adolescence

หิมะสีขาวสะอาดที่โรยตัวจากผืนฟ้าตกกระทบผืนดินและละลายเพียงพริบตา ค่อย ๆ ตกลงมาปกคลุมเส้นผมสีอ่อน… และไหล่บอบบางที่ดูเล็กลงไปอีกจากการห่อตัว… เด็กหนุ่มเดินเลียบชายหาดซึ่งหากเป็นหน้าร้อนจะมีฝูงชนหลั่งไหลมาหาความสุขสนุกสนานจากท้องทะเลอันอบอุ่นอย่างไม่ขาดสาย… แต่หากเป็นหน้าหนาวเช่นนี้…ชายหาดจะเงียบสงบท้องทะเลก็หนาวเย็น…คลื่นที่ซัดสู่ฝั่งอย่างเงียบ ๆ ทุกอย่างกำลังหลับสนิท…และหงอยเหงา…คาโอรุมองดูทะเลเบื้องหน้า…เวลานี้เขาคิดถึงใครคนหนึ่งจับใจ…พลันสะบัดศรีษะไล่ความคิดเหล่านั้นไป… จะอ่อนแอไม่ได้…จะคร่ำครวญไม่ได้…ถ้าหากอยู่ที่นี่…จะต้องเข้มแข็ง…ใช่…เพื่อแม่ที่ไม่รู้ว่าจะได้ยินเสียงอ่อนโยนนั้นอีกครั้งเมื่อไหร่และเพื่อตัวเอง… เพื่อจะได้ไม่จมดิ่งลงไปในความมืดในใจมากกว่านี้…ต้องเข้มแข็ง… คาโอรุเดินสบาย ๆ ไม่รีบร้อน…ในสมองครุ่นคิดจนลืมเรื่องที่เขาคิดถึงเมื่อก่อนจะออกจากบ้าน…เมี่อมาถึงหน้าบ้านก็สังเกตุเห็นหญิงรับใช้ยืนอยู่หน้าประตูไม้มะค่าโบราณ...

"กลับมาแล้วหรือคะ"

"กลับมาแล้วครับ" คาโอรุรับคำอย่างมีมารยาท...

"เอ่อ...นายหญิง...ให้คุณหนูไปหาหลังจากรับประทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้วน่ะค่ะ"

สีหน้าของเธอค่อนข้างเซียว...เธออยู่รับใช้ตระกูลทาเทวากิตั้งแต่ยังเป็นสาวจนอายุถึงเลข 4 แล้ว...จึงค่อนข้างรู้ทุกอย่างในตระกูลดี...

"ผมจะไปหาท่านเลย...ส่วนอาหารเย็นผมทานมาจากโรงพยาบาลแล้ว…ขอบคุณครับมาซาโกะซัง"

คาโอรุผ่านหญิงรับใช้ไป...เดินตัดสวนดอกไม้และบอนไซซึ่งเป็นที่โปรดปรานของเจ้าบ้านชรา... ตรงไปที่เรือนหลังเล็กกะทัดรัดสร้างตามลักษณะเรือนย่อยของสมัยโชกุนปกครอง...ซึ่งแวดล้อมด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด... พร้อมสระน้ำที่มีเสียงกระบอกน้ำขึ้นลงกระทบแผ่นหินด้วยแรงดันของน้ำ...เด็กหนุ่มคุกเข่าเรียบร้อยเบื้องหน้าประตูเลื่อนตารางก่อนเอ่ยคำ...

"...ท่านย่าเรียกหาผมหรือครับ"

"...เข้ามา..."

น้ำเสียงของผู้อยู่ภายในห้องเยียบเย็น...คาโอรุกลั้นใจเล็กน้อยและค่อยเลื่อนบานประตูเข้ามาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าหญิงชรา...ภายในห้องไม่มีไฟฟ้า... มีเพียงเชิงเทียนห่อกระดาษทั้งสองที่ให้แสงสว่าง...กระนั้นก็ยังพอจะเห็นใบหน้ากันและกันได้...เซกิโกะนั่งอยู่บนเบาะในชุดเดิมเหมือนเมื่อตอนเช้า...

“…เมื่อตอนเช้า…แกทำอย่างนั้นทำไม?” ดวงตาฝ้าฟางเขม็งวาว…

“ท่านย่าบอกให้ทำไม่ใช่เหรอครับ”

“กึง!!!” เสียงทุบพื้นไม้กระดานดังลั่น…หญิงชราอายุเลยเลข 6 มาหลายปีแต่ยังมีเรี่ยวแรงมากพอทำให้สาวใช้รอบ ๆ

บริเวณได้ยินจนสะดุ้งไปทั่วกัน…

“อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นนะ!!! แกไม่มีสิทธิ์!!!”

