erito in wonderland

ตอนที่ 2

เอริโตะเดนกลับที่พักอย่างเนือยๆ ตอนนี้สมองของเขาไม่รับรู้อะไรแล้วล่ะค่ะท่านผู้ชม เอ๊ย! อ่าน หลังจากมึนที่ตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ก็ต้องมึนต่อกับเรื่องคำพูดแปลกๆ ของ’เรย์ฟาน’ หญิงสาวที่เขาพบเมื่อครู่อีก

“เฮ่อ…นี่มันอะไรกันนักกันหนาเนี่ย” เอริโตะพึมพำพร้อมกับเดินเตะฝุ่นเหมือนนักธุรกิจล้มละลาย พร้อมกับลูกแมวที่อุ้มไว้ตั้งแต่เมื่อครู่ หลังจากเดินต่อมาระยะหนึ่งก็หยุดฝีเท้าลง เมื่อเบื้องหน้ามีหญิงสาวผมสีเขียวอยู่หน้าห้องพักของเขา เอ๊ย! ของซาฟาน ดูเหมือนหล่อนกำลังเคาะประตูเรียก

‘หรือว่า…มาหาเราล่ะมั้ง’ เอริโตะจึงเดินตรงไปหาทันที

“เอ่อ…ขอโทษครับ คือ คุณมีธุระอะไรรึเปล่า” เอริโตะเอ่ยถามหญิงสาวเบาๆ

“อ๊ะ! ท่าน! ในห้อง เอ๋? ทำไมออกมาข้างนอกล่ะคะ”หญิงสาวทำหน้าตกใจ

“ผมชื่อเอริโตะครับ ไม่ต้องเรียกท่านก็ได้” เอริโตะทำหน้าเขินๆ

“จะดีเหรอคะ เรื่องนั้นช่างก่อนเถอะค่ะ ท่านซาฟานบอกให้ข้ามาดูแลท่าน บอกว่าหากตื่นแล้วให้พาท่านไปห้องใหม่ที่จัดไว้ให้ แล้วก็ให้ยกอาหารมา จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย รวมทั้งเรื่องเสื้อผ้าที่จะใส่พรุ่งนี้ด้วยค่ะ” หญิงสาวพูดคล่องไม่มีสะดุด แสดงให้เห็นว่าทำงานที่นี่มานานพอดู

“หมายถึงห้องส่วนตัวเหรอครับ แล้วเลี้ยงเจ้าเหมียวนี่ได้หรือเปล่า” เอริโตะพูดพร้อมชูลูกแมวให้คู่สนทนาดู

“ค่ะ ส่วนเรื่องลูกแมว ถ้าไม่ไปรบกวนท่านซาฟานก็เลี้ยงได้ค่ะ เชิญทางนี้ก่อนดีกว่านะคะ” หญิงสาวพูดพลางออกเดินนำ

“ว่าแต่คุณชื่ออะไรเหรอครับ” เอริโตะถามเพราะคุยกันโดยไม่รู้ชื่ออีกฝ่ายมันค่อนข้างลำบากทีเดียว

“ข้าชื่อฟินเรค่ะ อายุ 17 ทำงานที่นี่มา 10 ปีแล้วล่ะค่ะ” หญิงสาวแนะนำตัวแบบสั้นๆ

“งั้นก็อายุเท่ากันสิ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เอริโตะยิ้มออกเป็นครั้งแรก เพราะอย่างน้อยก็มีคนอายุเท่ากัน

“ฮิ ฮิ ค่ะ เอาล่ะ ถึงแล้วค่ะ เดี๋ยวข้าจะไปเตรียมเสื้อผ้ามาให้ สำหรับใส่ตอนมื้อเย็นนะคะ ท่านเอริโตะไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ ห้องน้ำอยู่ด้านในน่ะค่ะ”

หลังจากเดินพูดคุยมาเรื่อยๆ ก็มาถึงจุดหมาย ฟินเรแนะนำและเตรียมทำหน้าที่ต่อไป

“เอ่อ เดี๋ยวก่อน ทำไมต้องแต่งตัวเตรียมทานมื้อเย็นล่ะ” เอริโตะรีบถามทันทีก่อนที่ฟินเรจะเดินออกไปซะก่อน

