ตอนที่ 23

“กิ๊ง ก่อง”  เสียงกริ่งหน้าบ้านของคาโอรุปลุกเจ้าของบ้านให้ออกมาต้อนรับแขกที่มาตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยความสงสัย….

                “สวัสดีจ๊ะ”  หญิงสาวในชุดเสื้อคอเต่า กางเกงยีนส์ที่สวมทับด้วยโค้ทยาวยืนยิ้มอยู่หน้าบ้าน…ทำให้คาโอรุชะงักเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยปากเชิญเธอเข้ามาในบ้าน…

                “เพิ่งตื่นกันเหรอจ๊ะ? ฉันคงจะมาเช้าไปสินะ”  เอเล็คตร้านั่งเรียบร้อยบนโซฟากลางห้องรับแขกที่จัดอย่างเรียบง่าย…พลางหันซ้ายหันขวามองไปรอบ ๆ บ้าน…

                “เอ่อ…ไม่ครับ…พอดีโรงเรียนเริ่มหยุดแล้วก็เลยไม่ต้องกังวล ทำให้นอนเพลินไปหน่อย”  คาโอรุเข้าไปในครัวพลางยกชาอุ่น ๆ มาต้อนรับเธอ…

                “เด็กคนนั้นยังไม่ตื่นล่ะสิ ประจำเลยเมื่อก่อนฉันต้องคอยปลุกทุกที”  เอเล็คตร้าสะบัดผมสีทองยาวไปด้านหลังพลางหยิบชาขึ้นจิบ…โดยไม่สังเกตว่าดวงตาสีดำสนิทของคาโอรุหยุดนิ่งไปครั้งหนึ่ง…รู้สึกอึดอัดกะทันหันทั้งที่อากาศก็เพียงพอ…

                “อื้อ…อร่อยจัง…ชงเองหรือเปล่าจ๊ะ  หญิงสาวเอ่ยยิ้ม ๆ                 ทำให้เด็กหนุ่มไล่ความคิดที่เกิดขึ้นลาง ๆ ออกไป…

                “ถ้ามีเวลาก็ทำครับ…เพียงแต่ในเมืองแบบนี้ไม่ค่อยมีใบชาสดเท่าไหร่จะมีแต่ของสำเร็จรูปครับ”

                “งั้นเหรอจ๊ะ…เห็นว่าที่บ้านเป็นตระกูลสืบทอดการจัดดอกไม้ดั้งเดิมมานึกว่าจะติดนิสัยคุณหนูซะอีกนะจ๊ะ”  คาโอรุเงยมองหญิงสาวอย่างแปลกใจ…ริมฝีปากสวยที่วันนี้ทาเพียงลิปกลอสแต่ก็ยังเห็นเป็นสีชมพูใสคลี่ยิ้ม…พลางวางถ้วยชาหอมกรุ่นลง…

                “ขอโทษนะจ๊ะ เพียงแต่ฉันอยากจะรู้จักเธอให้มาก ๆ เท่านั้นเอง…ก็เลยถามคาคุเค้ากับสืบอีกนิดหน่อยน่ะจ๊ะ” 

                “ทำไมถึง  ดวงตาสีดำสนิทเบิกอย่างไม่เข้าใจ…ทำให้เอเล็คตร้าที่มองอยู่ถึงกับหัวเราะ

                “ก็แค่อยากรู้น่ะจ๊ะ…ไม่เป็นไรไม่ใช่เหรอ  คาโอรุพยักหน้าอย่างงง ๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมหญิงสาวถึงมาที่นี่…แล้วมาพูดเรื่องทำนองนี้กับเขา…

                “ไม่เข้าใจเหรอจ๊ะว่าฉันมาที่นี่ทำไม  ดวงตาสีเขียวเข้มมองเด็กหนุ่มราวกับรู้ความคิดทั้งหมดทำให้คาโอรุพูดไม่ออก…

                “อะ…เอ่อ..”  เอเล็คตร้ามองอีกฝ่ายที่จับต้นชนปลายไม่ถูก หญิงสาวจ้องมองคาโอรุด้วยดวงตาสีเขียวเข้มอีกครั้งอย่างจริงจัง…

                “ว่าไปแล้วเด็กคนนั้นก็ไม่ได้พัฒนาไปไหนเลย…ยังเป็นเด็กเหมือนเดิมไม่มีผิด…ที่มาเกี่ยวข้องกับเธอก็เหมือนกัน…”  เอเล็คตร้าถอนหายใจครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ

