ตอนที่ 22
ดวงตากลมโตจ้องมองทุกอิริยาบถของเด็กหนุ่มทั้งสองอย่างกระชั้นชิด จากที่เคยมองคาโอรุอย่างอ่อนโยนกลับกลายเป็นตัดพ้อและเจ็บปวด
และหันเหไปมองอาซาโตะบ่อยครั้งด้วยดวงตาที่ยากบ่งบอกอารมณ์ได้ เด็กสาวครุ่นคิดถึงภาพเมื่อเย็นวานที่เด็กหนุ่มผมทองแสดงความเป็นเจ้าของโดยที่คาโอรุก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร
เธอจ้องมองดูทั้งคู่ที่กำลังคุยกันถึงเรื่องบางอย่างที่เธอไม่ทราบอย่างน้อยใจ และแน่ใจว่าเธอเป็นคนนอก
เอริ สอนข้อนี้หน่อยสิ มาโกโตะเพื่อนสนิทสะบัดผมยาวที่รวบไว้สูงอย่างหงุดหงิด ทว่าเพื่อนสาวของเธอไม่ได้สนใจเลย
เอริ!
อ๊ะ! จ๊ะ! เอริสะดุ้งตามเสียงเรียก พลางหันกลับมามองอีกฝ่ายแม้จะพยายามปั้นสีหน้า หากดวงตาก็ยังแฝงแววทดท้อ
เป็นอะไรไปเหรอ? เหม่อเชียว
อะ เปล่าจ๊ะ ไม่มีอะไรหรอก เด็กสาวยิ้มอย่างฝืดฝืนเต็มที มาโกโตะถอนใจเฮือกใหญ่
เอาแต่มองไม่ได้อะไรหรอก ระวังหมอนั่นคว้าไปก็แล้วกัน
มาโกโตะ เอริมองหน้าเพื่อนสนิทราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เธอ เธอยังไม่กล้าบอกออกไป
เอริ เธอมีอะไรใช่มั๊ย?
ฉะ ฉัน เด็กสาวเหลียวหน้าไปหาเด็กหนุ่มทั้งสองอีกครั้ง ยังเห็นความสนุกสนานของการพูดคุยกันอยู่ หัวใจเจ็บแปลบ
เมื่อวาน ฉัน .เอ่อ ..
มาโกโตะ .!! จู่ ๆ เสียงใสก็ดังขึ้นด้านข้างของเด็กสาวทั้งสอง เด็กสาวรุ่นพี่สองสามคนโบกมือเรียกเจ้าของชื่อให้ไปหา
อาทิตย์หน้าวันคริสต์มาส ได้ข่าวร้านที่บ้านเธอจัดรายการพิเศษใช่มั๊ย?
ใช่ค่ะ รุ่นพี่จะไปใช่มั๊ยคะ? มาโกโตะยิ้มแย้ม เอ่ยปากชวนตามประสาลูกคนค้าขาย
จ๊ะ ถ้าไงพี่ขอจอง Special CreamStrawberry Cake ด้วยนะ นี่เงินจ๊ะ
ได้ค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ เมื่อเจรจาการค้าเสร็จแล้ว มาโกโตะจึงหันกลับมาหาเพื่อนสาวซึ่งยังนั่งมองเด็กหนุ่มทั้งสองอย่างไม่วางตาอีก
เอริ คริสต์มาสนี้จะเอาไง? มาโกโตะดึงแขนเพื่อนให้หันมาหาเธอ
เอ่อ .นั่นสิ ยังไม่รู้เลยจ๊ะ
เมื่อกี้เธอมีอะไรจะพูดกับฉันใช่มั๊ย? เอริ เด็กสาวสะดุ้งกับคำพูดของเพื่อน จริงอยู่เธอคิดจะบอกสิ่งที่พบเห็นเมื่อเย็นวาน แต่ยากที่จะบอก ไม่ว่ายังไงนั่นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคาโอรุ เธอไม่ควรบอกใครให้รู้อีก
คือ . แต่ดวงตาของเธอก็สบกับอาซาโตะที่มองข้ามคาโอรุมา ดวงตาสีน้ำตาลทองที่เย่อหยิ่ง ฉายความเป็นเจ้าของและชัยชนะเหนือเด็กสาว ชั่วขณะหนึ่งภาพนั้นก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด เด็กสาวกำมือแน่น ความไม่พอใจแล่นพล่าน