“คะ? ก็เย็นนี้จะมีงานเลี้ยงที่นี่เนื่องในโอกาสที่เราชนะสงคราม ซึ่งท่านซาฟานเป็นผู้นำทัพ ท่านเอริโตะต้องร่วมรับประทานมื้อเย็นกับท่านซาฟานในงานด้วยไงคะ รู้สึกว่าวันนี้ท่านพี่ของท่านซาฟานก็จะมาร่วมด้วยนะคะ” ฟินเรพูดอย่างยิ้มแย้ม แต่คู่สนทนากลับหน้าซีดเซียว

“ร่วมโต๊ะกับซาฟาน!!“ เอริโตะแผดเสียงขึ้นทันที

“ร่วมโต๊ะกับข้ามันเสียหายตรงไหนล่ะ” เสียงของผู้ที่ถูกกล่าวถึงดังมาจากด้านหลังของเอริโตะแทบจะทันทีเลยก็ว่าได้

“กลับมาแล้วหรือคะท่านซาฟาน ทานมื้อเที่ยงรึยังคะ” ฟินเรทำความเคารพ และเอ่ยถามทันที

“ยัง ช่วยเตรียมให้ด้วย ข้าจะอยู่ที่ห้องทำงานนะ” หลังจากสั่งฟินเรก็หันมาทางเอริโตะ

“ลูกแมว? เจ้าเอามาทำไม” ซาฟานถามขึ้นทันทีที่เห็น

“เอ่อ…บังเอิญนิดหน่อยนะ คือ…” เอริโตะเตรียมอธิบาย

“ข้าฝากให้เขาเลี้ยงเองล่ะซาฟาน เจ้ามีปัญหาเหรอ”

ยังไม่ทันได้อธิบายก็มีเสียงหนึ่งที่เอริโตะรู้สึกว่าคุ้นๆ ดังแทรกเข้ามา

“อ๊ะ! คุณเรย์ฟาน” ใช่แล้ว! นั่นคือหญิงสาวที่เขาเจอเมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง

“ท่านเรย์ฟาน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ มื้อเที่ยงกับมื้อเย็นจะร่วมรับประทานที่นี่รึเปล่าคะ?” ฟินเรทำความเคารพเรย์ฟาน และถามตามหน้าที่

“ก็ดีเหมือนกัน ข้าก็ว่าจะอยู่พักที่นี่ซักพักเหมือนกันน่ะ” เรย์ฟานพูดพร้อมหันมาเอียงคอยิ้มให้เอริโตะ

“ถ้าอย่างงั้นข้าจะไปจัดเตรียมให้ กรุณารอสักครู่นะคะ” พูดจบฟินเรก็เดินออกไป

“ข้าจะไปเตรียมข้อมูลการประชุมพรุ่งนี้” แล้วซาฟานก็แยกออกไปอีกคน

“เอ่อ…คุณเรย์ฟาน น้องชายที่ว่าน่ะ…คือซาฟานเหรอ” เสียงคนถามตะกุกตะกักจนคนถูกถามนึกขัน

“หึๆ ใช่ ข้าเป็นพี่สาวฝาแฝดของซาฟานน่ะ ระหว่างรอเราไปนั่งคุยกันที่นั่นเถอะ” นิ้วเรียวสวยชี้ไปที่ซุ้มไม้เลื้อยในสวน

“ก็ดีครับ ว่าแต่ไหนว่าเจอกันพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอครับ” เอริโตะเอ่ยถาม ขณะที่คู่สนทนาเดินนำออกไป

“ตอนแรกข้าก็กะว่าแบบนั้นแหละนะ พอดีการประชุมเสร็จเรียบร้อยเร็วมาก ตอนข้าไปเขาก็หาข้อสรุปกันได้แล้วนะสิ

อีกอย่างเห็นว่าวันนี้มีงานเลี้ยงเฉลิมฉลองที่นี่ด้วยก็เลยมาร่วมวงด้วยดีกว่าน่ะ แล้วนี่ข้าก็โดนน้องชายที่ทำตัวอย่างกับเสด็จพ่อร่ายยาวระหว่างทางมาจนถึงนี่” สีหน้าคนพูดยิ้มแย้มราวกับเป็นเรื่องปกติ แต่บางคำในประโยคทำให้เอริโตะต้องถามออกไป

