
ตอนที่ 19
ยินดีต้อนรับกลับครับคุณหนู คาคุยิ้มรับเจ้านายน้อยที่เพิ่งก้าวเข้ามาถึงห้องโถงในบ้าน
กลับมาแล้ว อาซาโตะตอบรับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย แต่นั่นก็ทำให้คาคุพอใจเพราะเมื่อก่อนจะเดินผ่านไปเลยด้วยซ้ำ
กลับมาเหนื่อย ๆ คงจะหิวแล้วสินะครับ แมรี่ซังกำลังเสริฟ์ของว่างให้นายท่านที่สวนพอดีครับ ถ้ายังไงคุณหนู เลขาฯ คนสวยเริ่มชักชวนทันที แต่ยังไม่ทันจบประโยคเด็กหนุ่มก็พูดขัดขึ้นมาก่อน
เขาอยู่บ้านด้วยเหรอ? แม้จะแสดงความสนใจอยู่บ้างเมื่อผู้เป็นพ่อที่แสนจะมีงานรัดตัวกลับอยู่บ้านในตอนเย็นซึ่งเป็นเวลาที่จะต้องออกไปตรวจตราผับ และร้านเหล้าต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าของ แต่น้ำเสียงของเด็กหนุ่มก็ยังคงแข็งขืน
เอ่อ นายท่านมีเรื่องอยากคุยกับคุณหนูน่ะครับ เชิญครับ.. คาคุยิ้มและเดินนำเจ้านายน้อยตรงไปที่สวน
แมรี่ซัง ชาวันนี้หอมมากเลยนะ หนุ่มใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวฟ้าสบาย ๆ นั่งจิบน้ำชาที่แม่บ้านเก่าแก่รินให้อย่างอารมณ์ดีในเรือนไม้กลางสวนซึ่งรายล้อมด้วย มาการ์เร็ต .
นายท่านงานยุ่งไม่ค่อยจะมีเวลา ดิฉันก็เลยชงชาจัสมินมาให้น่ะค่ะ หอมชื่นใจผ่อนคลายกล้ามเนื้อดีใช่มั๊ยคะ? น้ำเสียงอ่อนโยนของหญิงในวัยทองเอ่ยตอบอย่างใส่ใจ พลางหันไปหยิบจานคุกกี้มาวางบนโต๊ะ
อืม ดีมากเลยล่ะแมรี่ซัง เสียดายที่มองไปทางไหนก็มีแต่หิมะ มาการ์เร็ตก็เลยไม่บานให้เห็น น่าจะทำเรือนกระจกเอาไว้จริง ๆ นะ ชายหนุ่มยิ้มพลางถอนใจ .เมื่อมองไปรอบ ๆ สวนเห็นแต่เพียงต้นไม้ไร้ใบ ที่ถูกกองสุมด้วยหิมะสีขาว
แต่ถูกคัดค้านใช่มั๊ยล่ะคะ อีกอย่างในห้องของท่านก็มีมาการ์เร็ตอยู่ แล้ว นั่นก็คือสิ่งล้ำค่าที่
มาการ์เร็ตอุตส่าห์ปกป้องไว้ให้ท่านค่ะ หญิงรับใช้ยิ้ม พลางมองไปที่เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทองที่ถอดแบบจากหญิงสาวอันเป็นที่รักของคนทั้งสอง
คาคุบอกว่าคุณมีเรื่องจะคุย
อืม ใช่ นั่งสิ จิบชาไปคุยไปดีกว่า
ทั้งคาคุและแมรี่ต่างก็ลุ้นดูปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มอย่างใจจดจ่อ แม้ผู้เป็นพ่อจะรู้สึกเช่นเดียวกับคนทั้งสองแต่สีหน้าก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เด็กหนุ่มผมทองยืนอยู่ครู่หนึ่งแต่ราวกับยาวนานจนผู้ใหญ่ทั้งสามแทบทนไม่ไหว
.เดี๋ยวผมมีธุระ ถ้ายังไงก็ขอสั้น ๆ
อาซาโตะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับพ่อ คาคุและแมรี่ต่างก็ยิ้มอย่างยินดีเป็นที่สุด เพราะนี่ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เด็กหนุ่มยอมรับฟังอย่างเรียบร้อย
ชาหอมกรุ่นร้อนกำลังดีในถ้วยใบสวยถูกวางบนโต๊ะตรงหน้าอาซาโตะ
ชาแอ๊ปเปิ้ลที่คุณหนูชอบค่ะ แล้วก็คุกกี้แสนอร่อย ทานเยอะ ๆ นะคะ หญิงรับใช้ยิ้ม พลางเดินห่างออกไปพร้อมกับคาคุเพื่อเปิดโอกาสให้ 2 พ่อลูกได้คุยกันดี ๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
หมู่นี้ มีโทรศัพท์จาก มิสซิสชไนเดอร์บ้างมั๊ย? อากิระเปิดการสนทนาในขณะที่ลูกชายกำลังยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ
ครับ
เธอว่ายังไงบ้าง?
