ตอนที่ 21

“…หมอนั่นมาเรียนด้วยเหรอ

                “เออ…ฉันรู้สึกไม่ชอบเลย”

                “นั่นสิ” 

                เด็กนักเรียนในวิชาเลือกภาษาฝรั่งเศสซึ่งมีไม่มากนักจับกลุ่มคุยกันขณะที่อาจารย์ผู้สอนยังไม่มา…

หัวข้อสนทนาของเด็กหนุ่มเด็กสาวในห้องนี้คือเรื่องของเด็กหนุ่มที่สะดุดตาทั้งสองซึ่งนั่งคุยกันอยู่มุมห้อง…

                “เฮ้อ…ทาเทวากิคุงน่ะน่ารัก(!?)ดีแท้ ๆ …แต่เจ้าผมทองนั่นสิน่ากลัว…”

                “ใช่…ดูแผลนั่นสิไปตีกะใครมาแหง ๆ เลย แถมยังทำหน้า…………..”  ขณะที่กำลังนินทาสนุกปากอยู่นั้น…คำพูดของเด็กสาวต้องชะงักไปเมื่อเห็นใบหน้าของอาซาโตะ…

                “…..ยิ้ม???”

                “หา  ทั้งหมดหันไปมองเป้าหมายทันทีด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ…เด็กหนุ่มผมทอง ลูกชายตระกูลมิเนคุระที่เป็นยากุซ่ามาตั้งแต่รุ่นปู่…ซึ่งชอบทำหน้าไร้อารมณ์กับบึ้งตึงให้เห็น  มาวันนี้เผยรอยยิ้มโดดเด่นอยู่กับคาโอรุผู้มีรอยยิ้มเสมอ ๆ อย่างกลมกลืน…บรรยากาศรอบตัวดูอบอุ่นขึ้นทั่วทั้งห้อง

                “เอ่อ…………”  เด็กหนุ่มในกลุ่มถึงกับพูดอะไรไม่ออก…หากกลุ่มเด็กสาวกลับมีใบหน้าระเรื่อ…

                “…หล่อจัง…เพิ่งเคยเห็น”

                “นั่นสิ…ยิ้มแล้วหน้าตาดีขึ้นเยอะเลย”  พอดีกับที่เอริและมาโกโตะสองเพื่อนซี้เพิ่งเข้าห้องมาพอดี…เอริมองเห็นคาโอรุก่อนโดยที่ไม่ได้สนใจอาซาโตะเลย

…ทว่าเพื่อนของเธอกลับแตกต่าง…มาโกโตะจ้องมองอาซาโตะก่อนเป็นอันดับแรกสายตาเธอเลื่อนจับอยู่ที่ผ้าก็อตปิดรอยช้ำบนแก้มซ้าย

พร้อมล้วงกระเป๋ากระโปรง…

                “ซาซากิ…มาเอดะ..นั่งตรงนี้มั๊ย  คาโอรุเหลือบเห็นเด็กสาวทั้งสองพอดีจึงกวักมือเรียก…

                “จ๊ะ”  เอริยิ้ม…ส่วนมาโกโตะตีหน้าเฉยแต่ก็เดินไปนั่งข้าง ๆ คาโอรุทั้งสองคน…รอยยิ้มบนใบหน้าอาซาโตะลบไปแล้วโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต…

                “เดี๋ยวต้องไปทำงานพิเศษต่อใช่มั๊ยจ๊ะ…เหนื่อยแย่เลยนะทาเทวากิคุง”

                “อ๋อ…ลาออกแล้วล่ะ…ว่าจะหาที่สมัครใหม่…”  คาโอรุยิ้ม…

                “อ้าว! ทำไมล่ะ

                “เออ….ก็หลายอย่างน่ะ”  คาโอรุเลี่ยงจะตอบเพราะจะพัวพันถึงอาซาโตะด้วย…

                “เหรอจ๊ะ”

