Project A to Z
Golf II
By...Viva
ควับ!! เฟี้ยวววววว ( สมมุติว่าเป็นเสียงหวดลูกกะเสียงลูกลอยฝ่าอากาศละกันนะ -_- )
ใช่แล้วครับ กางศอกอีกนิด ดีครับ ผมทำหน้าเมื่อย แต่ก็สอนต่อไปตามปกติ
คุณจันทิรตามล่าตามล้างผมมาได้สามสี่วันแล้ว และวันนี้เขาก็ไม่วายมานั่งเป็นประธานการสอนกอล์ฟของผมซะอย่างนั้น
หลังจากที่เหล่านักเรียนของผมเริ่มออกไปหัดวงสวิงกันตามที่ผมสอนแล้ว ผมก็หันไปจ้องหน้าเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
นี่คู้ณ จะเอายังไงกับผมกันแน่ คุณมานั่งกวนประสาทผมตั้งสามสี่วันแล้วนะ จะเอายังไงก็บอกมา
เขากระพริบตาปริบ ๆ ด้วยท่าทางไร้เดียงสา ไอ้ที่ผมอยากได้จากคุณน่ะ ท่าทางคุณจะให้ลำบาก
ผมรู้สึกเสียวสันหลังวูบไงไม่รู้ตอนที่เห็นนัยน์ตาวับวาวของเขา จนต้องผงะถอยหลังไปสองสามก้าว
เอ้อ ถ ถ้ามันไม่เกี่ยวกับพรหมจรรย์ เอ้ย ถ้ามันไม่ลำบากนักผมก็จะให้ ขอแค่ให้คุณเลิกมานั่งจ้องเวลาผมสอนกอล์ฟซะที มันทำให้ผมไม่มีสมาธิเลย
เขาอมยิ้ม
สายตาร้อนแรงของผมมันทำลายสมาธิคุณปานนั้นเชียว พูดพลางกระเถิบมาใกล้ มือใหญ่ ๆ เอื้อมมาหมายจะจับแก้มผม แต่ผมหลบวูบได้ทันท่วงทีมันก็ ผมค่อย ๆ ไหลไปยืนข้างนักเรียนร่างบึกคนหนึ่ง แอบหวังนิด ๆ ให้กล้ามที่กำลังกระเพื่อมของนักเรียนผมดึงดูดความสนใจของคุณจันทิร ผมจะได้หมดเวรหมดกรรมซะที
เกือบได้ผลแน่ะ คุณจันทิรหันไปมองกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ นั่นด้วยแววตาของเด็กเห็นขนม ( สรุปแล้วเจ้าจันทิรมันชอบสไตล์ไหนกันแน่ล่ะเนี่ย =__=;; ) แต่สักพักก็ดูเหมือนจะรู้สึกตัว และหันมาจ้องผมอย่างโกรธนิด ๆ ผมถอนหายใจอย่างผิดหวังและหันไปมุ่งความสนใจอยู่กับลูกศิษย์คนหนึ่ง
เขาเป็นเด็กหนุ่มอายุคะเนไม่เกินยี่สิบปี ใบหน้าคมคาย ผิวแก้มขาวกลายเป็นสีระเรื่อขึ้นเมื่อผมเดินเข้ายืนซ้อนหลังและสอนวิธีจับไม้ให้แบบตัวต่อตัว
อืมม์ มือนิ่มจัง ผมคิด แล้วก็ต้องรีบกลบเกลื่อนความคิดของตัวเองด้วยการท่องสูตรคูณแม่ 365 ในใจตัวเราใกล้กันอย่างน่ากลัว ลูกศิษย์ผมช้อนตาขึ้นสบตากับผมผ่านแพขนตาดกหนา สวย จนใจผมเต้นระทึก
เอ๊ะ หรือเราจะถูกโฮโมตามตื๊อมากจนกลายเป็นโฮโมซะเองแล้ว?แต่แล้วการสบตาแบบหนังไทยสมัย มิตร ชัยบัญชา ก็สะดุดลง เมื่อจู่ ๆ ผมก็ถูกกระชากเซหลุน ๆ ออกมาจนแผ่นหลังกระทบอะไรสักอย่างที่แข็ง ๆ ผมหันไปมอง สายตาของคุณจันทิรตอนนั้นทำเอาผมเสียวสันหลังวาบ ผมไม่เคยเห็นเขาโกรธมากขนาดนี้มาก่อน แม้กระทั่งตอนที่ผมด่าเขาเจ็บ ๆ
ค คุณจันทิร? ผมพูดตะกุกตะกัก พยายามดึงมือตัวเองให้หลุดจากมือของเขาขณะที่ถูกลากไปตามทาง
นัยน์ตาคมเข้มเหล่มองกลับหลังมาทำให้ผมสงบปาก ก็สีหน้าของเขาน่ากลัวเหลือเกินนี่นา
ผมเดินเป็นวิ่งตามแรงกระชากของเขาไปเรื่อย งง ๆ อยู่เหมือนกันว่าเขาคิดจะพาผมไปทำอะไรที่ไหน แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเขาเดินมาหยุดที่หน้าห้องผู้จัดการสโมสร เลขาที่นั่งทำงานอยู่หน้าห้องเห็นพวกเราและกระวีกระวาดไปเคาะประตูเจ้านายตัว สักพักก็ได้ยินเสียงอนุญาตให้เข้าไปได้
