ones

chapter1

"หง่ะ... อ๊วก..อี๋..อูแหวะ..หยะแหยง.."เอ่อ ไม่ต้องตกใจนะครับว่าใครมาทำเสียงเป็นกะเทยแพ้ท้อง [มีด้วยเรอะ] เอ่อ.. แบบว่า..นั่นเป็นเสียงของกระผมเองแหละครับ ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะสามารถทำเสียงที่แสนอุบาทว์นี้ได้ทั้งๆ ที่เสียงจริงๆของผมก็ออกจะไพเราะเพราะพริ้ง...^o^

ก็แบบว่า..เมื่อตะกี้นี้ผมย่องเบา เข้ามาในห้องน้องสาวฮะ ตอนแรกกะจะมาจิ๊ก เอ้ย!! ยืม CD เพลงอ่ะ แต่แบบว่า...เผอิ๊ญ.. เผอิญ ตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบไปเห็นหนังสือการ์ตูนหน้าปกหว๊าน...หวาน ผมก็เลยหยิบขึ้นมาพิจารณาดู ... มันเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นครับ สงสัยน้องผมจะยืมเพื่อนที่รร.มา หรือไม่ก้อคงสั่งซื้อมั้ง ลายเส้นก็สวยใช้ได้เลยนะ ท่าทางน่าอ่านดีด้วย but but but เมื่อเปิดดูข้างในแล้ว .. เอ่อ.. แบบว่าshockครับทั่น ก็..ก็...มันเป็นการ์ตูนเกย์ง่ะ โอ้...my sister เริ่มมีรสนิยมแปลกๆไปซะแล้ว T-T.. ทำม๊าย..ทำไม พักนี้พวกผู้หญิงเริ่มนิยมของแปลกกันแล้วรึไงนะ [ใครว่าเพิ่งเริ่ม เป็นมานานแล้วต่างหาก อ้าว!?..] จิตใจอันแสนบอบบ๊าง..บอบบางของผมรับไม่ด้าย... ก็น้องสาวที่สุดแสนจะlovely prettyของเรา (รึเปล่า!?) บัดนี้...ชะเอิงเงิงเงย... เริ่มส่อแววโรคจิต เอ้ย!!พูดผิด เอาใหม่ๆ... เริ่มส่อแววนิยมความซาดิสต์ซะแล้ว [หง่า..ไปว่าเค้าซาดิสต์ได้งาย มานกระทบฉานด้วยนะ ]

"โอ้...รับไม่ด๊าย ไม่นะ ไม่.."[หง่ะ นายนี่นะ ปากก็บ่นอยู่นั่นแหละ แต่ทำไมเปิดอ่านการ์ตูนเล่มนั้นอยู่ได้ ไม่ยอมวางซะทีฮึ อย่างนี้แหละนะ พวกปากว่าตาขยิบ - -"]

"กลับมาแล้วค่า" ว๊าก .. สะดุ้งสิครับทั่น น้องผมกลับมาแล้วล่ะสิ ทำไงดีเนี่ย อ้อ.. ต้องรีบเก็บของเข้าที่เดิมก่อน ซึ่งของที่ว่าเนี่ยก็คือการ์ตูนเล่มนั้นนั่นแหละ หง่า แต่อยากดูต่อหง่ะ อ๊ะๆ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ผมแค่อยากจะรู้ว่าการ์ตูนแบบนี้มันสนุกตรงไหน ถึงทำให้พวกผู้หญิงชอบกันนักกันหนา และแล้ว...ผมก็เก็บหนังสือเล่มนั้น บางคนคงจะคิดว่าผมจะเก็บเข้าที่เดิมใช่มั้ยล่ะ แฮะๆ ไม่อยากบอกเลย ผมเอามาซ่อนไว้ในห้องของผมครับ ก็ความที่อยากอ่านนิ ตอนแรกเกือบจะออกจากห้องน้องไม่ทันแน่ะ ตกใจแทบตาย แต่สุดท้ายก็ทันก่อนที่น้องจะเข้าห้องแป๊บเดียว ก็ผมปีนหน้าต่างออกไปนี่ครับ ห้องผมอยู่ข้างๆนี่เองแหละ เรื่องแค่นี้สบายมาก เพราะผมทำบ่อยๆจนชินซะแล้วล่ะ