เซกิโกะตะเบ็งเสียงลั่น…ความสุขุมเยือกเย็นเมื่อเช้าไม่มีอยู่อีกเลย…

“…ขอโทษครับ…นายหญิง”

คำว่าท่านย่านั้นจะใช้ก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่นเท่านั้น…เพื่อรักษาหน้าของตระกูลเอาไว้…หากใช้ผิดที่ผิดเวลาเซกิโกะจะอารมณ์เสียเสมอ… ประโยคที่ไม่โต้แย้งทำให้หญิงชราสงบลงบ้าง…

“…เมื่อตอนเช้าแกคิดจะทำให้คนอื่น ๆ เห็นว่าฉันจะเลือกแกสืบทอดตระกูลงั้นเหรอ? อย่าหวังไปเลย…ไม่มีมิโนรุแล้วถือว่าตระกูลทาเทวากิขาดผู้สืบสกุลไปแล้ว!!! แกที่เหมือนแม่ยังกับถอดพิมพ์กันออกมาแบบนั้นคิดเหรอว่าฉันจะมอบตระกูลให้ ฝันไปเถอะ!!!”

หญิงชราเริ่มหยิบอาวุธที่มีลักษณะเป็นไม้แหลมยาวเล็กซึ่งวางอยู่ข้างตัวมาตลอดขึ้นมา…สิ่งนั้นมีอานุภาพเพียงใด..ทุกอย่างปรากฎอยู่ที่กลางหลังเล็กๆ ของคาโอรุอยู่แล้ว…

“…ไม่ได้คิดแบบนั้นครับ…เพียงไม่อยากให้นายหญิงต้องตอบคำซักถามของท่านที่อยู่ในห้องมากกว่านี้เท่านั้นเองครับ”

คาโอรุพูดอย่างนอบน้อมและมีเหตุผล…ซึ่งหญิงชรานั้นไม่ได้ฟังขึ้นซักนิด…

“…นั่นมันเป็นการแสดงความอวดดีของแกต่างหาก!!!”

เสียงนั้นดังลั่นทั่วบริเวณ…หญิงชราหายใจหอบเล็กน้อย…แม้จะแข็งแรงแต่ก็อายุมากแล้วทำให้เซกิโกะหายใจไม่ทันกับการตะเบ็งเสียง… คาโอรุนิ่งเงียบ…

“…หึ…”

เสียงหัวเราะในลำคอเยือกเย็นกลับมาอีกครั้ง…หญิงชรานั่งลงตามเดิมหลังจากสงบลงได้… เซกิโกะปรายตาเหยียดมาที่เด็กหนุ่มราวกับเขาไม่ได้สืบสายเลือดมาจากลูกชายอันเป็นที่รักของเธอเลยกระนั้น…

“…ไปหาผู้หญิงคนนั้นมาล่ะสิ…กตัญญูดีนักนะ…สภาพเป็นยังไงบ้างล่ะ?…”

หญิงชราเว้นจังหวะนิดหน่อยเพื่อดูสีหน้าของเด็กหนุ่ม…แต่กลับไม่มีอะไรเปลี่ยน…

“ใกล้ตายเต็มทีแล้วสิ”

ดวงตาสีดำสนิทสงบนิ่งกลับรุ่งโรจน์ลุกวาวอย่างที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน…คาโอรุกำมือทั้งสองที่วางบนตักของตนแน่นสั่นเทา… เซกิโกะเห็นกิริยาที่ต้องระงับอารมณ์สุดขีดของเด็กหนุ่มแล้วก็ยิ้มเหยียดมุมปากอย่างพอใจ…

“…ที่ตระกูลทาเทวากิยังต้องเลี้ยงผู้หญิงไร้ประโยชน์อย่างนั้นอยู่ก็เพราะว่าฉันไม่อยากได้ยินใครครหาหรอกนะ…แต่คงต้องพอกันที… รักษาไปก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นมา…ฉันก็เลย…”

หญิงชรายิ้ม…ก่อนจะเอ่ยต่อ…

“…คิดว่าน่าจะเอาเครื่องช่วยหายใจออกซะที…”

คาโอรุลุกพรวดขึ้นอย่างสุดระงับ…ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยโทสะ…

“…ไม่ได้นะครับ!!! จะทำแบบนั้นไม่ได้!!!”