เมื่อวาน ที่ห้องนี้ เค้าจูบทาเทวากิคุง เอริบอกกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า เธอก้มหน้าต่ำจนไม่สังเกตเห็นว่ามาโกโตะมีสีหน้าตะลึงพรึงเพริดและซีดขาวเพียงไร แต่เพียงครู่เท่านั้น มาโกโตะฉุดแขนเพื่อนออกไปนอกห้องด้วยกันทันที จนมาถึงซอกค่อนข้างมิดชิดระหว่างตึกเรียนสองแห่งที่ตั้งใกล้กัน
จูบ งั้นเหรอ? เอริ ผู้ถูกถามพยักหน้ารับด้วยใบหน้าขมขื่น ดวงตากลมโตแฝงแววขี้เล่นของมาโกโตะอย่างที่เคยเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
สารภาพรักเถอะ เอริ หมอนั่นชักจะได้ใจใหญ่ เธอต้องไม่ยอมนะ มาโกโตะพูดพลางจับไหล่ทั้งสองข้างของเอริ
มะ มาโกโตะ แต่ ตอนที่จูบ ทาเทวากิคุงไม่เห็นขัดขืนอะไรเลย เด็กสาวใบหน้าแดงเข้มขึ้นเมื่อนึกถึงคำสารภาพรักที่ตัวเองต้องพูด แต่ใบหน้านั้นก็ซีดสลดลงทันทีเมื่อถึงภาพเมื่อเย็นวานอีกครั้ง
หัวหน้าห้องเป็นคนใจดี อาจถูกบังคับก็ได้!! เธอคิดว่าเค้าจะเป็นโฮโมงั้นเหรอ?!
ฉะ ฉัน
ผู้ชายด้วยกันนะ มันจะได้อะไรล่ะ? เธอที่เป็นผู้หญิงดีกว่าตั้งเยอะ คริสต์มาสนี้แหละ ชวนมาที่บ้านฉันก็ได้ เข้าใจมั๊ย? เอริตกใจกับท่าทางจริงจังของเพื่อนมาก เธอไม่รู้เลยว่าภายใต้การคะยั้นคะยอนั้นมาโกโตะคิดอะไรอยู่
และไม่รู้เลยว่าในกระเป๋าของเพื่อนรักมีผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งซึ่งไม่ได้คืนให้กับเจ้าของอาศัยอยู่ด้วย
จะดีเหรอ? มาโกโตะ ฉัน
ดีสิ ต้องดีแน่นอน หน้าตาเธอก็น่ารัก เรียนก็เก่ง นิสัยก็ดี หัวหน้าห้องไม่เคยทำท่าไม่ดีกับเธอไม่ใช่เหรอ?
ก็ ก็ใช่อยู่หรอก แต่สารภาพรักน่ะ ฉะ..ฉันไม่เคย .
เธอจะทนให้หมอนั่นเกาะติดหัวหน้าไปตลอดงั้นเหรอ? อีกแค่ 2 ปีพวกเราก็จะเรียนจบกันแล้ว มันนานนะแต่ก็เร็วมาก เธอจะปล่อยโอกาสที่จะได้เค้ามางั้นเหรอ?! เอริ เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองหน้าเพื่อนที่ปลุกปลอบขวัญกำลังใจของเธอ พลางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ใบหน้างามราวเทพบุตร คำพูดที่แสนอ่อนโยน ลอยเด่นขึ้นมาในใจ เธอพยักหน้ารับ จนมาโกโตะยิ้มออก จากนั้นเด็กสาวทั้งสองก็เริ่มปรึกษากันเพื่อการยื้อแย่งครั้งสำคัญทันที
*************************************************************************
มิเนคุระ นายน่าจะกลับบ้านบ้างนะ คาโอรุเอ่ยระหว่างมื้ออาหารเย็นในบ้านตัวเองต่อเด็กหนุ่มผมทองที่คิ้วขมวดทันทีเมื่อได้ยิน
ไล่กันเลยเหรอ?
