erito in wonderland

ตอนที่ 3

เอริโตะแทบจะบ่นเป็นภาษาเขมร เมื่อเสื้อผ้าที่ฟินเรเตรียมให้…มันช่าง…ช่าง…รุงรังอะไรอย่างนี้!!!

“อ่า…ฟะ…ฟินเร คือ…เอ่อ…เครื่องแต่งกายที่นี่เป็นแบบนี้เหรอ” เอริโตะถามอย่างยากลำบากเพราะไม่ใช่แค่เครื่องแต่งกายเท่านั้น ฟินเรยังแต่งหน้าให้เขาอีกต่างหาก

“คะ? ถ้าเป็นงานสำคัญๆ ก็จะเป็นแบบนี้แหล่ะค่ะ” ฟินเรตอบแบบเรื่องปกติ

“แล้วซา…เอ่อ…ท่านซาฟานน่ะแต่งแบบนี้หรือเปล่าล่ะ” เอริโตะเริ่มถามถึงบุคคลข้างเคียง

“พูดอะไรคะ จะให้ท่านซาฟานแต่งแบบผู้หญิงได้ไงล่ะคะ” ประโยคที่หลุดจากปากฟินเรเล่นเอาเอริโตะถึงกับอึ้ง

“งะ…งั้นที่ผมแต่งก็…เป็นเสื้อผ้าสำหรับผู้…หญิง” อาการติดโอ่ง เอ๊ย! อ่างเริ่มกำเริบทันที

“ค่ะ ทำไมคะ? มีอะไรรึเปล่าคะ” ฟินเรยังคงยิ้มแย้มพลางคิดว่าเหมาะดีจริงๆ

“เอ่อ…ผมว่าฟินเรกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่แน่ๆ เลยนะ” เอริโตะเริ่มอธิบายอย่างยากลำบาก

“เข้าใจอะไรผิดคะ” ฟินเรผู้ไม่รู้เรื่องยังคงมึนๆ งงๆ ต่อไป

“คือ ผมไม่ใช่ผู้หญิงหรอก คือ…ผมเป็นผู้ชายต่างหาก” จบประโยค ห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ…เงียบมาก…เงียบจริงๆ…

“ขะ…ขออภัยค่ะ! ข้าจะรีบหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ทันที รอสักครู่นะคะ”

พูดจบก็วิ่งออกไปจากห้องทันทีอย่างที่พูดจริงๆ ด้วยความตกใจในสิ่งที่เหนือความคาดหมายทำให้ชนกับซาฟานเข้าอย่างจังแทบล้มลงไปกองกับพื้น

“ทะ…ท่านซาฟาน!” ฟินเรแทบจะตะโกนออกมา

“มีอะไรฟินเร ตกใจอะไรขนาดนั้น” ชายหนุ่มถามอย่างอดไม่ได้ เนื่องจากใบหน้าที่แสดงความตกใจระคนอายจนคิ้วแทบผูกโบว์

“กะ…ก็ท่านเอริโตะ” สงสัยว่าโรคติดอ่างจะแพร่ระบาดซะแล้ว

“ใครคือเอริโตะ…อ้อ แขกของข้าน่ะเหรอ” ซาฟานเดาเก่งจริงๆ

“ขะ…ค่ะ ทำไมท่านซาฟานถึงไม่บอกข้าว่า…ท่านเอริโตะ ปะ…เป็น…เป็นผู้ชายล่ะคะ ข้าไม่รู้ก็เลยเอาเสื้อผ้า เครื่องประดับของผู้หญิงไปให้…แล้วนี่ข้าจะไปหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาจากไหนทันกันล่ะ” ประโยคหลังงึมงำ เบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ

“ฮะๆๆ อย่างนี้นี่เอง ตลอด 10 ปีมานี่เจ้าไม่เคยทำงานพลาดเลยนี่นะ เสื้อผ้าก็ยืมของข้าก่อนก็ได้ ข้าก็กำลังคิดว่าจะไปตรวจความเรียบร้อยของพวกเจ้าอยู่พอดี” ถึงจะดูสุขุมรอบคอบเสมอ แต่กับคนที่คุ้นเคย เขาจะมีความเป็นกันเองอย่างเหลือเชื่อ

