
หิมะสีขาวสะอาดที่โรยตัวจากผืนฟ้าตกกระทบผืนดินและละลายเพียงพริบตา ค่อย ๆ ตกลงมาปกคลุมเส้นผมสีอ่อน และไหล่บอบบางที่ดูเล็กลงไปอีกจากการห่อตัว เด็กหนุ่มเดินเลียบชายหาดซึ่งหากเป็นหน้าร้อนจะมีฝูงชนหลั่งไหลมาหาความสุขสนุกสนานจากท้องทะเลอันอบอุ่นอย่างไม่ขาดสาย แต่หากเป็นหน้าหนาวเช่นนี้ ชายหาดจะเงียบสงบท้องทะเลก็หนาวเย็น คลื่นที่ซัดสู่ฝั่งอย่างเงียบ ๆ ทุกอย่างกำลังหลับสนิท และหงอยเหงา คาโอรุมองดูทะเลเบื้องหน้า เวลานี้เขาคิดถึงใครคนหนึ่งจับใจ พลันสะบัดศรีษะไล่ความคิดเหล่านั้นไป จะอ่อนแอไม่ได้ จะคร่ำครวญไม่ได้ ถ้าหากอยู่ที่นี่ จะต้องเข้มแข็ง ใช่ เพื่อแม่ที่ไม่รู้ว่าจะได้ยินเสียงอ่อนโยนนั้นอีกครั้งเมื่อไหร่และเพื่อตัวเอง เพื่อจะได้ไม่จมดิ่งลงไปในความมืดในใจมากกว่านี้ ต้องเข้มแข็ง คาโอรุเดินสบาย ๆ ไม่รีบร้อน ในสมองครุ่นคิดจนลืมเรื่องที่เขาคิดถึงเมื่อก่อนจะออกจากบ้าน เมี่อมาถึงหน้าบ้านก็สังเกตุเห็นหญิงรับใช้ยืนอยู่หน้าประตูไม้มะค่าโบราณ...
"กลับมาแล้วหรือคะ"
"กลับมาแล้วครับ" คาโอรุรับคำอย่างมีมารยาท...
"เอ่อ...นายหญิง...ให้คุณหนูไปหาหลังจากรับประทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้วน่ะค่ะ"
สีหน้าของเธอค่อนข้างเซียว...เธออยู่รับใช้ตระกูลทาเทวากิตั้งแต่ยังเป็นสาวจนอายุถึงเลข 4 แล้ว...จึงค่อนข้างรู้ทุกอย่างในตระกูลดี...
"ผมจะไปหาท่านเลย...ส่วนอาหารเย็นผมทานมาจากโรงพยาบาลแล้ว ขอบคุณครับมาซาโกะซัง"
คาโอรุผ่านหญิงรับใช้ไป...เดินตัดสวนดอกไม้และบอนไซซึ่งเป็นที่โปรดปรานของเจ้าบ้านชรา... ตรงไปที่เรือนหลังเล็กกะทัดรัดสร้างตามลักษณะเรือนย่อยของสมัยโชกุนปกครอง...ซึ่งแวดล้อมด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด... พร้อมสระน้ำที่มีเสียงกระบอกน้ำขึ้นลงกระทบแผ่นหินด้วยแรงดันของน้ำ...เด็กหนุ่มคุกเข่าเรียบร้อยเบื้องหน้าประตูเลื่อนตารางก่อนเอ่ยคำ...
"...ท่านย่าเรียกหาผมหรือครับ"
"...เข้ามา..."
น้ำเสียงของผู้อยู่ภายในห้องเยียบเย็น...คาโอรุกลั้นใจเล็กน้อยและค่อยเลื่อนบานประตูเข้ามาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าหญิงชรา...ภายในห้องไม่มีไฟฟ้า... มีเพียงเชิงเทียนห่อกระดาษทั้งสองที่ให้แสงสว่าง...กระนั้นก็ยังพอจะเห็นใบหน้ากันและกันได้...เซกิโกะนั่งอยู่บนเบาะในชุดเดิมเหมือนเมื่อตอนเช้า...
