adolescence

ตอนที่ 17

หญิงชราผมขาวในชุดกิโมโนลายดอกโบตั๋นสีเลือดหมูนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงพลางจิบน้ำชาที่สาวใช้คอยรินให้อย่างใจเย็น… ดวงตาค่อนข้างฝ้าฟางมองร่างที่ไม่ได้สติอยู่บนเตียงพลางกระหยิ่มยิ้มมุมปาก…กระทั่งชายวัยกลางคนท่าทางเรียบร้อยสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาด… เปิดประตูเข้ามาภายในห้องอย่างเร่งรีบพร้อมพยาบาลอีก 2 คน…

“นายหญิง…”

“อ้อ…มาพอดีค่ะอาจารย์…ดิฉันกำลังนึกอยู่เชียวว่าไปตามแค่นี้ทำไมถึงนานนัก…” เซกิโกะปรายตามองมาริโนะครู่หนึ่ง…

“…เอ่อ…มาริโนะคุงบอกให้ผมฟังแล้ว…เอ่อ…จะดีเหรอครับนายหญิง” หมอใหญ่เดินเข้ามาใกล้หญิงชราพลางถามอย่างไม่มั่นใจ…

“…รอมา 8 ปีแล้วนี่คะ…แต่ก็ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะฟื้น…” หญิงชราพูดเสียงเรียบ…

“…เอ่อ…เป็นความจริงครับที่ว่าสมองของเธอตายไปแล้ว…แต่ว่า…ลูกชายของเธอ…”

ดวงตาฝ้าฟางจ้องหมอใหญ่เขม็ง…วางอำนาจ…

“…ดิฉันเป็นเจ้าของไข้…เป็นคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่สุดแสนจะแพงนี่…อีกอย่าง…” เซกิโกะลุกขึ้นยืนวางอำนาจ…สีหน้าของหญิงชราตอนนี้ทำให้ไม่มีใครกล้าขัด…

“…ที่คุณสามารถบริหารงานโรงพยาบาลแห่งนี้ต่อมาได้จนถึงทุกวันนี้…ไม่ใช่เพราะดิฉันหรอกเหรอคะ?”

หมอใหญ่ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าของและผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่สามารถจะพูดอะไรต่อได้อีก… เป็นความจริงที่ว่าในอดีตเขาเคยกู้ยืมเงินจากตระกูลทาเทวากิ แม้ทุกวันนี้เขาก็ยังต้องอาศัยเงินบริจาคจากตระกูลทาเทวากิ…จากนายหญิงชรานี้อยู่… หากเซกิโกะไม่บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลที่ไม่ได้มีกำรี้กำไรอะไรนักแห่งนี้ต่อไปอีกเพียงเพราะขัดใจ…อาชีพของเขาต้องจบสิ้นภายในเร็ววันนี้แน่…

“…ว่ายังไงคะ?”

“เอ่อ…” หมอใหญ่เริ่มหน้าซีด…ถึงเขาจะเห็นใจสงสารเด็กหนุ่มดวงตาสีดำสวยคนนั้นยังไงก็ตาม…แต่…แต่…

“..อย่านะคะ…อาจารย์…”

มาริโนะส่งเสียงห้ามปรามขึ้นเมื่อเห็นว่าหมอใหญ่ดูท่าจะตอบตกลง…ดวงตาฝ้าฟางจ้องไปที่เธออย่างดูถูก…

“…เธอเป็นใครน่ะ? อยู่ ๆ ก็มาพูดแทรกแบบนี้…ไม่มีมารยาทจริง”

มาริโนะจำใจต้องเงียบ…หลังจบประโยคเซกิโกะสะบัดหน้าไปทางหมอใหญ่และจ้องมองเขาอย่างเค้นเอาคำตอบ…

“…เอ่อ…ครับ…”

หมอใหญ่ตอบรับเสียงเบา…เท่านั้นก็ทำให้เซกิโกะสมใจ…รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏที่ริมฝีปาก…

“…อาจารย์คะ?!?!!” มาริโนะร้องห้าม…อาจเป็นเพราะเธอเห็นเด็กชายตัวน้อยที่มาเยี่ยมแม่ด้วยความปวดร้าว…จนเติบโตเป็นเด็กหนุ่ม…8 ปีที่เธอได้เห็นคาโอรุ…มาริโนะไม่อยากทำร้ายจิตใจเขา…

“…มาริโนะคุง…ในทางการแพทย์เราก็ถือว่าคนไข้เสียชีวิตแล้วนะ…” หมอใหญ่พูดเหตุผลกับเธอ…

“แต่…แต่ว่า…เธอคนนี้สำคัญกับคาโอรุคุงมากนะคะ…ทำไมไม่ถามเด็กคนนั้นก่อน!!”

“ไม่จำเป็นต้องถาม!!” เซกิโกะขัดการทุ่มเถียงขึ้น…

“ฉันเป็นเจ้าของไข้!! ฉันมีสิทธิเพียงผู้เดียว! และฉันเซ็นเอกสารยินยอมเรียบร้อยแล้ว!!”

หญิงชรากล่าวหนักแน่น…มาริโนะหันมามองหมอใหญ่…

“…แต่ว่า!!”

“…ยังมีเรื่องที่คุณไม่เข้าใจอีกมาก…มาริโนะคุง…คุณออกไปก่อนเถอะ…”

“อาจารย์คะ!!!” มาริโนะไม่ยอมแพ้…

“ปี๊ด……!!!”

เสียงวัดอัตราการเต้นของหัวใจดังแหลมยาว…หยุดการทุ่มเถียงของหมอและมาริโนะ…คนทั้งสองหันไปมองอย่างทันควัน… โดยที่ใบหน้าของพยาบาลไม่มีสีเลือดแม้แต่น้อย…ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของมาริโนะสะท้อนภาพมือเหี่ยวย่นกำอุปกรณ์ครอบปาก และจมูกที่เคยอยู่บนใบหน้าของคนไข้หญิงมาตลอดเอาไว้แน่น…

“ปัง!!”

