชีใดๆ ทั้งสิ้นอย่างว่าแหละอาร์ตไม่ค่อยแคร์สายตาคนอื่นอยู่แล้วเลยไม่เป็นไร แต่ผม เป็นแค่เกย์ฝึกหัด(เรียกว่ามือใหม่นั่นแหละ) จะมาหน้าด้านอย่างเขาก็ทำไม่ได้คอยแต่จะระแวดระวังไปหมดว่าใครจะเห็น ผมหลบสายตาคนแบบซ้ายทีขวาทีจนอาร์ตทนไม่ได้
"นายอายที่ไปไหนมาไหนกับฉันหรือไง?" เขาพูดเสียงดังพอที่คนที่เดินอยู่ท้ายห้างจะได้ยินเราเลยล่ะ
"หา?" ผมเอ๋อเลยไม่นึกว่าเขาจะพูดตรงๆแบบนี้
"ฉันถามว่าอายเหรอที่อยู่กับฉัน?"
เอาล่ะสิ สถานการณ์วัดใจล่ะทีนี้
ผมมองไปรอบๆมีแต่คนมองเราสองคนผมแทบจะได้ยินความคิดพวกเขาเลย
"เกย์! เกย์แหงๆเลยจับมือกันด้วย"
"แหวะ จะอ๊วก เดินจูงมือกันออกหน้าออกตาไม่อายชาวบ้านเขาเลย"
และอื่นๆ ผมรู้สึกแย่มากๆ สังคมไม่ได้เปิดกว้างให้คนอย่างผมกับอาร์ต มีแต่จะเหยียบย่ำซ้ำเติมเสียมากกว่า
ผมเงยหน้ามองอาร์ตซึ่งตอนนี้จ้องผมตาไม่กระพริบเพราะบางทีคำตอบของผมตอนนี้อาจจะเป็นตัวบ่งถึงอนาคตของเราสองคนว่าจะไปรอดไหมก็ได้
"ว่ายังไง?" ผมสูดหายใจลึกแล้วค่อยๆปล่อยออก ถ้าจะให้เลือกระหว่างคนพวกนั้นกับอาร์ตผมย่อมต้องเลือกอาร์ตแน่นอนคนพวกนั้นไม่ได้แคร์ผมสักหน่อย พวกเขาแค่ไม่ชอบสิ่งที่เห็นแล้วผมจะแคร์พวกเขาทำไมจริงไหม?
ผมควรจะแคร์คนที่ผมรักและรักผมมากกว่า ตัดสินใจได้แล้วก็เชิดหน้าบ่าตั้งจับมืออาร์ตให้มั่นแล้วยิ้มหวานสุดชีวิต
"ไม่นี่! ฉันชอบเดินกับนายชอบทำอะไรๆกับนายและที่ชอบที่สุดก็คือการที่ได้อยู่กับนาย"
อาร์ตยิ้มกว้าง ไม่แปลกหรอกที่เขาจะดีใจเพราะผมพูดดังกว่าเขาเมื่อกี้นี้อีก หวังว่าคงไม่มีคนรู้จักได้ยินหรอกนะ
"ไปกันเถอะ" อาร์ตดึงผมให้เดินต่อไปค่อนข้างเร็ว
"ฉันรู้ว่านายอาย" หา! อายเหรอ?
ผมหันไปมองเงาตัวเองในกระจก หน้าแดงกว่าปกติจริงๆด้วยนึกว่าเก็บมิดแล้วเชียวนะ ผมก้มหน้างุดแล้วเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย (อายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆโว๊ย!)
"แถวนี้คงจะหาปี๊บคลุมหัวยากสักหน่อยแต่ถ้าไม่รังเกียจจะซบอกฉันแก้เขินก็ได้นะ"
"บ้า! ใครจะทำ" ความจริงก็อยากทำอ่ะนะ เรานี่ทะลึ่งจริงๆเลยแฮะ
###################################
ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดูจะเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามคือที่ๆอาร์ตจะพาผมมากิน แต่คนเยอะยังกะแจกอาหารฟรีอย่างนี้จะไหวไหมนะ กว่าจะได้กินคงมืดนู่น อาหารตามสั่งที่เพิงหน้าห้างก็ไม่เลวนะอีกอย่างไอ้เราก็ลูกทุ่งๆอยู่ด้วยอาหารญี่ป่งญี่ปุ่นกินไม่เป็น รู้จักแต่ยากิโซบะอยู่อย่างเดียว(น่าสมเพชเนอะ)
"อาร์ตๆ" ผมกระตุกเสื้อเขา
"อะไรนัท?"