“ได้เหรอคะ ก็ท่านซาฟานกันท่านเอริโตะน่ะ คนละเรื่องเลยนะคะ” ฟินเรพูดพลางสายตาก็มองสำรวจเปรียบเทียบ

“เจ้าก็แก้ไขให้มันพอดีสิ เจ้าทำได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” ซาฟานพูดอย่างสบายใจ

“โธ่ เวลามันเหลือเท่าไรท่านรู้หรือเปล่าคะ ข้างล่างน่ะ แขกเหรื่อก็มากันมากแล้วนะคะ จะทันได้ยังไง” คิ้วของฟินเรเริ่มจะกลายจากโบว์เป็นเงื่อนตายซะแล้ว

“เฮ้อ…งั้นมานี่กับข้าแล้วกัน” ซาฟานพูดพร้อมออกเดินนำไปทางห้องของเอริโตะ

“จะไปทางนั้นทำไมคะ” แม้ปากจะถามแต่ก็เดินตามไปเรื่อย จนถึงจุดหมาย

“ข้าเข้าไปได้หรือเปล่า” ซาฟานพูดพร้อมเคาะประตู

“เอ๋? อะ ได้” เมื่อมีเสียงตอบรับมาจากภายในห้อง ซาฟานก็เปิดประตูเข้าไปพร้อมกับฟินเร

“ซา เอ๊ย! ท่านซาฟาน ฟินเร” หลังจากฟังเรื่องราวจากเรย์ฟานมาแล้ว ทำให้เอริโตะมีความคิดว่าคนทั้งสองช่างเป็นบุคคลที่มีความสำคัญสำหรับอาณาจักรนี้เหลือเกิน

“เจ้า…ชุดนี้ก็เหมาะดีไม่ใช่เหรอ” ซาฟานพูดออกมาตามที่เขาคิด หากเอริโตะไม่สนุกด้วย

“เหมาะอะไร ผมเป็นผู้ชายนะ” เอริโตะเถียงทันที

“เถอะน่า เสื้อผ้าชุดใหม่คงหาให้ไม่ทันแล้ว จะยืมของข้าก่อนก็คงไม่ได้ ก็เจ้าตัวเล็กกว่าข้ามาก ชุดนี้ก็ลองเอาพวกเครื่องประดับ กับผ้าบางชิ้นออกก็ใช้ได้แล้ว” ซาฟานพูดพลางใช้สายตาพินิจพิเคราะห์

“อืม…จริงด้วย ต่างกันก็แค่เสื้อคลุมตัวนอกสุดเท่านั้นเอง” เอริโตะพูดพลางถอดเสื้อคลุมออกแล้วหันมาเทียบกับที่ซาฟานใส่อยู่

“ดัดแปลงนิดหน่อยก็ OK แล้วนี่นา…เอ่อ ฟินเรมีเข็มกับด้ายสีนี้รึเปล่า” เอริโตะพูดพลางส่งเสื้อให้ฟินเรดู

“มีค่ะ ทำไมเหรอคะ” ฟินเรงงๆ กับสิ่งที่คู่สนทนาถาม

“เดี๋ยวผมจัดการเอง” เอริโตะพูดพลางหันมายิ้ม แม้จะยังงงๆ กับสิ่งที่เอริโตะพูด แต่ฟินเรก็เตรียมของมาให้

“ขอบคุณมาก แล้วก็…ท่านซาฟานช่วยยืนเป็นแบบอยู่ซักเดี๋ยวนะ”

พูดจบก็ทำการแปลงโฉมเสื้อคลุมอย่างคล่องแคล่วว่องไวโดยมีซาฟานและฟินเรมองด้วยความตกตะลึง

