
ตอนที่ 18
บรรยากาศในงานศพของอดีตสะใภ้ตระกูลทาเทวากิถูกจัดอย่างเรียบง่ายที่สุสานประจำเมือง มีผู้ร่วมงานเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของตระกูล
คาโอรุที่อยู่ในชุดสีดำสนิทจูบลาหน้าผากร่างไร้วิญญาณเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมวางกุหลาบสีชมพูนับร้อยดอกไว้จนเต็มโลง และทุกอย่างก็ถูกวางลงในผืนดิน
ท่ามกลางหิมะตกปรอย ๆ มือเล็กขาวจับไหล่สั่นระริกของมาซาโกะที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นผืนผ้าเช็ดหน้าสีขาวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ดวงตาสีดำสนิทสวยมองดูผู้ดูแลสุสาน 2-3 คนช่วยกันตักดินกลบโลงไม้สีดำจนเรียบสนิท ที่นี่ห่างไกลกับสุสานประจำตระกูลทาเทวากิมาก หญิงชราคนนั้นไม่อนุญาตให้แม่ของเขาได้อยู่ร่วมกับพ่อแม้จนผืนดินกลบใบหน้า แต่คาโอรุไม่ได้ใส่ใจมากนักหากทั้งสองได้พบกันที่สรวงสวรรค์แล้ว ได้อยู่ในที่ ๆ ไม่มีใครมาขัดขวางทั้งคู่ได้อีกก็เพียงพอ
คาโอรุคุง ไม่เป็นไรนะจ๊ะ? ฝ่ามือเย็นเล็กน้อยแต่เรียวขาวของเพื่อนสาวเข้ามาแตะไหล่เล็กเบา ๆ
ใบหน้าของเธอมีหยาดน้ำอยู่เล็กน้อย เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
ไม่เป็นไรหรอก
เอ่อ คุณพ่อคุณแม่ยังอยู่ที่อังกฤษอยู่เลย แต่พอพวกท่านทราบข่าวแล้วฝากแสดงความเสียใจด้วยนะจ๊ะ
ฝากบอกขอบคุณท่านทั้งสองด้วย แล้วก็ขอบคุณอากิจังด้วยนะที่มางาน
เด็กสาวส่ายหน้า
ไม่ต้องหรอกจ๊ะ คุณน้าอาคิโกะใจดีกับฉันมาก คุณน้าเป็นคนดีแท้ ๆ เลยนะ อากิระพูดไปน้ำตาก็เอ่อท้นขอบตา
คุณแม่ได้พบกับคุณพ่อแล้วล่ะ นั่น ก็ดีแล้ว คาโอรุยิ้มน้อย ๆ แต่สีหน้าก็ยังดูซูบซีด หมอใหญ่และมาริโนะเดินเข้ามาใกล้
คาโอรุคุง คือ พวกเรา หมอใหญ่พูดตะกุกตะกัก เขาคิดว่าตนเองเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้อาคิโกะต้องตาย
ขอบคุณที่มางานนะครับ คาโอรุโค้งให้ทำให้หมอใหญ่พูดอะไรไม่ออก
คาโอรุคุง มาริโนะซึ่งอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก็ทำได้เพียงเรียกชื่อของเด็กหนุ่มเท่านั้นใบหน้าของเธอเศร้าหมองสำนึกผิดเต็มที่ หากคาโอรุกลับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
ขอบคุณที่ดูแลคุณแม่จนถึงวันนี้นะครับ คุณแม่คงอยากจะขอบคุณมาริโนะซังแน่ ๆ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกระพริบถี่ ๆ แต่ไม่วายหยาดน้ำก็เอ่อท้นออกมานอกขอบตา เธอคว้าร่างเด็กหนุ่มเข้าไปกอดพลางสะอึกสะอื้นเมื่อเห็นใบหน้าหวานสวยดูเคร่งขรึม อดกลั้นความรู้สึกเจ็บปวดไว้ภายใน
คาโอรุ! น้ำเสียงค่อนข้างทุ้มเอ่ยเรียกไกล ๆ เด็กหนุ่มผมทองถือกระเป๋าใบใหญ่สองใบอยู่ด้านนอก มาซาโกะเห็นแล้วก็ตกใจรีบเข้ามาหาคาโอรุ
ขอโทษนะครับมาซาโกะซัง..แต่ผมไม่คิดจะกลับไปตระกูลทาเทวากิอีกแล้ว
หญิงรับใช้ตกใจ สับสน รีบเข้ามาดึงแขนเล็กขาวเอาไว้ ละล่ำละลักพูดเหมือนกับสมองไม่ได้กลั่นกรอง
อะ อะไรคะ? คุณหนู ทะ ทำไม?