ส่วนมากก็เรื่องเดิมครับ
มิสซิสชไนเดอร์เร่งรัดมาทางพ่อ บอกว่าเตรียมเรื่องทางโน้นไว้เรียบร้อยแล้ว
ผมยังไม่พร้อม เลยตอบปฏิเสธเธอไปแล้ว สีหน้าของผู้เป็นพ่อแช่มชื่นขึ้น แต่ก็กลับสลดลงอีกเมื่อได้ยินประโยคต่อไป
แต่ผมก็ยังไม่ต้องการเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ
.งั้นเหรอ? อืม นั่นสิ อากิระค่อนข้างผิดหวัง แม้จะคาดเดาได้ว่าหลังจากเสียแม่ไปแล้วลูกชายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่คนนี้เกลียดตัวเองเพียงไหน แต่ก็ยังอดหวังลึก ๆ ไม่ได้ว่าซักวันคงจะเข้ากันได้ เหมือนกับช่วงที่อยู่กันพร้อมหน้าทั้ง 3 คน
อาซาโตะ ถ้าตอนนั้นพ่อไม่เลือกซะ แกคงไม่เป็นอย่างนี้ใช่มั๊ย?
ดวงตาสีน้ำตาลทองเบิกกว้าง จ้องมองผู้เป็นพ่อราวกับโลกทั้งใบกำลังล่มสลาย รีบเร่งลุกออกไปจากโต๊ะโดยไม่หันมามองอีกเลย
คุณหนู?! เด็กหนุ่มวิ่งออกมาถึงห้องโถง แม้จะชนเข้ากับคาคุแต่ก็ไม่ได้หันกลับมา ชายหนุ่มรู้สึกร้อนใจวิ่งตามไป
อย่ามายุ่งกับฉัน!!! อาซาโตะสะบัดแขนจากมือเรียว มุ่งตรงไปนอกบ้าน
คุณหนู!
ฉันจะค้างข้างนอก!! อย่าตามมานะ!!! น้ำเสียงทุ้มเข้มคล้ายกับผู้เป็นพ่อ เปล่งออกมาอย่างเกรี้ยวกราดจนชายหนุ่มต้องหยุดชะงักปล่อยให้อาซาโตะออกไปข้างนอก
ท่านครับ!! ทำไม? คาคุเดินตัดสวนเข้าไปหาอากิระอย่างเร่งร้อน ในใจมีเพียงคำถามและความโกรธขึ้ง
ช่างเถอะคาคุ
แต่คุณหนู!! ทำไมครับทั้งที่มีโอกาสได้คุยกัน คุณหนูอุตส่าห์อ่อนลงบ้างแล้วแท้ ๆ !!
