
ตอนที่ 14
ดวงจันทร์ลอยเด่นกลางผืนฟ้าสีราตรี แม้จะมองไม่เห็นดาวเพราะมีเมฆมาบดบัง แต่น่ามหัศจรรย์นักที่เมฆเหล่านั้นกลับเปิดทางให้กับแสงจันทร์นวลตาได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ เด็กหนุ่มทั้งสองมุ่งหน้าไปที่บ้านทาเทวากิอย่างไม่รีบร้อน แม้ดวงอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้าไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่บนถนนก็มีเพียงเด็กหนุ่มทั้งสองอยู่เท่านั้นเมื่อตกกลางคืนจะไม่ค่อยมีผู้คนออกมาเดินบนถนนอีก แม้ที่นี่จะขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแต่ก็ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ สังเกตได้จากวัดวาอารามที่มีอยู่ค่อนข้างมาก
ธรรมชาติที่รายล้อมและอาคารบ้านเรือนที่ทำด้วยไม้ โอ่โถงและผ่านการใช้งานมานาน ดวงไฟตามถนนก็เว้นระยะมากพอควรทำให้เห็นภาพเบื้องหน้าค่อนข้างสลัว แต่เรื่องเหล่านั้นกลับไม่ได้อยู่ในความคิดของคาโอรุแม้แต่น้อย เขากังวลถึงเจ้าบ้านชราที่จะต้องไม่พอใจที่เขาพาเพื่อนมาพักโดยไม่ได้ขออนุญาต แต่คาโอรุก็ไม่ต้องการให้อาซาโตะไปพักที่อื่น เด็กหนุ่มมองใบหน้าของร่างที่เดินเคียงข้างเขาสลับกับตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองไป
มีอะไรเหรอ? อาซาโตะสังเกตุเห็นอาการของร่างเล็กนานแล้วด้วยความสงสัยจึงเอ่ยถามทำลายความเงียบ
ปะ เปล่า ไม่มีหรอก อ๊ะ เลี้ยวตรงนี้แหละ คาโอรุรีบเลี่ยงจึงเลี้ยวมุมถนนอย่างรีบเร่ง
ว๊าย!!!
โอ๊ย!!?
ด้วยความรีบทำให้คาโอรุไม่ทันสังเกตุเห็นจึงชนเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างจัง ห่อของตกลงพื้นระเกะระกะ เด็กหนุ่มเห็นร่างของอีกฝ่ายสลัวในความมืด
เป็นอะไรรึเปล่า?
อาซาโตะรีบเข้ามาดูคาโอรุที่กำลังกำแขนข้างที่ชน ร่างเล็กส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ พลางรีบหันไปเก็บของพัลวัน
ขอโทษครับ บาดเจ็บหรือเปล่าครับ?
ร่างผอมบางในความมืดลุกขึ้นรับของจากมือคาโอรุ
ขอบคุณค่ะ เอ๊ะ?
อ้าว ? เมื่อเข้ามาใกล้คาโอรุจึงเห็นอีกฝ่ายชัดเจน
คาโอรุคุง กลับมาเมื่อไหร่เนี่ย? เด็กสาวดวงหน้าขาวผ่อง ผมยาวสีดำสนิทปัดลู่ปกปิดใบหน้าด้านซ้าย หากแต่ดวงตาขวาที่เผยให้เห็นเป็นสีน้ำตาลสุกใส ทักเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงสดใส
เมื่อวานนี้เอง แล้วนี่ทำไมออกมาเดินมืด ๆ แบบนี้ล่ะอากิจัง?