คาโอรุจับมือที่เย็นเฉียบและมีริ้วรอยการทำงานหนักของหญิงรับใช้เบา ๆ
คุณแม่ตายแล้ว เงื่อนไขที่มีกับคน ๆ นั้นก็จบสิ้นแล้วด้วยครับ ถึงแม้ว่า มาซาโกะซัง มาริโนะซัง อากิจัง
หรือแม้แต่สุสานของพ่อและแม่ยังอยู่ที่นี่ แต่ผมก็อยู่ที่นี่ไม่ได้ ผมไม่อยากอยู่ใกล้คนๆ นั้นแม้แต่นาทีเดียว ขอโทษนะครับ แล้วผมจะติดต่อทางอื่นแทน
หยาดน้ำตาเอ่อท้นไหลหยดตามพวงแก้มของมาซาโกะ เธอเห็นเด็กหนุ่มมาตั้งแต่เกิดจนกระทั่งบัดนี้ เธอเป็นเพียงคนเดียวในตระกูลที่รอคอยวันปิดเทอมของคาโอรุอย่างใจจดจ่อ รอคอยเด็กหนุ่มให้กลับมา หากแต่มันแลกกับการที่คุณหนูอันเป็นที่รักของเธอต้องบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ มาซาโกะสงบใจสวมกอดคาโอรุอย่างรักใคร่ที่สุด
ดิฉันคุยทางโทรศัพท์ไม่ค่อยเก่ง แต่ แต่จะคอยจดหมายของคุณหนูนะคะ มาซาโกะพูดพร้อมจูบแก้มนิ่มร่ำลา
ไปนะครับคุณแม่ แล้วจะกลับมาเยี่ยมครับ.. คาโอรุคลายวงแขนจากหญิงรับใช้ก็หันมาลาแม่ จากนั้นก็กล่าวลาหมอใหญ่ กับมาริโนะ รวมทั้งอากิระ แล้วเดินไปหาอาซาโตะ
ตอนไปเก็บของ เป็นยังไงบ้าง? คาโอรุถามทันทีที่เดินมาถึงตรงหน้าอาซาโตะ
ไม่มีอะไรนี่ ฉันไม่เห็นย่าของนายเลย อาซาโตะตอบไม่ยี่หระพลางยื่นกระเป๋าใบเล็กให้คาโอรุถือ
งั้นเหรอ?
ทำไม? ยังแคร์อยู่อีกเหรอ?
อืม ช่างเถอะ อ๊ะ! หิมะ
คาโอรุเบนความคิดไปที่หิมะที่เริ่มตกปรอยลงมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มผมทองเปิดเสื้อโค้ทตัวหนาพลางดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้ คาโอรุขืนตัวเกรงสายตาของคนที่อยู่ด้านหลังอีกหลายคน
เข้ามาเถอะ กว่าจะถึงสถานีรถไฟก็พอดีแข็งตาย อาซาโตะพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ในกระเป๋ามีแจ็คเก็ตอยู่ เด็กหนุ่มผมทองรู้สึกรำคาญอาการเลี่ยงของคาโอรุ จึงดึงร่างเล็กตัวแทบปลิวเขาสู่เสื้อโค้ทตัวเดียวกัน เด็กสาวที่ยังคงยืนมองทั้งคู่อยู่ นิ้วมือเรียวของเธอสั่นระริก
ปะ ปล่อยนะ
ฉันชอบนาย คาโอรุ อาซาโตะก้มตัวลงประทับริมฝีปากบนผิวแก้มที่แดงจัด ในห้วงความคิดของคาโอรุไม่เข้าใจสุดขีดว่าทำไมอาซาโตะถึงทำต่อหน้าธารกำนัลที่ถึงแม้จะมีไม่กี่คนอย่างนี้ ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองผ่านไหล่เห็นใบหน้าของเพื่อนสาวแดงจัด ดวงตาสีน้ำตาลใสเพียงข้างเดียวของเธอลดความงามลงไป หัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกร้อนวูบวาบ รู้สึกไม่ดี
ปล่อยฉัน มิเนคุระ คาโอรุพยายามขืนตัวแต่อาซาโตะกลับโอบเอวเล็กไว้แน่นพลางดึงเข้าหาอีก
ทำให้จบไปซะ ดีที่สุดสำหรับโตโดแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลทองเหลือบมองใบหน้าของเด็กสาว เพื่อนวัยเด็กครู่หนึ่งก็ดึงตัวร่างเล็กให้เดินจากไปพร้อมกัน
คาโอรุไม่อาจรู้ได้ในเวลานี้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสอง หากรู้สึกตำหนิตัวเองที่โล่งใจกับท่าทีไม่ใยดีเด็กสาวของอาซาโตะ พลางคิดไปถึงหญิงชราเจ้าบ้านที่เขาไม่ได้ร่ำลาหล่อนเลย แต่การไม่พบหน้ากันอีก อาจเป็นการดีกับทั้งหญิงชราและตัวเขาเองก็ได้
เออ นายอุตส่าห์มาเที่ยวที่นี่แท้ ๆ แต่มีแต่เรื่องวุ่นวาย ฉันพานายไปกินอาหารทะเลดีมั๊ย? คาโอรุทำน้ำเสียงให้สดใส อาซาโตะเลื่อนมือมาโอบไหล่เล็ก
ไม่ดีกว่า อีกอย่างจุดประสงค์ที่ฉันมาที่นี่ไม่ใช่อาหารทะเลซักหน่อย ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องมาที่ใบหน้าเนียนสวยอย่างมีความหมาย จนคาโอรุต้องหลบตา
เอ่อ
