ตอนที่ 25
แม่คะ มามิขอไปเล่นที่บ้านซาระจังนะคะ เสียงแหลมสดใสของเด็กน้อยวัย 8 ขวบดังขึ้นขณะเปิดประตูบ้านออก .
จ๊ะ กลับมาก่อนเวลาอาหารเย็นนะจ๊ะ มามิจัง ผู้เป็นแม่ตะโกนตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เด็กน้อยปิดประตูพลางออกเดินอย่างอารมณ์ดีเต็มที่ เธอเดินผ่านกำแพงบ้านแล้วบ้านเล่าเพื่อไปให้ถึงบ้านเพื่อนรักของเธอซึ่งอยู่ห่างไปอีกไม่กี่หลัง..บริเวณนี้เรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านของผู้มีอันจะกิน บ้านบางหลังสร้างตามสไตล์ยุโรป กักกั้นด้วยกำแพงสีขาวสุดลูกหูลูกตา บางหลังก็ยังคงรูปไว้ในยุคสมัยเก่าก่อนซึ่งทำด้วยไม้ แต่เต็มไปด้วยอาณาบริเวณกว้างขวาง และสวนราคาแพง มามิเดินไปตามทางแต่เมื่อใกล้จะถึงคฤหาสน์ทรงยุโรปที่สวยงามที่สุดในละแวกนี้ ดวงตากลมใสก็เห็นชายคนหนึ่งซึ่งยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ริมรั้วงาม เด็กน้อยที่ไม่รู้จักโลกมากด้วยวัยเพียง 8 ขวบ พร้อมได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีจึงมีน้ำใจถามไถ่ผู้อื่น
คุณลุง เอ่อ หลงทางรึเปล่าคะ? เสียงใส ๆ ดังขึ้นด้านหลัง ทำให้ชายคนนั้นซึ่งในมือถือกระดาษแผ่นเล็กที่ยับยู่ยี่ต้องก้มลงมอง เมื่อเห็นคู่สนทนาคือเด็กสาวตัวเล็ก ๆ ริมฝีปากบางก็หยักยิ้มอย่างอ่อนโยน
เอ่อ จ๊ะ คือลุงจะมาหาเพื่อนซักหน่อย แต่ไม่มานานแล้ว แถวนี้เปลี่ยนไปเยอะจนลุงสับสนเลยล่ะจ๊ะ ชายคนนี้แทนตัวเองราวกับผู้เข้าสู่วัยกลางคน .แต่ความจริงแล้วใบหน้าขาวสะอาด เรี่ยมเร้นั้น ดูราวกับคนหนุ่มฉกรรจ์วัย 20 กว่า ๆ เท่านั้น
บ้านเพื่อนคุณลุงอยู่ไหนเหรอคะ? มามิช่วยหามั๊ยคะ? เด็กสาวตัวน้อยยิ้มรับกับรอยยิ้มของชายหนุ่ม
อืม ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ คือลุงพอจะรู้แล้วล่ะว่าลุงมาผิดซอยเมื่อกี้นี้เอง..พอดีกำลังจะกลับออกไปก็มาเห็นบ้านหลังนี้ซะก่อน ใหญ่สุด ๆ ไปเลยเนอะ ชายหนุ่มพูดพลางเกาจมูกดูราวกับเคอะเขินกับความเฟอะฟะของตัวเองเต็มที
ใช่แล้วค่ะ ใหญ่แล้วก็นะ แล้วก็สวยด้วยล่ะค่ะ มามิเข้าไปเล่นในสวนบ่อย ๆ ดวงตาสีเทาหม่นเกือบดำของชายหนุ่มมองมามิอย่างแปลกใจ พลางย่อตัวลงจนศรีษะพอดีกับความสูงของเด็กสาวตัวน้อย
เห? งั้นเหรอจ๊ะ
ค่ะ คุณอากิระ กับคาคุจังใจดีมากเลยค่ะ คุณแม่บ้านก็ทำขนมอร๊อย อร่อย มามิสาธยายถึงเจ้าของบ้าน และความสุขที่เธอได้รับการต้อนรับอย่างดี..
หนูรู้จักพวกเค้าด้วยเหรอ?
รู้จักสิคะ ทั้งคุณพ่อคุณแม่ คุณป้าอาคิโกะข้างบ้าน คุณตาชิโร่ที่อยู่ซอยถัดไป พี่ชายร้านดอกไม้ พี่สาวร้านอาหาร ซาระจังเพื่อนของมามิด้วยค่ะ คุณแม่บอกว่าคุณอากิระเคยช่วยคุณแม่หลายอย่างก่อนมามิจะเกิด แถมยังช่วยเหลืออีกตั้งหลายคน คุณอากิระเป็นผู้มีบุญคุณของที่นี่เลยแหละค่ะ รอยยิ้มที่ชายหนุ่มมีสลายวับไปเพียงชั่วครู่ ดวงตาสีเทาหม่นแฝงแววคลั่งแค้นอยู่ภายใน แต่ดวงตากลมใสไร้เดียงสาก็ไม่อาจรับรู้ได้ ชายหนุ่มปั้นรอยยิ้มขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็วราวกับว่าคุ้นชินกับการทำเช่นนี้มาตลอด
เค้า ใจดีจริง ๆ นะ .
