(Part 2)

ตอนที่3

เสียงโทรศัพท์ดังนานร่วมสิบนาทีแต่ผมก็ยังไม่ขยับ ผมรู้ว่าเป็นอาร์ตแน่ๆฝ่ายคนโทร.ก็ช่างมีความพยายามสูงดีเหลือเกินไม่ยอมแพ้สักที

"นัท! อยู่ไม่ใช่เหรอลูก รับโทรศัพท์สิ!"

เสียงแม่ของผมตะโกนมาจากชั้นล่าง

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมา!….เพียงเพื่อจะวางมันลงที่เดิมอีกครั้งคราวนี้มันเงียบไปเลยดูเหมือนจะตัดใจไปแล้วล่ะมั้ง

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาผมก็หลบหน้าอาร์ตมาตลอดขนาดวิชาเลือกเสรีที่เราลงเรียนด้วยกันผมยังโดดสองอาทิตย์ติดกันเลยคุณ

ทั้งมหาลัยคุ้ยเอาเรื่องของเรามาคุยกันอย่างสนุกปาก พวกเขาคิดว่าเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นที่สระน้ำวันนั้นทำให้ผมโกรธเขามากจนไม่ยอมพบหน้า บางพวกก็ว่าผมตอแหลชอบเรียกร้องความสนใจ และก็มีอีกหลายข้อสันนิฐานที่พวกเขาเดากันขึ้นมา แต่พวกนั้นไม่รู้หรอกว่าเรื่องจริงๆเป็นยังไง ไม่มีใครรู้แม้แต่อาร์ตเองก็ไม่รู้หรอกว่าที่ผมหลบหน้าเขาไม่ใช่เพราะว่าผมโกรธหรือเกลียดเขาแล้วแต่เป็นเพราะรักแทบบ้าต่างหากล่ะ ถ้าผมจะโกรธใครก็คงจะโกรธตัวเองนี่แหละที่โง่ไม่ยอมรู้ตัวให้เร็วกว่านี้ ทั้งที่ผมไม่มีความคิดที่จะเป็นเกย์เลยสักนิด แต่ก็ต้องยอมรับว่าผมเป็นเกย์ ก็แล้วจะให้เรียกคนที่รักเพศเดียวกันว่าอะไรถ้าไม่ใช่เกย์ ผมไม่ใช่พระเอกการ์ตูนแนวโฮโมประเภทที่จะแก้ตัวว่า

"ผมไม่ใช่เกย์นะ! แค่คนที่ผมรักเป็นผู้ชายเท่านั้นเอง"

ยังงี้มันหลอกตัวเองแล้ว (ที่รู้ดีนักเพราะไปหามาอ่านศึกษาไงจะได้ตามทัน)

ผมกำหมอนแน่นแล้วปามันลงพื้น "โอ๊ย! อึดอัดโว๊ย!"

อึดอัดที่สุดเลย ไอ้คำว่าอกจะแตกตายนี่ไม่เกินความจริงเลยนะ ผมเคยหัวเราะกับเพลงรักหวานเลี่ยนประเภทที่ว่า ขาดเธอเหมือนขาดใจ หรือ ใจจะขาดรอนๆอะไรเทือกนี้ว่าเหลวไหลสิ้นดี แล้วคราวนี้เป็นไง ไอ้ที่ผมหัวเราเยาะไว้ดันเกิดกับผมขึ้นมาจริงๆซะด้วย แต่ที่แย่คือมันรู้สึกแย่กว่าที่คิดไว้เยอะเลย ผมรักเขาแต่ไม่อยากเป็นเกย์นี่นา!

"อาร์ตเองก็คงจะรู้สึกแบบเราตอนที่รู้สึกตัวสินะ"

ผมยกมือขึ้นทาบอกแค่นึกถึงเขาก็ทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นแล้ว…

"โว๊ย!…ไม่ใช่นางเอกหนังไทยนะเฟ๊ย! ไอ้นัทระงับใจหน่อย!"

