ตอนที่ 24
โรงแรม
18 ชั้นชานเมืองที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่พักผ่อนของบรรดาคนดังในวงสังคมและเศรษฐีทั้งหลายตั้งตระหง่านอวดความงามด้วยกระจกสะท้อนสีของท้องฟ้า
และหิมะขาวที่เข้ากับหินอ่อนบนพื้นดิน
รถออฟโรดสีดำมะเมื่อมที่เต็มไปด้วยหิมะขาวเลี้ยวเข้าจอดอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะมองยังไงก็ช่างเป็นรถที่ไม่เหมาะกับพื้นหินอ่อนหรูเอาเสียเลย แต่หญิงสาวที่ก้าวลงจากรถนั้น ความงามและบุคลิกของเธอก็แทบจะทำให้ทุกสิ่งหม่นหมองลงไป ทำให้ผู้คนซึ่งอยู่ที่นั่นไม่อาจละสายตาจากเธอไปได้
ยินดีต้อนรับค่ะ มิสโรสเวล หญิงวัยกลางคนในชุดสูทซึ่งดำรงตำแหน่งผู้จัดการของโรงแรมแห่งนี้ออกมาต้อนรับเธอและกล่าวทักทาย
สวัสดีค่ะ อาโอยากิซัง เอ่อ ความจริงไม่ต้องมารับก็ได้นะคะ หญิงสาวสะบัดผมสีทองไปด้านหลังอย่างเคยชินพลางหย่อนกุญแจรถออฟโรดของรักบนมือของพนักงานต้อนรับชายคนหนึ่งเพื่อนำรถของเธอไปเก็บ
ดิฉันไม่ลำบากอะไรหรอกค่ะ เป็นเกียรติเสียอีก ถ้าคุณไม่ช่วยพวกเราไว้ในตอนนั้น ในวันนี้ดิฉันและพนักงานทั้งหมดคงจะไม่ได้มีงานที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ทำหรอกนะคะ หญิงวัยกลางคนยิ้มอย่างจริงใจ เมื่อคราวที่บริษัทแห่งนี้กำลังจะล้มละลาย กลับมีบริษัทน้ำหอมและเครื่องสำอางค์รายใหญ่จากฝรั่งเศสมาให้เงินทุนและปรับปรุงจนกลายเป็นโรงแรมหรูที่ดูดทรัพย์จากเศรษฐีและผู้คนในวงสังคมจนยืนหยัดอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ ซึ่งเจ้าของบริษัทผู้มีพระคุณนั้นก็คือเอเล็คตร้านั่นเอง ดังนั้นพนักงานแทบทุกคนจึงต้อนรับเธอเป็นอย่างดี เพราะสำนึกขอบคุณอยู่เสมอ และอีกอย่างเธอก็คือเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ครึ่งหนึ่งนั่นเอง
อืม เห็นว่าที่นี่มีบริการใหม่เป็นพวกสปาใช่มั๊ยคะ? หญิงสาวยิ้มและเดินคุยพร้อมกับอาโอยากิ
ใช่ค่ะ เดี๋ยวนี้การพักผ่อนแบบผ่อนคลายครบวงจร อย่างพวก Aroma ก็ได้รับความนิยมมากค่ะ ทางเราก็เลยจัดสปาขึ้นมา ความจริงแล้วทางเราเพียงดัดแปลงออนเซ็นแบบส่วนตัวขึ้นมา พร้อมกับทำบ้านพักแบบธรรมชาติสำหรับผู้ที่ต้องการการพักผ่อนเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ อาโอยากิอธิบายสรรพคุณอย่างมืออาชีพ โดยขณะที่ขึ้นลิฟท์ไปชั้นสูงสุดกับหญิงสาว
ถ้าอย่างนั้น จะจัดพวกน้ำหอม Aroma มาให้ทางนี้บ้างก็แล้วกันนะคะ ให้ลูกค้าทดลองใช้ในสปาและสามารถซื้อกลับไปใช้ที่บ้านด้วย เอเล็คตร้าพูดอย่างอารมณ์ดี
ยอดไปเลยค่ะ แบบนี้จะได้มีทางเลือกมากขึ้นให้กับลูกค้าด้วยนะคะ
ใช่ค่ะ อ๊ะ ขอบคุณค่ะที่มาส่ง ถ้าไงขอพักผ่อนซักหน่อยแล้วกันนะคะ เมื่อมาถึงหน้าห้องสวีทที่แพงที่สุดในโรงแรมแล้ว เอเล็คตร้าจึงเอ่ยขอตัวอย่างมีมารยาท อาโอยากิยิ้มให้และกลับไปทำงานของเธอต่อ