เมื่อตอนเช้า แกทำอย่างนั้นทำไม? ดวงตาฝ้าฟางเขม็งวาว
ท่านย่าบอกให้ทำไม่ใช่เหรอครับ
กึง!!! เสียงทุบพื้นไม้กระดานดังลั่น หญิงชราอายุเลยเลข 6 มาหลายปีแต่ยังมีเรี่ยวแรงมากพอทำให้สาวใช้รอบ ๆ
บริเวณได้ยินจนสะดุ้งไปทั่วกัน
อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นนะ!!! แกไม่มีสิทธิ์!!!
เซกิโกะตะเบ็งเสียงลั่น ความสุขุมเยือกเย็นเมื่อเช้าไม่มีอยู่อีกเลย
ขอโทษครับ นายหญิง
คำว่าท่านย่านั้นจะใช้ก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่นเท่านั้น เพื่อรักษาหน้าของตระกูลเอาไว้ หากใช้ผิดที่ผิดเวลาเซกิโกะจะอารมณ์เสียเสมอ ประโยคที่ไม่โต้แย้งทำให้หญิงชราสงบลงบ้าง
เมื่อตอนเช้าแกคิดจะทำให้คนอื่น ๆ เห็นว่าฉันจะเลือกแกสืบทอดตระกูลงั้นเหรอ? อย่าหวังไปเลย ไม่มีมิโนรุแล้วถือว่าตระกูลทาเทวากิขาดผู้สืบสกุลไปแล้ว!!! แกที่เหมือนแม่ยังกับถอดพิมพ์กันออกมาแบบนั้นคิดเหรอว่าฉันจะมอบตระกูลให้ ฝันไปเถอะ!!!
หญิงชราเริ่มหยิบอาวุธที่มีลักษณะเป็นไม้แหลมยาวเล็กซึ่งวางอยู่ข้างตัวมาตลอดขึ้นมา สิ่งนั้นมีอานุภาพเพียงใด..ทุกอย่างปรากฎอยู่ที่กลางหลังเล็กๆ ของคาโอรุอยู่แล้ว
ไม่ได้คิดแบบนั้นครับ เพียงไม่อยากให้นายหญิงต้องตอบคำซักถามของท่านที่อยู่ในห้องมากกว่านี้เท่านั้นเองครับ
คาโอรุพูดอย่างนอบน้อมและมีเหตุผล ซึ่งหญิงชรานั้นไม่ได้ฟังขึ้นซักนิด
นั่นมันเป็นการแสดงความอวดดีของแกต่างหาก!!!
เสียงนั้นดังลั่นทั่วบริเวณ หญิงชราหายใจหอบเล็กน้อย แม้จะแข็งแรงแต่ก็อายุมากแล้วทำให้เซกิโกะหายใจไม่ทันกับการตะเบ็งเสียง คาโอรุนิ่งเงียบ
หึ
เสียงหัวเราะในลำคอเยือกเย็นกลับมาอีกครั้ง หญิงชรานั่งลงตามเดิมหลังจากสงบลงได้ เซกิโกะปรายตาเหยียดมาที่เด็กหนุ่มราวกับเขาไม่ได้สืบสายเลือดมาจากลูกชายอันเป็นที่รักของเธอเลยกระนั้น
ไปหาผู้หญิงคนนั้นมาล่ะสิ กตัญญูดีนักนะ สภาพเป็นยังไงบ้างล่ะ?
หญิงชราเว้นจังหวะนิดหน่อยเพื่อดูสีหน้าของเด็กหนุ่ม แต่กลับไม่มีอะไรเปลี่ยน
ใกล้ตายเต็มทีแล้วสิ
ดวงตาสีดำสนิทสงบนิ่งกลับรุ่งโรจน์ลุกวาวอย่างที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน คาโอรุกำมือทั้งสองที่วางบนตักของตนแน่นสั่นเทา เซกิโกะเห็นกิริยาที่ต้องระงับอารมณ์สุดขีดของเด็กหนุ่มแล้วก็ยิ้มเหยียดมุมปากอย่างพอใจ
ที่ตระกูลทาเทวากิยังต้องเลี้ยงผู้หญิงไร้ประโยชน์อย่างนั้นอยู่ก็เพราะว่าฉันไม่อยากได้ยินใครครหาหรอกนะ แต่คงต้องพอกันที รักษาไปก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นมา ฉันก็เลย
หญิงชรายิ้ม ก่อนจะเอ่ยต่อ
คิดว่าน่าจะเอาเครื่องช่วยหายใจออกซะที
คาโอรุลุกพรวดขึ้นอย่างสุดระงับ ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยโทสะ
ไม่ได้นะครับ!!! จะทำแบบนั้นไม่ได้!!!