ผมล้มตัวลงนอนบนเตียงตาก็ดันเหลือบไปเห็นรูปถ่ายของผมกับอาร์ตตรงหัวเตียง ในรูปนั้นเรายังเด็กกันมากแค่13-14เองล่ะมั้ง ตัวผมยิ้มกว้างเห็นฟันขาวแต่อาร์ตกับยิ้มแห้งๆดวงตาดูเศร้าๆพิกล…ใช่แล้ว! มันคงเป็นช่วงที่เขารู้ตัวว่ารักเราสินะ ผมหัวเราะหึๆ

"สงสัยมันจะช็อก เราเองยังช็อกเลยนี่นา"

ผมใช้นิ้วไล้ไปที่รูปของอาร์ตอย่างลืมตัว พอนึกขึ้นได้ก็รีบวางรูปไว้ที่เดิมอย่างลนลาน รู้สึกได้ถึงความร้อนที่เพิ่มขึ้นบนแก้มทั้งสองข้าง

"บ้าจริง! ทำอะไรนะเรา" ผมฟุบหน้ากับหมอน ขืนเป็นยังงี้ต้องแย่แน่ๆ พรุ่งนี้วิชาประวัติศาสตร์มีรายงานหน้าชั้นด้วยจะโดดก็ไม่ได้ แล้วอีกอย่างผมกับอาร์ตก็ดันอยู่กลุ่มเดียวกัน(ตอนเลือกวิชาเลือเสรีดันเลือกด้วยกันก็งี้แหละ) ถ้าเจอเขาพรุ่งนี้ผมจะทำยังไงดี? ผมจะมองหน้าเขาได้โดยที่ไม่รู้สึกอะไรหรือเปล่านะ?

"โอ๊ย!" หัวใจเจ็บจี๊ดๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเครียดหรือว่าอะไรบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ข้างในกันแน่

อะไรบางอย่างที่แสนร้อนแรง ท่วมท้น และต้านทานไม่ได้

อะไรบางอย่างที่ดูเหมือนว่าจะมีอำนาจเหนือสามัญสำนึกของผมมากขึ้นๆทุกๆนาที

อะไรที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อถ้าเพียงแต่คุณไปกระตุ้นเร้าเพียงเล็กน้อย

อะไรบางอย่างที่เขาเรียกกันว่าความรัก!

#########################################

ห้องเรียนเต็มไปด้วยผู้คนมากมายดูแปลกตากว่าทุกวัน น่าแปลกผมคิด ทุกทีมีคนมาแค่โหลงเหลงแต่วันนี้มากันครบเหมือนนัดกันไว้ ประหลาดมาก อาจเป็นเพราะวันนี้มีรายงาน…หรือเพราะเรา? สายตาทุกคู่จับจ้องที่ผมทันทีที่เดินเข้าไป แล้วก็หันไปซุบซิบกันใหญ่ (หนอย…นึกว่าไม่ได้ยินหรือไง คนร่วม50คนกระซิบกระซาบทีเดียวพร้อมกันนี่มันดังกระหึ่มเลยนะเฟ๊ย!)

ถ้าจะดังใหญ่ซะแล้วเรา…ผมถอนใจ จะมีอะไรแย่กว่านี้ไหมนะ?

ผมเดินไปนั่งที่กลุ่มของตัวเองข้างๆผมมีเก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีหนังสือที่แสนคุ้นตาวางอยู่ หนังสือของอาร์ต! ตายห่า! (ขอโทษที่หยาบคายแต่เป็นคุณก็ต้องอุทานแบบนี้)

ผมจ้องหนังสือของเขาไม่วางตา ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะจ้องไปทำไม? จนไอ้เอกเพื่อนกลุ่มเดียวกันนึกเวทนาเลยบอกให้เอาบุญ

"มันไปเข้าห้องน้ำแน่ะ" ผมมองหน้ามันแบบเคืองๆ

"ใคร?"

"ไอ้อาร์ต" มันตอบพาซื่อ โธ่…ไอ้…

" ใครถามมึงวะ?" น่ารำคาญจริงไม่ได้อยากรู้สักหน่อย

"ไอ้นัท…มึงยอมรับมาเหอะน่าว่ามึงอยากรู้กูเห็นมึงจ้องเอาๆจนโต๊ะไอ้อาร์ตจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว…โอ๊ย!"