“มันก็แค่การเลียแผลใจกันและกันเท่านั้น…แถมยังสำคัญผิดว่าเป็นความรักอีกด้วย”  ใบหน้าเนียนแดงเข้ม…มือเล็กขาวที่วางบนหัวเข่าสั่นระริก…

“ไม่ใช่….ผม….”  เด็กหนุ่มสะดุดกับคำพูดตัวเอง…เขารู้ว่าอยากจะพูดแต่ไม่แน่ใจว่าจะพูดอะไรออกไปกันแน่… เอเล็คตร้าที่มองอากัปกิริยาและพูดหยั่งเชิงจึงเข้าใจ  ริมฝีปากงามพลางยิ้มอย่างสนุกสนาน…

                “…เธอเอง…ก็ยังไม่รู้สินะว่าเป็นความรักรึเปล่า? เพียงแต่ถูกเด็กคนนั้นฉุดดึงไปจนขัดขืนอะไรไม่ได้ใช่มั๊ย  คาโอรุเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวอีกครั้ง..ดวงตาสีดำสนิททอแววสับสนเป็นครั้งแรกให้เห็น ใบหน้าเนียนยังคงเป็นสีเรื่ออยู่  ทำให้เอเล็คตร้าเข้าใจ ด้วยรูปลักษณ์แบบนี้กับท่าทางที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ใครต่อใครติดใจได้ไม่ยาก  แม้แต่เธอเองก็ยังคิดว่าอีกฝ่ายน่ารักน่าถนอมไม่น้อย…

                “…เธอจะหาว่าฉันเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้เรื่อง ใช้ประโยชน์จากพวกเธอก็ได้นะ…แต่ว่า….ฉันน่ะ”  หญิงสาวลุกขึ้นจากโซฟา…สะบัดผมยาวสีทองที่คล้ายกับเส้นผมของอาซาโตะอีกครั้ง…

                “…อยากจะขอให้เธอไปจากเด็กคนนั้นซะ”  ริมฝีปากสวยพูดด้วยภาษาญี่ปุ่นชัดถ้อยคำจนทำให้คาโอรุที่ทบทวนคำพูดของเธออยู่ในใจ ไม่อาจคิดได้ว่าเธอ….พูดผิด…ดวงตาสีดำสนิทลดโฟกัสจากบนแผ่นหลังระหงของหญิงสาวเป็นพื้นพรมใต้เท้าตัวเอง…นิ้วมือเรียวและไหล่แบบบางกำลังสั่น…

                “ผม…ไม่เข้าใจความหมายของคุณ  ผมไม่ได้….”

                “เอเล็คตร้า!!”  เสียงค่อนข้างทุ้มอันคุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง…อาซาโตะที่เพิ่งตื่นนอนเส้นผมสีทองยังยุ่งเหยิง…เดินมาหาทั้งคู่อย่างไม่พอใจ…ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องที่หญิงสาวครู่หนึ่งแล้วเลยมามองคาโอรุที่ไม่ยอมสบตาเขาอย่างสงสัย…

                “คุยอะไรกันอยู่น่ะ  อาซาโตะแตะฝ่ามือเข้าที่ไหล่บาง…รู้สึกถึงแรงสั่นน้อย ๆ ที่เจ้าของลาดไหล่พยายามระงับ…

                “สัพเพเหระน่ะจ๊ะ…เธอคิดว่าฉันมาข่มขู่อะไรรึไงกัน  หญิงสาวยังคงยิ้ม…แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เด็กหนุ่มขัดใจทุกครั้งที่ได้เห็น…รอยยิ้มแบบนี้ที่ในอดีตเคยทำให้เจ็บปวดมาแล้ว…

                “คาโอรุ…”  อาซาโตะหันมาหาร่างเล็ก…แต่อีกฝ่ายกลับลุกขึ้น…

                “…จะไปอาบน้ำ  ตามสบายนะครับ คุณเอเล็คตร้า” 

                “เฮ้…เดี๋ยวสิ”  อาซาโตะยื่นมือไปรั้งแขนเรียวเอาไว้ แต่กลับถูกสะบัดออกอย่างแรง…ใบหน้าของคาโอรุแดงจัด

“ขอโทษ…”  เมื่อจบประโยคที่เบาราวกระซิบ…ร่างเล็กก็เดินลับหายไปตามแนวบันได  อาซาโตะมองดูฝ่ามือที่ถูกสะบัดออก และวกกลับไปหาเอเล็คตร้าอย่างขุ่นเคือง…

“เธอพูดอะไรกับหมอนั่นน่ะ เอเล็คตร้า” 

