ตอนที่ 22

ดวงตากลมโตจ้องมองทุกอิริยาบถของเด็กหนุ่มทั้งสองอย่างกระชั้นชิด…จากที่เคยมองคาโอรุอย่างอ่อนโยนกลับกลายเป็นตัดพ้อและเจ็บปวด…

และหันเหไปมองอาซาโตะบ่อยครั้งด้วยดวงตาที่ยากบ่งบอกอารมณ์ได้…เด็กสาวครุ่นคิดถึงภาพเมื่อเย็นวานที่เด็กหนุ่มผมทองแสดงความเป็นเจ้าของโดยที่คาโอรุก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร…

เธอจ้องมองดูทั้งคู่ที่กำลังคุยกันถึงเรื่องบางอย่างที่เธอไม่ทราบอย่างน้อยใจ และแน่ใจว่าเธอเป็นคนนอก…

                “เอริ…สอนข้อนี้หน่อยสิ”  มาโกโตะเพื่อนสนิทสะบัดผมยาวที่รวบไว้สูงอย่างหงุดหงิด…ทว่าเพื่อนสาวของเธอไม่ได้สนใจเลย…

                “เอริ

                “อ๊ะ! จ๊ะ  เอริสะดุ้งตามเสียงเรียก พลางหันกลับมามองอีกฝ่ายแม้จะพยายามปั้นสีหน้า หากดวงตาก็ยังแฝงแววทดท้อ…

                “เป็นอะไรไปเหรอ? เหม่อเชียว”

                “อะ…เปล่าจ๊ะ  ไม่มีอะไรหรอก”  เด็กสาวยิ้มอย่างฝืดฝืนเต็มที…มาโกโตะถอนใจเฮือกใหญ่

                “เอาแต่มองไม่ได้อะไรหรอก…ระวังหมอนั่นคว้าไปก็แล้วกัน”

                “มาโกโตะ…”  เอริมองหน้าเพื่อนสนิทราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง…แต่เธอ…เธอยังไม่กล้าบอกออกไป…

                “เอริ…เธอมีอะไรใช่มั๊ย

                “ฉะ…ฉัน”  เด็กสาวเหลียวหน้าไปหาเด็กหนุ่มทั้งสองอีกครั้ง…ยังเห็นความสนุกสนานของการพูดคุยกันอยู่…หัวใจเจ็บแปลบ

                “เมื่อวาน…ฉัน….เอ่อ…..”

              “มาโกโตะ….!!”  จู่ ๆ เสียงใสก็ดังขึ้นด้านข้างของเด็กสาวทั้งสอง…เด็กสาวรุ่นพี่สองสามคนโบกมือเรียกเจ้าของชื่อให้ไปหา…

                “อาทิตย์หน้าวันคริสต์มาส ได้ข่าวร้านที่บ้านเธอจัดรายการพิเศษใช่มั๊ย

                “ใช่ค่ะ…รุ่นพี่จะไปใช่มั๊ยคะ  มาโกโตะยิ้มแย้ม เอ่ยปากชวนตามประสาลูกคนค้าขาย…

                “จ๊ะ…ถ้าไงพี่ขอจอง Special CreamStrawberry Cake ด้วยนะ  นี่เงินจ๊ะ”

                “ได้ค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ”  เมื่อเจรจาการค้าเสร็จแล้ว…มาโกโตะจึงหันกลับมาหาเพื่อนสาวซึ่งยังนั่งมองเด็กหนุ่มทั้งสองอย่างไม่วางตาอีก…

                “…เอริ…คริสต์มาสนี้จะเอาไง  มาโกโตะดึงแขนเพื่อนให้หันมาหาเธอ…

                “เอ่อ….นั่นสิ…ยังไม่รู้เลยจ๊ะ” 

                “เมื่อกี้เธอมีอะไรจะพูดกับฉันใช่มั๊ย? เอริ”  เด็กสาวสะดุ้งกับคำพูดของเพื่อน…จริงอยู่เธอคิดจะบอกสิ่งที่พบเห็นเมื่อเย็นวาน  แต่ยากที่จะบอก…ไม่ว่ายังไงนั่นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคาโอรุ…เธอไม่ควรบอกใครให้รู้อีก