หญิงชราเงื้อไม้แหลมเล็กฟาดเข้าที่พวงแก้มซ้ายของคาโอรุอย่างจัง เนื้อขาวนวลปริแตกเป็นทางยาวหยาดสีแดงไหลซึมตามรอยแยกของผิว
คิดว่าฉันเมตตากรุณาเท่าไหร่แล้วที่ยังเลี้ยงชีวิตนังผู้หญิงเนรคุณนั่นอยู่!!! ทั้ง ๆ ที่มันเป็นคนฆ่าลูกชายของฉันน่ะ!!! แต่ว่าพอกันที!!! ตระกูลของฉันไม่ควรจะใช้มรดกที่บรรพบุรุษอุตส่าห์พร่ำหามาเสียไปกับนังผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้นอีกต่อไปแล้ว!!! รู้ไว้ซะด้วย!!!!
ดวงตาฝ้าฟางลุกวาวไม่แพ้เด็กหนุ่ม หญิงชรายังคงอยู่ในท่านั่งแต่ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวบันดาลโทสะ
คุณแม่ไม่ได้ฆ่าคุณพ่อ!!!
ไม้แหลมเล็กฟาดเข้าอีกครั้งที่รอยแผลเดิม หยาดสีแดงไหลพรูออกมาจนเปรอะเปื้อนปกเสื้อของคาโอรุ
แกก็เหมือนกัน!!! อย่ามาทำเป็นพูดดี!!! แกสองคนแม่ลูกฆ่าลูกชายของฉัน!!! พรากสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตฉันไป!!! ทั้ง ๆ ที่ฉันมีมิโนรุเพียงคนเดียวแท้ ๆ พวกแกมันฆาตกร!!!!
ครานี้อารมณ์มากมายที่ถูกระงับไว้พร่างพรูออกมาไม่ขาดสาย เซกิโกะเงื้อไม้ฟาดลงไปตามผิวหนังของคาโอรุครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักพอ ร่างกายขาวบางของเด็กหนุ่มถูกย้อมด้วยหยาดสีแดง เสื้อผ้าและผิวเนื้อปริแตกขาดวิ่น ไม่มีเสียงใดๆ ลอดออกมาจากริมฝีปากช้ำที่ถูกขบกัดเอาไว้ ไม่มีแม้จะลุกขึ้นโต้ตอบหรือขัดขืนอะไร ชั่วขณะที่ไม้แหลมเล็กกระทบผิวหนัง ร่างกายเล็กๆ ก็กระตุกขึ้น คาโอรุหลับตาแน่นมือทั้งสองกำหมัดสั่นระริก หญิงชราเริ่มหอบหลังจากที่ใช้แรงไปมากพอควรจึงลดไม้ลง
ได้โปรดครับ นายหญิง อย่าทำแบบนั้นเลย คุณแม่ของผม มีเพียงคนเดียวเท่านั้น
คาโอรุเอ่ยขึ้นทั้งตัวมีแต่บาดแผล แม้เจ็บแสนเจ็บ แต่เด็กหนุ่มก็ยังคงกัดฟันขอร้อง
ฉันก็มีมิโนรุเพียงคนเดียวเหมือนกัน คงจะรู้ซึ้งแล้วใช่มั๊ย? ว่าการสูญเสียมันเป็นยังไง?
หญิงชราเอ่ยเหยียด ทำราวกับว่าคำขอร้องนั้นเป็นแค่เสียงของสายลมพัดเท่านั้น
ได้โปรด คาโอรุก้มหัวขอร้อง แม้จะไม่มีคำพูดใด ๆ แม้จะไม่สามารถลืมตาได้อีกแล้ว แต่นี่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวทุกอย่างของเด็กหนุ่มเอาไว้ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าหากสูญเสียผู้เป็นแม่ไปแล้วต่อไปจะเป็นยังไง? เขายังไม่พร้อม อะไรทั้งนั้น รอยยิ้มเหยียดหยันปรากฏที่มุมปากเหี่ยวย่น
กลัวมันจะตายมากนักเหรอ? กลัวนักใช่มั๊ย?