แล้วฉันก็ไม่ค่อยชอบอากาศหนาวเท่าไหร่หรอกนะ หิมะตกเยอะ ๆ ก็ลื่นด้วย
คาโอรุเพิ่งจะมาสังเกตว่าอาซาโตะเดินช้ามากกว่าที่เคยอย่างเห็นได้ชัดเพราะไม่คุ้นเคยกับหิมะลื่น ๆ บนพื้นนั่นเอง ร่างเล็กยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากนับตั้งแต่มาที่นี่ โซ่ตรวนได้ถูกปลดออกแล้ว มือที่ดึงเขาขึ้นจากความมืดก็มีอยู่ ไม่ต้องตามหาใครสักคนท่ามกลางผู้คนมากมายอีกต่อไปแล้ว แค่บุคคลที่อยู่เบื้องหน้านี้ ก็เพียงพอ คาโอรุคิดพลางจับมือที่แม้อากาศจะเย็นก็ยังอบอุ่นอยู่มุ่งหน้าไปสถานีรถไฟด้วยกัน
*************************************************************************
บรรยากาศวุ่นวายภายในวันแรกของการเปิดเทอมใหม่อีกครั้ง นักเรียนทุกคนสวมเครื่องแบบที่ต่างจากเทอมที่แล้วเพื่อป้องกันอากาศหนาว ฝ่ายชายเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวพร้อมเสื้อกั๊กสีดำแถบขาวชมพู ซึ่งพอดีช่วยปกปิดบาดแผลที่ยังไม่หายดีบนแขนของคาโอรุเอาไว้ ส่วนฝ่ายหญิงก็เปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวเสื้อกั๊กสีเดียวกัน และถุงเท้าสีดำที่ยาวถึงต้นขา
เด็กสาวรองหัวหน้าห้องกำลังถือแฟ้มมองหาเด็กหนุ่มใบหน้าสวยผู้เป็นหัวหน้าห้องอยู่ตามระเบียงทางเดิน เธอหันรีหันขวางจนเส้นผมที่ยาวเพิ่มขึ้นกว่าเทอมที่แล้วสะบัดระไปตามไหล่
ทาเทวากิคุง เมื่อเห็นเด็กหนุ่มอยู่ข้างหน้าเธอรีบทักด้วยน้ำเสียงดีใจ แต่ก็ชะงักเมื่อเห็นเด็กหนุ่มผมทองเดินเคียงข้างมาพร้อมกัน
อ้าว ซาซากิ? อรุณสวัสดิ์ คาโอรุทักเด็กสาวด้วยน้ำเสียงใสคงเดิม
อะ อรุณสวัสดิ์จ๊ะ ทาเทวากิคุง เอ่อ มิเนคุระคุง เอริทักเด็กหนุ่มทั้งสองโดยที่ตอนท้ายน้ำเสียงของเธอเบาลงแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ
อรุณสวัสดิ์ ซาซากิ ดวงตากลมโตของเอริเบิกขึ้นอย่างงง ๆ ที่น้ำเสียงค่อนข้างทุ้มนั่นทักตอบด้วย
ซาซากิ.? เมื่อได้ยินเสียงคาโอรุทักอีกครั้งสติของเด็กสาวก็กลับมา
อะ เอ่อ อาจารย์มิยาซากิฝากแฟ้มมาให้น่ะจ๊ะ เอริยื่นแฟ้มให้คาโอรุรับ พลางยกมือขึ้นทัดผมไว้ที่ใบหู
ขอบคุณนะ เออ ซาซากิผมยาวขึ้นรึเปล่าน่ะ?
อ๊ะ จ๊ะ? เด็กสาวสะดุ้งแทบยืนเป็นเส้นตรงเมื่อคาโอรุเริ่มสังเกตตัวเธอ
คือ ฉันว่าจะไว้ผมยาวบ้างแล้วน่ะจ๊ะ เอ่อ เหมาะรึเปล่า?
เหมาะสิ ซาซากิน่ารักอยู่แล้วไว้ทรงไหนก็เหมาะทั้งนั้นแหละ คาโอรุยิ้มไปพูดไป ทำให้ใบหน้าของเด็กสาวแดงอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกมีความสุขมากเหลือเกินกับคำพูดแค่ไม่กี่คำ
ขอบคุณจ๊ะ ดีใจจัง เอริยิ้มสดใส แต่ก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่ออาซาโตะยื่นมือมาจับแขนของคาโอรุ
แฟ้มนี้ต้องเอาไปไหน ซาซากิ? น้ำเสียงของอาซาโตะค่อนข้างเข้มขึ้น
อะ เอ่อ ก็เหลือทาเทวากิคุงที่ยังไม่ได้ลงชื่อวิชาเลือกนี้น่ะจ๊ะ เอ่อ พอลงแล้วฉันจะเอาไปให้อาจารย์ที่ห้องพักครู
ไม่ต้องหรอก พวกเราจะเอาไปเอง พอพูดจบอาซาโตะก็ดึงแขนคาโอรุให้เดินตามไปทันทีโดยที่ไม่ได้มองเด็กสาวเลยว่าใบหน้าของเธอแดงจัดด้วยความไม่พอใจ
มิเนคุระ เจ็บ ปล่อยนะ คาโอรุโอดครวญไปตามทางเดินระเบียงที่อาซาโตะลากเขาไป จนมาสุดที่ห้องวิทยาศาสตร์ อาซาโตะก็ยังดึงคาโอรุเข้าไปพลางปิดห้อง
ปล่อยนะ อะไรของนาย?! คาโอรุเปิดฉากต่อว่าทันที แต่ยังไม่ทันจะได้ว่าอะไรริมฝีปากก็ถูกปิดเสียก่อน
อื้อ!! ลำแขนเล็กดันไหล่อีกฝ่ายอย่างแรงจนอาซาโตะต้องผละออก ริมฝีปากบางเผยอหอบพลางส่งสายตาขุ่นเขียวให้
ทำอะไรของนาย?! ที่นี่โรงเรียนนะ!!
