
ตอนที่ 6:
ผม เอ๊ย! ข้าไม่ยอมรับเด็ดขาดครับ
เอริโตะลุกขึ้นมาก่อนที่จะมีใครแสดงความเห็นซะอีกอ่ะ
เอริโตะ นั่งลงก่อน เรย์ฟานพูดเตือนสติ
เอาล่ะ งั้นข้าถามเจ้าหน่อยเถอะว่าทำไมถึงคิดว่าไม่ใช่เจ้า ซาฟานถามอย่างใจเย็น ความจริงเขาอยากจะลุกไปเขกหัวเจ้าหนูนี่ด้วยซ้ำ
เอ่อ ก็ ข้า เอ่อ ผมสีดำไง ใช่แล้ว!! เด็กคนนั้นน่ะผมสีเงินตะหากล่ะ
เหตุผลจริงๆ ของเอริโตะนั้นเป็นใครก็รู้ว่าไม่ใช่เหตุผลนี้แน่ ก็ท่าทางของเขาไม่ได้บอกอย่างนั้นนี่นา
อืม งั้นข้าจะอธิบายให้ฟังละกันนะ พินดอนกล่าวเรียบๆ
มิติที่เรารู้ได้ว่ามีนั้นมีอยู่ไม่กี่มิติหรอกนะ สิ่งมีชีวิตในแต่ละมิติก็จะแตกต่างกันออกไป ในขณะเดียวกันบางมิติก็เกือบจะเหมือนกันทีเดียว อย่างเช่นมิติคู่ขนานที่เจ้าเติบโตมาไงล่ะ ซาฟานเปรยขึ้น
แต่ละมิติจะมีแรงดึงดูดเป็นของตัวเอง หากสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นหลุดเข้าไป แรงดึงดูดที่ว่านั้นจะจัดการเปลี่ยนสิ่งแปลกปลอมนั้นให้ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตของตัวเองให้เร็วที่สุด ในกรณีเดริม่าที่เป็นเด็กทารกนั้นยิ่งไม่ยากต่อการเปลี่ยน เป็นไปได้ว่าใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจก็คงเรียบร้อย พินดอนอธิบาย
ตะ แต่คนผมสีเงินในที่ที่ผมเคยอยู่ก็มีตั้งเยอะ ไม่เห็นต้องเปลี่ยนเลยนี่
ไม่รู้ว่าจะดื้อไปถึงไหน เอริโตะยังคงหาเหตุผลมาค้ำยันต่อไป
แล้วที่ที่เจ้าอยู่น่ะมีผมสีเงินสักกี่คนกันล่ะ เมื่อเทียบกับคนผมสีดำ พินดอนเอ่ยถามอย่างใจเย็น
อะ เอ่อ เอริโตะพูดไม่ออก
ช่างเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่อยากยอมรับ หรือเชื่ออะไรทั้งนั้น ข้าเชื่อว่าอีกไม่กี่วัน ไม่สิ ไม่กี่ชั่วยามเราคงจะได้รู้กันว่าเจ้าคือเดริม่าหรือไม่
พินดอนที่ผ่านโลกมามากแล้ว เข้าใจว่าเอริโตะคิดอะไรอยู่
ไม่กี่ชั่วยาม? ท่านหมายความว่าไง เอริโตะถามทันทีเมื่อทวนคำพูดนั้นอย่างรอบคอบแล้ว
หมายความว่ามิตินี้กำลังดึงดูดเจ้าให้กลับเป็นเหมือนเดิมไงล่ะ ซาฟานตอบแทนพินดอน
เหมือนเดิมอะไร ผม เอ๊ย! ข้าไม่ใช่คนของที่นี่ รึถ้าจะเปลี่ยนก็ไม่มีเป็นอย่างนั้นได้หรอก เอริโตะไม่วายเถียงกลับ
เอาเถอะ สายเลือดและพลังพิเศษบางอย่างของดันโดเรสใช่ว่าใครจะมีก็ได้ อีกไม่นานเราก็จะได้รู้กัน ซาฟานหันมาทางเหล่าขุนนางเป็นเชิงขอความเห็น
นั่นสินะ ข้าคิดว่าเด็กคนนี้มีส่วนคล้ายกับธิดาของท่านพินดอนมากทีเดียว หนึ่งในนั้นออกความเห็นตามที่ตนคิด