!!เงียบเถอะ!! น้ำเสียงเข้มตวาดดัง จนเลขาหนุ่มต้องเงียบเสียง ใบหน้าสวยสลดลงอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกถึงขอบตาที่ร้อนผ่าว
ขอโทษครับ
เมื่อเห็นใบหน้างามมีสีหน้าไม่สู้ดี ความโกรธหงุดหงิดจึงเบาบางลง นิ้วมือกร้านใหญ่ค่อย ๆ ดึงมือเรียวเข้ามาใกล้
ขอโทษที่เสียงดัง ฉันผิดเอง คาคุส่ายหน้าช้า ๆ พร้อมกับคุกเข่าลง
ผมต่างหากครับ ทั้งที่ท่านก็เสียใจแท้ ๆ ผมกลับใส่อารมณ์กับท่านได้
อืม
อากิระโอบเอวบางเข้ามาใกล้ สูดกลิ่นหอมจากเส้นผมหนานุ่ม นาน ใบหน้าของคาคุเป็นสีแดงเรื่อ
เด็กคนนั้น บอกรึเปล่าว่าจะไปไหน?
เปล่าครับ บอกแค่จะค้างข้างนอก บางทีอาจจะไปหาทาเทวากิคุงก็ได้
ทาเทวากิ? อ๋อ เด็กคนนั้นเอง แน่ใจเหรอ?
ก็ คุณหนูไม่ได้สนิทกับใครอีกแล้วนี่ครับ
..งั้นเหรอ อากิระถอนหายใจ คำพูดของคาคุทิ่มแทงใจอย่างประหลาด
ให้ไปรับกลับมั๊ยครับ
พรุ่งนี้ก็ได้ ตอนนี้เด็กคนนั้นคงไม่อยากเห็นหน้าฉันหรอก อากิระยิ้มฝืน ๆ ทำให้ในหัวใจของเลขาหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย
ครับ ตามนั้นครับ อากิระซัง เรียวแขนบอบบางสวมกอดแนบชิดอีกฝ่ายคล้ายจะปลอบใจ
*************************************************************************
อากาศเย็นลงกว่าเวลากลางวันมาก คาโอรุออกจากที่ทำงานพิเศษเสียเมื่อเวลาที่มองไม่เห็นดวงอาทิตย์อีกต่อไป ท้องฟ้าที่ควรจะเป็นสีซีเปียอ่อนกลับกลายเป็นสีเทาเข้มดูขมุกขมัว จนในที่สุดสิ่งที่ตกลงมาจากฟากฟ้าก็กลายเป็นฝนมากกว่าที่จะเป็นหิมะ เด็กหนุ่มลงจากรถไฟรีบเร่งย่ำไปตามพื้นที่มีน้ำเจิ่งนองเพื่อไปให้ถึงบ้าน แต่ก็ชะงักเล็กน้อยกับเงาใครคนหนึ่งที่หน้าประตูบ้านของเขา ดวงตาสีดำสนิทหรี่ลงท่ามกลางแสงไฟสลัวเมื่อเห็นชัดเจนว่าเป็นใครแล้ว ใบหน้าเรียบเฉยก็กลายเป็นขุ่นข้อง
นายมาทำอะไรที่นี่? คาโอรุกระแทกเสียงคำสุดท้าย เห็นได้ชัดว่ายังโกรธอยู่
ค้างที่นี่ได้มั๊ย?
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงเครือแหบก็ออกมาจากปากที่หนาวสั่นและซีดขาว คาโอรุสูดลมหายใจเข้าแรงและเริ่มสังเกตเห็นว่าอาซาโตะเปียกโชกมากกว่าเขาไปทั้งตัว ร่างเล็กตรงไปที่ประตูและเปิดออก
เข้ามาสิ
อาซาโตะเดินตามคำเชิญเข้าไปในบ้าน โดยที่ภายนอกฝนยังคงตกกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา และได้ยินเสียงฟ้าร้องอยู่ใกล้ ๆ
*************************************************************************
หยาดฝนเม็ดโตยังคงตกกระทบหน้าต่างเสียงดังอยู่หลังจากที่คาโอรุชำระร่างกายและสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ท้องฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงกัมปนาทที่ราวกับจะแยกผืนดินออกจากกันก็ดังขึ้นใกล้ ๆ นิ้วเรียวเล็กกระตุกเล็กน้อย และคาโอรุก็นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้นำชุดนอนไปให้อาซาโตะที่อาบน้ำอยู่ข้างล่าง
!!!เปรี้ยง!!!