เฮ้อ .. หญิงสาวจัดการปลดเสื้อผ้าออก สวมเพียงแค่ชุดคลุมขนนุ่มเพื่ออาบน้ำชำระกายให้สบาย เมื่อน้ำร้อนผสมกับน้ำเย็นขนาดพอเหมาะ เอเล็คตร้าจึงโปรยผงหอมสีชมพูอ่อนลงในน้ำ
อืม ค่อยสบายหน่อย ปวดเมื่อยไปหมดเลยแฮะ สงสัยจะแก่แล้วมั๊งเรา หญิงสาวพูดกลั้วหัวเราะพลางปลดชุดคลุมออกแล้วลงแช่ในน้ำสีชมพูหอมกรุ่นด้วยกลิ่นกุหลาบอ่อนซึ่งเธอมักจะผงหอมนี้ติดตัวเสมอ เมื่อถึงเวลาอาบน้ำจะเป็นเวลาผ่อนคลายของเธอที่สุด
ตรู๊ด ตรู๊ด เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่เพิ่งถอดทิ้งไว้หน้าห้องน้ำ เอเล็คตร้าจำใจลุกขึ้นมารับเพราะอาจเป็นเรื่องงาน
ค่ะ ปลายสายพูดรัวเร็วเป็นภาษาฝรั่งเศส เอเล็คตร้ายิ้มรับ
อืม ค่ะ ตอนนี้อยู่ที่โรงแรมแล้ว ค่ะ หญิงสาวพูดตอบรับประโยคสนทนาเป็นระยะ พลางเดินไปแช่ในอ่างอาบน้ำใหม่อย่างสบายอารมณ์
หึหึ อยู่นี่สนุกแน่นอนค่ะ เด็กพวกนั้นน่ารักมากเลย เธอหยิบแก้วไวน์ที่ถูกเตรียมไว้แล้วขึ้นจิบ น้ำสีแดงเข้มดั่งเลือดของมันเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายได้ดีมากทีเดียว
คุณหมายถึงอาซาโตะเหรอ? อืม เอเล็คตร้าหยุดยิ้มนิดหน่อย ในดวงตาสีเขียวเข้มสะท้อนถึงความอาทรพลางนึกถึงเด็กหนุ่มในอดีตและปัจจุบันขึ้นมา
โตขึ้นเยอะค่ะ ทำหน้าหลงรักซะเต็มประดา หึหึ ปลายสายเงียบไปและดังขึ้นอีก เอเล็คตร้าถึงกับหัวเราะเสียงดัง
ยังหรอกค่ะ ก็น่าสนุกจะตายไปนี่นา
ค่ะ คงอีกนานกว่าจะกลับเพราะคุณยายกำชับไว้ ค่ะ อืม ค่ะ แค่นี้นะคะ หญิงสาวกดปิดโทรศัพท์พลางวางมันบนขอบอ่าง
ขอโทษนะคะ ฉันน่ะ พอมาเจอเด็กคนนั้นเข้า ก็รู้สึกไม่ชอบใจเลย เอเล็คตร้าถอนหายใจ พลางแช่น้ำต่ออย่างครุ่นคิด
*************************************************************************
ตรู๊ด ตรู๊ด โทรศัพท์มือถือของเลขาฯหนุ่มดังขึ้น หยุดการสนทนาติดพันกับลูกค้ารายหนึ่งเอาไว้ เบอร์ที่โชว์อยู่ทำให้คาคุขออภัยลูกค้า และหลบออกมากดรับทันที
คุณหนู
เอเล็คตร้าพักอยู่ไหน? น้ำเสียงที่ราบเรียบจนเย็นเยือกทำให้เลขาฯคนสวยเริ่มกังวล
คุณหนู มีอะไรรึเปล่าครับ? คาคุพูดด้วยความห่วงใย แต่ตอนนี้ความอบอุ่นใด ๆ ก็ไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปในหัวใจของอาซาโตะได้อีกแล้ว
บอกมาว่ายัยนั่นอยู่ไหน
คุณหนู เอ่อ ท่านอยากให้คุณหนูกลับบ้าน
เอเล็คตร้า อยู่ไหน!! น้ำเสียงที่กระแทกมาทางโทรศัพท์ทำให้คาคุต้องยอมจำนน
คุณโรสเวลอยู่ที่โรงแรมของเธอครับ
ขอบใจ อาซาโตะตัดการติดต่อกับเลขาฯหนุ่มทันที ทำให้เขาต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยอ่อน
*************************************************************************
มิสโรสเวลคะ มีคนมาขอพบค่ะ เสียงจากอินเตอร์โฟนในห้องพักหรู ทำให้หญิงสาวต้องหยุดทาครีมบำรุงผิวหลังอาบน้ำ
ใครคะ?