เด็กสาวยิ้มกับถ้อยคำอ่อนโยน ห่วงใยของคาโอรุที่มีต่อเธอ ตั้งแต่แรกที่พบกัน จนกระทั่งบัดนี้
ออกมาซื้อของจ๊ะ ปิดเทอมไม่มีอะไรจะทำก็คิดว่าทำเค้กดีกว่าน่ะ ช้อปฯเพลินไปหน่อยรู้ตัวอีกทีก็มืดแล้ว เธอหัวเราะน้อย ๆ ทำให้ใบหน้าของเธอดูสวยขึ้นอีกมาก
งั้นเดี๋ยวไปส่งที่บ้านนะ
ไม่จ๊ะ ไม่ต้องหรอก นิดเดียวเอง อากิระปฏิเสธอย่างเคย
ไม่ได้หรอกมืดแล้ว เป็นผู้หญิงด้วย
ช่างเถอะ ไม่มีใครอยากทำอะไรฉันหรอก เด็กสาวหัวเราะ แต่ดวงตาสีน้ำตาลกลับเต็มไปด้วยความเศร้า
อากิจัง
ไม่เป็นไรจ๊ะ อ๊ะ ว่าแต่พาเพื่อนมาด้วยไม่ใช่เหรอรีบกลับเถอะ อากิระรีบเปลี่ยนเรื่อง
อ๊ะ อ้อ จะแนะนำนะ นี่ มิเนคุระ อาซาโตะ เพื่อนที่โรงเรียนน่ะ
คาโอรุแนะนำไปโดยไม่ได้สังเกตเลยว่าอาซาโตะนั้นยืนนิ่งขึงไม่ขยับตั้งแต่ได้เห็นอากิระแล้ว
โตโด อากิระค่ะ อ๊ะ!!! ทันทีที่เด็กสาวมองเห็นใบหน้าของอาซาโตะ ของที่หอบอยู่บนมือก็หล่นลงพื้นกระจายอีกครั้ง อากิระมองอาซาโตะอย่างแทบไม่เชื่อสายตา ซึ่งอาซาโตะก็เช่นเดียวกัน คาโอรุงงงวยกับท่าทางของทั้งสองพลางมองใบหน้าทั้งคู่สลับไปมาอย่างไม่เข้าใจ
มิเนคุระ มิเนคุระคุง จริง ๆ ใช่มั๊ย? เธอกุมมือประสานที่ริมฝีปากด้วยน้ำเสียงยินดี
อา ไม่คิดว่าจะได้พบกันอีก จริง ๆ นะ รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากเรียวอิ่มของเด็กสาว ในห้วงความคิดของเธอถูกส่งไปอยู่ในอดีตแสนไกลหากแจ่มชัดในมโนสำนึก ผิดกับคิ้วที่ขมวดแทบเป็นปมของอาซาโตะ และดวงตาสีน้ำตาลทองหลุบต่ำ
ฉันไง โตโด ที่เรียนด้วยกันตอนประถม จำได้มั๊ย?
อาซาโตะกำมือแน่น หลบดวงตาสีน้ำตาลอ่อนโยนนิ่ง
เอ่อ
จำผิดแล้วล่ะ ฉัน ไม่รู้จักเธอ กว่าจะเค้นออกมาเป็นประโยคได้ช่างยากเย็น จนแล้วจนรอดอาซาโตะก็ยังไม่มองใบหน้าของอากิระตรง ๆ
คาโอรุที่งงงวยกับเหตุการณ์จ้องดูปฏิกิริยาของทั้งคู่อย่างจดจ่อ ดวงตาสีน้ำตาลสลดลงอย่างเห็นได้ชัด มีม่านน้ำปริ่มรอบดวงตา เจ็บร้าว อากิระหยุดคำสนทนารีบเก็บของที่ตกอย่างรีบเร่ง
ฉันคงจะจำผิด ขอโทษค่ะ ไปนะคาโอรุคุง
เด็กสาวรีบก้าวรวดเร็วลับหายไป ทิ้งความสงสัยไว้ให้กับคาโอรุ
เอ่อ
เลี้ยวข้างหน้านี่ใช่มั๊ย? ไปได้แล้ว
อาซาโตะตัดบทก่อนที่คาโอรุจะได้เอ่ยอะไร ร่างเล็กจึงรีบสาวเท้าให้เร็วเพื่อให้ทัน
มิเนคุระ
พอที!!! อย่ามาถามฉัน!!
