
chapter3
เฮ้อ..หมดชั่วโมงพละซะที ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบเล่นกีฬาหรอกนะ ไอ้ชอบก็ชอบแหละ แต่วันนี้ดันเกิดaccidentขึ้นกับผมน่ะสิ แบบว่าผิดพลาดทางเทคกะนิคเล็กน้อยถึงปานกลาง ทำให้ขาผมแพลงอ่ะ ผมก็เลยไม่ค่อยอยากจะเล่นอะไรเท่าไหร่ ก็ถ้าเล่นกีฬาตอนขาแพลงเนี่ย คิดดูซิว่ามันจะทรมานขนาดไหน เอาล่ะ ไปห้องพยาบาลดีกว่า ยังไม่อยากขาเดี้ยงซะก่อน ว่าแล้วผมก็เดินกะเผลกกะเผลกไปห้องพยาบาลคนเดียว
ไม่ใช่ว่าพวกเพื่อนๆจะใจจืดใจดำอะไรหรอกนะที่ไม่ได้พาผมไปห้องพยาบาล ทำให้ผมต้องไปคนเดียวแบบนี้อ่ะแต่ผมไม่ได้บอกพวกเขาเองแหละว่าผมขาแพลง ก็ผมไม่อยากให้พวกเขาเป็นห่วงนี่ แล้วผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากมายด้วย ทุกคนก็เลยคงไม่ได้สังเกตเห็น ส่วนอิสึมิผมก็ไม่ได้บอกเหมือนกัน สงสัยตอนนี้เขาคงจะไปเก็บอุปกรณ์กีฬาล่ะมั้งเนี่ย
ห้องพยาบาล
"อาจารย์ครับ อยู่รึเปล่าครับ" ผมเปิดประตูห้องพยาบาลอย่างทุลักทุเล
"อยู่จะ เป็นอะไรล่ะเนี่ย"
"ขาแพลงในชั่วโมงพละครับ"
"อืม มานี่มา เดี๋ยวจะทายาให้"ว่าแล้วอาจารย์สาวสวยประจำห้องพยาบาลก็จัดแจงทายาแล้วก็พันพ้าให้ผม
หืม...ใครกันนะมานอนอยู่บนเตียง...สงสัยคงจะไม่สบายหนัก แต่เอ๊ะ คนที่นอนอยู่นั่นมันนายอาสึสะนี่นา
"อาจารย์ครับ คนๆนั้นเขาเป็นอะไรเหรอครับ" ผมชี้ไปทางเตียงที่อาสึสะนอนอยู่
"อ๋อ ไม่ได้เป็นอะไรหรอก เขาโดดเรียนมานอนน่ะ" เหอ..ช่างตอบได้อย่างหน้าตาเฉยจริงๆนะเนี่ย 'โดดเรียนมานอน'แล้วอาจารย์ก็ยังปล่อยให้เขานอนหลับอุตุอย่างสบายอารมณ์เนี่ยนะ โอ้...ช่างดีเหลือเกิ๊น...แต่จะว่าไปแล้ว..คนปากเสียอย่างนายนี่คงจะไม่ป่วยง่ายๆหรอก
..............................................
โอ๊ย...ตายแน่ๆเลยฉาน...ฮือๆ ก็..ก็ อาจารย์เพิ่งมาบอกว่า พรุ่งนี้จะtestทุกวิชาเพื่อเก็บคะแนน เพราะว่าใกล้จะสอบmidtermแล้ว แถมจารย์ยังบอกอีกว่าถ้าตกวิชาใดวิชาหนึ่งจะไม่มีสิทธิ์สอบmidtermด้วย... สำหรับคนอื่นอาจจะไม่มีปัญหาหรอก(รึเปล่า)คงจะเคยชินกันแล้ว แต่สำหรับผมน่ะสิ ภาระอันหนักอึ้ง โธ่ ผมเพิ่งจะย้ายมายังไม่ถึง1อาทิตย์เลยนะเนี่ย ฮือๆ
วิชาที่พอจะเรียนรู้เรื่องก็มีแค่ภาษาอังกฤษกับคณิตศาสตร์เท่านั้น... นอกนั้นน่ะเหรอ หึๆ ไม่อยากจะพูดเลย เรียนไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลยครับทั่น โดยเฉพาะวิชาประวัติศาสตร์ ก็กระผมจะไปตรัสรู้ได้ยังไงเล่า ว่าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเป็นไงมาไง ผมไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าสมัยคนโน้นคนนี้เป็นยังไงเค้าทำอะไรกันบ้าง เค้าปฏิวัติฟื้นฟูอะไรกัน
แล้ววิชาวรรณคดีก็อีกวิชานึง..ถึงผมจะเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นก็เถอะนะ แต่ให้มาเรียนวิชานี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน ตัวอักษรบ้าบออะไรก็ไม่รู้ อ่านแทบจะไม่รู้เรื่องเลย แปลความหมายก็ผิดๆถูกๆ.. ฮือๆ....ทามงายดี เวลาที่จะทบทวนก็มีแค่คืนเดียวเท่านั้น แค่คืนเดียวจริงๆ ทำไมช่างโหดร้ายอะไรเช่นนี้....