คุณจันทิรฉุดผมให้เดินตาม กระชับข้อมือผมแน่นจนเจ็บไปหมด ปลายนิ้วก็เริ่มจะหมดความรู้สึกแล้วด้วย
เขาพาผมมาหยุดยืนหน้าโต๊ะผู้จัดการ ลุงดัมพ์ของผมเงยหน้ามองแล้วก็ทำท่าแปลกใจ
อ้าว คุณจันทิร ไปไงมาไงครับนี่ ลุงดัมพ์ทักเขาด้วยท่าทางคุ้นเคย ผมหันไปมองคนข้าง ๆ อย่างแปลกใจ
ผมจะมาสมัครเรียน เขาตอบสั้น ๆ ใบหน้ายังบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด ลุงดัมพ์ยืนอึ้งไปพักหนึ่งแล้วก็ทำหน้าประหลาด
เอ้อ แต่ว่าคุณน่ะเป็นโปร
ผม มา สมัคร เรียน
เขาย้ำ หันมาเหล่มองผมเหมือนกลัวว่าผมจะค้านขึ้นมา ผมจึงหันไปมองลุงอย่างขอความช่วยเหลือง่า ครับ สโมสรของเรามีคอร์สสอนกอล์ฟอยู่หลายคอร์ส มาดูกันว่าคุณสนใจแบบไหน ลุงทำท่าเป็นนักธุรกิจขึ้นมาทันที ผมถลึงตามองลุง แต่ลุงไม่ยอมสนใจผมสักกะติ๊ด
สีหน้าถมึงทึงของคุณจันทิรคลายลงเล็กน้อย เขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะผู้จัดการและทรุดลงนั่งที่เก้าอี้ของแขก ผมต้องเซตามไปยืนข้าง ๆ อย่างช่วยไม่ได้ ลุงดัมพ์มองมือของเขาที่จับข้อมือผมแน่นอย่างสนใจ แต่แล้วความเป็นนักธุรกิจก็เข้าครอบงำ ( ^ ^; โอ้ว หลานเหลินไม่สนใจแล้ว เหอ เหอ )
ลุงดัมพ์หยิบโบรชัวร์ออกมาจากในลิ้นชักและวางลงบนโต๊ะ พูดจาโฆษณาเจื้อยแจ้วไปเรื่อย คุณจันทิรพิจารณาทีละแผ่นแล้วก็ขมวดคิ้ว
ไม่เห็นมีชื่อผู้สอนเลย เขาบ่น ลุงดัมพ์ชะงักแล้วหันมามองหน้าผมอย่างสงสัย ผมได้แต่ทำหน้าปูเลี่ยนตอบไป
ปรกติแล้วครูฝึกของเราจะผลัดเปลี่ยนกันสอนนะครับ เป็นกลุ่มละสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ตามที่เห็นสมควร ลุงดัมพ์อธิบาย แต่คุณจันทิรฟังแล้วหน้าหงิก
งั้นผมก็ไม่เข้าสักคอร์สละ เขาว่า ผมถอนหายใจโล่งอก มือที่กำข้อมือผมอยู่จึงรัดแน่นเข้าอีกจนผมขมวดคิ้ว
อ้าว ลุงดัมพ์เกาหัวแกรก ๆ
ผมจะเรียนเป็นส่วนตัวกับคนนี้ พูดพลางจับข้อมือผมชูขึ้นสูง ทั้งผมและลุงดัมพ์หันไปมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ผมจะเริ่มเรียนวันนี้เลย คุณจันทิรประกาศอย่างนั้นแล้วก็ดูจะหมดเรื่องพูด เขาลุกขึ้นยืนและลงมือลากผมออกจากห้อง ผมจึงต้องเซหลุน ๆ ตามเขาไป
+-+-+-+-+-+-+
คอร์สเจ้ากาม เอ้ย เจ้ากรรมนี่จะสิ้นสุดเมื่อไหร่หนอ
ผมรำพึงในใจขณะกระเถิบตัวหนีแผ่นอกของคนข้างหลังจนแทบจะไปยืนค้ำบนไม้กอล์ฟอยู่แล้ว คนบ้าอะไรก็ไม่รู้ มาเรียนแท้ ๆ แต่ดันเป็นฝ่ายยืนกุมมือครูหวดวงสวิง ซึ่งก็ดันทำได้สวยมากซะด้วย ทั้ง ๆ ที่มีผมยืนเกะกะอยู่ข้างหน้า
คุณจันทิรขมวดคิ้วและเขยิบเข้าใกล้อีกนิด ส่วนผมก็ขยับออก ก็มันรู้สึกเหมือนกับตัวเองเป็นนกกระทาที่กำลังถูกล่าอยู่ยังไงยังงั้นนี่นา ( ปกติช้างมันกินนกที่ไหนเล่า =_=;; ) ผมต้องหันไปทำตาดุใส่จึงเขยิบถอยไปได้ แต่ไม่วายกุมมือผมแน่นเข้าอีก
เมื่อไหร่คุณจะเลิกกระแซะผมสักที ผมพูดเบา ๆ เพราะกลัวตาแก่ข้าง ๆ ที่ยืนเล็งหัวไม้กอล์ฟอยู่จะได้ยิน
ก็จนกว่าคุณจะกลายเป็นคนว่าง่ายน่ะสิ เขากระซิบตอบ ลมหายใจอุ่น ๆ รดหูผมจนขนลุกเกรียว
ว ว่าง่าย ?