คาโอรุชะงักกับน้ำเสียงดุดันของอีกฝ่าย เขายังไม่ทันจะได้ถามอะไรแท้ ๆ
ได้เห็นแบบนี้เข้าใครจะไม่สงสัยบ้างล่ะ? ทำไมกะแค่เรื่องรู้จักหรือไม่รู้จักกันนายต้องอารมณ์เสียขนาดนี้ด้วย
คาโอรุพูดเสร็จก็รีบผละเดินนำหน้าอีกฝ่ายไปทันทีโดยไม่มอง ส่วนอาซาโตะก็ทำหน้ายุ่งยากใจและเดินตามร่างเล็กข้างหน้าไปอย่างช้าๆ
*************************************************************************
เรียบร้อยแล้วค่ะ เชิญ หญิงรับใช้กลางคนยิ้มให้กับแขกของเจ้านายตัวน้อย ๆ ของหล่อนอย่างอารี และปลาบปลื้ม หล่อนไม่เคยเห็นคุณหนูของหล่อนพาเพื่อนมาที่บ้าน นอกจากเด็กสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกันที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ คนนั้นเท่านั้น มาซาโกะเปิดประตูเชื้อเชิญให้เด็กหนุ่มเข้าไปที่ห้องนอนญี่ปุ่นซึ่งเตรียมไว้สำหรับแขกผู้มาเยือนเท่านั้น
ขอบคุณครับ อาซาโตะวางกระเป๋าลง พลางมองดูไปรอบ ๆ ห้อง เป็นห้องญี่ปุ่นปูที่นอนไว้อย่างเรียบร้อย
ของประดับประดามองดูก็รู้ว่าเป็นของโบราณและมีราคาค่างวดสูง ไม่ว่าจะเป็นแจกันลายครามรูปมังกรกับหงส์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้สักขัดเคลือบเงาอย่างสวยงาม หรือภาพเขียนรูปนางฟ้าที่แขวนบนผนัง
ไม่ทราบว่าคุณ รับประทานอาหารเย็นมาหรือยังคะ?
อ๋อ ครับ ทานมาแล้วขอบคุณครับ เอ่อ แล้ว หมอนั่น
ตั้งแต่เข้าประตูบ้านมาคาโอรุก็ฝากเขาเอาไว้ให้เป็นธุระกับมาซาโกะ แล้วเดินหายไปเลย อาซาโตะคิดว่าอยากจะคุยกับคาโอรุให้รู้เรื่อง
คุณหนูเหรอคะ เอ ดิฉันไม่ค่อยแน่ใจค่ะ แต่คงอยู่ที่ห้อง เอ่อ ว่าแต่คุณจะอาบน้ำมั๊ยคะ?
อีกสักครู่ก็ได้ครับ อาซาโตะตอบอย่างสุภาพ
ถ้ามีอะไรเรียกได้นะคะ ดิฉันอยู่ด้านหลังเรือนนี้เท่านั้นเองค่ะ
มาซาโกะยิ้มให้พร้อมกับเลื่อนบานประตูกลับออกไป อาซาโตะเริ่มรื้อกระเป๋าหยิบวอล์คแมนออกมาฟังพร้อมกับล้มตัวลงนอนบนฟูก พลางถอนหายใจ
ไม่ได้เจอกันมาตั้ง 10 ปี ดันมาเจอซะได้ แถมยังเป็นคนรู้จักกับหมอนั่นอีก เฮ้อ
อาซาโตะบ่นพึมพัมถึงเด็กสาวที่เจอกันเมื่อครู่ พลางนึกถึงเรื่องอาบน้ำ แต่เพราะอากาศเย็นจัดทำให้อาซาโตะเลิกคิดเรื่องนี้ไปเลย
ยุ่งยากชะมัด ว่าแล้วก็ลุกขึ้นถอดหูฟัง และเสื้อเชิ้ตออกเพื่อจะเปลี่ยนกับชุดนอนที่เตรียมมา ส่วนเสื้อโค้ทนั้นมาซาโกะนำไปแขวนให้แล้วที่มุมห้อง
ครืด!!
