adolescence

ตอนที่ 18

บรรยากาศในงานศพของอดีตสะใภ้ตระกูลทาเทวากิถูกจัดอย่างเรียบง่ายที่สุสานประจำเมือง มีผู้ร่วมงานเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของตระกูล

คาโอรุที่อยู่ในชุดสีดำสนิทจูบลาหน้าผากร่างไร้วิญญาณเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมวางกุหลาบสีชมพูนับร้อยดอกไว้จนเต็มโลง และทุกอย่างก็ถูกวางลงในผืนดิน

ท่ามกลางหิมะตกปรอย ๆ มือเล็กขาวจับไหล่สั่นระริกของมาซาโกะที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นผืนผ้าเช็ดหน้าสีขาวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ดวงตาสีดำสนิทสวยมองดูผู้ดูแลสุสาน 2-3 คนช่วยกันตักดินกลบโลงไม้สีดำจนเรียบสนิท…ที่นี่ห่างไกลกับสุสานประจำตระกูลทาเทวากิมาก หญิงชราคนนั้นไม่อนุญาตให้แม่ของเขาได้อยู่ร่วมกับพ่อแม้จนผืนดินกลบใบหน้า แต่คาโอรุไม่ได้ใส่ใจมากนักหากทั้งสองได้พบกันที่สรวงสวรรค์แล้ว ได้อยู่ในที่ ๆ ไม่มีใครมาขัดขวางทั้งคู่ได้อีกก็เพียงพอ…

“คาโอรุคุง…ไม่เป็นไรนะจ๊ะ?” ฝ่ามือเย็นเล็กน้อยแต่เรียวขาวของเพื่อนสาวเข้ามาแตะไหล่เล็กเบา ๆ

ใบหน้าของเธอมีหยาดน้ำอยู่เล็กน้อย…เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

“…ไม่เป็นไรหรอก…”

“เอ่อ…คุณพ่อคุณแม่ยังอยู่ที่อังกฤษอยู่เลย แต่พอพวกท่านทราบข่าวแล้วฝากแสดงความเสียใจด้วยนะจ๊ะ”

“ฝากบอกขอบคุณท่านทั้งสองด้วย แล้วก็ขอบคุณอากิจังด้วยนะที่มางาน”

เด็กสาวส่ายหน้า

“ไม่ต้องหรอกจ๊ะ คุณน้าอาคิโกะใจดีกับฉันมาก…คุณน้าเป็นคนดีแท้ ๆ เลยนะ…” อากิระพูดไปน้ำตาก็เอ่อท้นขอบตา…

“…คุณแม่ได้พบกับคุณพ่อแล้วล่ะ…นั่น…ก็ดีแล้ว” คาโอรุยิ้มน้อย ๆ แต่สีหน้าก็ยังดูซูบซีด…หมอใหญ่และมาริโนะเดินเข้ามาใกล้…

“คาโอรุคุง…คือ…พวกเรา…” หมอใหญ่พูดตะกุกตะกัก…เขาคิดว่าตนเองเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้อาคิโกะต้องตาย…

“…ขอบคุณที่มางานนะครับ…” คาโอรุโค้งให้ทำให้หมอใหญ่พูดอะไรไม่ออก…

“…คาโอรุคุง…” มาริโนะซึ่งอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก็ทำได้เพียงเรียกชื่อของเด็กหนุ่มเท่านั้นใบหน้าของเธอเศร้าหมองสำนึกผิดเต็มที่…หากคาโอรุกลับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“…ขอบคุณที่ดูแลคุณแม่จนถึงวันนี้นะครับ…คุณแม่คงอยากจะขอบคุณมาริโนะซังแน่ ๆ “ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกระพริบถี่ ๆ แต่ไม่วายหยาดน้ำก็เอ่อท้นออกมานอกขอบตา…เธอคว้าร่างเด็กหนุ่มเข้าไปกอดพลางสะอึกสะอื้นเมื่อเห็นใบหน้าหวานสวยดูเคร่งขรึม… อดกลั้นความรู้สึกเจ็บปวดไว้ภายใน…

“คาโอรุ!” น้ำเสียงค่อนข้างทุ้มเอ่ยเรียกไกล ๆ เด็กหนุ่มผมทองถือกระเป๋าใบใหญ่สองใบอยู่ด้านนอก…มาซาโกะเห็นแล้วก็ตกใจรีบเข้ามาหาคาโอรุ

“…ขอโทษนะครับมาซาโกะซัง..แต่ผมไม่คิดจะกลับไปตระกูลทาเทวากิอีกแล้ว…”

หญิงรับใช้ตกใจ สับสน รีบเข้ามาดึงแขนเล็กขาวเอาไว้…ละล่ำละลักพูดเหมือนกับสมองไม่ได้กลั่นกรอง…

“อะ…อะไรคะ? คุณหนู…ทะ ทำไม?”