มิเนคุระซังค่ะ เสียงจากพนักงานต้อนรับบ่งบอกชื่อคนที่เธอคาดหวังในที่สุด
ขอบคุณค่ะ บอกให้ขึ้นมาที่นี่ได้เลย เอเล็คตร้าตอบ และหันไปจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย ดวงตาสีเขียวเข้มระยิบระยับราวกับจะได้เห็นเรื่องสนุก ๆ
ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลังจากที่หญิงสาวแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เอเล็คตร้าเอื้อมมือเรียวสวยเปิดประตูออก
เอเล็คตร้า
ว่าไงจ๊ะ? อาซาโตะ หญิงสาวยิ้มกับการมาถึงของเด็กหนุ่ม ทุกอย่างเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด แต่ร้อยพันคำนวณก็ยังเกิดสิ่งเหนือความคาดหมายอยู่จนได้ ดวงตาสีน้ำตาลทองสบกับดวงตาสีเขียวเข้มของเธออย่างจริงจัง เอเล็คตร้าไม่เคยเห็นดวงตาที่น่าเศร้าถึงเพียงนี้มาก่อน ถึงแม้วันที่เธอทิ้งเขาไป เขาก็ไม่ได้ทำสีหน้าแบบนี้เลย
อาซาโตะ หญิงสาวรู้สึกว่าในใจมีเข็มเล็ก ๆ ทิ่มแทงอยู่ เข็มนั้นเล็กมากจนแทบจะไม่รู้สึก แต่ยังไงมันก็ยังคงทิ่มแทงอยู่อย่างนั้น
..ฉันไม่อยากกลับบ้าน ถ้ากลับต้องทะเลาะกับคน ๆ นั้นแน่
เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ทำไมเธอถึงมาหาฉันที่นี่ล่ะ เอเล็คตร้าเกาะแขนเด็กหนุ่มพาให้มานั่งที่โซฟาตัวเขื่องซึ่งนุ่มนิ่มด้วยหนังชั้นดี เธอถามคำถามที่เธอพอจะรู้อยู่แล้ว
เด็กหนุ่มผมทองไม่ตอบ เอเล็คตร้ารู้สึกว่าเขากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน วันที่เธอได้พบกับเขาครั้งแรกที่งานศพของมาการ์เร็ต ลูกพี่ลูกน้องคนนี้มีสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกแม้แต่ขณะที่มอบดอกไม้ให้กับแม่เป็นครั้งสุดท้ายก็ยังมีสีหน้าเช่นเดิมไม่เปลี่ยน หญิงสาวกอดเขาเอาไว้ ซบใบหน้ากับไหล่บ่าที่กว้างขึ้นของเขา
.ขออยู่ที่นี่ด้วย ได้รึเปล่า?