ใช่ คุณยอมสอนผมตัวต่อตัวแบบที่สอนเจ้าเด็กกล้ามบึกนั่นเมื่อไหร่ ผมก็จะค่อย ๆ รุก
ผมกระพริบตาปริบ ๆ นั่นมันไม่น่าดีใจเลยนะ
เขาหัวเราะหึ หึ
+-+-+-+-+-+-+
วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะผมพูด หันไปมองเขาอย่างเป็นมิตรเป็นครั้งแรกในรอบสี่เดือนที่เจอกันมา แต่เขากลับมองผมตาขวาง สงสัยผมคงแสดงท่าทางกระดี๊กระด๊าเกินไปหน่อยแฮะ เสียมารยาทอย่างแรงเลยนะเนี่ย แต่ก็ช่วยไม่ได้ ผมต้องอดทนกับเขามาตลอดหนึ่งเดือนแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นคงเป็นโปรกอล์ฟไปแล้ว แต่สำหรับหมอนี่ เฮ้อ ไม่อยากจะพูด
ไม่ใช่ว่าเขาเล่นห่วยปานนั้นหรอกนะครับ แต่เขาเก่งเกินไปจนผมไม่มีอะไรสอนต่างหาก และนั่นก็ก่อให้เกิดผลสามอย่าง อย่างแรกคือมันทำให้ศักดิ์ศรีของ ครูสอนกอล์ฟ
อย่างผมเดือดปุด ๆ อย่างที่สองคือมันทำให้เขามีเวลาว่างมากเกินไป และนั่นมันก็เชื่อมโยงเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ไปจนถึงอย่างที่สาม ซึ่งก็คือเขามีเวลาแกล้งผมมากขึ้น แต่ถึงผมจะโกรธยังไงก็ต้องยอมรับว่าการสอนกอล์ฟให้เขานั้นมันสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว เขาเป็นคนเก่งมาก ทำให้ผมต้องหาข้อมูลการสอนใหม่ ๆ ไปแก้หน้าทุกวัน ( ถึงจะถูกตอกกลับมาทุกครั้งก็เถอะ ) เลยได้รู้อะไรเพิ่มเยอะเชียวผมยังไม่รู้สึกเลยว่าผมเรียนสำเร็จแล้ว เขาพูดอย่างเอาแต่ใจ ทำให้ผมต้องหันไปมองโกรธ ๆ
ก็จะให้ได้อะไรกลับไปล่ะในเมื่อเจ้าลูกศิษย์ตัวดีอย่างคุณเอาแต่หลอกแต๊ะอั๋งปนกับพูดจาแทะโลมอาจารย์หนุ่ม เน้น หนุ่ม! อย่างผม! ไปวัน ๆ น่ะ!!
ช่วยไม่ได้ ก็ผมชอบคุณนี่นา คุณเองก็เป็นผู้ชายน่าจะเข้าใจว่าผู้ชายกับเรื่องอย่างนี้มันของคู่กันเขาพูดยังกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา! ผมอยากตะโกนกรอกหูเขาเหลือเกินว่า เพราะอย่างนั้นแหล่ะ ( โว้ย! ) ที่มันผิดปรกติน่ะ!! เขาไม่รู้สึกอะไรเลยรึไงตอนที่พูดว่า
คุณเองก็เป็นผู้ชาย น่ะ?!
เสร็จจากนี่แล้วคุณจะไปไหนต่อ เขาเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นสีหน้าผม ผมถอนหายใจและยอมเปลี่ยนเรื่องตาม อย่างน้อยนี่ก็น่าจะเป็นหัวข้อที่ปลอดภัยกว่าการเถียงกันเรื่องโฮโมก็ คงกลับบ้านนอนมั้งครับ ผมตอบอย่างระแวงหน่อย ๆ มือก็จัดข้าวของลงกระเป๋าไปพลาง กะว่าถ้ามันเผลอเมื่อไหร่ ตูหนีแน่
ดี ผมจะไปด้วย
หา??!! ป ไปด้วย?! แต่ว่า
ทำไงดี ทำไงดี๊~~ ถึงไม่ต้องเดาก็รู้ได้ว่าหมอนี่มันคิดจะเขมือบผมง่ะ T_T
ไม่มีคำว่าแต่ ผมตัดสินใจแล้ว และผมก็ไม่เคยผิดหวัง ไม่ว่าเรื่องไหน เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ลูกกะตาวาว ๆ นั่นบอกให้รู้ว่าความหมายของประโยคนั้นมันกินนัยลึกกว่าที่ได้ยินเป็นแน่แท้อ่า ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้ผมจะไปนอนค้างบ้านเพื่อนน่ะ ผมพูดตะกุกตะกัก ตากลอกไปมา ไม่ชินเล้ย~กับการพูดโกหกเนี่ย
เขาไม่พูดอะไร เพียงแต่เลิกคิ้วสูงจนแทบจรดตีนผม
ดังนั้น ก็ ขอลาแค่นี้ละกัน ผมฉีกยิ้มแห้ง ๆ ค่อย ๆ กระดืบเท้าเข้าใกล้ประตูห้องล็อคเกอร์ แต่แล้วก็ต้องยืนตัวแข็งเมื่อมองเห็นรอยยิ้มหวานปานจะหยดของเขา
ถ้าอย่างนั้นผมจะไปส่งคุณที่บ้านเพื่อน