คาโอรุจ้องมองใบหน้าที่เหมือนกับเมื่อคราวที่แม่ของเขาต้องมามีสภาพเป็นเจ้าหญิงนิทราแน่วแน่ หากภายในคุกรุ่นด้วยเพลิงโทสะ
อย่าทำตัวอวดดีอย่างนั้นอีก ไม่งั้นฉันจะสั่งให้ถอดเครื่องช่วยหายใจออกซะ เข้าใจมั๊ย!?!?!!!
ประกาศิตสะท้อนก้องทั่วห้องกระเทือนถึงภายนอก เด็กหนุ่มเพียงนิ่งเงียบซึ่งเป็นวิธียอมรับที่หญิงชราโปรดปราน เซกิโกะยิ้มเหยียดอย่างสมใจ
หมดธุระแล้ว ออกไป
เซกิโกะเอ่ยสะบัดไม่มองร่างชุ่มเลือดผลงานตัวเองซักนิด คาโอรุกล้ำกลืนคำนับหญิงชราหนึ่งครั้งก่อนจะออกจากห้อง เด็กหนุ่มเดินโซเซจากเรือนเล็กตัดผ่านสวนออกไปเรือนใหญ่ แต่ละก้าวเจ็บปวดนัก ทุกครั้งที่หิมะตกกระทบผิวหนังเด็กหนุ่มหลับตาแน่น ความเย็นซึมแทรกสู่ภายในถึงกระดูก เลือดแต่ละหยาดหยดที่ค่อยหลั่งไหลออกมาตามรอยแยกริ้วของผิวเริ่มแข็งเกร็ง หญิงรับใช้กลางคนรีบเข้ามาหาร่างเล็กปวกเปียกพลางพยุงไปที่ห้องนอน
****************************************************************************
อื้อ
มือขาวบางที่มีผ้าพันแผลทอดตามความยาวจนสุดแขน ป่ายปัดมือหยาบที่กำลังทำแผลด้านหลังอยู่อย่างรำคาญ
เจ็บเหรอคะ อดทนหน่อยเถอะค่ะจะเสร็จแล้ว เสียงอาทรนุ่มเอ่ยขึ้นเบา ๆ ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกตัวลืมตาขึ้น
มาซาโกะ ซัง
หญิงรับใช้กลางคนยิ้มอ่อนโยน หากแววตานั้นเศร้าหมอง ทุกครั้งที่คาโอรุกลับมาที่ตระกูลทาเทวากิ ทุกครั้งเธอจะต้องมาทำแผลที่เพิ่มขึ้นให้เสมอ เธอรู้สึกสงสารเห็นใจนายน้อยที่ต้องเสียพ่อและแม่ในวัยแค่ 7 ปีกลายเป็นเด็กกำพร้านั่นยังไม่พอ กับการที่ต้องมาถูกย่าแท้ ๆ เกลียดเข้าไส้และทารุณกรรมแบบนี้ ตั้งแต่นั้น ผ่านมาก็ 8 ปีแล้ว นายหญิงท่านนั้น ก็ยังไม่ให้อภัยกับความผิดที่เด็กหนุ่มไม่ได้เป็นต้นเหตุ
ขอบคุณครับ
คาโอรุยันตัวลุกขึ้นแต่ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นตามแผ่นหลัง ทำให้ต้องนอนคว่ำอยู่ท่าเดิมอีกครั้ง มาซาโกะเก็บอุปกรณ์การทำแผลเรียบร้อยลงในกล่อง
ขอโทษค่ะ คุณหนู
หญิงรับใช้ก้มลงศีรษะจรดพื้นระหว่างมือแบนราบพื้นทั้งสอง เด็กหนุ่มรีบเอ่ย
มาซาโกะซัง ทำไมต้องขอโทษครับ อย่าทำแบบนี้สิครับ
มาซาโกะยังไม่เงยหน้าขึ้น เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่าราวกับกำลังสะอื้นไห้
ดิฉัน ทำอะไรไม่ได้ ไม่สามารถปกป้องคุณหนูแทนมิโนรุซังกับอาคิโกะได้ ดิฉัน
เสียงต่อไปขาดหาย ถูกกลบด้วยเสียงสะอื้นหยาดน้ำตาหยดลงบนเสื่อโบราณราคาแพง
ช่างเถอะครับ นี่เป็นสิ่งที่ผมต้องการ มันเป็นการแลกเปลี่ยนเท่านั้น
คุณหนู