โชคยังดีที่อิสึมิบอกว่าจะช่วยติวให้เย็นนี้ แล้วก็พรุ่งนี้ตอนเช้ากับพักกลางวัน ที่เหลือก็คงต้องพึ่งตัวเราเองแล้วล่ะ
ทำไมที่ญี่ปุ่นต้องมีtestอย่างนี้ให้ยุ่งยากด้วยนะ ที่เยอรมันไม่เห็นจะเป็นแบบนี้เลย แสนจะสบาย แถมไม่มีเรียนไม่มีสอบวิชาภาษาญี่ปุ่นให้ปวดสมองด้วย เพราะDADคนเดียวที่ทำให้ผมต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายเช่นนี้ อยากกลับไปอยู่เยอรมันจางเลย...T-T
.................................................
ในที่สุด..วันนี้ก็มาถึง วันที่แสนจะโหดร้าย วันที่ผมจะต้องtestวิชาทั้งหมด จะรอดมั้ยเนี่ยเรา.. เมื่อคืนนั่งแหกตาอ่านหนังสือจนแทบไม่ได้นอน หึๆ ถ้ามีใครมาตบหัวผมตอนนี้นะ ความรู้ที่สั่งสมมาด้วยความยากลำบากตั้งแต่เมื่อวานได้กระเด็นออกจากหัวผมไปกลิ้งกลุกๆ อยู่บนพื้นแน่ๆ...ไหนๆก็จะสอบละ ไปให้อิสึมิทวนให้อีกรอบดีกว่า เอาให้หัวระเบิดไปเลย...หึ หึ
โอ้...ช่างเป็นภาพที่สวยงามอะไรเช่นนี้ แต่ไม่ใช่สำหรับผมหรอก สำหรับอาจารย์ที่ชอบเห็นนักเรียนต้องทนทุกข์ทรมานตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือกันหน้าสลอนต่างหาก มองไปทางไหนก็มีแต่คนๆๆกับหนังสือๆๆ แต่...ขอยกเว้นไว้คนนึง จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนายอาสึสะนั่นแหละ ดูท่าว่าจะไม่เป็นทุกข์เป็นร้อนอะไรกับเขาเอาซะเลย ไม่งั้นจะนั่งเล่นเกมส์กดยิกยิกยิก ยั่วประสาทชาวบ้านชาวช่องเขาอย่างสบายใจเฉิบงี้เหรอ ฮึ น่าหมั่นไส้จริงๆเลย โอม..มะลึกกึ๊ยกึ๋ย...ขอให้นายอาสึสะสอบไม่ผ่านด้วยเทอญ...สาธุ [เล่นไสยศาสตร์รึ]
"กริ๊งงงง" อ๊ะ เสียงกริ่งเข้าห้องสอบ(หรืออีกนัยหนึ่งก็คือสัญญาณหายนะสำหรับผม)ดังขึ้นแล้ว โอ้ ... อัตตาหิอัตตะโนนาโถ..[แกรู้คำนี้ได้ไงฟะ]ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนแล้วล่ะทีนี้ เป็นไงเป็นกันฟะ จะตกไม่ตกไม่สนแล้ว ทำเท่าที่จะทำได้ละกัน...