                “ถ้าไงลองทำที่บ้านฉันมั๊ยหัวหน้า…บ้านฉันเป็นร้านเค้กนะ”  มาโกโตะโพล่งออกมา…โดยดวงตากลมโตของเธอยังเหลือบมองอาซาโตะที่ทำท่าไม่สนใจคำสนทนาของทั้งสามอยู่เป็นระยะ…

                “จริงเหรอ…เอ่อ…ว่าแต่รับ 2 คนได้มั๊ย

                “เอ๋

                “ใครจะทำด้วยเหรอ

                “………..ฉันไม่ชอบร้านเค้ก…”  อาซาโตะพูดผ่ากลางวงพร้อมใบหน้าบึ้งตึง…

                “…นายเหรอที่จะทำด้วยน่ะ…รวยอยู่แล้วทำไมต้องมาทำด้วยล่ะ? ไม่เห็นต้องติดหนึบหัวหน้าขนาดนี้เลย”  มาโกโตะเริ่มวาดลวดลายฝีปากอีกครั้ง…เด็กหนุ่มผมทองหันไปมองเด็กสาวเต็ม ๆ ตาทันที…มาโกโตะผงะไปนิดหน่อยแล้วตั้งท่าเริ่มใหม่…

                “อ๊ะ….อาจารย์มาแล้ว! เอ๊ะ…อาจารย์อามาโนะไปไหนล่ะ  เอริพูดหยุดสงครามที่กำลังจะเริ่ม…พลอยให้คาโอรุโล่งใจไปด้วย…แต่ปัญหาใหม่ก็เข้ามาทันทีเมื่อสายตาทุกคู่หันไปมองอาจารย์

ที่กำลังเดินเข้าห้องเรียนมา…

                “เอ้าทุกคนหยุดสนทนาประสาพวกเธอได้แล้ว! เริ่มเรียนกันเปิดหน้า 53”  น้ำเสียงสูงกระด้างของหญิงกลางคนก้องทั่วห้อง…หากเด็กนักเรียนพากันงุนงง

                “อาจารย์อามาโนะป่วยกะทันหันฉันเลยมาสอนแทน…มัวทำอะไรอยู่เปิดหนังสือเรียนกันได้แล้ว”  อาจารย์ซึซึโมริขยับแว่นตาหนาพลางหรี่ดวงตาจนแทบจะกลายเป็นเส้นตรงสำรวจเครื่องแบบ ทรงผม เด็กนักเรียนอย่างจับผิด เด็กหนุ่มและเด็กสาวไม่ถึง 20 คนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย…บางคนถึงกับครางในลำคออย่างไม่พอใจ…อาจารย์อามาโนะเป็นอาจารย์พิเศษที่เข้ามาสอนเฉพาะวิชาเลือกเท่านั้น

…และเป็นอาจารย์ที่ใจดีทำให้เด็ก ๆ ชอบกันมาก ผิดกับอาจารย์วัยทองท่านนี้ด้วยวัยที่ห่างกับเด็กนักเรียนมากเกินไปและค่อนข้างหัวเก่าทำให้เธอเคร่งครัดระเบียบและสอนโดยการดุว่าอย่างแรง

ทำให้เด็ก ๆ ไม่ชอบเธอเลย…

“แล้วนั่นทำไมนั่งห่างกันขนาดนั้น…พวกที่นั่งข้างหลังน่ะออกมานั่งรวมกับพวกข้างหน้าสิ…ไม่มีใครมาเพิ่มแล้วใช่มั๊ย? ”  กลุ่มของคาโอรุจึงออกมานั่งรวมกับกลุ่มข้างหน้า…อาซาโตะสังเกตเห็นเด็กหนุ่มกับเด็กสาวที่นั่งด้านหน้าและถัดจากเขากระเถิบเก้าอี้ออกห่างจากเขาเล็กน้อย…

                “เอ้า…เริ่มกันซักทีนะ…อาจารย์อามาโนะบอกฉันแล้วว่าเรียนถึงไหนกัน งั้นเริ่มที่การไวยากรณ์ใหม่ ๆ กับคำศัพท์เพิ่มอีก”  อาจารย์ซึซึโมริลงมือเขียนบนกระดานดำ…พลางหยิบสมุดรายชื่อนักเรียนเพื่อเรียกตอบคำถาม…เด็กสาวที่นั่งข้างอาซาโตะกลายเป็นเหยื่อคนแรก…เธอตอบคำถามไม่ได้…