                “คือ….”  แต่ดวงตาของเธอก็สบกับอาซาโตะที่มองข้ามคาโอรุมา…ดวงตาสีน้ำตาลทองที่เย่อหยิ่ง ฉายความเป็นเจ้าของและชัยชนะเหนือเด็กสาว ชั่วขณะหนึ่งภาพนั้นก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด เด็กสาวกำมือแน่น…ความไม่พอใจแล่นพล่าน…

                “เมื่อวาน…ที่ห้องนี้ เค้าจูบทาเทวากิคุง”  เอริบอกกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า…เธอก้มหน้าต่ำจนไม่สังเกตเห็นว่ามาโกโตะมีสีหน้าตะลึงพรึงเพริดและซีดขาวเพียงไร…แต่เพียงครู่เท่านั้น มาโกโตะฉุดแขนเพื่อนออกไปนอกห้องด้วยกันทันที…จนมาถึงซอกค่อนข้างมิดชิดระหว่างตึกเรียนสองแห่งที่ตั้งใกล้กัน…

                “จูบ…งั้นเหรอ? เอริ”  ผู้ถูกถามพยักหน้ารับด้วยใบหน้าขมขื่น…ดวงตากลมโตแฝงแววขี้เล่นของมาโกโตะอย่างที่เคยเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที…

                “สารภาพรักเถอะ เอริ…หมอนั่นชักจะได้ใจใหญ่…เธอต้องไม่ยอมนะ”  มาโกโตะพูดพลางจับไหล่ทั้งสองข้างของเอริ…

                “มะ…มาโกโตะ แต่…ตอนที่จูบ…ทาเทวากิคุงไม่เห็นขัดขืนอะไรเลย”  เด็กสาวใบหน้าแดงเข้มขึ้นเมื่อนึกถึงคำสารภาพรักที่ตัวเองต้องพูด…แต่ใบหน้านั้นก็ซีดสลดลงทันทีเมื่อถึงภาพเมื่อเย็นวานอีกครั้ง…

                “หัวหน้าห้องเป็นคนใจดี…อาจถูกบังคับก็ได้!! เธอคิดว่าเค้าจะเป็นโฮโมงั้นเหรอ?!” 

                “ฉะ…ฉัน”

                “…ผู้ชายด้วยกันนะ มันจะได้อะไรล่ะ? เธอที่เป็นผู้หญิงดีกว่าตั้งเยอะ คริสต์มาสนี้แหละ ชวนมาที่บ้านฉันก็ได้…เข้าใจมั๊ย  เอริตกใจกับท่าทางจริงจังของเพื่อนมาก…เธอไม่รู้เลยว่าภายใต้การคะยั้นคะยอนั้นมาโกโตะคิดอะไรอยู่…

และไม่รู้เลยว่าในกระเป๋าของเพื่อนรักมีผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งซึ่งไม่ได้คืนให้กับเจ้าของอาศัยอยู่ด้วย…

                “จะดีเหรอ? มาโกโตะ…ฉัน”

                “ดีสิ…ต้องดีแน่นอน…หน้าตาเธอก็น่ารัก เรียนก็เก่ง นิสัยก็ดี หัวหน้าห้องไม่เคยทำท่าไม่ดีกับเธอไม่ใช่เหรอ

                “ก็…ก็ใช่อยู่หรอก…แต่สารภาพรักน่ะ…ฉะ..ฉันไม่เคย….”

                “เธอจะทนให้หมอนั่นเกาะติดหัวหน้าไปตลอดงั้นเหรอ? อีกแค่ 2 ปีพวกเราก็จะเรียนจบกันแล้ว มันนานนะแต่ก็เร็วมาก เธอจะปล่อยโอกาสที่จะได้เค้ามางั้นเหรอ?! เอริ”  เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองหน้าเพื่อนที่ปลุกปลอบขวัญกำลังใจของเธอ…พลางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ใบหน้างามราวเทพบุตร คำพูดที่แสนอ่อนโยน ลอยเด่นขึ้นมาในใจ…เธอพยักหน้ารับ…จนมาโกโตะยิ้มออก จากนั้นเด็กสาวทั้งสองก็เริ่มปรึกษากันเพื่อการยื้อแย่งครั้งสำคัญทันที…

*************************************************************************

 