ใช่ค่ะ
เอ้า ลุงจะไปแล้วนะจ๊ะ ป่านนี้เพื่อนลุงคงชะเง้อคอมองหาแล้วล่ะ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน รูปร่างสูงโปร่งแต่ไม่เพรียวเหมือนคาคุยังคงหันไปทางประตูคฤหาสน์มิเนคุระ
อ๊ะ จริงด้วย มามินัดกับซาระจังไว้ เอ่อ คุณลุงไม่เป็นไรนะคะ
อืม จ๊ะ ลุงพอจะจำทางได้แล้ว ขอบใจนะจ๊ะมามิจัง มือหยาบกร้านหนาหนักลูบผมนิ่มสสวยของสาวน้อยเบา ๆ พลางยิ้มส่งจนเธอโบกมือหายไปในทางเลี้ยว ดวงตาสีเทาหม่นหันมามองคฤหาสน์อีกครั้ง ราวกับมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ภายในใจ
เชอะ ทำตัวเป็นคนดีงั้นเหรอ? ถึงคนทั้งโลกจะลืมเรื่องชั่ว ๆ ของแกไปจนหมด แต่ฉันไม่มีวันลืมหรอก!! กระดาษยับในมือถูกขยำแล้วขว้างทิ้งลงพื้น ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความแค้นแน่นอกออกเดินจากไป
*************************************************************************
ปิ๊ง ป่อง นิ้วมือเรียวที่สวมถุงมือขาวกดกริ่งหน้าบ้านของคาโอรุอย่างระมัดระวัง เธอกดไปนานพอควรแต่ในบ้านไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหว ทำให้เธอชักใจเสียว่าบางทีเด็กหนุ่มทั้งสองอาจออกไปฉลองคริสต์มาสกันตามลำพังที่ไหนซักแห่งไปแล้ว
ปิ๊ง ป่อง เธอปลุกปลอบใจกดอีกครั้ง คาโอรุยังนอนอยู่บนโซฟา เขาได้ยินเสียงกริ่งครั้งแรกแล้วแต่มันก็เหมือนความฝันที่เลือนลาง จนอีกครั้งหนึ่งที่ได้ยินเขาจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่ามีใครบางคนมา เด็กหนุ่มลุกขึ้น..บางทีอาจจะเป็นคนที่อยากพบ ดวงตาสีดำสนิทคาดหวังพลางเปิดประตูออกอย่างเร่งร้อน แต่ทว่า
แกร๊ก ! ร่างที่ยืนอยู่ท่ามกลางหิมะขาวเย็นคือ ซาซากิ เอริ ใบหน้าของเด็กสาวระเรื่อขึ้นเพราะลมหนาวและความดีใจ แต่ดวงตาสีดำสนิทกลับหม่นหมองลง
อรุณสวัสดิ์จ๊ะ ทาเทวากิคุง
อา อืม อรุณสวัสดิ์ ซาซากิ เด็กหนุ่มตอบรับ พลางเชิญเธอเข้ามาด้านในเพราะมารยาท เอริหลบลมหนาวเข้ามาภายในบ้านที่เย็นชืด เธอถูมือไปมาและมองไปรอบ ๆ ราวกับหาอะไรบางอย่าง
เอ่อ คือ เค้า ไม่อยู่เหรอจ๊ะ?
เค้า? คาโอรุกลับมานั่งที่โซฟา ความสนใจของเด็กหนุ่มไม่ได้เพ่งไปที่เอริมากนัก
ก็ มิเนคุระคุงน่ะ พลันดวงตาสีดำสนิทก็ฉายแววตกใจและเจ็บปวดออกมาครู่หนึ่งเมื่อได้ยินชื่อของเด็กหนุ่มผมทอง คาโอรุเบือนหน้าไปอีกทางไม่อยากให้เด็กสาวเห็น
ไม่อยู่หรอก
งะ งั้นเหรอจ๊ะ ถ้างั้น เอ่อ เอริถูมืออีกครั้ง เธอพยายามรวบรวมความกล้าขึ้นมา
คือว่า ที่บ้านมาโกโตะจะจัดปาร์ตี้คริสต์มาสน่ะจ๊ะ ถ้าหากว่า เอ่อ ถ้าหากทาเทวากิคุงไม่มีโปรแกรมอะไรล่ะก็ ไปด้วยกันหน่อยได้มั๊ย? เด็กสาวนั่งลงที่โซฟาพลางพูดอย่างติด ๆ ขัด ๆ เธอไม่รู้ว่าทำไมอาซาโตะถึงไม่อยู่ที่นี่ตอนนี้ และเธอก็พยายามที่จะไม่คิดว่าสีหน้าของคาโอรุนั้นซีดเซียวเพียงไหน ความรู้สึกที่มีมาตลอดเวลาใกล้จะได้เปิดเผยออกมา ทำให้ในใจร้อนรุ่มจดจ่อจนไม่อยากสนใจสิ่งใด ๆ อีก หากความรู้สึกของคาโอรุกลับต่างออกไปจากเธอมาก ยิ่งกว่าระยะห่างของท้องฟ้าและผืนดินเสียอีก เด็กหนุ่มไม่พูดอะไรและทำสีหน้าเหมือนกับว่าครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา และไม่กระตือรือล้นกับอะไรเลย
ทาเทวากิคุง จะไปมั๊ยจ๊ะ? เด็กสาวถามอีกครั้ง ทำให้เด็กหนุ่มที่ยังอยู่ในภวังค์รู้สึกตัวขึ้น
ขอโทษนะ ผมคงไม่ไป
*************************************************************************
คาคุซัง เชิญค่ะ หญิงสาวเปิดประตูห้องสวีทหรูต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความร้อนใจ พลางเชื้อเชิญให้เข้ามาด้านใน
ขอบคุณครับ เอ่อ เรื่องนี้
ทราบแล้วค่ะ อากิระเพิ่งโทร.มาบอกว่าคุณจะมารับ แล้วเด็กคนนั้นก็ยังไม่รู้รายละเอียด คาคุเดินเข้าไปในห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยเครื่องเรือนงามที่ประดับอย่างลงตัว บนโซฟาสีแดงเข้มขลิบด้ายทอง มีเด็กหนุ่มซึ่งกำลังทำสีหน้าปั้นยากนั่งอยู่
คุณหนูครับ ผมมารับกลับ
มันเรื่องอะไรกัน? ที่พูดคราวนั้นนายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ? อ้อ ต้องบอกว่าคน ๆ นั้นไม่เข้าใจสินะ ยังไงนายเป็นลูกน้องก็ต้องทำตามคำสั่งลูกพี่อยู่แล้วนี่ สีหน้าของคาคุเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพียงแต่ความปลอดภัยของทั้งอาซาโตะ และเอเล็คตร้าสำคัญกว่ามากเขาจึงระงับไว้ แต่ฝ่ายที่ไม่ชอบใจและแสดงออกโจ่งแจ้งคือเอเล็คตร้า