คาโอรุจับมือที่เย็นเฉียบและมีริ้วรอยการทำงานหนักของหญิงรับใช้เบา ๆ

“…คุณแม่ตายแล้ว เงื่อนไขที่มีกับคน ๆ นั้นก็จบสิ้นแล้วด้วยครับ…ถึงแม้ว่า มาซาโกะซัง มาริโนะซัง อากิจัง

หรือแม้แต่สุสานของพ่อและแม่ยังอยู่ที่นี่…แต่ผมก็อยู่ที่นี่ไม่ได้…ผมไม่อยากอยู่ใกล้คนๆ นั้นแม้แต่นาทีเดียว…ขอโทษนะครับ…แล้วผมจะติดต่อทางอื่นแทน”

หยาดน้ำตาเอ่อท้นไหลหยดตามพวงแก้มของมาซาโกะ…เธอเห็นเด็กหนุ่มมาตั้งแต่เกิดจนกระทั่งบัดนี้… เธอเป็นเพียงคนเดียวในตระกูลที่รอคอยวันปิดเทอมของคาโอรุอย่างใจจดจ่อ…รอคอยเด็กหนุ่มให้กลับมา   หากแต่มันแลกกับการที่คุณหนูอันเป็นที่รักของเธอต้องบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่… มาซาโกะสงบใจสวมกอดคาโอรุอย่างรักใคร่ที่สุด…

“…ดิฉันคุยทางโทรศัพท์ไม่ค่อยเก่ง แต่…แต่จะคอยจดหมายของคุณหนูนะคะ…” มาซาโกะพูดพร้อมจูบแก้มนิ่มร่ำลา…

“ไปนะครับคุณแม่…แล้วจะกลับมาเยี่ยมครับ..” คาโอรุคลายวงแขนจากหญิงรับใช้ก็หันมาลาแม่…จากนั้นก็กล่าวลาหมอใหญ่ กับมาริโนะ รวมทั้งอากิระ แล้วเดินไปหาอาซาโตะ…

“ตอนไปเก็บของ…เป็นยังไงบ้าง?” คาโอรุถามทันทีที่เดินมาถึงตรงหน้าอาซาโตะ

“ไม่มีอะไรนี่ ฉันไม่เห็นย่าของนายเลย…” อาซาโตะตอบไม่ยี่หระพลางยื่นกระเป๋าใบเล็กให้คาโอรุถือ…

“งั้นเหรอ?”

“ทำไม? ยังแคร์อยู่อีกเหรอ?”

“อืม…ช่างเถอะ อ๊ะ! หิมะ…”

คาโอรุเบนความคิดไปที่หิมะที่เริ่มตกปรอยลงมาอีกครั้ง…เด็กหนุ่มผมทองเปิดเสื้อโค้ทตัวหนาพลางดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้… คาโอรุขืนตัวเกรงสายตาของคนที่อยู่ด้านหลังอีกหลายคน…

“เข้ามาเถอะ…กว่าจะถึงสถานีรถไฟก็พอดีแข็งตาย” อาซาโตะพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“…ในกระเป๋ามีแจ็คเก็ตอยู่…” เด็กหนุ่มผมทองรู้สึกรำคาญอาการเลี่ยงของคาโอรุ จึงดึงร่างเล็กตัวแทบปลิวเขาสู่เสื้อโค้ทตัวเดียวกัน…เด็กสาวที่ยังคงยืนมองทั้งคู่อยู่…นิ้วมือเรียวของเธอสั่นระริก…

“ปะ…ปล่อยนะ”

“ฉันชอบนาย คาโอรุ” อาซาโตะก้มตัวลงประทับริมฝีปากบนผิวแก้มที่แดงจัด… ในห้วงความคิดของคาโอรุไม่เข้าใจสุดขีดว่าทำไมอาซาโตะถึงทำต่อหน้าธารกำนัลที่ถึงแม้จะมีไม่กี่คนอย่างนี้… ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองผ่านไหล่เห็นใบหน้าของเพื่อนสาวแดงจัด ดวงตาสีน้ำตาลใสเพียงข้างเดียวของเธอลดความงามลงไป…หัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกร้อนวูบวาบ รู้สึกไม่ดี…

“ปล่อยฉัน…มิเนคุระ…” คาโอรุพยายามขืนตัวแต่อาซาโตะกลับโอบเอวเล็กไว้แน่นพลางดึงเข้าหาอีก…

“ทำให้จบไปซะ…ดีที่สุดสำหรับโตโดแล้ว…” ดวงตาสีน้ำตาลทองเหลือบมองใบหน้าของเด็กสาว เพื่อนวัยเด็กครู่หนึ่งก็ดึงตัวร่างเล็กให้เดินจากไปพร้อมกัน…

คาโอรุไม่อาจรู้ได้ในเวลานี้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสอง หากรู้สึกตำหนิตัวเองที่โล่งใจกับท่าทีไม่ใยดีเด็กสาวของอาซาโตะ… พลางคิดไปถึงหญิงชราเจ้าบ้านที่เขาไม่ได้ร่ำลาหล่อนเลย… แต่การไม่พบหน้ากันอีก…อาจเป็นการดีกับทั้งหญิงชราและตัวเขาเองก็ได้…

“เออ…นายอุตส่าห์มาเที่ยวที่นี่แท้ ๆ แต่มีแต่เรื่องวุ่นวาย…ฉันพานายไปกินอาหารทะเลดีมั๊ย?” คาโอรุทำน้ำเสียงให้สดใส อาซาโตะเลื่อนมือมาโอบไหล่เล็ก…

“ไม่ดีกว่า…อีกอย่างจุดประสงค์ที่ฉันมาที่นี่ไม่ใช่อาหารทะเลซักหน่อย” ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องมาที่ใบหน้าเนียนสวยอย่างมีความหมาย…จนคาโอรุต้องหลบตา

“เอ่อ”

“แล้วฉันก็ไม่ค่อยชอบอากาศหนาวเท่าไหร่หรอกนะ…หิมะตกเยอะ ๆ ก็ลื่นด้วย…”