ผมตบกระโหลกมันไปทีนึงโทษฐานยุ่งเรื่องผัวๆเมียๆ เอ๊ย! เรื่องชาวบ้าน

ใครคนหนึ่งเดินเข้ามาผมรู้สึกได้เลยว่าเป็นอาร์ตแม้ไม่ได้หันไปดูเพราะเสียงโดยรอบกระซิบกระซาบกันเบาๆ(แต่ประสานกันแล้วโคตรดัง)

"มาแล้วๆ"

"คนนี้แหละเธอ"

"ว๊าย! หล่อด้วยล่ะไม่น่าเลยนะ" ฯลฯ ขี้เกียจบรรยาย

ผมปฏิเสธที่จะหันไปทั้งที่ใจมันแทบจะกระโดดเข้าไปหาเขาแล้ว อาร์ตเดินมานั่งลงข้างๆผม อดทนๆอย่าหันไปนัท เอ็งจะเป็นเกย์ไม่ได้ ไม่ว่าแกจะรักเขาแทบตาย หลงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แค่ได้ยินเสียงก็แทบละลาย แกก็จะหันไปไม่ได้ จำไว้นัทถ้าแกหันไปสบตาชีวิตลูกผู้ชายของแกจบสิ้นแน่ ห้ามหันไป! พุทโธ…ธัมโม…สังโฆ…อะไรโตๆอีกวะ?

"นัท…" เปรี๊ยะ! (เสียงของจิตใต้สำนึกแตกกระจาย) พระเจ้า…ผมแพ้แล้ว ใช่แล้ว ผมค่อยๆหันไปโดยไม่รู้ตัว อาร์ตมองหน้าผมตรงๆ เขาหล่อจริงๆให้ดิ้นตายซีเอ้า!

"คือ…ฉัน" อะไรๆ? หัวใจส่วนนึงตะโกนก้อง แต่อีกส่วนก็พยายามดึงกลับมาอย่างเต็มที่ อย่ายอมแพ้นะ อย่าใจอ่อน…

แอ๊ด!

อาจาร์ยเปิดประตูเข้ามาพอดีฉากพ่อแง่แม่งอนจึงยังไม่เกิดขึ้น…โชคดีไป เรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่าถ้าผมเปิดโอกาสให้เขาแก้ตัว

หรือถ้าผมใจอ่อนเองล่ะก็ ผมก็คงจะเลือกเขาจริงๆแน่!

#######################################

การรายงานจบลงอย่างทุลักทุเล แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี

ผมพุ่งออกประตูไปราวกับจรวดรีบรี่ไปที่ลิฟต์คนแรกภาวนาให้ลิฟต์มาเร็วๆ แล้วจะได้กดลงไปคนเดียว(ขืนรอคนอื่นเดี๋ยวอาร์ตก็ตามมาทันพอดี) ประตูลิฟต์เปิดและพระเจ้าก็เข้าข้างผม ไม่มีคนเลย! ผมแทบจะวิ่งกระโดดสลับขาแบบหนูน้อยหมวกแดงไปเลยถ้าคนอื่นไม่ได้มองอยู่ ผมรีบกดปิดอย่างรวดเร็วทว่ามีมือๆนึงกันประตูลิฟต์เอาไว้เป็นผู้ชายที่ตัวยังกะยักษ์ มันยักคิ้วแผลบใส่ผม

"จะลงคนเดียวเหรอ? รอคนอื่นด้วยซี่" "คะ..คือฉันรีบน่ะ"

ผมพยายามปัดมืออันใหญ่โตของมันให้พ้นทาง

โธ่…อย่าสิวะเดี๋ยวตามมาทันพอดี………ไม่ทันแล้วเขามาแล้ว!

อาร์ตเดินมาช้าๆอย่างสบายใจก้าวเข้ามาในลิฟต์เรียบร้อยไอ้ยักษ์เฝ้าลิฟต์ก็อถอยออกไปประตูลิฟต์ก็ปิด สรุปโดยรวม ผมอยู่ในลิฟต์กับอาร์ตสองคน! อาร์ตมองหน้าตื่นๆของผมแล้วหัวเราะ แผนของเขานะเอง!