เสียงเลื่อนบานประตูอีกครั้ง ในขณะที่ท่อนบนของอาซาโตะไม่เหลือเสื้อผ้าสักชิ้นพอดี ร่างเล็กที่อยู่หลังบานประตูจึงเห็นเข้าเต็มตา
อ๊ะ!!! ขอโทษ!! ใบหน้าสวยแดงขึ้น พลางรีบหันหลังให้
ทาเทวากิ นายจะบ้าเหรอ ทำยังกะฉันเป็นผู้หญิงไปได้ แล้วนี่เข้ามาทำไม?
อาซาโตะหัวเราะกับปฏิกิริยาของร่างเล็ก แต่จนแล้วจนรอดคาโอรุก็ยังไม่หันหน้ากลับมา
ทำไม เอ่อ ทำไมเหรอ? เอ่อ ก็
ดูเหมือนในสมองของคาโอรุจะสับสนซะจนลืมว่าตัวเองมาทำอะไร กว่าจะปะติดปะต่อคำพูดตัวเองได้ก็เล่นเอาอาซาโตะหัวเราะท้องงอ
อย่าหัวเราะฉันนะ!!! เอ่อ ใช่ ก็เมื่อกี๊สวนกับมาซาโกะซัง เธอบอกว่าลืมเอาชุดมาให้นายเปลี่ยนก็เลยฝากฉันมาให้ เอาไปสิ!!
คาโอรุยื่นชุดยูกาตะสำหรับแขกให้กับอาซาโตะโดยที่ยังไม่หันไปมอง ทำให้ไม่รู้เลยว่าอาซาโตะเดินเข้ามาใกล้ตัวเองแล้ว
อ๊ะ!?! เอวเล็กบอบบางที่โอบได้รอบ ถูกกอดรัดจากด้านหลังแผ่นหลังของร่างเล็กปะทะกับแผ่นอกไร้อาภรณ์ของอาซาโตะ เมื่อยิ่งรู้สึกถึงอุณหภูมิของร่างเบื้องหลัง ยิ่งทำให้ใบหน้าของร่างเล็กแดงเพิ่มขึ้นอีก
โกรธรึเปล่า?
อาซาโตะกระซิบแผ่วเบาที่ริมใบหูเล็ก ยิ่งทำให้สะท้าน คาโอรุพยายามแกะมือของอาซาโตะที่โอบรอบเอวของเขาอยู่แต่ก็ไม่ออก
ขอโทษนะ
เมื่อได้ยินคาโอรุยิ่งงงงวย ลืมเรื่องที่จะทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากอ้อมแขนนี้ไปทันที
เรื่องอะไร? คาโอรุถามพลางหันไปสบกับอาซาโตะ คิ้วเรียวสวยขมวดเล็กน้อยรู้สึกถึงความสงสัย
เรื่องผู้หญิงที่เราเจอเมื่อกี๊ เพื่อนของนาย ใช่ ฉันรู้จักหล่อน รู้จักดี ความรู้สึกบางอย่างพุ่งขึ้นจากปลายเท้า สู่สมอง คาโอรุที่จะซักไซร้เรื่องที่อาซาโตะปิดบังเอาไว้ กลับรู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมากะทันหัน แม้จะเป็นสิ่งที่คาดเดาได้จากท่าทีของอาซาโตะ แต่ความรู้สึกของคาโอรุบอกว่า ทั้งสองคนไม่ใช่แค่คนรู้จักกัน คาโอรุพยายามแกะมืออาซาโตะอีกครั้ง คราวนี้เร่งรีบกว่าครั้งแรก
โตโด อากิระ สมัยประถม เรียนอยู่ห้องเดียวกัน ใบหน้าสวยหลับตาแน่น พยายามที่จะไม่ฟัง
รู้รึเปล่า? ทำไมหล่อนต้องไว้ผมปิดใบหน้าด้านซ้าย
คาโอรุได้ฟังก็ยืนนิ่ง ไม่ขัดขืนอีก
มิเนคุ ระ นาย ดวงตาสีดำสนิทสวยเบิกกว้าง พลางจ้องดวงตาสีน้ำตาลทองลึกลงไปอย่างไม่อยากเชื่อ