แล้วไงล่ะ? ทีนายยังชมเด็กนั่นต่อหน้าต่อตาฉันเลย
ก็เขาเป็นอย่างนั้นจริง ๆ นี่ จะให้ฉันบอกว่าไม่เหมาะรึไง? คาโอรุเถียง
ก็ไม่เห็นต้องบอกถึงขนาดว่าน่ารักนี่ ไม่เห็นเหรอหน้าแดงยังกะมะเขือเทศอย่างนั้นน่ะ!!
เด็กผู้หญิงหน้าแดงก็เรื่องธรรมดานี่ แล้วนั่นก็ทำให้เธอน่ารักเพิ่มขึ้นอีกด้วย ไม่เหมือนนายหรอก!! เอาแต่ใจ!!
คาโอรุสาวเท้ากะจะเปิดประตูออกไป แต่ถูกอาซาโตะดึงเอาไว้ตัวแทบปลิว
นายทึ่มหรือซื่อบื้อกันแน่นะ!! อาการขนาดนี้ยังไม่รู้สึกอีก!
อย่ามาว่าฉันนะ!! แล้วอะไรเล่า ซาซากิเขามีอะไรรึไง?
ก็ .!! อาซาโตะหยุดปากตัวเองไว้ได้ทัน หากคาโอรุรู้ว่าซาซากิคิดยังไง ด้วยนิสัยที่คิดจะโอบอ้อมใจดีกับทุกคนไปซะหมดแบบนี้ บางที .
อะไร? คาโอรุถามเมื่อเห็นอาซาโตะเงียบไป
เออ ช่างเหอะ อาซาโตะพูดปัดแทนคำตอบ ทำให้ร่างเล็กยิ่งหงุดหงิดด้วยความอยากรู้
อะไรของนายกันนะ!!? คาโอรุว่า แต่ถูกดึงตัวเข้าไปกอดจนลืมคำพูดที่จะพูดต่อทันที
เฮ้อ
พวกเรา มาพูดกันดี ๆ บ้างเถอะ วัน ๆ พูดกันไม่ถึง 5 ประโยคก็ทะเลาะกันทุกที อาซาโตะกระซิบเบา ๆ ที่ริมใบหูเล็ก
อะไรล่ะ? นายเป็นฝ่ายเริ่มก่อนไม่ใช่รึไง? คาโอรุตอบเสียงเบาฟังดูอ้อมแอ้มไม่ชัดในอ้อมแขนอีกฝ่าย
บรรยากาศระหว่างนายกับเด็กนั่นมันดีเกินไปน่ะสิ ฉันไม่ชอบ คราวนี้อาซาโตะรู้สึกว่าร่างเล็กในอ้อมแขนสะดุ้งเล็กน้อย พลางเห็นใบหน้าเนียนเริ่มแดง เด็กหนุ่มผมทองยิ้ม
ฉันชอบนาย คาโอรุ ร่างเล็กนิ่งเมื่อได้ยิน มือเรียวเล็กเกาะแขนเสื้ออีกฝ่ายราวกับต้องเวทย์มนตร์ ริมฝีปากบางรับสัมผัสจากอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย ใบหน้าเนียนแดงจัดเมื่อเรียวลิ้นกำลังถูกหยอกเย้า
อืม อาซาโตะเลิกชายเสื้อของร่างเล็กขึ้น สอดฝ่ามือร้อนเข้าไปแตะต้องหมู่บาดแผลเย็นเยียบริ้วยาวตามแผ่นหลัง
อ๊ะ!! คาโอรุสะดุ้งขืนตัว รู้สึกแปลก ๆ เมื่อผิวกายส่วนที่เต็มไปด้วยบาดแผลมีปฏิกิริยากับฝ่ามือร้อนของอาซาโตะ
พะ พอแล้ว
คาโอรุผละออก แต่อาซาโตะที่รู้สึกว่ายังไม่พอก็รั้งลำแขนเล็กให้หันหน้ามาหา พลางต้องสะดุ้งเมื่อดวงตาสีดำสนิทมีหยาดน้ำเอ่อ
คาโอรุ?