ไม่เป็นไรครับ ผมไปเองได้ อีกอย่าง บ้านเพื่อนผมไกลมาก ไม่อยากให้คุณลำบากตอนนั่งรถกลับ ผมพูด แสดงท่าทางเกรงอกเกรงใจอย่างสุดซึ้ง แต่เขาก็รู้แกว
งั้นก็คงต้องรบกวนค้างบ้านเพื่อนคุณสักคืน ผมเชื่อว่าเพื่อนคุณคงจะไม่ใจดำพอที่จะถือสา
ไม่ครับ เจ้าอ้ำไม่ถือกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้อยู่แล้ว พูดแย้งตามนิสัยซื่อตรง แล้วก็แทบตบปากตัวเอง โธ่ ถ้าเมื่อกี้ปฎิเสธไปก็ดีหรอก ขุดหลุมฝังตัวเองแท้ ๆ เลยเรา
+-+-+-+-+-+-+
ผมไม่ได้โกหกนะเมื่อตอนที่บอกว่าบ้านเจ้าอ้ำอยู่ไกล เพียงแต่ผมไม่ได้บอกเขาเท่านั้นเองว่ามันอยู่ไกลถึงชัยนาทน่ะ หึ หึ หึ ผมแทบกลั้นยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าที่บูดสนิทขึ้นทุกทีของเขา ผมไม่ได้โกหกเขานา ก็ผมไม่ได้พูดสักคำว่ามันอยู่ในกรุงเทพน่ะ
อันที่จริงปรกติแล้วผมไม่ใช่คนบ้าพอที่จะนั่งรถมาไกลถึงชัยนาทเพื่อที่จะค้างบ้านเจ้าอ้ำแค่คืนเดียวหรอกนะ แต่อารมณ์อยากแกล้งมันสูงปรี๊ดจนทะลุปรอทความสนุกเชียวล่ะ แล้วยิ่งได้มาเห็นสีหน้าของเขาแล้วมันก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกดี๊ดีเข้าไปใหญ่
เหอ เหอ เหอ โลกนี้มันช่างสวยงามเสียนี่กระไร
ผมคิดขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง ตอนนี้รอบด้านมีแต่ความมืดแล้วก็ความมืด ก็มันจะไม่มืดได้ยังไงล่ะในเมื่อชัยนาทมันอยู่ห่างจากกรุงเทพตั้งเป็นร้อย ๆ กิโล แถมสนามกอล์ฟในร่มของลุงดัมพ์ก็ดันตั้งอยู่ซะเกือบกลางกรุง เวลาที่เราออกเดินทางก็เป็นราว ๆ 5-6 โมงเย็น รถติดสะบัด จะไม่ให้เขาหน้ามุ่ยก็เกินไปล่ะ
ท่าทางคุณสนุกมากเลยนะ เขาพูด ใบหน้าตกอยู่ใต้เงามืดจนผมสังเกตสีหน้าเขาได้ไม่ถนัดนัก แต่ผมคิดว่าเขากำลัง ยิ้ม นะนั่นน่ะ
อ่า ครับ ผมไม่ค่อยได้เดินทางไกลอย่างนี้บ่อยนัก อันนี้ผมพูดจริงนะ
เพื่อนคุณคนนี้ชวนคุณไปที่บ้านงั้นเหรอ?
ก็ คล้าย ๆ จะเป็นงั้นนะครับ ผมงึมงำ อืมม์ ถ้าประโยคที่ว่า
อยากมาเมื่อไหร่ก็มา ของเจ้าอ้ำที่พูดไว้เมื่อปีกลายคือคำชวนอ่ะนะหือม? เขาหันมาจ้องหน้าผมเขม็งทำให้ผมต้องรีบตอบ
ครับ ใช่ครับ
ตุณสนิทกันมากเหรอ?
ผมอมยิ้มก่อนตอบ ครับ เจ้าอ้ำเป็นเพื่อนที่ผมสนิทด้วยที่สุดตั้งแต่เรียนมัธยมแล้ว ผมยังเคยชวนให้มันมาทำงานด้วยกัน แต่มันดันหนีไปเป็นครูที่บ้านเกิดซะก่อน
งั้นหลังจบมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยน่ะสิ
ไม่เชิงครับ เราจดหมายถึงกันเสมอ บางครั้งก็นัดเจอกัน เมื่อไม่นานมานี้มันยังโทรมาหาบอกว่ามันมีแฟนแล้ว พูดแล้วก็แทบอยากกระทืบตัวเองให้จมธรณีรถ ไม่น่าชักเรื่องวกกลับมาเข้าตัวเลย ให้ตายเอ๋? ไม่เข้าใจความหมายของผมหรือครับ? ผมจะอธิบายก็ได้ แต่คุณต้องเตรียมใจนิดนึงนา
เจ้าเพื่อนผมคนนี้อะไร ๆ มันก็ดีอยู่หรอก ยกเว้นอย่างเดียว รสนิยมด้านความสวยความงามครับ เมื่อหลายเดือนก่อนจู่ ๆ เจ้านั่นก็โทรมาชวนผมไปก๊งเหล้า แล้วก็เล่าเรื่องที่ทำให้ผมช็อคที่สุดในชีวิตให้ฟัง
มันประกาศว่ามันเป็นเกย์ครับ เป็นเกย์เฒ่าโลลิค่อนอีกต่างหาก
มันสารภาพกับผมว่ามันหลงรักครูพี่เลี้ยงอยู่คนนึง และตอนนี้ก็กำลังหวานแหววกันเหลือเกิน ได้ข่าวว่าครอบครัวของทั้งคู่ก็ยอมรับแล้วด้วย ( ไม่รู้ยอมรับเข้าไปได้ยังไง! )
แต่เรื่องนี้ ให้ หมอ นี่ รู้ ไม่ ได้ เด็ด ขาด !!