ได้สิจ๊ะ เอเล็คตร้ายิ้ม พลางลุกดึงแขนเด็กหนุ่มขึ้นพร้อมกัน
แต่ว่าตอนนี้น่ะ เธอต้องไปอาบน้ำก่อนนะ หน้าหนาวแท้ ๆ แต่เหม็นเหงื่อเชียว
อะ .อืม อาซาโตะเดินเข้าห้องน้ำอย่าว่าง่าย ทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงช่วงเวลาในอดีตที่เคยอยู่ร่วมกันเช่นนี้ อาซาโตะชอบที่จะหนี หนีจากบ้านที่มีพ่อและเงาของแม่อยู่ และคราวนี้ก็หนีมาจากเด็กหนุ่มคนนั้น เอเล็คตร้ายิ้มอย่างสนุก
พอเข้าไปแตะนิดหน่อยก็แตกไปคนละทางทีเดียว ยังเด็กอยู่จริง ๆ นะ อาซาโตะ เธอสะบัดเส้นผมสีทองสลวยไปด้านหลัง พลางดวงตาสีเขียวเข้มก็ระยิบระยับด้วยความพึงพอใจ
ซ่า เสียงน้ำจากฝักบัวใหม่เอี่ยมดังก้องทั่วพื้นห้อง และกระทบร่างของเด็กหนุ่ม อาซาโตะยืนปล่อยให้สายน้ำที่มีควันลอยจาง ๆ ไหลผ่านร่างกายไปเรื่อย ๆ
ฉันเกลียดนาย หวนนึกถึงคำพูดของคนที่เขาจากมา ดวงตาสีน้ำตาลทองเปลี่ยนสีด้วยโทสะ
.พูดถึงขนาดนั้น ฉันไม่ให้อภัยนายหรอก
*************************************************************************
ตรู๊ด ตรู๊ด เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นตั้งแต่อาซาโตะออกจากบ้านไป นี่นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ แต่คาโอรุก็ไม่ได้สนใจใยดีเลยว่าอีกฝ่ายมีธุระขนาดไหนถึงโทร.มาได้ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง ดวงตาสีดำสนิทมองดูนาฬิกาเป็นจุดเดียวราวกับว่านั่งนับวินาทีให้มันผ่านไป
ตุบ ร่างเล็กเอนตัวนอนบนโซฟาห้องรับแขก จนถึงตอนนี้เขาก็ไม่ยอมนั่งตัวที่เอเล็คตร้านั่งเมื่อเช้า รู้สึกว่าเวลาอาหารเช้าและกลางวันผ่านไปโดยที่เขาไม่ได้แตะต้องอะไรเลย เด็กหนุ่มครุ่นคิดพลางแตะนิ้วมือบนลำคอส่วนซึ่งมีบาดแผลที่ถูกกัด มันเจ็บ
จำให้ดีล่ะว่า นายพูดอะไร คาโอรุนึกถึงคำพูดและสายตาที่ตัดพ้อของอีกฝ่าย หยาดน้ำตาไหลลงมาอีกครั้งโดยที่เจ้าของไม่มีเสียงสะอื้นแม้แต่น้อย
ฉันจะอยู่กับนายตลอดไป คำพูดที่โรงพยาบาลในวันที่เขาสูญเสียแม่ไปยังคงก้องอยู่ คาโอรุนึกเจ็บใจตัวเองที่พูดว่าเกลียด เจ็บใจตัวเองที่อ่อนแอ แต่ดวงตาและความรู้สึกที่ทั้งสองคนมีให้กัน ทำให้เขานึกอิจฉาที่ไม่อาจเทียบเทียมได้ คาโอรุขดตัวเข้าหากัน น้ำตาไหลผ่านดวงตาหยดลงบนโซฟา เขารู้สึกหนาวจับใจทั้ง ๆ ที่ฮีทเตอร์ก็ยังทำงานอยู่ เสียงโทรศัพท์ที่ไม่ได้รับความสนใจเงียบไปแล้ว
ไม่รับเหรอ? เด็กสาวส่งเสียงเจื้อยแจ้วถามเพื่อนที่ทำหน้ากลุ้มใจอยู่ข้าง ๆ
อะ อืม เอริวางสายลง
ออกไปไหนกันตั้งแต่เช้ายันเที่ยงยังไม่กลับเนี่ยนะ มาโกโตะบ่น พลางหยิบขนมมาใส่ปาก