เพราะผมต้องทำให้ท่านย่าพอใจให้ได้ เพื่อท่านย่าจะได้ยังรักษาคุณแม่ต่อไปอยู่ เป็นสิ่งที่ผมต้องการ เพราะผม ทำให้คุณพ่อต้องตาย
คาโอรุกำผ้าปูที่นอนแน่น
ไม่ใช่นะคะ นั่นเป็นอุบัติเหตุ..!! มาซาโกะเงยหน้ารีบแย้งทันที
แต่ถ้าผมไม่รบเร้า คุณพ่อก็คงจะไม่ออกไปกับผมทั้งที่หิมะตกหนักขนาดนั้น และไม่ใช้ตัวเองบังตัวผมเอาไว้จนต้องตายหรอกครับ
น้ำเสียงของคาโอรุนิ่ง ราวกับการเล่าให้ฟังเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งทำให้มาซาโกะร้องไห้หนักกว่าเดิม
คุณหนูน่าสงสาร ฮือ น่าสงสารเกินไปแล้วค่ะ
เสียงของเธอสั่นพร่า โอบกอดร่างเล็ก ๆ ที่มีแต่ผ้าพันแผลแน่น
ขอบคุณครับ ผมไม่น่าสงสารหรอกครับ ไม่เลย
หากจะต้องแลกกับการให้ผู้ให้กำเนิดยังมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก เพียงบาดแผลเหล่านี้ ก็พร้อมจะแลก คาโอรุคิดในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่ดวงอาทิตย์ก็เริ่มทอแสงสีทองจากฟากฟ้า ทั้งที่หิมะก็ยังตกไม่หยุด
****************************************************************************
กาแฟหอม กรุ่นควันจางลอยอ้อยอิ่งในยามเช้าของห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์มิเนคุระ ชายหนุ่มเจ้าของบ้านกางหนังสือพิมพ์อ่าน ค่อยจิบกาแฟอย่างสบาย ขณะที่เลขาคนสวยกำลังเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มใบโต
อรุณสวัสดิ์ครับ นายท่าน
อืม กินอะไรมารึยัง? กาแฟมั๊ย?
คาคุยิ้มส่ายศีรษะเป็นเชิงปฏิเสธ พลางยื่นแฟ้มใบโตที่ถือมาให้กับอากิระ
อะไรน่ะ? อากิระปิดหนังสือพิมพ์วางบนโต๊ะพลางหยิบแฟ้มมาเปิด
เรื่องที่ให้หาเมื่อวานครับ
เหรอ ขอบใจนะ อากิระพูดพลางพลิกเอกสารในแฟ้มเพื่ออ่านรายละเอียดคร่าว ๆ
ทำให้คาคุมีเวลามองรอบ ๆ ตัว
คุณหนูล่ะครับ..? คาคุกระซิบถาม
ไปโอตารุโน่น อากิระปิดแฟ้มพูดอย่างอารมณ์เสีย
โอตารุ? คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นแสดงอาการสงสัย
ไม่รู้จะไปทำอะไร เห็นว่าช่วงนี้ยอมพูดดี ๆกันบ้างแล้วว่าปิดเทอมจะให้มาลองบริหารงานช่วยกันซักหน่อยกลับมาหายไปเที่ยวซะอีกแน่ะ
อากิระบ่นพลางจิบกาแฟ คาคุหยุดคิดเพียงครู่และยิ้มออกมา
ทราบได้ยังไงว่าไปโอตารุล่ะครับ?
ก็เมื่อเช้ามาขออนุญาตน่ะสิ จะไม่ให้ไปเรอะก็คงจะฟังฉันหรอก
คาคุหัวเราะน้อย ๆ กับคำตอบแบบเด็ก ๆ ของเจ้านาย
ดีแล้วนี่ครับ อุตส่าห์มาขออนุญาตว่าจะไปไหน แค่รู้ว่าอยู่ที่ไหนก็พอแล้วไม่ใช่เหรอครับ เลขาคนสวยพูดปลอบเสร็จสรรพ
อืม แค่คิดว่าอยากจะอยู่ด้วยกันให้ยาวอีกซักหน่อย จะได้บอกเรื่องนั้นด้วย
ดวงตาสีดำสนิทสวยเบิกขึ้นเล็กน้อย คาคุเงียบไปครู่หนึ่งแล้วถาม
ตัดสินใจแล้วเหรอครับ?