ร่างเล็กหลังประตูหอบหายใจแรงเพราะขึ้นบันไดมาพร้อมอาซาโตะแทนที่จะรอลิฟท์ซึ่งมาซาโกะต้องรอ… ทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องต่างหันมามองเป็นตาเดียว…รอยยิ้มปรากฏที่มุมปากหญิงชรา…ขณะที่มาริโนะได้แต่ยืนแข็งอยู่กับที่เมื่อเห็นใบหน้าของคาโอรุ… ดวงตาสีดำสนิทเห็นเส้นสีเขียวยาวบนจอเครื่อง…และเสียงแหลมน่ารังเกียจในโสตประสาท…ทุกอย่างราวกับจบสิ้น…

“…..ไม่!!!!”

คาโอรุวิ่งไปทางเซกิโกะตั้งใจจะคว้าอุปกรณ์ในมือหญิงชราใส่กลับเข้าไปให้กับแม่ของเขา… แต่เซกิโกะกลับดึงสายอุปกรณ์ที่ติดกับเครื่องออกพร้อมปาออกไปนอกหน้าต่าง…

“นายหญิง!!”

หมอใหญ่ร้องเมื่อเห็นอุปกรณ์ราคาแพงลอยลิ่วออกนอกหน้าต่าง…คาโอรุเกือบจะกระโดดลงไปเอาหากอาซาโตะไม่รีบคว้าร่างเอาไว้ก่อน…

“มะ…ไม่…”

คาโอรุคร่ำครวญในอ้อมแขนน้ำตาไหลรินหยดลงบนแขนเสื้ออาซาโตะพลางดิ้นรนสุดชีวิต…

“ปล่อยนะ!! ต้องลงไปเอา!!! ลงไป!!!”

คาโอรุกัดเข้าที่แขนของอาซาโตะเป็นรอยช้ำ…เด็กหนุ่มผมทองนิ่วหน้าแต่ก็ยังไม่ปล่อยแขน…ในขณะที่หญิงชรานั้นยิ้มเหยียดที่มุมปากอย่างพอใจ… อาซาโตะกัดริมฝีปากแน่นในสถานการณ์อย่างนี้…ไม่คิดสิ่งใดอีกแล้วนอกจากช่วยเหลือสิ่งที่มีค่าที่สุดของคาโอรุให้กลับคืนมา…

“มิเนคุระ ตระกูลมิเนคุระจะรับเป็นเจ้าของไข้ต่อไป!! ผมเป็นลูกของมิเนคุระ อากิระ!! ผมต้องการให้คุณยืดชีวิตเธอเอาไว้ก่อน!!”

ใช่..อาซาโตะไม่เคยนึกเลยว่า…วันที่เขาจะได้ใช้ชื่อของพ่อมาช่วยเหลือคนอื่นแบบนี้จะมาถึง…แต่เขาก็จำเป็นแล้ว…ดวงตาฝ้าฟางเบิกขึ้น… ไม่นึกว่าเด็กหนุ่มผมทองจะใช้วิธีนี้

“เหลวไหล!!!”

หญิงชราตะเบ็งเสียงดัง…ส่วนคาโอรุนิ่งเงียบมองหน้าของอาซาโตะทั้งน้ำตา…

“!! เร็วเข้า!!” อาซาโตะสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจของผู้ที่จะกลายเป็นผู้นำต่อไปให้กับหมอใหญ่…

“หยุดนะ!! คุณจะเชื่อคำพูดของเด็กนี่มากกว่าฉันงั้นเหรอ?!! ถ้าคุณทำล่ะก็ตระกูลทาเทวากิจะถอนความช่วยเหลือทุกอย่าง!!!” เซกิโกะข่มขู่…

“อะ…เอ่อ…”

“เครดิตการ์ดนี่เป็นของมิเนคุระ!! ดูซะ!!”

อาซาโตะโยนการ์ดสีทองเลื่อมระยับจากกระเป๋ากางเกงบนการ์ดสลักชื่อ มิเนคุระ เอาไว้ให้กับหมอใหญ่…ขณะที่กำลังวุ่นวายกันอยู่มาริโนะก็ถือโอกาสเตรียมเครื่องช็อตไฟฟ้าเอาไว้แล้ว

“เคลียร์!!!” เธอทาบเครื่องมือไปที่อกของคนไข้หญิง ร่างทั้งร่างกระตุกด้วยแรงไฟฟ้า…

“มาริโนะคุง!?” หมอใหญ่หันไปหานางพยาบาลที่ทำทุกอย่างโดยพละการ…

“อาจารย์คะ จะไล่ดิฉันออกก็ได้ค่ะ ดิฉันน่ะมีที่ไปอีกเยอะแยะ…แต่ชีวิตของอากิโกะซังมีเหตุผลอย่างยิ่งที่จะต้องอยู่ต่อไป…ดิฉันไม่สามารถปล่อยให้เธอตายได้ค่ะ” มาริโนะหันมาพูดกับหมอใหญ่…พลางสีหน้าของเธออ้อนวอน

“…อางาวะคุง…ช่วยเปลี่ยนเครื่องช่วยหายใจเป็นอันใหม่ด้วย” หมอใหญ่หันไปสั่งพยาบาลคนหนึ่งเพราะเขาใจอ่อนไปกับสีหน้าของมาริโนะ…น้ำตาของคาโอรุ…และสิ่งที่เรียกว่า มนุษยธรรม

“หยุดนะ!!”