ฉันทำเอง เมื่อวันเปิดเทอม พวกผู้หญิงเคยพูดให้นายฟังใช่มั๊ย? นั่นน่ะเรื่องจริง
คาโอรุนิ่งอึ้ง แต่เขาก็รู้สึกถึงวงแขนของอาซาโตะที่รัดแน่นขึ้น พร้อมกับสีหน้าที่ดูเจ็บปวด บ่งบอกถึงความยากลำบากในการที่จะเล่าเรื่อง ความรู้สึกอยากจะหนีที่คาโอรุต้องการเมื่อครู่กลับเลือนหายไป
ฉันน่ะ
พอเถอะ
คาโอรุหันกลับไปเผชิญหน้ากับอาซาโตะอีกครั้ง ฝ่ามือขาวเอื้อมสัมผัสใบหน้าของอาซาโตะเบา ๆ
ความรู้สึกของนายยังไม่เคลียร์ซักหน่อย มาเล่าให้ฟังแบบนี้มันไม่มีอะไรดีขึ้นไม่ใช่เหรอ? มีแต่จะยิ่งย้ำให้นายจมลงไปอีกเท่านั้นแหละ
ทาเทวากิ ?
แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ ขอบคุณนะ ที่บอกฉัน
ตอนนี้ในหัวใจของคาโอรุมีแต่ความยินดี เปี่ยมล้นอยู่ เป็นครั้งแรกที่อาซาโตะเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง ความรู้สึกพิเศษที่ได้เป็นคนพิเศษ ท่วมท้นไหลเวียนอยู่ภายใน ส่งให้รอยยิ้มที่เผยให้เห็นยิ่งดูงดงามกว่าครั้งใด ๆ ติดตรึงเข้าไปภายในใจของอาซาโตะ จน ห้ามความรู้สึกที่เพิ่มพูนขึ้นไม่รู้จบไม่ได้
มิเนคุระ?
คาโอรุพูดได้เท่านั้น ก่อนที่อาซาโตะจะก้มลงสัมผัสริมฝีปากบางสวยอย่างกระหาย ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่ขัดขืน ขณะที่กำลังจะเคลิ้มไปกับรสสัมผัส ก็ต้องชะงักกับสิ่งแปลกปลอมที่ชื้นและนิ่มเคลื่อนไหวเข้ามาภายในปากของเขา มันควานลึก ซอกซอนไปทั่วริมฝีปาก ราวกับจะหาอะไรบางอย่าง เมื่อรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ความอับอายมีมากกว่าอารมณ์ที่ถูกทำให้ปะทุขึ้น ร่างเล็กรีบผละออกจากอีกฝ่ายทันที
นะ นาย ใบหน้าสวยแดงจัด คาโอรุต่อว่าอาซาโตะที่ทำหน้าเสียดายอยู่
ทะ ทำไม? มัน
เกินกว่าจะพูดออกมาได้ อาซาโตะกอดอีกฝ่ายแน่นจนตัวของคาโอรุเกือบจะลอย ร่างเล็กดิ้นอยู่ในอ้อมแขน ความอับอายกลบความรู้สึกเคลิ้มหวานที่ปะทุขึ้นพร้อมกับรอยจูบที่ไม่เหมือนเดิมหมด คาโอรุพยายามดิ้นรน
โอ๊ย!! เพราะอากาศที่หนาวเย็น และการเคลื่อนไหวที่ไม่ห่วงร่างกาย ทำให้แผลที่ใหม่อยู่มากด้านหลังคาโอรุเจ็บแปลบขึ้นมา
ได้ยินเสียงร้องอย่างนี้ทำให้อาซาโตะคลายวงแขนออกกลับมาประคองทันที
เจ็บมากรึเปล่า? อาซาโตะถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่สายตาขุ่นเคืองถูกส่งกลับไปแทน