คาโอรุเพิ่งจะมาสังเกตว่าอาซาโตะเดินช้ามากกว่าที่เคยอย่างเห็นได้ชัดเพราะไม่คุ้นเคยกับหิมะลื่น ๆ บนพื้นนั่นเอง…ร่างเล็กยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากนับตั้งแต่มาที่นี่…โซ่ตรวนได้ถูกปลดออกแล้ว…มือที่ดึงเขาขึ้นจากความมืดก็มีอยู่… ไม่ต้องตามหาใครสักคนท่ามกลางผู้คนมากมายอีกต่อไปแล้ว…แค่บุคคลที่อยู่เบื้องหน้านี้…ก็เพียงพอ… คาโอรุคิดพลางจับมือที่แม้อากาศจะเย็นก็ยังอบอุ่นอยู่มุ่งหน้าไปสถานีรถไฟด้วยกัน

*************************************************************************

บรรยากาศวุ่นวายภายในวันแรกของการเปิดเทอมใหม่อีกครั้ง…นักเรียนทุกคนสวมเครื่องแบบที่ต่างจากเทอมที่แล้วเพื่อป้องกันอากาศหนาว ฝ่ายชายเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวพร้อมเสื้อกั๊กสีดำแถบขาวชมพู ซึ่งพอดีช่วยปกปิดบาดแผลที่ยังไม่หายดีบนแขนของคาโอรุเอาไว้ ส่วนฝ่ายหญิงก็เปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวเสื้อกั๊กสีเดียวกัน และถุงเท้าสีดำที่ยาวถึงต้นขา…

เด็กสาวรองหัวหน้าห้องกำลังถือแฟ้มมองหาเด็กหนุ่มใบหน้าสวยผู้เป็นหัวหน้าห้องอยู่ตามระเบียงทางเดิน… เธอหันรีหันขวางจนเส้นผมที่ยาวเพิ่มขึ้นกว่าเทอมที่แล้วสะบัดระไปตามไหล่…

“ทาเทวากิคุง” เมื่อเห็นเด็กหนุ่มอยู่ข้างหน้าเธอรีบทักด้วยน้ำเสียงดีใจ…แต่ก็ชะงักเมื่อเห็นเด็กหนุ่มผมทองเดินเคียงข้างมาพร้อมกัน…

“อ้าว ซาซากิ? อรุณสวัสดิ์” คาโอรุทักเด็กสาวด้วยน้ำเสียงใสคงเดิม…

“อะ…อรุณสวัสดิ์จ๊ะ ทาเทวากิคุง เอ่อ…มิเนคุระคุง” เอริทักเด็กหนุ่มทั้งสองโดยที่ตอนท้ายน้ำเสียงของเธอเบาลงแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ…

“อรุณสวัสดิ์ ซาซากิ” ดวงตากลมโตของเอริเบิกขึ้นอย่างงง ๆ ที่น้ำเสียงค่อนข้างทุ้มนั่นทักตอบด้วย…

“ซาซากิ.?” เมื่อได้ยินเสียงคาโอรุทักอีกครั้งสติของเด็กสาวก็กลับมา

“อะ…เอ่อ…อาจารย์มิยาซากิฝากแฟ้มมาให้น่ะจ๊ะ…” เอริยื่นแฟ้มให้คาโอรุรับ…พลางยกมือขึ้นทัดผมไว้ที่ใบหู…

“ขอบคุณนะ…เออ…ซาซากิผมยาวขึ้นรึเปล่าน่ะ?”

“อ๊ะ…จ๊ะ?” เด็กสาวสะดุ้งแทบยืนเป็นเส้นตรงเมื่อคาโอรุเริ่มสังเกตตัวเธอ…

“คือ…ฉันว่าจะไว้ผมยาวบ้างแล้วน่ะจ๊ะ…เอ่อ…เหมาะรึเปล่า?”

“เหมาะสิ…ซาซากิน่ารักอยู่แล้วไว้ทรงไหนก็เหมาะทั้งนั้นแหละ…” คาโอรุยิ้มไปพูดไป…ทำให้ใบหน้าของเด็กสาวแดงอย่างเห็นได้ชัด…รู้สึกมีความสุขมากเหลือเกินกับคำพูดแค่ไม่กี่คำ…

“ขอบคุณจ๊ะ…ดีใจจัง…” เอริยิ้มสดใส…แต่ก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่ออาซาโตะยื่นมือมาจับแขนของคาโอรุ…

“…แฟ้มนี้ต้องเอาไปไหน ซาซากิ?” น้ำเสียงของอาซาโตะค่อนข้างเข้มขึ้น

“อะ…เอ่อ…ก็เหลือทาเทวากิคุงที่ยังไม่ได้ลงชื่อวิชาเลือกนี้น่ะจ๊ะ เอ่อ…พอลงแล้วฉันจะเอาไปให้อาจารย์ที่ห้องพักครู…”

“ไม่ต้องหรอก…พวกเราจะเอาไปเอง…” พอพูดจบอาซาโตะก็ดึงแขนคาโอรุให้เดินตามไปทันทีโดยที่ไม่ได้มองเด็กสาวเลยว่าใบหน้าของเธอแดงจัดด้วยความไม่พอใจ…

“มิเนคุระ…เจ็บ…ปล่อยนะ…” คาโอรุโอดครวญไปตามทางเดินระเบียงที่อาซาโตะลากเขาไป…จนมาสุดที่ห้องวิทยาศาสตร์…อาซาโตะก็ยังดึงคาโอรุเข้าไปพลางปิดห้อง…

“…ปล่อยนะ…อะไรของนาย?!” คาโอรุเปิดฉากต่อว่าทันที…แต่ยังไม่ทันจะได้ว่าอะไรริมฝีปากก็ถูกปิดเสียก่อน…

“อื้อ!!” ลำแขนเล็กดันไหล่อีกฝ่ายอย่างแรงจนอาซาโตะต้องผละออก…ริมฝีปากบางเผยอหอบพลางส่งสายตาขุ่นเขียวให้…

“…ทำอะไรของนาย?! ที่นี่โรงเรียนนะ!!”