ตอนนี้ข้าไม่อยากพูดว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ข้าจะรอผลการพิสูจน์แล้วกัน อีกคนพูดขึ้น ขุนนางส่วนใหญ่มีท่าทางในแบบเดียวกัน
ถ้าเช่นนั้น ข้าขอจบการประชุมครั้งนี้แต่เพียงเท่านี้ เชิญทุกท่าน
ซาฟานพูดจบก็ผายมือเชิญเหล่าขุนนาง เว้นแต่ผู้เฒ่าพินดอนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
เอริโตะเอ๋ย หากเจ้าคือ เดริม่าจริง ครานี้ข้าคงได้นอนตายตาหลับเสียที พูดจบเขาก็หันไปหาซาฟาน
ท่านซาฟาน ข้าเชื่อว่าเหตุผลที่พวกแบล็คฮีลไล่ล่าเหล่าดันโดเรส คงไม่ใช่เพียงแค่ผลประโยชน์ที่จะได้รับเท่านั้นใช่หรือไม่พินดอนถามออกไปตรงๆ
สมแล้วที่เป็นท่าน เสด็จลุง ข้าได้สืบลึกลงไป ทั้งเรื่องที่หมู่นี้มีพวกปีศาจออกอาละวาด หรือเรื่องที่มีคนเห็นเหล่าภูติพราย
หรือแม้กระทั่งการบิดเบี้ยวของเวลา ล้วนเป็นผลกระทบจากสิ่งที่พวกแบล็คฮีลต้องการให้เกิดขึ้นทั้งนั้น ซาฟานพูดด้วยเสียงเรียบเย็น
เจ้าหมายความว่าอย่างไร ซาฟาน พินดอนรู้เพียงว่ามีเรื่องแอบแฝง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร
สิ่งที่พวกแบล็คฮีลปรารถนาก็คือครอบครองมิติคู่ขนานทั้งสอง โดยการทำให้มิติคู่ขนานทั้งสองบรรจบกัน ซาฟานหันไปมองหน้าเรย์ฟาน
ผู้นำคือฮันเซล เดอร์ราฟค่ะ เรย์ฟานพูดให้รายละเอียดต่อ
ฮันเซล เจ้านั่น! ยังไม่เลิกความคิดบ้าๆ นี่อีกรึ!
ผู้อาวุโสที่ดูใจเย็นเมื่อครู่แทบจะกลายเป็นสิ่งตรงข้ามกัน สีหน้าบ่งบอกความตกใจ
ที่น่าเจ็บใจคือเราไม่มีหลักฐานพอที่จะเอาผิดได้ ข้าเองก็ได้แต่กำจัดที่ปลายเหตุ นัยตาของซาฟานแสดงความโกรธเกรี้ยว
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับตระกูลดันโดเรสล่ะครับ ในที่สุด หนุ่มน้อยของเราก็ทนไม่ได้ต้องถามออกไป
นั่นก็เพราะตระกูลดันโดเรสคือสายเลือดพิเศษที่เทพเจ้าสร้างขึ้นมาเพื่อรักษาสมดุลให้กับมิติทั้งสองนี่น่ะสิ
ซาฟานอธิบาย แต่ดูเหมือนเอริโตะยังไม่ได้ความกระจ่างอยู่ดี
เจ้านี่มันหัวขี้เลื่อยจริงๆ ซาฟานพูดแดกดัน
มันเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับนาย ฉลาดนักก็เอาสมองมาเลยมา เอริโตะทำท่ายียวน และแล้วสงครามย่อยก็เริ่มก่อตัวอีก (แล้วครับท่าน)
พอก่อนเลยพวกเจ้า เดี๋ยวข้าอธิบายให้ฟังเอง ตระกูลดันโดเรสน่ะเป็นตระกูลเก่าแก่ เอริโตะ จากเมื่อกี้นี้เจ้าคงจับใจความได้บ้างใช่มั้ยว่าคนที่คิดจะเปิดประตูมิติต้องแลกด้วยชีวิตน่ะ เรย์ฟานรีบห้ามทัพพร้อมอาสาอธิบาย
ครับ เอริโตะตอบ แต่สายตายังห้ำหั่นกับซาฟานอยู่
แล้วการที่แบล็คฮีลคิดจะให้บรรจบกัน อะไรมันจะหนักกว่ากันล่ะ เรย์ฟานถามต่อ
