adolescence

ตอนที่ 19

“ยินดีต้อนรับกลับครับคุณหนู…” คาคุยิ้มรับเจ้านายน้อยที่เพิ่งก้าวเข้ามาถึงห้องโถงในบ้าน…

“…กลับมาแล้ว…” อาซาโตะตอบรับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย…แต่นั่นก็ทำให้คาคุพอใจเพราะเมื่อก่อนจะเดินผ่านไปเลยด้วยซ้ำ…

“กลับมาเหนื่อย ๆ คงจะหิวแล้วสินะครับ…แมรี่ซังกำลังเสริฟ์ของว่างให้นายท่านที่สวนพอดีครับ…ถ้ายังไงคุณหนู…” เลขาฯ คนสวยเริ่มชักชวนทันที…แต่ยังไม่ทันจบประโยคเด็กหนุ่มก็พูดขัดขึ้นมาก่อน

“…เขาอยู่บ้านด้วยเหรอ?” แม้จะแสดงความสนใจอยู่บ้างเมื่อผู้เป็นพ่อที่แสนจะมีงานรัดตัวกลับอยู่บ้านในตอนเย็นซึ่งเป็นเวลาที่จะต้องออกไปตรวจตราผับ…และร้านเหล้าต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าของ…แต่น้ำเสียงของเด็กหนุ่มก็ยังคงแข็งขืน…

“…เอ่อ…นายท่านมีเรื่องอยากคุยกับคุณหนูน่ะครับ…เชิญครับ..” คาคุยิ้มและเดินนำเจ้านายน้อยตรงไปที่สวน…

“แมรี่ซัง…ชาวันนี้หอมมากเลยนะ” หนุ่มใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวฟ้าสบาย ๆ นั่งจิบน้ำชาที่แม่บ้านเก่าแก่รินให้อย่างอารมณ์ดีในเรือนไม้กลางสวนซึ่งรายล้อมด้วย…มาการ์เร็ต….

“นายท่านงานยุ่งไม่ค่อยจะมีเวลา…ดิฉันก็เลยชงชาจัสมินมาให้น่ะค่ะ หอมชื่นใจผ่อนคลายกล้ามเนื้อดีใช่มั๊ยคะ?” น้ำเสียงอ่อนโยนของหญิงในวัยทองเอ่ยตอบอย่างใส่ใจ…พลางหันไปหยิบจานคุกกี้มาวางบนโต๊ะ…

“อืม…ดีมากเลยล่ะแมรี่ซัง…เสียดายที่มองไปทางไหนก็มีแต่หิมะ…มาการ์เร็ตก็เลยไม่บานให้เห็น…น่าจะทำเรือนกระจกเอาไว้จริง ๆ นะ” ชายหนุ่มยิ้มพลางถอนใจ….เมื่อมองไปรอบ ๆ สวนเห็นแต่เพียงต้นไม้ไร้ใบ…ที่ถูกกองสุมด้วยหิมะสีขาว…

“…แต่ถูกคัดค้านใช่มั๊ยล่ะคะ…อีกอย่างในห้องของท่านก็มีมาการ์เร็ตอยู่…แล้ว…นั่นก็คือสิ่งล้ำค่าที่

มาการ์เร็ตอุตส่าห์ปกป้องไว้ให้ท่านค่ะ…” หญิงรับใช้ยิ้ม…พลางมองไปที่เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทองที่ถอดแบบจากหญิงสาวอันเป็นที่รักของคนทั้งสอง…

“…คาคุบอกว่าคุณมีเรื่องจะคุย…”

“อืม…ใช่…นั่งสิ…จิบชาไปคุยไปดีกว่า…”

ทั้งคาคุและแมรี่ต่างก็ลุ้นดูปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มอย่างใจจดจ่อ…แม้ผู้เป็นพ่อจะรู้สึกเช่นเดียวกับคนทั้งสองแต่สีหน้าก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร…เด็กหนุ่มผมทองยืนอยู่ครู่หนึ่งแต่ราวกับยาวนานจนผู้ใหญ่ทั้งสามแทบทนไม่ไหว…

“….เดี๋ยวผมมีธุระ…ถ้ายังไงก็ขอสั้น ๆ “

อาซาโตะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับพ่อ…คาคุและแมรี่ต่างก็ยิ้มอย่างยินดีเป็นที่สุด…เพราะนี่…เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เด็กหนุ่มยอมรับฟังอย่างเรียบร้อย