อาซาโตะปล่อยมือจากคาโอรุหันมายื้อยุดหญิงชราไว้แทนไม่ให้หล่อนเข้าไปทำลายการช่วยชีวิตได้…พอดีกับที่มาซาโกะขึ้นลิฟท์มาถึง… หญิงรับใช้มองความวุ่นวายในห้องอย่างงงงวย…

“เคลียร์!!” ครั้งที่สองแล้วที่มาริโนะทาบอุปกรณ์ไปที่อก…แต่เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจก็ยังเป็นเส้นยาวอยู่…

“เจ้าเด็กนี่ ปล่อยนะ กล้าดียังไง?!!!”

“สายเลือดยากุซ่าไงล่ะ”

เซกิโกะเบิกตาโพลงเมื่อมองเห็นดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องลงมาอย่างเลือดเย็น…ราวกับจะทำให้กระดูกไขสันหลังของหล่อนเป็นอัมพาตไป…

“ปิ๊บ ปิ๊บ”

เสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจดังเป็นจังหวะขึ้นอีกครั้ง…ทุกอย่างหยุดนิ่งมีเพียงคาโอรุเท่านั้นที่โผเข้าหาร่างของแม่อย่างดีใจสุดแสน… ความหวังในหัวใจสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง…

“…แม่…คุณแม่!!”

คาโอรุคว้ามือซูบซีดมากุมไว้…แต่แล้วเสียงของเครื่องก็ดังยาวอีกครั้ง ใบหน้าสวยซีดเผือดหันไปทางหมอใหญ่ที่เข้ามาถืออุปกรณ์เองแทนมาริโนะ…

“ถอยไปก่อนจ๊ะคาโอรุคุง…” มาริโนะปรามคาโอรุให้ถอยออกไป…

“เคลียร์!!!”

หมอใหญ่ทาบอุปกรณ์บนอกอีกครั้ง…แต่…ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้นมา…มาริโนะยกมือขึ้นปิดปากสีหน้าของเธอราวกับจะร้องไห้… ส่วนหมอใหญ่ก็ลดมือลงพลางหายใจลึก…คาโอรุมองทั้งสองอย่างไม่เข้าใจ…

“เป็นอะไรครับ? เร็วเข้าสิครับ!!”

ด้วยความเห็นใจหมอใหญ่เตรียมช็อตให้อีกครั้ง…

“เคลียร์!!!”

ร่างซูบผอมกระตุกขึ้นและแตะพื้นเตียง…ไม่มีอะไรเกิดขึ้น…เสียงดังยาวของเครื่องก็ยังดังต่อเนื่อง…ไม่ได้หยุด…ดวงตาสีดำสนิทเบิกขึ้น…

“ทะ…ทำไม…ครับ?” สีหน้าของคาโอรุซีดเผือด ริมฝีปากละล่ำละลักถาม…

“………สายไปแล้ว…ขอโทษนะ”

หมอใหญ่วางอุปกรณ์ลง…ราวกับดาบแห่งฟากฟ้าฟาดลงมากลางหัวใจ…ความหวังน้อยนิดเพียงครู่เดียวหายวับไปในความมืด…คาโอรุ…ไม่มี… แม้แต่เสียงจะเรียก…ไม่มีแม้เสียงสะอื้นเมื่อหยาดน้ำไหลตกลงมาจากดวงตา…อาซาโตะมองใบหน้าของคาโอรุพลางแขนที่ยึดหญิงชราไว้ก็ตกลง… ดวงตาฝ้าฟางฉายแววยิ้มเยาะสมใจ…มาซาโกะถึงกับหมดเรี่ยวแรงทรุดลงหน้าประตู…ฝ่ามือเล็กตะเกียกตะกายคว้าแขนซูบของแม่เอาไว้… ท่ามกลางความเวทนาของหมอและมาริโนะ…แต่ลำแขนนั้นไม่มีปฏิกิริยาใดตอบสนอง… เมื่ออาซาโตะเข้ามากอดรัดด้านหลังก็ทำให้มือของคาโอรุผละออกจากแขนของแม่ที่ตกลงข้างเตียงด้วยแรงโน้มถ่วง…ร่างนั้น… ร่างของหญิงที่เป็นผู้ให้กำเนิดที่แสนสำคัญ…ไม่มีอะไรอีกแล้ว…ริมฝีปากบางเผยอหอบหายใจแรง…พลางหันมาหาหมอ…

“…ทะ…ทำอะไรเข้าสิครับ…อาจารย์…มาริโนะซัง…”

หมอใหญ่เบือนหน้าหนีไม่สามารถพูดอะไรได้…ส่วนมาริโนะก็ได้แต่ยกมือปิดปากของเธอนิ่งอยู่อย่างนั้น… หญิงชราเดินเข้ามาหาเด็กหนุ่มทั้งสองด้วยรอยยิ้มราวปีศาจร้าย…

“เป็นยังไง? ความรู้สึกที่ฉันได้รับเมื่อ 8 ปีก่อน…เป็นยังไงบ้างล่ะ? เจ็บปวดดีใช่มั๊ย? แทบอยากจะตายเลยใช่มั๊ย?”

คาโอรุเงียบน้ำตาไหลไม่หยุดมองใบหน้าหญิงชราที่ยิ้มเยาะเขาอย่างเคียดแค้น…ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลาย…ไม่มีอะไรมาปิดกั้นอีกแล้ว…หัวใจ… จมลงสู่ความมืด…

“…ทำไม…?” เซกิโกะยิ้มเมื่อได้ยินคำถาม…

“นังคนนี้ได้รับการลงโทษแล้วน่ะสิ…ฉันปล่อยให้มันเป็นวิญญาณแต่ร่างกายไม่ได้รับการฝัง…ยื้อยุดมันไว้ในโลกนี้ครึ่งหนึ่ง…นั่นก็สมใจฉันไปอย่าง.. แต่ว่า…คนที่ฆ่ามิโนรุไม่ได้มีนังนี่คนเดียว…แต่มีแกอยู่ด้วย!!”