"นาย…นาย" ผมพูดไม่ออก โว๊ย!แม่งโคตรเจ้าเล่ห์เลย!

"ใช่…ฉันเอง" เขากดหยุดลิฟต์ๆกระตุกทีนึงแล้วไฟก็ดับลง เรามองเห็นกันได้รางๆจากไฟสำรองดวงเล็กๆที่สว่างขึ้นมาแทน

"นายวางแผนทั้งหมด!"

"ใช่! ก็นายเล่นไม่รับโทรศัพท์ แถมยังหลบหน้าฉันตลอดใครจะไปทนได้กันล่ะนัท"

ผมชักหวั่นใจตัวเอง ไอ้สถานการ์ณแบบนี้มันเข้าหลักละครน้ำเน่าเลย ตามบทผมต้องเง้างอน อาร์ตก็งอนง้อ ผมต้องทำสะดีดสะดิ้ง เขาง้ออีกสักพักจากนั้นก็ดึงผมไปจูบ ผมขัดขืนพอเป็นพิธีแล้วก็โอนอ่อนยอมตาม หลังจากนั้นก็คืนดีกัน ดีไม่ดีเสียตัวในลิฟต์ไปเลยด้วย!

"คิดอะไร?" คนหน้าหล่อถามหยอกๆ ท่าทางจะรู้ว่าผมคิดอะไร

"เปล่า!" ผมต้องปฏิเสธไว้ก่อนเดี๋ยวเข้าทางมันหมดล่ะยุ่ง

"เราคุยกันได้หรือยัง?"

"เราไม่มีอะไรต้องคุย!"

"มีสิ"

"ไม่มี"

"มี!"

"ไม่มี!"

"ไม่มี!" อาร์ตโพล่งขึ้นมา

"มี!…เอ๊ย! อาร์ตนาย!" ฮึ่ม! มันน่านัก รู้สึกเหมือนเป็นคนบ้าเลยแฮะเรา

"นัท…" เอาอีกแล้วทำตาอย่างนั้นใส่อีกแล้ว ไอ้บ้าอาร์ต! ฉันใจอ่อนนะเฟ๊ย!

"ยังโกรธอีกเหรอ?"

"…."

อยู่ๆอาร์ตก็ใช้แขนทั้งสองข้างโอบรอบตัวผมเอาไว้แล้วรั้งผมไว้แนบอก

โอย! หัวใจจะละลายหมดแล้ว ผมพยายามถอยห่างเพราะไม่อยากให้เขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามผิดกับก่อนหน้านี้แต่ไม่เป็นผล แข็งแรงเป็นบ้า ผมเลยต้องยอมให้กอดแต่โดยดี

แล้วเขาก็กอดผมอยู่อย่างนั้นนานสองนานโดยไม่พูดอะไรเลย ถ้าเป็นคุณคงจะอึดอัดสินะ แต่น่าแปลกที่ผมกลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดผมก็รู้ได้ว่าเขารู้สึกยังไง ผมรู้สึกยังไง ผมหลับตาลงทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ถ้าเพียงแต่วันนั้นอาร์ตไม่ได้ตัดสินใจบอกรักกับผม ถ้าเพียงแต่วันนั้นไม่ใช่วันเมษาโกหก ถ้าเพียงแต่ผมรู้ว่าเขาพูดจริง

ปัจจุบันผมคงไม่ต้องตกที่นั่งลำบากอย่างนี้ ไม่ต้องสับสนกับชีวิตของตัวเองขนาดนี้ แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าเรื่องเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นผมคงไม่รู้ตัวว่าผมรักเขา หรืออาจจะรู้ตัวเมื่อสายไปแล้วก็ได้ และถ้าให้ผมย้อนเวลาไปวันนั้นอีกครั้งผมก็คงจะตอบเขาอย่างเดิม ตอนนี้ก็มีทางเลือกมาให้ผมตัดสินใจอีกครั้ง ผมควรจะเลือกอะไรดี เขาหรือว่าครอบครัว?