ทำไมน่ะเหรอ? ก็ถ้าหมอนี่รู้ว่าเพื่อนผมเป็นเกย์ล่ะก็ได้กระดี๊กระด๊ากันใหญ่ แล้วเดี๋ยวจะมาตู่ว่าผมเป็นโฮโมไปด้วยอีกคน
คิดอะไรอยู่ เงียบเชียว เสียงของเขาฟังแปร่ง ๆ แฮะ เป็นน้ำเสียงแบบเดียวกับที่พ่อแม่จะใช้เมื่อลูกกลับบ้านดึกโดยไม่บอกก่อน โกรธแต่ก็เป็นห่วง ทำนองนั้นน่ะ
เปล่าครับ
แน่นะ?
แน่สิครับ
ถ้างั้นก็มองไปรอบ ๆ ซะ บ้านหลังนี้ใช่มั้ย?
ผมกระพริบตาปริบ ๆ อ้าว ถึงแล้วเรอะ?
อ่า ครับ ใช่ เดี๋ยวผมจะลงไปเปิดประตูให้ พูดพลางก้าวลงจากรถ เขาเพียงพยักหน้าตอบเงียบ ๆ
หลังจากนั้นไม่นานพวกเราจึงได้เข้าไปนั่งกินข้าวกันอย่างหิวโหย เจ้าอ้ำท่าทางดีใจมากที่ได้เจอผม และต้อนรับคุณจันทิรด้วยอัธยาศัยที่ดีตามเคย ส่วนแฟนของมันน่ะรึ ก็เป็นคนตัวเล็ก ๆ ยิ้มสวย ไม่ผิดกับที่มันเล่าให้ผมฟังเท่าไหร่
เจ้าอ้ำกับคุณจันทิรเข้ากันได้ดีทีเดียว คุยกันเรื่องการเมืองสนุกไป ผมจึงต้องมานั่งคุยกับแฟนเจ้าอ้ำมัน เขาชื่อคุณเล็ก คุณเล็กเป็นคนอัธยาศัยดีทีเดียว แถมยังหน้าตาน่ารัก ดังนั้นผมจึงไม่รู้สึกลำบากใจนักในการยอมรับว่าคนดี ๆ อย่างคุณเล็กกับเจ้าอ้ำเป็นแฟนกัน แถมยังพลอยจะรู้สึกด้วยว่าสองคนนี้นี่ยังกะกิ่งทองกะดอกอุตพิษแน่ะ ( แน่นอนว่าฝ่ายที่เป็นอุตพิษคือเจ้าอ้ำ )
ความลับเรื่องที่สองคนนี้เป็นแฟนกันรั่ว ไม่สิ แตกดังโพละตังหากภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ลำพังท่าทางของสองคนนั้นน่ะมันไม่ได้สวีทหวานแหววจนออกนอกหน้าปานนั้นหรอก อย่างน้อยทั้งสองคนก็ยังรู้จักรักษากิริยา แต่พวกเขาไม่เกรงใจพวกเราถึงขั้นแยกห้องกันนอนหรอกครับ โดยเฉพาะเจ้าอ้ำที่ยืนยันเสียงแข็งแกมขู่บังคับลากเอาตัวคุณเล็กไปเข้านอนตั้งแต่ห้าทุ่มได้ ข้ออ้างคือมันกลัวคุณเล็กจะเพลียไปทำงานไม่ไหว แต่ไอ้เสียงซาวด์เอ็ฟเฟ็กที่เล็ดลอดออกมาจากห้องของมันนี่ให้หูเฝื่อนแค่ไหนก็ยังฟังให้เป็นเสียงคนกรนไม่ได้
ก็เป็นเพราะอย่างนี้ แล้วทำไม๊ คุณจันทิรจะเดาไม่ออก
บ้านของเจ้าอ้ำถึงจะเป็นบ้านเดี่ยวที่ใหญ่พอควรแต่ก็มีห้องนอนแค่สองห้อง ( ท่าทางคุณจันทิรชอบใจน่าดูตอนที่รู้อย่างนั้น ) ดังนั้นพวกเราจึงต้องนอนห้องเดียวกัน ผลก็คือคืนนั้นพวกเราแทบไม่ได้นอน
เรื่องมันเริ่มจากการที่เขาพยายามจะโน้มน้าวผมให้ยอมนอนเตียงเดียวกับเขา ก็น่าจะรู้ว่าผมไม่มีวันยอมเด็ด ๆ แล้วจากการแย่งเตียงกันนอนก็กลายเป็นแย่งโซฟา ผลสุดท้ายพวกเราก็เลยนอนเตียงเดียวกันแล้วเอาหมอนข้างกั้น ตัดปัญหา นอนไปได้แค่พอเคลิ้ม ๆ คุณจันทิรก็มือไม้เกะกะก่อเรื่องทะเลาะอีก สรุปว่าทั้งผมทั้งเขาต่างก็นอนลืมตาโพลงกันทั้งคืน โต้เถียงกันด้วยเรื่องไร้สาระ แต่ผมก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นคืนที่สนุกจริง ๆ
+-+-+-+-+-+-+
เบื่อ
ผมพยายามคลายสีหน้ามุ่ย ๆ ของตัวเองเมื่อเหลือบไปเห็นคนตรงมุมห้องที่ยิ้มกว้างตอบกลับมาทันที ในที่สุดหลังจากการโต้คารมกันหลายต่อหลายครั้ง ผลก็สรุปออกมาได้ว่าคุณจันทิรจะลงคอร์สในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผมเป็นคนดูแลอยู่ และวันนี้ก็เป็นเสาร์ที่สองแล้วที่ผมต้องมานั่งเครียดปนเขินกับอาการจ้องอย่างไม่วางตาของเขา สายตาของเขาบอกชัดเจนเลยว่าเขาไม่ได้จดจ่อหรือแม้แต่จะสนใจในสิ่งที่ผมกำลังพูดเลยด้วยซ้ำ ยิ่งนึกต่อมมะโหก็ยิ่งบวมฉึ่งขึ้นทุกที อยากโดดเข้าไปควักลูกตานั่นออกมาตีเล่นแทนลูกกอล์ฟจริง ๆ ให้ตาย
