twinheart

หัวใจฝาแฝด

หิมะโปรยปรายอย่างเชื่องช้าราวกับภาพสโลโมชั่น แต่ก็ยังตกอย่างไม่ขาดสายภายนอกหน้าต่างรถไฟคันที่ผมนั่ง และเริ่มเร็วขึ้นตามการเคลื่อนไหวของรถไฟที่ออกจากท่าหยุดพักเพื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง ในตู้ที่ผมนั่งมีผู้โดยสารไม่มากนักเพราะเป็นรถไฟที่เดินทางจากบอสตันไปยังแวนคูเวอร์ ซึ่งเป็นการเดินทางข้ามรัฐที่ยาวไกล ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเดินทางข้ามรัฐที่อยู่ใกล้ ๆ กันไม่ค่อยจะมีที่เดินทางข้ารัฐไปไกล ๆ อย่างผมหรอก

ผมก้มลงมองดูนาฬิกาตอนนี้ ตี 1 กว่าแล้วเหรอ ในที่สุดก็เข้าวันที่ 24 ธันวาคม จนได้ "คริสต์มาส อีฟ"

ผมนอนไม่หลับเลยแม้จะเป็นการเดินทางมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม ผมจะต้องไปพบกับครอบครัวในวันนี้ บางทีผมคงจะตื่นเต้นมากไป แต่ช่วยไม่ได้ก็มันเป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิตของผม 10 ปีที่ผมสัญญาเอาไว้กับ พ่อ แม่ และคนสำคัญของผม เหตุการณ์ในวันนั้นเมื่อ 10 ปีก่อนอาจจะเลวร้ายแต่วันนี้จะสะสางทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดได้ ผมเชื่ออย่างนั้น

ขณะที่รถไฟก็วิ่งตัดฝ่าสายลมและหิมะไปข้างหน้า ผมครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมามันช่างแจ่มชัดราวกับว่าเพิ่งผ่านมาเมื่อวานอย่างไรอย่างนั้น

-------------------------------------------------************************----------------------------------------------------------

10 ปีก่อน อายุ 15 ครอบครัวของผมอาศัยอยู่ที่แวนคูเวอร์ เมืองที่เงียบสงบอุดมสมบูรณ์และอากาศแสนบริสุทธิ์ บ้านของผมเป็นบ้านสองชั้นขนาดกะทัดรัด มีสวนอยู่รอบ ๆ บริเวณบ้านเป็นที่ปลูกดอกไม้หลากชนิดเป็นที่ซึ่งแม่ของผมชอบมาก ครอบครัวประกอบด้วยพ่อที่ใจดี แม่ที่โรแมนติก ผมและ"อาเธอร์" น้องชายฝาแฝดของผม เราสนิทกันมากทำทุกอย่างด้วยกันมาตลอดและมีความลับที่ไม่สามารถบอกใครได้

วันที่ 24 ธันวาคมขณะที่ผมกับอาเธอร์กำลังง่วนอยู่กับการแต่งต้นคริสต์มาสที่ห้องโถงของบ้านอยู่ เสียงของแม่คริสตีนก็ดังมาจากในครัว

"มิเกล...อาเธอร์.. เข้ามาในครัวทีสิจ๊ะ"

"ครับ...." เราสองคนตอบพร้อมกันแล้วก็วางมือจากต้นคริสต์มาสเดินเข้าไปในครัว

"มิเกล..อาเธอร์..ช่วยหน่อยนะจ๊ะ เอ้า..อาเธอร์ตีครีมทางนี้ มิเกล..หั่นผักในอ่างนั่นนะจ๊ะ" พูดพลางส่งอุปกรณ์ให้พวกผมเสร็จสรรพ

"แม่จะรีบทำทำไมล่ะครับ?ไหนว่าวันนี้มีนัดกับพ่อไม่ใช่เหรอ?" ผมไม่ค่อยชอบทำงานพวกนี้ก็เลยแกล้งแหย่แม่คริสตีนได้ผลแม่คริสตีนหน้าแดงยังกับลูกเชอร์รี่ในอ่างล้างเลยแหละ

"แหม....ก็เดี๋ยวพวกแม่ไปแล้วพวกลูกก็จะไม่มีอะไรทานกันน่ะสิจ๊ะ" ตอบเสียงอ้อมแอ้ม

"ไม่เห็นต้องห่วงเล้ย...ยังไงพ่อกับแม่ก็ชอบทิ้งพวกผมเอาไว้ในวันนี้ตั้งหลายปีแล้วนี่" ผมแหย่หนักขึ้น เรื่องนี้ผมถนัดนักล่ะไม่รู้เหมือนใคร