หญิงชราเงื้อไม้แหลมเล็กฟาดเข้าที่พวงแก้มซ้ายของคาโอรุอย่างจัง…เนื้อขาวนวลปริแตกเป็นทางยาวหยาดสีแดงไหลซึมตามรอยแยกของผิว…

“คิดว่าฉันเมตตากรุณาเท่าไหร่แล้วที่ยังเลี้ยงชีวิตนังผู้หญิงเนรคุณนั่นอยู่!!! ทั้ง ๆ ที่มันเป็นคนฆ่าลูกชายของฉันน่ะ!!! แต่ว่าพอกันที!!! ตระกูลของฉันไม่ควรจะใช้มรดกที่บรรพบุรุษอุตส่าห์พร่ำหามาเสียไปกับนังผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้นอีกต่อไปแล้ว!!! รู้ไว้ซะด้วย!!!!”

ดวงตาฝ้าฟางลุกวาวไม่แพ้เด็กหนุ่ม…หญิงชรายังคงอยู่ในท่านั่งแต่ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวบันดาลโทสะ…

“คุณแม่ไม่ได้ฆ่าคุณพ่อ!!!”

ไม้แหลมเล็กฟาดเข้าอีกครั้งที่รอยแผลเดิม…หยาดสีแดงไหลพรูออกมาจนเปรอะเปื้อนปกเสื้อของคาโอรุ…

“แกก็เหมือนกัน!!! อย่ามาทำเป็นพูดดี!!! แกสองคนแม่ลูกฆ่าลูกชายของฉัน!!! พรากสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตฉันไป!!! ทั้ง ๆ ที่ฉันมีมิโนรุเพียงคนเดียวแท้ ๆ พวกแกมันฆาตกร!!!!”

ครานี้อารมณ์มากมายที่ถูกระงับไว้พร่างพรูออกมาไม่ขาดสาย…เซกิโกะเงื้อไม้ฟาดลงไปตามผิวหนังของคาโอรุครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักพอ… ร่างกายขาวบางของเด็กหนุ่มถูกย้อมด้วยหยาดสีแดง…เสื้อผ้าและผิวเนื้อปริแตกขาดวิ่น…ไม่มีเสียงใดๆ ลอดออกมาจากริมฝีปากช้ำที่ถูกขบกัดเอาไว้…ไม่มีแม้จะลุกขึ้นโต้ตอบหรือขัดขืนอะไร…ชั่วขณะที่ไม้แหลมเล็กกระทบผิวหนัง…ร่างกายเล็กๆ ก็กระตุกขึ้น…คาโอรุหลับตาแน่นมือทั้งสองกำหมัดสั่นระริก…หญิงชราเริ่มหอบหลังจากที่ใช้แรงไปมากพอควรจึงลดไม้ลง…

“…ได้โปรดครับ…นายหญิง…อย่าทำแบบนั้นเลย…คุณแม่ของผม…มีเพียงคนเดียวเท่านั้น”

คาโอรุเอ่ยขึ้นทั้งตัวมีแต่บาดแผล…แม้เจ็บแสนเจ็บ…แต่เด็กหนุ่มก็ยังคงกัดฟันขอร้อง…

“…ฉันก็มีมิโนรุเพียงคนเดียวเหมือนกัน…คงจะรู้ซึ้งแล้วใช่มั๊ย? ว่าการสูญเสียมันเป็นยังไง?”

หญิงชราเอ่ยเหยียด…ทำราวกับว่าคำขอร้องนั้นเป็นแค่เสียงของสายลมพัดเท่านั้น…

“…ได้โปรด…” คาโอรุก้มหัวขอร้อง…แม้จะไม่มีคำพูดใด ๆ แม้จะไม่สามารถลืมตาได้อีกแล้ว…แต่นี่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวทุกอย่างของเด็กหนุ่มเอาไว้… เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าหากสูญเสียผู้เป็นแม่ไปแล้วต่อไปจะเป็นยังไง? เขายังไม่พร้อม…อะไรทั้งนั้น…รอยยิ้มเหยียดหยันปรากฏที่มุมปากเหี่ยวย่น…

“…กลัวมันจะตายมากนักเหรอ? กลัวนักใช่มั๊ย?”

คาโอรุจ้องมองใบหน้าที่เหมือนกับเมื่อคราวที่แม่ของเขาต้องมามีสภาพเป็นเจ้าหญิงนิทราแน่วแน่…หากภายในคุกรุ่นด้วยเพลิงโทสะ…

“…อย่าทำตัวอวดดีอย่างนั้นอีก…ไม่งั้นฉันจะสั่งให้ถอดเครื่องช่วยหายใจออกซะ…เข้าใจมั๊ย!?!?!!!”