                “คำถามของฉันมันยากตรงไหนกัน?  ถ้าหากเธอหัดกลับไปทบทวนจากที่เรียนไปซะบ้างก็คงไม่ต้องถึงขนาดนี้หรอก…นี่คงจะมัวแต่เที่ยวกับแต่งตัวล่ะสิ…ดูซิ…สีผมนี่มันอะไรแดงแซมเป็นหย่อม ๆ น่ะ…กระโปรงก็สั้นจนนั่งแล้วเห็นถึงไหน ๆ แล้วมั๊ง ยามาดะ”  อาจารย์วัยทองกระทบกระแทกด้วยคำพูดและน้ำเสียงสูงกระด้าง…เด็กนักเรียนต่างอึดอัดไปตาม ๆ กัน…ส่วนเด็กสาวที่ถูกพูดกระแทกใบหน้าของเธอแดงจัด เริ่มมีน้ำตาคลอ…แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังตอบคำถามไม่ได้…อาซาโตะไม่ได้สนใจเธอแต่รู้สึกว่าร่างเล็กข้าง ๆ จ้องมองไปที่เด็กสาวด้วยสายตาที่อยากจะช่วยเหลือ…เด็กหนุ่มผมทองถอนใจเฮือกใหญ่…เขียนคำตอบลงในสมุด…

                “กึก ๆ “  ในขณะอาจารย์หันไปต่อว่านักเรียนคนอื่นต่อ…อาซาโตะใช้ปากกาเคาะสมุดเด็กสาวให้เธอสนใจ…พลางชี้คำตอบที่เขียนในสมุดตัวเองให้เธอดู…เด็กสาวทำหน้าไม่เชื่อ ดวงตาเรียวของเธอมองสมุดและใบหน้าของอาซาโตะอย่างหวาด ๆ …อาซาโตะจึงหมุนสมุดกลับ…หากเด็กสาวกลับกลั้นใจ…พูดคำตอบออกไป…

                “ถูกต้อง…นึกว่าจะคิดนานกว่านี้นั่งลงได้”  อาจารย์ซึซึโมริขยับแว่นอย่างไม่เชื่อสายตาแต่ก็ไม่ได้สนใจเด็กสาวต่อ เพราะเธอกำลังระรานเด็กนักเรียนคนอื่น…ดวงตารีแทบเป็นเส้นเดียวภายใต้แว่นหนาของเธอจ้องมองอาซาโตะเป็นระยะ ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร…เด็กหนุ่มผมทองแค่นหัวเราะในใจ…ไม่ว่าจะมองมุมไหนไม่ว่าสีผมหรือต่างหูก็คงจะขัดใจอาจารย์เจ้าระเบียบท่านนี้เป็นที่สุด…

แต่เหตุผลที่เธอไม่ตอแยเด็กหนุ่มก็คงเป็นเพราะนามสกุลที่เขาใช้อยู่นั่นเอง เด็กสาวเมื่อนั่งเรียบร้อยหันไปหาอาซาโตะอีกครั้งแต่เขาไม่ได้สนใจเธออีก…

                “…อืม…อ้อ…มิเนคุระ…อ่านReading ตรงนี้ซิ”  อาจารย์ซึซึโมริดูเหมือนจะหาเรื่องเล่นงานอาซาโตะได้แล้ว…ท่ามกลางสายตาของทุกคนเพราะรู้ดีว่าอาซาโตะไม่ได้เรียนในเทอมแรกเลย

ขนาดพวกเขาที่เรียนมาแล้วยังไม่มั่นใจว่าจะอ่านได้ถูกต้องทั้งหมด…แล้วอย่างคนที่เพิ่งมาเรียนแค่ไม่กี่วัน…

คาโอรุมองตามร่างที่ลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มอ่านอย่างจดจ่อ…