อาซาโตะ! หญิงสาวเรียกชื่อเน้นคำ บอกให้รู้ว่า นี่ไม่ใช่เวลาจะมาทำแบบนี้ แต่เด็กหนุ่มก็เพียงทำเป็นสนใจโทรทัศน์จอยักษ์ที่ผนังห้องเท่านั้น ทำให้เอเล็คตร้าถอนหายใจ
คุณหนูครับ ได้โปรดกลับบ้านเถอะครับ
ไม่!! ฉันไม่ต้องการกลับไปที่นั่นอีก นายไม่เข้าใจรึไงกัน!! เด็กหนุ่มตวาดเสียงดัง ทำให้คิ้วเรียวสวยของหญิงสาวขมวดเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด เธอเห็นปฏิกิริยาต่อต้านพ่อของเด็กหนุ่มมามากแต่ไม่เคยเห็นจะร้ายกาจเท่านี้มาก่อน ที่เธอทำให้ทั้งคาโอรุและอาซาโตะต้องทะเลาะกันนั้น มันส่งผลหนักหนาเกินไป อาซาโตะอารมณ์ไม่ดีสมบูรณ์เลยทีเดียว
อาซาโตะ นี่ไม่ใช่เวลามาพูดอย่างนี้นะ หญิงสาวเคืองนิด ๆ ดูเหมือนว่าอาซาโตะจะก้าวข้ามการเอาแต่ใจของเด็กมามากไปแล้ว
ครับ เพราะว่าที่นี่สะดุดตาคนเกินไป มันอันตราย อาซาโตะขมวดคิ้ว แต่ยังไม่หันไปมองผู้ใหญ่ทั้งสอง เขาเปลี่ยนช่องทีวีไปมาอย่างรำคาญใจ
โนะ ชินจิ นักโทษของเรือนจำพิเศษได้หลบหนีออกมาจากเรือนจำเมื่อคืนวานนี้ เสียงผู้ประกาศข่าวหญิงในรายการข่าวประจำวันดังขึ้น ทำให้ทั้งเอเล็คตร้าและคาคุหันขวับไปมองอย่างตกใจ
นักโทษรายนี้ก่อคดีฆาตกรรม 1 ราย กักขัง ทรมานเหยื่อ และพยายามฆ่าอีก 1 ราย เมื่อ 8 ปีก่อน . หญิงสาวผู้ประกาศข่าวยังอ่านต่อไปเรื่อย ๆ ขณะที่ภาพบนจอขนาดยักษ์นั้น กำลังฉายใบหน้าของชายคนหนึ่ง ดวงตาสีน้ำตาลทองเบิกขึ้น และนิ่งขึง ใบหน้านี้ ใบหน้าที่แม้ชั่วชีวิตก็ไม่ลืม ใบหน้าที่เคยยิ้มเยาะอย่างสะใจ โหดเหี้ยมอำมหิตสำหรับเขามากแค่ไหน
..ปี๊ด!!!! เอเล็คตร้าเข้าคว้ารีโมทกดปิดโทรทัศน์ทันที เธอเหลือบมองเด็กหนุ่มที่ยังไม่โวยวายอะไรออกมา ได้แต่จ้องมองจอขนาดยักษ์นั้นทั้งที่มันเป็นสีดำสนิทไม่มีภาพใด ๆ อีกแล้ว และมองไปที่คาคุซึ่งมีเหงื่อซึมออกมาบนใบหน้าไม่ต่างจากเธอ
เอ่อ อาซาโตะจ๊ะ อาซาโตะ เอเล็คตร้านั่งลงข้างเด็กหนุ่มที่ยังเงียบ แต่เธอเห็นมือของเขาที่เมื่อครู่ยังวางสบาย ๆ บนขอบโซฟา บัดนี้กลับกำเข้าหากันแน่นและสั่นสะท้าน จนเธอกลัวว่าจะถึงขั้นเลือดตกยางออก เอเล็คตร้าแตะฝ่ามือเรียวสวยบนหมัดของเด็กหนุ่ม
คุณหนูครับ อาซาโตะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม หญิงสาวทั้งสองด้วยดวงตาสีทองเข้มจัดไหวระริก ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากันอย่างรุนแรง พลางลุกขึ้นยืนฉับพลัน..
ทำไมไม่บอกฉัน!! ทำไมไม่มีใครบอกฉันซักคำว่า หมอนั่น!! ไอ้หมอนั่นมันแหกคุกออกมาได้!!! ไอ้เจ้าอามาโนะ ชินจินั่น!!! มันออกมาข้างนอกแล้วน่ะ!! หา!!! อาซาโตะตวาดกึกก้องไปทั่วห้องสวีท คาคุที่ยังหน้าซีดและเอเล็คตร้าที่ยังมองเด็กหนุ่มด้วยความตกใจ ไม่ตอบอะไรแม้แต่คำเดียว ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาในห้วงความทรงจำของอาซาโตะอีกครั้ง และอีกครั้ง แจ่มชัด แม่นยำจนไม่น่าเชื่อว่าผ่านมาแล้ว 8 ปี ความทรงจำที่เต็มไปด้วย สีทอง และสีแดงเข้มเปรอะเปื้อน เด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความโกรธและเคียดแค้น เปลวไฟที่ถูกปิดกั้นด้วยเอเล็คตร้า และคาโอรุลุกโชนขึ้นอย่างไม่อาจระงับ อาซาโตะวิ่งออกไปจากห้องทันที
คุณหนู!! ไม่ได้นะครับ!! คาคุที่รู้สึกตัวก่อนรีบวิ่งตามไป ส่วนเอเล็คตร้าที่เข่าอ่อนเมื่อครู่ก็รีบตามไปทันทีเช่นกัน ใบหน้างามสวยเปรอะไปด้วยหยาดน้ำสีใส
คุณหนู!! ด้วยความไวของผู้ฝึกทักษะร่างกายมามากทำให้ตามเด็กหนุ่มที่ไม่ได้เป็นมืออาชีพทันอย่างง่ายดาย ร่างที่สูงกว่าเลขาฯหนุ่มถูกโอบดึงเอาไว้ขณะที่จะขึ้นลิฟท์
ปล่อยนะ!!
ไม่ได้นะครับคุณหนู!! อันตรายเกินไป!! อันตรายมาก!! ได้โปรดเถอะครับ! คาคุกอดอาซาโตะแน่นไม่ยอมให้ได้ขัดขืนแม้แต่น้อย แต่ความโกรธ เกลียด และเคียดแค้นของเด็กหนุ่มก็มีมากมายเหลือเกินที่เขาจะฟังคำพูดเพียงแค่ประโยคเดียวนี้แล้วสงบลงได้ อาซาโตะพยายามออกเดินจนแทบจะลากอีกฝ่ายที่กอดอยู่ให้เคลื่อนไปด้วยกัน
อย่ามายุ่งนะคาคุ!! ฉันต้องฆ่ามัน ไอ้หมอนั่นฉันจะฆ่ามันเอง!!
