ตอนที่ 24

โรงแรม 18 ชั้นชานเมืองที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่พักผ่อนของบรรดาคนดังในวงสังคมและเศรษฐีทั้งหลายตั้งตระหง่านอวดความงามด้วยกระจกสะท้อนสีของท้องฟ้า และหิมะขาวที่เข้ากับหินอ่อนบนพื้นดิน

รถออฟโรดสีดำมะเมื่อมที่เต็มไปด้วยหิมะขาวเลี้ยวเข้าจอดอย่างรวดเร็ว…ไม่ว่าจะมองยังไงก็ช่างเป็นรถที่ไม่เหมาะกับพื้นหินอ่อนหรูเอาเสียเลย…แต่หญิงสาวที่ก้าวลงจากรถนั้น ความงามและบุคลิกของเธอก็แทบจะทำให้ทุกสิ่งหม่นหมองลงไป  ทำให้ผู้คนซึ่งอยู่ที่นั่นไม่อาจละสายตาจากเธอไปได้…

“ยินดีต้อนรับค่ะ มิสโรสเวล”  หญิงวัยกลางคนในชุดสูทซึ่งดำรงตำแหน่งผู้จัดการของโรงแรมแห่งนี้ออกมาต้อนรับเธอและกล่าวทักทาย…

“สวัสดีค่ะ อาโอยากิซัง…เอ่อ…ความจริงไม่ต้องมารับก็ได้นะคะ”  หญิงสาวสะบัดผมสีทองไปด้านหลังอย่างเคยชินพลางหย่อนกุญแจรถออฟโรดของรักบนมือของพนักงานต้อนรับชายคนหนึ่งเพื่อนำรถของเธอไปเก็บ

“ดิฉันไม่ลำบากอะไรหรอกค่ะ เป็นเกียรติเสียอีก ถ้าคุณไม่ช่วยพวกเราไว้ในตอนนั้น ในวันนี้ดิฉันและพนักงานทั้งหมดคงจะไม่ได้มีงานที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ทำหรอกนะคะ”  หญิงวัยกลางคนยิ้มอย่างจริงใจ  เมื่อคราวที่บริษัทแห่งนี้กำลังจะล้มละลาย กลับมีบริษัทน้ำหอมและเครื่องสำอางค์รายใหญ่จากฝรั่งเศสมาให้เงินทุนและปรับปรุงจนกลายเป็นโรงแรมหรูที่ดูดทรัพย์จากเศรษฐีและผู้คนในวงสังคมจนยืนหยัดอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ ซึ่งเจ้าของบริษัทผู้มีพระคุณนั้นก็คือเอเล็คตร้านั่นเอง…ดังนั้นพนักงานแทบทุกคนจึงต้อนรับเธอเป็นอย่างดี เพราะสำนึกขอบคุณอยู่เสมอ และอีกอย่างเธอก็คือเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ครึ่งหนึ่งนั่นเอง…

“อืม…เห็นว่าที่นี่มีบริการใหม่เป็นพวกสปาใช่มั๊ยคะ  หญิงสาวยิ้มและเดินคุยพร้อมกับอาโอยากิ

“ใช่ค่ะ เดี๋ยวนี้การพักผ่อนแบบผ่อนคลายครบวงจร อย่างพวก Aroma ก็ได้รับความนิยมมากค่ะ ทางเราก็เลยจัดสปาขึ้นมา…ความจริงแล้วทางเราเพียงดัดแปลงออนเซ็นแบบส่วนตัวขึ้นมา พร้อมกับทำบ้านพักแบบธรรมชาติสำหรับผู้ที่ต้องการการพักผ่อนเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ”  อาโอยากิอธิบายสรรพคุณอย่างมืออาชีพ…โดยขณะที่ขึ้นลิฟท์ไปชั้นสูงสุดกับหญิงสาว

“ถ้าอย่างนั้น…จะจัดพวกน้ำหอม Aroma มาให้ทางนี้บ้างก็แล้วกันนะคะ ให้ลูกค้าทดลองใช้ในสปาและสามารถซื้อกลับไปใช้ที่บ้านด้วย”  เอเล็คตร้าพูดอย่างอารมณ์ดี

“ยอดไปเลยค่ะ…แบบนี้จะได้มีทางเลือกมากขึ้นให้กับลูกค้าด้วยนะคะ”