"เอ๊ะ..." ผมว่าผมลืมอะไรไปบางอย่างนะ...อะไรหว่า...? ว๊ากกกก.... ง่าๆๆ ผมลืมหยิบ CDเป้าหมายสำคัญที่ทำให้ผมต้องเข้าไปในห้องน้องสาว ...แงๆ [สมน้ำหน้า]

..................................................

เอาล่ะ เอาล่ะ ขอแนะนำตัวนะครับ ผมชื่อ ลอลีน เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-เยอรมัน-อเมริกา DADเป็นคนญี่ปุ่น แต่ไปหากิน เอ้ย!!ไปทำงานตั้งรกรากเป็นวิศวกรที่เยอรมัน MOMเป็นลูกครึ่งเยอรมัน-อเมริกา แล้วก็มีเสี้ยวญี่ปุ่นติ๊ดนึง [อ๊ะๆ เราก็เป็นลูกครึ่งนะ ครึ่งผีครึ่งคนงาย... ล้อเล่นอ่ะ ครึ่งอย่างนั้นไม่อยากเป็นหรอก น่ากลัว ~>_<~ ] ผมมีพี่ชายอยู่2คน คือ พี่ลอเรนซ์ กับพี่เอเลอร์ ส่วนน้องสาวผม(ที่ผมย่องเข้าห้องเธอน่ะแหละ) ชื่อ ไอรีน

แบบว่า...ตอนนี้ DADรับงานควบคุมการก่อสร้างให้กับบริษัทแห่งหนึ่งที่ญี่ปุ่น เห็นว่าเป็นเพื่อนDADตั้งแต่เด็กๆ ทำให้my family ซึ่งประกอบด้วย6ชีวิต ต้องอพยพไปที่ญี่ปุ่นด้วยประการฉะนี้แล... ลาก่อน..เยอรมันบ้านเกิดของผม (เฮ้อ.. ที่ต้องย้ายอ่ะ ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก แบบว่าถ้าDADต้องย้ายไปญี่ปุ่นคนเดียวMOMก้อคงเหงาแย่ ก็แหม ท่าน2คนรักกันจะตายไป แล้วถ้าMOMย้ายไปกับDADด้วย พวกท่านก็เป็นห่วงพวกผมอีก DADก็เลยจัดการย้ายมันซะทั้งครอบครัวเลย..)

อ๊ะ ลืมบอกไปอย่างนึงว่าพวกผม(ในที่นี้หมายถึงผมกับพี่น้อง)จะมีชื่อญี่ปุ่นกันตั้งแต่เกิดแล้วล่ะ แต่อยู่ที่เยอรมันไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ จะใช้เรียกกันในครอบครัวผมเท่านั้นเอง

.....................................................

หวา.. ถึงผมจะมีเชื้อสายญี่ปุ่นก็เถอะนะ แต่ผมมาญี่ปุ่นครั้งสุดท้ายก็ตอนเด็กๆนู่นเลย แถมผมยังจำไม่ได้เลยว่าญี่ปุ่นในความทรงจำสมัยเด็กของผมนั้นเป็นยังไง ความจริงถ้าDADไม่บอก ผมก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยมานะเนี่ย ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองนะว่า นามสกุลจริงของDADคือ ฮายาซาวะ...เฮ้อ...การย้ายมาญี่ปุ่นนี่อะไรๆก็แปลกไปหมดเลย สงสัยคงต้องปรับตัวอีกเยอะ เห็นDADบอกว่า จัดการเรื่องรร.ไว้แล้ว เอ..รร.ที่ญี่ปุ่นนี่จะเป็นยังไงกันนะ รู้แต่ว่าต้องแต่งเครื่องแบบด้วย แปลกดีแฮะ...