ก็ ทางโน้นเขาเร่งรัดมา ก็นะ คงอยากจะเห็นหน้าหลานชายคนเดียวเต็มที บ่นมาตามสายเชียวนะว่าเบื่อรูปถ่ายนิ่ง ๆ แล้ว อยากคุยอยากพาไปเที่ยวบ้างน่ะ อากิระพูดพลางเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เบา ๆ
ว่าจะให้จบ ม.ปลายก่อนแล้วค่อยไป พวกเขารอได้อยู่แล้ว
แต่คุณหนูยังคงไม่ทราบใช่มั๊ยครับ?
อืม แต่คิดว่าพอรู้ก็คงไม่คัดค้านหรอก ประเทศของแม่ของเขานี่
อากิระดูเหมือนไม่กังวลอะไร แต่คาคุกลับครุ่นคิด
ไปกันเถอะ
อากิระลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อไปบริษัทโดยที่มีคาคุตามไปด้วยเหมือนเดิม
****************************************************************************
หิมะหยุดตกในยามสาย เมื่อรู้สึกดีขึ้น ร่างกายพอขยับได้ดังใจอีก คาโอรุก็จัดแจงแต่งตัวและออกไปข้างนอก โดยที่จะไม่ลืมแวะซื้อกุหลาบสีชมพูอ่อนช่อใหญ่ไปด้วย
ตายจริง คาโอรุคุง!!!
มาริโนะตกใจกับแผลยาวบนแก้มซ้าย และผ้าพันแผลที่แขน ถึงกับอุทานออกมาเมื่อเด็กหนุ่มเดินผ่าน
นี่ นี่ เอ่อ เธอตั้งท่าจะถาม แต่กลับพูดไม่ออก
ไม่เป็นไรครับ ทำแผลแล้ว ขอตัวไปหาคุณแม่ก่อนนะครับ
คาโอรุเดินเลี่ยงไปขึ้นลิฟท์ทิ้งให้มาริโนะถอนใจอยู่เบื้องหลัง จะว่าไม่รู้เรื่องบาดแผลเหล่านั้นเลยก็ดูเหมือนจะโกหกเพียงแต่ คนรู้จัก อย่างเธอจะสามารถรู้เรื่องทั้งหมดได้ยังไง มาริโนะนั่งลงตามเดิม
แกร็ก
เสียงเปิดประตูเบามือพร้อมแจกันดอกไม้ที่บรรจุกุหลาบสีชมพูอ่อน ซึ่งเด็กหนุ่มได้เอาไปจัดก่อนที่จะเข้ามาที่นี่แล้ว คาโอรุเดินเข้ามาใกล้และวางแจกันลงบนโต๊ะ พลางลากเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้ ๆ เตียง
คุณแม่ครับ !! อึ๊ก!!
คาโอรุรู้สึกเจ็บแปลบที่บาดแผล แม้หิมะจะหยุดตกแล้วแต่อากาศก็หนาวเย็น ทำให้บาดแผลทั้งเก่าและใหม่ต่างพร้อมใจกันเกิดอาการแบบเดียวกัน
ผมเกือบจะทำให้คนนั้นโกรธจัดอีกแล้วครับ ขอโทษครับ คราวหน้าจะระวังให้มากกว่านี้
ทุกครั้ง ไม่ว่าจะมาที่นี่กี่ครั้ง เปล่งเสียงลักษณะแบบไหนออกไป ก็ ดูเหมือนจะกลายเป็นสายลมไปเสียทั้งหมด ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เปลือกตาซีดไม่เคยเปิดขึ้นอีก ดวงตาสีดำสนิทเอ่อท้นด้วยหยาดน้ำใส
คุณแม่ ทำไมคุณแม่ไม่ตอบอะไรผมเลย คุณแม่ ผมไม่ไหวแล้วนะครับ ผมเจ็บ ผมกลัว คุณแม่
คาโอรุคร่ำครวญ พวงแก้มสวยทั้งสองซึ่งข้างหนึ่งมีรอยประทับแห่งโทสะถูกย้อมด้วยหยาดน้ำตา เด็กหนุ่มกุมมือผู้ให้กำเนิดแน่นสั่นไหว
ช่วยผมด้วยครับ คุณแม่ .