…ชาหอมกรุ่นร้อนกำลังดีในถ้วยใบสวยถูกวางบนโต๊ะตรงหน้าอาซาโตะ…

“ชาแอ๊ปเปิ้ลที่คุณหนูชอบค่ะ…แล้วก็คุกกี้แสนอร่อย…ทานเยอะ ๆ นะคะ” หญิงรับใช้ยิ้ม…พลางเดินห่างออกไปพร้อมกับคาคุเพื่อเปิดโอกาสให้ 2 พ่อลูกได้คุยกันดี ๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี…

“…หมู่นี้…มีโทรศัพท์จาก มิสซิสชไนเดอร์บ้างมั๊ย?” อากิระเปิดการสนทนาในขณะที่ลูกชายกำลังยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ…

“…ครับ…”

“เธอว่ายังไงบ้าง?”

“ส่วนมากก็เรื่องเดิมครับ”

“มิสซิสชไนเดอร์เร่งรัดมาทางพ่อ…บอกว่าเตรียมเรื่องทางโน้นไว้เรียบร้อยแล้ว”

“ผมยังไม่พร้อม…เลยตอบปฏิเสธเธอไปแล้ว” สีหน้าของผู้เป็นพ่อแช่มชื่นขึ้น…แต่ก็กลับสลดลงอีกเมื่อได้ยินประโยคต่อไป…

“แต่ผมก็ยังไม่ต้องการเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ…”

“….งั้นเหรอ?…อืม…นั่นสิ…” อากิระค่อนข้างผิดหวัง…แม้จะคาดเดาได้ว่าหลังจากเสียแม่ไปแล้วลูกชายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่คนนี้เกลียดตัวเองเพียงไหน…แต่ก็ยังอดหวังลึก ๆ ไม่ได้ว่าซักวันคงจะเข้ากันได้…เหมือนกับช่วงที่อยู่กันพร้อมหน้าทั้ง 3 คน…

“อาซาโตะ…ถ้าตอนนั้นพ่อไม่เลือกซะ…แกคงไม่เป็นอย่างนี้ใช่มั๊ย?”

ดวงตาสีน้ำตาลทองเบิกกว้าง…จ้องมองผู้เป็นพ่อราวกับโลกทั้งใบกำลังล่มสลาย…รีบเร่งลุกออกไปจากโต๊ะโดยไม่หันมามองอีกเลย…

“คุณหนู?!” เด็กหนุ่มวิ่งออกมาถึงห้องโถง แม้จะชนเข้ากับคาคุแต่ก็ไม่ได้หันกลับมา…ชายหนุ่มรู้สึกร้อนใจวิ่งตามไป…

“อย่ามายุ่งกับฉัน!!!” อาซาโตะสะบัดแขนจากมือเรียว…มุ่งตรงไปนอกบ้าน…

“คุณหนู!”

“ฉันจะค้างข้างนอก!! อย่าตามมานะ!!!” น้ำเสียงทุ้มเข้มคล้ายกับผู้เป็นพ่อ…เปล่งออกมาอย่างเกรี้ยวกราดจนชายหนุ่มต้องหยุดชะงักปล่อยให้อาซาโตะออกไปข้างนอก…

“ท่านครับ!! ทำไม?” คาคุเดินตัดสวนเข้าไปหาอากิระอย่างเร่งร้อน…ในใจมีเพียงคำถามและความโกรธขึ้ง…

“…ช่างเถอะคาคุ…”

“แต่คุณหนู!! ทำไมครับทั้งที่มีโอกาสได้คุยกัน คุณหนูอุตส่าห์อ่อนลงบ้างแล้วแท้ ๆ !!”