“เอาล่ะ แบบนี้ใช้ได้มั้ย?” เอริโตะหันมาถามหลังจากตัดโน่นเติมนี่เมื่อครู่ที่ผ่านมา

“อา…อะ…อะ…ชะ…ใช้ได้ค่ะ” ฟินเรที่ยังตะลึงเริ่มได้สติ

“งั้นใส่เลยนะ” ดูท่าทางเอริโตะจะไม่ได้ใส่ใจกับท่าทางของคนที่ตนถามเลย

“ไม่ยักรู้มาก่อนเลยนะคะว่าผู้ชายก็ทำแบบนี้ได้” ฟินเรพูดพลางเหลือบตามองซาฟาน

“ผมอยู่กับพวกเด็กๆ จอมซนน่ะครับ ถ้าไม่หัดทำอะไรซะบ้าง มีหวังเพื่อนผมคงต้องรับเละ” พูดพลางก็แต่งตัวไปพลาง

“เด็กๆ ?” ซาฟานย้อนถาม

“ผมเป็นเด็กกำพร้า อยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เด็กน่ะครับ ช่วง 2-3 ปีมานี้พวกพนักงานลาออกกันเยอะ คนช่วยงานเลยแทบไม่เหลือ ก็ต้องฝึกงานกันยกใหญ่” เอริโตะพูดพลางนึกขำตัวเองตอนเริ่มหัดทำงานบ้าน

“เอาล่ะ เรียบร้อย ต้องมีอะไรเพิ่มเติมอีกรึเปล่า” พูดจบก็หันไปให้ซาฟานและฟินเรดู

“ค่ะ หมดปัญหา งั้นเราออกไปได้แล้วล่ะมั้งคะ” ฟินเรหันหน้าไปหาซาฟานเป็นเชิงขอคำตอบ

“อืม จะมีที่เพี้ยนๆ ก็นิดหน่อยเท่านั้น คงไม่ร้ายแรงหรอก ไปได้แล้ว ข้าถือเป็นคนสำคัญสำหรับงานนี้ ถ้าไปช้า จะถูกตำหนิได้” พูดจบก็ออกเดินนำทันที

‘แล้วที่ว่าเพี้ยนๆ น่ะ มันที่ไหนกันล่ะ?’

เอริโตะนึกสงสัยในใจแต่ก็เดินตามออกไปโดยมีฟินเรออกเดินตาม ทั้งสามเดินไปจนถึงพื้นที่สวนขนาดใหญ่ มีผู้คนมากมายแตงตัวด้วยเสื้อผ้าหลากสี

“ท่านซาฟานออกมาแล้วล่ะ” เสียงหนึ่งที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นมา พาเอาสายตาของคนทั้งงานมาจับจ้องที่ซาฟานเป็นตาเดียว

“ไหนๆ ว้าย! ท่านซาฟาน มาดื่มกับพวกเราเถอะค่ะ” สาวสวยอีกคนเข้าถึงเนื้อถึงตัวเลยทีเดียว

“เอ๊ะๆๆ! เดี๋ยวซิ แม่สาวน้อยข้างหลังท่านซาฟานเป็นใครน่ะ”

อีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาอีก คราวนี้สายตาแขกเหรื่อย้ายเป้าหมายจากซาฟานมาทางด้านหลังของซาฟานแทน

“หมายถึงฟินเรเหรอ?” เอริโตะหันมากระซิบกับฟินเร

“ข้าว่าคงไม่ใช่หรอกค่ะ คนส่วนมากจะรู้ว่าข้าเป็นหัวหน้าแม่บ้านของที่นี่ น่าจะเป็น…”

“แม่สาวผมดำนั่นเป็นใครกันคะ ท่านซาฟาน”

ฟินเรยังพูดไม่ทันจบ เสียงที่แทรกเข้ามาให้คำตอบอย่างชัดแจ้งเจนใจเอริโตะ จนแทบเป็นลม

“ง่ะ…ซา เอ๊ย! ท่านซาฟาน หมายความว่าไงเนี่ย ผมเป็นผู้ชายนะ รีบบอกพวกเขาสิ”