โอย.. ถึงสนามบินซะที หูผมชาไปหมดแล้ว ก็คุณน้องสาวตัวดีเห็นอะไรแปลกๆทีก็ชี้ก็ถามกันให้วุ่น ถ้าถามเบาๆก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เล่นถามด้วยเสียง8หลอด แค่นั้นยังไม่พอ พี่แกเล่นถามตลอดเลย กะจะไม่ให้หูพวกผมพักรึไงกันนะ ถ้าหูไม่ชาก็เกินไปแล้ว แล้วแต่ละคำถามที่คุณเธอถามนี่ผมจะไปรู้ได้ยังไง ก็คนเพิ่งมาด้วยกันแท้ๆ แต่น้องผมเล่นถามซะอย่างกับว่าผมกับพวกพี่ๆเป็นไกด์ท่องเที่ยวอย่างนั้นแหละ

แล้วอายุคุณเธอถ้าประมานซัก3-4ขวบจะไม่ว่าอะไรเลยนะ แต่นี่อายุ14แล้วยังทำตัวอย่างกับเด็กหัดพูดแน่ะ ไม่รู้ว่าหน้าเธอทำด้วยอะไร ไม่อายคนอื่นบ้างรึไงนะ อย่างบนเครื่องบินเนี่ย พี่แกถามทีคนทั้งเครื่องสะดุ้งเลยอ่ะ พวกผมอายแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีอ่ะ แต่มันไม่มีให้แทรก ถ้าลงจากเครื่องได้ลงไปแล้วอ่ะ แต่แบบว่ายังไม่อยากตายก่อนวัยอันควรก็เลยไม่ลง ก็เครื่องมันบินอยู่อ่ะ จะให้ลงไงล่ะ ... เฮ้อ ...ขึ้นรถดีกว่า DADเรียกTAXIได้ละ....

หวาย...ทำไมโตเกียวมันถึงดูวุ่นวายอะไรอย่างงี้นะ มองไปทางไหนก้อเห็นแต่รถราวิ่งไปมากับผู้คนที่เดินกันขวักไขว่อย่างกับมดแน่ะ โอย..ตาลาย ไม่เหมือนกับที่เยอรมันเลย ให้ตายสิ ผมไม่ชอบอะไรที่วุ่นวายอย่างนี้เลยจริงๆ นี่ผมต้องทนอยู่กับสภาพอย่างนี้ตั้งแต่นี้ไปน่ะเหรอ โอย..อยากเป็นลมจริง จริ๊ง..เฮ้อ คนญี่ปุ่นใช้ชีวิตกันอย่างนี้ไม่เหนื่อยบ้างรึไงนะ ผมเห็นแล้วเหนื่อยแทนเลยเนี่ย... ตอนอยู่เยอรมันได้ยินมาว่า ที่ญี่ปุ่นเวลาขึ้นรถไฟทีอย่างกะปลากระป๋องถูกค้อนทุบแน่ะ แล้วDADยังมาบอกอีกว่า เวลาไปรร.นะให้ขึ้นรถไฟไปกันเอง โอย...อยากตาย - -" DADนะDADไม่น่าพาพวกผมย้ายมาด้วยเลย...

cats.gif (2782 bytes)

To Be Continue...

เพิ่งเขียนเป็นเรื่องแรกอ่ะค่ะ..ขอโทษด้วยนะคะที่ช่วงต้นๆ วงเล็บเยอะแล้วยังมีแต่คำบรรยายล้วนๆ ไม่ค่อยจะมีคำพูดเลยด้วยหวังว่าคงจะไม่เบื่อก่อนนะคะ แนะนำติชมสั่งสอนดุด่าจับผิดกันได้ตามสบายเลยค่ะไม่ต้องเกรงใจที่ [email protected] ^^ ยินดีรับฟังจะได้เอาไปแก้ไขอ่ะ...

Hosted by www.Geocities.ws

1