เปล่านะ ฉันแค่คิดว่านายควรจะกลับบ้านไปให้พ่อเห็นบ้าง นายเองก็เหลือพ่อแค่คนเดียวเองนะ อาซาโตะวางตะเกียบลง
ก็เพราะว่าเหลือคนเดียวนี่แหละ ถึงไม่อยากกลับ
ทำไมล่ะ? อาซาโตะยิ้มเยาะกับคำถามที่ไม่รู้อะไรเลยของอีกฝ่าย
เพราะทนไม่ได้ เวลาที่มองหน้ากัน คาโอรุอึ้งเงียบไปหลายนาทีไม่เข้าใจอีกฝ่าย แต่นั่นก็เป็นเพราะว่า อาซาโตะไม่เล่าเรื่องราวแต่หนหลังของตัวเองให้ฟังเลย และเพราะว่าพวกเขาเพิ่งพบกันไม่ถึงปีอีกด้วย
มะรืนนี้วันหยุด ไปที่ ๆ หนึ่งกับฉันหน่อยนะ จู่ ๆ อาซาโตะก็พูดออกมาทำลายความคิดของคาโอรุไปจนหมด ฝ่ามือร้อนแตะเข้าที่แก้มเนียน
ไปไหนเหรอ?
เยี่ยมแม่ อยากให้นายไปด้วย
อืม ไปสิ คาโอรุพยักหน้ารับ หัวใจเต็มตื้นขึ้นมาราวกับได้รับน้ำเพิ่มเติม ในที่สุดก็ค่อยขยับไปทีละน้อย เข้าใกล้ตัวตนของอีกฝ่ายทีละนิด อยากให้ไปด้วย เป็นคำพูดที่ทำให้ดีใจเหลือเกิน หากอาซาโตะนอกจากจะคิดถึงหญิงผู้ให้กำเนิดแล้ว ยังคิดถึงหญิงสาวที่ไม่ได้พบกันมานานอีกคนหนึ่งด้วย
*************************************************************************
หิมะตกปรอย ๆ คล้ายฝน ต้นไม้ที่ปลูกเพื่อความร่มรื่นในฤดูอื่น บัดนี้ลำต้นแห้งผากสีน้ำตาลเข้ม ไร้ใบ มีหิมะสีขาวสะอาดเบาบางพักพิงอยู่ตามกิ่งง่าม หินสีเทาที่เป็นทางเดินเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะและน้ำฝน รวมทั้งป้ายหลุมศพต่าง ๆ บางที่ก็ทำด้วยไม้ บางที่ก็ทำด้วยหิน กำลังถูกฝนหิมะกัดกร่อนอย่างเงียบ ๆ ทำให้บรรยากาศในสุสานแบบขั้นบันไดโบราณที่เป็นระเบียบดูเศร้าสร้อย เงียบสงบลงไปอีก เด็กหนุ่มทั้งสองอยู่ในร่มคันเดียวกันเดินฝ่าลมและฝนหิมะหนาวเหน็บเข้าสู่สุสาน พวกเขาเดินผ่านหลายป้ายหลุมศพที่มีญาติของผู้ตายมาเยี่ยมประปรายเพราะอากาศ
แต่นั่น ไม่ได้สำคัญอะไรเลยกับสามี และลูกชายคู่หนึ่ง ที่ต่างมาถึงที่นี่ไม่พร้อมกัน แต่หอบกุหลาบขาวช่อใหญ่มาเหมือนกัน วันนี้อีกเพียงไม่กี่วันจะถึงคริสต์มาสอันแสนสุขของทุกครอบครัว เป็นวันเสียชีวิตของผู้หญิงที่รักยิ่งของคนหลายคน
คุณหนู เลขาคนสวยซึ่งยืนข้างนายเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเด็กหนุ่มทั้งสองเข้ามาถึงหน้าป้ายหินขนาดใหญ่