“ใช่ค่ะ  อ๊ะ…ขอบคุณค่ะที่มาส่ง ถ้าไงขอพักผ่อนซักหน่อยแล้วกันนะคะ”  เมื่อมาถึงหน้าห้องสวีทที่แพงที่สุดในโรงแรมแล้ว เอเล็คตร้าจึงเอ่ยขอตัวอย่างมีมารยาท อาโอยากิยิ้มให้และกลับไปทำงานของเธอต่อ…

“เฮ้อ…..”  หญิงสาวจัดการปลดเสื้อผ้าออก สวมเพียงแค่ชุดคลุมขนนุ่มเพื่ออาบน้ำชำระกายให้สบาย…เมื่อน้ำร้อนผสมกับน้ำเย็นขนาดพอเหมาะ เอเล็คตร้าจึงโปรยผงหอมสีชมพูอ่อนลงในน้ำ…

“อืม…ค่อยสบายหน่อย  ปวดเมื่อยไปหมดเลยแฮะ สงสัยจะแก่แล้วมั๊งเรา”  หญิงสาวพูดกลั้วหัวเราะพลางปลดชุดคลุมออกแล้วลงแช่ในน้ำสีชมพูหอมกรุ่นด้วยกลิ่นกุหลาบอ่อนซึ่งเธอมักจะผงหอมนี้ติดตัวเสมอ…เมื่อถึงเวลาอาบน้ำจะเป็นเวลาผ่อนคลายของเธอที่สุด

“ตรู๊ด…ตรู๊ด”  เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่เพิ่งถอดทิ้งไว้หน้าห้องน้ำ…เอเล็คตร้าจำใจลุกขึ้นมารับเพราะอาจเป็นเรื่องงาน…

“ค่ะ…”  ปลายสายพูดรัวเร็วเป็นภาษาฝรั่งเศส…เอเล็คตร้ายิ้มรับ

“อืม…ค่ะ  ตอนนี้อยู่ที่โรงแรมแล้ว…ค่ะ”  หญิงสาวพูดตอบรับประโยคสนทนาเป็นระยะ…พลางเดินไปแช่ในอ่างอาบน้ำใหม่อย่างสบายอารมณ์

“หึหึ…อยู่นี่สนุกแน่นอนค่ะ…เด็กพวกนั้นน่ารักมากเลย”  เธอหยิบแก้วไวน์ที่ถูกเตรียมไว้แล้วขึ้นจิบ น้ำสีแดงเข้มดั่งเลือดของมันเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายได้ดีมากทีเดียว

“คุณหมายถึงอาซาโตะเหรอ? อืม…”  เอเล็คตร้าหยุดยิ้มนิดหน่อย ในดวงตาสีเขียวเข้มสะท้อนถึงความอาทรพลางนึกถึงเด็กหนุ่มในอดีตและปัจจุบันขึ้นมา…

“โตขึ้นเยอะค่ะ…ทำหน้าหลงรักซะเต็มประดา หึหึ”  ปลายสายเงียบไปและดังขึ้นอีก…เอเล็คตร้าถึงกับหัวเราะเสียงดัง…

“ยังหรอกค่ะ…ก็น่าสนุกจะตายไปนี่นา” 

“ค่ะ…คงอีกนานกว่าจะกลับเพราะคุณยายกำชับไว้ ค่ะ…อืม…ค่ะ แค่นี้นะคะ”  หญิงสาวกดปิดโทรศัพท์พลางวางมันบนขอบอ่าง…

“…ขอโทษนะคะ…ฉันน่ะ…พอมาเจอเด็กคนนั้นเข้า ก็รู้สึกไม่ชอบใจเลย”  เอเล็คตร้าถอนหายใจ พลางแช่น้ำต่ออย่างครุ่นคิด…  

*************************************************************************

“ตรู๊ด ตรู๊ด”  โทรศัพท์มือถือของเลขาฯหนุ่มดังขึ้น  หยุดการสนทนาติดพันกับลูกค้ารายหนึ่งเอาไว้…เบอร์ที่โชว์อยู่ทำให้คาคุขออภัยลูกค้า และหลบออกมากดรับทันที

“คุณหนู”