“!!เงียบเถอะ!!” น้ำเสียงเข้มตวาดดัง…จนเลขาหนุ่มต้องเงียบเสียง ใบหน้าสวยสลดลงอย่างเห็นได้ชัด…รู้สึกถึงขอบตาที่ร้อนผ่าว…

“…ขอโทษครับ…”

เมื่อเห็นใบหน้างามมีสีหน้าไม่สู้ดี…ความโกรธหงุดหงิดจึงเบาบางลง…นิ้วมือกร้านใหญ่ค่อย ๆ ดึงมือเรียวเข้ามาใกล้…

“…ขอโทษที่เสียงดัง…ฉันผิดเอง…” คาคุส่ายหน้าช้า ๆ พร้อมกับคุกเข่าลง…

“ผมต่างหากครับ…ทั้งที่ท่านก็เสียใจแท้ ๆ ผมกลับใส่อารมณ์กับท่านได้”

“…อืม…”

อากิระโอบเอวบางเข้ามาใกล้…สูดกลิ่นหอมจากเส้นผมหนานุ่ม…นาน…ใบหน้าของคาคุเป็นสีแดงเรื่อ…

“…เด็กคนนั้น…บอกรึเปล่าว่าจะไปไหน?”

“เปล่าครับ…บอกแค่จะค้างข้างนอก…บางทีอาจจะไปหาทาเทวากิคุงก็ได้…”

“ทาเทวากิ? อ๋อ…เด็กคนนั้นเอง…แน่ใจเหรอ?”

“…ก็…คุณหนูไม่ได้สนิทกับใครอีกแล้วนี่ครับ…”

“……..งั้นเหรอ” อากิระถอนหายใจ…คำพูดของคาคุทิ่มแทงใจอย่างประหลาด…

“ให้ไปรับกลับมั๊ยครับ…”

“พรุ่งนี้ก็ได้…ตอนนี้เด็กคนนั้นคงไม่อยากเห็นหน้าฉันหรอก…” อากิระยิ้มฝืน ๆ ทำให้ในหัวใจของเลขาหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย…

“ครับ…ตามนั้นครับ…อากิระซัง” เรียวแขนบอบบางสวมกอดแนบชิดอีกฝ่ายคล้ายจะปลอบใจ…

*************************************************************************

อากาศเย็นลงกว่าเวลากลางวันมาก…คาโอรุออกจากที่ทำงานพิเศษเสียเมื่อเวลาที่มองไม่เห็นดวงอาทิตย์อีกต่อไป ท้องฟ้าที่ควรจะเป็นสีซีเปียอ่อนกลับกลายเป็นสีเทาเข้มดูขมุกขมัว จนในที่สุดสิ่งที่ตกลงมาจากฟากฟ้าก็กลายเป็นฝนมากกว่าที่จะเป็นหิมะ…เด็กหนุ่มลงจากรถไฟรีบเร่งย่ำไปตามพื้นที่มีน้ำเจิ่งนองเพื่อไปให้ถึงบ้าน… แต่ก็ชะงักเล็กน้อยกับเงาใครคนหนึ่งที่หน้าประตูบ้านของเขา…ดวงตาสีดำสนิทหรี่ลงท่ามกลางแสงไฟสลัวเมื่อเห็นชัดเจนว่าเป็นใครแล้ว ใบหน้าเรียบเฉยก็กลายเป็นขุ่นข้อง…

“…นายมาทำอะไรที่นี่?” คาโอรุกระแทกเสียงคำสุดท้าย…เห็นได้ชัดว่ายังโกรธอยู่…

“………ค้างที่นี่ได้มั๊ย?”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง…น้ำเสียงเครือแหบก็ออกมาจากปากที่หนาวสั่นและซีดขาว… คาโอรุสูดลมหายใจเข้าแรงและเริ่มสังเกตเห็นว่าอาซาโตะเปียกโชกมากกว่าเขาไปทั้งตัว ร่างเล็กตรงไปที่ประตูและเปิดออก…

“เข้ามาสิ”

อาซาโตะเดินตามคำเชิญเข้าไปในบ้าน…โดยที่ภายนอกฝนยังคงตกกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา…และได้ยินเสียงฟ้าร้องอยู่ใกล้ ๆ

*************************************************************************

หยาดฝนเม็ดโตยังคงตกกระทบหน้าต่างเสียงดังอยู่หลังจากที่คาโอรุชำระร่างกายและสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว… ท้องฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงกัมปนาทที่ราวกับจะแยกผืนดินออกจากกันก็ดังขึ้นใกล้ ๆ นิ้วเรียวเล็กกระตุกเล็กน้อย…และคาโอรุก็นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้นำชุดนอนไปให้อาซาโตะที่อาบน้ำอยู่ข้างล่าง…

“!!!เปรี้ยง!!!”