ที่สลักถ้อยคำจากใจของสามีและลูกซึ่งสูญเสียผู้ที่หลับไหลอยู่ใต้ผืนดินแห่งนี้ บนป้ายมีตัวอักษรใหญ่ เธอชื่อว่า .มาการ์เร็ต โรสเวล มิเนคุระ
มิเนคุระซัง เทราจิมะซัง สวัสดีครับ คาโอรุทักทายชายหนุ่มทั้งสองอย่างมีมารยาท เว้นแต่อาซาโตะที่ไม่ได้สนใจ เด็กหนุ่มผมทองจ้องมองกุหลาบขาวช่อใหญ่ที่เพิ่งถูกผู้เป็นพ่อวางลงหน้าป้ายหิน
เขาวางกุหลาบช่อใหญ่ขนาดพอดีกับช่อแรกใกล้ ๆ กัน .และพนมมือเคารพ
สวัสดี ทาเทวากิคุง อาซาโตะรบกวนเธอไว้เยอะต้องขอบคุณมากนะ หนุ่มใหญ่ยิ้มให้คาโอรุ พลางทักทาย ส่วนคาคุก็ยิ้มให้เช่นกัน
ไม่เป็นไรครับ คือ ผมก็อยู่คนเดียว มีคนมาอยู่เป็นเพื่อนก็หายเหงาไปเยอะครับ
เอ๊ะ? แล้วพ่อแม่เธอล่ะ อยู่ต่างประเทศเหรอ? อากิระถามอย่างสงสัย
เอ่อ ทั้งสองเสียแล้วครับ ใบหน้าคาโอรุสลดลงเล็กน้อย
งั้นเหรอ? ขอโทษด้วยนะ แล้วตอนนี้เธออยู่ยังไงล่ะ? อากิระกำลังจะพูดต่อ แต่อาซาโตะเข้าขวาง แล้วคว้าไหล่ร่างเล็กไว้พลางส่งดวงตาที่สืบทอดจากแม่มองดูพ่อ
อย่าถามซอกแซกได้มั๊ย?
อาซาโตะ พ่อจะถามเพื่อนลูกแค่นี้ถือว่าซอกแซกเหรอ? อาซาโตะอ้าปากจะโต้เถียง แต่เจอคาโอรุดึงเสื้อเอาไว้เขาจึงเงียบลง
อ้าว อาซาโตะมี Stopper แล้วเหรอเนี่ย? แบบนี้คุณยายก็ส่งฉันมาเสียเที่ยวน่ะสิ เสียงแหลมไม่มากของหญิงสาวดังขึ้นฝ่าเสียงฝนหิมะตกกระทบพื้น ทำให้ทั้งสี่คนหันไปมอง
ดวงตาสีน้ำตาลทองเบิกขึ้นเมื่อเห็นร่างระหงในชุดกระโปรงสูทสั้นสีดำสนิท และเส้นผมสีทองราวกับไหมเนื้อดีสะบัดระไหล่บอบบางในร่มคันกะทัดรัดสีดำ พร้อมช่อกุหลาบขาว 2 ช่อใหญ่ใกล้เข้ามา หญิงสาวที่ฝังแน่นในความทรงจำอีกคนหนึ่ง
ไม่เจอกันนานนะคะ อากิระ เทราจิมะซัง เธอหันมาทางเด็กหนุ่มผมทองที่ยังยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน พลางริมฝีปากสี Vanilla Orange ภายใต้ร่มคลี่ยิ้ม
โตขึ้นเยอะนะ อาซาโตะ หญิงสาวเปิดร่มขึ้นทำให้เห็นใบหน้างดงามชัดเจน ดวงตาสดใสสีเขียวเข้ม กับเส้นผมสีทองอร่ามยาวตรง ใบหน้าที่แต้มสีสรรสมวัย 20 กว่า ๆ เรือนร่างระหงบอบบางตามสมัยนิยม และรองเท้าส้นสูงสีดำขับเรียวขาของเธอให้เพรียวสวยจนสยบหนุ่ม ๆ หลายคนอยู่หมัด