เอริโตะแทบจะกระซิบไม่อยู่ ในเมื่อทุกอย่างเริ่มโกลาหล ความเข้าใจผิดเริ่มตีวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

“บอกพวกเรามานะคะ แม่เด็กครึ่งบกครึ่งน้ำนั่นเป็นใคร” อีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาอีก

“ครึ่งบกครึ่งน้ำ? หมายความว่าไง” เอริโตะหันไปถามฟินเรทันที

“อะ เอ่อ…อ๊ะ ท่านเอริโตะลืมลบเครื่องสำอาง แล้วก็ลืมเอาเครื่องประดับออกค่ะ”

หลังจากมองอย่างไตร่ตรอง ฟินเรก็รีบให้คำตอบทันที เขาแต่งตัวเป็นชายแต่กลับแต่งหน้าทำผมแบบผู้หญิง

“หา!! ช่วยกันเอาออกเร็วเข้า” เอริโตะร้อนรน

“เดี๋ยวนะเอริโตะ แค่วันนี้เท่านั้นแหละ โทษที” ซาฟานหันมากระซิบให้เอริโตะ

“ขอโทษอะ…!?!” พูดไม่ทันจบซาฟานก็ดึงตัวเอริโตะออกมาข้างหน้า

“นี่เป็นคนพิเศษของข้า วันนี้มีงานเลี้ยงพอดีก็เลยพามาด้วยน่ะ”

พูดจบซาฟานก็ค้อมตัวลงมา จุมพิตแก้มเนียนของเอริโตะ และแน่นอนว่า…

“เพี๊ยะ!! “ เอริโตะตบหน้าซาฟาน ( -_-“) แล้วเดินดุ่ยๆ ทิ้งซาฟานไว้ข้างหลังท่ามกลางความตกตะลึง และความมึนงงของเหล่าผู้คนทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะไปไหน

‘ล้อเล่นแบบนี้มันไม่สนุกนะเฟ้ยเจ้าบ้า’ แต่ไหนแต่ไรมา เอริโตะจะเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีมาก และก็เป็นที่รู้กันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกนั่นแหละว่าเวลาเอริโตะฟิวส์ขาดจะเป็นยังไง…

“เอริโตะ เยี่ยมมากเลยนะเมื่อกี้” เสียงที่คุ้นเคยดังออกมาจากทางด้านข้าง

เอริโตะจึงหยุดและหันมองตามเสียง

“คุณ อะ ท่านเรย์ฟาน” เมื่อเห็นว่าตนเองอยู่ในคนหมู่มาก เอริโตะจึงรีบทำตัวตามสุภาษิต ‘เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม’

“ไม่ต้องเรียกข้าว่าท่านหรอก เวลาเจ้าเรียก ข้ารู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้” เรย์ฟานพูดพลางทำหน้าไม่พอใจ

“แต่มันจะดีเหรอครับ ผมเรียกท่านเรย์ฟานดีกว่า ทุกคนก็เรียกแบบนั้นไม่ไช่เหรอครับ แค่ผมดำตาดำก็แปลกพอแล้วนะครับ” เอริโตะพูดด้วยสีหน้าวิตก

“ถ้าจะเอายังงั้น เจ้าก็ควรแทนตัวว่า ข้า ด้วยสิ ไม่งั้นก็ครึ่งบกครึ่งน้ำอีกอยู่ดี”

สิ่งที่เรย์ฟานพูดทำให้เขานึกได้ทันทีว่ายังไม่ได้จัดการกับบางอย่าง

“อ๊ะ เอริโตะ อย่าเพิ่งลบนะ มานี่ๆ ข้าจะบอกให้ว่าทำไมซาฟานถึงทำอย่างนั้น” เรย์ฟานพูดพลางดึงตัวเอริโตะไปที่ที่ค่อนข้างไม่มีผู้คน