ร่างทั้งร่างสั่นระริก พร้อมดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอะไรบางอย่างทำให้อาซาโตะต้องถอนหายใจยาวระงับความต้องการ เด็กหนุ่มผมทองดึงร่างเล็กเข้ามากอดแน่น
ขอโทษ ไม่รู้ว่านายไม่ชอบ
อาซาโตะเกลี่ยนิ้วบนผิวแก้มเนียนคล้ายจะปลอบใจ ทำให้ท่าทีของร่างเล็กสงบลงมาก คาโอรุอยากบอกว่าไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ พอคิดได้แบบนั้นใบหน้าสวยก็แดงจัดทันที
นายลงวิชาอะไร? อาซาโตะคลายวงแขนพลางหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิด
เอ่อ ก็ฉันลงวิชาภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาเลือกน่ะ เมื่อเทอมที่แล้วนายไม่ได้เลือกเลยใช่มั๊ย?
อืม งั้นเทอมนี้ฉันลงด้วยก็ได้ อาซาโตะไล่มองดูรายชื่อ ในนั้นมีทั้งชื่อของเอริและมาโกโตะอยู่ด้วย
เอ๋?
ไม่ต้องห่วง ฉันพอมีพื้นฐานมาบ้างตามทันแน่ ๆ
เอ่อ..ไม่ใช่อย่างนั้น
แล้วอย่างไหนล่ะ? คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ ด้วยนิสัยเอาแต่ใจของลูกคนเดียว
เปล่า คือ คาโอรุก้มหน้าพูด ปลายประโยคเบาจนไม่ได้ยิน
อะไรนะ? อาซาโตะก้มลงตามจนเส้นผมของทั้งสองปรกเกยกัน..
.ฉัน ..
ดวงตาสีน้ำตาลทองฉายแววเปี่ยมความสุขเมื่อได้ยินคำสุดท้ายที่แทบกลายเป็นเสียงกระซิบของร่างเล็ก สองมืออุ่นโอบเอวบางเข้ามาประชิดตัว ปลายจมูกสัมผัสซอกคอนิ่มสูดกลิ่นหอมจากร่างเล็กอย่างพึงใจ แม้คาโอรุจะขืนตัวไว้เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ผละออกจนกระทั่งได้ยินเสียงกริ่งเข้าเรียน
*************************************************************************
โทษทีนะ มาเอดะ เสียงทุ้มเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นเบา ๆ ที่สวนหลังโรงเรียน ในขณะที่ดวงอาทิตย์เริ่มยอแสง ใกล้เวลาที่ชมรมทั้งหลายจะเลิก
ไหนบอกว่าชอบฉันไม่ใช่เหรอ? เด็กสาวผมยาวซึ่งวันนี้เธอมัดรวบเรียบร้อยเป็นเปียยืนกำมือแน่น ดวงตาของเธอดูเป็นสีซีเปียเมื่อดวงอาทิตย์ส่องมากระทบ
ก็ตอนนั้นเธอดูน่ารักนี่ เด็กหนุ่มพูดพลางเบือนหน้าหนีไม่สบตา
หมายความว่าตอนนี้ฉันไม่น่ารักแล้วงั้นเหรอ? น้ำเสียงของมาโกโตะเริ่มจะสั่นแต่ด้วยทิฐิของเธอทำให้พยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติอย่างสุดฤทธิ์
ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แต่พอคบไปนาน ๆ ฉันก็รู้ว่าเธอไม่ใช่แบบที่ฉันชอบน่ะ เด็กหนุ่มเกาศีรษะพลางเหลือบมองข้ามไหล่ของตัวเองไปด้านหลังอย่างใจจดจ่อ จนมาโกโตะสังเกตเห็นเด็กสาวอีกคนยืนลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ในมุม เพียงเท่านั้นก็เข้าใจ
เราเลิกกันเหอะนะ มาโกโตะก้มหน้าลงเมื่อได้ยินคำตัดรอน มือของเธอกำแน่น
ก็ได้
ขอบใจนะ อ๊ะ แต่เรายังเป็นเพื่อนกันได้อยู่นะ เจอกันก็ทักกันบ้างนะ เด็กหนุ่มพูดอย่างไม่ใยดีความรู้สึกของผู้ถูกทำร้าย เขารีบจากไปพร้อมกับเด็กสาวที่รอเขาอยู่ทันทีโดยไม่มองมาโกโตะเลย
..เป็นเพื่อนงั้นเหรอ? ร่างทั้งร่างของเด็กสาวสั่นระริก ทั้งโกรธ ทั้งเคียดแค้น แต่ที่กัดกร่อนจิตใจให้เจ็บปวดที่สุดคือ ผิดหวัง
อีตาบ้า!!! หนอย มีคนใหม่ก็บอกมาสิ!!! เชอะ!! ทำเป็นพูดซะสวยงามสุดท้ายก็แค่อยากจะเปลี่ยนคนควงก็แค่นั้นแหละ!!! นึกว่าหล่อตายรึไงยะ!!!? ไปตายซะ!!! มาโกโตะตะโกนลั่นที่สวนด้านหลังระบายอารมณ์ เธอไม่คิดว่าจะมีคนเดินมาได้ยินในเวลาอย่างนี้ แต่เธอคิดผิดเมื่อขณะกำลังด่าว่ากระฟัดกระเฟียดกับต้นไม้ใบหญ้าแถวนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มผมทองที่ยืนอยู่ระเบียงชั้นหนึ่งของตึกพอดิบพอดี
..อะ .นาย .เห็นรึเปล่า? ดวงตาที่เคยกลมโตเต็มไปด้วยความขี้เล่นหรี่ลงตั้งตัวเป็นศัตรูกับเด็กหนุ่มเต็มที่
..