                “มิเนคุระ…นายน่าจะกลับบ้านบ้างนะ”  คาโอรุเอ่ยระหว่างมื้ออาหารเย็นในบ้านตัวเองต่อเด็กหนุ่มผมทองที่คิ้วขมวดทันทีเมื่อได้ยิน…

                “ไล่กันเลยเหรอ

                “เปล่านะ…ฉันแค่คิดว่านายควรจะกลับบ้านไปให้พ่อเห็นบ้าง…นายเองก็เหลือพ่อแค่คนเดียวเองนะ”  อาซาโตะวางตะเกียบลง…

                “ก็เพราะว่าเหลือคนเดียวนี่แหละ…ถึงไม่อยากกลับ”

                “ทำไมล่ะ  อาซาโตะยิ้มเยาะกับคำถามที่ไม่รู้อะไรเลยของอีกฝ่าย…

                “เพราะทนไม่ได้…เวลาที่มองหน้ากัน…”  คาโอรุอึ้งเงียบไปหลายนาทีไม่เข้าใจอีกฝ่าย…แต่นั่นก็เป็นเพราะว่า อาซาโตะไม่เล่าเรื่องราวแต่หนหลังของตัวเองให้ฟังเลย…และเพราะว่าพวกเขาเพิ่งพบกันไม่ถึงปีอีกด้วย…

                “มะรืนนี้วันหยุด…ไปที่ ๆ หนึ่งกับฉันหน่อยนะ”  จู่ ๆ อาซาโตะก็พูดออกมาทำลายความคิดของคาโอรุไปจนหมด…ฝ่ามือร้อนแตะเข้าที่แก้มเนียน…

                “ไปไหนเหรอ

                “เยี่ยมแม่…อยากให้นายไปด้วย”

                “…อืม…ไปสิ”  คาโอรุพยักหน้ารับ หัวใจเต็มตื้นขึ้นมาราวกับได้รับน้ำเพิ่มเติม…ในที่สุดก็ค่อยขยับไปทีละน้อย เข้าใกล้ตัวตนของอีกฝ่ายทีละนิด…’ อยากให้ไปด้วย ‘ เป็นคำพูดที่ทำให้ดีใจเหลือเกิน…หากอาซาโตะนอกจากจะคิดถึงหญิงผู้ให้กำเนิดแล้ว…ยังคิดถึงหญิงสาวที่ไม่ได้พบกันมานานอีกคนหนึ่งด้วย…

*************************************************************************

                               

                หิมะตกปรอย ๆ คล้ายฝน…ต้นไม้ที่ปลูกเพื่อความร่มรื่นในฤดูอื่น…บัดนี้ลำต้นแห้งผากสีน้ำตาลเข้ม ไร้ใบ มีหิมะสีขาวสะอาดเบาบางพักพิงอยู่ตามกิ่งง่าม…หินสีเทาที่เป็นทางเดินเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะและน้ำฝน รวมทั้งป้ายหลุมศพต่าง ๆ บางที่ก็ทำด้วยไม้ บางที่ก็ทำด้วยหิน กำลังถูกฝนหิมะกัดกร่อนอย่างเงียบ ๆ ทำให้บรรยากาศในสุสานแบบขั้นบันไดโบราณที่เป็นระเบียบดูเศร้าสร้อย เงียบสงบลงไปอีก…เด็กหนุ่มทั้งสองอยู่ในร่มคันเดียวกันเดินฝ่าลมและฝนหิมะหนาวเหน็บเข้าสู่สุสาน  พวกเขาเดินผ่านหลายป้ายหลุมศพที่มีญาติของผู้ตายมาเยี่ยมประปรายเพราะอากาศ…

แต่นั่น  ไม่ได้สำคัญอะไรเลยกับสามี และลูกชายคู่หนึ่ง…ที่ต่างมาถึงที่นี่ไม่พร้อมกัน แต่หอบกุหลาบขาวช่อใหญ่มาเหมือนกัน…วันนี้อีกเพียงไม่กี่วันจะถึงคริสต์มาสอันแสนสุขของทุกครอบครัว เป็นวันเสียชีวิตของผู้หญิงที่รักยิ่งของคนหลายคน…

“คุณหนู…”  เลขาคนสวยซึ่งยืนข้างนายเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเด็กหนุ่มทั้งสองเข้ามาถึงหน้าป้ายหินขนาดใหญ่…