*************************************************************************

                “มิเนคุระ…นายเก่งมากเลย”  คาโอรุพูดชมหลังจากที่เลิกเรียนวิชาเลือกนี้แล้ว…

                “งั้นเหรอ

                “อื้ม…สุดยอด…สำเนียงเพราะกว่าอาจารย์ซะอีก…”  ร่างเล็กกระตือรือล้นชื่นชมไม่หยุด…อาซาโตะสามารถอ่านและตอบคำถามที่อาจารย์เจ้าระเบียบถามได้ทั้งหมด…

ท่ามกลางความกระตือรือล้นสงสัยของทุกคน…

                “อ๊ะ…เอ่อ…มิเนคุระคุง”  น้ำเสียงต่ำเล็กน้อยดังขึ้นด้านหลังเด็กหนุ่มทั้งสอง…เด็กสาวที่อาซาโตะช่วยเธอไปในชั่วโมงเรียนนั่นเอง…

เธอมาพร้อมกับเพื่อนสาวอีกหลายคน…

                “…มะ…เมื่อกี้ที่ช่วย…ขะ…ขอบคุณค่ะ”  เด็กสาวโค้งต่ำ…แต่อาซาโตะไม่ได้สนใจมากนัก…

                “….อือ…”  เด็กหนุ่มผมทองตอบแล้วโอบไหล่คาโอรุเดินไปทันที…

                “หรือว่าคำตอบเมื่อกี้นายบอกเธอ  คาโอรุถามทันทีที่ถึงห้องเรียนเพื่อมาเก็บกระเป๋ากลับบ้าน…

                “ก็ใช่…เห็นนายอยากบอกคำตอบเค้าใจจะขาดนี่”  ร่างเล็กยิ้ม…

                “ความจริงฉันไม่รู้คำตอบหรอกนะ…แต่ก็ดีแล้วที่นายช่างสังเกตแล้วก็เก่งภาษาขนาดนี้ถึงช่วยเธอได้”                “อืม”

                “นี่…แล้วเรียนภาษาฝรั่งเศสมาจากไหนเหรอ

                “…แม่ฉันเอง”

                “หืม

                “แม่ฉันเป็นคนเยอรมัน..พูดได้หลายภาษา ก็เลยสอนฉันตั้งแต่เล็ก ๆ “  อาซาโตะเก็บของไปเล่าไปแต่ต้องหยุดชะงักเมื่อร่างเล็กเข้ามาใกล้…พร้อมรอยยิ้ม

                “อะไร

                “เป็นครั้งแรกที่นายเล่าเรื่องแม่ออกมา…ดีใจน่ะ”  อาซาโตะมองใบหน้าสวยที่เปื้อนยิ้มพลางรู้สึกชุ่มชื่นใจ…ฝ่ามือร้อนแตะไล้ใบหน้าสวย…

หวนนึกถึงรอยยิ้มวิเศษที่หญิงสาวผมทองมอบให้เมื่ออดีต…เป็นรอยยิ้มที่มีค่าและอบอุ่นเช่นเดียวกัน…

                “อืม…”  อาซาโตะรับคำ…

*************************************************************************

                “ฮือ….ฮือ…”  เสียงเล็กของเด็กผู้ชายตัวน้อย ๆ กำลังปาดน้ำตาที่ไหลเป็นทางท่ามกลางความมืดมิด…

                “ป๊ะป๋า….มาม้า….ฮือ…อยู่ไหนผมกลัว….ฮือ…ฮึก”  เด็กน้อยสะอื้นฮักเป็นระยะ…

                “อาซาโตะ…อาซาโตะ…ลูก”  พลันน้ำเสียงหวานอ่อนโยนของผู้ให้กำเนิดดังขึ้นด้านหลัง…ท่ามกลางความมืดที่มองไม่เห็นสิ่งใด…

เรือนไหมสีทองอร่ามสะท้อนแสงรางเลือนของจันทราพลิ้วราวระลอกคลื่นอยู่ใกล้ ๆ

                “มะ….มาม้า….!!”  มือน้อย ๆ เต็มไปด้วยบาดแผลยื่นไขว่คว้าจนสัมผัสกับมือที่ใหญ่กว่าทว่าอบอุ่นและนิ่มเนียน…ร่างเล็กถูกดึงสู่อ้อมอกอุ่นของผู้เป็นแม่…