“หยุดนะ!!!”

อาซาโตะตวาดลั่น…พลางมองดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างที่พร่าเลือนด้วยม่านน้ำ…คาโอรุยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างของตัวเองอย่างหวาดกลัว… เด็กหนุ่มผมทองหันกลับไปมองหญิงชราด้วยดวงตาสีน้ำตาลทองที่เริ่มเปลี่ยนสีด้วยความเกลียดชัง… เซกิโกะถึงกับต้องเบือนหน้าหนีดวงตาแฝงอำนาจคู่นั้น…เหงื่อซึมพราว…แต่นั่น…ก็ไม่สามารถทำอะไรได้หรอก…ในเมื่อเวลานี้…หล่อนคือผู้ชนะ…

“…ทีนี้ก็ตาแกแล้วยังไงล่ะ? ลิ้มรสความทรมานที่เหมือนกับฉันไปซะ!!!”

ในดวงตาของคาโอรุสะท้อนภาพหญิงชราที่แสนโหดเหี้ยมเอาไว้…พร้อมกับหูที่สะท้อนก้องด้วยถ้อยคำและเสียงหัวเราะของหล่อน… ก่อนที่จะไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงหายใจของตัวเองและทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มเลือนลางดำมืดไปในที่สุด…

*************************************************************************

ดวงตาสีดำสนิทลืมขึ้นในความมืด…พลางขยับศีรษะไปข้างเตียงมองเห็นผมสีน้ำตาลทองราง ๆ… อาซาโตะที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียงรู้สึกถึงการขยับตัวจึงลืมตาขึ้นมองเห็นใบหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ อยู่เบื้องหน้า…

“…คาโอรุ…”

ร่างเล็กไม่พูดอะไรตอบอาซาโตะ…เพียงดวงตาคู่สีดำสนิทมีหยาดน้ำไหลอาบแก้มตกลงเปื้อนหมอน…

“คาโอรุ…”

ฝ่ามือร้อนสัมผัสใบหน้าสวย…คาโอรุหลับตาลง…แต่น้ำตายังไม่หยุดไหล…แม้เสียงสะอื้นก็ไม่มีให้ได้ยิน…

“…ฉันรู้…นายนอนหลับเถอะ…พักผ่อนซะ…นะ…”

ใบหน้าสวยซบกับฝ่ามือของอาซาโตะ…และหลับไปอีกทั้งน้ำตา…

*************************************************************************

ภายในตระกูลทาเทวากิ…มีแขกเหรื่อมากมายในงานวันเกิดที่จัดให้แก่คนที่ตายไปแล้วซึ่งเป็นลูกชายอันเป็นที่รักของนายหญิงผู้นำตระกูล… บรรยากาศในงานดูชื่นมื่นนักด้วยดอกไม้หลากสีสรรที่หญิงชราเจ้าของบ้านจัดเตรียมไว้ตั้งแต่คืนก่อน… ทุกคนในงานไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าหญิงชราไปทำอะไรมาถึงได้ร่าเริงสดใสยิ่งกว่าเก่า…นอกจากสาวใช้ที่ไปกับหล่อนเท่านั้น… และมาซาโกะซึ่งยังไม่ได้กลับมาจากโรงพยาบาล…

หญิงชรายิ้มรับแขกเหรื่อ..เมื่องานฉลองเสร็จสิ้น…หล่อนปล่อยให้สาวใช้ทำความสะอาดบริเวณจัดเลี้ยง… ส่วนตนเองนั้นเดินเข้าไปในห้องด้านในตัวบ้านหลังที่ใหญ่ที่สุด…

“…มิโนรุ…แม่เข้าไปนะจ๊ะ…”

ภายในห้องถูกจัดไว้อย่างสวยงาม…ประดับประดาด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ที่จะหาได้ในสภาพอากาศหนาวจัดแบบนี้อย่างสวยงามในแจกันโบราณ ราคาแพงลิบ…ทุกอย่างในห้องยังเป็นเหมือนเดิม…แม้กระทั่งภาพเขียนที่เจ้าของวาดทิ้งไว้บนโต๊ะเมื่อ 8 ปีก่อน… แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากห้องนอนธรรมดาทั่วไปก็คือ…แผ่นป้ายบูชาสีน้ำตาลดำที่ถูกตั้งไว้แทนที่ร่างเจ้าของห้องนี้…

“สุขสันต์วันเกิดอายุครบ 35 ปีจ๊ะ…ลูกรัก…” เซกิโกะหยิบแผ่นป้ายบูชาแนบอก…พร้อมกับรอยยิ้มบริสุทธิ์ที่ไม่มีใครเคยได้เห็น…

“…วันนี้…แม่ทำสำเร็จแล้วนะจ๊ะ…หลังจากคอยมา 8 ปี…แม่แก้แค้นพวกมันแม่ลูกแล้ว…ลูกดีใจใช่มั๊ยจ๊ะ? มิโนรุ”

หญิงชรายิ้มสลับหัวเราะ…จนสาวใช้ที่ผ่านห้องนี้ต้องสะดุ้ง…เพราะราวกับนายหญิงของหล่อนเสียสติไปเสียแล้ว…คืนนั้น… เซกิโกะไม่ออกมาจากห้องนอนของลูกชายเลย…

*************************************************************************

“ตรู๊ด ตรู๊ด…”

เสียงโทรศัพท์มือถือที่อาซาโตะทิ้งไว้ในบ้านทาเทวากิดังขึ้นบนกองสัมภาระของเขา…แต่อาซาโตะอยู่ที่โรงพยาบาลจึงไม่มีคนรับสาย…