“เสด็จพ่อ?” เอริโตะถามอย่างงงๆ เรย์ฟานหันมายิ้มให้ พอดีกับที่ถึงจุดหมายที่ต้องการ

“นั่งก่อนสิ จะว่าไป เอริโตะก็ไม่รู้อะไรเลยนี่นา งั้นข้าเล่าให้ฟังก็ได้ เกี่ยวกับข้าแล้วก็อาณาจักรเพอร์เรลแห่งนี้” เรย์ฟานนั่งลงใกล้ๆ กับเอริโตะและเริ่มบอกเล่าความเป็นมาของอาณาจักร

“ซาฟานกับข้าเป็นพระราชโอรสและพระราชธิดาของกษัตริย์องค์ก่อน เรามีพระเชษฐา…อืม…พี่ชาย 1 คน ทรงเป็นองค์รัชทายาท ซึ่งตอนนี้ก็คือกษัตริย์ของอาณาจักรนี้ เมื่อเสด็จพี่ขึ้นครองราชย์ สิ่งจำเป็นคือบุคคลที่ไว้วางใจได้ เรา 2 คนจึงอาสาเป็นอัครมหาเสนาบดีฝ่ายเหนือเละฝ่ายใต้ ซาฟานดูแลฝ่ายเหนือ และข้าดูแลฝ่ายใต้ ตั้งแต่ข้าอายุ 16 จนตอนนี้ก็ 5 ปีแล้วล่ะนะ

เมืองหลวงของอาณาจักรเราตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอาณาจักรน่ะ ซาฟานเลยค่อนข้างจะรับบทหนักกว่าข้า แล้วเวลาเรียกประชุมข้าเลยต้องถ่อมาซะไกลอีก” หญิงสาวพูดพลางทำหน้าตาล้อเลียน

“คุณเรย์ฟานเก่งจังเลยนะครับ” เอริโตะกล่าวชม เมื่อนึกถึงภาระที่คู่สนทนาต้องแบกรับไว้

“ขอบใจจ้ะ สงครามเพิ่งจบไป จากนี้คงสงบไปพักใหญ่แหละนะ” เรย์ฟานหันมายิ้มให้เอริโตะอย่างสบายใจ

“คุณเรย์ฟาน…เอ่อ…คุณเรย์ฟานรู้รึเปล่าครับว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ได้” เอริโตะที่สงสัยมากอยู่แล้วจึงตัดสินใจที่จะถาม

“ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้เจ้าจะได้รู้เรื่องทั้งหมดแน่นอน ว่าแต่ก่อนมาที่นี่เอริโตะทำงานอะไรล่ะ หรือเป็นนักเรียนอยู่” การตั้งคำถามของเรย์ฟานเพื่อให้เอริโตะตอบ ทำให้เอริโตะไม่ถามต่อ

“ผมเป็นเด็กกำพร้าน่ะ อาจารย์แม่…เอ่อ…ท่านชื่อนาโอโกะครับ เป็นผู้ดูแลสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เด็กบางคนก็มีคนมาขอรับเป็นบุตรบุญธรรม กรณีผมไม่มี ก็เลยอยู่ช่วยดูแลเด็กๆ ไปด้วยเลย อาจารย์แม่ก็ส่งผมเรียนอยู่ ท่านว่าถ้าผมเรียนจบจะได้ทำงานดีๆ ท่านได้ไม่ต้องเป็นห่วง นอกจากผมก็มีอีก 2 คนนะครับ คนนึงชื่อซาโตรุ อายุมากกว่าผมปีนึง อีกคนชื่อมาคิ อายุเท่าผม ทั้งสองคนหัวดีมากเลยล่ะ รู้สึกว่าทั้งสองคนจะเป็นแฟนกันด้วยครับ” เอริโตะยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

“แฟน?” เรย์ฟานย้อนถามอย่างไม่เข้าใจ

“ก็หมายถึงคนรักนั่นแหละครับ” เอริโตะอธิบายพลางคิดว่าที่นี่คงไม่มีคำแบบนั้น

“อ๋อ เข้าใจล่ะ ภาษาที่โลกเจ้านี่แปลกๆ นะ พูดกันก็รู้เรื่องอยู่หรอก แต่บางคำไม่รู้จัก คำแทนตัวก็แปลก แต่ข้าก็พอเดาได้ว่า ผม หมายถึงตัวเจ้าน่ะ ส่วน คุณ ที่ใช้นำหน้าชื่อข้าคงคล้ายๆคำว่า ท่าน ใช่มั้ย”