ก็ต้องบรรจบสิครับ เอริโตะทำหน้างงกับเรื่องที่เรย์ฟานถาม
ตามหลักแล้วควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ความจริงคือมันไม่สามารถทำได้ เพราะเลือดของตระกูลดันโดเรสคอยขวางอยู่ เพราะฉะนั้น ทางเดียวที่จะให้มันบรรจบกันคือ ทำให้ดันโดเรส หายไป เมื่อเรย์ฟานพูดจบก็เหลือเพียงความเงียบเท่านั้น
โหดร้ายที่สุด ไม่ว่าที่ไหนก็มีคนแบบนี้ทั้งนั้นรึไงนะ เอริโตะพึมพำ
ข้าคิดว่าถ้าหากพวกนั้นทำพิธีไม่สำเร็จ มันจะต้องรู้ว่ามีเจ้าอยู่อย่างแน่นอน พินดอนออกความเห็น
แล้วข้าก็ต้องถูกกำจัดใช่ไหม เอ๊ะ! ไม่ใช่ ข้าไม่ใช่คนตระกูลดันโดเรสซะหน่อยทำไมต้องกลัว เอริโตะหลุดปากไปเพราะความหัวไว แล้วก็แก้ตัวเพราะความหัวไวนั่นอีกแหละ
หึ หึ เดี๋ยวก็รู้ ถ้าเจ้าใช่จริง พวกเราจะช่วยปกป้องเอง ไม่ต้องกลัวหรอก
ชั่วแว่บที่ซาฟานพูดออกมา ทำให้เอริโตะรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ทำไมกันนะ
ว่าแต่พวกเราจะกลับกันได้รึยังล่ะ เสด็จลุงจะไปพักที่จวนของซาฟานกับข้าก่อนมั้ยคะ เรย์ฟานพูดชวน
ก็ดีนะ แต่ไม่ดีกว่านะ แยกกันที่นี่แล้วกัน ข้ามีธุระน่ะ พินดอนพูดพลางทำท่าจะเดินออกไปก่อน
ดะ เดี๋ยวครับ เสียงเอริโตะเรียกก่อนที่ผู้เฒ่าจะจากไป
มีอะไรรึ พินดอนหันมาถามยิ้มๆ
คือ ผม ข้าขอดูสาสน์มนตราอะไรนั่นอีกครั้งจะได้มั้ย เอริโตะพูดตะกุกตะกัก
ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ พินดอนพูดแล้วส่งให้เอริโตะ
งั้นเราดูด้วยกันนะ ข้าอยากเห็นท่านพี่เดโรเทียอีกสักครั้ง เรย์ฟานเอ่ยปากชวน
ไม่มีใครคัดค้าน
เปิดอย่างนี้ใช่มั้ยครับ เอริโตะหันไปถาม แต่มือคุณเธอน่ะรึ เปิดไปแล้วอ่ะ
ทันใดนั้น แสงสว่างวาบออกมาจากสาสน์มนตราทันทีที่เอริโตะเปิดมัน ไม่เหมือนกับตอนที่ผู้เฒ่าพินดอนเปิด ทั้ง 4 คนต่างพากันตกตะลึง ร่างงดงามที่พวกเขาเห็นในการประชุมนั้นปรากฏออกมาเหมือนเดิม
หากแต่มีบางสิ่งต่างกัน
สวัสดีจ้ะเดริม่า ลูกรักของแม่ แล้วก็ท่านพ่อก็ไม่ต้องตกใจนะคะ หนูไม่ได้บอกไว้ในสาสน์หลัก นี่เป็นสาสน์ลับที่มีเพียงเดริม่าเท่านั้นที่เปิดได้ แหะๆ ตกใจมากใช่มั้ยล่ะ เอาไว้พิสูจน์ว่าใช่ตัวจริงรึเปล่าไงล่ะคะ แหมๆๆ เฮฮากันหน่อยสิ เครียดเชียวนะ ถ้าเดาไม่ผิดล่ะก็เรย์กับซาฟานก็อยู่ด้วยใช่มั้ย ขอโทษที่ผิดนัดนะจ๊ะ ยกโทษให้หน่อยนะ อะแฮ่ม! เดริม่าจ๊ะหวังว่าลูกคงสบายดี ลองเปิดไอ้นี่ได้แสดงว่าสบายดีสินะ แม่มีเรื่องจะบอกจ้ะ หลังจากที่ลูกมาที่นี่ 3 วัน ในวันที่ 3 สายเลือดดันโดเรสอีกคนก็จะตามมา เป็นบุตรสาวของท่านป้าเอเรีย ชื่อมารีอันน่าจ้ะ แม่ตกลงกับท่านป้าไว้แล้ว ถ้าเธอปลอดภัยล่ะก็ต้องมาแน่