“…เอเล็คตร้าพักอยู่ไหน  น้ำเสียงที่ราบเรียบจนเย็นเยือกทำให้เลขาฯคนสวยเริ่มกังวล…

“คุณหนู…มีอะไรรึเปล่าครับ  คาคุพูดด้วยความห่วงใย แต่ตอนนี้ความอบอุ่นใด ๆ ก็ไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปในหัวใจของอาซาโตะได้อีกแล้ว…

“บอกมาว่ายัยนั่นอยู่ไหน” 

“คุณหนู…เอ่อ…ท่านอยากให้คุณหนูกลับบ้าน…”

“เอเล็คตร้า อยู่ไหน!!”  น้ำเสียงที่กระแทกมาทางโทรศัพท์ทำให้คาคุต้องยอมจำนน…

“คุณโรสเวลอยู่ที่โรงแรมของเธอครับ”

“ขอบใจ”  อาซาโตะตัดการติดต่อกับเลขาฯหนุ่มทันที…ทำให้เขาต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยอ่อน

*************************************************************************

“มิสโรสเวลคะ…มีคนมาขอพบค่ะ”  เสียงจากอินเตอร์โฟนในห้องพักหรู ทำให้หญิงสาวต้องหยุดทาครีมบำรุงผิวหลังอาบน้ำ…

“ใครคะ

“มิเนคุระซังค่ะ”  เสียงจากพนักงานต้อนรับบ่งบอกชื่อคนที่เธอคาดหวังในที่สุด…

“ขอบคุณค่ะ บอกให้ขึ้นมาที่นี่ได้เลย”  เอเล็คตร้าตอบ และหันไปจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย  ดวงตาสีเขียวเข้มระยิบระยับราวกับจะได้เห็นเรื่องสนุก ๆ

“ก๊อก ก๊อก”  เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลังจากที่หญิงสาวแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว…เอเล็คตร้าเอื้อมมือเรียวสวยเปิดประตูออก…

“เอเล็คตร้า”

“ว่าไงจ๊ะ? อาซาโตะ”  หญิงสาวยิ้มกับการมาถึงของเด็กหนุ่ม…ทุกอย่างเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด  แต่ร้อยพันคำนวณก็ยังเกิดสิ่งเหนือความคาดหมายอยู่จนได้…ดวงตาสีน้ำตาลทองสบกับดวงตาสีเขียวเข้มของเธออย่างจริงจัง…เอเล็คตร้าไม่เคยเห็นดวงตาที่น่าเศร้าถึงเพียงนี้มาก่อน…ถึงแม้วันที่เธอทิ้งเขาไป เขาก็ไม่ได้ทำสีหน้าแบบนี้เลย…

“อาซาโตะ…”  หญิงสาวรู้สึกว่าในใจมีเข็มเล็ก ๆ ทิ่มแทงอยู่…เข็มนั้นเล็กมากจนแทบจะไม่รู้สึก…แต่ยังไงมันก็ยังคงทิ่มแทงอยู่อย่างนั้น…

“…..ฉันไม่อยากกลับบ้าน…ถ้ากลับต้องทะเลาะกับคน ๆ นั้นแน่…”

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ทำไมเธอถึงมาหาฉันที่นี่ล่ะ”  เอเล็คตร้าเกาะแขนเด็กหนุ่มพาให้มานั่งที่โซฟาตัวเขื่องซึ่งนุ่มนิ่มด้วยหนังชั้นดี…เธอถามคำถามที่เธอพอจะรู้อยู่แล้ว

“……”  เด็กหนุ่มผมทองไม่ตอบ…เอเล็คตร้ารู้สึกว่าเขากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน วันที่เธอได้พบกับเขาครั้งแรกที่งานศพของมาการ์เร็ต…ลูกพี่ลูกน้องคนนี้มีสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกแม้แต่ขณะที่มอบดอกไม้ให้กับแม่เป็นครั้งสุดท้ายก็ยังมีสีหน้าเช่นเดิมไม่เปลี่ยน…หญิงสาวกอดเขาเอาไว้  ซบใบหน้ากับไหล่บ่าที่กว้างขึ้นของเขา…

“….ขออยู่ที่นี่ด้วย…ได้รึเปล่า 

“………ได้สิจ๊ะ”  เอเล็คตร้ายิ้ม…พลางลุกดึงแขนเด็กหนุ่มขึ้นพร้อมกัน…

“แต่ว่าตอนนี้น่ะ…เธอต้องไปอาบน้ำก่อนนะ หน้าหนาวแท้ ๆ แต่เหม็นเหงื่อเชียว” 