****************************************************************************
แสงอาทิตย์ยามเย็นอาบไล้ผืนฟ้าและท้องน้ำ มองเห็นระยิบระยับราวมีอัญมณีถูกซุกซ่อนอยู่ใต้ทะเล เด็กหนุ่มผมสีอ่อนเมื่อต้องแสงอาทิตย์มองดูคล้ายสีซีเปียนั่งกอดเข่าอยู่ริมหาด ดวงตาสีดำสนิทนิ่งไม่ฉายแววสิ่งใด มีกลุ่มเด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ และคู่รักเพียงไม่กี่คู่ที่อยู่บริเวณนั้น ต่างก็อยู่ในอารมณ์ที่ต่างกันสิ้น คาโอรุเหลือบมองคู่รักชาย-หญิงวัยรุ่นซึ่งอยู่ห่างไปไม่กี่เมตรกำลังกระซิบกระซาบคุยกันอย่างออกรสดูน่ารักตามประสา แล้วก็หันกลับมามองทะเลเหมือนเดิม
ไม่อยากกลับ
คาโอรุพึมพำถอนใจ เขานึกถึงภาพหญิงชราที่ลงมือฟาดไม้แหลมเล็กมาที่เขาอย่างไม่มีปราณี นึกถึงถ้อยคำถากถางให้ร้ายแม่ของเขาอย่างไม่มีเกรงใจ หัวใจก็คุกรุ่น โกรธ เกลียด อยากจะให้หญิงชราคนนั้นตายไปซะ!!! อยากให้หายไปจากโลกนี้!!! อยากจะลุกขึ้นด่าว่าด้วยถ้อยคำรุนแรงเทียบเท่ากับที่หญิงชราว่ากล่าวแม่ของเขา อยาก
ไม่นะ!!!
คาโอรุสะบัดความคิดทั้งหลายออกไป ถ้อยคำอบอุ่นอ่อนโยนที่ผู้ให้กำเนิดทั้งสองได้สอนสั่งเอาไว้ผุดขึ้นมาหยุดความคิดร้าย ๆ จนหมด พลันหยาดน้ำตาก็ไหลหยดต้องผืนทรายอีกครั้ง ใบหน้าสวยก้มลงชิดเข่าส่งเสียงสะอื้นออกมาเบา ๆ จนพระอาทิตย์เกือบจะลาลับ
เฮ้
เสียงทุ้มคุ้นหูที่เหมือนไม่ได้ยินมายาวนานดังขึ้นด้านหลัง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเป็นเสียงของใครร่างเล็กรีบหันหลังกลับอย่างไม่เชื่อหู ผมสีทองสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นสีส้มอ่อนพร้อมดวงตาแสดงความดื้อรั้นของเจ้าของสีเดียวกัน ร่างนั้นยืนอยู่เบื้องหลัง
ทำไมมานั่งอยู่นี่ล่ะ หนาวจะตาย
ยังไม่ทันแม้แต่จะวางกระเป๋าลง ลำแขนเรียวเล็กเต็มไปด้วยผ้าพันแผลสีขาวเข้าโอบลำคอเบื้องหลังแน่นเสียแล้ว ใบหน้าของอาซาโตะแดงขึ้นอย่างงงงวย
ทาเท ?
เสียงสะอื้นฮักและหยดน้ำเย็นตกกระทบไหล่ ทำให้เด็กหนุ่มที่กำลังจะท้วงอะไรกลับเงียบเสียงเสีย พลางเอื้อมแขนโอบร่างเล็กเอาไว้ คาโอรุห่อตัวอยู่ในอ้อมแขนของอาซาโตะราวกับเด็กเล็ก ๆ นาน คู่รักที่อยู่รอบ ๆ ต่างมองเด็กหนุ่มทั้งสองเป็นตาเดียวพลางกระซิบหัวเราะคิกคักกัน อาซาโตะจ้องคล้ายหาเรื่องด้วยดวงตาสีทองทุกคนถึงได้หันไปสนใจสิ่งอื่นกันไปหมด
ทาเทวากิ นายเป็นอะไร?
หลังจากเสียงสะอื้นเริ่มแผ่วและเงียบลง อาซาโตะก็ถามคาโอรุทั้งที่ยังไม่ได้คลายวงแขน
.
