adolescence

สาวน้อยผมยาวประบ่าในชุดนักเรียนก้าวเข้ามาในโรงพยาบาลเมื่อยามดวงอาทิตย์ใกล้จะเปลี่ยนหน้าที่ หลังจากสอบถามเล็กน้อยที่ประชาสัมพันธ์ก็เดินขึ้นลิฟท์ตรงไปที่ห้องของคาโอรุทันทีอย่างไม่รั้งรอด้วยสีหน้าที่เป็นห่วงยิ่งนัก

“เชิญครับ”

เมื่อได้รับสัญญาณจากนอกห้องคาโอรุที่กำลังอ่านหนังสืออยู่บนเตียงก็เอ่ยอนุญาต

“ทาเทวากิคุง”

“อ้าว…ซาซากิ สวัสดี…มาเยี่ยมเหรอ?”

เด็กสาวสีหน้าสดใสขึ้นเนื่องจากคำทักทายเป็นปกติของเด็กหนุ่ม

“อืม…จ๊ะ…” พลางเดินเข้าใกล้และขยับเก้าอี้นั่งข้างเตียง

“วันนี้อาจารย์บอกตอนโฮมรูม…ทุกคนตกใจกันมากเลย…ตกลงกันว่าจะมาเยี่ยมพร้อมกันในวันพรุ่งนี้”

“งั้นเหรอ? อืม..แล้วทำไมซาซากิมาก่อนล่ะเนี่ย?”

ประโยคนี้ทำให้สาวน้อยก้มหน้าอย่างเอียงอาย พลางตอบเสียงแผ่ว

“….ฉัน…เป็นห่วง…ทาเทวากิคุง..มาก ก็เลยรอทุกคนไม่ไหว…”

เด็กหนุ่มยิ้มกับความห่วงใยของเพื่อนสาว

“ขอบใจนะ”

“วะ..วันนี้ฉันรีบมาไม่มีอะไรติดมือมาซักอย่างต้องขอโทษด้วยนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก…อยู่โรงพยาบาลก็เอาแต่นอนไม่ได้ออกแรงอะไรที่ไหน ขืนกินมาก ๆ ก็อ้วนกันพอดีสิ” เด็กสาวหัวเราะสีหน้าสดใสกับคำพูดของเด็กหนุ่ม แต่พลันกลับเงียบไป เธอกำมือที่ประสานอยู่บนตักไปมาอย่างรวบรวมสติ

“เอ่อ…เอ่อ…ถ้ายังไง…ฉันขอมาเยี่ยมทุกวันได้มั๊ย?”

“…มันก็…ได้นะ…แต่ฉันคิดว่าแล้วแต่ซาซากิจะสะดวกเถอะนะ…ถ้ามีธุระอะไรก็ไม่ต้องมาก็ได้”

“ไม่หรอก!! กลับบ้านก็ไม่มีอะไรจะทำอยู่แล้ว…ฉันเต็มใจนะ”

ใบหน้าของเด็กสาวดูราวลูกเชอร์รี่สีแดงสด

“อืม…ก็ได้…แล้วแต่เถอะนะ” คำตอบราวเปิดโอกาสอย่างที่คาโอรุไม่รู้ตัว

ซาซากิมีสีหน้าแช่มชื่นปลาบปลื้ม

“ขอบใจนะ” เด็กหนุ่มเสมองนอกหน้าต่าง

“จะค่ำแล้วซาซากิกลับก่อนเถอะนะ…เป็นผู้หญิงกลับดึก ๆ ไม่ปลอดภัย”

ซาซากิลุกขึ้นยืนตามคำพูด

“จ๊ะ…เอ่อ…พรุ่งนี้จะมาใหม่นะจ๊ะ”

พลางปิดประตูออกไปด้วยความรู้สึกดีใจอย่างที่สุด ขณะกำลังเดินก็ไปปะเข้ากับมาโกโตะเพื่อนสนิทของเธอเข้า เด็กสาวผมยาวยืนเท้าเอวอย่างรู้ดี

“ว่าไงล่ะยะ…เพื่อนรัก…เขารู้กันทั้งประเทศแล้วมั๊ง” เด็กสาวสีหน้าขุ่นเคือง

“อะ…อะไร?”

“แอบมาเยี่ยมหัวหน้าห้องไม่บอกเพื่อนรักอย่างฉันเลยนะ…คิดจะหาโอกาสล่ะสิ”

“เปล่านะ” ซาซากิหน้าแดงหลบสายตามาโกโตะ

“ช่างเหอะเรื่องนั้น…ว่าแต่ว่า…โอเคป่ะ”

“เขาแค่ให้ฉันมาเยี่ยมได้ทุกวันเท่านั้นเองนะ”

มาโกโตะคล้องแขนซาซากิพลางเดินไปด้วยกัน

“แม้…แหม…แค่เนี้ยก็ปลื้มแล้วใช่มะ” ซาซากิยิ้ม พลางทำให้เพื่อนสาวของเธอยิ้มตาม

“ดีใจด้วยนะ…พยายามเข้าล่ะ”