“เปล่านี่…อืม…ชาญี่ปุ่นนี่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็อร่อยนะ ต้องซื้อกลับไปชงที่โน่นอีกแล้วสิ”  หญิงสาวตอบไม่ตรงคำถามแต่กลับบ่ายเบี่ยง อาซาโตะกระแทกนั่งตรงโซฟาด้านตรงข้ามเธอแล้วจ้องมองอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด…

“เอเล็คตร้า…เธอมาที่นี่ทำไม…มาเคารพหลุมศพแม่แล้วก็ควรกลับได้แล้วนี่ ธุรกิจเครื่องสำอางค์พันล้านของเธอน่ะสำคัญมากไม่ใช่เหรอ  อาซาโตะแดกดันครั้งหนึ่ง…แล้วมองดูหญิงสาวที่ยังทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวตรงหน้าอย่างอดกลั้นเต็มที่

“ก็สำคัญจ๊ะ…แต่ ไม่ได้สำคัญไปกว่าเธอหรอกนะ อาซาโตะ” 

“เพล้ง!!”  ฝ่ามือร้อนปัดถ้วยชาจนหลุดจากมือหญิงสาวกระทบพื้นนอกอาณาเขตพรมเสียงสนั่นไปถึงคาโอรุที่นั่งอยู่บนเตียงชั้นบน แต่ก็ยังไม่ได้ทำให้ร่างเล็กคิดเสียมารยาทฟังการสนทนาของคนทั้งสอง…

“เธอน่ะ….!!”  เสียงที่ไม่ได้ระงับเอาไว้ดังขึ้นไปถึงชั้นบนอีกครั้ง…คาโอรุคิดจะเข้าห้องน้ำไปเพื่อที่จะไม่เสียมารยาท…แต่แววตาที่ทั้งคู่ส่งถึงกันเมื่อวานและที่หญิงสาวอุตส่าห์มาที่นี่แต่เช้า…ทำให้เขาหยุดยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

“อย่างเธอน่ะ  อาซาโตะตะโกนอย่างเหลืออด เศษแก้วกระเบื้องสีขาวกระจายพร้อมกับน้ำชาหอมสีน้ำตาลที่ยังกรุ่นควันอยู่…ถ้วยชาที่ตกแตกแล้วเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดในหัวใจของเด็กหนุ่มเวลานี้…ดวงตาสีน้ำตาลทองเปลี่ยนสีเป็นทองเข้มด้วยความโกรธแค้นสุดระงับ…แต่หญิงสาวคู่กรณียังคงนั่งนิ่ง แม้ดวงตาสีเขียวเข้มจะชะงักกับการกระทำของเด็กหนุ่มแต่เธอก็ยังไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไป

“อย่ามาโกหกให้ดูดีหน่อยเลย!! ตอนนั้นเธอก็เห็นมันสำคัญซะจนต้องทิ้งฉันไปไม่ใช่เหรอไง!!”

“อาซาโตะ”  แขนเรียวยาวโอบร่างอาซาโตะเข้าหาตัวอย่างแรง…

“เอเล็คตร้า!!?”  เด็กหนุ่มตกใจระคนไม่เข้าใจอย่างหนักกับการกระทำของหญิงสาว…เอเล็คตร้าสอดมือโอบเอวที่ไม่รอบอาซาโตะไว้เนื่องจากความสูงที่ต่างกัน…

“ตัวโตขึ้นจริง ๆ นะ…เมื่อก่อนเธอยังสูงแค่ระดับอกของฉันอยู่เลย”  เอเล็คตร้าหลับตาขณะที่ใบหน้างามยังซบอยู่กับแผงอกที่เติบโตแข็งแรงขึ้นของเด็กหนุ่ม…อุณหภูมิที่รุมร้อนของความสาวสะพรั่งแนบชิดกับร่างของอาซาโตะทำให้อดระลึกถึงเรื่องราวที่ผ่านพ้นไม่ได้…

“….ไปเยอรมันเถอะ…ไปอยู่กับฉัน…ฉันมารับเธอนะ”  ริมฝีปากสีใสแตะที่แนวแก้มซึ่งยังไม่มีไรเคราเครื่องหมายที่เป็นผู้ใหญ่อยู่อย่างอ่อนโยน…แต่เด็กหนุ่มกลับไม่ได้สนองตอบใด ๆ ทั้งสิ้น…เขากำลังสับสน…ใช่แล้ว  สับสนมาก…

“…….ทำไม…? ถึงเพิ่งมาตอนนี้” 