ประกาศิตสะท้อนก้องทั่วห้องกระเทือนถึงภายนอก…เด็กหนุ่มเพียงนิ่งเงียบซึ่งเป็นวิธียอมรับที่หญิงชราโปรดปราน…เซกิโกะยิ้มเหยียดอย่างสมใจ…

“…หมดธุระแล้ว…ออกไป”

เซกิโกะเอ่ยสะบัดไม่มองร่างชุ่มเลือดผลงานตัวเองซักนิด…คาโอรุกล้ำกลืนคำนับหญิงชราหนึ่งครั้งก่อนจะออกจากห้อง… เด็กหนุ่มเดินโซเซจากเรือนเล็กตัดผ่านสวนออกไปเรือนใหญ่…แต่ละก้าวเจ็บปวดนัก…ทุกครั้งที่หิมะตกกระทบผิวหนังเด็กหนุ่มหลับตาแน่น… ความเย็นซึมแทรกสู่ภายในถึงกระดูก…เลือดแต่ละหยาดหยดที่ค่อยหลั่งไหลออกมาตามรอยแยกริ้วของผิวเริ่มแข็งเกร็ง… หญิงรับใช้กลางคนรีบเข้ามาหาร่างเล็กปวกเปียกพลางพยุงไปที่ห้องนอน…

****************************************************************************

“…อื้อ…”

มือขาวบางที่มีผ้าพันแผลทอดตามความยาวจนสุดแขน…ป่ายปัดมือหยาบที่กำลังทำแผลด้านหลังอยู่อย่างรำคาญ…

“…เจ็บเหรอคะ…อดทนหน่อยเถอะค่ะจะเสร็จแล้ว” เสียงอาทรนุ่มเอ่ยขึ้นเบา ๆ …ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกตัวลืมตาขึ้น…

“…มาซาโกะ…ซัง…”

หญิงรับใช้กลางคนยิ้มอ่อนโยน…หากแววตานั้นเศร้าหมอง…ทุกครั้งที่คาโอรุกลับมาที่ตระกูลทาเทวากิ… ทุกครั้งเธอจะต้องมาทำแผลที่เพิ่มขึ้นให้เสมอ…เธอรู้สึกสงสารเห็นใจนายน้อยที่ต้องเสียพ่อและแม่ในวัยแค่ 7 ปีกลายเป็นเด็กกำพร้านั่นยังไม่พอ…กับการที่ต้องมาถูกย่าแท้ ๆ เกลียดเข้าไส้และทารุณกรรมแบบนี้…ตั้งแต่นั้น…ผ่านมาก็ 8 ปีแล้ว…นายหญิงท่านนั้น…ก็ยังไม่ให้อภัยกับความผิดที่เด็กหนุ่มไม่ได้เป็นต้นเหตุ…

“…ขอบคุณครับ…”

คาโอรุยันตัวลุกขึ้นแต่ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นตามแผ่นหลัง…ทำให้ต้องนอนคว่ำอยู่ท่าเดิมอีกครั้ง… มาซาโกะเก็บอุปกรณ์การทำแผลเรียบร้อยลงในกล่อง…

“…ขอโทษค่ะ…คุณหนู…”

หญิงรับใช้ก้มลงศีรษะจรดพื้นระหว่างมือแบนราบพื้นทั้งสอง…เด็กหนุ่มรีบเอ่ย…

“…มาซาโกะซัง…ทำไมต้องขอโทษครับ…อย่าทำแบบนี้สิครับ…”

มาซาโกะยังไม่เงยหน้าขึ้น…เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่าราวกับกำลังสะอื้นไห้…

“…ดิฉัน…ทำอะไรไม่ได้…ไม่สามารถปกป้องคุณหนูแทนมิโนรุซังกับอาคิโกะได้…ดิฉัน…”

เสียงต่อไปขาดหาย…ถูกกลบด้วยเสียงสะอื้นหยาดน้ำตาหยดลงบนเสื่อโบราณราคาแพง…

“…ช่างเถอะครับ…นี่เป็นสิ่งที่ผมต้องการ…มันเป็นการแลกเปลี่ยนเท่านั้น…”

“…คุณหนู…”

“…เพราะผมต้องทำให้ท่านย่าพอใจให้ได้…เพื่อท่านย่าจะได้ยังรักษาคุณแม่ต่อไปอยู่…เป็นสิ่งที่ผมต้องการ…เพราะผม…ทำให้คุณพ่อต้องตาย…”