ไม่ได้นะครับ! ไม่ได้ ผู้ชายคนนั้นได้รับการหนุนหลังจากแก๊งอื่น! คุณหนูจะเดินไปหาให้มันทำร้ายอีกไม่ได้นะครับ! คาคุรัดวงแขนแน่นขึ้นไม่ยอมปล่อย บรรดาแขกห้องสวีทอื่น ๆ ต่างก็ออกนอกห้องมาดูเหตุการณ์กัน จนพนักงานต้อนรับคนหนึ่งที่กำลังแนะนำแขก VIP บนชั้นนี้ต้องเดินมาดูด้วยสีหน้ากังวลใจ แต่เอเล็คตร้ามาทันพอดี เธอจึงห้ามพนักงานคนนั้นไว้ ตัวเธอซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นครึ่งหนึ่งของโรงแรมจึงได้รับความเกรงใจและเชื่อฟัง
อาซาโตะ สงบใจหน่อย เธอควรจะฟังที่คาคุซังพูดบ้างนะ เอเล็คตร้าพูดปลอบอีกฝ่ายอย่างพยายามใจเย็นที่สุด
มันฆ่าแม่ฉัน!!! เธอไม่เข้าใจหรอก!! ปล่อยนะ!! อาซาโตะสะบัดคาคุออกอย่างแรงจนอีกฝ่ายเซจนเกือบล้มและปล่อยมือจากเขาจนได้ แต่ขณะที่อาซาโตะกำลังจะขึ้นลิฟท์นั้น ฝ่ามือเรียวขาวก็ฟาดบนใบหน้าของเขาอย่างจัง ท่ามกลางดวงตาสายตาของทุกคู่ หญิงสาวยืนหอบแทบหมดเรี่ยวแรง
ว่ายังไงนะ?! ไม่เข้าใจงั้นเหรอ? คิดว่ามีเธอคนเดียวรึไงที่สูญเสีย คิดว่ามีแค่เธอคนเดียวรึไงที่ร้องไห้แทบขาดใจ!! คิดว่าเธอคนเดียวรึไงที่เห็นมาการ์เร็ตตายต่อหน้าต่อตา คิดว่าเธอคนเดียวที่รักมาการ์เร็ตรึไงกัน!!!?? เอเล็คตร้าตวาดเด็กหนุ่มที่ไร้สติ ใบหน้างดงามและดวงตาที่ถือดีไม่มีอยู่ มีแต่ความเจ็บร้าวสั่นไหวที่อยู่ภายในสีเขียวเข้มซึ่งเอ่อท้นด้วยหยาดน้ำ
ผู้ชายคนนั้นพรากผู้หญิงที่ฉันถือว่าเป็นพี่สาวชั่วชีวิตไป พรากลูกสาวที่ภาคภูมิใจของพ่อแม่ พรากภรรยาที่รักยิ่งของอากิระ พรากนายหญิงที่ดีของคาคุ พรากแม่ของเธอไป ผู้หญิงที่สำคัญคนนั้นเป็นที่รักของคนตั้งมากมาย อย่ามาพูดว่ามีแต่เธอคนเดียวที่เข้าใจความรู้สึกสูญเสียนะรู้มั๊ย!!?? ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องมองอีกฝ่ายอย่างจดจ่อ ภาพหญิงสาวงดงามที่มีผมสีทองอร่ามราวคลื่นลมซ้อนอยู่กับร่างของเอเล็คตร้า
จะอยู่กับฉันตลอดไปใช่มั๊ย
พลางใบหน้าขาวเปื้อนน้ำตาของคาโอรุก็ปรากฏขึ้นมา หยาดน้ำหลั่งรินจากดวงตาสีทองจนแม้แต่ตัวเองก็ตกใจ
ฉันน่ะนะ ก็อยากฆ่าหมอนั่นกับมือเหมือนกัน อากิระก็คิดเหมือนกัน คุณตาคุณยายก็คิด แต่ว่าหมอนั่นไม่ได้หนีออกมาด้วยตัวคนเดียวแน่ ๆ มันต้องมีพรรคพวก แล้วจะให้เธอลุยเดี่ยวไปให้มันฆ่าสมอยากน่ะนะ ฉันยอมไม่ได้ หญิงสาวเอื้อมมือเรียวขาวแตะที่ใบหน้าและทางน้ำตาของเด็กหนุ่ม พลางเข้าโอบกอดอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน
ฉันไม่อยากสูญเสียอีก เธอสืบสายเลือดจากมาการ์เร็ตที่ฉันรัก ฉันจะต้องปกป้องเธอ แล้วก็ อย่าลืมนะว่ามีคนที่รักเธอ ไม่อยากเสียเธอรออยู่ กลับไปเถอะ เอเล็คตร้าจูบเบา ๆ ที่แก้มของเด็กหนุ่ม ดวงตาสีน้ำตาลทองสงบนิ่งอีกครั้ง
จะกลับบ้านใช่มั๊ย? อาซาโตะหันไปหาคาคุที่ยังยืนรออยู่ด้วยใจจดจ่อ พลางได้ยินคำถามก็ทำให้สีหน้าของเลขาฯหนุ่มดีขึ้น เขาตอบรับและพาอาซาโตะลงลิฟท์ไปด้านล่าง
*************************************************************************
หลังจากดื่มโกโก้ร้อนแก้วที่
2 ที่เจ้าของบ้านเอามาต้อนรับไปได้นิดหน่อย
เอริซึ่งจ้องมองเด็กหนุ่มตลอดเวลาก็ลุกขึ้น
เอ่อ แทบทุกคนในห้องไปรวมกันที่นั่นฉลองคริสต์มาสกัน ทาเทวากิคุงอยู่คนเดียวเหงาแย่ น่าจะไปสนุกด้วยกันนะ เอริพูดขึ้น เธอรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่เธอคิด ตอนนี้สีหน้าของเด็กหนุ่มแจ่มชัดในดวงตาเธออีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่เธอไม่อยากสังเกตเห็นเอาเสียเลยแท้ ๆ ใบหน้าที่ราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิดและถูกทิ้งลำพังท่ามกลางหิมะหนาว คือสีหน้าของเด็กหนุ่มที่เธอชอบในขณะนี้
ถ้าผมไปอาจทำให้หมดสนุก เพราะว่าผมไม่มีอารมณ์จะฉลองอะไรทั้งนั้น คาโอรุยังคงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย คำสนทนาและภาพของเด็กสาวตรงหน้าบดบังด้วยเด็กหนุ่มผมทองในความคิด ทำไมคิดถึงขนาดนี้นะ ทำไมถึงไม่อยากทำอะไรเลยอย่างนี้ คำว่าเกลียดที่ไม่ได้ตั้งใจพูดกลับทำให้หัวใจเจ็บปวดถึงเพียงนี้ การที่อาซาโตะไม่อยู่ตรงนี้ ไม่อยู่ที่นี่มันช่างทรมานเหลือเกิน
ทาเทวากิคุง
ขอโทษนะ ซาซากิ
*************************************************************************
รถยนต์สีดำเมื่อมแล่นออกจากโรงแรมหรูตรงกลับคฤหาสน์มิเนคุระทันทีโดยที่มีรถอีกคันตามหลังเพื่อความปลอดภัย คาคุมองเจ้านายน้อยที่เบาะด้านหลังอย่างโล่งใจ ขณะที่รถกำลังแล่นไปเรื่อย ๆ
มีคนที่รักเธอรออยู่นะ เสียงกังวานนุ่มนวลของหญิงสาวผมทองเมื่อครู่ยังอยู่ในห้วงคำนึง
อาซาโตะ พ่อขอโทษนะลูก พ่อไม่มีทางเลือก พลันคำพูดเมื่อ 8 ปีก่อนก็ย้อนกลับมา
แม่รักลูกจ๊ะ ใบหน้างดงามที่เปรอะเปื้อนด้วยสีแดงฉาน คำพูดสุดท้ายของคนสำคัญ
จะอยู่กับฉันตลอดไปใช่มั๊ย?
