
(Part 2)
ตอนที่2
"ว่าไงล่ะ! พูดไม่ออกเลยหรือไง?"
หล่อนพูดถูกผมพูดไม่ออกเลยล่ะ โธ่! ทีนี้ชีวิตผมจะเป็นยังไงเนี่ย ถูกตราหน้าว่าแย่งผัวเขา ถ้ารู้ถึงหูพ่อมีหวังถูกตัดออกจากกองมรดกแหงๆ ทำไงดีวะ? สักพักแอนที่เอาแต่ร้องไห้มาตั้งแต่แรกก็พูดขึ้น
"พอเถอะแพ็ตเราไม่อยากมีเรื่อง .." โธ่ถัง ถ้าไม่อยากมีเรื่องก็อย่ามาตั้งแต่แรกสิ ผมบ่นในใจแต่ดูเหมือนว่าเพื่อนของเธอจะไม่ฟังเธอ
"ไม่! ฉันจะเอาให้ถึงที่สุด นายอาร์ตเห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อนเราได้ไงหลงผิดชัดๆ ถ้าวันนี้พูดกันไม่รู้เรื่องล่ะก็ไม่ยอมแน่!"
ผมยิ่งหน้าเสียเข้าไปใหญ่ ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องก็ไม่กลับงั้นสิ จะรู้อะไรกันอีกเล่าโธ่ ป่านนี้เรื่องแพร่ไปทั้งมหาลัยแล้วมั้ง
เมื่อไหร่เจ้าตัวปัญหาจะมานะ อาร์ต ฉันไม่ยกโทษง่ายๆแน่ดันไปบอกเค้าว่าเราเป็นต้นเหตุที่เลิกกันซะได้ ถึงจะจริงก็อ้างอย่างอื่นสิฟะยังงี้เราโดนฆ่าแหงๆ
"ขึ้นมาพูดกันให้รู้เรื่องไม่ต้องมัวหลบอยู่ในน้ำหรอก ขึ้นมา!" แล้วเธอก็หันไปหาแอน "แอน! เธอก็ด้วยเรื่องจะได้จบๆ"
แอนสะอื้นไห้แม้จะไม่เต็มใจแต่ก็เดินมาช้าๆ เพราะเธอรู้นิสัยของเพื่อนเธอดี ส่วนผมใครจะไปรู้ล่ะว่าแม่คุณจะโมโหร้ายขนาดนั้นเลยยังนิ่งอยู่ในสระแต่ก็รีบขึ้นมาทันทีพอเธอเอ่ยปาก
"ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเรอะ ฉันบอกให้ขึ้นมาไง!"
ทุกคนรวมทั้งผมสะดุ้งโหยง ผมรีบปีนขึ้นขอบสระแล้วไปยืนตรงแหน่วยังกะลูกเสือข้างหน้าเธอ ทั้งแพ็ต แอนและเพื่อนคนอื่นๆของพวกเธอต่างมองพินิจตัวผมตั้งแต่หัวจรดเท้าจนรู้สึกกระดากๆเล่นจ้องเอาจ้องเอาอยู่ได้
"หึ! รูปร่างไม่เลวนี่ มิน่าอาร์ตถึงหลง"
แม่สาวขี้โมโหเอ่ยขึ้นแบบ2แง่2ง่ามและมองหน้าผมแบบเหยียดๆ ส่วนแอนก็ยิ่งเศร้าเข้าไปใหญ่ ร่างเธอเริ่มกระตุกสะอื้นอีกผมกลัวว่าเธอจะร้องไห้อีกจัง
"เอ้า!แอนพูดเลย เอาให้เต็มที่ได้โอกาสแล้วนะ"
แพ็ตดุนหลังเพื่อนของเธอมาเผชิญหน้ากับผม ทั้งแอนและผมต่างก็พูดไม่ออกทั้งคู่ ลมพัดมาเบาๆทำให้ผมเริ่มหนาวผมมีแค่กางเกงว่ายน้ำตัวเดียวอยู่กับตัวเลยเอาเสื้อคลุมมาใส่ซะ อีกอย่างพวกหล่อนจะได้เลิกจ้องซะที
"นัท " แอนเอ่ยเสียงสั่นๆ
"คะ ครับ" ผมก็สั่นเหมือนกัน
"ทำยังงี้กับแอนทำไม? แย่งอาร์ตจากแอนทำไม? รู้รึเปล่าแอนรักเขามาก อาร์ตเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของแอน จนกระทั่ง จนกระทั่ง "
แอนพยายามกลั้นน้ำตาและเสียงสะอื้นไว้ สภาพอย่างนี้ทำให้ทุกคนเห็นใจเธอและเทคะแนนไปให้สาวน้อยผู้น่าสงสารทันที
ส่วนผมก็รับบทตัวร้ายไปสิครับจะบีบน้ำตาเรียกความเห็นใจบ้างก็ไม่ได้เป็นผู้ชายนี่เชิดหน้ารับกรรมไปก็แล้วกัน
ผมพูดอะไรไม่ออกจะปฏิเสธก็ไม่ได้จะตอบรับก็กระไรอยู่ ผู้คนที่เข้ามาในสระน้ำใหม่ๆต่างอยากรู้อยากเห็นเลยไปจับกลุ่มกับผู้ที่อยู่ร่วมในเหตุการ์ณตั้งแต่แรกแล้วซุบซิบกันใหญ่ ส่วนผมก็เป็นโรคแพ้น้ำตาซะด้วย
"เอ่อ แอนคือเรา " จะตอบอะไรล่ะ ไม่ได้เป็นแฟนอาร์ตเหรอ? ก็โกหก ไม่ได้คิดอะไร? ก็ไม่ใช่ จะพูดยังไงดีวะ?