คาโอรุกำผ้าปูที่นอนแน่น…

“…ไม่ใช่นะคะ…นั่นเป็นอุบัติเหตุ..!!” มาซาโกะเงยหน้ารีบแย้งทันที…

“…แต่ถ้าผมไม่รบเร้า…คุณพ่อก็คงจะไม่ออกไปกับผมทั้งที่หิมะตกหนักขนาดนั้น…และไม่ใช้ตัวเองบังตัวผมเอาไว้จนต้องตายหรอกครับ…”

น้ำเสียงของคาโอรุนิ่ง…ราวกับการเล่าให้ฟังเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา…ยิ่งทำให้มาซาโกะร้องไห้หนักกว่าเดิม…

“…คุณหนูน่าสงสาร…ฮือ…น่าสงสารเกินไปแล้วค่ะ…”

เสียงของเธอสั่นพร่า…โอบกอดร่างเล็ก ๆ ที่มีแต่ผ้าพันแผลแน่น…

“…ขอบคุณครับ…ผมไม่น่าสงสารหรอกครับ…ไม่เลย…”

หากจะต้องแลกกับการให้ผู้ให้กำเนิดยังมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก…เพียงบาดแผลเหล่านี้…ก็พร้อมจะแลก…คาโอรุคิดในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า… ขณะที่ดวงอาทิตย์ก็เริ่มทอแสงสีทองจากฟากฟ้า…ทั้งที่หิมะก็ยังตกไม่หยุด…

****************************************************************************

กาแฟหอม…กรุ่นควันจางลอยอ้อยอิ่งในยามเช้าของห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์มิเนคุระ…ชายหนุ่มเจ้าของบ้านกางหนังสือพิมพ์อ่าน… ค่อยจิบกาแฟอย่างสบาย…ขณะที่เลขาคนสวยกำลังเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มใบโต…

“อรุณสวัสดิ์ครับ…นายท่าน”

“อืม…กินอะไรมารึยัง? กาแฟมั๊ย?”

คาคุยิ้มส่ายศีรษะเป็นเชิงปฏิเสธ…พลางยื่นแฟ้มใบโตที่ถือมาให้กับอากิระ…

“…อะไรน่ะ?” อากิระปิดหนังสือพิมพ์วางบนโต๊ะพลางหยิบแฟ้มมาเปิด…

“…เรื่องที่ให้หาเมื่อวานครับ…”

“…เหรอ…ขอบใจนะ…” อากิระพูดพลางพลิกเอกสารในแฟ้มเพื่ออ่านรายละเอียดคร่าว ๆ

…ทำให้คาคุมีเวลามองรอบ ๆ ตัว…

“…คุณหนูล่ะครับ..?” คาคุกระซิบถาม…

“…ไปโอตารุโน่น…” อากิระปิดแฟ้มพูดอย่างอารมณ์เสีย…

“โอตารุ?” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นแสดงอาการสงสัย…

“…ไม่รู้จะไปทำอะไร…เห็นว่าช่วงนี้ยอมพูดดี ๆกันบ้างแล้วว่าปิดเทอมจะให้มาลองบริหารงานช่วยกันซักหน่อยกลับมาหายไปเที่ยวซะอีกแน่ะ”

อากิระบ่นพลางจิบกาแฟ…คาคุหยุดคิดเพียงครู่และยิ้มออกมา…

“…ทราบได้ยังไงว่าไปโอตารุล่ะครับ?”

“…ก็เมื่อเช้ามาขออนุญาตน่ะสิ…จะไม่ให้ไปเรอะก็คงจะฟังฉันหรอก…”

คาคุหัวเราะน้อย ๆ กับคำตอบแบบเด็ก ๆ ของเจ้านาย…

“…ดีแล้วนี่ครับ…อุตส่าห์มาขออนุญาตว่าจะไปไหน…แค่รู้ว่าอยู่ที่ไหนก็พอแล้วไม่ใช่เหรอครับ” เลขาคนสวยพูดปลอบเสร็จสรรพ…

“อืม…แค่คิดว่าอยากจะอยู่ด้วยกันให้ยาวอีกซักหน่อย…จะได้บอกเรื่องนั้นด้วย”

ดวงตาสีดำสนิทสวยเบิกขึ้นเล็กน้อย…คาคุเงียบไปครู่หนึ่งแล้วถาม…

“…ตัดสินใจแล้วเหรอครับ?…”

“…ก็…ทางโน้นเขาเร่งรัดมา…ก็นะ…คงอยากจะเห็นหน้าหลานชายคนเดียวเต็มที…บ่นมาตามสายเชียวนะว่าเบื่อรูปถ่ายนิ่ง ๆ แล้ว…อยากคุยอยากพาไปเที่ยวบ้างน่ะ” อากิระพูดพลางเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เบา ๆ

“…ว่าจะให้จบ ม.ปลายก่อนแล้วค่อยไป…พวกเขารอได้อยู่แล้ว…”

“…แต่คุณหนูยังคงไม่ทราบใช่มั๊ยครับ?”