อาซาโตะไม่พูดอะไร แต่เด็กสาวหน้าแดงจัดคิดว่าเด็กหนุ่มคงจะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นแน่
นาย!! .ถือวิสาสะมาแอบฟังเรื่องของคนอื่นได้ยังไงกัน!!? ไม่มีมารยาท!!
..
เด็กหนุ่มผมทองยังไม่พูดอะไรเพียงแต่ถอนหายใจ คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากัน
ทำไมเงียบล่ะ!! คงหัวเราะเยาะฉันอยู่ในใจล่ะสิ!! มาโกโตะเห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไร ก็ระบายอารมณ์ที่ขุ่นมัวของตัวเองใส่ทันที
หนวกหูชะมัดเลยเธอนี่ อาซาโตะพูดออกมาอย่างอารมณ์เสียที่โดนพาลใส่
อ๋อ!! ใช่สิ ฉันมันไม่น่ารักนี่ พวกผู้ชายก็เป็นงี้กันทุกคนแหละ!!! ชอบผู้หญิงน่ารัก!! อ่อนหวาน!! ฉันน่ะ ฉันน่ะ .ฮึก .. มาโกโตะตะโกนใส่ในสิ่งที่ไม่ทันได้พูดกับเด็กหนุ่มที่ทิ้งเธอไป พลันเสียงต่อไปกลับขาดหายกลายเป็นเสียงสะอื้นพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลตกลงมาจากดวงตากลมโตที่เคยสดใส เด็กสาวยืนร้องไห้กลั้นน้ำตาไม่อยู่เป็นเวลานาน
ฮือ ฮึก มาโกโตะใช้หลังมือเช็ดหยาดน้ำตาจนเปรอะเปื้อนไปหมดทั้งใบหน้าและมือบาง แต่ก็หยุดชะงักเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างตกลงมาที่ศรีษะของตน เด็กสาวเอื้อมมือขึ้นหยิบ มันเป็นผ้าเช็ดหน้า ผืนเล็ก ๆ เธอเงยหน้าขึ้นอย่างสงสัยแต่เห็นแค่แผ่นหลังของเด็กหนุ่มเท่านั้น แม้จะไม่เข้าใจแต่มาโกโตะก็ใช้ผ้าผืนนี้อย่างคุ้มค่า นาน
*************************************************************************
นาย ยังไม่กลับอีกเหรอ? เมื่อร้องไห้เสียจนพอใจ เด็กสาวจึงเดินขึ้นบันไดมายืนอยู่ตรงหน้าอาซาโตะ
ฉันรอหมอนั่นอยู่ อาซาโตะก็ยังประหยัดคำพูดเหมือนเคย
หัวหน้าห้องเหรอ? เออ จริงสิ วันนี้มีประชุมหัวหน้าห้องนี่นะ มาโกโตะรู้เพราะเอริเพื่อนสนิทของเธอก็ต้องเข้าร่วมประชุมเหมือนกัน
แล้วนี่นายมารอหัวหน้าห้องอยู่งั้นเหรอ? แปลกดีนะ
อะไร?
.ก็ เมื่อเทอมที่แล้วฉันยังเห็นหัวหน้าตามนายต้อย ๆ ยังกะเกมส์วิ่งไล่จับกันอยู่ดี ๆ คราวนี้นายกลับมาเป็นฝ่ายรอหัวหน้าเลิกประชุม แถมยังให้ฉันยืมเจ้านี่อีก โดนจับได้พร้อมคำสั่งสอนแถมให้รึไงกัน? มาโกโตะยื่นผ้าเช็ดหน้าขึ้นพลางพูดปนหัวเราะแถมเหน็บแนมเสร็จสรรพ เรื่องที่ถูกหักอกเมื่อครู่ราวกับค่อย ๆ เลือนหายไป
ก็คงงั้น ริมฝีปากของเด็กหนุ่มหยักยิ้มเล็กน้อย ยิ่งทำให้หน้าตาที่บึ้งตึงตลอดเวลาดูอบอุ่นขึ้นกว่าเดิมมาก สร้างความตื่นตกใจให้กับมาโกโตะไม่น้อย เพราะเธอไม่เคยได้เห็นใบหน้าเช่นนี้มาก่อน เด็กสาวรู้สึกว่าใบหน้าของเธอแดงเข้มขึ้น อาซาโตะยกแขนขึ้นดูนาฬิกาพลางออกเดิน
จะไปไหนน่ะ?!
อาซาโตะไม่ตอบกลับเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องประชุม ส่วนมาโกโตะก็รีบวิ่งตามเด็กหนุ่มไป
กลับแล้วเหรอ ทาเทวากิ เสียงทุ้มหากเจือด้วยความสนุกสนานเอ่ยทัก คาโอรุซึ่งกำลังออกจากห้องประชุมพร้อมเอริ
ครับ อ๊ะ! ขอบคุณที่ช่วยผมนะครับรุ่นพี่โอโทจิ
ไม่เป็นไร ไปล่ะนะ เด็กหนุ่มรุ่นพี่โบกมือแล้วเดินหายไป
ช่วยอะไรเหรอจ๊ะ? เอริซึ่งสนใจเรื่องของคาโอรุหันมาถามทันที
อ๋อ ที่ทำงานพิเศษน่ะ เป็นร้านอาหารที่รุ่นพี่เคยไปทำงานพิเศษตอนนี้เขากำลังอยากได้คน พอเห็นว่ารุ่นพี่เป็นคนแนะนำเขาก็เลยรับผมไว้..