"ไปกินที่อื่นดีกว่าไหม คนเยอะอย่างนี้รอนานแน่เลย" หิวแล้วด้วยไม่อยากรออ่ะ
"ไม่เป็นไรฉันจองเอาไว้แล้ว" จองแล้วเหรอ? รอบคอบดีแฮะ ผมเดินตามเขาต้อยๆร้านหรูดีแฮะจัดแบบญี่ปุ่นมีทั้งแบบนั่งเบาะแบบนั่งเก้าอี้ธรรมดา อืม อยากลองนั่งเบาะแฮะคงได้บรรยากาศดี เหมือนสวรรค์เป็นใจหรืออาร์ตรู้ใจเราก็ไม่รู้เขาจองโต๊ะด้านในสุดแบบนั่งเบาะแถมมีฉากกั้นสายตาคนโดยรอบ แต่โซนนี้มีสองโต๊ะนี่นา ยังงี้พอมีคนอื่นมานั่งด้วยก็ทำอะไรไม่สะดวกน่ะสิ(อย่าคิดอกุศลแค่จะจู๋จี๋กันไม่ได้คิดจะนอนกันในนี้) เหมือนอาร์ตจะรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่เลยพูดมาลอยๆ
"ฉันจองไว้สองโต๊ะเลยนะ เผื่อนัทกินมูมมามจะได้ไม่อายชาวบ้านเขา"
เกือบแล้วเชียว เกือบจะซึ้งแล้วเชียว นึกว่าไม่อยากให้คนอื่นเขามาเป็นก.ข.ค.ที่ไหนได้กลัวขายหน้า(ความจริงก็รู้นะว่าเขาล้อเล่น)
"นัททานอะไรดี?" อาร์ตกางเมนูถามผมด้วยมารยาทของแฟนที่ดี
"ฉันเอายากิ "
"พอเลยๆ กินอยู่ได้อย่างเดียวไอ้ยากิโซบะเนี่ย" เขาโพล่งออกมาก่อนที่ผมจะสั่งจบเสียอีก
ดันพูดต่อหน้าพนักงานเขาด้วย ไอ้อาร์ตบ้าอย่างนี้เขาก็รู้ว่าฉันมันบ้านนอกน่ะสิ!
"แล้วจะให้กินอะไรล่ะ?" อาร์ตเปิดเมนูดูไปเรื่อยๆ
"อันนี้เป็นไง บะหมี่เย็น ลองกินไหมอร่อยดีนะ"
บะหมี่เย็น เคยกินแต่บะหมี่ร้อน แต่ เอาก็เอาวะ ผมพยักหน้า ช่างเหอะขี้เกียจคิดเหมือนกันหิวแล้วด้วย
อย่างที่บอกผมสั่งบะหมี่เย็นส่วนอาร์ตน่ะเหรอประหลาด สั่งข้าวหน้าปลาไหลย่าง! กินลงได้ยังไงกัน แต่ดูเขากินท่าทางอร่อยแฮะ
"ลองกินดูไหม?" ผมส่ายหน้าไม่เสี่ยงดีกว่า
"เถอะน่า ลองดูอร่อยนะ"
พูดไม่พูดเปล่าดันคีบมาประเคนถึงปากเลย ผมทำหน้าแหย
"ไม่เอา"
"ไม่ชอบเหรอ?"
"แค่นึกถึงก็ขนลุกแล้ว" น่าขยะแขยงจะตายไป แต่อาร์ตกับทำหน้าบึ้ง ผมชักกังวลโกรธอะไรขึ้นมาเนี่ย
แค่ไม่กินปลาไหลย่างเนี่ยนะ
"นัท!" ผมสะดุ้ง
"ฟังนะ สิ่งเดียวที่นัทนึกถึงแล้วควรจะขนลุกน่ะมีแค่ฉันเท่านั้นปลาไหลหรือคนอื่นไม่เกี่ยว!"