ทุกสิ่งทุกอย่างดับวูบลงราวกับสายฟ้าได้ดูดแสงสว่างกลับไปด้วย…คาโอรุคลายมือที่ปิดหูตัวเองออก…พลางมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดหวั่น…แม้จะรู้ว่าอาซาโตะอยู่ข้างล่าง…แม้จะรู้ว่าที่นี่คือบ้านของตัวเอง… แต่ความดำมืดที่ไม่อาจมองอะไรเห็นนี้ก็ทำให้ควาทรงจำเลวร้ายหวนกลับมาอีกครั้ง…ภายในราตรีที่แสงจันทร์ก็ไม่อาจส่องถึง… ร่างเล็กทรุดตัวลงกับพื้น…

“……………อะ”

น้ำเสียงขาดหาย…ลำคอแห้งผากและริมฝีปากบางเผยอหอบอย่างอ่อนแรง…พลางควานหาสิ่งยึดเหนี่ยว แต่ไม่สามารถคว้าจับอะไรได้ในความมืด บาดแผลที่หลังปวดแปลบ ในโสตประสาทอื้ออึงด้วยเสียงหวีดหวิว…เหงื่อเยียบเย็นไหลออกมาตามใบหน้าและลำคอ…ร่างเล็กห่อตัวแน่น… ไม่ได้ยินแม้เสียงเปิดประตูของอาซาโตะ…

“!! คาโอรุ !!” ฝ่ามือร้อนที่ยังคงอุณหภูมิเช่นนี้ไว้เสมอ ราวกับเขาไม่ได้ซึมซับความหนาวเย็นจากเม็ดฝนแม้แต่น้อย…เข้าโอบอุ้มร่างเล็กที่สั่นเทาอยู่บนพื้นมาวางบนเตียง…ดวงตาสีดำสนิทเปิดขึ้นช้า ๆ เมื่อรู้สึกถึงหยดน้ำที่กระเซ็นถูกใบหน้า…สายฟ้าฟาดผ่าลงมาอีกครั้งเกิดแสงสว่างวาบ…คาโอรุมองเห็นต่างหูสีทองกับใบหน้าคมชัดเจน…

“เป็นอะไรรึเปล่า?” น้ำเสียงทุ้มดูเป็นห่วงเอ่ยขึ้นขณะที่ใช้ฝ่ามือปาดเหงื่อและเส้นผมที่ปรกตามใบหน้าสวย…

“…ทะ…ทำไม…นาย…?” แม้จะรู้สึกถึงความอบอุ่นของคนอีกคนท่ามกลางความมืด แต่น้ำเสียงของคาโอรุก็กลับเปล่งออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น…

“ฉันนึกขึ้นได้ว่านายกลัวความมืด…เมื่อตอนที่โดนจับขังในโกดังนั่นนายก็เป็นอย่างนี้”

มือเรียวเล็กของคาโอรุเริ่มบังคับได้แล้วแตะลงที่ไหล่เปียกน้ำของอีกฝ่าย…พลางยิ้มขัน…รู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด…

“…โทษทีนะที่ให้นายมาทั้ง ๆ สภาพแบบนี้น่ะ” อาซาโตะไม่ได้สวมเสื้อผ้า มีเพียงผ้าเช็ดตัวที่พันปกปิดส่วนล่างไว้เท่านั้น…

“อ๊ะ…เออจริงสิ…นายเลยพลอยเปียกไปด้วยเลย”

อาซาโตะคลายอ้อมแขนเกือบจะผละออก…แต่คาโอรุยึดแขนเขาเอาไว้แน่น…

“…ช่างมันเถอะ…ช่างมัน…” ศีรษะเล็กซบกับแผ่นอกค่อนข้างหนาของอีกฝ่าย…และหลับตาลง…

“….ทำไม…นายกลัวขนาดนี้ล่ะ?”

ดวงตาสีดำสนิทลืมขึ้น…ใบหน้าสวยถูกฝ่ามือร้อนบังคับให้เงยขึ้นสบ…

“…เขาเคยขังฉันน่ะ…”

“อะไรนะ?”