“ว่าไงครับ” เอริโตะทำหน้าเจ้าปัญหา

“นั่นก็เพราะ…ซาฟาน…รักเจ้าน่ะสิ” เรย์ฟานพูดแทบจะเป็นเสียงกระซิบ

“หา!!!” เอริโตะลืมปรับระดับเสียงทันที

“ล้อเล่น” คนพูดพูดด้วยน้ำเสียงเรียบพร้อมๆ กับทำหน้ายียวน

“ท่านเรย์ฟ๊าน!!” เอริโตะเริ่มเหงื่อตก

“แต่ไหนแต่ไรมาถึงซาฟานจะไม่ใช่รัชทายาท ไม่จำเป็นต้องมีทายาท แต่ตำแหน่งก็ทำให้เหล่าสาวๆ เข้าหามิเว้น…อืม…วินาที” เรย์ฟานทำหน้าเคร่งเครียด พาเอริโตะเครียดไปอีกคน

“ดังนั้น…เจ้าจึงต้อง…เป็น…เจ้าสาวของซาฟาน” ท่าทางเรย์ฟานจะสนุกกับการแกล้งเอริโตะซะแล้ว (T_T)

“ว้ากกก!!!” เสียงเอริโตะยิ่งดังกว่าครั้งที่แล้ว

“ล้อเล่นอีกน่ะแหละ” เรย์ฟานพูดด้วนน้ำเสียงเรียบสนิท แล้วหัวเราะอย่างสนุกสนาน โดยมีเอริโตะที่เลือดไปเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอจนแทบเป็นลม

“ขะขะขะ…ขอความจริงเถอะ คะคะคะ…ครับ” น่าสงสารหนุ่มน้อยเอริโตะเสียจริงๆ เป็นของเล่นไปซะแล้ว

“ก็ได้ๆ ผู้หญิงที่เข้าใกล้ซาฟานส่วนใหญ่ก็เป็นพวกลูกเจ้าลูกนาย หวังเป็นคุณหญิงคุณนายทั้งนั้นแหละ ไม่มีจริงใจหรอก ปกติซาฟานก็ชินแล้ว แต่งานคราวนี้เขาอยากหารือกับพวกเสนาบดีคนอื่น ถ้าพวกผู้หญิงไม่เลิกตามอยู่ก็คงคุยไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้น…” เรย์ฟานทิ้งหางเสียงให้น่าสงสัย

“เพราะฉะนั้น…อะไรครับ” เอริโตะกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ หวั่นๆ ว่าจะโดนแกล้งอีก

“เขาก็เลยแกล้งให้เจ้าเดือดร้อนเล่น” เอาเข้าไปนะเรย์ฟาน

“…” คราวนี้เอริโตะไร้ปฏิกิริยาทันที (ระอา)

“แหะๆ ข้าล้อเล่นอีกแหละ เขาเอาเจ้าเป็นข้ออ้าง เหล่าสาวๆ จะได้ไม่ยุ่งกับเขา” เรย์ฟานพูดพร้อมใบหน้าแสดงความเบื่อ

“แต่ฆ่าผมแทน” เอริโตะพูดต่อทันที

“ฮะๆๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า เจ้านี่วิตกมากไปนะ” เรย์ฟานหัวเราะร่า

“แล้วรังสีอำมหิตที่คุอยู่ในงานน่ะมันอะไรครับ” เอริโตะพูดพลางหันไปทางบริเวณที่เหล่าหญิงสาวทั้งหลายยืนจับกลุ่มบ้าง ทำท่าเหมือนหาอะไรอยู่บ้าง

“ฮะๆๆ คิดมาก เขาคงกำลังหาทางเข้าใกล้ซาฟานอยู่น่ะ” เรย์ฟานเริ่มหัวเราะไม่ออก

“เลยต้องจัดการผมก่อนเพื่อเบิกทาง” เอริโตะพูดด้วยสีหน้ารู้ทัน

“อะ เอ่อ…เอาเถอะน่า เดี๋ยวเจ้าไปไหน ข้าไปด้วย รับรองปลอดภัย” เรย์ฟานพูดพลางหันไปส่งสายตาระอาให้น้องชายตัวก่อปัญหา