"แอนแน่ใจเหรอว่าเป็นเพราะเราน่ะ?"
ผมพยายามให้เธอลองคิดหาเหตุผลอื่นดูแต่มันคงจะเป็นความคิดโง่ๆเพราะแพ็ตที่ฟังอยู่ใกล้ๆก็โมโหขึ้นมาอีก
"นายจะบอกว่าเป็นเพราะแอนเองเหรอที่ทำให้เขาบอกเลิกน่ะ!" หล่อนเดินเข้ามาทันที
"เอ่อ ไม่ได้หมายความว่ายังงั้น คือแบบว่า "
"เลิกเฉไฉได้แล้ว ยอมรับมาเลยดีกว่า"
"ยอมรับอะไร?" นั่น!เสือกโง่ถามกลับซะอีกกูหนอกู
"ก็ที่ว่านายเป็นต้นเหตุที่ทำให้อาร์ตเลิกกับเพื่อนเราน่ะสิ"
ผมถอนหายใจ พวกหล่อนไม่ยอมเลิกราแน่นอน
"อยากฟังแค่นั้นใช่มั้ย?"
ผมยวนไปบ้างโกรธแล้วเหมือนกันนะ คนที่ควรจะโกรธใส่น่าจะเป็นไอ้อาร์ตมากกว่า
"ได้ๆฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้อาร์ตเลิกกับแอน! ฉันเป็นต้นเหตุของการเลิกกันของแฟนทุกคู่พอใจรึยัง!"
แพ็ตแม่เสือสาวเลือดขึ้นหน้าทันที เธอปราดเข้ามาประชิดตัวผมหมายจะตบแต่ก็มีมือๆหนึ่งจับเอาไว้ก่อน
" พอได้แล้ว!"
ทุกคนมองไปที่เขาชายหนุ่มรูปหล่อที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
"อาร์ต!" เสียงของผมและแอนประสานเป็นเสียงเดียวกัน
เขาหันไปหาแอนด้วยใบหน้าที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เขาโกรธมาก
"แอน ทำยังงี้ทำไม?" เสียงอาร์ตเรียบและเย็นชาจนรู้สึกได้
"อาร์ตอย่าเกลียดแอนนะ แอนรักอาร์ตมากกลับมาหาแอนเถอะ หมอนั่นมีดีอะไร?" เธอสะอื้น
"คิดว่ามาก่อกวนนัทแล้วฉันจะกลับไปหาเธอเหรอ?"
อาร์ตพูดด้วยน้ำเสียงขึงขังพิกล ผมพยายามจะแทรกแต่เขาก็ดึงตัวผมไปด้านหลังเขาและจับมือผมไว้ข้างหนึ่งเหมือนจะบอกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ไม่รู้สินะผมรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นมาอย่างประหลาดทีเดียว ผมมองมือใหญ่แข็งแรงที่กุมมือของผมไว้แล้วเริ่มรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นไม่เป็นส่ำ เราหวั่นไหวเหรอเราเป็นอะไรไปเนี่ย
"อาร์ต เราเป็นแฟนกันมาปีนึงแล้วนะอยู่ๆมาบอกเลิกกันอย่างนี้แอนทนไม่ได้"
"ทนไม่ได้ก็ต้องทน!"