“ยังไม่สายไม่ใช่เหรอ  อาซาโตะไม่ตอบ…แต่หญิงสาวได้ยินเสียงหัวใจเต้นระทึกภายในร่างของเขา  เอเล็คตร้ายิ้มและกระชับวงแขนเข้าแนบแน่นขึ้นอีก…รูปร่างที่เธอภูมิใจไม่ได้เปลี่ยนแม้แต้นิ้วเดียวจากเมื่อก่อน ทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยความเงียบ…คาโอรุที่ไม่ได้ยินเสียงของทั้งคู่อีกกระวนกระวายใจขึ้นมา…เขาอยากรู้เหลือเกินว่าเกิดอะไรขึ้นที่ชั้นล่างนั่น…เขากำลังจะเสียมารยาท และทำนิสัยไม่ดีโดยการแอบดูคนทั้งคู่ 

“กริ๊ก….”  ฝ่ามือเล็กที่จับลูกบิดประตู บิดได้เพียงครึ่งเดียว และหยุดชะงัก…คาโอรุกำลังลังเลใจและไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงอยากรู้นักหนา  มันไม่ใช่เรื่องของเขาซักหน่อย…เขาที่ไม่ได้รู้เรื่องอดีตที่ผ่านมาของอาซาโตะเหมือนกับเธอ เธอคนนั้นกับดวงตาสีเขียวเข้มสะท้อนสะท้านขณะที่มองอาซาโตะ  ทำให้คาโอรุรู้สึกอึดอัดราวกับขาดอากาศหายใจ

“กริ๊ก…แกร๊ก  ในที่สุดจิตใจด้านมืดก็ชนะ คาโอรุตัดสินใจผลักประตูออกไป  เขาใช้บันไดลงมาอย่างเงียบ ๆ พอ ๆ กับความเงียบของชั้นล่างที่เป็นเป้าหมาย…เขาเดินลงมาจนอีกไม่กี่ก้าวจะถึงขั้นสุดท้ายของบันได  แต่มันใกล้พอที่จะเห็นร่างของคนทั้งสอง…นั่น  ทำให้คาโอรุชะงักค้างแข็ง…

“อืม….”  ริมฝีปากสวยด้วยประกายลิปกลอสกำลังแนบแน่นอยู่กับริมฝีปากอีกฝ่าย…คาโอรุไม่เคยเห็นใบหน้าแบบนั้นของอาซาโตะเลยแม้แต่ครั้งเดียว…ใบหน้าที่ราวกับสับสนแต่ขณะเดียวกันก็ดูพึงพอใจอย่างประหลาด…อ้อมแขนที่คาโอรุจำได้ว่ามันเคยโอบกอดเขาตอนนี้กลับกำลังรวบเอวบางระหงของหญิงสาวอยู่…ทั้งสองไม่รู้สึกเลยว่าคาโอรุยืนอยู่ข้างบันได…ร่างเล็กรู้สึกว่าตัวเองเย็นเฉียบทั้ง ๆ ที่ภายในบ้านก็อบอุ่น 

“…..…”  ทั้งคู่ยังไม่ห่างจากกัน ราวกับกำลังถ่ายทอดความคิดถึงแก่กัน…ไม่รับรู้สิ่งใด ๆ รอบตัวอีกต่อไป  ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกัน?  ความรู้สึกนี้มันคืออะไร?  ทำไมเจ็บปวดและไร้เรี่ยวแรงถึงขนาดนี้…คาโอรุรู้สึกเจ็บใจตัวเองที่พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ทำให้มาเห็นภาพแบบนี้…ภาพแบบนี้? ทำไมต้องเสียใจที่มาเห็นภาพแบบนี้…ทำไม? ทั้ง ๆ ที่เขาเองก็นึกสงสัยอยู่แล้วว่าทั้งคู่ต้องมีอะไรลึกซึ้งกันในอดีต สิ่งนี้….ก็ไม่ถึงกับผิดความคาดหมายอะไรไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไม  ทำไมถึง?………….มีน้ำตามากมายไหลเปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้าถึงขนาดนี้….

“พอแล้วเอเล็คตร้า….”  อาซาโตะผละจากหญิงสาว  เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังคล้อยตามเธออยู่  ริมฝีปากที่คุ้นเคย จังหวะที่สนิทสนม…ทำให้เผลอไผลไปชั่วขณะ  เอเล็คตร้ายิ้มยังไม่ยอมคลายวงแขน น้ำหอมกลิ่น Nature Pink ที่เคยใช้สมัยก่อนอบอวลอยู่ริมจมูกเด็กหนุ่มจนเขาต้องเบือนหน้าหนีกลิ่นกายที่คุ้นชินนั้น…พลันสายตาที่เสมองไปเรื่อยเปื่อยเพียงให้พ้นจากใบหน้าเอเล็คตร้ากลับพบกับ…ดวงตาสีดำสนิทซึ่งเต็มไปด้วยน้ำตาที่ข้างบันไดนั่นเอง…