เจ็บ..สิ แม้จะเจ็บบาดแผล แต่มันเบาบางกว่าความรู้สึกอับอายนัก อายเพราะว่าปล่อยให้อาซาโตะทำแบบนั้นกับตนเองทั้งที่รู้ดีว่าต่างก็เป็นผู้ชายทั้งคู่ อายกับความเคลิบเคลิ้มที่เกือบจะให้เกิดขึ้นเมื่อได้รับรสจูบที่แตกต่างออกไป และที่นิดเดียวเท่านั้น วูบเดียวเท่านั้นที่รู้สึก เสียดาย อ้อมแขนนี้ ร่างเล็กก้มหน้าใบหน้าแดงจัดไม่สบตาอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
ทำแผลใหม่มั๊ย? คาโอรุส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ รีบลุกขึ้นแต่โดนมือของอาซาโตะรั้งไว้
ปล่อยนะ ฉันจะไปนอนแล้ว!! คาโอรุพูดเสียงขุ่น
?
.นาย ตัวร้อนรึเปล่าน่ะ?
อาซาโตะลุกขึ้นใช้ฝ่ามือแตะที่หน้าผากของคาโอรุเบา ๆ ใบหน้าสวยเบือนหนีทันที
นายไม่สบายแน่ ๆ ตัวร้อนอย่างนี้น่ะ อ้าว..แล้วนี่จะหนีไปไหนล่ะ?
ฉันไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย จะไปนอนแล้วด้วย! คาโอรุเดินหนี
ทาเทวากิ ฉันอุตส่าห์มาถึงที่นี่นายจะฟังที่ฉันพูดซักหน่อยไม่ได้เหรอ? อาซาโตะเดินตาม
ใครขอให้นายมาล่ะ? คาโอรุเดินหนีเรื่อย ๆ พอจบประโยคก็รู้สึกว่าอาซาโตะหยุดยืนอยู่ข้างหลัง
ทาเทวากิ ไม่ยักรู้ว่านายจะดื้อขนาดนี้นะเนี่ย
รู้ก็ดีแล้วนี่
คาโอรุ!!! อาซาโตะตวาดเสียงดัง ร่างเล็กถึงกับสะดุ้งหยุดเดิน
มานี่ น้ำเสียงเด็ดขาดจริงจัง คาโอรุอึกอักเล็กน้อย แต่พอมองกลับไปเห็นดวงตาสีน้ำตาลทองเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย จึงเดินกลับไปหาอาซาโตะอย่างว่าง่ายทันที
ห้องนายอยู่ไหนล่ะ? จะไปส่ง
อาซาโตะจูงมือของคาโอรุเดินไปตามทางที่บอกอย่างรวดเร็ว
*************************************************************************
คืนนั้น ทั้งอากาศที่หนาวเย็น และบาดแผลใหม่ทำให้คาโอรุมีไข้สูง มาซาโกะใช้ผ้าชุบน้ำค่อย ๆ เช็ดไปตามผิวหนัง โดยที่อาซาโตะก็ยังเฝ้าอยู่ไม่ห่าง
ดิฉันเองก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะต้องมีไข้ เมื่อเช้ารู้สึกว่าตัวรุม ๆ อยู่ อุ๊ยตายแล้ว!! เปลี่ยนผ้าพันแผลให้ใหม่ด้วยดีกว่า หญิงรับใช้พูดไปมือก็คอยทำงานไปด้วย
อ๊ะ เอ่อ ขณะกำลังปลดเสื้อของเจ้านายน้อยออหล่อนก็นึกขึ้นได้พลางชำเลืองมองไปทางเด็กหนุ่มผมทองอย่างเกรง ๆ