“…ทำไมไม่รับสายเนี่ย?” ผู้เป็นพ่ออารมณ์เสียเล็กน้อยเมื่อไม่ได้อย่างใจ…

“อาจจะลืมเอาติดตัวไปด้วยก็ได้นะครับ…” เลขาฯคนสนิทที่กำลังง่วนอยู่กับเอกสารบนโต๊ะเงยหน้าขึ้นตอบอย่างคาดเดา…อากิระวางหูโทรศัพท์ลง…

“แล้วจะซื้อให้ทำไมเนี่ย? ซื้อแล้วไม่เอาติดตัวไปด้วยน่ะ” อากิระบ่นพลางจิบกาแฟ…

“…ท่านมีธุระอะไรเร่งด่วนรึเปล่าครับ? ส่งคนไปก็ได้นี่ครับ…” คาคุเริ่มสนใจเมื่อเห็นเจ้านายดูร้อนรน…

“…ก็…เปล่าหรอก…ไปตั้งไกล…ไม่เห็นโทร.มาหาพ่อมันมั่งเลย…” อากิระพูดแกมน้อยใจทำให้เลขาฯคนสนิทหัวเราะ…

“ตอนที่ท่านซื้อมือถือให้ก็เห็นคุณหนูทำหน้าไม่ค่อยชอบไม่ใช่เหรอครับ? อาจจะไม่ชอบพูดโทรศัพท์นักก็ได้…นั่นก็เป็นนิสัยอีกแบบนะครับ…”

“เฮ้อ…อีกไม่กี่อาทิตย์ก็ครบรอบวันตายของมาการ์เร็ตแล้ว…คราวนี้อยากจะให้พร้อมหน้ากัน…”

อากิระเปรย…

“…ตั้งแต่เข้าเรียนม. ปลายมานี่ ก็ดูคุณหนูจะอ่อนลงมาก…ยังไงคราวนี้คงจะได้ไปเยี่ยมคุณมาการ์เร็ตด้วยกันแน่ ๆ ครับ…” คาคุพูดพลางคิดถึงเด็กหนุ่มดวงตาสีดำสนิทสวยคนนั้น…

“อืม…นั่นสินะ…”

อากิระรู้สึกหายคิดถึงลูกชายลงไปนิดหน่อย…พลางหันหน้าจัดการกับเอกสารที่คาคุยกมาให้อีกตั้งอย่างรีบเร่ง…

*************************************************************************

2 วันแล้วที่ทั้งมาซาโกะและอาซาโตะยังคอยเฝ้าคาโอรุอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง… โดยเฉพาะอาซาโตะที่แทบจะไม่ทำอะไรเลยนอกจากคอยเคลียเส้นผมนิ่มไปมาอย่างเบามือ…คาโอรุลืมตาตื่นขึ้นมาหลายครั้งแต่ทุกอย่างไม่มีอะไรเลย แม้แต่น้ำตาที่เคยไหลลงมาไม่ขาดสายเมื่อวันวานก็หายไป ใช่ ตอนนี้แม้น้ำตาก็ไม่มีจะไหล…แล้วดวงตาไร้ความรู้สึกก็ถูกเปลือกตาปิดทับลงมาอีก ราวกับว่าจะไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นอีกแล้ว…

“…มาซาโกะซังคะ…”

หญิงสาวในชุดกิโมโน…เข้ามาภายในห้องพลางเรียกหญิงกลางคนอย่างเกรง ๆ

“…มีอะไรเหรอ?” น้ำเสียงของมาซาโกะค่อนข้างอิดโรย…

“…นายหญิง…สั่งมาว่าให้กลับเดี๋ยวนี้ค่ะ…”

ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นในใจของมาซาโกะ…แม้หญิงชราจะเคียดแค้นคาโอรุสักแค่ไหน…แต่เธอก็ไม่เคยคิดเลยว่านายหญิงจะทำกับหลานแท้ ๆ ของตนเองได้ถึงเพียงนี้…

“…ฉันต้องดูแลคุณหนู…”

มาซาโกะพยายามระงับอารมณ์ตอบกลับไป…แต่ดวงตาของหญิงสาวกลับมีน้ำตาคลอ…

“…ได้โปรดเถอะค่ะ…มาซาโกะซัง ไม่มีใครรู้ใจนายหญิงเท่ากับมาซาโกะซังอีกแล้วนะคะ…ตอนนี้พวกดิฉันรับมือท่านไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ…ได้โปรดเถอะ”

หญิงสาวให้เหตุผลทั้งน้ำตา…มาซาโกะนึกสงสารจับใจ ใช่ เธอรับใช้นายหญิงมาตั้งแต่ยังเป็นสาว ๆ มีรึ จะไม่รู้ว่าหญิงชรานั้นเอาแต่ใจตนเองแค่ไหน…

“กลับไปเถอะครับ…ผมดูแลเอง…”

อาซาโตะพูด…ทำให้มาซาโกะตัดสินใจ…แม้ว่าเธอจะโกรธซักแค่ไหน แต่ที่ที่จะให้กลับไปก็มีเพียงตระกูลทาเทวากิเท่านั้น…มีเพียงที่นั่นเท่านั้น บุญคุณที่ชุบเลี้ยงมาไม่อาจทดแทนได้หมด…และเป็นโซ่ตรวนหนาแน่นที่คอยคล้องแขนขาของเธอมาตลอดเวลา…

“ค่ะ…ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ…เอ่อ…ถ้าหากคุณหนู…”

“ครับ…แล้วจะติดต่อไป…” อาซาโตะตอบเหมือนรู้…ทำให้มาซาโกะโล่งใจ

“…ฝาก…คุณหนูด้วยนะคะ…”

มาซาโกะเอื้อมมือค่อนข้างเหี่ยวย่นตามวัยมาจับมือเด็กหนุ่มเอาไว้…

”…ครับ…”