"มิเกล...พอได้แล้ว...ต้นคริสต์มาสช่วยกันทำเดี๋ยวก็เสร็จ...นะ..." อาเธอร์เข้ามากระซิบที่หูผม อาเธอร์รู้ว่าผมจะหาเรื่องให้แม่คริสตีนอารมณ์เสียซะจะได้ไม่ต้องทำเรื่องนี้ก็งานหญิง ๆ อย่างนี้มันไม่ถนัดนี่นา แต่อาเธอร์เล่นแบบนี้ผมก็ต้องยอมลูกเดียวล่ะเพราะเสียงที่กระซิบนั่นมันเพราะซะจริง ๆ

ถึงแม้ว่าเราจะเป็นแฝดกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันหลายจุดทีเดียว ไอ้ความแข็งแรงกับนิสัยแหย่คนอื่นอย่างนี้มันผมล่ะ ส่วนอาเธอร์ไม่สบายบ่อย ๆ แต่ก็ไม่หนักหนาอะไรแล้วก็แสนจะน่ารักเรียบร้อยไม่รู้ว่าผมแย่งเอาความแข็งแรงของอาเธอร์มาซะหมดรึเปล่า มีอีกอย่างที่ถ้าไม่สังเกตก็จะดูไม่ออก สีตายังไงล่ะ สีตาของเราสองคนดูเผิน ๆ จะเห็นเป็นสีฟ้าเหมือนกันแต่จริง ๆ แล้วถ้าดูดี ๆ ล่ะก็ผมมีตาสีฟ้าอมเทา ส่วนอาเธอร์มีดวงตาสีฟ้าสดใสยังกับท้องฟ้าตอนหน้าร้อนที่ไม่มีเมฆเลยล่ะ แล้วตอนนี้ผมก็สูงกว่า 2 เซนติเมตรแล้วด้วย ตอนที่ผมกำลังมองอาเธอร์และคิดไปต่าง ๆ นานาเพลิน ๆ อาเธอร์ก็หันมาสบตาผมพอดี ผมสะดุ้ง อาเธอร์ก็เลยยิ้มช่างน่ารักเสียจริง ๆ ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะเลยทีเดียว พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่คริสตีนก็หอมแก้มเราสองคน คนละข้างแทนคำขอบคุณ แต่ผมว่านะน่าจะให้คุกกี้ช็อคโกแลตบนชั้นจะคุ้มกว่านะเนี่ย? แต่ก็ช่างเถอะก็อาเธอร์ออกจะยิ้มภูมิใจขนาดนั้นผมยอมให้ก็ได้

เสียงรถของพ่อเลี้ยวเข้ามาในบริเวณบ้านพอดี เราสองคนออกไปรับพ่อหอมแก้มเราสองคนเหมือนกับที่แม่คริสตีนทำ ทักทาย 2-3 คำ แล้วก็เข้าไปหาแม่ในครัว อายุก็ตั้งเท่านี้กันแล้วยังหวานชื่นให้ลูก ๆ เห็นอีกสุดยอดเลยพ่อกับแม่ผม

หลังจากที่ผมกับอาเธอร์ช่วยกันจัดต้นคริสต์มาสเสร็จแล้ว พ่อกับแม่ก็ลงมาจากชั้น 2 พร้อมกับในชุดราตรีเต็มยศทีเดียว คงจะไปงานเลี้ยงที่ผู้ใหญ่เขาไปกันนั่นแหละนะ

"ไปนะจ๊ะ..ทานข้าวให้เรียบร้อยนะลูก...พวกแม่คงจะไม่ดึกนักหรอกจ๊ะ.. มิเกลดูแลอาเธอร์ด้วยนะ" แม่คริสตีนแสดงความเป็นห่วงสมกับคนเป็นแม่จริง ๆ

"ครับ... แม่อย่าห่วงเลยขอให้สนุกนะฮะ" ผมรับคำแม่คริสตีน

"ขอให้สนุกนะฮะ" อาเธอร์ก็อวยพร แม่คริสตีนหอมแก้มอาเธอร์กับผม แล้วก็โบกมือขึ้นรถไป พวกผมโบกมือที่หน้าประตูบ้าน ครอบครัวของเราทั้งสนิทกันและรักกันมากดังนั้นความลับของผมกับอาเธอร์นั้นจะเปิดเผยไม่ได้เด็ดขาด ผมคิดขณะที่จับมืออาเธอร์เข้าไปในบ้าน

หลังจากจัดการอาหารเย็นกันเรียบร้อยแล้ว ผมกับอาเธอร์ก็ย้ายมานั่งดูทีวีกันที่หน้าเตาผิง พร้อม ๆ กับชื่นชมต้นคริสต์มาสที่อุตส่าห์ทำกันมาทั้งวัน