“คาโอรุ…”  ใบหน้าของอาซาโตะซีดลงอย่างเห็นได้ชัด…เสียงเรียกนั้นทำให้คาโอรุรู้สึกตัว  เขารู้สึกถึงสายน้ำที่หลั่งไหลบนใบหน้าตัวเอง  จึงปาดมันโดยแรงแล้วทำท่าจะหันกลับขึ้นชั้นบนเหมือนไม่ได้รับรู้เรื่องราวเมื่อครู่นี้มาก่อน

“คาโอรุ!  เดี๋ยวก่อน!!”  อีกครั้งที่ฝ่ามือร้อนถูกปฏิเสธ  คาโอรุปัดมือของอาซาโตะออกอย่างรุนแรง  ไม่…แม้แต่จะหันมามองอีกฝ่าย และหญิงสาวที่ยืนมองสถานการณ์อย่างใจเย็น ในแววตาสีเขียวเข้มของเธอมีแววยินดีเต้นระริกอยู่แผ่วเบา…ร่างเล็กก้าวขาขึ้นบันไดอีกครั้งขณะที่อาซาโตะจับไหล่เขาเอาไว้แน่น…

“อย่ามาจับฉันนะ!!”  คาโอรุตวาด…เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีทีเดียวที่จะได้ตวาดใครด้วยเสียงอันดัง ด้วยความอึดอัดขัดข้องมากขนาดนี้…แต่ถึงกระนั้นมันก็กลับได้ผลตรงข้าม…ปลายเท้าบอบบางลอยขึ้นเหนือพื้น พาให้เจ้าของร่างต้องสะดุ้งสุดตัว…

“ปล่อยนะ!!”

“ไม่”  อาซาโตะรัดวงแขนแน่นพลางตวัดอีกฝ่ายขึ้นราวกับเขาเป็นตุ๊กตายัดนุ่น…

“บอกว่าปล่อยไงเล่า!!! อย่านะ!!”  คาโอรุถูกอุ้มขึ้นบ่าของอาซาโตะ จนเอเล็คตร้าต้องมองในความแข็งแรงที่เปลี่ยนแปลงไปมากของเด็กหนุ่ม…หรืออาจบางทีเป็นเพราะว่า ร่างกายของคาโอรุนั้นบอบบางและเบามากกว่าอีกฝ่าย…ร่างเล็กตวาดเสียงดัง ใบหน้าสวยแดงจัดด้วยความโกรธและอาย…ดวงตาสีดำสนิทที่ยังมีรอยน้ำตามองไปทางหญิงสาวที่มือเรียวสวยกำลังแตะริมฝีปากเธอซึ่งกำลังยิ้มอย่างสนุกสนาน…ทำให้ความไม่พอใจแล่นพุ่งขึ้นอีก ราวกับลูกพี่ลูกน้องของอาซาโตะคนนี้กำลังยิ้มเยาะในความพ่ายแพ้ของเขา…

“ปล่อยนะ!!!”  คาโอรุตวาดเสียงดังอีกครั้ง…หยาดน้ำตาก็ไหลไม่ขาดสาย เขาไม่เข้าใจอะไรอีกแล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมอาซาโตะถึงไม่ปล่อยเขาไว้…ทั้ง ๆ ที่เธอคนนั้นก็ยังอยู่ตรงนั้นแท้ ๆ

“เอเล็คตร้า…เธอกลับไปได้แล้ว”

“อาซาโตะ”

“กลับไป!! ฉันไม่มีเรื่องจะคุยกับเธออีกแล้ว!!”  อาซาโตะพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ทำให้หญิงสาวเข้าใจว่าถึงเวลาที่เธอต้องถอยทัพก่อน…เอเล็คตร้าหยิบเสื้อโค้ทที่วางอยู่ขึ้นสวมแล้วหันหลังกลับไปทางประตูหน้า…

“งั้นไปนะอาซาโตะ…ขอบใจที่เลี้ยงชานะจ๊ะ คาโอรุคุง”  หญิงสาวเดินนวยนาดออกไป  แผ่นหลังระหงบางซึ่งลาดไหล่ปกคลุมด้วยเรือนไหมสีทองอันคุ้นเคย ที่อาซาโตะยังต้องเหลียวมองอยู่ลับหายไปจากบ้าน…

“โอ๊ย!!”  คาโอรุทุบเต็มแรงที่ด้านหลังอาซาโตะ  เขาเจ็บพอควรแต่ก็ยังไม่ปล่อยมือ…พลางอุ้มร่างเล็กเดินขึ้นบันไดไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น…

“ปล่อยนะ!!!”