ก็คงเป็นงั้นแหละจ๊ะ แต่หรือบางที ทั้งสองคนอาจไปเที่ยวฉลองคริสต์มาสไกล ๆ กันแล้วก็ได้ เอริหน้าเสียเมื่อนึกถึงทั้งคู่ มาโกโตะซึ่งมองอยู่ข้าง ๆ เข้ามาตบไหล่เพื่อน
ไม่หรอกน่า หนาวออกขนาดนี้ รถไฟก็หยุดไปตั้งหลายสาย บางทีอาจออกไปกินข้าวแล้วกลับไม่ได้ก็ได้ มาโกโตะปลอบเพื่อน พลางนึกถึงเด็กหนุ่มผมทองที่มีดวงตาเย่อหยิ่งเวลาพบหน้าเธอขึ้นมา
มะรืนก็คริสต์มาสแล้ว อยากจะชวนเร็ว ๆ ถ้าเกิดทาเทวากิคุงปฏิเสธ ฉันจะได้ทำใจ ได้เร็วหน่อย
นี่ เอริ พอทีเถอะ มาโกโตะมีสีหน้าเคร่งเครียดจนเอรินึกแปลกใจ
เอ่อ จ๊ะ
มาโกโตะ! ลงมาช่วยแม่หน่อยจ๊ะ เสียงหญิงกลางคนจากชั้นล่างซึ่งเปิดเป็นร้านเค้กดังถึงชั้นบน มาโกโตะยังไม่วายหยิบขนมอีกชิ้นติดมือลงไปด้วย
เดี๋ยวนี้แหละค่ะแม่ นี่ เอริ อีกเดี๋ยวเธอค่อยโทร.อีกละกัน
จะ..จ๊ะ เด็กสาวรับคำเพื่อน พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
*************************************************************************
ฝนหิมะที่ตกลงอย่างไม่ขาดสาย กลายเป็นหิมะแรกอันหนาหนักและเหน็บหนาวในพื้นที่อื่น ที่ ๆ ห่างไกลจากความเจริญและรื่นรมย์ ที่ ๆ ภายในสงบเรียบร้อยอย่างผิดปกติ
หิมะที่ตกอย่างเงียบเชียบบนผืนทะเลสีดำในเวลากลางคืน ตึกสีเทาซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างเพียงสิ่งเดียวบนเกาะแห่งนี้ที่กินพื้นที่หลายร้อยไร่ .กำแพงหนาสีทึม 3 ชั้นสูงตระหง่านราวจะเอื้อมมือปิดบังผืนฟ้า แม้จะเป็นเวลากลางคืนที่หนาวเหน็บเช่นนี้ก็ยังมีผู้คนพลุกพล่าน ทว่าเงียบเชียบและเป็นระเบียบจนน่าอึดอัด ประภาคารที่ตั้งอยู่หลายจุดสูงเทียบเท่าตึก 5 ชั้นในเมืองใหญ่ส่องแสงสปอร์ตไลท์สว่างไสวไปทั่วทั้งตึก ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่ประจำการอยู่บนยอดประภาคารนั้นมิได้หวั่นเกรงกับอากาศภายนอกเลยแม้แต่น้อยด้วยหน้าที่อันเคร่งครัด สองมือหยาบกร้านในถุงมือหนังสีดำซึ่งจับกระบอกอาวุธยาวแน่น สายตาอันแหลมคมสาดส่องตามแสงประภาคารอย่างรู้งาน
ทันใด .ในความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงหิมะและคลื่นทะเลกลับปรากฎเสียงเอะอะโวยวายขึ้น ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เพิ่งรับตำแหน่งผู้คุมเมื่อวานซืนสวมชุดเครื่องแบบสีน้ำตาลเทากระหืดกระหอบเคาะห้องผู้มีอำนาจสูงสุดของที่นี่อย่างรีบร้อน
หัวหน้าเซตายะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!! ชายหนุ่มทุบประตูรุนแรง ปลุกผู้บังคับบัญชาให้ตื่นขึ้นอย่างหัวเสีย ชายร่างท้วมหยิบเสื้อคลุมขนสัตว์มาคลุมทับชุดนอนบนร่างอวบอ้วนตัวเองเอาไว้อย่างลวก ๆ พลางเปิดประตู