“ปีหน้าเราทำนอกบ้านดีกว่าเนอะ” อาเธอร์เป็นฝ่ายเปิดการสนทนาก่อน

“นั่นสิ ทำใหญ่ ๆ ด้วยนะ” ผมเสริม

“ป่านนี้พ่อกับแม่คงสนุกกันน่าดูแหละ” ผมพูดต่ออีก

“ปล่อยลูกอย่างเราไว้ที่บ้านตามลำพังเฉยเลย” อาเธอร์เปรย ๆ พร้อมกับล้มตัวลงนอนบนหมอนที่เราขนมาพร้อมผ้าห่มไว้ปูนอน

“อ๊ะ !! เกือบลืมซะแล้วสิ” อยู่ ๆ อาเธอร์ก็ลุกพรวดขึ้นมาแล้ววิ่งขึ้นไปบนชั้นสองผมงงนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก อาเธอร์หายไปสักครู่ก็เดินลงมาพร้อมกับกล่องของขวัญกล่องเล็กๆ ในมือ แล้วมานั่งอยู่ตรงหน้าผม

“ของขวัญคริสต์มาส....สำหรับมิเกล” อาเธอร์ยื่นเจ้ากล่องเล็ก ๆ นั่นให้ผม ผมก็เลยคิดได้ว่าแย่แล้วผมยังไม่ได้เตรียมอะไรให้อาเธอร์เลย ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญแท้ ๆ ผมลืมได้ยังไงเนี่ย ? ผมรับกล่องนั่นมา

“เปิดเลยได้มั๊ย?” อาเธอร์พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต

ผมบรรจงแกะกล่องนั่นอย่างดี ในนั้นมีนาฬิกาข้อมือสีเงินวาววับที่ผมกำลังพยายามเก็บตังค์ซื้ออยู่ ผมดีใจมากหันไปมองหน้าอาเธอร์

“ชอบรึเปล่า?” อาเธอร์ยิ้มพร้อมกับถามผม ผมพยักหน้า

“ดีใจสิ! ขอบใจมากนะอาเธอร์ จะเก็บไว้อย่างดีเลยล่ะ....แต่ว่า...ฉันไม่มีอะไรให้นายเลยนะ” ผมก้มหน้า อาเธอร์ขยับเข้ามาใกล้ผมใช้นิ้วมือเรียวสวยนั่นแตะที่ริมฝีปากของผม

“ไม่เป็นไร...ขอแค่นี้ก็ได้...” อาเธอร์ยิ้มสวยเหลือเกินและผมก็มีหน้าที่ให้ของขวัญชิ้นนี้กับอาเธอร์ด้วย

ผมกระชากแขนอาเธอร์ลงกับพื้นพร้อมกับก้มหน้าลงไปแตะริมฝีปากบางสวยของอาเธอร์ และแนบประกบอย่างสุดห้ามใจ

“....อืม....” ผมถอนริมฝีปากช้า ๆ อย่างเสียดายและจ้องมองใบหน้าของอาเธอร์อย่างรักใคร่ใช้นิ้วมือเสยผมสีน้ำตาลสลวย

“อาเธอร์....รักนาย...”

“อืม...เหมือนกัน...มิเกล” อาเธอร์ยิ้มตอบผมทำให้ผมไม่อาจหักห้ามใจได้อีกแล้ว

นี่คือความลับของพวกผม

-------------------------------------------------************************----------------------------------------------------------

...เวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่รู้ที่ผมกับอาเธอร์เฝ้ากอดและสัมผัสกันและกัน สิ่งที่ทุกคนเรียกว่าศีลธรรมหรือความถูกต้องอะไรนั่นไม่ได้อยู่ในหัวของเราเลยเมื่ออยู่ต่อหน้ากันและกัน อาเธอร์เกิดมาเพื่อผมและผมก็คิดว่าอาเธอร์ก็คิดเหมือนกัน หลังจากนั้นพวกผมก็ยังเปลือยกายกอดกันอยู่ไม่ห่าง แต่จนบัดนี้พวกผมก็ยังไม่ได้ทำจนถึงขั้นสุดท้ายจริง ๆ ผมก็อยากทำแต่เป็นห่วงร่างกายของอาเธอร์ ผมกลัวว่าร่างกายเขาจะรับไม่ไหว ดังนั้นจึงได้แต่สัมผัสกันเพียงภายนอก แต่แค่นี้ผมก็พอใจแล้วเพราะอาเธอร์เป็นของผม ผมกระชับอ้อมแขนขึ้นอีกเพื่อรับไออุ่นจากร่างกายของอาเธอร์ให้มากขึ้น

“...มิเกล...”