“แล้วไงล่ะ? ทีนายยังชมเด็กนั่นต่อหน้าต่อตาฉันเลย…”

“…ก็เขาเป็นอย่างนั้นจริง ๆ นี่…จะให้ฉันบอกว่าไม่เหมาะรึไง?” คาโอรุเถียง

“ก็ไม่เห็นต้องบอกถึงขนาดว่าน่ารักนี่ ไม่เห็นเหรอหน้าแดงยังกะมะเขือเทศอย่างนั้นน่ะ!!”

“เด็กผู้หญิงหน้าแดงก็เรื่องธรรมดานี่ แล้วนั่นก็ทำให้เธอน่ารักเพิ่มขึ้นอีกด้วย ไม่เหมือนนายหรอก!! เอาแต่ใจ!!”

คาโอรุสาวเท้ากะจะเปิดประตูออกไป แต่ถูกอาซาโตะดึงเอาไว้ตัวแทบปลิว…

“นายทึ่มหรือซื่อบื้อกันแน่นะ!! อาการขนาดนี้ยังไม่รู้สึกอีก!”

“อย่ามาว่าฉันนะ!! แล้วอะไรเล่า ซาซากิเขามีอะไรรึไง?”

“ก็………….!!” อาซาโตะหยุดปากตัวเองไว้ได้ทัน…หากคาโอรุรู้ว่าซาซากิคิดยังไง ด้วยนิสัยที่คิดจะโอบอ้อมใจดีกับทุกคนไปซะหมดแบบนี้ บางที….

“อะไร?” คาโอรุถามเมื่อเห็นอาซาโตะเงียบไป…

“เออ…ช่างเหอะ…” อาซาโตะพูดปัดแทนคำตอบ…ทำให้ร่างเล็กยิ่งหงุดหงิดด้วยความอยากรู้

“อะไรของนายกันนะ!!?” คาโอรุว่า แต่ถูกดึงตัวเข้าไปกอดจนลืมคำพูดที่จะพูดต่อทันที…

“เฮ้อ…”

“พวกเรา…มาพูดกันดี ๆ บ้างเถอะ…วัน ๆ พูดกันไม่ถึง 5 ประโยคก็ทะเลาะกันทุกที…” อาซาโตะกระซิบเบา ๆ ที่ริมใบหูเล็ก…

“อะไรล่ะ? นายเป็นฝ่ายเริ่มก่อนไม่ใช่รึไง?” คาโอรุตอบเสียงเบาฟังดูอ้อมแอ้มไม่ชัดในอ้อมแขนอีกฝ่าย

“บรรยากาศระหว่างนายกับเด็กนั่นมันดีเกินไปน่ะสิ…ฉันไม่ชอบ…” คราวนี้อาซาโตะรู้สึกว่าร่างเล็กในอ้อมแขนสะดุ้งเล็กน้อย พลางเห็นใบหน้าเนียนเริ่มแดง…เด็กหนุ่มผมทองยิ้ม

“…ฉันชอบนาย…คาโอรุ” ร่างเล็กนิ่งเมื่อได้ยิน มือเรียวเล็กเกาะแขนเสื้ออีกฝ่ายราวกับต้องเวทย์มนตร์ ริมฝีปากบางรับสัมผัสจากอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย…ใบหน้าเนียนแดงจัดเมื่อเรียวลิ้นกำลังถูกหยอกเย้า…

“…อืม…” อาซาโตะเลิกชายเสื้อของร่างเล็กขึ้น สอดฝ่ามือร้อนเข้าไปแตะต้องหมู่บาดแผลเย็นเยียบริ้วยาวตามแผ่นหลัง…

“อ๊ะ!!” คาโอรุสะดุ้งขืนตัว…รู้สึกแปลก ๆ เมื่อผิวกายส่วนที่เต็มไปด้วยบาดแผลมีปฏิกิริยากับฝ่ามือร้อนของอาซาโตะ…

“พะ…พอแล้ว…”

คาโอรุผละออก…แต่อาซาโตะที่รู้สึกว่ายังไม่พอก็รั้งลำแขนเล็กให้หันหน้ามาหา…พลางต้องสะดุ้งเมื่อดวงตาสีดำสนิทมีหยาดน้ำเอ่อ…

“คาโอรุ?”