ภายในห้องสอบ1A
...ช่างเป็นข้อสอบประวัติศาสตร์ที่ง๊าย...ง่าย ง่ายซะจนตอบไม่ได้เลยอ่ะ ถึงผมจะบอกว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนก็เถอะนะ แต่แบบนี้ไม่รู้จะพึ่งยังไงแล้วง่ะ ...มั่วแหลกเลยละกันเนอะ...- -"
........................................................
เวลาผ่านไป...
โฮ้ย.. ช่างปลอดโปร่งอะไรเช่นนี้ ...[ไม่มีอะไรจะให้เปรียบแล้วรึไงนะ] ภารกิจอันแสนโหดร้าย ได้ผ่านพ้นไปแล้วแม้ว่าจะผ่านไปแบบทุลักทุเลก็เถอะนะ โอ้....ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆซักคำให้ลึกซึ้ง ก็คงรู้กันนะครับว่าเวลาสอบเสร็จมันเป็นยังไง.....
"อิสึมี๊...ไปคาราโอเกะกันเถอะ นะนะ เพื่อนๆในห้องก็ไปกันเกือบหมดเลย"
"เอ่อ..."อิสึมินิ่งไปพักนึงแล้วจึงพูดออกมาว่า"ไปก็ได้ "
"เย้ๆ"อ่ะฮ่า.. ในที่สุดก็ชวนได้สำเร็จ ก็ผมพนันกับพวกฮาชิยะ(หัวหน้าห้องอ่ะ)ไว้ ว่าถ้าผมชวนอิสึมิได้ ผมก็ไม่ต้องออกตังค์ อะไรกัน ไหนพวกนั้นบอกว่าอิสึมิไม่ค่อยที่จะไปเที่ยวกับคนในห้องเลยไง เรารึก็นึกว่าจะชวนยากชวนเย็นกว่านี้ ....
"นี่ ตามสัญญานะ ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด ชั้นชวนอิสึมิได้แล้ว"ผมทำหน้าตาเจ้าเล่ห์แหย่พวกนั้นเล่น
"อิสึมิยอมไปด้วยงั้นเหรอ อืม...น่าแปลกจริงๆ ไม่น่าเชื่อเลย"
"อาสึสะไปคาราโอเกะด้วยกันมั้ย"ว๊าก ...อิสึมิไปชวนหมอนั่นทำไมกาน โธ่..
"คาราโอเกะงั้นเหรอ"อาสึสะหันมามองหน้าผม แล้วก็ยิ้มเหยียดที่มุมปากอย่างมีเลศนัย เอ๊ะ รอยยิ้มแบบนี้หมายความว่าไงกัน... รู้สึกสังหรณ์แปลกๆ...
"ชั้นจะไปด้วย" หมอนี่แกล้งกันชัดๆเลยนี่หว่า อะไรฟะ ทั้งๆที่เขาก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าผมคงไม่อยากให้เขาไปด้วยแน่ แล้วไอ่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อกี้อีก บ่งบอกชัดๆเลยว่าตั้งใจจะแกล้งผม...อดทนไว้ลูก...ทนไว้ ...ผมพยายามสงบจิตสงบใจตัวเองไม่ให้โต้ตอบกลับไป ไม่งั้นเดี๋ยวจะไปเที่ยวกันไม่สนุก
"ตามใจ"ผมกัดฟันพูด ก็ใครจะไปเต็มใจได้ล่ะ หมอนี่มันตัวทำลายความสุขชัดๆเล๊ย...
![]()
To Be Continue...