อาเธอร์ที่ใบหน้าซบอยู่กับแผ่นอกของผมเอ่ยเรียกผมด้วยเสียงที่ไพเราะ ผมที่กำลังเคลิ้มจะหลับก็ลืมตาขึ้น

“ฉัน...ฝันไม่ดีเลย” อาเธอร์บอกผม

“เราเดินจับมือกันอยู่ดี ๆ ก็มีใครไม่รู้มาแยกเราสองคนออกจากกัน ฉันมองใบหน้าของพวกเขาไม่ออกเลยมันมืดไปหมด แต่พอมารู้สึกตัวอีกทีก็เหลือฉันอยู่คนเดียว ฉันพยายามหาทางออกแต่มันก็กลับมืดมิดลงไปทุกที ฉันกลัวแล้วตะโกนเรียกนายแต่เสียงของฉันไม่ออกมา...อืม...” ริมฝีปากของผมประกบที่ริมฝีปากของอาเธอร์

“ก็แค่ฝัน...ไม่มีอะไรหรอก” ผมปลอบแต่ก็ยังไม่ได้ผลนัก อาเธอร์เอื้อมมือมากอดผมให้แน่นเข้า ผมกอดตอบ

“ฉันรักนายอาเธอร์...ฝันคือฝันมันไม่ใช่เรื่องจริงซักหน่อยก็ฉันไม่มีวันอยู่ห่างจากนายอยู่แล้ว เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป หรือว่านายไม่ชอบ”

อาเธอร์ส่ายหัว “ไม่ใช่....ฉันอยากอยู่กับมิเกลตลอดไป”

“ใช่...เพราะงั้นก็ไม่มีใครมาแยกเราออกจากกันได้หรอก...ฉันคิดว่าฉันเกิดมาเพื่อจะพบกับอาเธอร์และฉันต้องรักอาเธอร์มาตั้งแต่ก่อนจะเกิดแน่นอน แต่ฉันต้องเป็นวิญญาณใจร้อนแหง ๆ เพราะไม่ยอมที่จะเกิดมาก่อนหรือหลัง แต่มาเกิดพร้อมกันกับอาเธอร์เนี่ย”

อาเธอร์หัวเราะกับคำพูดของผม แต่สุดท้ายหยาดน้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยที่ผมชอบที่สุด

“ฉันรักอาเธอร์”

“มิเกล...ฉันก็รักมิเกล” อาเธอร์สะอื้นไปพูดไป ช่างน่ารักเสียจริง ๆ ทำให้ความต้องการของผมปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ผมเริ่มจูบ ฝ่ามือเลื่อนไล้ไปมาบนผิวขาวเนียนของอาเธอร์ สัมผัสกลิ่นหอมจากปลายเส้นผม อาเธอร์เองก็มีอารมณ์ร่วมกับผมไม่น้อยเขาสนองตอบผมทุกอย่างรวมทั้งร่างกายที่กระตุกเกร็งทุกครั้งที่ผมสัมผัสได้ถูกจุด

“...มิ...มิเกล..เดี๋ยว...ฉันจะไปแล้ว” เสียงของอาเธอร์หอบพร่า

“....เหมือนกัน....!!” พวกเราถึงจุดพร้อมกัน แต่กระนั้นอาเธอร์ก็ยังกระชับวงแขนที่โอบรอบคอผมไว้ไม่ยอมปล่อย

“...เข้ามาในตัวฉัน..มั๊ย?” อาเธอร์กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูผมเป็นคำพูดที่ผมไม่อยากเชี่อ ผมมองหน้าอาเธอร์อย่างงงงันไม่นึกว่าเขาจะพูดออกมาเอง แต่ในใจลึก ๆ ผมก็แอบดีใจอยู่เหมือนกัน

“ฉันอยากเป็นหนึ่งเดียวกับมิเกล” อาเธอร์หน้าแดงหลบตาผม

“ฉันดีใจอาเธอร์...แต่ร่างกายของนาย....”

“ฉันรู้...ไม่เป็นไรหรอกก็มิเกลอ่อนโยนกับฉันมาตลอดไม่ใช่เหรอ?คราวนี้ก็ไม่เป็นไรหรอก” ได้ฟังดังนั้น ผมยิ้ม แล้วก็เริ่มบรรเลงใหม่ ผมช้อนใบหน้าของอาเธอร์ขึ้น แล้วจูบดูดดื่มยาวนาน แต่ยังไม่ทันที่จะถอนริมฝีปากจากกัน

สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อประตูห้องถูกเปิดออก!!!!! ร่างที่อยู่หลังประตูนั่นไม่ใช่ใครเป็นคนทั้งสองที่ให้กำเนิดพวกเรานั่นเอง การกระทำทุกอย่างหยุดนิ่งในทันที ใบหน้าตะลึงพรึงเพริดของพ่อและแม่ที่เห็นผมกับอาเธอร์อยู่ด้วยกันนั้นไม่ต้องบอกผมก็รู้ว่ามัน.....