นึกว่าจะไม่มาแล้วนะ เอเล็คตร้า อากิระทักทายหญิงสาว ส่วนคาคุก็คำนับให้อย่างมีมารยาท แต่อาซาโตะยังยืนนิ่ง
ฉันไม่มีวันพลาดวันนี้หรอกค่ะ อากิระ ถึงจะยุ่งแค่ไหนก็ตาม ฉันน่ะรักมาการ์เร็ตไม่แพ้คุณหรอก เอเล็คตร้ายิ้ม พลางวางช่อกุหลาบขาว 2 ช่อใหญ่ใกล้ ๆ กับอีก 2 ช่อที่ถูกวางไปแล้ว เป็นประจำทุกปี ที่จะมีช่อกุหลาบ 4 ช่อ วางอยู่หน้าหลุมศพนี้ ดวงตาสีเขียวเข้มจ้องมองอาซาโตะด้วยความเอ็นดูและทดท้อแต่เพียงชั่วครู่แล้วหันไปมองคาโอรุที่ยืนข้าง ๆ
ฉัน เอเล็คตร้า เป็นลูกพี่ลูกน้องอาซาโตะ ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ หญิงสาวยื่นมือเรียวขาวและภาษาญี่ปุ่นชัดถ้อยชัดคำให้เด็กหนุ่ม
เอ่อ ทาเทวากิ คาโอรุครับ เพื่อนของมิเนคุระ ยินดีที่รู้จักคุณเช่นกันครับ คาโอรุสัมผัสมือนุ่มนิ่มและหอมกรุ่นด้วยน้ำหอมชั้นดี พลางถูกรอยยิ้มและดวงตาพิจารณาของหญิงสาวสำรวจเต็มที่
น่ารักจัง ดูสิ ตาโต ๆ สีดำ กับผมสลวยสีดำ ยังกับตุ๊กตาญี่ปุ่นแน่ะจ๊ะ คาโอรุยิ้มเก้อ ๆ เมื่อถูกทักทายราวกับเขาเป็นผู้หญิงแบบนี้
อาซาโตะ จะไม่ทักทายกันบ้างเหรอ? ฉันอุตส่าห์นั่งเครื่องบินมาจากเยอรมันเพื่อวันนี้เชียวนะ ดวงตาสีเขียวเข้มที่แฝงแววซุกซนซึ่งหยอกล้อคาโอรุเมื่อครู่ พอหันมาสบกับดวงตาสีน้ำตาลทองของอาซาโตะกลับกลายแฝงไว้ด้วยความหมายลึกซึ้งที่มีเพียงเธอและเด็กหนุ่มเท่านั้นที่เข้าใจ
คาโอรุสังเกตเห็นดวงตาคู่นั้นแล้วรู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ร่างเล็กก็ไม่ได้รู้ความหมายของดวงตาที่จ้องมองกันและกันของทั้งคู่
.สวัสดี เด็กหนุ่มผมทองทักทายอย่างเสียไม่ได้ ฝ่ามือร้อนที่กลายเป็นเย็นชืดเพราะอากาศหนาวหรือเพราะอย่างอื่นนั้น
ขยับมาประสานกับนิ้วมือเรียวเล็กของคาโอรุพลางกำเข้าหาอีกฝ่ายอย่างแน่นหนาจนรู้สึกเจ็บ
. เอเล็คตร้าเพียงแต่ยิ้ม แต่ดวงตาสีเขียวเข้มของเธอนั้นกลับเต็มไปด้วยความโหยหาอาดูร อาซาโตะคล้ายทนไม่ได้กับดวงตาคู่นั้น
เด็กหนุ่มผมทองดึงแขนเรียวเล็กของคาโอรุให้เดินตามเขาไปอย่างไม่ปราณี กลับสร้างความสงสัยและกังวลใจเพิ่มขึ้นไม่สิ้นสุด
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้นะคะ [email protected] เอ่อ...ยังมีคนอ่านกันอยู่มั๊ยคะ (หายไปนานกัวคนอ่านทิ้ง) ^^