แต่งๆไปก็เริ่มเกิดอาการเบื่อๆอ่ะนะ รู้สึกว่า เราเนี่ยแต่งได้น่าเบื่อจังเลย ไม่น่าสนุกเอาซะเลย เฮ้อ.ตอนคิดพล็อตเรื่องนี้ออกก็น่าสนุกอยู่หรอกนะ แต่ว่าแต่งๆไปก็เริ่มไม่น่าสนุกแล้วล่ะซิ..เนื้อเรื่องก็ดำเนินไปแบบเดิมๆ..ก็เลยเกิดความรู้สึกเบื่อพาลจะแต่งเรื่องใหม่เอาซะดื้อๆ แล้วก็ปล่อยให้เรื่องนี้ค้างอยู่อย่างงี้ แถมเพื่อนเรามันก็ดันบอกอีกว่าแต่งเรื่องใหม่เถอะ เรื่องนี้ค้างไว้งี้ก่อนแหละ พล็อตเรื่องใหม่ๆเต็มเลย แต่ถ้าพิมเรื่องใหม่เราคิดว่าเดี๋ยวก็เบื่ออีก เราก็ไม่ค่อยอยากจะโทรฯไปเขี้ยวเข็ญเพื่อนให้ช่วยกันแต่งเท่าไหร่เพราะโทรฯไปกี่ครั้งๆมันก็จะบอกว่า เออน่า คุยเรื่องอื่นดีกว่า แต่งไม่ออกแล้ว แต่งเรื่องใหม่ดีกว่า อะไรอย่างงี้ แถมมีการบอกว่าส่งเรื่องนี้ไปซัก2-3ตอนก่อนแล้วก็ปล่อยค้างไว้งั้นแหละ คนอ่านคงไม่ว่าไรหรอก มันก็ทำให้เราหมดกำลังใจอ่ะนะ แต่ก็นะ ไหนๆก็แต่งแล้วก็ต้องแต่งต่อไปล่ะน่า ถ้าปล่อยค้างไว้ก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่ ช่วยไม่ได้นี่ ก็ดันส่งไปแล้วก็ต้องแต่งต่อไปละ (ก้มหน้ารับชะตากรรมแต่โดยดี...- -" ที่ส่งไป3ตอนติดๆกันเนี่ยก็เพราะว่าเราพิมเรื่องนี้ไว้เดือนกว่าแล้วล่ะ ก็เลยมีต้นฉบับรออ่ะ เลยส่งได้ ซึ่งต้นฉบับที่มีอยู่เนี่ยก็แทบจะไม่เหลือแล้ว..เศร้า..แล้วเรื่องใหม่เนี่ยเราก็อยากจะเอาลงเหมือนกันอ่ะนะ แต่กลัวว่ามันจะเป็นแบบนี้อีกอ่ะ เพราะมันก็เริ่มค้างแล้ว แบบว่าพิมได้เท่านี้ อีก2อาทิตย์ผ่านไปก็ยังอยู่แค่นี้ แถมเครื่องคอมฯเราก็ไม่สามารถเล่นได้ทุกวันด้วย..แย่จัง)
ยังไงอ่านเรื่องนี้แล้วคิดไงก็เมล์มาบอกกันได้นะจะด่าจะว่าหรือแนะนำอะไรก็แล้วแต่เชิญได้ตามสบายเลยเรายินดีที่จะรับฟังเสมอที่ [email protected] ขอโทษจริงๆที่ใช้ที่ตรงนี้ระบายอ่ะนะแม้มันจะไร้สาระก็ตามแต่ก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นที่ได้ระบายออกไป ไม่อยากไปใช้ที่boardอ่ะกลัวคนเขาแตกตื่น แค่นี้ละกันจะได้ไปแต่งตอนต่อ ความคิดเห็นที่พิมออกมาตางนี้ by..bell หรือ C นั่นแแหละจะชื่อไหนก็เหมือนกันเพราะคนๆเดียวกัน (ส่วน T ก็ปล่อยๆเขาไป เขาจะทำอะไรก็ตามสบายเถอะ เราคิดผิดมั้ยเนี่ยที่แต่งนิยายกับเขาอ่ะ..บางทีก็คิดนะว่า เรื่องนี้อ่ะไม่อยากให้มีชื่อเขาร่วมด้วยเลย แต่ก็นะ เขาก็มีส่วนช่วยบ้างแหละถึงมันจะน้อยนิดก็ตาม..ขอโทษอีกรอบที่ระบายงี้อีกแล้ว บางคนคงจะเบื่อความคิดเราอ่ะนะ อาจจะว่าเราคิดไรเป็นเด็กๆไปได้เรื่องแค่นี้เอง แต่จะไงก็ช่างเถอะ เราจะพยายามทำหน้าที่เราอย่างดีที่สุดละกัน...)