อืม จะอยู่ด้วยตลอดไป คำพูดที่เคยสัญญากับร่างเล็กในห้วงแห่งความสูญเสียของอีกฝ่ายยังคงสะท้อนอยู่
ฉันเกลียดนาย
เอี๊ยด!!!!! ..โครม!!! เสียงยาวของล้อรถที่ครูดไปกับพื้นจากการเบรคกะทันหัน ทำให้ความคิดทุกอย่างแตกกระจาย ในดวงตาสีน้ำตาลทองเห็นเพียงแค่ใบหน้าของเลขาฯหนุ่มที่ใกล้เข้ามา แล้วโอบกอดเขาเอาไว้ ชายคนขับรถเกิดประคองรถไว้ไม่ได้จึงเสียหลักชนกับผนังหินอย่างจัง ทุกอย่าง เงียบสนิท
ปัง!! ปัง!! ปัง!! เสียงสนั่นหวั่นไหวของอาวุธพิฆาตชีวิตดังขึ้นหลายนัดติดต่อกัน เสียงอื้ออึงของผู้คนและปืนสับสนปนเปกันจนแยกไม่ออก เด็กหนุ่มผมทองลืมตาขึ้นช้า ๆ และเห็นร่างของคาคุที่ทับอยู่ไม่ได้สติพร้อมกับรถที่เกือบพัง และคนขับรถที่จมกองเลือด ครู่หนึ่งที่เขาถอนหายใจช้า ๆ และรู้สึกว่าเลือดของคาคุไหลเปรอะตัวเขาอยู่ แต่ทุกอย่างด้านนอกกลับเงียบสนิทลงแล้ว
ลากพวกมันออกมา เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ ๆ แต่โสตประสาทของเด็กหนุ่มยังคงอื้ออึงอยู่จึงทำให้ได้ยินไม่ถนัดนัก ครู่หนึ่งเขาก็มีใครหลายคนเข้ามาใกล้และดึงตัวเขากับคาคุออกจากรถ ท่ามกลางชายกลุ่มใหญ่ที่ยืนรายรอบเขา ใกล้ ๆ นั้นเหล่าบอดี้การ์ดที่นั่งรถอีกคันตามพวกเขามานอนอยู่บนพื้นร่างพวกเขาเต็มไปด้วยเลือดพร้อมกับรถที่ยับด้วยกระสุนปืน
ว่าไง? ไม่ได้เจอกันเสียนาน ประสาทสัมผัสของอาซาโตะกลับคืนมานิดหน่อยเมื่อออกมาเจออากาศด้านนอก ทำให้เขาเริ่มที่จะจำได้เลือนลางแม้ยังไม่ได้มองอีกฝ่าย น้ำเสียงเยาะหยันนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้ ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้เขา
โตขึ้นเยอะนะครับ นายน้อย น้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงแววร้ายกาจที่จำได้ไม่เคยลืมก้องสะท้อนอยู่เบื้องหน้า อาซาโตะลืมตาเห็นภาพของชายที่ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่มีวันให้อภัยยิ้มแย้มอยู่ เพียงครู่เด็กหนุ่มรู้สึกว่าภาพในดวงตาเริ่มพร่าเลือนและเปลี่ยนสี ที่แท้ของเหลวสีแดงเข้มกำลังไหลจากคิ้วที่แตกของเขา
จะไม่ทักทายกันซักหน่อยเหรอครับ พอแหกคุกออกมาได้ผมก็อุตส่าห์รีบมาพบนายน้อยเลยนะครับ
แก...! ความทรงจำย้อนกลับมาอีกครั้งเมื่อได้พบหน้ากัน เด็กหนุ่มผมทองจับความคิดที่กระจัดกระจายไปเพราะมึนงงขึ้นมา ความแค้นที่แม้ผ่านไปอีกกี่ปีก็ไม่มีทางลบเลือน อาซาโตะลุกขึ้นหมายจะชกชายตรงหน้าซักหมัดหนึ่ง แต่ถูกมืออีกหลายคนกระชากเอาไว้ให้นั่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าของอามาโนะ ชินจิที่สูงวัยขึ้นเล็กน้อย ยังคงยิ้มแย้มไม่เปลี่ยน เขาหันไปมองคาคุที่ยังนอนสลบอยู่บนพื้น
นี่คงจะเป็น คาคุซังสินะ สวยขึ้นจนจำแทบไม่ได้ ชินจิลุกขึ้นดึงร่างไร้สติของคาคุขึ้นมา พลางจ้องมองดูใบหน้างามที่เปื้อนเลือดอย่างสนใจ
สวยขนาดนี้ ก็ไม่แปลกหรอกนะที่จะทำหน้าที่อื่นให้กับผู้ชายคนนั้นด้วย ชายหนุ่มผลักร่างของคาคุให้กับชายสองคนช่วยกันประคองเอาไว้ แล้วหันมาทางอาซาโตะ
.หมายความว่าไง? เด็กหนุ่มเข่นเขี้ยวถามแทบอยากจะให้มีอะไรซักอย่างทำให้ชายตรงหน้าเลิกยิ้มแย้มอย่างมีชัยแบบนี้เสียที แต่กระนั้นทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง ชินจิยังคงยิ้มอย่างมีความสุขใบหน้าของเขาดูอ่อนเยาว์เหมือนกลับไปเมื่อ 8 ปีก่อนไม่มีผิด
อยากรู้หรือครับ ? แต่ถ้าผมบอกออกไปคุณต้องไม่อยากรู้มากกว่านะครับ
ก็แล้วมันอะไรเล่า!!!? อาซาโตะเหลืออดกับความเจ้าเล่ห์ชอบเก็บงำไว้ให้สนุกทีหลัง ทรมานยิ่งกว่าของชายหนุ่ม
ปัง!! อ๊าก!!