“คน ๆ นั้นเคยขังฉันเอาไว้…ในโรงเก็บของของบ้านใหญ่…เขาตีฉันเป็นครั้งแรก แล้วจับฉันขังเอาไว้…ในนั้นมืดมาก…ฉันรู้สึกร่างกายเย็นลงเรื่อย ๆ บางทีอาจเพราะเลือดมันไหลออกมาจากปากแผลแหละมั๊ง ถ้าหากแม่กับมาซาโกะไม่แอบเข้ามาทำแผลกับเอาข้าวมาให้ล่ะก็…ฉันอาจจะตายไปแล้วก็ได้…”

คาโอรุเล่าด้วยน้ำเสียงเสมอกัน…จนแม้แต่ตัวเองก็ยังแปลกใจที่สามารถพร่างพรูประสบการณ์ที่หวาดกลัว และเจ็บปวดออกมาราวกับเป็นนิทานก่อนนอน…ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาพยายามหนีมันมาตลอด…

“ทำไม?” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ…

“…หลังจากเสร็จงานศพพ่อ…เขาใช้ให้แม่ออกไปข้างนอกแล้วจู่ ๆ เขาก็กระหน่ำตีฉัน…ตีฉัน…พร้อมกับด่าว่า แล้วก็ร้องไห้…เสร็จแล้วก็ลากฉันไปขังไว้…3 วัน…เด็กอายุแค่ 7 ขวบจะเข้าใจอะไรล่ะ? ฉันจำได้ว่าในสมองของฉันมึนไปหมด ไม่เข้าใจ กลัวและเจ็บแผลมาก ๆ ไม่รู้เลยว่ากลางคืนหรือกลางวัน ยังกะคนตาบอดแน่ะ” ดวงตาสีน้ำตาลทองหรี่ลง…นิ้วมือใหญ่คอยปัดปอยผมไปมาราวกับจะปลอบใจ…

“ตั้งแต่นั้น…ฉันก็ทนอยู่ในที่มืด ๆ แคบ ๆ ไม่ค่อยจะได้น่ะ…แต่ฉันขึ้นลิฟท์ได้นะ ก็นึกอยู่เหมือนกันว่าถ้าลิฟท์ค้างแล้วฉันอยู่ในนั้นคนเดียวนี่จะมีแรงกดโทรศัพท์สายด่วนถึงห้องช่างได้…อื้อ…?!”

ดวงตาสีดำสนิทเบิกขึ้นและหรี่ลง…เมื่อริมฝีปากบางถูกปิดสนิท…ใบหน้าสวยมีสีเรื่อและร้อนผ่าว… อาซาโตะกระชับวงแขนดึงร่างเล็กขึ้นพร้อมกับกดริมฝีปากตัวเองลงไปจนแนบแน่น…

“พอเถอะ…ฉันไม่อยากฟังแล้ว”

อาซาโตะคลายริมฝีปากเล็กน้อยแล้วประกบลงไปใหม่…เขารู้สึกถึงนิ้วมือเรียวของคาโอรุกดลงไปที่ลำแขน… เด็กหนุ่มผมทองรั้งร่างอีกฝ่ายลงกับเตียงนุ่ม…เปลี่ยนจากริมฝีปากที่ค่อนข้างแดงช้ำเป็นเปลือกตา…หน้าผากสวย… และผิวแก้มนิ่มแดงเรื่ออย่างแผ่วเบา…พร้อมกับกอดร่างเล็กที่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องอีก…นาน…จนกระทั่ง…

“…….ฮะ….ฮัดเช้ย!!!…”

อาซาโตะถูจมูกไปมาอย่างรำคาญ…สักพักก็รู้สึกตัวว่าคาโอรุซุกหน้าแอบหัวเราะอยู่ในอ้อมแขนตัวเอง…

“..เฮ้!!”

“…ทะ…โทษที…ความผิดฉันเอง…” คาโอรุเช็ดน้ำตา…แต่ก็ยังหัวเราะไม่หยุด…

“เสื้อ…เสื้อที่พอดีกับตัวนายอยู่อีกห้องนึง…ฉันกำลังจะไปเอาก็พอดีไฟดับซะก่อน…”

คาโอรุพูดจริงจังขึ้นแต่น้ำเสียงหวานก็ยังสั่นเพราะพยายามกลั้นหัวเราะอยู่… อาซาโตะรู้สึกหัวเสียเล็กน้อยพลางขยับตัวดึงผ้าห่มผืนหนาปลายเตียงขึ้นห่ม…

“ถ้าฉันเป็นหวัดก็เพราะเป็นความผิดนาย…”

มือใหญ่ดึงผ้าห่มขึ้นจนคลุมถึงไหล่…ส่วนคาโอรุก็มีเพียงศีรษะเท่านั้นที่สามารถโผล่พ้นผ้าห่มผืนหนาออกมาได้…เด็กหนุ่มผมทองกอดร่างเล็กแน่น…

“…นะ…นายจะนอนแบบนี้เหรอ?”