                “ไม่เป็นไรแล้วจ๊ะลูก….มาม้าอยู่นี่จ๊ะ”  ฝ่ามือนุ่มลูบศีรษะของลูกชายคนเดียวอย่างรักใคร่และห่วงใย…

                “มาม้า….ฮือ…ผมกลัว…” 

                “จ๊ะ…มาม้าอยู่นี่แล้วไม่มีอะไรแล้วนะจ๊ะ…เดี๋ยวป๊ะป๋าก็จะมารับพวกเราเอง”  น้ำเสียงหวานอ่อนโยนหากกระท่อนกระแท่นด้วยความเหนื่อยอ่อนและเจ็บปวด หากยังแข็งใจโอบกอดลูกน้อยเอาไว้…อาซาโตะตัวน้อยรู้สึกปลอดภัยขึ้น…

                “!!ปัง!!”

                “…………!!มาม้า!!!…..!!”  เรือนผมสีทองอร่ามสะท้อนแสงอาทิตย์จนแสบตา…สีแดงที่ย้อมใบหน้าเด็กน้อยจนแดงฉาน…ปลุกดวงตาสีน้ำตาลทองโพลงขึ้นในความมืด…

                “แฮ่ก….แฮ่ก”  อาซาโตะลุกขึ้นนั่งเหงื่อโซมกายบนเตียงภายในห้องนอนที่บ้านคาโอรุ…

                “มิเนคุระ…เป็นอะไรรึเปล่า  ร่างเล็กเปิดประตูเข้ามาอย่างรีบร้อน…เด็กหนุ่มผมทองสลัดศีรษะครู่หนึ่งพลางปาดเหงื่อที่ท่วมตัว…

                “เปล่า…ฝันร้ายน่ะ”

                “งะ…งั้นเหรอ  อาซาโตะมองใบหน้าห่วงใยของร่างเล็กพลางรู้สึกชุ่มชื่นใจ…

                “ไม่เป็นไรหรอก…ว่าแต่นายยังไม่นอนอีกเหรอ  คาโอรุสะดุ้งเล็กน้อยพลางหลบสายตา…

                “อะ…อืม…คือ….”

                “…นายก็ฝันร้ายเหมือนกันสินะ…”  ดวงตาสีน้ำตาลทองหรี่ลง…ร่างเล็กพยักหน้าแทนคำตอบ…

                “…งั้น…มานี่สิ”  ฝ่ามือร้อนยื่นออกไป นิ้วมือเล็กเรียวลังเลครู่หนึ่งก็แตะลงบนฝ่ามือนั้น…อาซาโตะรวบร่างเล็กลงบนเตียง…พลางก้มลงสัมผัสริมฝีปากนิ่มและผิวแก้มเนียนแดงเรื่อ…

                “…นอนเถอะ…”  เด็กหนุ่มผมทองผละออก หากดึงร่างเล็กเข้ามาหา…คาโอรุขืนตัวเพียงนิดแล้วหย่อนศีรษะลงใกล้ ๆ แผ่นอกอุ่น…ความเงียบแผ่กระจายครู่หนึ่ง

                “………….มิเนคุระ”

                “หือม์”

                “เอ่อ….ทะ…ทำไม…นายถึง…จูบฉัน”  คิ้วเรียวหนาสีเดียวกับเส้นผมเลิกขึ้น…ก้มลงมองร่างเล็กที่มองไม่เห็นใบหน้าเพราะซุกอยู่กับอกตัวเอง…

                “ฉัน…ชอบนาย…เคยบอกแล้วไง”  ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อย…แต่ก็เงียบไปครู่หนึ่ง