ร่างทั้งร่างสั่นระริก…พร้อมดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอะไรบางอย่างทำให้อาซาโตะต้องถอนหายใจยาวระงับความต้องการ… เด็กหนุ่มผมทองดึงร่างเล็กเข้ามากอดแน่น…

“…ขอโทษ…ไม่รู้ว่านายไม่ชอบ…”

อาซาโตะเกลี่ยนิ้วบนผิวแก้มเนียนคล้ายจะปลอบใจ…ทำให้ท่าทีของร่างเล็กสงบลงมาก…คาโอรุอยากบอกว่าไม่ใช่ไม่ชอบ แต่…พอคิดได้แบบนั้นใบหน้าสวยก็แดงจัดทันที…

“นายลงวิชาอะไร?” อาซาโตะคลายวงแขนพลางหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิด…

“เอ่อ…ก็ฉันลงวิชาภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาเลือกน่ะ…เมื่อเทอมที่แล้วนายไม่ได้เลือกเลยใช่มั๊ย?”

“อืม…งั้นเทอมนี้ฉันลงด้วยก็ได้…” อาซาโตะไล่มองดูรายชื่อ…ในนั้นมีทั้งชื่อของเอริและมาโกโตะอยู่ด้วย

“เอ๋?”

“ไม่ต้องห่วง…ฉันพอมีพื้นฐานมาบ้างตามทันแน่ ๆ “

“…เอ่อ..ไม่ใช่อย่างนั้น…”

“…แล้วอย่างไหนล่ะ?” คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ ด้วยนิสัยเอาแต่ใจของลูกคนเดียว…

“เปล่า…คือ…” คาโอรุก้มหน้าพูด…ปลายประโยคเบาจนไม่ได้ยิน

“อะไรนะ?” อาซาโตะก้มลงตามจนเส้นผมของทั้งสองปรกเกยกัน..

“…………….ฉัน…………..”

ดวงตาสีน้ำตาลทองฉายแววเปี่ยมความสุขเมื่อได้ยินคำสุดท้ายที่แทบกลายเป็นเสียงกระซิบของร่างเล็ก…สองมืออุ่นโอบเอวบางเข้ามาประชิดตัว… ปลายจมูกสัมผัสซอกคอนิ่มสูดกลิ่นหอมจากร่างเล็กอย่างพึงใจ…แม้คาโอรุจะขืนตัวไว้เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ผละออกจนกระทั่งได้ยินเสียงกริ่งเข้าเรียน…

*************************************************************************

“โทษทีนะ…มาเอดะ” เสียงทุ้มเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นเบา ๆ ที่สวนหลังโรงเรียน ในขณะที่ดวงอาทิตย์เริ่มยอแสง ใกล้เวลาที่ชมรมทั้งหลายจะเลิก…

“ไหนบอกว่าชอบฉันไม่ใช่เหรอ?” เด็กสาวผมยาวซึ่งวันนี้เธอมัดรวบเรียบร้อยเป็นเปียยืนกำมือแน่น ดวงตาของเธอดูเป็นสีซีเปียเมื่อดวงอาทิตย์ส่องมากระทบ…

“…ก็ตอนนั้นเธอดูน่ารักนี่…” เด็กหนุ่มพูดพลางเบือนหน้าหนีไม่สบตา…

“หมายความว่าตอนนี้ฉันไม่น่ารักแล้วงั้นเหรอ?” น้ำเสียงของมาโกโตะเริ่มจะสั่นแต่ด้วยทิฐิของเธอทำให้พยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติอย่างสุดฤทธิ์

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก…แต่พอคบไปนาน ๆ ฉันก็รู้ว่าเธอไม่ใช่แบบที่ฉันชอบน่ะ…” เด็กหนุ่มเกาศีรษะพลางเหลือบมองข้ามไหล่ของตัวเองไปด้านหลังอย่างใจจดจ่อ…จนมาโกโตะสังเกตเห็นเด็กสาวอีกคนยืนลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ในมุม…เพียงเท่านั้นก็เข้าใจ…

“เราเลิกกันเหอะนะ” มาโกโตะก้มหน้าลงเมื่อได้ยินคำตัดรอน…มือของเธอกำแน่น…

“…ก็ได้…”

“ขอบใจนะ…อ๊ะ…แต่เรายังเป็นเพื่อนกันได้อยู่นะ…เจอกันก็ทักกันบ้างนะ…” เด็กหนุ่มพูดอย่างไม่ใยดีความรู้สึกของผู้ถูกทำร้าย เขารีบจากไปพร้อมกับเด็กสาวที่รอเขาอยู่ทันทีโดยไม่มองมาโกโตะเลย…

“…………..เป็นเพื่อนงั้นเหรอ?” ร่างทั้งร่างของเด็กสาวสั่นระริก…ทั้งโกรธ…ทั้งเคียดแค้น…แต่ที่กัดกร่อนจิตใจให้เจ็บปวดที่สุดคือ…ผิดหวัง…

“อีตาบ้า!!! หนอย มีคนใหม่ก็บอกมาสิ!!! เชอะ!! ทำเป็นพูดซะสวยงามสุดท้ายก็แค่อยากจะเปลี่ยนคนควงก็แค่นั้นแหละ!!! นึกว่าหล่อตายรึไงยะ!!!? ไปตายซะ!!!” มาโกโตะตะโกนลั่นที่สวนด้านหลังระบายอารมณ์…เธอไม่คิดว่าจะมีคนเดินมาได้ยินในเวลาอย่างนี้… แต่เธอคิดผิดเมื่อขณะกำลังด่าว่ากระฟัดกระเฟียดกับต้นไม้ใบหญ้าแถวนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มผมทองที่ยืนอยู่ระเบียงชั้นหนึ่งของตึกพอดิบพอดี…

“………..อะ…….นาย….เห็นรึเปล่า?” ดวงตาที่เคยกลมโตเต็มไปด้วยความขี้เล่นหรี่ลงตั้งตัวเป็นศัตรูกับเด็กหนุ่มเต็มที่…

“……………..”