เมื่อได้ยินคำตอบรับอย่างมั่นเหมาะ…มาซาโกะก็ลาเด็กหนุ่มกลับไปพร้อมหญิงสาว…

*************************************************************************

“…โอรุ……คาโอรุ…..” น้ำเสียงอ่อนโยนแฝงด้วยความรักอย่างเต็มเปี่ยม…แว่วมาไกล ๆ ดวงตาสีดำสนิทสวยลืมขึ้น…

“…คาโอรุ…” น้ำเสียงคุ้นเคยที่ไม่ได้ฟังมาแสนนาน แต่สลักแน่นในความทรงจำ…เสียงของ ‘แม่’ ร่างเล็กลุกขึ้นยืนในความมืด…พลางมองหาต้นเสียง…

“…คาโอรุ…” น้ำเสียงอ่อนโยนเรียกซ้ำ หากทุ้มแน่นกว่าเสียงแรก…ใช่แล้ว…เสียงของ ‘พ่อ’ คาโอรุเริ่มเดินในความมืดสนิทยิ่งกว่าราตรี นาน เดินอยู่แสนนานและเหน็ดเหนื่อย…จนอยากล้มลงตรงนั้น แต่เสียงนั่น เพียงแค่เสียงนั้นก็ทำให้เดินต่อไปได้…

“…คาโอรุ…” หลังจากที่เดินมาแสนไกล…เบื้องหน้าของร่างเล็กก็ปรากฏเงาสีขาวจาง ๆ ค่อยก่อตัวเป็นรูปร่าง…รูปร่างของคน 2 คนที่โหยหามาตลอดเวลา ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมคายที่มีดวงตาสีดำสนิทเหมือนกันกับคาโอรุ หญิงสาวใบหน้าหวานสวยที่ร่างเล็กถอดแบบออกมา ร่างของพ่อและแม่…คาโอรุไม่รอช้าโผเข้าหาทั้งสองด้วยน้ำตา…แต่…

“พลั่ก!!!” เสียงร่างเล็กกระแทกกับพื้น…คาโอรุหันกลับไปยังร่างของทั้ง 2 ที่เขาทะลุผ่านมา…ไม่อาจไขว่คว้า…ในขณะที่พยายามจะเอื้อมมือให้ถึง ร่างของทั้งสองก็กลายเป็นหมอกควัน…

“พ่อครับ…แม่ครับ…ผมอยากอยู่กับพ่อกับแม่…ได้โปรดเถอะครับ…”

หยาดน้ำตาหลั่งรินไม่ขาดสายจากดวงตาสีดำสนิทรวดร้าว…

“…พาผมไปด้วย…ผมไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว…แม่ครับ…ได้โปรดเถอะ พ่อครับ…”

ใบหน้าของผู้ให้กำเนิดทั้งสองเศร้าหมอง…

“…คาโอรุ…ขอโทษนะจ๊ะ…”

นิ้วมือเรียวสวยราวลำเทียนยื่นมาสัมผัสแก้มนิ่มของลูกชายอันเป็นที่รัก…พลางค่อย ๆ จางหายไป…

“ไม่!! ได้โปรดเถอะ!!! พ่อ!! แม่!!! ไม่นะ!!!”

ร่างทั้งสองหายไปในความมืดต่อหน้า…แม้พยายามไขว่คว้าเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล…

“ไม่…………..!!!!……”

คาโอรุลุกขึ้นตะโกนลั่นในความมืด…ทำให้อาซาโตะที่หลับอยู่ข้างเตียงถึงกับตกใจตื่นทันที…

“พ่อ!!!! แม่!!!!! ไม่นะ!!!!………..”

ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างเต็มไปด้วยน้ำตา…สองมือเรียวพยายามไขว่คว้าอะไรบางอย่างในอากาศ…อาซาโตะยึดแขนเล็กเอาไว้…

“…คาโอรุ!! คาโอรุ!!! พอทีเถอะ!!”

ฟันคมขาวกัดเข้าที่รอยช้ำเดิม…เลือดเริ่มซึมออกมา…แม้จะเจ็บแต่อาซาโตะก็พยายามโอบคาโอรุเอาไว้เพื่อให้สงบ… ร่างเล็กดิ้นรนด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี…เด็กหนุ่มผมทองมองเห็นตัวเองในวัยเด็กซ้อนทับกับร่างของคาโอรุ… ตอนที่เส้นผมสีทองราวผืนไหมชุ่มไปด้วยเลือด…ตอนที่ร่างระหงงดงามหล่นลงไป…ตัวเองที่อายุ 7 ปี ร้องด้วยเสียงแบบไหน…เวลานี้ทุกอย่างราวกับย้อนกลับมา…

“พอซะทีเถอะ!!! พ่อกับแม่นายไม่อยู่แล้ว!!! พวกเขาตายไปแล้ว!!! อย่าไล่ตามอีกเลย พอทีเถอะ คาโอรุ!!!”

ร่างทั้งร่างหยุดนิ่ง…สิ่งที่อาซาโตะพูดดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคาโอรุ…สติถูกดึงกลับมา…

“คาโอรุ….”

อาซาโตะคลายวงแขนพลางมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา…มือเรียวเล็กกำเสื้อของเขาแน่น…ดวงตาสีดำสนิทจ้องกลับมา…

“…ตายไป…ถ้าฉันตายไปตั้งแต่ตอนนั้นก็คงจะดี…” น้ำเสียงใสสั่นเครือ…

“…นายพูดอะไรน่ะ?”

“…ใช่…ถ้าตายไปพร้อมกันก็คงดี…จะได้ไม่ต้องมาเจอแบบนี้…ฉันไม่อยากเกลียดคน ๆ นั้น แต่ความเกลียดชังจนแทบอยากจะฆ่าให้ตายนี่มันมาจากไหนกัน? ฉันเกลียด ชิงชัง คนที่ให้กำเนิดเลี้ยงดูพ่อของฉัน…พ่อที่ฉันรัก…พ่อที่แสนใจดี… พ่อที่อ่อนโยนแม้กระทั่งตอนนั้นก็ยังโอบตัวแม่กับฉันไว้และรับแรงกระแทกแทนจนต้องตายไป”

อาซาโตะกอดรัดร่างเล็กแน่นขึ้น…

“…พอเถอะ…ไม่ต้องพูดแล้ว!!”