มีอะไรหือ!? เสียงดังจริง!! เขาตวาดชายหนุ่มครั้งหนึ่งโทษฐานที่มาปลุกเขาในยามกำลังหลับสบายให้ตื่นมาเผชิญอากาศอันหนาวเย็น ผู้ใต้บังคับบัญชาหายใจลึก ๆ เพื่อหยุดอาการหอบ
นักโทษ .นักโทษหมายเลข E0050 หนีไปแล้วครับ
ว่าไงนะ!!??! ชายร่างท้วมผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของที่แห่งนี้ถึงกับหน้าถอดสี ตะโกนลั่นจนน้ำลายแตกฟอง อากาศที่เย็นเยือกอยู่แล้วกลับหนาวไปถึงกระดูก เขารีบวิ่งไปตึกตะวันออก ที่คุมขังนักโทษหลบหนีทันที
รายงานมาซิ มันหนีไปได้ยังไง? เซตายะมีสีหน้าเคร่งเครียดถามเหตุการณ์จากผู้คุมซึ่งรับผิดชอบตึกนี้ ขณะที่ต้องสู้กับนักโทษคดีอุฉกรรจ์ที่ลงไม้ลงมือส่งเสียง และเคาะกรงขังจนดังลั่นอื้ออึงไปหมด
เอ่อ ต้องมีคนในช่วยเหลือแน่ ๆ ครับหัวหน้า ก็ไม่มีรอยงัดแงะอะไรเลย ผู้คุมคนหนึ่งรายงาน เซตายะเดินเข้าไปในห้องขังที่มีเคยมีนักโทษหมายเลข E0050 ถูกคุมขังอยู่ ภายในคุกที่พื้นสกปรกโสโครก หากบนโต๊ะเขียนหนังสือหนึ่งตัวกลับสะอาดเอี่ยมเรียบร้อยเต็มไปด้วยหนังสือที่นักโทษคนนี้มักจะถือไว้เสมอเมื่อยามอยู่ที่นี่ ดวงตาเล็กหยีเนื่องจากรูปร่างอันอวบอ้วนมองไปที่เตียงพร้อมกับผู้คุมคนอื่น บนนั้นมีร่างของชายคนหนึ่งนอนทอดเป็นซากศพอยู่ เขาคือผู้คุมคนหนึ่งที่ถูกเชือดคอ เลือดไหลออกจากปากแผลจนเปรอะเปื้อนเตียงสีหม่น เซตายะกลั้นลมหายใจ ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของนักโทษคนอื่นที่ยังดังก้องอยู่
ติดต่อตระกูลมิเนคุระ .บอกเขาว่า อามาโนะ ชินจิ หนีออกไปได้แล้ว
*************************************************************************
ตรู๊ด ตรู๊ด เสียงโทรศัพท์ในยามวิกาลปลุกผู้นำตระกูลมิเนคุระตื่นจากความอบอุ่นของร่างบอบบางที่นอนเคียงข้าง มือใหญ่ป่ายปัดไปตามโต๊ะเล็กหัวเตียงเพื่อหาโทรศัพท์ให้เจอแล้วหยิบมันขึ้นมารับ
.อืม ใช่ ผมเองมิเนคุระ อากิระ เสียงปลายสายดูร้อนรน แต่ความง่วงงุนทำให้ชายหนุ่มไม่ได้สนใจมากนัก กระทั่ง
อะไรนะ!!? ถ้อยคำอันดังก้อง ทำให้คาคุต้องลุกจากเตียงมาดู เขาเห็นชายหนุ่มที่เป็นทั้งคนรักและเจ้านายทรุดนั่งกับโซฟาตัวเล็กอย่างหมดแรง ขณะที่ยังถือหูโทรศัพท์ นั่น ไม่ว่าใครก็สามารถเดาได้ว่าคงไม่ใช่ข่าวดี
ครับ ขอบคุณที่โทร.มา อากิระกดปิดโทรศัพท์ พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ หัวคิ้วเข้มขมวดหากันแน่น ใบหน้าคมที่สะท้อนแสงไฟสลัวดูเคร่งเครียดและวิตกกังวล เขาขยี้ผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงอยู่แล้วให้ยิ่งยุ่งเข้าไปอีก คาคุซึ่งเห็นแล้วรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีจึงเดินเข้ามาหา