มีแผลเพิ่มขึ้น นอกจากแขนด้วยสินะครับ มาซาโกะชะงัก ดวงตาที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นตามวัยเบิกกว้างขึ้น อาซาโตะเห็นท่าทีของหล่อนจึงตอบกลับไป
เคยเห็นน่ะครับ มันบังเอิญ
หญิงรับใช้มองเด็กหนุ่มอย่างพิเคราะห์ครู่หนึ่งจึงหันไปปลดเสื้อของร่างเล็กต่อ หล่อนค่อยๆ พลิกให้คาโอรุนอนคว่ำอย่างชำนาญโดยที่ไม่ต้องให้อาซาโตะช่วย หลังจากปลดเสื้อและผ้าพันแผลออกหมดแล้ว อาซาโตะกลั้นหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นรอยแผลที่มีเลือดย้อมอยู่ หลายรอยจนนับไม่ถ้วน ดวงตาสีน้ำตาลทองหรี่ลงมองดูรอยแผลแต่ละรอย ทั้งเก่า
ทั้งใหม่ พาดทับกันจนนับไม่ถ้วน ทั้งที่ตัวเองไม่ได้รับแผลนั้น แต่หัวใจกลับเจ็บแปลบ
ใครเป็นคนทำ? อาซาโตะละสายตาจากแผ่นหลังของคาโอรุ หันไปเผชิญหน้ากับมาซาโกะ ดวงตาสีน้ำตาลทองส่องประกาย หากแต่ดวงตาที่มีริ้วรอยประปรายกลับสงบนิ่ง ริมฝีปากซีดของหล่อนไม่เอ่ยถึงใครออกมาเลย ทุกอย่างเงียบสนิทขณะที่หล่อนทำแผลให้กับคาโอรุไปจนเสร็จ
เรียบร้อยแล้วค่ะ ดิฉันจะคอยดูแลคุณหนูเอง คุณไปพักผ่อนเถอะค่ะ
มาซาโกะเชื้อเชิญให้เด็กหนุ่มกลับเข้าห้องตัวเองไปอย่างสุภาพ อาซาโตะเห็นแน่แล้วว่าหญิงรับใช้คนนี้คงจะไม่พูดอะไรออกมาแน่ เขาถอนหายใจแล้วลุกขึ้น แต่ก็ต้องชะงักเกือบล้ม เด็กหนุ่มผมทองหงุดหงิดเล็กน้อยพลางมองหาต้นเหตุ มือเล็กขาวกำชายเสื้อของอาซาโตะไว้แน่น พร้อมดึงเข้าหาตัวราวกับเป็นสมบัติ ใบหน้าของเด็กหนุ่มผมทองร้อนผ่าว หัวใจเต้นระทึก รู้สึกถึงความสำคัญของตนเองอย่างไม่น่าเชื่อ มาซาโกะที่เห็นเหตุการณ์มาตลอดถึงกับหัวเราะ
ดิฉันจะปูฟูกให้อีกที่นะคะ รอสักครู่
พูดเสร็จก็ออกไปทันทียังไม่ทันที่อาซาโตะจะได้ห้ามอะไร เด็กหนุ่มหันไปมองร่างเล็กที่หลับสนิท ลมหายใจร้อนเป่ารดแขนของอาซาโตะสม่ำเสมอ ใบหน้างามที่หลับตาพริ้มดูท่าทางสบาย ทำให้อาซาโตะต้องเลยตามเลย สักพักหญิงรับใช้ก็กลับมาพร้อมฟูกและอุปกรณ์ที่ใช้ในการนอนมาปูใกล้ ๆ กับคาโอรุ
ขอบคุณครับ
มาซาโกะยิ้มให้กับคำตอบของเด็กหนุ่มพลางเลื่อนบานประตูปิดอย่างเรียบร้อย อาซาโตะสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มไม่ค่อยถนัดนักเพราะคาโอรุไม่ยอมปล่อยมือจากชายเสื้อของเขาเลย ตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันจนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนของร่างเล็กได้ชัดเจน อาซาโตะเลื่อนฝ่ามือที่เป็นอิสระเสยเส้นผมนุ่มสีอ่อนไปมาอย่างสนุกมือ