อาซาโตะไม่พูดอะไร…แต่เด็กสาวหน้าแดงจัดคิดว่าเด็กหนุ่มคงจะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นแน่…

“นาย!!…….ถือวิสาสะมาแอบฟังเรื่องของคนอื่นได้ยังไงกัน!!? ไม่มีมารยาท!!”

“………..”

เด็กหนุ่มผมทองยังไม่พูดอะไรเพียงแต่ถอนหายใจ…คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากัน…

“ทำไมเงียบล่ะ!! คงหัวเราะเยาะฉันอยู่ในใจล่ะสิ!!” มาโกโตะเห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไร…ก็ระบายอารมณ์ที่ขุ่นมัวของตัวเองใส่ทันที

“…หนวกหูชะมัดเลยเธอนี่…” อาซาโตะพูดออกมาอย่างอารมณ์เสียที่โดนพาลใส่…

“อ๋อ!! ใช่สิ ฉันมันไม่น่ารักนี่…พวกผู้ชายก็เป็นงี้กันทุกคนแหละ!!! ชอบผู้หญิงน่ารัก!! อ่อนหวาน!! ฉันน่ะ…ฉันน่ะ………….ฮึก……..” มาโกโตะตะโกนใส่ในสิ่งที่ไม่ทันได้พูดกับเด็กหนุ่มที่ทิ้งเธอไป… พลันเสียงต่อไปกลับขาดหายกลายเป็นเสียงสะอื้นพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลตกลงมาจากดวงตากลมโตที่เคยสดใส… เด็กสาวยืนร้องไห้กลั้นน้ำตาไม่อยู่เป็นเวลานาน…

“ฮือ…ฮึก…” มาโกโตะใช้หลังมือเช็ดหยาดน้ำตาจนเปรอะเปื้อนไปหมดทั้งใบหน้าและมือบาง… แต่ก็หยุดชะงักเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างตกลงมาที่ศรีษะของตน…เด็กสาวเอื้อมมือขึ้นหยิบ มันเป็นผ้าเช็ดหน้า…ผืนเล็ก ๆ …เธอเงยหน้าขึ้นอย่างสงสัยแต่เห็นแค่แผ่นหลังของเด็กหนุ่มเท่านั้น…แม้จะไม่เข้าใจแต่มาโกโตะก็ใช้ผ้าผืนนี้อย่างคุ้มค่า…นาน

*************************************************************************

“…นาย…ยังไม่กลับอีกเหรอ?” เมื่อร้องไห้เสียจนพอใจ…เด็กสาวจึงเดินขึ้นบันไดมายืนอยู่ตรงหน้าอาซาโตะ…

“ฉันรอหมอนั่นอยู่…” อาซาโตะก็ยังประหยัดคำพูดเหมือนเคย…

“หัวหน้าห้องเหรอ? เออ…จริงสิ วันนี้มีประชุมหัวหน้าห้องนี่นะ…” มาโกโตะรู้เพราะเอริเพื่อนสนิทของเธอก็ต้องเข้าร่วมประชุมเหมือนกัน…

“แล้วนี่นายมารอหัวหน้าห้องอยู่งั้นเหรอ? แปลกดีนะ…”

“อะไร?”

“…….ก็…เมื่อเทอมที่แล้วฉันยังเห็นหัวหน้าตามนายต้อย ๆ ยังกะเกมส์วิ่งไล่จับกันอยู่ดี ๆ คราวนี้นายกลับมาเป็นฝ่ายรอหัวหน้าเลิกประชุม…แถมยังให้ฉันยืมเจ้านี่อีก…โดนจับได้พร้อมคำสั่งสอนแถมให้รึไงกัน?” มาโกโตะยื่นผ้าเช็ดหน้าขึ้นพลางพูดปนหัวเราะแถมเหน็บแนมเสร็จสรรพ…เรื่องที่ถูกหักอกเมื่อครู่ราวกับค่อย ๆ เลือนหายไป…

“……………ก็คงงั้น…” ริมฝีปากของเด็กหนุ่มหยักยิ้มเล็กน้อย ยิ่งทำให้หน้าตาที่บึ้งตึงตลอดเวลาดูอบอุ่นขึ้นกว่าเดิมมาก… สร้างความตื่นตกใจให้กับมาโกโตะไม่น้อย…เพราะเธอไม่เคยได้เห็นใบหน้าเช่นนี้มาก่อน…เด็กสาวรู้สึกว่าใบหน้าของเธอแดงเข้มขึ้น… อาซาโตะยกแขนขึ้นดูนาฬิกาพลางออกเดิน…

“…จะไปไหนน่ะ?!…”

อาซาโตะไม่ตอบกลับเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องประชุม…ส่วนมาโกโตะก็รีบวิ่งตามเด็กหนุ่มไป…

“…กลับแล้วเหรอ ทาเทวากิ” เสียงทุ้มหากเจือด้วยความสนุกสนานเอ่ยทัก คาโอรุซึ่งกำลังออกจากห้องประชุมพร้อมเอริ…

“ครับ…อ๊ะ! ขอบคุณที่ช่วยผมนะครับรุ่นพี่โอโทจิ…”

“ไม่เป็นไร…ไปล่ะนะ…” เด็กหนุ่มรุ่นพี่โบกมือแล้วเดินหายไป…

“…ช่วยอะไรเหรอจ๊ะ?” เอริซึ่งสนใจเรื่องของคาโอรุหันมาถามทันที…

“อ๋อ…ที่ทำงานพิเศษน่ะ เป็นร้านอาหารที่รุ่นพี่เคยไปทำงานพิเศษตอนนี้เขากำลังอยากได้คน พอเห็นว่ารุ่นพี่เป็นคนแนะนำเขาก็เลยรับผมไว้..”