ผมสูดลมหายใจเข้าแรงเพื่อระงับอารมณ์ ตอนนี้ผมเป็นอาจารย์ อยู่ต่อหน้าลูกศิษย์นับสิบ จะแสดงท่าทางอย่างนั้นออกไปไม่ได้
เอาล่ะ สำหรับเรื่องที่ถามผมจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ นะครับ การนับคะแนนเริ่มจากการกำหนดพาร์ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละหลุม นั่นก็คือจำนวนการหวดลูก สมมุติเช่นหลุมนี้กำหนดให้ตีสี่ครั้งลงหลุม หากคุณสามารถตีเพียงสามครั้งก็ลงหลุม คุณจะได้หนึ่งอันเดอร์พาร์ซึ่งก็คือเบอร์ดี้ สองอันเดอร์พาร์ หรือ อีเกิ้ล ไปจนถึงสามอันเดอร์พาร์ หรือ อัลบาทรอส แต่ถ้ากลับกัน คุณตีลูกมากกว่าที่กำหนดหนึ่งครั้ง คุณจะได้หนึ่งโอเวอร์พาร์หรือโบกี้ มากกว่าสองครั้งจะเป็นดับเบิ้ลโบกี้ มากกว่าสามครั้งก็เป็นทริปเปิ้ลโบกี้ยกตัวอย่างเช่นในหนึ่งสนามกำหนดให้ตีลูกได้ 5 ครั้ง ถ้าคุณตีลูก 5 ครั้งพอดีเท่ากับคุณเซฟพาร์ ถ้าคุณตีลูกเพียงสามครั้ง คุณก็จะได้หนึ่งอีเกิ้ล สำหรับเรื่องแต้มต่อหรือแฮนดิแคปนั้นวันนี้เราจะลองทดสอบกันในกลุ่มก่อนนะครับ หลังจบรอบแล้วก็จะมารวมคะแนนกัน แน่นอนว่าผู้ที่ตีลูกได้น้อยครั้งกว่าก็คือผู้ชนะ
แล้วทำยังไงถึงจะตีได้น้อยครั้งล่ะค่ะ
ก่อนอื่นก็ต้องเริ่มต้นด้วยการตีให้ไกลและแม่นยำครับ การตีรวดเดียว
งั้นก็เลือกไม้หัวเหล็กไว้เยอะ ๆ เป็นพอล่ะสิ ผมรู้นะว่ามันเอาไว้ตีไกลๆ นายพุงพลุ้ยที่นั่งริมสุดของแถวหน้าพูดขัดขึ้น ผมสังเกตว่าหมอนี่แสดงท่าทีเป็นอริกับผมอย่างเห็นได้ชัดมาตั้งแต่การเข้าคอร์สวันแรกแล้ว
แค่หัวเหล็กอย่างเดียวน่ะไม่พอหรอกนะครับ เพราะการตีกอล์ฟไม่ใช่แค่การเล่นระยะไกลเพียงอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นเขาจะมีหัวไม้ให้เลือกหลายแบบไปทำไม
โกหก คุณอยากให้ผมเสียเงินเยอะ ๆ น่ะสิ ผมเคยเห็นนะ ในหนังพระเอกยังใช้ไม้กอล์ฟอันเดียวตีจนชนะเลย เขาเถียง ผมคร้านจะพูดว่า ก็นั่นมันในหนัง
ไม้พวกนี้น่ะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ในทุกสภาพนะครับ สังเกตที่หน้าตัดตรงหัวไม้ก็ได้ เอาที่เห็นง่าย ๆ ก็อย่างเช่นส่วนหัวของไม้พัทนี่ ผมพูดพลางชูให้ดูเป็นตัวอย่าง กับส่วนหัวของไม้เหล็กในมือคุณ แค่รูปร่างยังต่างกันเลยเขาเพ่งแล้วเพ่งอีกก่อนที่จะพยักหน้าแกน ๆ พร้อมกับทำเสียง ฮึ ในลำคอ ผมพูดต่อเหมือนไม่ได้สังเกตอาการไร้มารยาทของเขา
ในเมื่อคุณผู้ชายท่านนี้สงสัย ต่อไปผมจะขออธิบายเรื่องชนิดของไม้นะครับ อย่างแรกคือประเภทหัวไม้หรือ Driver มีอยู่สามขนาดคือ เบอร์ 1 เบอร์ 2 และเบอร์ 3 ประเภทที่สองคือหัวเหล็กหรือ Iron มี 8 ขนาดตั้งแต่เบอร์ 3 ถึง 9 และ P คือไม้ Pitching ประเภทที่สามคือ Sand Wedge ใช้เมื่อลูกตกหลุมทราย และประเภทสุดท้ายคือไม้พัท เป็นไม้ตีระยะใกล้ซึ่งจะใช้เฉพาะบนกรีนเท่านั้นเวลาใช้ก็ง่ายมาก เริ่มจากไม้ที่มีแรงส่งมากที่สุดคือ หัวไม้เบอร์ 1 ไล่ลงไปเรื่อย ๆ แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเลือกไม้ให้เหมาะกับสถานการณ์ด้วย เอาล่ะครับ พวกคุณก็มีความรู้พื้นฐานพอสมควรแล้ว ต่อจากนี้ไปเราจะไปทำความคุ้นเคยกับสนามกัน