อืม คาโอรุรู้สึกรำคาญมือที่เกลี่ยไปมาบนศีรษะ จึงใช้มือป่ายปัดไปมาแต่พอได้แตะโดนฝ่ามือของอาซาโตะแล้ว ร่างเล็กผละจากชายเสื้อยึดฝ่ามือเอาไว้แน่นด้วยมือเล็กทั้งสอง เด็กหนุ่มผมทองถึงกับสะดุ้งกับอุณหภูมิของฝ่ามือเล็ก มันร้อน อาซาโตะหันไปหาอ่างน้ำที่มาซาโกะเตรียมไว้ให้ หยิบผ้าชุบน้ำออกมาอย่างไม่ถนัดพลางวางผ้าผืนเย็นไว้บนหน้าผากของร่างเล็กอย่างเบามือ แต่คาโอรุก็ยังไม่ยอมปล่อยมือของเขา อาซาโตะต้องถอนใจเฮือกใหญ่
ตกลงนายจะไม่ให้ฉันนอนเลยรึไงน่ะ?
พลางบ่นอุบอิบ แต่ก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อใบหน้าสวยเคลื่อนมาใช้ฝ่ามือของเขาแทนหมอน พร้อมกับหยดน้ำเย็นคลอเอ่อเคลือบแพขนตายาว และไหลผ่านแก้มเนียนตกกระทบนิ้ว
ฮึก ขอโทษครับ คุณพ่อ คุณแม่ ขอโทษ
เสียงพึมพัมปวดร้าวจากริมฝีปากบางสวย จะเพราะพิษไข้หรืออะไรก็ตาม แต่ทุกครั้ง ตลอด ที่อาซาโตะได้อยู่กับคาโอรุเพียงลำพัง เด็กหนุ่มผมทองไม่เคยเห็นคาโอรุได้หลับสนิทอย่าง มีความสุข เลยซักครั้ง เด็กหนุ่มจำได้ ดวงหน้าสวย แฝงแววอารีสดใสจะปรากฏทุกครั้งเมื่อแสงอาทิตย์มาเยือน หากแต่พอดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปความเจ็บร้าวและน้ำตาจะหลั่งไหลออกมาพร้อมกับความมืดของราตรีเสมอ ดวงตาสีน้ำตาลทองหรี่ลง อาซาโตะเอื้อมมืออีกข้างที่ไม่ถูกยึดไว้ลูบศีรษะเล็กเบา ๆ
อยู่ด้วยกัน อย่า ไปไหน ฮึก อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว อ้อมแขนเล็กกอดกระชับฝ่ามืออีกฝ่ายแนบแน่น
คาโอรุ นิ้วมือใหญ่ปาดเส้นทางของน้ำตาบนผิวแก้มเนียนช้า ๆ
กลัวเกรง แต่บางอย่างที่คุกรุ่นขึ้นมาเอ่อท้นหัวใจกลับสั่งให้เด็กหนุ่มเอื้อมมือโอบร่างเล็กบอบบางเข้ามาซุกซบแนบแน่น และคาโอรุก็ตอบสนองอย่างไม่รู้ตัว อ้อมแขนเล็กเต็มไปด้วยผ้าพันแผลสีขาวเปลี่ยนจากฝ่ามืออุ่นเอื้อมเกาะแผ่นหลังที่กว้างกว่าตนเองแน่น สงบเงียบ สิ้นเสียงสะอื้น เข้าสู่ห้วงนิทราภายในอ้อมกอดกันและกัน
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้ที่ [email protected] นะคะ