“อืม…แต่คิดว่าพอรู้ก็คงไม่คัดค้านหรอก…ประเทศของแม่ของเขานี่…”

อากิระดูเหมือนไม่กังวลอะไร…แต่คาคุกลับครุ่นคิด…

“…ไปกันเถอะ…”

อากิระลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อไปบริษัทโดยที่มีคาคุตามไปด้วยเหมือนเดิม…

****************************************************************************

หิมะหยุดตกในยามสาย…เมื่อรู้สึกดีขึ้น…ร่างกายพอขยับได้ดังใจอีก…คาโอรุก็จัดแจงแต่งตัวและออกไปข้างนอก… โดยที่จะไม่ลืมแวะซื้อกุหลาบสีชมพูอ่อนช่อใหญ่ไปด้วย…

“…ตายจริง…คาโอรุคุง!!!”

มาริโนะตกใจกับแผลยาวบนแก้มซ้าย…และผ้าพันแผลที่แขน…ถึงกับอุทานออกมาเมื่อเด็กหนุ่มเดินผ่าน…

“…นี่…นี่…เอ่อ…” เธอตั้งท่าจะถาม…แต่กลับพูดไม่ออก…

“…ไม่เป็นไรครับ…ทำแผลแล้ว…ขอตัวไปหาคุณแม่ก่อนนะครับ…”

คาโอรุเดินเลี่ยงไปขึ้นลิฟท์ทิ้งให้มาริโนะถอนใจอยู่เบื้องหลัง…จะว่าไม่รู้เรื่องบาดแผลเหล่านั้นเลยก็ดูเหมือนจะโกหกเพียงแต่ ‘คนรู้จัก’ อย่างเธอจะสามารถรู้เรื่องทั้งหมดได้ยังไง…มาริโนะนั่งลงตามเดิม…

“…แกร็ก…”

เสียงเปิดประตูเบามือพร้อมแจกันดอกไม้ที่บรรจุกุหลาบสีชมพูอ่อน…ซึ่งเด็กหนุ่มได้เอาไปจัดก่อนที่จะเข้ามาที่นี่แล้ว… คาโอรุเดินเข้ามาใกล้และวางแจกันลงบนโต๊ะ…พลางลากเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้ ๆ เตียง…

“…คุณแม่ครับ… !!…อึ๊ก!!”

คาโอรุรู้สึกเจ็บแปลบที่บาดแผล…แม้หิมะจะหยุดตกแล้วแต่อากาศก็หนาวเย็น…ทำให้บาดแผลทั้งเก่าและใหม่ต่างพร้อมใจกันเกิดอาการแบบเดียวกัน…

“…ผมเกือบจะทำให้คนนั้นโกรธจัดอีกแล้วครับ…ขอโทษครับ…คราวหน้าจะระวังให้มากกว่านี้…”

ทุกครั้ง…ไม่ว่าจะมาที่นี่กี่ครั้ง…เปล่งเสียงลักษณะแบบไหนออกไป…ก็…ดูเหมือนจะกลายเป็นสายลมไปเสียทั้งหมด…ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย… เปลือกตาซีดไม่เคยเปิดขึ้นอีก…ดวงตาสีดำสนิทเอ่อท้นด้วยหยาดน้ำใส…

“…คุณแม่…ทำไมคุณแม่ไม่ตอบอะไรผมเลย…คุณแม่…ผมไม่ไหวแล้วนะครับ…ผมเจ็บ…ผมกลัว…คุณแม่…”

คาโอรุคร่ำครวญ…พวงแก้มสวยทั้งสองซึ่งข้างหนึ่งมีรอยประทับแห่งโทสะถูกย้อมด้วยหยาดน้ำตา…เด็กหนุ่มกุมมือผู้ให้กำเนิดแน่นสั่นไหว…

“…ช่วยผมด้วยครับ…คุณแม่….”