"อาร์ต…" ผมเงยหน้ามองเขา

"ฉันมีอะไรจะบอก…"

ผมบอกเขาทั้งหมดเรื่องที่ผมเข้าใจผิดและหลอกเขาไปในวันที่เขาบอกรักผม ที่ว่าผมกลัวเขาจะเสียใจเลยยอมคบด้วย

และเรื่องที่ในที่สุดผมก็ได้รู้ว่าผมเองก็รักเขาไม่ทันจะพูดจบอาร์ตก็ยิ้มแก้มแทบปริ

"งั้นก็ไม่มีอะไรให้กังวลแล้วนี่ ฉันรักนาย นายก็รักฉัน…" เขาจูบแก้มผมเบาๆ

"ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี ฉันจัดการกับแฟนเก่าพวกนั้นแล้ว จะไม่มีใครมายุ่งกับเราอีกดีไหมล่ะ? ทีนี้ก็หายโกรธได้แล้วนะ?" เขาลูบผมของผมเล่นดวงตาฉายแววขี้เล่นเหมือนเคย ให้ตายเถอะผมรักเขาจริงๆซะด้วย

"ไม่โกรธแล้วล่ะ…แต่"

"แต่อะไร?"

"ฉันกำลังคิด…" อาร์ตทำตาโตแหย่ผม "คิดเหรอ? นายคิดอะไรก่อนทำด้วยเหรอ?…โอ๊ย!"

ผมเหยียบเท้าเขาแรงๆทีนึง

""ใช่สิ! ฉันต้องคิด คิดว่าจะเลือกใครระหว่างนายกับครอบครัวของฉัน"

อาร์ตดูอึ้งไปเลย มันไม่ง่ายนักหรอกที่จะเลือกเพียงอย่างเดียวจากสิ่งสองสิ่งนี้

"ลองคิดเล่นๆดูนะ ถ้าฉันเลือกนาย…อาร์ต ฉันจะสูญเสียทุกอย่างที่มีมาและทุกอย่างที่ผู้ชายควรจะได้ พ่อแม่จะตัดหางปล่อยวัดฉัน ฉันจะไม่มีโอกาสสร้างครอบครัวอย่างคนอื่นเขา ไม่มีโอกาสมีเมีย ไม่มีโอกาสมีลูกแล้วยังทำให้วงษ์ตระกูลเสื่อมเสียอีก…"

คุณน่าจะได้เห็นหน้าตอนนี้นะสลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ

"แต่!" ผมพูดเสียงดังขึ้นให้เขาสนใจฟัง

" แต่ถ้าฉันเลือกครอบครัวของฉัน ฉันก็ไม่ต้องเสียอะไร พ่อแม่ตายตาหลับ เมียก็ได้แต่ง ลูกก็มี ครอบครัวสมบูรณ์แบบ มีความสุขเหมือนคนปกติเขา สิ่งที่ต้องทำมันก็มีแค่…"

ผมมองหน้าเขาซึ่งตอนนี้ดูเจ็บปวดมากทีเดียว ผมยกมือไปแตะแก้มเขา

"ก็แค่…ใช้มีดแหวกอกตัวเองแล้วควักหัวใจตัวเองออกมาสับๆๆแล้วโยนทิ้งซะก็เท่านั้นเอง!"

ใบหน้าหล่อนั้นยิ้มแฉ่งพลางกอดรัดผมแน่นขึ้น

"เฮ้ๆๆๆคิดเหรอว่าฉันจะเลือกนาย!"

อาร์ตพยักหน้าอย่างเอาจริงเอาจัง "นายเลือกฉันแน่นอน!" เขาพูดอย่างหนักแน่น

"แน่ใจได้ยังไง?"

"ก็นายกลัวมีดแล้วยังกลัวเลือดอีกต่างหากนี่นา…"

เขาประกบริมฝีปากลงมาแล้วจูบผมอย่างหยอกเย้าแต่เต็มไปด้วยอารมณ์เสน่หา ผมเองก็โอบกอดเขาไว้แน่น ในตอนแรกผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรว่าที่ผมเลือกเขานั้นถูกแล้วเหรอ? แต่พอถึงตอนนี้ผมก็ได้คำตอบ ผมตัดสินใจไว้แต่แรกแล้วโดยไม่รู้ตัว

ผมเลือกอาร์ตแต่แรกแล้วต่างหากและมันก็ไม่ได้เป็นการเลือกที่ผิดด้วย!