“แล้วก็จะมีคนมาชวนท่านคุย แล้วแม่พวกนั้นก็ลากผมไป จากนั้นพวกท่านก็ทุ่มกำลังหาผม แล้วพบในสภาพใกล้ตาย” เอริโตะทำหน้าเป็นเรื่องปกติ

“แหม มะ ไม่หรอกน่า เธอก็ไม่ใช่คนทำอะไรไม่เป็นไม่ใช่เหรอ ถ้างั้น…”

“ท่านเอริโตะ ท่านเรย์ฟาน อยู่นี่เอง หาตั้งนานนะคะ พวกท่านหญิงในงานถามหากันให้มั่วไปหมด” ฟินเรนั่นเอง เล่นเอาทั้งเอริโตะ ทั้งเรย์ฟานสะดุ้งโหยง

“ตกลงว่าช่วยซาฟานนะจ๊ะ” พูดจบเรย์ฟานก็ลากเอริโตะกลับเข้าบริเวณงาน ตรงดิ่วไปหาซาฟานที่กำลังหารือกับเหล่าเสนาบดีทันที

“ไงจ๊ะ พ่อน้องชายสุดที่รัก” พูดไปก็กัดฟันไป

“ปัญหาที่ตัวเองก่อก็แก้เองดิ” พูดจบก็ส่งตัวเอริโตะให้

“ท่านซาฟาน เด็กคนนี้ หรือว่า…” คนหนึ่งในวงสนทนาพูดขึ้น

“ครับ ไว้พรุ่งนี้ทุกอย่างจะกระจ่างแน่นอน” ซาฟานรีบตัดบท

“เรย์ ฝาก…คุณหนูคนนี้ไว้ก่อนนะ” พูดจบก็ส่งคืนให้ซะอีก

“หา ข้าก็ต้องหารือด้วยนะ ฟินเรฝากเอริโตะด้วย” ในที่สุดก็มาตกที่ฟินเร

“ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง” ท่าทางฟินเรจะไม่รู้เรื่องเท่าไหร่นะ

“ไปทานอาหารว่างทางโน้นเถอะค่ะ ท่านเอริโตะ”

แล้ว…ฟินเรก็จูงมือเอริโตะไป…อย่างง่ายดาย งานนั้นแทบตลอดทั้งงาน เอริโตะต้องเผชิญปัญหาว่าด้วยเรื่องของ แขกพิเศษ จนเขาตอบหญิงสาวทั้งหลายไม่ทันว่าเขาเป็นแขกธรรมดาๆ ของซาฟาน มาจากที่อื่นจึงพิเศษนิดหน่อย แล้วก็ไม่ลืมบอกว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิง ถึงแม้คนฟังจะไม่ค่อยเชื่อก็ตาม

ในส่วนของการร่วมรับประทานอาหารก็เป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากคำแนะนำของเรย์ฟานกับฟินเร อาหารก็รสเลิศ ไม่ต่างหรือพิศดารไปจากที่เคยกิน แต่…เอริโตะกินไปไม่ถึงครึ่งท้อง เนื่องจาก (รังสีอำมหิต + จิตสังหาร) x จำนวนหญิงสาวในงานก็ปาเข้าไปอีกครึ่งท้องแล้ว อิ่มเอมด้วยความรู้สึก(อิจฉาริษยา)ที่เหล่าท่านหญิงมอบให้ ผนวกกับสายตาของเหล่าขุนนางและเสนาบดีที่มองด้วยสายตาแปลกๆ

‘ขอให้มีชีวิตรอดไปวันพรุ่งนี้ด้วนเถอะ’ เอริโตะภาวนาในใจ

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ : [email protected] กรุณาระบุว่าถึง aqua (นามย่อ) ด้วยนะคะ

Hosted by www.Geocities.ws

1