ทุกสิ่งทุกอย่างดับวูบลงราวกับสายฟ้าได้ดูดแสงสว่างกลับไปด้วย คาโอรุคลายมือที่ปิดหูตัวเองออก พลางมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดหวั่น แม้จะรู้ว่าอาซาโตะอยู่ข้างล่าง แม้จะรู้ว่าที่นี่คือบ้านของตัวเอง แต่ความดำมืดที่ไม่อาจมองอะไรเห็นนี้ก็ทำให้ควาทรงจำเลวร้ายหวนกลับมาอีกครั้ง ภายในราตรีที่แสงจันทร์ก็ไม่อาจส่องถึง ร่างเล็กทรุดตัวลงกับพื้น
อะ
น้ำเสียงขาดหาย ลำคอแห้งผากและริมฝีปากบางเผยอหอบอย่างอ่อนแรง พลางควานหาสิ่งยึดเหนี่ยว แต่ไม่สามารถคว้าจับอะไรได้ในความมืด บาดแผลที่หลังปวดแปลบ ในโสตประสาทอื้ออึงด้วยเสียงหวีดหวิว เหงื่อเยียบเย็นไหลออกมาตามใบหน้าและลำคอ ร่างเล็กห่อตัวแน่น ไม่ได้ยินแม้เสียงเปิดประตูของอาซาโตะ
!! คาโอรุ !! ฝ่ามือร้อนที่ยังคงอุณหภูมิเช่นนี้ไว้เสมอ ราวกับเขาไม่ได้ซึมซับความหนาวเย็นจากเม็ดฝนแม้แต่น้อย เข้าโอบอุ้มร่างเล็กที่สั่นเทาอยู่บนพื้นมาวางบนเตียง ดวงตาสีดำสนิทเปิดขึ้นช้า ๆ เมื่อรู้สึกถึงหยดน้ำที่กระเซ็นถูกใบหน้า สายฟ้าฟาดผ่าลงมาอีกครั้งเกิดแสงสว่างวาบ คาโอรุมองเห็นต่างหูสีทองกับใบหน้าคมชัดเจน
เป็นอะไรรึเปล่า? น้ำเสียงทุ้มดูเป็นห่วงเอ่ยขึ้นขณะที่ใช้ฝ่ามือปาดเหงื่อและเส้นผมที่ปรกตามใบหน้าสวย
ทะ ทำไม นาย ? แม้จะรู้สึกถึงความอบอุ่นของคนอีกคนท่ามกลางความมืด แต่น้ำเสียงของคาโอรุก็กลับเปล่งออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น
ฉันนึกขึ้นได้ว่านายกลัวความมืด เมื่อตอนที่โดนจับขังในโกดังนั่นนายก็เป็นอย่างนี้
มือเรียวเล็กของคาโอรุเริ่มบังคับได้แล้วแตะลงที่ไหล่เปียกน้ำของอีกฝ่าย พลางยิ้มขัน รู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
โทษทีนะที่ให้นายมาทั้ง ๆ สภาพแบบนี้น่ะ อาซาโตะไม่ได้สวมเสื้อผ้า มีเพียงผ้าเช็ดตัวที่พันปกปิดส่วนล่างไว้เท่านั้น
อ๊ะ เออจริงสิ นายเลยพลอยเปียกไปด้วยเลย
อาซาโตะคลายอ้อมแขนเกือบจะผละออก แต่คาโอรุยึดแขนเขาเอาไว้แน่น
ช่างมันเถอะ ช่างมัน ศีรษะเล็กซบกับแผ่นอกค่อนข้างหนาของอีกฝ่าย และหลับตาลง
.ทำไม นายกลัวขนาดนี้ล่ะ?
ดวงตาสีดำสนิทลืมขึ้น ใบหน้าสวยถูกฝ่ามือร้อนบังคับให้เงยขึ้นสบ
เขาเคยขังฉันน่ะ
อะไรนะ?