แอนสะดุ้งแม้แต่ผมก็ยังก็ยังตกใจในความเลือดเย็นของเขาเลย
"คิดว่าฉันไม่ทนเหรอตลอดเวลาที่คบกับเธอน่ะ คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอมีคนอื่นอยู่ คงคิดว่าฉันโง่งั้นสิ! ที่ฉันไม่พูดก็เพราะจะรักษาชื่อเสียงของเธอแต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว"
ทุกคนอึ้งกันไปหมด แอนร้องไห้โฮอย่างกลั้นไม่อยู่ แพ็ตรีบวิ่งเข้ามาปลอบเธอ
"พูดเกินไปแล้วนะนายอาร์ต!" แพ็ตแหวใส่
"พวกเธอก็ทำเกินไปเหมือนกันแหละ ไปให้พ้นอย่ามาให้ฉันกับนัทเห็นหน้าอีกล่ะ!"
แพ็ตชะงักเธอมองแอนอย่างเศร้าๆและเห็นใจ
"แอนกลับเถอะอย่าสนเขาเลยผู้ชายยังมีอีกเยอะ ผู้ชายแท้ๆน่ะ!"
เธอยังอดแขวะเราไม่ได้เลยทิ้งท้ายไว้ให้เจ็บใจเล่นก่อนจะพาเพื่อนกลุ่มใหญ่ทยอยออกไป
พอผมได้สติก็สะบัดมือจากการเกาะกุมของอาร์ต "ปล่อย!"
ดูอาร์ตจะตกใจนิดหน่อยใบหน้าเขาสลดลง
"อย่าโกรธฉันนะนัท"
ผมยังคงไม่พูดอะไร
"นัทอย่าเอาแต่เงียบสิพูดกับฉันเถอะอะไรก็ได้"
พูดอะไรก็ได้งั้นเหรอได้เลยอยากให้พูดนักใช่มั้ย
"ได้! พูดก็พูด นายทำให้ฉันต้องเสื่อมเสียป่านนี้เค้าลือกันสนุกปากกันแล้วมั้งที่ว่าฉันแย่งผัวชาวบ้านเค้าน่ะ
ทีนี้ฉันจะทำยังไงต่อไปจะให้เอาปี๊บคลุมหัวเดินเรอะ? ว่ายังไงล่ะ!"
ผมหอบแฮ่กๆแล้วเริ่มสำนึกกับสิ่งที่พูดออกไป ผมทำร้ายจิตใจเขาไอ้ที่ถูกลือเสียๆหายๆไม่ใช่ผมคนเดียวนี่เค้าเองก็โดนแถมอาร์ตยังเป็นลูกชายส.ส.ดังซะด้วยซวยกว่าเสียอีก
อาร์ตมองหน้าผมอย่างสำนึกผิดและเจ็บปวดเค้าเอื้อมมือมาแตะแขนผมแต่ผมสะบัดออกทันที
"อย่ามาจับนะ!"
อยู่ๆไอ้มโนสำนึกของผมก็หายไปผมวิ่งหนีอาร์ตออกไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อและจัดการใส่เสื้อผ้าอย่างเร็วแล้วตรงกลับบ้านทันที โดยไม่สนใจเสียงเรียกของอาร์ต ผมรู้สึกถึงน้ำตาอุ่นๆที่ไหลอาบแก้มขณะที่ผมวิ่งหนีเค้า ผมไม่ได้โกรธเค้าแล้วเรื่องที่ทำให้ผมเจอเรื่องวันนี้อันที่จริงผมยกโทษให้เค้าตั้งแต่เห็นสีหน้าเค้าแล้ว แต่ตอนที่เค้าแตะผมนั้นผมรู้สึกอะไรบางอย่างที่แปลกไป ไม่สิผมแค่รู้สึกตัวมากกว่า ผมสัมผัสแขนของตนในส่วนที่อาร์ตแตะมันร้อนวูบวาบ รู้สึกในอึดอัดในอกมันร้อนรุ่มไปหมดหัวใจมันเต้นรัวเร็วจนแทบจะระเบิด ผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองร่ำร้อง ผมเองก็รู้สึกกับเขาเกินเพื่อนเช่นกันแต่ที่สำคัญผมเพิ่งรู้ตัววันนี้เอง ผมกลัว กลัวใจตัวเองดังนั้นจึงหนีเขามาทั้งที่มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะวิ่งหนีอาร์ต เพราะจะวิ่งให้เร็วขึ้นแค่ไหนก็หนีเค้าไม่พ้นก็อาร์ตอยู่ในใจของผมตลอดเวลาเลยนี่นา!
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
มีอะไรจะติชมเชิญได้เลยนะคะ ตอนนี้เปลี่ยนเมล์ใหม่แล้วเป็น [email protected] ตอนนี้เรียนหนักมากจะพยายามเอามาลงเพิ่มอีกค่ะเจอกันตอน4ค่ะ