พูดจบพวกนักเรียนที่ว่าง่ายต่างก็พากันเดินออกจากห้องไปเป็นขบวน นายพุงพลุ้ยเรื่องมากนั่นเดินรั้งท้าย ท่าทางอยากหาเรื่องกับผมเป็นที่สุด
เอาวะ สนองความอยากแกซักหน่อย ผมตัดสินใจ แล้วก็เลยแกล้งเดินช้าลง ปล่อยให้เหล่านักเรียนของผมเดินลงสนามไปก่อน นายนั่นหยุดเท้าแล้วหันมาจ้องหน้าผมเขม็ง แต่ก็ไม่ปริปากอะไรสักคำ ผมยืนเฉยให้แกจ้องอย่างแค้นเคืองอยู่พักใหญ่ก็ต้องขยับตัวอย่างอึดอัด ท่าทางของพี่แกชักทำให้ผมหวาด ๆ เสียแล้วสิ
ทำอะไรอยู่น่ะติน
เสียงทุ้มนั่นทำให้ผมแทบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ปรกติผมคงจะตวาดเขาไปแล้วล่ะว่าไม่ให้เรียกชื่อเล่นของคนอื่นโดยพละการ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกขอบคุณเขาเป็นบ้าเลย
เจ้าพุงพลุ้ยหันมองตามเสียงแล้วก็ทำหน้าบูดบึ้งแต่ก็ไม่กล้าต่อตากับคุณจันทิร ไม่นานหมอนั่นก็จ้ำเร็ว ๆ จนหายลับมุมห้องไป
คุณนี่มาขัดจังหวะได้ถูกเวลาจริง ๆ ให้ตาย
ขัดจังหวะ?
ผมกระพริบตาเมื่อเห็นหัวคิ้วเข้ม ๆ นั่นตวัดฉับเข้าหากันทันควัน น้ำเสียงของเขามันฟังดูเหมือนจะโกรธ ๆ ยังไงชอบกล
ผมไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นคนรสนิยมแย่ปานนั้น พูดจบก็ตวัดตามองไปทางนายพุงพลุ้ยที่ตั้งท่าหวดวงสวิงอย่างเอาจริงเอาจังอยู่ในสนามตรงส่วนที่ไกลออกไป ผมมองตามแล้วก็ต้องทำหน้าพิกล
ไม่รู้จะขำหรือจะโกรธดี ตานี่เข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ให้ผม แล้วตอนนี้ก็มาทำท่าหึงหวงบ้า ๆ กับคนที่เกือบจะหาเรื่องผม
อ๊ะ! หึงหวงงั้นเหรอ?! ไม่ใช่ ต้องไม่ใช่สิ! >0< ผมปัดความคิดนั้นออกจากสมองเป็นที่วุ่นวาย แต่เมื่อเห็นท่าทางหน้านิ่วคิ้วขมวดของเขาก็ต้องรีบแก้ตัว
เปล่า ผมก็แค่
เปล่าอะไร?!
เขาตะคอก ผมเห็นนะ คุณหยุดยืนจ้องหน้าไอ้อ้วนนั่นตั้งนาน ติดใจมันมากรึไง เห็นเจ้าปัญหานักนี่ ในห้องหาเรื่องคุณตลอด หรืออยากตามไปติวกับมันสองต่อสอง?ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จนลูกศิษย์ผมชักหันมามองอย่างสนอกสนใจ ผมจึงต้องลากเขาเข้าไปในห้องว่าง ๆ ที่ใกล้ที่สุด แต่ก่อนไปไม่ลืมตะโกนบอกให้บรรดาลูกศิษย์ฝึกหวดลูกด้วยตัวเองไปพลาง ๆ ก่อน
คุณจันทิร ผมเริ่ม แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาประหลาดของเขา ไม่รู้ว่าไอ้ประกายวิบวับ ๆ ข้างในลูกตานั่นมาจากความโกรธหรือไงกันแน่ แต่ผมไม่ไว้ใจท่าทางของเขาเลย
ผ ผมไม่ใช่คนรสนิยมแย่อย่างนั้นหรอกนะ ผมน่ะชอบผู้หญิงสวย ๆ ผมชะงักเมื่อเขามองมาตาวาว ง่า ผู้ชายสวย ๆ ด้วยก็ได้ แต่ว่า
ผู้ชายสวย ๆ ? เขาพูด หัวคิ้วคลายออกแล้ว แต่สีหน้ายังมึนตึงอยู่ ผมจึงรีบเสริม
หล่อ ๆ ด้วยก็ได้ อ๊ะ! ก็แค่ชอบมองล่ะนะ ของสวย ๆ งาม ๆ ใคร ๆ ก็
ผมชะงักอีกครั้งเมื่อเขาย่างสามขุมใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ขณะที่ปากลนลานพูดอะไรต่อไปไม่หยุด สายตาก็จับจ้องไปที่ริมฝีปากได้รูปของเขา
อ๊ะ ยิ้มแล้วแฮะ เป็นสัญญาณที่ดี ซะเมื่อไหร่ล่ะ!!
กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะผมมัวแต่มองมันเพลินจนลึมนึกไปว่ามันกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาทุกทีน่ะสิ แล้วตอนนี้มันก็อยู่ห่างจากปากผมเองแค่ไม่กี่เซ็นต์เท่านั้น ให้สาบานด้วยผลการเรียนวิชาคณิตฯตลอดชีวิตเลยก็ได้เอ้า ผมไม่มีวันยอมให้ช่องว่างสองเซ็นติเมตรกับอีกสี่มิลระหว่างปากผมกับปากเขามันหดลงไปกว่านี้เด็ดขาด!!
ถ้าอย่างนั้นคุณก็น่าจะลองมองผมอย่างพิจารณาดูบ้างนะ อย่าหาว่าหลงตัวเองเลย แต่ผมคิดว่าผมเองก็มีหน้าตาที่พอดูได้อยู่เหมือนกัน เขาพูด ผมจ้องตาเขาหวาด ๆ กลัวว่าเขาจะเขยิบใกล้เข้ามาอีก ทีนี้ล่ะผมไม่มีทางหนีแน่ ไม่รู้ว่าขาผมมันพาถอยมาจนติดกำแพงเมื่อไหร่นี่สิ! แต่แล้วเขาก็ยิ้มเป็นรอยยิ้มที่ชวนมองเชียวแหล่ะ ไม่ อันที่จริงคือโคตรดูดีเลยแหล่ะ ต้องขออภัยที่ใช้คำนี้ แต่สาบานด้วยเกียรติของลูกเสือว่าผมไม่เคยเห็นใครยิ้มสวยขนาดนี้มาก่อน และถึงแม้จะเคยเห็น ก็ไม่เคยมีเจ้าของรอยยิ้มคนไหนที่ทำให้หัวใจผมเต้นรัวได้เท่ากับคน ๆ นี้
นี่ผมเป็นอะไรไปนะ ?
ผ ผม ไม่เป็นไร ผมรอได้ ถึงยังไงก็รอคุณมาตั้งหลายเดือนแล้วนี่นะ เห็นหน้าตาแบบนี้ของคุณแล้วค่อยรู้สึกว่ามีความหวังหน่อย เขาพูดเสียงพร่า มือไล้แก้มผมเบา ๆ ผมเพิ่งสังเกตว่ามือของเขาช่างใหญ่แล้วก็อุ่นเหลือเกิน ลมหายใจผมติดขัดนิดหน่อยตอนที่เขาไล้ปลายนิ้วเบา ๆ ที่ปากผม ก่อนที่จะตามมาด้วยริมฝีปากของเขาเอง
มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด แต่ก็รู้สึกดี ไม่สิ รู้สึกดีจนน่าประหลาด เอ หรือจะกลับกัน? ยังไงก็ช่าง กว่าที่เขาจะถอนปากออกสติสตังของผมก็เหวอไปซะแล้ว
เขายิ้มอีกครั้งก่อนที่จะถอยห่างออกไป ให้เวลาผมตั้งหลักอีกครั้ง คราวนี้ใบหน้าผมร้อนผ่าวเลยทีเดียว เราจ้องหน้ากันอยู่นานแล้วจู่ ๆ เขาก็ยื่นมือมาให้จับ ผมมองมือนั้นอย่างลังเล แต่แล้วก็ตัดสินใจวางมือลงไป มือใหญ่ของเขาให้ความรู้สึกอบอุ่นแปลก ๆ สายตาที่มองมาก็ทำให้ผมรู้สึกจั๊กจี้ไงไม่รู้
แต่ว่า ลองพิจารณาเจ้าเสือไบลามกนี่อย่างจริงจังดูสักครั้งก็ดีเหมือนกันแฮะ
ผมคิดอย่างเคลิ้มฝันขณะที่เดินตามเขาออกไปสู่แสงแดดจัดจ้าของสนามกอล์ฟ
THE END

ขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้รอกันนานขนาดนี้ ( ยังมีคนรออยู่อีกรึเปล่า? ) แถมยังจบแบบนี้อีก แต่เอาน่า สัญญาว่าจะมีเรื่องของคู่นี้ออกมาอีกแน่นอน
ถ้าลองพิจารณาดูดีๆ แล้วตัวละครเกือบทั้งหมดของเราใน Series นี้ต่างก็มีความสัมพันธ์ ( เอ๊ะ หรือเกี่ยวพัน? ) กันในแง่ต่าง ๆ นะ ดังนั้นคงกำจัดมันลำบาก 555
ไปล่ะ จนกว่าจะพบกันใหม่
viva