คน ๆ นั้นเคยขังฉันเอาไว้ ในโรงเก็บของของบ้านใหญ่ เขาตีฉันเป็นครั้งแรก แล้วจับฉันขังเอาไว้ ในนั้นมืดมาก ฉันรู้สึกร่างกายเย็นลงเรื่อย ๆ บางทีอาจเพราะเลือดมันไหลออกมาจากปากแผลแหละมั๊ง ถ้าหากแม่กับมาซาโกะไม่แอบเข้ามาทำแผลกับเอาข้าวมาให้ล่ะก็ ฉันอาจจะตายไปแล้วก็ได้
คาโอรุเล่าด้วยน้ำเสียงเสมอกัน จนแม้แต่ตัวเองก็ยังแปลกใจที่สามารถพร่างพรูประสบการณ์ที่หวาดกลัว และเจ็บปวดออกมาราวกับเป็นนิทานก่อนนอน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาพยายามหนีมันมาตลอด
ทำไม? คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ
หลังจากเสร็จงานศพพ่อ เขาใช้ให้แม่ออกไปข้างนอกแล้วจู่ ๆ เขาก็กระหน่ำตีฉัน ตีฉัน พร้อมกับด่าว่า แล้วก็ร้องไห้ เสร็จแล้วก็ลากฉันไปขังไว้ 3 วัน เด็กอายุแค่ 7 ขวบจะเข้าใจอะไรล่ะ? ฉันจำได้ว่าในสมองของฉันมึนไปหมด ไม่เข้าใจ กลัวและเจ็บแผลมาก ๆ ไม่รู้เลยว่ากลางคืนหรือกลางวัน ยังกะคนตาบอดแน่ะ ดวงตาสีน้ำตาลทองหรี่ลง นิ้วมือใหญ่คอยปัดปอยผมไปมาราวกับจะปลอบใจ
ตั้งแต่นั้น ฉันก็ทนอยู่ในที่มืด ๆ แคบ ๆ ไม่ค่อยจะได้น่ะ แต่ฉันขึ้นลิฟท์ได้นะ ก็นึกอยู่เหมือนกันว่าถ้าลิฟท์ค้างแล้วฉันอยู่ในนั้นคนเดียวนี่จะมีแรงกดโทรศัพท์สายด่วนถึงห้องช่างได้ อื้อ ?!
ดวงตาสีดำสนิทเบิกขึ้นและหรี่ลง เมื่อริมฝีปากบางถูกปิดสนิท ใบหน้าสวยมีสีเรื่อและร้อนผ่าว อาซาโตะกระชับวงแขนดึงร่างเล็กขึ้นพร้อมกับกดริมฝีปากตัวเองลงไปจนแนบแน่น
พอเถอะ ฉันไม่อยากฟังแล้ว
อาซาโตะคลายริมฝีปากเล็กน้อยแล้วประกบลงไปใหม่ เขารู้สึกถึงนิ้วมือเรียวของคาโอรุกดลงไปที่ลำแขน เด็กหนุ่มผมทองรั้งร่างอีกฝ่ายลงกับเตียงนุ่ม เปลี่ยนจากริมฝีปากที่ค่อนข้างแดงช้ำเป็นเปลือกตา หน้าผากสวย และผิวแก้มนิ่มแดงเรื่ออย่างแผ่วเบา พร้อมกับกอดร่างเล็กที่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องอีก นาน จนกระทั่ง
.ฮะ .ฮัดเช้ย!!!
อาซาโตะถูจมูกไปมาอย่างรำคาญ สักพักก็รู้สึกตัวว่าคาโอรุซุกหน้าแอบหัวเราะอยู่ในอ้อมแขนตัวเอง
..เฮ้!!
ทะ โทษที ความผิดฉันเอง คาโอรุเช็ดน้ำตา แต่ก็ยังหัวเราะไม่หยุด
เสื้อ เสื้อที่พอดีกับตัวนายอยู่อีกห้องนึง ฉันกำลังจะไปเอาก็พอดีไฟดับซะก่อน
คาโอรุพูดจริงจังขึ้นแต่น้ำเสียงหวานก็ยังสั่นเพราะพยายามกลั้นหัวเราะอยู่ อาซาโตะรู้สึกหัวเสียเล็กน้อยพลางขยับตัวดึงผ้าห่มผืนหนาปลายเตียงขึ้นห่ม
ถ้าฉันเป็นหวัดก็เพราะเป็นความผิดนาย
มือใหญ่ดึงผ้าห่มขึ้นจนคลุมถึงไหล่ ส่วนคาโอรุก็มีเพียงศีรษะเท่านั้นที่สามารถโผล่พ้นผ้าห่มผืนหนาออกมาได้ เด็กหนุ่มผมทองกอดร่างเล็กแน่น
นะ นายจะนอนแบบนี้เหรอ?