****************************************************************************

แสงอาทิตย์ยามเย็นอาบไล้ผืนฟ้าและท้องน้ำ…มองเห็นระยิบระยับราวมีอัญมณีถูกซุกซ่อนอยู่ใต้ทะเล… เด็กหนุ่มผมสีอ่อนเมื่อต้องแสงอาทิตย์มองดูคล้ายสีซีเปียนั่งกอดเข่าอยู่ริมหาด…ดวงตาสีดำสนิทนิ่งไม่ฉายแววสิ่งใด…มีกลุ่มเด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ และคู่รักเพียงไม่กี่คู่ที่อยู่บริเวณนั้น…ต่างก็อยู่ในอารมณ์ที่ต่างกันสิ้น… คาโอรุเหลือบมองคู่รักชาย-หญิงวัยรุ่นซึ่งอยู่ห่างไปไม่กี่เมตรกำลังกระซิบกระซาบคุยกันอย่างออกรสดูน่ารักตามประสา… แล้วก็หันกลับมามองทะเลเหมือนเดิม…

“…ไม่อยากกลับ…”

คาโอรุพึมพำถอนใจ…เขานึกถึงภาพหญิงชราที่ลงมือฟาดไม้แหลมเล็กมาที่เขาอย่างไม่มีปราณี… นึกถึงถ้อยคำถากถางให้ร้ายแม่ของเขาอย่างไม่มีเกรงใจ…หัวใจก็คุกรุ่น…โกรธ…เกลียด…อยากจะให้หญิงชราคนนั้นตายไปซะ!!!… อยากให้หายไปจากโลกนี้!!!…อยากจะลุกขึ้นด่าว่าด้วยถ้อยคำรุนแรงเทียบเท่ากับที่หญิงชราว่ากล่าวแม่ของเขา…อยาก…

“…ไม่นะ!!!”

คาโอรุสะบัดความคิดทั้งหลายออกไป…ถ้อยคำอบอุ่นอ่อนโยนที่ผู้ให้กำเนิดทั้งสองได้สอนสั่งเอาไว้ผุดขึ้นมาหยุดความคิดร้าย ๆ จนหมด…พลันหยาดน้ำตาก็ไหลหยดต้องผืนทรายอีกครั้ง…ใบหน้าสวยก้มลงชิดเข่าส่งเสียงสะอื้นออกมาเบา ๆ …จนพระอาทิตย์เกือบจะลาลับ…

“…เฮ้…”

เสียงทุ้มคุ้นหูที่เหมือนไม่ได้ยินมายาวนานดังขึ้นด้านหลัง…เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเป็นเสียงของใครร่างเล็กรีบหันหลังกลับอย่างไม่เชื่อหู… ผมสีทองสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นสีส้มอ่อนพร้อมดวงตาแสดงความดื้อรั้นของเจ้าของสีเดียวกัน…ร่างนั้นยืนอยู่เบื้องหลัง…

“…ทำไมมานั่งอยู่นี่ล่ะ…หนาวจะตาย…”

ยังไม่ทันแม้แต่จะวางกระเป๋าลง…ลำแขนเรียวเล็กเต็มไปด้วยผ้าพันแผลสีขาวเข้าโอบลำคอเบื้องหลังแน่นเสียแล้ว… ใบหน้าของอาซาโตะแดงขึ้นอย่างงงงวย…

“…ทาเท…?”

เสียงสะอื้นฮักและหยดน้ำเย็นตกกระทบไหล่…ทำให้เด็กหนุ่มที่กำลังจะท้วงอะไรกลับเงียบเสียงเสีย…พลางเอื้อมแขนโอบร่างเล็กเอาไว้… คาโอรุห่อตัวอยู่ในอ้อมแขนของอาซาโตะราวกับเด็กเล็ก ๆ …นาน…คู่รักที่อยู่รอบ ๆ ต่างมองเด็กหนุ่มทั้งสองเป็นตาเดียวพลางกระซิบหัวเราะคิกคักกัน… อาซาโตะจ้องคล้ายหาเรื่องด้วยดวงตาสีทองทุกคนถึงได้หันไปสนใจสิ่งอื่นกันไปหมด…

“…ทาเทวากิ…นายเป็นอะไร?”

หลังจากเสียงสะอื้นเริ่มแผ่วและเงียบลง…อาซาโตะก็ถามคาโอรุทั้งที่ยังไม่ได้คลายวงแขน…

“…….”