“อะ….อืม”  อาซาโตะเดินเข้าห้องน้ำอย่าว่าง่าย…ทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงช่วงเวลาในอดีตที่เคยอยู่ร่วมกันเช่นนี้…อาซาโตะชอบที่จะหนี…หนีจากบ้านที่มีพ่อและเงาของแม่อยู่  และคราวนี้ก็หนีมาจากเด็กหนุ่มคนนั้น เอเล็คตร้ายิ้มอย่างสนุก…

“พอเข้าไปแตะนิดหน่อยก็แตกไปคนละทางทีเดียว…ยังเด็กอยู่จริง ๆ นะ อาซาโตะ”  เธอสะบัดเส้นผมสีทองสลวยไปด้านหลัง  พลางดวงตาสีเขียวเข้มก็ระยิบระยับด้วยความพึงพอใจ…

“………ซ่า”  เสียงน้ำจากฝักบัวใหม่เอี่ยมดังก้องทั่วพื้นห้อง และกระทบร่างของเด็กหนุ่ม…อาซาโตะยืนปล่อยให้สายน้ำที่มีควันลอยจาง ๆ ไหลผ่านร่างกายไปเรื่อย ๆ

‘ฉันเกลียดนาย’  หวนนึกถึงคำพูดของคนที่เขาจากมา…ดวงตาสีน้ำตาลทองเปลี่ยนสีด้วยโทสะ…

“….พูดถึงขนาดนั้น…ฉันไม่ให้อภัยนายหรอก” 

*************************************************************************

“ตรู๊ด  ตรู๊ด…”  เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นตั้งแต่อาซาโตะออกจากบ้านไป…นี่นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้…แต่คาโอรุก็ไม่ได้สนใจใยดีเลยว่าอีกฝ่ายมีธุระขนาดไหนถึงโทร.มาได้ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง…ดวงตาสีดำสนิทมองดูนาฬิกาเป็นจุดเดียวราวกับว่านั่งนับวินาทีให้มันผ่านไป…

“ตุบ”  ร่างเล็กเอนตัวนอนบนโซฟาห้องรับแขก…จนถึงตอนนี้เขาก็ไม่ยอมนั่งตัวที่เอเล็คตร้านั่งเมื่อเช้า…รู้สึกว่าเวลาอาหารเช้าและกลางวันผ่านไปโดยที่เขาไม่ได้แตะต้องอะไรเลย…เด็กหนุ่มครุ่นคิดพลางแตะนิ้วมือบนลำคอส่วนซึ่งมีบาดแผลที่ถูกกัด…มันเจ็บ…

‘จำให้ดีล่ะว่า นายพูดอะไร’  คาโอรุนึกถึงคำพูดและสายตาที่ตัดพ้อของอีกฝ่าย…หยาดน้ำตาไหลลงมาอีกครั้งโดยที่เจ้าของไม่มีเสียงสะอื้นแม้แต่น้อย…

‘ฉันจะอยู่กับนายตลอดไป…’  คำพูดที่โรงพยาบาลในวันที่เขาสูญเสียแม่ไปยังคงก้องอยู่…คาโอรุนึกเจ็บใจตัวเองที่พูดว่าเกลียด…เจ็บใจตัวเองที่อ่อนแอ  แต่ดวงตาและความรู้สึกที่ทั้งสองคนมีให้กัน ทำให้เขานึกอิจฉาที่ไม่อาจเทียบเทียมได้…คาโอรุขดตัวเข้าหากัน น้ำตาไหลผ่านดวงตาหยดลงบนโซฟา เขารู้สึกหนาวจับใจทั้ง ๆ ที่ฮีทเตอร์ก็ยังทำงานอยู่  เสียงโทรศัพท์ที่ไม่ได้รับความสนใจเงียบไปแล้ว

“ไม่รับเหรอ  เด็กสาวส่งเสียงเจื้อยแจ้วถามเพื่อนที่ทำหน้ากลุ้มใจอยู่ข้าง ๆ

“อะ…อืม”  เอริวางสายลง

“ออกไปไหนกันตั้งแต่เช้ายันเที่ยงยังไม่กลับเนี่ยนะ…”  มาโกโตะบ่น พลางหยิบขนมมาใส่ปาก