ปัง!!! ปัง!! เสียงของชายที่ประคองร่างคาคุล้มลงกับพื้น ตามด้วยเสียงของชายอีก 2-3 คนรอบข้างต่างก็ล้มลง ชายหลายคนเข้ามากันชินจิเอาไว้ ดวงตาสีเทาหม่นสะท้อนภาพของเลขาฯหนุ่มที่แม้ทั้งร่างจะเต็มไปด้วยเลือดแต่ก็ยังกระชับอาวุธที่ชิงมาจากชายที่เพิ่งตายไปแน่น
คาคุ
คะ คุณหนู ไม่เป็นไรนะครับ บาดแผลใหญ่ด้านหลังที่ถูกกระจกและหลังคารถบาดยังคงปล่อยหยาดสีแดงเข้มออกมาไม่ขาดสาย ร่างบางหายใจหอบถี่เจ็บปวดแทบจะสลบไปอีกครั้ง แต่การช่วยชีวิตอาซาโตะสำคัญกว่ามาก เขาจะหลับไม่ได้ คาคุหันปากกระบอกไปทางชินจิที่มีลูกน้องยืนกันอยู่
ปล่อยคุณหนูเดี๋ยวนี้ นิ้วมือเรียวกระชับเข้าเตรียมจะเหนี่ยวไก แต่ชายทั้งหลายที่ยังยืนกั้นชินจิอยู่ไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ดวงตาสีเทาหม่นยิ้มเยาะ..
อย่าทำอะไรโง่ ๆ น่าคาคุซัง มีคุณแค่คนเดียวจะทำอะไรได้ อาซาโตะพยายามขัดขืนเมื่อคาคุถ่วงเวลาให้เล็กน้อย แต่ทว่าชายที่จับเขาไว้ไม่ปล่อยให้เขาดิ้นเลย
อามาโนะ ชินจิ คุณประเมินนายของผมต่ำเกินไป ความจริงเวลานี้คุณหนูควรจะถึงคฤหาสน์แล้วหากพลาดแม้นาทีเดียว ท่านจะออกมาตามหาทันที แล้วตอนนี้ คาคุพูดไป โดยที่เสียงล้อรถหลายคันกำลังตรงมา ดวงตาสีเทาหม่นแสดงอาการเจ็บใจเล็กน้อยพลางกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
อย่างนั้นเหรอ? นับว่าเขาฉลาดขึ้นนิดหน่อย แต่แค่นั้น ไม่พอหรอก!!
!ปัง!!
คาคุ!! อาซาโตะตะโกนลั่น เมื่อลูกปืนสีเงินดำเจาะเข้าที่ขาของเลขาฯหนุ่มอย่างจัง เพราะว่าเหล่าลูกน้องได้บังตัวชินจิเอาไว้ทำให้ร่างบางไม่เห็นว่า ชายหนุ่มเล็งปืนมาที่ตัวเขาตั้งนานแล้ว ร่างที่ย้อมไปด้วยเลือดถูกเพิ่มบาดแผลขึ้นทำให้ขยับไม่ได้ต้องล้มลงกับพื้นอย่างจัง
เอี๊ยด!!! รถสีดำเมื่อมหลายคันจอดล้อมทั้งหมดเอาไว้ มิเนคุระ อากิระก้าวลงมาจากรถ พลางมองชินจิด้วยสายตาเคียดแค้น หากชายหนุ่มก็เพียงยิ้มเล็กน้อย
มาทันเวลาทีเดียวนะครับ
อากิระซัง
ถือว่าคุณเก่งขึ้นเยอะ
คราวของนายหญิง
คุณยังใช้เวลาเป็นชั่วโมงแน่ะ
ดวงตาสีเทาหม่นร้ายจ้องมองอีกฝ่ายกลับไป
ท่ามกลางพรรคพวกของกันและกัน
ระหว่างคนทั้งสอง
ความแค้นและความเจ็บปวดที่ไม่อาจหยั่งถึงหลั่งไหลไปทั่วบรรยากาศ
ทุกอย่างเงียบสนิท
มีเพียงดวงตาของคนทั้งคู่เท่านั้นที่ราวกับห้ำหั่น
ฆ่าฟันกันไปแล้ว
แกหนีไม่รอดหรอกชินจิ ฉันจะส่งแกเข้าคุกอีกครั้ง! เหล่าชายชุดดำสังกัดมิเนคุระ ต่างเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว อาวุธกระบอกแล้วกระบอกเล่าหันไปทางชินจิและลูกน้อง ถ้าหากนายของเขาสั่งเพียงคำเดียว กระสุนทั้งหมดจะกระหน่ำไปอย่างไม่ปราณี อากิระมองเห็นอาซาโตะที่คิ้วแตกและคลุกฝุ่นเล็กน้อย แต่ไม่มีอะไรแตกหัก แล้วค่อยคลายใจลง แต่เขาไม่เห็นเลขาฯหนุ่มคนรักของเขาเลยจึงเริ่มกังวลใจขึ้นมา
อุตส่าห์ได้พบกันอีกครั้ง คุณก็ทักทายผมด้วยวิธีหยาบคายจริง ๆ นะครับ น่าเสียดาย ผมอุตส่าห์ว่าจะพูดดี ๆ กับคุณแท้ ๆ คางได้รูปของคาคุถูกจับทำให้ใบหน้างามเปื้อนเลือดถูกเชิดขึ้น อากิระเห็นร่างบางที่เต็มไปด้วยบาดแผลและไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้ด้วยความตกใจ รู้สึกถึงความโกรธที่ปะทุขึ้นมาแทบไม่อาจระงับ
แก!! ปล่อยคาคุนะ!! ดวงตาของผู้นำตระกูลลุกโชนขึ้น เขาขยับ ลูกน้องก็ขยับตาม พลางเล็งกระบอกปืนเป็นมั่นเหมาะ ทว่าฝ่ายของชินจิก็เช่นเดียวกัน แต่เหนือกว่ามาก
ผมคงทำตามที่คุณพูดไม่ได้หรอกนะครับ เพราะว่าที่นั่นไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่ อาวุธสีดำจ่อปากกระบอกที่ศรีษะของร่างบาง รวมทั้งเล็งตำแหน่งหัวใจที่ร่างของลูกชายอีกด้วย ยิ่งทำให้อากิระเดือดแค้นมากขึ้น ทว่าไม่อาจทำอะไรได้ มือแข็งแกร่งกำแน่นเข้าหากันจนเลือดซึม