คำพูดของเด็กหนุ่มผมทองดูราวจะตัดบท…แต่น้ำเสียงค่อนข้างทุ้มของเขากลับสั่น…คาโอรุโอบอีกฝ่ายตอบดวงตาสีดำสนิทมีม่านน้ำเอ่อ…

“…แต่ถึงอย่างนั้น…ฉันก็ยังเกลียดคน ๆ นั้น…เกลียดคนที่เลี้ยงดูพ่อของฉันให้แสนดีขนาดนั้นได้…ฮึก…”

คาโอรุผลักอาซาโตะออก…แต่มือเรียวเล็กยังขยำเสื้อของอีกฝ่ายแน่นแรง…

“ตั้งแต่ฉันจำความได้ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยสนใจใยดีฉันกับแม่เลย!!! เพียงเพราะแม่ฉันเป็นสาวใช้!! ไม่ใช่คุณหนูมีตระกูลที่ตัวเองเลือกไว้ แต่นั่นก็ยังไม่ได้แสดงถึงความเลวร้ายของผู้หญิงคนนั้นมากพอหรอก!!”

ดวงตาสีดำสนิทเต็มไปด้วยหยาดน้ำ…ไหลเอ่อ…ท่วมท้น…อาซาโตะพยายามดึงร่างที่สั่นสะท้านเข้ามากอดแต่ถูกผลักออก…

“…พอพ่อตาย…พวกเราแม่ลูกก็เสียใจและรู้สึกผิดมากอยู่แล้ว…โดยเฉพาะแม่…แม่โทษว่าเป็นความผิดตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ยังไม่พอใจ คอยด่าว่าแม่อยู่ตลอดเวลา…ใช้งานแม่…เราแม่ลูกต้องอยู่อย่างลำบาก

แต่พออยู่ต่อหน้าคนภายนอกก็เสแสร้งหาว่าเลี้ยงดูพวกเราอย่างดี แม่จะออกไปอยู่ลำพังก็ไม่ให้ไป ข่มขู่ทุกอย่าง…แล้วที่แม่ต้องมานอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่อย่างนี้ก็เพราะผู้หญิงคนนั้น!!!”

มือเรียวเล็กกำแน่นจนดูราวกับเล็บจะทะลุฝ่ามือ…

“…หล่อนผลักแม่ของฉัน…ตกบันได…ต่อหน้าต่อตาฉัน…เสียงสุดท้ายของแม่ฉันยังจำได้…ใบหน้าในตอนนั้นเป็นยังไงฉันรู้… แม่ตกบันไดหัวกระแทกเลือดไหลออกมาเต็มพื้นไปหมด…ฉันเรียกแม่จนเสียงแหบแห้ง…แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองลงมาอย่างสมใจ…สะใจ… แล้วก็หัวเราะ…หล่อนหัวเราะ!! นายเข้าใจมั๊ย?!! ผู้หญิงคนนั้นดีใจที่แม่ฉันต้องเป็นแบบนี้…แล้วตอนนี้ก็ยังฆ่าแม่อีกเป็นครั้งที่ 2 แม่ของฉันนะ!!! หลังจากที่พ่อตายฉันก็มีแม่เพียงคนเดียว!! ถึงแม้จะไม่สามารถพูดคุยกันได้อีก แต่แค่เพียงได้เห็น แค่เท่านั้นก็พอ แต่หล่อนก็ยังทำ!!! ทั้งที่ฉันมีแม่เพียงคนเดียว!!! ทั้งที่ไม่มีอะไรจะมาแทนแม่ได้อีกแล้วแท้ ๆ !!! ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว…แล้วนายยังจะพูดไม่ให้ฉันไล่ตามพ่อกับแม่อีกงั้นเหรอ?”

“คาโอรุ!! ถ้าไล่ตามพ่อกับแม่ของนายไปก็หมายถึงตายไม่ใช่เหรอ?!!”

“ใช่สิ!!! ฉันอยากตาย!!! จะได้จบ ๆ ไปซะ!! เพราะว่าในใจของฉันมันขัดแย้งกับทุกอย่างที่พ่อกับแม่อุตส่าห์สั่งสอนฉันมา!!! มันดำมืด มีแต่ความเกลียด เคียดแค้น กับพยาบาท ไม่เหลืออะไรสวยงามอีกแล้ว!!! จะอยู่ไปทำไม!!!?!!”

คาโอรุถอยไปที่หน้าต่างที่เปิดเอาไว้…แต่อาซาโตะคว้าเอวบางดึงตัวเข้ามากอดเอาไว้แน่น…

“ปล่อยนะ!!!” คาโอรุดิ้น…เรียวแขนผลักอีกฝ่ายสุดฤทธิ์ แต่ร่างที่ใหญ่กว่าตัวเองนั้นไม่ขยับเขยื้อนกลับกอดเขาเอาไว้แน่นกว่าเก่า…

“ไม่ได้นะ!!!ฉันไม่ยอม!!!”

“ปล่อย!!! ไม่มีใครรักฉัน!! กับตัวฉันที่ไม่ได้รักใคร!!! ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว!!!” หยาดน้ำไหลอาบแก้มเนียน…อาซาโตะกัดฟันแน่น…

“!!ฉันรักนาย!!!”