ผมอ้าปากหวอ ตกใจนะบอกให้อึ้งไปพักใหญ่เลยแล้วหน้าก็เริ่มแดงแล้วก็แดงขึ้นไปอีก อาร์ตยิ้มกริ่มมองผมด้วยแววตาขี้เล่น
"ฉันจะทำยังไงกับนายดีนะ" ผมถอนหายใจรู้สึกว่าตัวเองจะยิ้มก็ไม่ใช่จะบึ้งก็ไม่เชิง
"มีอย่างเดียวที่นายจะทำได้"
"อะไรล่ะ?"
"อย่าหยุดรักฉัน" เขากุมมือผมไว้ แล้วมองตาผม
เขามองเหมือนกับว่าผมคือคนที่เขาเฝ้ารอมาตลอดชีวิตเหมือนกับผมคือคำตอบของคำอธิษฐานของเขาและผมก็มองตอบไปด้วยแววตาแบบเดียวกัน!
"ฉันสัญญา ถ้าอาร์ตสาบานกับฉันว่าจะไม่หยุดรักฉันเหมือนกัน"
เขายิ้มอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วกระซิบตอบผม
"ฉันสัญญา ฉันจะรักนัทตลอดไป และมากขึ้นทุกๆวันด้วย"
ใบหน้าของเราโน้มมาใกล้กันจนริมฝีปากมาบรรจบโชคดีที่อาร์ตเลือกมุมปลอดจากสายตาคนแถมสั่งไม่ให้พนักงานเข้ามากวนด้วย ทุกอย่างมันกำลังดำเนินไปตามครรลองของมัน(แค่จูบนะขอย้ำ!)ถ้าไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นซะก่อน
"ฉันบอกแล้วว่าจะเอาโต๊ะที่อยู่ในสุด!"
เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังก้องมาจากด้านหน้าร้านปลุกเราทั้งสองให้ตื่นจากภวังค์
"ขอประทานโทษด้วยนะคะ แต่ว่าโต๊ะด้านในเต็มแล้วกรุณานั่งโต๊ะด้านนี้แทนนะคะ"
"ไม่! ก็เห็นอยู่ว่ามันว่าง"
เขากำลังพูดถึงโต๊ะที่อยู่ไม่ห่างจากโต๊ะของเรา โต๊ะที่อาร์ตจองไว้สามารถมองเห็นได้ง่ายแม้กระทั่งจากหน้าร้านเพราะมันอยู่ตรงสุดทาง เขาคนนั้นมองไม่เห็นโต๊ะที่ผมกับอาร์ตนั่งเพราะเราอยู่ในมุมที่มีฉากกั้น แต่เขาจะเห็นเราแน่ถ้าเขาดึงดันจะเข้ามานั่งโต๊ะนั้น
"ฉันจะนั่งโต๊ะนั้น!"
เสียงฝีเท้าของชายคนนั้นใกล้เข้ามา อาร์ตเองดูจะโมโหอยู่เหมือนกัน(ที่โดนขัดจังหวะ) พนักงานพยายามห้ามแต่เขาก็ยังเดินเข้ามาจนได้
คุณน่าจะได้เห็นสีหน้าของอาร์ต มันซีดเผือด! ผมไม่เคยเห็นเขาเป็นอย่างนี้มาก่อน เหมือนเขากลัวคนๆนี้ ไอ้คนที่ผมว่าเป็นผู้ชายตัวสูงใหญ่หน้าตาคมเข้มหล่อเหลาแต่ตาดุเป็นบ้า ทั้งคู่จ้องกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ผมสังเกตเห็นว่าอาร์ตพยายามบังไม่ให้หมอนั่นเห็นผมหรืออย่างน้อยก็จะได้เห็นไม่ถนัด
"ไม่นึกว่าจะได้มาเจอที่นี่นะเนี่ย"
" " อาร์ตไม่สนใจจะตอบคำถามหรือไม่ก็พูดไม่ออก
"พอดีเลย! ฉันจะนั่งโต๊ะนี้เราจะได้คุยกัน"