อาร์ตเลื่อนมือลงต่ำ มันชักจะยังไงๆแล้วสิจะร้องห้ามปากก็ไม่ว่างด้วยและถ้าผมจะหยุดเขาไม่ให้ทำเกินเลยกว่านี้ผมก็ต้องทำเดี๋ยวนี้ เพราะไม่ยังงั้นอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ตอนนี้มันจะหยุดไม่อยู่น่ะสิ

"อืม…ยะ!" ท่าทางไม่ยอมปล่อยง่ายๆแฮะ ทำไงดีล่ะชักเคลิ้มตามแล้วด้วย

อาร์ตผละจากปากของผมแล้วไซร้มาตามซอกคอ ความร้อนของร่างกายเราทั้งสองเพิ่มมากขึ้น อารมณ์ที่ถูกปลุกก็แทบจะหยุดไม่อยู่แล้วด้วย อาร์ตเริ่มปลดเสื้อผมออก ไม่ได้การล่ะ! "อะ…อาร์ต อย่า"

เขาไม่ยอมหยุด ผมเองก็ชักไม่ไหวแล้วสิ ท่าทางต้องเสียตัวในลิฟต์จริงๆซะด้วย ฮือๆ ฉับพลันก็มีเสียงจากข้างนอกดังก้องเข้ามาทำให้ทั้งผมและอาร์ตต้องผละจากกัน ผมรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงแจ๋ ไม่กล้ามองหน้าอาร์ตเลยด้วยซ้ำ

"คุณที่อยู่ในลิฟต์ไม่ต้องกลัวนะ! เรามาช่วยแล้ว"

ดูเหมือนจะมีคนไปแจ้งว่าลิฟต์เกิดปัญหาโชคดีไป…พอออกมาได้เราก็รีบไปให้พ้นจากสายตาหลายสิบคู่ที่รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นลิฟต์ถึงหยุดได้ อายแทบแทรกแผ่นดินหนีเลย

"เดี๋ยวนัท…หยุดก่อน!" อาร์ตร้องเรียกผมที่จ้ำเอาๆไม่รอเขา ผมยังอายอยู่เลยไม่กล้าหันไป

"ฉันขอโทษ…" เขาพูดเสียงอ่อยๆ ดูสำนึกผิด(จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้)

"ไม่เป็นไร" แต่ก็ยังไม่กล้ามองหน้าอยู่ดี

"ไม่เป็นไรก็หันมาสิ"

"ไม่เอา!"

"ทำไมล่ะ?"

"………..ก็อายนี่!" อาร์ตเงียบไปนิดนึงแล้วหัวเราะคิก พลางดึงผมให้หันไปหาเขา

"คิดว่าอายคนเดียวหรือไงกัน? ฉันก็อายเหมือนกันแหละ"

"เนี่ยนะอาย" เขายิ้มๆแล้วหอมแก้มผม

"ใช่!" ผมอ้าปากค้างแก้มร้อนผ่าว

"อาร์ต!" บ้าจริงทำยังงี้กลางถนนได้ยังไง

มือใหญ่แข็งแรงจับมือผมไว้แน่นราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของ

"กลับกันเถอะ จะไปส่ง" ผมมองหน้าเขาแล้วยักไหล่

"โอเค…เจ้านาย" อาร์ตหัวเราะขำ

วันนั้นเป็นวันแรกในชีวิตที่ผมรู้สึกว่าผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้วเพราะผมมีทุกอย่างที่ต้องการอยู่ในมือแล้ว ผมบีบมืออาร์ตที่กุมมือผมเบาๆ รู้ไหมที่ผมบอกว่ามีทุกอย่างที่ต้องการอยู่ในมือแล้วไม่ใช่คำเปรียบเปรยหรอกนะมันอยู่ในมือของผมจริงๆ

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

มีอะไรจะติชมเชิญได้เลยนะคะ ตอนนี้เปลี่ยนเมล์ใหม่แล้วเป็น [email protected] ตอนนี้เรียนหนักมากจะพยายามเอามาลงเพิ่มอีกค่ะเจอกันตอน4ค่ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1