ผิวแก้มนุ่มของคาโอรุสัมผัสกับแผ่นอกเปลือยของอาซาโตะ ได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะ
มืดขนาดนี้จะไปเอาเสื้อผ้าจากที่ไหนได้อีกล่ะ
ละ แล้ว แล้ว ขะ เอ่อ คาโอรุเริ่มกระถดตัวหนี
หือ? หมายถึง ข้างล่างนี่เหรอ? ถ้านายไม่ดิ้นมันก็คงไม่หลุดหรอก
คราวนี้อาซาโตะเป็นฝ่ายที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะพอจบประโยคคาโอรุก็หยุดดิ้นทำตัวแข็งทื่อไม่กระดุกกระดิก ราวกับลืมหายใจทีเดียว
อืม แบบนี้ก็โอเค อาซาโตะซบลงกับกลุ่มผมนุ่มหอมอย่างพอใจ
ฟุ่บ!!
เสียงเครื่องปรับอากาศดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับแสงสว่างภายในบ้าน ทำให้อาซาโตะรู้สึกหัวเสียขึ้นมา เมื่อคาโอรุถือโอกาสดันตัวออกจากผ้าห่ม
ฉันจะไปเอาเสื้อมาให้
คาโอรุวิ่งไปที่ประตูห้อง ส่วนอาซาโตะลุกขึ้นนั่งเสยผมอย่างรำคาญเต็มที่
โอเค โอเค แล้วฉันจะได้ไปนอนห้องอื่น
มือเรียวเล็กที่กำลังจับลูกบิดประตูชะงักทันที
เอ๊ะ?
หือ? อาซาโตะได้ยินเสียงอุทานของคาโอรุเบา ๆ
นายจะไปนอนห้องอื่นเหรอ? อืม เออ จริงสินะ ใช่
ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องมองแผ่นหลังของร่างเล็ก พลางหรี่ลงเมื่อริมฝีปากของเขาเผยอยิ้ม
อยากให้ฉันนอนที่นี่เหรอ?
เพียงครู่เดียวฝ่ามือร้อนก็ประสานเข้ากับมือเล็กให้เจ้าของสะดุ้ง ใบหน้าแดงจัด เมื่ออาซาโตะเข้าประชิดด้านหลัง
มือใหญ่อีกข้างค้ำยันประตูเอาไว้
หือ?
ถะ ถ้าไฟเกิดดับอีก ฉัน
กลัวงั้นเหรอ?
อะ อืม
ใบหน้าสวยแดงจัดพยักลงเล็กน้อย หัวใจของเด็กหนุ่มผมทองโลดขึ้นรู้สึกถึงความสำคัญและจำเป็น
ได้สิ ฉันขอเป็นเสื้อแขนสั้นกางเกงขายาวนะ แล้วเดี๋ยวเรามานอนด้วยกัน ที่นี่
ลมหายใจร้อนเป่ารดขณะน้ำเสียงทุ้มกระซิบแผ่วที่ริมใบหูเล็ก เมื่อหยอกล้อเป็นที่สมใจแล้วอาซาโตะก็ปล่อยมือให้คาโอรุเปิดประตูออกไป
คืนนั้น ท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มคลายความเกรี้ยวกราดกลายเป็นหยาดอัญมณีบางที่ค่อย ๆ ตกกระทบพื้นและหลังคาสะท้อนกับแสงไฟระยิบระยับ เด็กหนุ่มทั้งสองโอบกอดกันและกันเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างอบอุ่นโดยละลายความขุ่นมัวในจิตใจไปกับเสียงหัวใจเต้นของอีกฝ่าย อย่างเงียบ ๆ
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
ค่ะ แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้ที่ [email protected] ค่ะ
บายค่า
ICZER-1