ที่สลักถ้อยคำจากใจของสามีและลูกซึ่งสูญเสียผู้ที่หลับไหลอยู่ใต้ผืนดินแห่งนี้…บนป้ายมีตัวอักษรใหญ่  เธอชื่อว่า….มาการ์เร็ต  โรสเวล  มิเนคุระ…

“มิเนคุระซัง…เทราจิมะซัง…สวัสดีครับ”  คาโอรุทักทายชายหนุ่มทั้งสองอย่างมีมารยาท เว้นแต่อาซาโตะที่ไม่ได้สนใจ…เด็กหนุ่มผมทองจ้องมองกุหลาบขาวช่อใหญ่ที่เพิ่งถูกผู้เป็นพ่อวางลงหน้าป้ายหิน…

เขาวางกุหลาบช่อใหญ่ขนาดพอดีกับช่อแรกใกล้ ๆ กัน….และพนมมือเคารพ

“สวัสดี ทาเทวากิคุง…อาซาโตะรบกวนเธอไว้เยอะต้องขอบคุณมากนะ”  หนุ่มใหญ่ยิ้มให้คาโอรุ พลางทักทาย…ส่วนคาคุก็ยิ้มให้เช่นกัน…

“ไม่เป็นไรครับ…คือ…ผมก็อยู่คนเดียว มีคนมาอยู่เป็นเพื่อนก็หายเหงาไปเยอะครับ”

“เอ๊ะ? แล้วพ่อแม่เธอล่ะ อยู่ต่างประเทศเหรอ  อากิระถามอย่างสงสัย…

“เอ่อ…ทั้งสองเสียแล้วครับ…”  ใบหน้าคาโอรุสลดลงเล็กน้อย…

“งั้นเหรอ? ขอโทษด้วยนะ แล้วตอนนี้เธออยู่ยังไงล่ะ  อากิระกำลังจะพูดต่อ  แต่อาซาโตะเข้าขวาง แล้วคว้าไหล่ร่างเล็กไว้พลางส่งดวงตาที่สืบทอดจากแม่มองดูพ่อ…

“อย่าถามซอกแซกได้มั๊ย

“อาซาโตะ…พ่อจะถามเพื่อนลูกแค่นี้ถือว่าซอกแซกเหรอ  อาซาโตะอ้าปากจะโต้เถียง…แต่เจอคาโอรุดึงเสื้อเอาไว้เขาจึงเงียบลง…

“อ้าว…อาซาโตะมี Stopper แล้วเหรอเนี่ย? แบบนี้คุณยายก็ส่งฉันมาเสียเที่ยวน่ะสิ”  เสียงแหลมไม่มากของหญิงสาวดังขึ้นฝ่าเสียงฝนหิมะตกกระทบพื้น…ทำให้ทั้งสี่คนหันไปมอง…

ดวงตาสีน้ำตาลทองเบิกขึ้นเมื่อเห็นร่างระหงในชุดกระโปรงสูทสั้นสีดำสนิท  และเส้นผมสีทองราวกับไหมเนื้อดีสะบัดระไหล่บอบบางในร่มคันกะทัดรัดสีดำ พร้อมช่อกุหลาบขาว 2 ช่อใหญ่ใกล้เข้ามา…หญิงสาวที่ฝังแน่นในความทรงจำอีกคนหนึ่ง…

“ไม่เจอกันนานนะคะ…อากิระ  เทราจิมะซัง…”  เธอหันมาทางเด็กหนุ่มผมทองที่ยังยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน พลางริมฝีปากสี Vanilla Orange ภายใต้ร่มคลี่ยิ้ม…

“โตขึ้นเยอะนะ…อาซาโตะ…”  หญิงสาวเปิดร่มขึ้นทำให้เห็นใบหน้างดงามชัดเจน…ดวงตาสดใสสีเขียวเข้ม…กับเส้นผมสีทองอร่ามยาวตรง  ใบหน้าที่แต้มสีสรรสมวัย 20 กว่า ๆ เรือนร่างระหงบอบบางตามสมัยนิยม…และรองเท้าส้นสูงสีดำขับเรียวขาของเธอให้เพรียวสวยจนสยบหนุ่ม ๆ หลายคนอยู่หมัด…