“ตึง ตึง ตึง!!!!” ยังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยปากพูดอะไร แม่คริสตีนก็วิ่งขึ้นไปชั้นบนโดยที่ไม่พูดอะไรเลย ส่วนพ่อหลังจากยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก็พูดเป็นประโยคแรก

“ใส่เสื้อผ้าแล้วกลับห้องซะ... มันดึกแล้ว” แล้วก็หันหลังกลับขึ้นไปชั้นบนทันที

หลังจากที่พ่อลับตาไปแล้วอาเธอร์เข้ามากอดผมที่กำลังนิ่งงันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

“เราจะทำยังไงดี” ถามด้วยสีหน้ากังวล

“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนี้เราไม่ผิดนี่”

ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองพูดอะไรออกไปกันแน่ แต่เหมือนจะเป็นคำปลอบใจที่ทั้งผมทั้งอาเธอร์เข้าใจว่ามันไม่มีประโยชน์ถ้ามองจากความเป็นจริงพวกเรา.... ผมกุมมืออาเธอร์แน่นถึงได้รู้ว่ามือของอาเธอร์เย็นเฉียบและสั่นเทา

หลังจากสวมเสื้อผ้า และเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมกับอาเธอร์ก็ไปที่ห้องนอนทั้งสองของเราที่ประตูห้องของเราที่อยู่เคียงข้างกันแต่มีทางเข้าสองทาง ในความรู้สึกของผมยังกับประตูนี้มันเป็นเส้นทางที่ผมกับอาเธอร์จะต้องเดินเมื่อพ่อกับแม่รู้ความลับของเราแล้ว อาเธอร์ยังไม่ยอมปล่อยมือผม

“ฉันรู้...ทั้ง ๆ ที่รู้ดีอยู่แล้วแต่เราก็ทำ เราเป็นฝาแฝดกันแถมยังเป็นผู้ชายเหมือนกันอีก ฉันเข้าใจ แต่...พออยู่ต่อหน้ามิเกลเรื่องพวกนั้นมันละลายไปจากหัวของฉันหมด ฉันคิดแค่อยากอยู่ด้วยกันกับมิเกล อยากให้ความสุขกับมิเกล ทำไม!!!! ให้ฉันฝันดีนานกว่านี้อีกหน่อยไม่ได้เหรอ?ฉันอยากอยู่กับมิเกล” อาเธอร์รำพันออกมาพร้อมกับทรุดตัวลงกับพื้น

“ฉันรักมิเกล....ผิดด้วยเหรอ? สายตาของพ่อแม่สีหน้าของพวกเขาราวกับมองของสกปรก ในสมองฉันเข้าใจว่าทำไมท่านถึงมองแบบนั้น แต่...แต่ว่า...อุ๊บ!” ผมประกบริมฝีปากเพื่อหยุดเสียงรำพันแสนปวดร้าวของอาเธอร์แต่กระนั้นก็ไม่อาจหยุดหยาดน้ำใสที่ทะลักออกมาจากดวงตาสวยนั่นได้

ผมจ้องมองดวงหน้าที่เหมือนกับใบหน้าของผมพร้อมกับกอดเอาไว้แน่น อาเธอร์ส่งเสียงสะอื้นในอ้อมแขนผม ตอนนี้สิ่งที่ผมคิดก็คือ พรุ่งนี้คงจะไม่เหมือนทุกวันที่ผ่านมาอีกแล้ว พรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันคริสต์มาสเป็นวันที่ครอบครัวจะอยู่พร้อมหน้าอย่างมีความสุข ถึงซานตาครอสจะมอบของขวัญให้เรามาตลอดทุก ๆ ปีแต่ปีนี้และปีต่อ ๆ ไปคงจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว

“ไม่อยากให้วันพรุ่งนี้มาถึงเลย” ผมคิดอย่างนั้น

 catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

เรื่องใหม่ค่ะ สด ๆ ร้อน ๆ ส่วนเรื่องเก่ารอนิดนะคะแบบว่าคิดไม่ออกอ่ะ แนะนำ ติชม ดุ-ด่าได้ที่ [email protected] เจ้าค่ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1