                “แค่นั้นเหรอ

                “แค่นั้นสิ…ทำไม

                “ปะ….เปล่า….นอนเถอะ”  คาโอรุตัดบทเอาดื้อ ๆ พลางซุกตัวในวงแขนอีกฝ่ายเงียบ ๆ ปล่อยความไม่เข้าใจกับอาซาโตะไว้…หากเด็กหนุ่มผมทองก็รู้สึกง่วงเสียจนไม่ได้คิดเรื่องนี้ต่อ…

*************************************************************************

                “ทาเทวากิคุง…ยังไม่กลับเหรอจ๊ะ”  เอริเอ่ยขึ้นเมื่องานที่เธอทำร่วมกับคาโอรุเสร็จเรียบร้อยแล้ว…แต่ไม่เห็นเด็กหนุ่มเก็บของเหมือนอย่างที่เธอเก็บเพื่อกลับบ้าน…

                “อืม…รอมิเนคุระน่ะ อาจารย์เรียกไปตั้งแต่หมดชั่วโมงสุดท้ายแล้วนะ”  ความไม่พอใจแล่นจากปลายเท้าสู่หัวใจ…หากเด็กสาวยังรักษาสีหน้าเอาไว้ได้…

                “เหรอ”

                “ซาซากิรีบกลับดีกว่านะ…เด็กผู้หญิงกลับมืด ๆ ไม่ค่อยดี มันอันตราย”  คาโอรุมองออกนอกหน้าต่าง แสงสนธยาเป็นสีส้มเข้ม…เด็กสาวยิ้มเจื่อน

                “เป็นผู้หญิงนี่ไม่ดีเลยเนอะ”  เธอรำพึงออกมาโดยที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่อยากเชื่อว่าจะพูดออกมาได้…

                “ทำไมล่ะ”

                “ก็….กลับดึกก็ไม่ได้…พ่อแม่ก็คอยห้ามทำนั่นทำนี่…อยู่กับบ้านไม่ค่อยได้ออกไปไหนน่าเบื่อจะตาย”  คาโอรุมองเด็กสาวเพื่อนร่วมชั้นพลางยิ้ม…

                “เป็นผู้หญิงดีออกนะ…ได้รับความเอาใจใส่ดูแลจากคนรอบข้าง…พ่อแม่ก็เป็นห่วงเป็นใย ถึงจะเข้มงวดไปหน่อยแต่ก็เพราะน่ารักนั่นแหละ”  ใบหน้าของเอริแดงเข้มขึ้นทันที…

                “เอ่อ…น่ารัก…เหรอ

                “อืม…น่ารักน่ะสิ…ถึงทำตัวเอาแต่ใจแค่ไหนก็มีคนอภัยให้อยู่ดี”  คาโอรุพูดอย่างไม่มีเรื่องราวใด…

                “งั้นเหรอจ๊ะ…”

                “ซาซากิ…จะกลับรึยังรอกลับพร้อมกันมั๊ย

                “อ๊ะ…เอ่อ…ฉันกลับเลยดีกว่า..ก็ทาเทวากิคุงบอกว่ากลับดึกไม่ดีนี่นะ”  เด็กสาวยิ้มพลางคว้ากระเป๋าออกจากประตูห้องเรียนไป…ส่วนคาโอรุก็หยิบหนังสือออกมาเล่มหนึ่งอ่านฆ่าเวลารออาซาโตะ…

*************************************************************************

                ไม่นานนักหลังจากเอริกลับเด็กหนุ่มผมทองก็ออกจากห้องพักครูตรงกลับมาที่ห้องเรียน…เมื่อเปิดประตูห้องเรียนเข้าไปก็เห็นร่างเล็กฟุ่บหลับกับโต๊ะ…

                อาซาโตะก้าวเข้าห้อง พลางลากเก้าอี้มานั่งใกล้ ๆ อย่างระมัดระวังกลัวว่าคนตรงหน้าจะตื่นขึ้นมา…ทั้ง ๆ ที่ต้องกลับบ้านกันแล้วแต่เด็กหนุ่มก็อยากจะมองอีกฝ่ายต่อไปอย่างนี้…แสงอาทิตย์ที่ใกล้ลาลับต้องผมสีอ่อนให้เข้มขึ้นนิดหน่อย…