ผิวแก้มนุ่มของคาโอรุสัมผัสกับแผ่นอกเปลือยของอาซาโตะ…ได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะ…

“มืดขนาดนี้จะไปเอาเสื้อผ้าจากที่ไหนได้อีกล่ะ…”

“ละ…แล้ว…แล้ว…ขะ…เอ่อ…” คาโอรุเริ่มกระถดตัวหนี…

“หือ? หมายถึง…ข้างล่างนี่เหรอ? ถ้านายไม่ดิ้นมันก็คงไม่หลุดหรอก”

คราวนี้อาซาโตะเป็นฝ่ายที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่…เพราะพอจบประโยคคาโอรุก็หยุดดิ้นทำตัวแข็งทื่อไม่กระดุกกระดิก…ราวกับลืมหายใจทีเดียว…

“อืม…แบบนี้ก็โอเค…” อาซาโตะซบลงกับกลุ่มผมนุ่มหอมอย่างพอใจ…

“ฟุ่บ!!”

เสียงเครื่องปรับอากาศดังขึ้นอีกครั้ง…พร้อมกับแสงสว่างภายในบ้าน…ทำให้อาซาโตะรู้สึกหัวเสียขึ้นมา…เมื่อคาโอรุถือโอกาสดันตัวออกจากผ้าห่ม…

“ฉันจะไปเอาเสื้อมาให้…”

คาโอรุวิ่งไปที่ประตูห้อง…ส่วนอาซาโตะลุกขึ้นนั่งเสยผมอย่างรำคาญเต็มที่

“โอเค…โอเค…แล้วฉันจะได้ไปนอนห้องอื่น”

มือเรียวเล็กที่กำลังจับลูกบิดประตูชะงักทันที…

“เอ๊ะ?”

“หือ?” อาซาโตะได้ยินเสียงอุทานของคาโอรุเบา ๆ …

“นายจะไปนอนห้องอื่นเหรอ?…อืม…เออ…จริงสินะ…ใช่”

ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องมองแผ่นหลังของร่างเล็ก…พลางหรี่ลงเมื่อริมฝีปากของเขาเผยอยิ้ม…

“อยากให้ฉันนอนที่นี่เหรอ?”

เพียงครู่เดียวฝ่ามือร้อนก็ประสานเข้ากับมือเล็กให้เจ้าของสะดุ้ง…ใบหน้าแดงจัด…เมื่ออาซาโตะเข้าประชิดด้านหลัง

มือใหญ่อีกข้างค้ำยันประตูเอาไว้…

“หือ?”

“…ถะ…ถ้าไฟเกิดดับอีก…ฉัน…”

“กลัวงั้นเหรอ?”

“อะ…อืม”

ใบหน้าสวยแดงจัดพยักลงเล็กน้อย…หัวใจของเด็กหนุ่มผมทองโลดขึ้นรู้สึกถึงความสำคัญและจำเป็น…

“ได้สิ…ฉันขอเป็นเสื้อแขนสั้นกางเกงขายาวนะ…แล้วเดี๋ยวเรามานอนด้วยกัน…ที่นี่”

ลมหายใจร้อนเป่ารดขณะน้ำเสียงทุ้มกระซิบแผ่วที่ริมใบหูเล็ก…เมื่อหยอกล้อเป็นที่สมใจแล้วอาซาโตะก็ปล่อยมือให้คาโอรุเปิดประตูออกไป…

คืนนั้น…ท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มคลายความเกรี้ยวกราดกลายเป็นหยาดอัญมณีบางที่ค่อย ๆ ตกกระทบพื้นและหลังคาสะท้อนกับแสงไฟระยิบระยับ… เด็กหนุ่มทั้งสองโอบกอดกันและกันเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างอบอุ่นโดยละลายความขุ่นมัวในจิตใจไปกับเสียงหัวใจเต้นของอีกฝ่าย…อย่างเงียบ ๆ

 catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

ค่ะ แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้ที่ [email protected] ค่ะ

บายค่า

ICZER-1

Hosted by www.Geocities.ws

1