“เอ๊ะ? งานพิเศษ…เอ่อ…ทำไมล่ะจ๊ะ?” เท่าที่เอริได้รู้เรื่องและเคยได้ไปเที่ยวที่บ้านของเด็กหนุ่มเมื่อคราวนั้นแล้วเด็กสาวก็พอจะรู้ว่าคาโอรุไม่น่าจะมีความจำเป็นต้องทำงานพิเศษแต่อย่างใด… เธอจึงแปลกใจ…

“…ไม่มีอะไรหรอก…แค่อยากจะใช้เงินของตัวเองบ้างน่ะ…” ริมฝีปากบางยิ้มเล็กน้อย…สร้างให้เด็กสาวคิดว่าเป็นอย่างเช่นที่ตนเองพูดจริง ๆ

“งั้นเหรอจ๊ะ…เออ…นี่วันนี้น่ะ…”

“เอริ…” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นด้านหน้า…

“อ้าว? มาโกโตะ…อ๊ะ??” เมื่อได้ยินเสียงทักของเพื่อนสนิทเอริจึงหันไปทักทายกลับเห็นเด็กหนุ่มผมทองเดินนำหน้าเพื่อนสาวของตัวเองมา.. ทำให้เด็กสาวทั้งแปลกใจและไม่พอใจขึ้นมาเมื่อคำนวณได้ว่า อาซาโตะมารอรับคาโอรุ…

“กลับรึยัง?” อาซาโตะพูด เขาเองก็ใช่จะพอใจเมื่อเห็นคาโอรุทำตัวสนิทสนมกับเด็กสาว…ต่างฝ่ายต่างไม่พอใจกันและกัน… เพียงแต่เอริไม่ใช่เด็กสาวที่โผงผางแสดงความรู้สึกตรง ๆ เหมือนกับมาโกโตะเพื่อนของเธอ…จึงทำให้ทั้งคู่เพียงแค่มองกันและกันอย่างหยั่งเชิงเท่านั้น…

“โอเค…งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะซาซากิ…มาเอดะ…” คาโอรุซึ่งไม่รู้เรื่องถึงบรรยากาศไม่ค่อยดีระหว่างเอริและอาซาโตะเพราะมัวแต่สนใจงานพิเศษที่จะเริ่มทำวันนี้อย่างใจจดจ่อ กล่าวลาเด็กสาวทั้งสองและเดินไปพร้อมอาซาโตะ…เอริได้เพียงแต่มองทั้งที่เธอตั้งใจจะชวนคาโอรุกลับด้วยกันแท้ ๆ

“…เอริ?” มาโกโตะจับไหล่ของเพื่อนเอาไว้…

“อ๊ะ…เอ่อ…แล้วมาโกโตะยังไม่กลับอีกเหรอจ๊ะ?”

“…อื้ม…ฉันโดนโทมะบอกเลิกน่ะ…”

“เอ๋???” เอริตกใจ…กับเนื้อความของประโยคอีกทั้งแปลกใจกับท่าทางของมาโกโตะที่ดูไม่เหมือนคนเพิ่งเลิกกับแฟนเลย…

“เอ่อ…เธอไม่เป็นไรนะ…” น้ำเสียงของเอริแสดงถึงความอารีต่อเพื่อน…

“…ตานั่นก็แค่อยากควงคนใหม่…ช่างเหอะ…” มาโกโตะบอกปัดอย่างไม่ยี่หระ…

“ฉันเอง…ก็คงจะไม่ได้จริงจังกับตานั่นเท่าไหร่ด้วยล่ะมั๊ง” ตอนที่ต้องร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้นนั้นไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ถูกบอกเลิก… แต่มีเพียงความผิดหวังเท่านั้น… ไม่ได้มีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์หรือเสียใจแม้ซักนิด…บางทีมันก็แค่การคบกันเพียงผิวเผินเท่านั้น… เด็กสาวคิดไปพลางมองผ้าเช็ดหน้าเลอะคราบน้ำตาตัวเอง…

“…มาโกโตะ…”

“…ฉันลืมคืนผ้าให้หมอนั่น…“ เด็กสาวกระชับผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นขึ้น…พลางนึกถึงสีหน้าอบอุ่นที่ยังตราตรึงอยู่ในดวงตา…พลางให้เอริคิดสงสัยระคนแปลกใจ…

“…กลับกันเถอะ..” มาโกโตะพูดพลางดึงแขนเพื่อนเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านด้วยกัน โดยที่เอริยังคงงงงวยกับท่าทีของเพื่อนไปตลอดทาง…

*************************************************************************

“มิเนคุระ…เดี๋ยวแยกกันตรงนี้เลยละกันนะ” น้ำเสียงใสแสดงความตื่นเต้นกระตือรือล้นของการทำงานที่ไม่เคยได้พบเจอมาก่อนดังขึ้นที่หน้าสถานีรถไฟ…ยังความแปลกใจให้กับเด็กหนุ่มผมทอง…

“ทำไม?”