“นึกว่าจะไม่มาแล้วนะ…เอเล็คตร้า”  อากิระทักทายหญิงสาว  ส่วนคาคุก็คำนับให้อย่างมีมารยาท…แต่อาซาโตะยังยืนนิ่ง…

“ฉันไม่มีวันพลาดวันนี้หรอกค่ะ อากิระ ถึงจะยุ่งแค่ไหนก็ตาม…ฉันน่ะรักมาการ์เร็ตไม่แพ้คุณหรอก”  เอเล็คตร้ายิ้ม…พลางวางช่อกุหลาบขาว 2 ช่อใหญ่ใกล้ ๆ กับอีก 2 ช่อที่ถูกวางไปแล้ว…เป็นประจำทุกปี ที่จะมีช่อกุหลาบ 4 ช่อ วางอยู่หน้าหลุมศพนี้…ดวงตาสีเขียวเข้มจ้องมองอาซาโตะด้วยความเอ็นดูและทดท้อแต่เพียงชั่วครู่แล้วหันไปมองคาโอรุที่ยืนข้าง ๆ

“ฉัน เอเล็คตร้า เป็นลูกพี่ลูกน้องอาซาโตะ…ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ…”  หญิงสาวยื่นมือเรียวขาวและภาษาญี่ปุ่นชัดถ้อยชัดคำให้เด็กหนุ่ม…

“เอ่อ…ทาเทวากิ คาโอรุครับ…เพื่อนของมิเนคุระ ยินดีที่รู้จักคุณเช่นกันครับ”  คาโอรุสัมผัสมือนุ่มนิ่มและหอมกรุ่นด้วยน้ำหอมชั้นดี…พลางถูกรอยยิ้มและดวงตาพิจารณาของหญิงสาวสำรวจเต็มที่…

“น่ารักจัง…ดูสิ ตาโต ๆ สีดำ กับผมสลวยสีดำ…ยังกับตุ๊กตาญี่ปุ่นแน่ะจ๊ะ”  คาโอรุยิ้มเก้อ ๆ เมื่อถูกทักทายราวกับเขาเป็นผู้หญิงแบบนี้…

“อาซาโตะ…จะไม่ทักทายกันบ้างเหรอ? ฉันอุตส่าห์นั่งเครื่องบินมาจากเยอรมันเพื่อวันนี้เชียวนะ”  ดวงตาสีเขียวเข้มที่แฝงแววซุกซนซึ่งหยอกล้อคาโอรุเมื่อครู่…พอหันมาสบกับดวงตาสีน้ำตาลทองของอาซาโตะกลับกลายแฝงไว้ด้วยความหมายลึกซึ้งที่มีเพียงเธอและเด็กหนุ่มเท่านั้นที่เข้าใจ…

คาโอรุสังเกตเห็นดวงตาคู่นั้นแล้วรู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก…แต่ร่างเล็กก็ไม่ได้รู้ความหมายของดวงตาที่จ้องมองกันและกันของทั้งคู่…

                “……….สวัสดี”  เด็กหนุ่มผมทองทักทายอย่างเสียไม่ได้…ฝ่ามือร้อนที่กลายเป็นเย็นชืดเพราะอากาศหนาวหรือเพราะอย่างอื่นนั้น…

ขยับมาประสานกับนิ้วมือเรียวเล็กของคาโอรุพลางกำเข้าหาอีกฝ่ายอย่างแน่นหนาจนรู้สึกเจ็บ…

                “…….”  เอเล็คตร้าเพียงแต่ยิ้ม…แต่ดวงตาสีเขียวเข้มของเธอนั้นกลับเต็มไปด้วยความโหยหาอาดูร…อาซาโตะคล้ายทนไม่ได้กับดวงตาคู่นั้น…

เด็กหนุ่มผมทองดึงแขนเรียวเล็กของคาโอรุให้เดินตามเขาไปอย่างไม่ปราณี…กลับสร้างความสงสัยและกังวลใจเพิ่มขึ้นไม่สิ้นสุด…

 

 

 catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้นะคะ [email protected] เอ่อ...ยังมีคนอ่านกันอยู่มั๊ยคะ (หายไปนานกัวคนอ่านทิ้ง) ^^

Hosted by www.Geocities.ws

1