แม่เสียดาย เอ๊ย! เสียใจที่ไม่ได้เห็นลูกเติบโตเป็นหนุ่มน้อยน่ารัก แต่ไม่เป็นไร แค่ลูกปลอดภัยก็ดีแล้ว วิธีพิสูจน์ว่าใครคือมารีอันน่า ให้นำสารนี้ไปให้เธอเปิดนะจ๊ะ มีข้อความถูกซ่อนไว้อีกจ้ะ สำหรับเฉพาะมารีอันน่าน่ะ ขอให้มีความสุขนะจ๊ะ
แล้วภาพก็ดับไปท่ามกลางความงุนงงของมนุษย์ทั้งสี่ที่ต่างวัยกัน
นี่มัน เอริโตะงึมงำพลางคิดว่า เอาแล้วสิฉัน โดนเต็มประตูดิ้นไม่หลุดเลย
ในที่สุด เธอคือเดริม่าของแท้แน่นอน ข้า เอ่อ ตาดีใจเหลือเกินที่เจ้าปลอดภัย
ผู้เฒ่าพินดอนกล่าวน้ำตาคลอ โผเข้ากอดเอริโตะ ฝ่ายถูกกอดนั้นนิ่งงัน เขาทั้งดีใจและเสียใจ ความรู้สึกมากมายถูกผสมปนเปจนไม่รู้ว่าอันไหนคือความรู้สึกที่แท้จริงกันแน่ แต่สุดท้ายเขาก็กอดตอบชายชรา น้ำตาเอ่อล้นอย่างช่วยไม่ได้
.. เขาไม่พูดอะไร
ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้ะเดริม่า เรย์ฟานโอบคนทั้งสอง พาลจะร้องไห้ไปด้วยอีกคน
เป็นเจ้าจริงๆ สินะ ซาฟานยืนยิ้มอยู่ห่างๆ
ยินดีต้อนรับกลับค่ะ ฟินเรออกมาต้อนรับพร้อมอุ้มเจ้าเลออนออกมาด้วย (คนแต่งลืมมันไปแล้วค่ะ ทั้งที่มันออกจะน่ารัก)
อืม ซาฟานตอบตามปกติวิสัย
ยินดีที่ได้กลับเช่นกันจ้ะ เรย์ฟานว่าเข้าไปนั่น
ท่านเอริโตะคะ นี่ค่ะ ฟินเรพูดพร้อมส่งเลออนให้เอริโตะ
อ๊ะ! ผม (กับคนแต่ง) ลืมมันซะสนิทเลย ขอบคุณนะที่ดูแลให้ เอริโตะเอ่ยเขินๆ
ไม่เป็นไรมิได้ค่ะ มันว่าง่ายแล้วก็กินจุมากเลยนะคะ ฟินเรยิ้มแย้มพลางเดินนำไปที่ห้องอาหาร
คือ มันตัวโตขึ้นรึเปล่าเนี่ย รึว่าผมคิดไปเอง เอริโตะพูดพลางพินิจพิจารณาเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อย
พลังพิเศษของฟินเรน่ะสิ ฉันเองก็เพิ่งรู้ตอนที่อะไรๆ รอบๆ ตัวฟินเรโตเร็วผิดปกติ แต่รู้สึกจะไม่ได้ผลกับอะไรที่มันมีพลังกล้าแข็งน่ะ อย่างคน สัตว์ใหญ่ๆ รึพวกต้นไม้ที่อยู่มานานแล้ว แต่พวกลูกสัตว์ หรือต้นไม้ที่เพิ่งงอกล่ะก็ได้ผลชะงัดนักล่ะ แต่เจ้าตัวควบคุมไม่ได้น่ะ ข้าว่าน่าจะเป็นเพราะสายเลือดของต้นตระกูลล่ะมั้ง เรย์ฟานอธิบาย
งั้นแบบนี้ไม่กี่วันเจ้าเลออนมิกินผมเข้าไปได้แล้วรึ เอริโตะทำหน้าหวั่นๆ
ไม่หรอก พลังของฟินเรได้ผลแค่ช่วงหนึ่งเท่านั้นแหละ พวกลีโอน่ะพลังกล้าแข็งมากกว่าคนบางคนแถวนี้ซะอีก ซาฟานอธิบายแทน
อ้อๆ จะหาเรื่องต่อใช่มั้ย เอริโตะทำท่าจะโดดใส่
ใครไปหาเรื่องเจ้ากัน ข้าพูดลอยๆ ขึ้นมาต่างหาก เจ้ารับไปเองนะ ซาฟานลอยหน้าลอยตา
หนอย! ลองชิมลูกเตะพิฆาตมารของชั้นดูเดี๋ยวก็รู้ ย้ากกกก!!