“ตุ๊บ..!”  อาซาโตะประคองร่างเล็กลง แต่เพราะคาโอรุออกแรงทั้งดิ้นทั้งผลักทำให้เสียจังหวะต้องปล่อยลงกับเตียงอย่างไม่ค่อยสวยนัก…แต่เด็กหนุ่มผมทองก็ไม่ได้สนใจ ฝ่ามือร้อนของเขายึดกุมข้อมือเล็กขาวทั้งสองข้างตรึงกับเตียงแน่น…ท่ามกลางเสียงโวยวายอย่างโกรธเคืองของคนข้างใต้…

“ฟังฉันอธิบายก่อน”  อาซาโตะบังคับอารมณ์ไม่ให้โกรธขึ้งท่าทีที่ปฏิเสธตัวเขาของอีกฝ่ายอย่างเต็มที่…

“ไม่ฟัง! อย่ามายุ่งนะ! ปล่อย!!”  คาโอรุยังคงดิ้นรนอยู่…หยาดน้ำตาก็ยังไหลเต็มแก้มเนียน  เขานิ่วหน้ารู้สึกถึงความเจ็บปวดของบาดแผลกลางหลัง…

“เอเล็คตร้า…น่ะ กับฉัน…”  อาซาโตะพยายามอธิบายโดยค่อย ๆ ปล่อยมือให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ แต่ทว่า

“ไม่!!!”  ฝ่ามือเล็กทั้งสองที่เพิ่งถูกคลายการยึดกุม กลับมาปิดใบหูทั้งสองข้างอย่างหนาแน่น…คาโอรุไม่อยาก  เขาไม่อยากฟังทั้งนั้น…ไม่ว่าอะไรตอนนี้…ไม่อยากรับรู้ถึงเรื่องของหญิงสาวคนนั้น  ไม่ต้องการเข้าใจถึงริมฝีปากที่แนบชิดกันเมื่อครู่  ความเจ็บปวดของหัวใจ  ขณะนี้…ทำให้ความเจ็บปวดจากบาดแผลกลางหลังไม่อาจเทียบเทียมได้…ดวงตาสีดำสนิทตอนนี้อยู่ภายใต้เปลือกบางที่ปิดแน่น…ริมฝีปากสีเรื่อขบเม้มเข้าหากันจนแดงจัด…

“คาโอรุ…”  อาซาโตะมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ทั้งเสียใจ และดีใจ…เขาไม่ต้องการให้คาโอรุต้องมารับรู้เรื่องระหว่างหญิงสาวกับตัวเขาเหมือนกัน…แต่ในขณะเดียวกัน  ปฏิกิริยาที่เหนือความคาดหมายนี้ทำให้เขารู้สึกว่า  บางที…ร่างเล็กที่กำลังสั่นเทาปฏิเสธเขาอยู่นี้…ก็มีใจตรงกับเขาเช่นกัน…

“ขอโทษ”  อาซาโตะโน้มใบหน้าลงแนบริมฝีปากเข้าหาพวงแก้มอีกฝ่าย…คาโอรุสะดุ้งสะบัดใบหน้าออกห่าง  แต่ริมฝีปากบางก็ถูกครอบครองในเวลาต่อมา…ปลายลิ้นชุ่มชื้นอบอุ่นต่างกับอากาศภายนอกค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไปอย่างช้า ๆ บังคับให้คาโอรุเผยอริมฝีปากรับเอาไว้…อาซาโตะลืมตามองใบหน้างามแดงเรื่ออย่างไร้การควบคุม พลางยิ้มอย่างพึงพอใจ

“……….อืม….อื้อ…”  เด็กหนุ่มผมทองค่อยแกะฝ่ามือเล็กทั้งสองออกห่างจากใบหูอีกฝ่ายมายึดไว้กับเตียง…นิ้วมือที่ใหญ่กว่าเริ่มสอดประสานเข้าหาอีกฝ่าย…ซึ่งนิ้วมือเล็กก็ขยับเข้าหาเช่นกัน

“คาโอรุ….ฉันรักนาย…” 

“อะ…อาซา..โตะ….อื้อ  อาซาโตะปล่อยมือข้างหนึ่งมาดึงชายเสื้อเชิ้ตขึ้น…แตะต้องจากหน้าท้องขึ้นไปถึงยอดอก…ทำให้ร่างเล็กถึงกับสั่นระริกด้วยจังหวะที่เคยถูกกระทำ…ความรู้สึกครั้งแรกที่ยอดอกเคยถูกครอบครองที่บ้านทาเทวากิกลับไปกลับมาในห้วงความคิดของคาโอรุ…