หนวกหูพวกนักโทษที่ชอบโวยวาย หนังสือก็ไม่ค่อยจะมีให้อ่าน พวกผู้คุมโง่เง่า เฮ้อ ผมว่าผมคงไม่กลับไปที่นั่นหรอกครับ ร่างปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงถูกดึงลากขึ้นมา ชินจิโอบเอวบางเอาไว้พลางยังคงจ่อปากกรบอกปืนโดยไม่เปลี่ยนตำแหน่ง คาคุที่หายใจหอบมองเห็นอากิระที่ยืนโกรธเกรี้ยวทำอะไรไม่ได้ด้วยสายตาสำนึกผิด
.แก
หึหึ ผมขอคาคุซังเป็นใบเบิกทางจะได้มั๊ยล่ะครับ โอ๊ะ? คาคุพลิกตัวตวัดชินจิออก ท่ามกลางสายตาของคนทุกคู่ราวกับเวลาหยุดนิ่งลงช้า ๆ ขณะที่ชินจิกำลังถูกตวัดขึ้นหลังใกล้จะถูกทุ่มลงกับพื้น นิ้วมือของเขาก็คว้านไปที่บาดแผลของร่างบางอย่างไม่ปราณี
โอ๊ย!!! เลขาฯหนุ่มร้องขึ้นอย่างเจ็บปวด พลางล้มลงไม่เป็นท่าทำให้อากิระถึงกับใจหายในทันที เขาค่อย ๆ ขยับอีกครั้ง แต่ก็ถูกลูกน้องของชินจิตรึงเอาไว้อยู่
สมกับที่เรียนศิลปะต่อสู้มา แต่เลือดออกขนาดนี้คุณก็ทำอะไรผมไม่ได้หรอกนะ คาคุซัง หยาดสีแดงเข้มเริ่มทะลักออกจากปากแผลอีกครั้ง มือของชินจิที่ชุ่มไปด้วยเลือดจำนวนมากถึงขนาดต้องหยดลงพื้นดึงกระชากร่างบางขึ้นอีกครั้ง และจ่อปากกระบอกปืนใส่อีกเหมือนเดิม..ชายหนุ่มยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม
จะว่ายังไงล่ะครับ อากิระซัง ให้ผมฆ่าเขาเดี๋ยวนี้จะดีมั๊ยล่ะครับ? เสียงขึ้นนกปืนลูกโม่ดังขึ้น ทำให้อากิระสะดุ้ง
อย่านะ!! เสียงตะโกนดังลั่น พลางเหงื่อซึมพราวเต็มใบหน้าของผู้นำตระกูล ท่ามกลางดวงตาสีน้ำตาลทองของอาซาโตะ ความสัมพันธ์ระหว่างคาคุและพ่อของเขาที่เขาเพิ่งจะเข้าใจ ทำให้เด็กหนุ่มนิ่งเงียบไม่ขัดขืนอะไรอีก
อย่าฆ่าเขา ชินจิได้ฟังก็ระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่นในทันที พลางหันไปมองเด็กหนุ่มผมทองที่มองเหตุการณ์อย่างเงียบเชียบกว่าเดิมด้วยสายตาเยาะหยัน
ทางนี้ก็สำคัญ ทางโน้นก็คนสำคัญ คุณนี่ช่างมีภาระเยอะเสียจริงนะครับ ทั้งลูกทั้งคนรัก ผมเดาไม่ผิดใช่มั๊ย? อากิระเงียบ เขาไม่เห็นว่าดวงตาของคาคุที่มองเขาอยู่กำลังคิดอะไร
ผมน่ะสนุกมากเลยนะครับ ยิ่งคุณมีของสำคัญมากเท่าไหร่ผมก็ใช้ประโยชน์ได้มากเท่านั้น เปิดทางให้ผม!! ไม่อย่างนั้นคนรักของคุณต้องตายแน่ ๆ !! อากิระมองสถานการณ์ที่ตกเป็นรองอย่างเงียบ ๆ เขามองที่ใบหน้าที่แทบจะไร้สติของคาคุ ในขณะที่ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกัน คาคุก็เข้าใจความคิดของอากิระในทันที
ท่านครับ ไม่นะครับ
ฉันไม่มีทางเลือก คาคุ
ไม่ได้นะครับ อย่าให้มันจับคุณหนูไปได้..ไม่ได้นะครับ!! คาคุพยายามดิ้นแต่เรี่ยวแรงที่มีอยู่ช่างน้อยนิดนัก กระทั่งขยับมือยังไม่ไหว ริมฝีปากบางได้แต่พร่ำพูดขณะกำลังถูกพยุงไป หยาดน้ำตาไหลผสมกับสายเลือดเป็นสีแดงจาง ๆ บนใบหน้างาม
ชีวิตผมไม่มีค่าขนาดนั้น ท่านครับ ได้โปรด ในที่สุดใบหน้าเปื้อนน้ำตาก็ลับหายไปในรถสีดำคันหนึ่ง ขณะที่อาซาโตะก็ถูกลากเดินเพื่อขึ้นรถอีกคัน เขาเดินผ่านผู้เป็นพ่อไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
อาซาโตะ คาคุ รถสีดำเมื่อม 3 คันแล่นออกไปจากสายตา ในวันนี้มิเนคุระ อากิระ ได้ทำสิ่งผิดพลาดอีกครั้งแล้ว
************************************************************************
ทำไมล่ะ? ฉันน่ะอยากให้ทาเทวากิคุงไปนะ เด็กสาวยังไม่ยอมแพ้ ใบหน้าของเธอเป็นสีแดงจัด
จริง ๆ นะ ผมไม่อยากไป
เพราะเค้าไม่อยู่เหรอ? ร่างเล็กกระตุกเล็กน้อย เอริมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เจ็บปวด เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สีหน้าของคาโอรุกับบ้านอันเย็นชืดบ่งบอกได้เป็นอย่างดี อาซาโตะไม่อยู่ที่นี่
ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก
ทาเทวากิคุงชอบเค้าเหรอ? คาโอรุเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวครู่หนึ่ง แล้วเบือนหน้าไปทางอื่นทันที
ไม่ใช่ หรอก เด็กหนุ่มตอบโดยไม่สบตาเธอแม้แต่น้อย ความรู้สึกเจ็บปวดพลุ่งพล่านขึ้นในใจเด็กสาว นิ้วภายใต้ถุงมือสีขาวกำแน่นและสั่นระริก
ทำไมล่ะ? ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วย ทั้ง ๆ ที่ฉัน ฉันน่ะ
..ซาซากิ?