ไม่มีเสียงตอบกลับมา คาโอรุเพียงแต่คลายวงแขนที่โอบรัดคอของอาซาโตะเอาไว้เงียบ ๆ
ทาเทวากิ? อาซาโตะค่อยสัมผัสใบหน้าของร่างเล็กเบา ๆ และช้อนขึ้นให้สบตากับเขา รอยสัมผัสของแก้มด้านซ้าย
..โอ๊ย เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงผิวเนื้อที่ปริแตก และเสียงประท้วงเล็ก ๆ ของคาโอรุ อาซาโตะจ้องมองดูผิวหน้า
โดนอะไรมาเนี่ย?
ดวงตาสีน้ำตาลทองเบิกกว้างหาคำตอบพลางสังเกตไปทั่ว ยิ่งเห็นแขนเล็ก ๆ มีผ้าพันแผลสีขาวพันอยู่ก็ยิ่งงงงวย
ช่างเถอะ คาโอรุตอบเสียงเรียบ ทำให้อาซาโตะไม่พอใจ
ช่างได้ไง?!! ดูสิ!!!
ช่างเถอะ!!!
อย่าถาม เลย หยาดน้ำตาคลอหน่วยต้องแสงอาทิตย์เป็นประกายน้อย ๆ
ดวงตาสีน้ำตาลทองอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ของร่างเล็ก เด็กหนุ่มช้อนใบหน้าสวยขึ้นพลางค่อยก้มลงใช้ริมฝีปากแตะเบา ๆ ที่บาดแผล
อ๊ะ ร่างเล็ก ๆ ของคาโอรุกระตุกหนีเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความชื้นจากลิ้นไล้ผ่านบาดแผลของตัวเอง เขาใช้แขนค้ำยันอีกฝ่ายไว้ หากแต่อาซาโตะกลับยึดเอวเล็กแนบแน่น ไม่มีทางหนี
อย่า อื้อ
อาซาโตะจูบสัมผัสระรานทั่วใบหน้าหวาน และกลับลงมาจรดริมฝีปากบางนิ่มแน่น ในตอนแรกคาโอรุคิดจะประท้วงผลักไส แต่ไม่รู้เพราะอะไร วงแขนเล็ก ๆ กลับโอบกอดอีกฝ่ายพร้อมมือบางที่ขยุ้มเสื้อของอาซาโตะแน่น และน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ก็หลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย นี่มันคืออะไร? พักหนึ่งอาซาโตะก็ถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้าราวกับเสียดาย และจ้องมองร่างเล็กที่หายใจหอบถี่ใบหน้าแดงซ่านที่ซุกซบอยู่กับไหล่ของตน
ทำไมนายมาที่นี่ได้? คาโอรุเริ่มเป็นฝ่ายถามบ้าง
ฉันก็มาหานายน่ะสิ
เสียงของอาซาโตะค่อยจนคาโอรุเกือบจะไม่ได้ยิน แต่พอจับใจความได้ วงแขนเล็กของคาโอรุก็กระชับแน่นขึ้นอีก
ทำไม นายถึงมาหาฉันล่ะ?
อาซาโตะเงียบไปครู่ใหญ่ คาโอรุแอบเหลือบมองเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงจนถึงใบหู ร่างเล็กพลางยิ้ม พอดีกับที่อาซาโตะหันมาจึงประสานสายตากัน คาโอรุเห็นดวงตาสีน้ำตาลทองฉายแววแน่วแน่
ฉันคิดถึงนาย
คราวนี้คาโอรุกลับเป็นฝ่ายที่ใบหน้าเป็นสีแดงบ้าง รู้สึกถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่ไม่ร้อนเลย กลับอบอุ่นยิ่งกว่าอะไร คาโอรุไม่ตอบอะไรเพียงแต่ซุกหน้ากับไหล่ของอาซาโตะและหลับตาแน่น อาซาโตะเองก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก เพียงกอดร่างเล็ก ๆ นั้นเอาไว้แนบแน่น เนิ่นนาน จนในที่สุด ดวงอาทิตย์ก็บอกลาท้องทะเลลับหายไป
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
ฮือ...เข้าข่ายทารุณกรรมเด็กน้าคุณยายเซกิโกะ ฉงฉารนู๋คาโอรุ...เฮ้อ...Comment บอกความรู้สึกที่ได้อ่านบ้างนะคะ แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้ที่ [email protected] เจ้าค่า