“….คาโอรุ…คาโอรุ”  ร่างเล็กไม่ได้ขัดขืนอีกต่อไป…ทำให้อาซาโตะบรรจงจูบริมฝีปากบางอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น…เขาอาจเคยรู้สึกแบบนี้กับเอเล็คตร้า แต่กับคาโอรุ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับคาโอรุมันแตกต่างออกไป…แตกต่างมาก…และสำคัญยิ่งกว่ามาก…

“อ๊ะ…อา…ฮ้า..”  ริมฝีปากบางเผยอหอบ…นิ้วมือเรียวเล็กข้างหนึ่งขยุ้มผ้าปูเตียงจนยับ…อีกข้างหนึ่งประสานเข้ากับฝ่ามือรุมร้อนของอาซาโตะอย่างแรง ร่างทั้งร่างสั่นไหวทุกครั้งที่อาซาโตะแตะต้อง  ใบหน้างามแดงจัดบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ถูกชักนำไปกำลังสูงขึ้น…มากขึ้น  จนบางทีคราวนี้…คงไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งได้อีก…ดวงตาสีดำสนิทเอ่อท้นไปด้วยหยาดน้ำตาหรี่เข้าหากันจนแทบจะปิดสนิท…ทั้ง ๆ ที่อายุก็เท่ากันแท้ ๆ แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงได้…ทำให้เขามีความรู้สึกแบบนี้  ขนาดนี้…ฉับพลัน  ห้วงความคิดหนึ่งก็เข้ามาแทนที่

“อะ…ไม่….อย่านะ…”  คาโอรุเริ่มขืนตัวหนีห่าง…ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้นพยายามผลักไสอาซาโตะออก…ร่างระหงสวยของเอเล็คตร้า และคำพูดของเธอวนเวียนอยู่ในห้วงสมอง…

“คาโอรุ

“มะ…ไม่!!  อย่ามาจับฉัน  คาโอรุขืนตัวลุกขึ้นนั่ง พลางจับเสื้อที่เกือบจะหลุดออกจากตัวไว้แน่น…อาซาโตะถอนหายใจระงับอารมณ์ก่อนที่จะนั่งตรงข้ามกับร่างเล็กบ้าง…

“ทำไม

“ฉะ…ฉัน”  เมื่อสบตากับอาซาโตะก็ทำให้ต้องเสหลบทุกครั้ง…เด็กหนุ่มผมทองเอื้อมมือมาแตะใบหน้าแดงร้อนผ่าว  คาโอรุสะดุ้งสุดตัว…ราวกับมีเส้นผมสีทองยาวระบ่าของเอเล็คตร้ามาบดบังความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้…

“อย่าเอามือที่เพิ่งกอดคน ๆ นั้นมาแตะต้องฉันนะ!!!”  คาโอรุกระโดดลงจากเตียงแต่ถูกอาซาโตะรวบเอวดึงลงมาจนได้…ร่างเล็กดิ้นด้วยความโกรธ…

“ปล่อยนะ!!”

“คาโอรุ…นายโกรธอะไร…หรือว่า….นายหึงฉัน 

“อ๊ะ!?”  ใบหน้าเนียนแดงจัดนั่งนิ่ง  ทำให้อาซาโตะรู้สึกยินดี  เขาคิดถูกแล้ว…คาโอรุรักเขา…แต่แล้วร่างเล็กก็ดิ้นรนอีกครั้ง

“ไม่!!…”  คาโอรุรู้สึกโกรธเคืองตัวเองและอาซาโตะ…ความรู้สึกมันสับสนปนเปจนแยกไม่ออกอีกแล้ว  คำพูดของเอเล็คตร้าแทรกซึมเข้ามาในจิตใจจนต้านไม่อยู่  ภาพในอดีตของอาซาโตะที่คาโอรุไม่รู้จักแต่เธอรู้จักและรู้จักลึกซึ้ง  ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างถูกบดบังไปด้วยสีเขียวเข้มที่มองมาทางเขาเมื่อครู่อย่างสนุกสนาน…

“ไม่! ฉันไม่ได้หึงนาย! อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย…ฉันน่ะ…ฉัน”  คาโอรุดิ้นรนในอ้อมแขนอาซาโตะ…เด็กหนุ่มผมทองรัดเอวเขาไว้แน่นจนแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแนบแน่นกับแผ่นอก…ความรู้สึกของร่างเล็กพุ่งถึงขีดสุด…เขาโกรธที่ไม่สามารถทำอะไรได้ แม้กระทั่งเอาชนะเรี่ยวแรงที่โอบกอดเขาเอาไว้อยู่นี้…ความโกรธขึ้งบดบังความรู้สึกเป็นสุขที่มีมาก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง…