ใบหน้าขาวหวานกลายเป็นสีส้มจาง ๆ ดวงตาสีดำสนิทสุกใสขณะนี้ถูกบดบังอยู่หลังเปลือกและขนตายาว…อาซาโตะเอื้อมมือสัมผัสผมสีอ่อนเส้นเล็กนุ่มมือแผ่วเบา…พลางก้มจูบกลุ่มผมนิ่มอย่างอ่อนโยน…

หากซาซากิ เอริยังไม่ได้กลับบ้าน…ความจริงเธอแอบรอคาโอรุอยู่หน้าประตูโรงเรียนเมื่อเห็นว่านานมากแล้วเธอจึงกลับเข้ามาที่ห้องเรียนอีกครั้ง…

เด็กสาวครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาจึงตัดสินใจกลับเข้ามาเพียงเพราะต้องการอยู่กับคนที่เธอชอบนานอีกหน่อย…ดังนั้นเธอจึงเห็นสิ่งที่อาซาโตะกำลังทำอยู่…

                “อืม…”  คาโอรุงัวเงียตื่นอย่างช้า ๆ พลางหันไปเห็นใบหน้าของอาซาโตะอยู่ห่างไม่ถึงคืบ…ใบหน้าน่ารักแดงขึ้น…

                “คุยกับอาจารย์เสร็จแล้วเหรอ   

                “อืม”

                “งั้นกลับกัน”  คาโอรุหันไปเก็บของ…โดยที่อาซาโตะเพิ่งสังเกตุเห็นกระเป๋านักเรียนส่วนที่ปักชื่อเอาไว้ ซึ่งโผล่ออกมาเกือบครึ่งนอกประตู ชื่อนั้นอ่านได้ว่า ซาซากิ…ดวงตาสีน้ำตาลทองแสดงความไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที…ฝ่ามือร้อนคว้าลำแขนเล็กกระชากเข้าหาตัวทันที…

                “อะไร?!!  อื้อ….”  ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เข้าใจและตกใจ…หากเรียวลิ้นฉ่ำร้อนที่แตะต้องทั่วริมฝีปากกลับทำให้ทุกอย่างเงียบหาย…

เด็กสาวเอะใจรู้สึกเย็นวาบที่สันหลังพลางต้องมองเข้าไปในห้อง…

                “คาโอรุ….”

                “อือ…อืม….”  เรียวแขนขาวโอบกอดแผ่นหลังอีกฝ่ายอย่างลืมตัว…พลางขยุ้มเสื้อเอาไว้แทบไม่มีเรี่ยวแรงจะยืนเองให้มั่น…

เอริแทบไม่เชื่อสายตากับภาพที่เกิดขึ้น…เธอยืนนิ่งราวกับประติมากรรมน้ำแข็ง…อาซาโตะละสายตาจากร่างเล็กขณะที่ริมฝีปากก็ยังคลอเคลียอีกฝ่ายอย่างไม่รู้จักพอ…

จ้องมองเด็กสาวอย่างท้าทาย…

                “ฮึ….!”  ใบหน้าอ่อนโยนของเด็กสาวแดงเข้มขึ้นด้วยอารมณ์โกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน…ริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยลิปมันสีอ่อนขบเม้มกันจนแน่นและสั่นระริก…

เธอสู้สายตาที่แสดงความเป็นเจ้าของเด็กหนุ่มที่เธอชอบอย่างเอาเป็นเอาตาย…พลาง…หยาดน้ำตาก็หลั่งรินจากดวงตากลมโต…

เอริผลุนผลันออกไปทันทีโดยที่เด็กหนุ่มผมทองที่กลายเป็นคนที่เธอเกลียดชังที่สุดในโลกยังกอดเด็กหนุ่มที่เธอชอบเอาไว้อย่างไม่มีเรื่องราวใด…

 

 catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้นะคะ [email protected] เอ่อ...ยังมีคนอ่านกันอยู่มั๊ยคะ (หายไปนานกัวคนอ่านทิ้ง) ^^

Hosted by www.Geocities.ws

1