“ฉันจะเลยไปทำงานพิเศษน่ะ…ร้านอยู่ใกล้ ๆ นี่แหละ”

“งานพิเศษ? ทำไมต้องทำด้วย?”

“…ฉันก็อยากจะมีเงินไว้ใช้น่ะสิ…จะได้ไม่ต้องพึ่งคน ๆ นั้นอีก.” คาโอรุไม่สนใจอารมณ์ไม่ดีที่เพิ่มขึ้นของอาซาโตะ…

“เงิน?” อาซาโตะไม่เข้าใจ เท่าที่ดูคาโอรุก็น่าจะอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินของตระกูล…บ้านก็มีอยู่ที่นี่…แล้วจะทำงานพิเศษให้ลำบากทำไมกัน?

“…วันนี้วันแรกด้วย เดี๋ยวจะสาย ไปล่ะนะ…” คาโอรุก้าวเท้ายาว ๆ อย่างเร่งรีบเพื่อไปให้ทัน…แต่ก็ต้องสะดุดตัวแทบปลิวเมื่อลำแขนแข็งแรงกว่ายึดมือตัวเองไว้…

“งานอะไร?”

“เอ่อ…ไม่รู้สิ เป็นร้านอาหารน่ะ…คงจะเป็นงานจิปาถะ อย่างล้างจาน เก็บโต๊ะ อะไรเทือกนี้ล่ะมั๊ง เดี๋ยวฉันสายจริง ๆ นะมิเนคุระ ปล่อยมือเถอะ…” คาโอรุพูดอย่างรีบเร่ง พลางเหลือบมองผู้คนที่จ้องมองทั้งคู่เมื่อเดินผ่านอย่างหวาด ๆ …หากอีกฝ่ายไม่ได้ใส่ใจเลยซักนิด…อาซาโตะดึงแขนบังคับให้ร่างเล็กต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามอย่างลำบาก…จนมาถึงล็อคเกอร์ของสถานีจึงปล่อย…

“…มิเนคุระ? เจ็บนะ…”

“ไม่เห็นต้องไปทำงานพิเศษให้ยุ่งยากเลย…ดูท่าทางนายก็มีเงินอยู่ไม่ใช่เหรอ?”

“…ไม่ได้หรอก…ถึงพ่อกับแม่จะเหลือบ้านเหลือเงินเก็บให้กับฉันก็จริงอยู่ แต่ทุกวันนี้ คน ๆ นั้นส่งเสียฉันเรียน…และตอนนี้ฉันตัดขาดจากบ้านใหญ่แล้ว…ฉันไม่อยากใช้เงินของเค้าอีก…” คาโอรุพูดเหตุผลให้ฟัง…พลางดวงตาสีดำสนิทก็ฉายแววเร่งรีบอยู่…หากอีกฝ่ายไม่ได้สนใจ กลับใช้มือค้ำยันล็อคเกอร์ไว้กันหนีอีกด้วย…

“เดือดร้อนเรื่องเงิน…บอกฉันก็ได้นี่…” ดวงตาสีดำสนิทเปลี่ยนจากความเร่งรีบกลายเป็นการนิ่งขึง…

“หมายความว่ายังไง?” คาโอรุเค้นเสียงอย่างไม่ค่อยพอใจ…

“…เรื่องเงิน…ถ้าไม่พอใช้หรืออะไร…ก็บอกฉันได้ฉันจะช่วย…”

คาโอรุกระแทกสันมือเข้ากับลำแขนของอาซาโตะที่ไม่ระวังตัวจนหลุดจากล็อคเกอร์…

“นายพูดอย่างนี้หมายความว่าไง?…จะช่วยอะไร? ถึงนายจะบอกว่าจะช่วย แต่นั่นก็เป็นเงินของพ่อนายใช่มั๊ย?!” คาโอรุพูดเน้นย้ำทุกคำอย่างโกรธจัด…

“ฉันก็แค่ไม่อยากให้นายลำบาก!” อาซาโตะที่ยังคิดว่าตัวเองทำถูกก็ยังยืนยันอยู่…แต่นั่นยิ่งทำให้คาโอรุโกรธเพิ่มขึ้นอีก…

“…อย่ามาทำเหมือนกับฉันเป็นผู้หญิงนะ!! แค่ที่ผ่านมาก็มากพอแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งพานายกระทั่งเรื่องแบบนี้!! ตัวของฉัน ฉันต้องรับผิดชอบเอง!! นายเข้าใจมั๊ย!!” คาโอรุผลักอกอาซาโตะพลางจ้ำเดินอย่างรีบเร่งสลับกับอารมณ์โกรธลับหายไปท่ามกลางฝูงชน…

‘อย่ามาทำเหมือนกับฉันเป็นผู้หญิงนะ’

‘แค่ที่ผ่านมาก็มากพอแล้ว’

น้ำเสียงหวานใสที่เข้มขึ้นด้วยความโกรธสะท้อนในความคิดของเด็กหนุ่มผมทอง…อาซาโตะหงุดหงิดพลางพิงล็อคเกอร์…

“นายต่างหากที่ไม่เข้าใจ…เฮ้อ…”

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

อา...เปิดเทอมแล้วจ้า (ในเนื้อเรื่อง) แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้นะคะ และขอบคุณสำหรับ Comment และกำลังใจจากผู้อ่านทุกท่านที่เมลมาหานะคะ

[email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1