เจ้านั่นพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วไม่ใช่ประเภทเพื่อนเก่าเพื่อนแก่มารื้อฟื้นความสัมพันธ์แน่ พูดเสร็จก็นั่งลงทันทีท่ามกลางความลำบากใจของพนักงาน
"คุณคะโต๊ะนี้นั่งไม่ได้นะคะมีคนจองแล้ว "
แต่เจ้านั่นไม่ฟังเสียง
"เมนูอยู่ไหนไปเอาเมนูมาซี่ยืนบื้ออยู่ได้"
"โต๊ะนี้มีคนจองแล้วค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ ด้วยขนาดตัวของเจ้านั่นแค่มือเดียวกำคอเธอผู้นั้นได้รอบเลยล่ะมั้ง
"ไหนล่ะคนจอง!" เธอหันมามองอาร์ตอย่างขอความช่วยเหลือ
"ฉันเอง!" เจ้านั่นมองอาร์ตอย่างสงสัยแล้วก็ดูเหมือนจะสังเกตเห็นผม มันจึงยิ้มออกมาเหมือนรู้อะไร
"แฟนใหม่เหรอ? แนะนำหน่อยสิ"
"ไม่ใช่! แค่เพื่อน อย่ายุ่งกับนัท" อาร์ตสวนขึ้นมาทันที
"ชื่อนัทเหรอน่ารักดีนะ ผู้ชายสินะแต่ช่างเถอะ"
ช่างเถอะอะไรวะ
"ว่าแต่ถ้าไม่ใช่แฟนกันแกจะจองที่ไม่ให้คนอื่นมากวนอย่างนี้ทำไมวะ?"
"ไม่ใช่เรื่องของแก" ผมชักรู้สึกไม่ดีแล้วสิ ดูเหมือนยิ่งเจ้านั่นพูดมากเท่าไรอาร์ตก็จะหมดความอดทนมากขึ้นเท่านั้น
"อาร์ต กลับเหอะฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย"
ต้องหาทางไปให้พ้นเจ้านี่ซะก่อนที่อาร์ตจะตบะแตกซะก่อน
"เสียงก็น่ารัก หันมาทางนี้หน่อยสิน้องนัท "
เจ้านั่นยิ้มแสยะ อาร์ตทำท่าเหมือนจะไปชกแต่ดีที่ผมดึงไว้ ผมสั่งเช็กบิลทันที จ่ายๆซะแล้วจะได้ไปขืนอยู่ต้องเกิดเรื่องแน่
"อาร์ตแกจะไปไหนก็ไปแต่ทิ้งนัทไว้เป็นเพื่อนกันหน่อยสิวะเหงาชิบ เรื่องแค่นี้ทำให้ได้ไม่ใช่เหรอ เรามีอะไรก็แบ่งกันมาตลอดไม่ใช่เหรอ?"
สติของอาร์ตขาดดังผึง เขาโผไปชกเจ้านั่นจนหงายหลังทันที
"อย่ายุ่งกับนัทไม่งั้นฉันเอาแกแน่!"
เจ้านั่นใช้มือลูบกรามที่ถูกชกมาหยกๆแล้วมองอาร์ตอย่างสะใจ
"แกกลัวล่ะสิ " มันยิ้มแสยะ
"เพราะว่าฉันมักจะแย่งของๆแกมาได้เสมอ แฟนแกกี่คนฉันก็แย่งมาได้หมด ครั้งนี้ก็เหมือนกัน!"
แววตาหื่นกระหายนั่นทำเอาผมขนลุกซู่ ผมรีบกระตุกเสื้ออาร์ตให้เดินออกไป เจ้านั่นตะโกนไล่หลังเรา
" ฉันชื่อชัย! อย่าลืมนะนัท!"
อาร์ตไม่พูดอะไรเลยตลอดเวลาที่ขับรถไปส่งผม ถามเท่าไรก็ไม่ตอบผมอยากรู้ว่าเจ้านั่นเป็นใครทำไมถึงได้มีอิทธิพลกับอาร์ตนัก ทำไมเจ้านั่นถึงทำให้ผมเป็นกังวลได้ขนาดนี้ทั้งที่เพิ่งเจอกัน ทำไมเจ้านั่นถึงทำให้ผมสังหรณ์ใจว่ามันจะนำเอาเรื่องร้ายๆมาให้เรานะ!
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]