“ก็คงเป็นงั้นแหละจ๊ะ…แต่หรือบางที ทั้งสองคนอาจไปเที่ยวฉลองคริสต์มาสไกล ๆ กันแล้วก็ได้”  เอริหน้าเสียเมื่อนึกถึงทั้งคู่…มาโกโตะซึ่งมองอยู่ข้าง ๆ เข้ามาตบไหล่เพื่อน

“ไม่หรอกน่า…หนาวออกขนาดนี้ รถไฟก็หยุดไปตั้งหลายสาย…บางทีอาจออกไปกินข้าวแล้วกลับไม่ได้ก็ได้”  มาโกโตะปลอบเพื่อน พลางนึกถึงเด็กหนุ่มผมทองที่มีดวงตาเย่อหยิ่งเวลาพบหน้าเธอขึ้นมา…

“มะรืนก็คริสต์มาสแล้ว…อยากจะชวนเร็ว ๆ ถ้าเกิดทาเทวากิคุงปฏิเสธ ฉันจะได้ทำใจ…ได้เร็วหน่อย”   

“นี่…เอริ พอทีเถอะ…”  มาโกโตะมีสีหน้าเคร่งเครียดจนเอรินึกแปลกใจ…

“เอ่อ…จ๊ะ”

“มาโกโตะ! ลงมาช่วยแม่หน่อยจ๊ะ”  เสียงหญิงกลางคนจากชั้นล่างซึ่งเปิดเป็นร้านเค้กดังถึงชั้นบน…มาโกโตะยังไม่วายหยิบขนมอีกชิ้นติดมือลงไปด้วย…

“เดี๋ยวนี้แหละค่ะแม่…นี่ เอริ อีกเดี๋ยวเธอค่อยโทร.อีกละกัน”

“จะ..จ๊ะ”  เด็กสาวรับคำเพื่อน พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่

*************************************************************************

ฝนหิมะที่ตกลงอย่างไม่ขาดสาย…กลายเป็นหิมะแรกอันหนาหนักและเหน็บหนาวในพื้นที่อื่น…ที่ ๆ ห่างไกลจากความเจริญและรื่นรมย์…ที่ ๆ ภายในสงบเรียบร้อยอย่างผิดปกติ…

                หิมะที่ตกอย่างเงียบเชียบบนผืนทะเลสีดำในเวลากลางคืน…ตึกสีเทาซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างเพียงสิ่งเดียวบนเกาะแห่งนี้ที่กินพื้นที่หลายร้อยไร่….กำแพงหนาสีทึม 3 ชั้นสูงตระหง่านราวจะเอื้อมมือปิดบังผืนฟ้า  แม้จะเป็นเวลากลางคืนที่หนาวเหน็บเช่นนี้ก็ยังมีผู้คนพลุกพล่าน ทว่าเงียบเชียบและเป็นระเบียบจนน่าอึดอัด…ประภาคารที่ตั้งอยู่หลายจุดสูงเทียบเท่าตึก 5 ชั้นในเมืองใหญ่ส่องแสงสปอร์ตไลท์สว่างไสวไปทั่วทั้งตึก ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่ประจำการอยู่บนยอดประภาคารนั้นมิได้หวั่นเกรงกับอากาศภายนอกเลยแม้แต่น้อยด้วยหน้าที่อันเคร่งครัด สองมือหยาบกร้านในถุงมือหนังสีดำซึ่งจับกระบอกอาวุธยาวแน่น สายตาอันแหลมคมสาดส่องตามแสงประภาคารอย่างรู้งาน…

                ทันใด….ในความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงหิมะและคลื่นทะเลกลับปรากฎเสียงเอะอะโวยวายขึ้น…ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เพิ่งรับตำแหน่งผู้คุมเมื่อวานซืนสวมชุดเครื่องแบบสีน้ำตาลเทากระหืดกระหอบเคาะห้องผู้มีอำนาจสูงสุดของที่นี่อย่างรีบร้อน…

                “หัวหน้าเซตายะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!!”  ชายหนุ่มทุบประตูรุนแรง ปลุกผู้บังคับบัญชาให้ตื่นขึ้นอย่างหัวเสีย…ชายร่างท้วมหยิบเสื้อคลุมขนสัตว์มาคลุมทับชุดนอนบนร่างอวบอ้วนตัวเองเอาไว้อย่างลวก ๆ พลางเปิดประตู…