เอริโตะตะโกนลั่นทำท่าจะเอาจริง เรย์ฟานรีบคว้าตัวอลหม่าน
เจ้าหนูปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ทำได้ก็ลองดูสิ ท้าซะอีกแน่ะ
คอยดูแล้วกั !!! พูดไม่ทันจบประโยค แรงต่อต้านเรย์ฟานก็หายไป ร่างเล็กๆ นั้นทรุดลงกับพื้น มือที่อุ้มประคองเลออนคลายออกจนเจ้าตัวน้อยลงไปกลิ้งกลุกๆ ใบหน้าของเอริโตะแสดงความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนซาฟานตกใจ
ซา ร่างกายของเอริโตะร้อนมากเลย มันผิดปกติ ข้ารู้สึกว่ามีพลังอัดเต็มร่างเอริโตะไปหมด เรย์ฟานตื่นตระหนก ฟินเรหันกลับมาทันที
เกิดอะไรขึ้นคะ ฟินเรพลอยตกใจไปด้วย
จะ เจ็บ ร้อนไปหมด เหมือนอะไรบางอย่างจะระเบิด ออกมา เอริโตะพูดเสียงสั่น
เรย์ แรงดึงดูด ประโยคสั้นๆ แต่เรย์ฟานก็รู้ทันที
ฟิน ไปเปิดห้องรอไว้เร็วเข้า ซาฟานช้อนตัวเอริโตะขึ้นอุ้มแนบอก เดินปนวิ่งจนถึงห้องของเอริโตะ แล้ววางเขาลงบนเตียง
ส่วนเจ้าของห้องหมดสติไปเรียบร้อยแล้ว
เอริโตะจะเป็นอะไรมั้ย เรย์ฟานถามอย่างเป็นห่วง ในขณะที่เจ้าลูกลีโอน้อยกระโดดขึ้นไปบนเตียง
ไม่เป็นไรหรอก ส่งข่าวไปบอกเสด็จลุงด้วย ฟินอุ้มเลออนออกไปก่อน สิ้นสุดคำสั่ง
ฟินเรรีบอุ้มเลออนออกมาอย่างงงๆ และแล้วท่ามกลางสายตาของคนทั้งสาม แสงสว่างจ้าจนแสบตาห่อหุ้มเอริโตะราวกับจะเป็นเกราะป้องกัน แล้วก็ค่อยๆ อ่อนลงจนเห็นเป็นลักษณะกลมรีรอบๆ ตัวเอริโตะ แสงนั้นปิดทึบสนิทจนมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน
คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ ซาฟานถอนหายใจอย่างโล่งอก
ตกใจเลยนะเนี่ย ข้าเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกนี่ล่ะ เรย์ฟานยังคงตะลึงตาค้าง
สวยจังค่ะ ว่าแต่นี่มันเป็นไงมาไงกันคะเนี่ย ฟินเรพูดงงๆ ในมือก็ลูบหัวเลออนไปด้วย
ออกจากที่นี่ก่อนดีกว่า เดี๋ยวข้าเล่าให้ฟังเอง เรย์ฟานอาสา (อีกแล้วเรอะ)
อะไรกันเนี่ย จู่ๆ ผมก็เจ็บตัวอีกแล้ว อะไรกันนักกันหนานะผมอยากให้นี่เป็นแค่ฝันชะมัด สู้ต่อไปเถอะนะหนูเอริโตะ
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
ในที่สุดก็จบตอนที่ 6 ช่วงนี้ไม่ว่างเลยค่ะ อยากแต่งต่อแต่ก็ไม่มีเวลา แย่จัง ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาอ่านค่ะ ขอบคุณจริง ขอบคุณพี่กระต่ายมากๆ ค่ะ
แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]