เอ๊ะ? งานพิเศษ เอ่อ ทำไมล่ะจ๊ะ? เท่าที่เอริได้รู้เรื่องและเคยได้ไปเที่ยวที่บ้านของเด็กหนุ่มเมื่อคราวนั้นแล้วเด็กสาวก็พอจะรู้ว่าคาโอรุไม่น่าจะมีความจำเป็นต้องทำงานพิเศษแต่อย่างใด เธอจึงแปลกใจ
ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะใช้เงินของตัวเองบ้างน่ะ ริมฝีปากบางยิ้มเล็กน้อย สร้างให้เด็กสาวคิดว่าเป็นอย่างเช่นที่ตนเองพูดจริง ๆ
งั้นเหรอจ๊ะ เออ นี่วันนี้น่ะ
เอริ เสียงคุ้นเคยดังขึ้นด้านหน้า
อ้าว? มาโกโตะ อ๊ะ?? เมื่อได้ยินเสียงทักของเพื่อนสนิทเอริจึงหันไปทักทายกลับเห็นเด็กหนุ่มผมทองเดินนำหน้าเพื่อนสาวของตัวเองมา.. ทำให้เด็กสาวทั้งแปลกใจและไม่พอใจขึ้นมาเมื่อคำนวณได้ว่า อาซาโตะมารอรับคาโอรุ
กลับรึยัง? อาซาโตะพูด เขาเองก็ใช่จะพอใจเมื่อเห็นคาโอรุทำตัวสนิทสนมกับเด็กสาว ต่างฝ่ายต่างไม่พอใจกันและกัน เพียงแต่เอริไม่ใช่เด็กสาวที่โผงผางแสดงความรู้สึกตรง ๆ เหมือนกับมาโกโตะเพื่อนของเธอ จึงทำให้ทั้งคู่เพียงแค่มองกันและกันอย่างหยั่งเชิงเท่านั้น
โอเค งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะซาซากิ มาเอดะ คาโอรุซึ่งไม่รู้เรื่องถึงบรรยากาศไม่ค่อยดีระหว่างเอริและอาซาโตะเพราะมัวแต่สนใจงานพิเศษที่จะเริ่มทำวันนี้อย่างใจจดจ่อ กล่าวลาเด็กสาวทั้งสองและเดินไปพร้อมอาซาโตะ เอริได้เพียงแต่มองทั้งที่เธอตั้งใจจะชวนคาโอรุกลับด้วยกันแท้ ๆ
เอริ? มาโกโตะจับไหล่ของเพื่อนเอาไว้
อ๊ะ เอ่อ แล้วมาโกโตะยังไม่กลับอีกเหรอจ๊ะ?
อื้ม ฉันโดนโทมะบอกเลิกน่ะ
เอ๋??? เอริตกใจ กับเนื้อความของประโยคอีกทั้งแปลกใจกับท่าทางของมาโกโตะที่ดูไม่เหมือนคนเพิ่งเลิกกับแฟนเลย
เอ่อ เธอไม่เป็นไรนะ น้ำเสียงของเอริแสดงถึงความอารีต่อเพื่อน
ตานั่นก็แค่อยากควงคนใหม่ ช่างเหอะ มาโกโตะบอกปัดอย่างไม่ยี่หระ
ฉันเอง ก็คงจะไม่ได้จริงจังกับตานั่นเท่าไหร่ด้วยล่ะมั๊ง ตอนที่ต้องร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้นนั้นไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ถูกบอกเลิก แต่มีเพียงความผิดหวังเท่านั้น ไม่ได้มีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์หรือเสียใจแม้ซักนิด บางทีมันก็แค่การคบกันเพียงผิวเผินเท่านั้น เด็กสาวคิดไปพลางมองผ้าเช็ดหน้าเลอะคราบน้ำตาตัวเอง
มาโกโตะ
ฉันลืมคืนผ้าให้หมอนั่น เด็กสาวกระชับผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นขึ้น พลางนึกถึงสีหน้าอบอุ่นที่ยังตราตรึงอยู่ในดวงตา พลางให้เอริคิดสงสัยระคนแปลกใจ
กลับกันเถอะ.. มาโกโตะพูดพลางดึงแขนเพื่อนเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านด้วยกัน โดยที่เอริยังคงงงงวยกับท่าทีของเพื่อนไปตลอดทาง
*************************************************************************
มิเนคุระ เดี๋ยวแยกกันตรงนี้เลยละกันนะ น้ำเสียงใสแสดงความตื่นเต้นกระตือรือล้นของการทำงานที่ไม่เคยได้พบเจอมาก่อนดังขึ้นที่หน้าสถานีรถไฟ ยังความแปลกใจให้กับเด็กหนุ่มผมทอง
ทำไม?