ราวกับบรรยากาศถูกหยุดนิ่ง…ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างทั้งน้ำตา…เรียวแขนเล็กที่ผลักไสจนถึงเมื่อครู่ก็หยุดนิ่งค้าง… ใบหน้าของอาซาโตะมีสีเลือดเพิ่มขึ้น…เพราะแม้แต่ตัวเองก็ไม่อยากเชื่อว่าจะพูดประโยคนี้ออกไป...แต่มาคิดดูนี่คือคำตอบของสิ่งที่ว้าวุ่น ร้อนรน อบอุ่น และอยากครอบครองในใจของเด็กหนุ่มได้ดีที่สุด…อาซาโตะค่อยคลายวงแขนปล่อยให้คาโอรุยืนเอง…ซึ่งร่างเล็กก็ยังอยู่ในท่าเดิม… เด็กหนุ่มผมทองใช้ฝ่ามือร้อนทั้งสองแตะแก้มเนียนที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา…

“…ฉัน…รักนาย…คาโอรุ…ถ้านายบอกว่าไม่มีใครรัก…นั่นไม่จริง เพราะฉันรักนาย…”

ริมฝีปากบางสวยเม้มเข้าหากัน…ดวงตาสีดำสนิทฉายแววเศร้าหมอง…ทำให้อาซาโตะไม่เข้าใจ…

“…นาย…สงสารฉัน…ก็เลยบอกว่ารักฉัน…งั้นสินะ…ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ พวกเราเจอกันยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ…ฉันไม่สำคัญสำหรับนายขนาดนั้นหรอก…อีกอย่าง…ฉันไม่ใช่ผู้หญิง…”

เมื่อจบประโยคใบหน้าสวยเบือนหนีไม่สบตา…แต่อาซาโตะกลับยึดคางของคาโอรุดึงให้มาเผชิญหน้า…

“ หมายความว่าไง? ฉันบอกว่าฉันรักนาย…แค่นี้ยังไม่เพียงพออีกเหรอ?!”

“ไม่!!! มันไม่จริง!!! นายแค่สงสารชีวิตครอบครัวของฉันเท่านั้น!! มันไม่ใช่ความรัก!!!”

คาโอรุปัดมือออก…อาซาโตะได้ทียึดไหล่เล็กบางไว้แน่นพลางเขย่าด้วยโทสะ…

“ ใช่สิ!! ฉันรู้ตัวเองดี !! ฉันรักนาย!! ทำไมถึงไม่เชื่อ!!!”

“ไม่!!!…..อื้อ!!!”

น้ำเสียงต่อไปถูกกลืนหายไปพร้อมกับริมฝีปากที่ประทับปิดลงมา…ดวงตาสีดำสนิทมีหยาดน้ำอีกครั้ง…พลางดิ้นรนสุดชีวิต… อาซาโตะไล้เรียวลิ้นไปตามผิวหน้า…ผ่านแก้มเนียนไปถึงแพขนตาชุ่มน้ำ…กลับมาที่ริมฝีปากพลางสอดลิ้นเข้าไปบังคับให้ริมฝีปากบางเผยอรับ… ลมหายใจร้อนเป่ารดกันและกัน กระทั่งมือเรียวเล็กหยุดการดิ้นรนหันมาจับยึดแขนแข็งแรงกว่าไว้แน่นราวจะยืนไม่อยู่… อาซาโตะจึงถอนริมฝีปากออก…

“…ไม่…นายจะรักฉันได้ยังไง? แบบนี้…แบบนี้มันไม่ใช่…พวกเราเป็นผู้ชายเหมือนกัน…มันเป็นไปไม่ได้…”

“ฉันรักนาย”

“..ไม่…”

“…รักนาย…คาโอรุ…”

“…ฮึก…ไม่….”

“นายสำคัญสำหรับฉัน…ถ้าไม่มีนายฉันคงไม่สามารถขอโทษโตโดได้…คงไม่รู้ถึงความเอาแต่ใจและความเป็นเด็กที่แสนโง่ของตัวเอง… ถ้านายตามพ่อกับแม่ของนายไป…ฉันคงทนไม่ได้…”

“…มิเนคุระ…?”

อาซาโตะเลื่อนฝ่ามือประคองใบหน้าสวยให้เงยขึ้น…ก่อนจะแลกอุณหภูมิด้วยหน้าผากกันและกัน…

“…ฉันรักนาย…คาโอรุ” ริมฝีปากบางขบกัดแน่นจนช้ำ…

“…เป็นเรื่องจริงเหรอ? ไม่ใช่ความฝันเหรอ?”

“เป็นความจริง…แต่ถ้านายยังไม่แน่ใจนะ…”

อาซาโตะโอบรัดร่างเล็กแน่นรู้สึกถึงเสียงหัวใจเต้นระทึก…พร้อมกับใบหน้าสวยที่แดงเรื่อขึ้น…คาโอรุหลับตาลง…

“แต่แบบนี้ฉันก็มีนายคนเดียวเท่านั้นน่ะสิ…ฉันจะยึดติด…จะไม่ยอมปล่อย…จะให้นายอยู่กับฉันตลอดไป…แบบนี้ดีแล้วเหรอ?”

น้ำเสียงใสสั่นสะท้าน…โอบแผ่นหลังที่กว้างกว่าตัวเองแน่นราวกับรอคำตอบด้วยใจระทึก…

“แบบนั้นก็ดีแล้ว…” หยาดน้ำตาไหลจากดวงตาคู่สวยอีกครั้ง และถูกสะท้อนด้วยแสงไฟภายนอกดูเป็นประกายในอ้อมกอดอาซาโตะ…

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

เอ...หมู่นี้ไม่มีใคร Comment มาเลยอ่ะ มันเครียดไปเหรอคะ? T-T พ้นแล้วค่ะเรื่องเครียด ๆ ต่อไปจะหวีทกันมั่งล่ะ หึหึ แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้ที่ [email protected] นะคะ^^

Hosted by www.Geocities.ws

1