“ก็ทำนองนั้นแหละครับ” ไม่ใช่แค่เรย์ฟานหรอกที่คิดแบบนั้น เอริโตะเองก็ยังสงสัยอยู่พลางเหลือบสายตาไปมองลูกแมวที่ตนอุ้มอยู่

“คุณเรย์ฟาน แมวที่นี่หางเป็นแบบนี้เหรอครับ” เอริโตะถามทันทีที่สังเกตความผิดปกติของลูกแมวน้อย

“เอ๋? ไหนล่ะ” หญิงสาวรับลูกแมวมาจากเอริโตะ อุ้มอย่างทะนุถนอม

“อะ…เอริโตะ นี่น่ะไม่ใช่ลูกแมวหรอก นี่น่ะมัน…”เรย์ฟานชะงักคำพูด ทำให้เอริโตะเริ่มได้กลิ่นลางไม่ดี

“นี่น่ะมัน…อะไรเหรอครับ” ถึงอย่างงั้นก็อดถามไม่ได้อยู่ดี

“เอ่อ…เจ้านี่เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่คล้ายแมวมาก ชนิดแยกแทบไม่ออก แต่ถ้าโตเต็มที่จะคล้ายเสือ แต่ก็ไม่ใช่เสือ หางเหมือนสิงโต มีแผงคอสีเงิน ขนสีแดง ไม่ดุร้าย แต่ถ้าหากถูกทำร้ายก็จะตอบโต้ ใช้เวทย์ไฟขั้นสูงได้ ถ้าฝึกดีๆ น่ะนะ เราเรียกว่าลีโอที่หมายถึงสิงโตน่ะ ว่ากันว่าหายากทีเดียวนะ ข้านึกว่าสูญพันธุ์ไปแล้วซะอีก” เรย์ฟานอธิบายชนิดละเอียดยิบ

“เวทย์ไฟ?” หากแต่ที่เอริโตะสงสัยกลับเป็นอีกเรื่อง

“ใช่ ทำไมเหรอ” เรย์ฟานย้อนถาม

“ก็ที่ที่ผมอยู่ไม่มีไอ้เวทย์ที่ว่าซะหน่อย” เอริโตะทำหน้างง

“อืม ที่ที่เจ้าจากมาคงแค่คล้ายที่นี่มาก แต่ก็ไม่ใช่เหมือน งั้นข้าอธิบายให้ฟังนะ” (รู้ดีจังนะ)

“ครับ ก็ดี ดูเหมือนจะมีอะไรที่ผมไม่รู้อีกเยอะ” พูดพลางทำท่าตั้งใจฟัง

“ที่นี่น่ะ ทุกคนใช้เวทย์มนต์ได้หมด มีทั้งเวทย์บังคับไฟ ดิน น้ำ ลม แม้แต่การใช้มนต์ดำกับมนต์รักษาก็มีนะ ส่วนการที่เราจะรู้ว่าใครใช้เวทย์อะไรได้ก็ให้ดูที่สีผม อย่างเช่นฟินเรที่มีผมสีเขียวก็บังคับลมได้ สีแดงก็ไฟ สีฟ้าหรือน้ำเงินก็น้ำ

สีน้ำตาลก็ดิน สีดำก็พวกมนต์ดำ แต่ตาจะเป็นสีแดง ส่วนพวกมนต์รักษาก็สีขาวเหมือนคนแก่ ตลกดี ความแข็งแกร่งก็อยู่ที่ความเข้มของสีผม”

“แล้วคุณเรย์ฟานกับซาฟานล่ะครับ” เอริโตะถามเมื่อเห็นว่าในตัวอย่างไม่มี พลางนึกถึงเกมส์ที่เคยไปเล่นที่บ้านเพื่อน

“ผมสีทองจะเป็นพวกที่ใช้มนต์ได้ทุกประเภท ผมสีนี้น่ะหายาก จะมีก็ในเชื้อพระวงศ์น่ะ แต่ก็ไม่ได้จำกัดแค่นั้นหรอกนะ