ฉันจะเลยไปทำงานพิเศษน่ะ ร้านอยู่ใกล้ ๆ นี่แหละ
งานพิเศษ? ทำไมต้องทำด้วย?
ฉันก็อยากจะมีเงินไว้ใช้น่ะสิ จะได้ไม่ต้องพึ่งคน ๆ นั้นอีก. คาโอรุไม่สนใจอารมณ์ไม่ดีที่เพิ่มขึ้นของอาซาโตะ
เงิน? อาซาโตะไม่เข้าใจ เท่าที่ดูคาโอรุก็น่าจะอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินของตระกูล บ้านก็มีอยู่ที่นี่ แล้วจะทำงานพิเศษให้ลำบากทำไมกัน?
วันนี้วันแรกด้วย เดี๋ยวจะสาย ไปล่ะนะ คาโอรุก้าวเท้ายาว ๆ อย่างเร่งรีบเพื่อไปให้ทัน แต่ก็ต้องสะดุดตัวแทบปลิวเมื่อลำแขนแข็งแรงกว่ายึดมือตัวเองไว้
งานอะไร?
เอ่อ ไม่รู้สิ เป็นร้านอาหารน่ะ คงจะเป็นงานจิปาถะ อย่างล้างจาน เก็บโต๊ะ อะไรเทือกนี้ล่ะมั๊ง เดี๋ยวฉันสายจริง ๆ นะมิเนคุระ ปล่อยมือเถอะ คาโอรุพูดอย่างรีบเร่ง พลางเหลือบมองผู้คนที่จ้องมองทั้งคู่เมื่อเดินผ่านอย่างหวาด ๆ หากอีกฝ่ายไม่ได้ใส่ใจเลยซักนิด อาซาโตะดึงแขนบังคับให้ร่างเล็กต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามอย่างลำบาก จนมาถึงล็อคเกอร์ของสถานีจึงปล่อย
มิเนคุระ? เจ็บนะ
ไม่เห็นต้องไปทำงานพิเศษให้ยุ่งยากเลย ดูท่าทางนายก็มีเงินอยู่ไม่ใช่เหรอ?
ไม่ได้หรอก ถึงพ่อกับแม่จะเหลือบ้านเหลือเงินเก็บให้กับฉันก็จริงอยู่ แต่ทุกวันนี้ คน ๆ นั้นส่งเสียฉันเรียน และตอนนี้ฉันตัดขาดจากบ้านใหญ่แล้ว ฉันไม่อยากใช้เงินของเค้าอีก คาโอรุพูดเหตุผลให้ฟัง พลางดวงตาสีดำสนิทก็ฉายแววเร่งรีบอยู่ หากอีกฝ่ายไม่ได้สนใจ กลับใช้มือค้ำยันล็อคเกอร์ไว้กันหนีอีกด้วย
เดือดร้อนเรื่องเงิน บอกฉันก็ได้นี่ ดวงตาสีดำสนิทเปลี่ยนจากความเร่งรีบกลายเป็นการนิ่งขึง
หมายความว่ายังไง? คาโอรุเค้นเสียงอย่างไม่ค่อยพอใจ
เรื่องเงิน ถ้าไม่พอใช้หรืออะไร ก็บอกฉันได้ฉันจะช่วย
คาโอรุกระแทกสันมือเข้ากับลำแขนของอาซาโตะที่ไม่ระวังตัวจนหลุดจากล็อคเกอร์
นายพูดอย่างนี้หมายความว่าไง? จะช่วยอะไร? ถึงนายจะบอกว่าจะช่วย แต่นั่นก็เป็นเงินของพ่อนายใช่มั๊ย?! คาโอรุพูดเน้นย้ำทุกคำอย่างโกรธจัด
ฉันก็แค่ไม่อยากให้นายลำบาก! อาซาโตะที่ยังคิดว่าตัวเองทำถูกก็ยังยืนยันอยู่ แต่นั่นยิ่งทำให้คาโอรุโกรธเพิ่มขึ้นอีก
อย่ามาทำเหมือนกับฉันเป็นผู้หญิงนะ!! แค่ที่ผ่านมาก็มากพอแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งพานายกระทั่งเรื่องแบบนี้!! ตัวของฉัน ฉันต้องรับผิดชอบเอง!! นายเข้าใจมั๊ย!! คาโอรุผลักอกอาซาโตะพลางจ้ำเดินอย่างรีบเร่งสลับกับอารมณ์โกรธลับหายไปท่ามกลางฝูงชน
อย่ามาทำเหมือนกับฉันเป็นผู้หญิงนะ
แค่ที่ผ่านมาก็มากพอแล้ว
น้ำเสียงหวานใสที่เข้มขึ้นด้วยความโกรธสะท้อนในความคิดของเด็กหนุ่มผมทอง อาซาโตะหงุดหงิดพลางพิงล็อคเกอร์
นายต่างหากที่ไม่เข้าใจ เฮ้อ
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
อา...เปิดเทอมแล้วจ้า (ในเนื้อเรื่อง) แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้นะคะ และขอบคุณสำหรับ Comment และกำลังใจจากผู้อ่านทุกท่านที่เมลมาหานะคะ