“ฉันเกลียดนาย!!!”  อ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบรัดตัวไว้คลายออกอย่างง่ายดาย…คาโอรุดึงตัวเองออกมาอย่างงง ๆ เขาหายใจหอบเพราะไม่รู้ว่าตัวเองตะโกนออกไปว่าอะไร  ในสมองอื้ออึงไปด้วยคำพูดของเอเล็คตร้า  ร่างเล็กหันหลังกลับมามองอาซาโตะที่นั่งอยู่บนเตียง…

“เกลียดงั้นเหรอ  ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัว รู้แล้วว่าตัวเองพูดถ้อยคำอะไรออกไป…ใบหน้าของอาซาโตะที่มองเห็นจะว่าโกรธก็ไม่ใช่ จะว่าเสียใจก็ไม่เชิง…เป็นใบหน้าที่คาโอรุไม่เคยเห็นมาก่อน…ทั้งน่าเศร้าและน่าเสียดาย…อาซาโตะผุดลุกขึ้นดึงแขนเรียวเล็กเข้าหาตัวอย่างแรงจนคาโอรุต้องนิ่วหน้า

“จำให้ดีล่ะว่า…นายพูดอะไร”  อาซาโตะแนบผิวแก้มกับใบหน้าของคาโอรุ  ใบหน้างามซีดเผือดไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะทำอะไรอีก  น้ำเสียงที่สงบนิ่งมากทำให้รู้สึกกลัว…

“โอ๊ย!!”  ฟันคมขาวกัดที่ซอกคอนิ่มอย่างแรงจนเลือดซึม…อาซาโตะเลียหยาดสีแดงที่ออกมาจากปากแผลเล็กน้อยแล้วกัดลงไปอีกครั้ง…คราวนี้คาโอรุร้องอย่างเจ็บปวด ดวงตาสีดำสนิทรื้นน้ำตา  นิ้วมือเรียวเล็กจับแขนอีกฝ่ายพยายามผลักออกอย่างยากเย็น…ในที่สุดอาซาโตะก็ถอนริมฝีปากออกไป

“เจ็บเหรอ  นิ้วมือใหญ่ปาดทางน้ำตาช้า ๆ หัวคิ้วเรียวของร่างเล็กขมวดขึงตึงแน่นเข้าหากันเพราะความเจ็บปวด…คาโอรุอยากจะตะโกนร้อง..ให้ดังยิ่งกว่านี้แต่ตอนนี้บางอย่างในดวงตาสีน้ำตาลทองทำให้เขาหยุดนิ่ง…

“แต่…แผลนี่นะ มันเทียบไม่ได้กับหัวใจของฉันตอนนี้หรอก…”  ดวงตาสีดำสนิทเบิกขึ้น  อาซาโตะดึงร่างเล็กเข้ามาประกบริมฝีปากอีกครั้ง….นาน…ราวกับจะเก็บความรู้สึกหอมหวานที่ได้สัมผัสริมฝีปากบางนิ่มนี้เอาไว้ เพราะเขาจะไม่แตะต้องอีกแล้ว…

“ฉันจะไม่มาให้นายเห็นอีกแล้ว…”  อาซาโตะปล่อยมือจากอีกฝ่าย  แต่คาโอรุไม่สามารถจะยืนได้อีก  ขาของเขาสั่นระริกและล้มลงนั่งกับพื้น…แต่อาซาโตะก็ไม่ได้สนใจจะประคองเขา  รอยแผลที่คอยังเจ็บแปลบและเลือดซึมอยู่…

“ถ้าแผลนั่นไม่หายตลอดไปก็คงจะดี”  อาซาโตะเดินออกไปจากห้อง ไม่สนใจที่จะหันหลังกลับแม้แต่น้อย…ซักพักคาโอรุก็ได้ยินเสียงประตูหน้าบ้านเปิดออก และปิดลง…นับแต่วันแรกที่อาซาโตะมายืนที่หน้าบ้านเปียกปอนด้วยสายตาที่เจ็บปวด  จนถึงวันนี้คาโอรุก็ผลักไสเขาออกไปด้วยสายตาแบบเดียวกันไม่มีผิด…

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้นะคะ [email protected] เอ่อ...ยังมีคนอ่านกันอยู่มั๊ยคะ (หายไปนานกัวคนอ่านทิ้ง) ^^

Hosted by www.Geocities.ws

1