บางคนนอกจากเชื้อพระวงศ์ก็มีได้ แต่หายากมากทีเดียว” หญิงสาวอธิบาย

“งั้นผมล่ะ” เอริโตะนึกสงสัยขึ้นมาทันที

“ไม่รู้สินะ พรุ่งนี้ต้องมีคนให้คำตอบเจ้าได้อย่างแน่นอน”

“ท่านเรย์ฟาน ท่านเอริโตะคะ อาหารเตรียมเสร็จแล้วค่ะ” เสียงของฟินเรดังมาแทบจะทันทีที่เรย์ฟานพูดจบ

“ยกมาที่นี่ละกันนะ ข้าจะคุยกับเอริโตะที่นี่” เรย์ฟานออกคำสั่งเชิงขอร้องทันที

“ค่ะ” ฟินเรก็ตะโกนขานตอบ เอริโตะนึกสงสัยว่าเรย์ฟานเป็นถึงเจ้าหญิง แล้วฟินเรตะโกนตอบได้เหรอ

“ไม่ต้องสงสัยหรอก รายนั้นน่ะโตมากับเรา เหมือนพี่เหมือนน้อง อีกอย่างตอนนี้ฉันไม่ใช่เจ้าหญิงแล้ว แต่เป็นอัครมหาเสนาบดีฝ่ายใต้ต่างหาก” ราวกับรู้ความคิดเอริโตะ เธอตอบได้ตรงจุดทีเดียว

“ครับ” สักครู่ฟินเรก็ยกอาหารมา มีเผื่อเจ้าลูกลีโอตัวน้อยด้วย

“นี่ค่ะ” จากนั้นก็ปลีกตัวออกไป

“เราจะตั้งชื่อเจ้านี่ว่าอะไรดีครับ” เอริโตะขอความเห็นจากคู่สนทนาหลังจากจัดการอาหารเรียบร้อย

“ให้ข้าตั้งเหรอ…อืม…จิ๊กโกโร่ หรือ รามานดีล่ะ” คนเสนอยิ้มแย้มแต่คนขอความเห็นอึ้ง (ชื่อคุ้นๆเนอะ)

“มันตัวผู้หรือตัวเมียล่ะครับ” เอริโตะเปลี่ยนเรื่องทันที

“ไหนๆ…เอ่อ…ตัวผู้น่ะ” หลังจากสำรวจ…แล้วก็ให้คำตอบ

“ชื่อเลออน (มาจาก Leonhart ค่ะ) ดีมั้ยครับ” เอริโตะรีบชิงออกความเห็น

“ก็ดีนะ เจ้าเลี้ยงเองนี่นา ไปเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวเขาก็จะเริ่มจัดสถานที่แล้วล่ะ ข้าก็ต้องเปลี่ยนชุด”

“ครับ แล้วเจอกันนะครับ” คงเพราะเรย์ฟานอัธยาศัยดี จึงสนิทกับเขาเร็วขนาดนี้

“จ้ะ แล้วเจอกัน…ฟินเร!! มารับเอริโตะหน่อยจ้าาา” เรย์ฟานตะโกนเสียงหวาน

“ค่ะ” อีกฝ่ายก็ตอบรับ สักครู่ก็มาพาเอริโตะไป เรย์ฟานจึงแยกออกไป

‘เฮ้อ เอริโตะเอ๋ย’ เอริโตะคิดในใจ และเดินตามฟินเรไป

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

จบตอนสองค่าาา ไม่หวือไปหวามา คนอ่านจะเบื่อมั้ยเนี่ย ช่วงแรกคงต้องอธิบายความเป็นมาก่อนน่ะค่ะ ทนหน่อยนะคะ คนแต่งก็พิมพ์ไปมึนไปแล้วเนี่ยถ้าหากผู้ใดจะติ (หรือช่วยแต่งไปเลยก็ดี) ติดต่อได้เลยนะคะที่ [email protected] กรุณาระบุว่าถึง aqua (นามย่อ) ด้วยนะคะ ไม่งั้นนู๋ leo แกลบหมด (คุณ thitima ก็เกือบ ดีว่าภาษาไทยมันแปลกตาน่ะค่ะ)

Hosted by www.Geocities.ws

1