                “มีอะไรหือ!?  เสียงดังจริง!!”  เขาตวาดชายหนุ่มครั้งหนึ่งโทษฐานที่มาปลุกเขาในยามกำลังหลับสบายให้ตื่นมาเผชิญอากาศอันหนาวเย็น…ผู้ใต้บังคับบัญชาหายใจลึก ๆ เพื่อหยุดอาการหอบ…

                “นักโทษ….นักโทษหมายเลข E0050 หนีไปแล้วครับ”

                “ว่าไงนะ!!??!”  ชายร่างท้วมผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของที่แห่งนี้ถึงกับหน้าถอดสี…ตะโกนลั่นจนน้ำลายแตกฟอง…อากาศที่เย็นเยือกอยู่แล้วกลับหนาวไปถึงกระดูก เขารีบวิ่งไปตึกตะวันออก ที่คุมขังนักโทษหลบหนีทันที…

                “รายงานมาซิ…มันหนีไปได้ยังไง  เซตายะมีสีหน้าเคร่งเครียดถามเหตุการณ์จากผู้คุมซึ่งรับผิดชอบตึกนี้…ขณะที่ต้องสู้กับนักโทษคดีอุฉกรรจ์ที่ลงไม้ลงมือส่งเสียง และเคาะกรงขังจนดังลั่นอื้ออึงไปหมด…

                “เอ่อ…ต้องมีคนในช่วยเหลือแน่ ๆ ครับหัวหน้า ก็ไม่มีรอยงัดแงะอะไรเลย…”  ผู้คุมคนหนึ่งรายงาน…เซตายะเดินเข้าไปในห้องขังที่มีเคยมีนักโทษหมายเลข E0050 ถูกคุมขังอยู่  ภายในคุกที่พื้นสกปรกโสโครก หากบนโต๊ะเขียนหนังสือหนึ่งตัวกลับสะอาดเอี่ยมเรียบร้อยเต็มไปด้วยหนังสือที่นักโทษคนนี้มักจะถือไว้เสมอเมื่อยามอยู่ที่นี่  ดวงตาเล็กหยีเนื่องจากรูปร่างอันอวบอ้วนมองไปที่เตียงพร้อมกับผู้คุมคนอื่น บนนั้นมีร่างของชายคนหนึ่งนอนทอดเป็นซากศพอยู่…เขาคือผู้คุมคนหนึ่งที่ถูกเชือดคอ เลือดไหลออกจากปากแผลจนเปรอะเปื้อนเตียงสีหม่น…เซตายะกลั้นลมหายใจ ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของนักโทษคนอื่นที่ยังดังก้องอยู่…

                “ติดต่อตระกูลมิเนคุระ….บอกเขาว่า อามาโนะ  ชินจิ หนีออกไปได้แล้ว” 

*************************************************************************

                “ตรู๊ด  ตรู๊ด…”  เสียงโทรศัพท์ในยามวิกาลปลุกผู้นำตระกูลมิเนคุระตื่นจากความอบอุ่นของร่างบอบบางที่นอนเคียงข้าง…มือใหญ่ป่ายปัดไปตามโต๊ะเล็กหัวเตียงเพื่อหาโทรศัพท์ให้เจอแล้วหยิบมันขึ้นมารับ…

                “….อืม…ใช่…ผมเองมิเนคุระ อากิระ…”  เสียงปลายสายดูร้อนรน แต่ความง่วงงุนทำให้ชายหนุ่มไม่ได้สนใจมากนัก…กระทั่ง…

                “อะไรนะ!!?”  ถ้อยคำอันดังก้อง  ทำให้คาคุต้องลุกจากเตียงมาดู…เขาเห็นชายหนุ่มที่เป็นทั้งคนรักและเจ้านายทรุดนั่งกับโซฟาตัวเล็กอย่างหมดแรง…ขณะที่ยังถือหูโทรศัพท์…นั่น…ไม่ว่าใครก็สามารถเดาได้ว่าคงไม่ใช่ข่าวดี…

                “ครับ…ขอบคุณที่โทร.มา…”  อากิระกดปิดโทรศัพท์…พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ…หัวคิ้วเข้มขมวดหากันแน่น ใบหน้าคมที่สะท้อนแสงไฟสลัวดูเคร่งเครียดและวิตกกังวล  เขาขยี้ผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงอยู่แล้วให้ยิ่งยุ่งเข้าไปอีก…คาคุซึ่งเห็นแล้วรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีจึงเดินเข้ามาหา…