ไม่มีเสียงตอบกลับมา…คาโอรุเพียงแต่คลายวงแขนที่โอบรัดคอของอาซาโตะเอาไว้เงียบ ๆ

“…ทาเทวากิ?” อาซาโตะค่อยสัมผัสใบหน้าของร่างเล็กเบา ๆ และช้อนขึ้นให้สบตากับเขา…รอยสัมผัสของแก้มด้านซ้าย…

“..โอ๊ย…” เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงผิวเนื้อที่ปริแตก…และเสียงประท้วงเล็ก ๆ ของคาโอรุ…อาซาโตะจ้องมองดูผิวหน้า…

“…โดนอะไรมาเนี่ย?”

ดวงตาสีน้ำตาลทองเบิกกว้างหาคำตอบพลางสังเกตไปทั่ว…ยิ่งเห็นแขนเล็ก ๆ มีผ้าพันแผลสีขาวพันอยู่ก็ยิ่งงงงวย…

“…ช่างเถอะ…” คาโอรุตอบเสียงเรียบ…ทำให้อาซาโตะไม่พอใจ…

“ช่างได้ไง?!! ดูสิ!!!”

“ช่างเถอะ!!!”

“…อย่าถาม…เลย…” หยาดน้ำตาคลอหน่วยต้องแสงอาทิตย์เป็นประกายน้อย ๆ

ดวงตาสีน้ำตาลทองอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ของร่างเล็ก…เด็กหนุ่มช้อนใบหน้าสวยขึ้นพลางค่อยก้มลงใช้ริมฝีปากแตะเบา ๆ ที่บาดแผล…

“…อ๊ะ…” ร่างเล็ก ๆ ของคาโอรุกระตุกหนีเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความชื้นจากลิ้นไล้ผ่านบาดแผลของตัวเอง…เขาใช้แขนค้ำยันอีกฝ่ายไว้… หากแต่อาซาโตะกลับยึดเอวเล็กแนบแน่น…ไม่มีทางหนี…

“…อย่า…อื้อ…”

อาซาโตะจูบสัมผัสระรานทั่วใบหน้าหวาน…และกลับลงมาจรดริมฝีปากบางนิ่มแน่น…ในตอนแรกคาโอรุคิดจะประท้วงผลักไส…แต่ไม่รู้เพราะอะไร… วงแขนเล็ก ๆ กลับโอบกอดอีกฝ่ายพร้อมมือบางที่ขยุ้มเสื้อของอาซาโตะแน่น… และน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ก็หลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย…นี่มันคืออะไร?…พักหนึ่งอาซาโตะก็ถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้าราวกับเสียดาย… และจ้องมองร่างเล็กที่หายใจหอบถี่ใบหน้าแดงซ่านที่ซุกซบอยู่กับไหล่ของตน…

“…ทำไมนายมาที่นี่ได้?” คาโอรุเริ่มเป็นฝ่ายถามบ้าง…

“…ฉันก็มาหานายน่ะสิ…”

เสียงของอาซาโตะค่อยจนคาโอรุเกือบจะไม่ได้ยิน…แต่พอจับใจความได้…วงแขนเล็กของคาโอรุก็กระชับแน่นขึ้นอีก…

“…ทำไม…นายถึงมาหาฉันล่ะ?…”

อาซาโตะเงียบไปครู่ใหญ่…คาโอรุแอบเหลือบมองเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงจนถึงใบหู…ร่างเล็กพลางยิ้ม… พอดีกับที่อาซาโตะหันมาจึงประสานสายตากัน…คาโอรุเห็นดวงตาสีน้ำตาลทองฉายแววแน่วแน่…

“…ฉันคิดถึงนาย…”

คราวนี้คาโอรุกลับเป็นฝ่ายที่ใบหน้าเป็นสีแดงบ้าง…รู้สึกถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้น…แต่ไม่ร้อนเลย…กลับอบอุ่นยิ่งกว่าอะไร… คาโอรุไม่ตอบอะไรเพียงแต่ซุกหน้ากับไหล่ของอาซาโตะและหลับตาแน่น…อาซาโตะเองก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก…เพียงกอดร่างเล็ก ๆ นั้นเอาไว้แนบแน่น…เนิ่นนาน…จนในที่สุด…ดวงอาทิตย์ก็บอกลาท้องทะเลลับหายไป…

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

ฮือ...เข้าข่ายทารุณกรรมเด็กน้าคุณยายเซกิโกะ ฉงฉารนู๋คาโอรุ...เฮ้อ...Comment บอกความรู้สึกที่ได้อ่านบ้างนะคะ แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้ที่ [email protected] เจ้าค่า

Hosted by www.Geocities.ws

1