ท่านครับ มีอะไร? มือเรียวแตะลงบนมือหยาบใหญ่พบว่ามันเย็นเฉียบ อากิระอัดควันบุหรี่เข้าปอดพลางโอบร่างบางเอาไว้
เจ้านั่น เจ้าปีศาจที่พรากมาการ์เร็ตและอาซาโตะไปจากฉัน มันหนีออกจากคุกได้แล้ว คาคุตกใจสุดขีด หัวใจเต้นถี่ราวกับจะหลุดออกมา อ้อมแขนบอบบางอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนที่ฝึกศิลปะต่อสู้มาทุกแขนงจะมีโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้ รู้สึกถึงความสั่นเทาที่ไม่รู้ว่าเป็นของใครกันแน่
คาคุ ตอนนี้อาซาโตะอยู่ไหน? อากิระดึงลำแขนเรียวออก ดวงตาเต็มไปด้วยประกายแรงกล้าแห่งความแค้น
เอ่อ น่าจะอยู่กับมิสโรสเวลนะครับ
งั้นไปรับกลับมา ให้เด็กคนนั้นมาอยู่ที่บ้าน ห้ามให้ออกไปไหนทั้งนั้น เข้าใจมั๊ยคาคุ ชายหนุ่มจับไหล่บางแน่น เป็นคำสั่งที่จะผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด
เอ่อ..แต่คุณหนูจะยอมมาเหรอครับ
ไม่ยอมก็ใช้กำลังไปลากมาให้ได้ ฉันจะไม่ให้มันมาฆ่าอาซาโตะอีกคนหรอก อากิระขยี้บุหรี่ลงที่เขี่ยพลางลุกขึ้น คาคุลุกตามมือเรียวเกาะที่ลำแขนแข็งแกร่งของอีกฝ่าย พลางซบใบหน้าบนแผ่นหลังกว้าง แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มสาดส่องผ่านผ้าม่านราคาแพงเข้ามารำไร สะท้อนสู่ร่างของทั้งสอง
แล้วท่านล่ะครับ ผมจะจัดบอดี้การ์ดให้ท่านเพิ่มขึ้น
ไม่ เจ้าปีศาจนั่นต้องการให้ฉันเจ็บปวดจนขาดใจตายกันไปข้างหนึ่ง..มันต้องจ้องอาซาโตะอีกครั้งแน่นอน เพราะชีวิตฉันไม่มีค่าอะไรกับมัน ถ้าหากแลกได้ฉันก็อยากให้มันฆ่าฉันแทนเหมือนกัน
ท่าน!! คาคุผวาเข้ากอดอีกฝ่าย ใบหน้างามซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกับอากิระ จนกระทั่งวันที่ได้โอบกอดกันและกันไว้ จนถึงตอนนี้คาคุก็ปรารถนาเพียงได้คุ้มครองคน ๆ นี้ตลอดไป เขาไม่ต้องการให้ชายหนุ่มพูดด้วยถ้อยคำแบบนี้เอาเสียเลย
ฉันไม่เป็นไรหรอก แต่อาซาโตะสิที่มีปัญหามากกว่าฉัน ช่วยดูแลลูกชายของฉันทีเถอะ ฝ่ามือใหญ่ร้อนรุ่มเหมือนลูกชายแตะผ่านแก้มเนียนเบา ๆ อย่างรักใคร่และขอร้อง
เข้าใจแล้วครับ ผมจะไปรับคุณหนูด้วยตัวเอง ท่านไม่ต้องกังวลนะครับ
ขอบใจนะ คาคุ อากิระกอดร่างบางเอาไว้ ภายในหัวใจรุ่มร้อนด้วยความหวาดกลัว
*************************************************************************
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้นะคะ [email protected] เอ่อ...ยังมีคนอ่านกันอยู่มั๊ยคะ (หายไปนานกัวคนอ่านทิ้ง) ^^