                “…ท่านครับ…มีอะไร  มือเรียวแตะลงบนมือหยาบใหญ่พบว่ามันเย็นเฉียบ…อากิระอัดควันบุหรี่เข้าปอดพลางโอบร่างบางเอาไว้…

                “เจ้านั่น…เจ้าปีศาจที่พรากมาการ์เร็ตและอาซาโตะไปจากฉัน…มันหนีออกจากคุกได้แล้ว”  คาคุตกใจสุดขีด…หัวใจเต้นถี่ราวกับจะหลุดออกมา… อ้อมแขนบอบบางอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนที่ฝึกศิลปะต่อสู้มาทุกแขนงจะมีโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้…รู้สึกถึงความสั่นเทาที่ไม่รู้ว่าเป็นของใครกันแน่…      

                “คาคุ…ตอนนี้อาซาโตะอยู่ไหน  อากิระดึงลำแขนเรียวออก…ดวงตาเต็มไปด้วยประกายแรงกล้าแห่งความแค้น…

                “เอ่อ…น่าจะอยู่กับมิสโรสเวลนะครับ…”

                “งั้นไปรับกลับมา…ให้เด็กคนนั้นมาอยู่ที่บ้าน ห้ามให้ออกไปไหนทั้งนั้น…เข้าใจมั๊ยคาคุ”  ชายหนุ่มจับไหล่บางแน่น…เป็นคำสั่งที่จะผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด…

                “เอ่อ..แต่คุณหนูจะยอมมาเหรอครับ”

                “ไม่ยอมก็ใช้กำลังไปลากมาให้ได้…ฉันจะไม่ให้มันมาฆ่าอาซาโตะอีกคนหรอก…”  อากิระขยี้บุหรี่ลงที่เขี่ยพลางลุกขึ้น…คาคุลุกตามมือเรียวเกาะที่ลำแขนแข็งแกร่งของอีกฝ่าย พลางซบใบหน้าบนแผ่นหลังกว้าง แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มสาดส่องผ่านผ้าม่านราคาแพงเข้ามารำไร…สะท้อนสู่ร่างของทั้งสอง

                “แล้วท่านล่ะครับ…ผมจะจัดบอดี้การ์ดให้ท่านเพิ่มขึ้น”

                “ไม่…เจ้าปีศาจนั่นต้องการให้ฉันเจ็บปวดจนขาดใจตายกันไปข้างหนึ่ง..มันต้องจ้องอาซาโตะอีกครั้งแน่นอน  เพราะชีวิตฉันไม่มีค่าอะไรกับมัน…ถ้าหากแลกได้ฉันก็อยากให้มันฆ่าฉันแทนเหมือนกัน” 

                “ท่าน!!”  คาคุผวาเข้ากอดอีกฝ่าย…ใบหน้างามซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด  นับตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกับอากิระ จนกระทั่งวันที่ได้โอบกอดกันและกันไว้…จนถึงตอนนี้คาคุก็ปรารถนาเพียงได้คุ้มครองคน ๆ นี้ตลอดไป…เขาไม่ต้องการให้ชายหนุ่มพูดด้วยถ้อยคำแบบนี้เอาเสียเลย…

                “ฉันไม่เป็นไรหรอก…แต่อาซาโตะสิที่มีปัญหามากกว่าฉัน…ช่วยดูแลลูกชายของฉันทีเถอะ”  ฝ่ามือใหญ่ร้อนรุ่มเหมือนลูกชายแตะผ่านแก้มเนียนเบา ๆ อย่างรักใคร่และขอร้อง…

                “เข้าใจแล้วครับ…ผมจะไปรับคุณหนูด้วยตัวเอง ท่านไม่ต้องกังวลนะครับ”

                “ขอบใจนะ คาคุ”  อากิระกอดร่างบางเอาไว้…ภายในหัวใจรุ่มร้อนด้วยความหวาดกลัว…

*************************************************************************

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้นะคะ [email protected] เอ่อ...ยังมีคนอ่านกันอยู่มั๊ยคะ (หายไปนานกัวคนอ่านทิ้ง) ^^

Hosted by www.Geocities.ws

1