ชอบเธอแท้ ๆ เอริพูดความในใจด้วยเสียงอันดัง ในขณะที่เธอเองก็ไม่ต้องการแม้แต่น้อยกับการสารภาพรักเช่นนี้ ดวงตาสีดำสนิทของคาโอรุเบิกกว้างขึ้น ใบหน้าของเด็กสาวแดงจัดและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
ซาซากิ ?
ฉัน ชอบเธอ ชอบมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่ที่พบกันครั้งแรก ฉันมองทาเทวากิคุงมาตลอด
ปิ๊งป่อง !! ปิ๊งป่อง!! เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นขณะที่คาโอรุกำลังลังเลว่าจะตอบอะไรไปกับเด็กสาว
ตุ๊บ ตึง!!
คาโอรุคุง อยู่รึเปล่า!? เปิดประตูเร็วเข้า!!! เสียงทุบประตูและเสียงกังวานของหญิงสาวดังขึ้นหน้าบ้านอย่างร้อนรน คาโอรุละจากเอริที่ยังคงยืนนิ่งไปเปิดประตู ใบหน้าที่ชื้นเหงื่อทั้งที่อากาศหนาวกับแววตาสีเขียวเข้มตระหนกตกใจก็เคลื่อนใกล้เข้ามา
คาโอรุคุง!! มากับฉันเดี๋ยวนี้เลย!! อาซาโตะถูกลักพาตัว!! น้ำเสียงของเอเล็คตร้าสะท้อนเข้าโสตประสาทของเด็กหนุ่ม ทว่าแทบจะไม่ปะติดปะต่อกันในความคิดของคาโอรุ ร่างเล็กเพียงยืนแข็งทื่อ ส่วนเอริที่ได้ยินพอดีก็หน้าเสีย
ลักพาตัว คะ ใครกัน? ใบหน้าของคาโอรุซีดลงพอ ๆ กับหิมะเบื้องนอก นิ้วมือเรียวเล็กสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่
เธอมากับฉัน!! เดี๋ยวนี้!! เอเล็คตร้ากระชากแขนของเด็กหนุ่มฉุดดึงให้ไปด้วยกัน เนื่องจากคาโอรุยังคงยืนนิ่งอยู่ด้วยดวงตาสีดำสนิทตื่นตระหนก
ทาเทวากิคุง!!!
น้ำเสียงสั่นสะท้านของเอริดังขึ้นด้านหลังทำให้เด็กหนุ่มต้องชะงัก
คาโอรุหันไปมองเด็กสาวที่ยืนสั่นระริกและหยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม
เธอบอกว่า ไม่ได้ชอบเค้าไม่ใช่เหรอ? เรื่องลักพาตัวนั่นก็ควรปล่อยให้ตำรวจจัดการสิ เด็กสาวปาดทางน้ำตาตัวเองเร็ว และแรงจนรู้สึกเจ็บ เธอรู้ดี รู้ดีที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังพยายามหลอกตัวเองต่อไปโดยพยายามทำใจให้เชื่อคำพูดที่ไม่เป็นความจริงของเด็กหนุ่ม คาโอรุมองเด็กสาวที่พยายามสารภาพความรู้สึกกับเขา เห็นใบหน้าและดวงตากลมโตหม่นหมองและเศร้าสร้อยแล้วรู้สึกเจ็บแปลบ แต่ทว่า
คาโอรุคุง เร็วเข้าเถอะ เอเล็คตร้าดึงมือเรียวอีกครั้ง เธอไม่สนใจเอริแม้แต่น้อย สิ่งที่เธอคิดมีเพียงเรื่องของอาซาโตะเท่านั้น คาโอรุปล่อยมือจากเธอหันมาหาเอริช้า ๆ
ขอโทษนะ ซาซากิ เด็กหนุ่มพูดขึ้น ภายในใจมีแต่ความเสียใจไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งกับเด็กสาว และอาซาโตะ น้ำเสียงที่แผ่วเบาสั่นเล็กน้อยจนแทบไม่ได้ยิน แต่ เอริได้ยินชัดเจนยิ่งกว่าเสียงรถออฟโรดที่ติดเครื่องรอไว้ของเอเล็คตร้าเสียอีก เด็กสาวปล่อยร่างตัวเองทรุดกับพื้นพลางร้องไห้เสียงดังโดยไม่อายใคร คาโอรุไม่หันกลับไปมองเธออีกเลยในขณะที่ขึ้นรถไปกับเอเล็คตร้า ใบหน้าที่ปรากฏในดวงตาสีเขียวเข้มของหญิงสาว เป็นใบหน้าที่รู้สึกผิดและเจ็บปวดโดยไม่มีน้ำตา
************************************************************************
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้นะคะ [email protected] เอ่อ...ยังมีคนอ่านกันอยู่มั๊ยคะ (หายไปนานกัวคนอ่านทิ้ง) ^^