“พะ…พยายามอะไร?” มาโคโตะกุมขมับ

“โธ่…เธอจ๋า…ฉันรู้นะว่าเธอน่ะ…แอบชอบหัวหน้าห้องใช่มั๊ยล่ะ?…สายตาที่เธอมองเขาน่ะฉันที่คบกับเธอตั้งแต่อนุบาลทำไมจะดูไม่ออก”

เด็กสาวหน้าแดงในความรู้ทันของเพื่อน มาโกโตะยิ้มกว้าง

“คู่แข่งเยอะนะ…แต่เอาเถอะ…ฉันจะเป็นกองเชียร์ให้เธอเอง” ซาซากิยิ้มให้เพื่อน

“ขอบใจนะมาโกโตะ” พลางเดินไปที่สถานีรถไฟเพื่อกลับบ้านพร้อมกัน

****************************************************************************

เสียงเจี๊ยวจ๊าวราวนกกระจอกแตกรัง ดังขึ้นเป็นวันที่ 2 แล้วนับจากวันที่ซาซากิมาเยี่ยม เนื่องจากเหล่าเพื่อน ๆ ร่วมห้องพากันมาเยี่ยมเด็กหนุ่มหน้าสวยอัธยาศัยยอดเยี่ยมคนนี้อย่างไม่ขาดสาย ทำให้หัวหน้าพยาบาลต้องมาเตือนหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่อาจทำให้สลายตัวกันไปได้หมด เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทองเดินเข้ามา แล้วก็ต้องผงะกับภาพที่ผู้คนที่ล้อมหน้าล้อมหลังร่างเล็กเอาไว้ซะเกือบมิด พลางทำสีหน้าขุ่นเคืองและกำลังจะก้าวกลับออกไป

“มิเนคุระเดี๋ยวก่อนสิ” สายตาทุกคู่หันไปจับจ้องเด็กหนุ่ม

“มาเยี่ยมฉันเหรอ? ขอบใจนะ”

เนื่องจากทุกคนไม่ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด จึงต่างพากันงงงวยกับการที่เด็กหนุ่มผมทองมาเยี่ยม

“อือ…” อาซาโตะตอบอย่างเสียไม่ได้ และเลยก้าวกลับมาในห้องพลางยืนพิงกำแพงหน้าตาบูดบึ้ง พลันเหลือบเห็นสีหน้าซูบซีดยิ่งกว่าเมื่อ 2 วันที่แล้วของร่างเล็ก แต่คาโอรุก็ยังพูดคุยตอบคำถามของเพื่อน ๆ อย่างเป็นปกติ

“หัวหน้าห้องเนี่ย…มีดวงกับโรงพยาบาลจังนะ…เข้า-ออกเป็นว่าเล่นเลย” เสียงของมาโกโตะดังกึกก้องกว่าใคร ๆ

“ไม่อยากนะ…แต่ก็คงจะเป็นอย่างที่มาเอดะพูดน่ะแหละ” เด็กหนุ่มตอบอย่างติดตลก

“เอริ…เธอคงต้องหาของเยี่ยมประเภทบำรุงร่างกายมาให้แล้วล่ะ ก็ดูสิหน้าของหัวหน้าน่ะซีดอย่างกับไข่ต้มแน่ะ” เธอหัวเราะเสียงดัง แต่ซาซากิกลับนิ่งเงียบพร้อมใบหน้าแดงจัด

“แล้วหมอจะให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ล่ะ?” เด็กสาวผมสั้นซอยที่อยู่ด้านตรงข้ามกับซาซากิและมาโกโตะเอ่ยถาม

“อ๋อ…คิดว่า…” ยังไม่ทันจะได้ตอบคำถามอะไร ทัศนียภาพในสายตาของคาโอรุก็หมุนคว้าง ทำให้เด็กหนุ่มต้องเอามือกุมขมับ ทุกคนพากันตกใจรวมทั้งอาซาโตะ

“ทาเทวากิคุง!!” ซาซากิตะโกนเสียงดัง พร้อมเข้าไปพยุงแต่มือเล็ก ๆ ของเธอก็ถูกปัดออกอย่างแรง พร้อมผลักไหล่ของเธอให้ออกไปซึ่งมาโกโตะก็รับร่างที่ถูกสะบัดออกของเพื่อนได้ทันที ซาซากิมองตามร่างเบื้องหน้าที่ตรงไปที่เตียงของคาโอรุอย่างงงงวย อาซาโตะประคองร่างเล็กบนเตียงอย่างเบามือ พร้อมกดสัญญาณเรียกพยาบาลอย่างรีบเร่ง

“มิเน..คุระ…” คาโอรุลืมตาช้า ๆ มองร่างเบื้องหน้า

“อย่าเพิ่งพูด! เดี๋ยวหมอก็มาแล้ว” คาโอรุกำแขนเสื้อของอาซาโตะแน่น ไม่นานหมอและพยาบาลต่างรีบเร่งเข้ามาดูอาการของคาโอรุเป็นการใหญ่ อาซาโตะคลายวงแขนปล่อยให้หมอได้จัดการรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนเพื่อนร่วมห้องทุกคนต่างถอยกรูดออกมากองกันอยู่ที่ข้างประตู รวมทั้งซาซากิและมาโกโตะด้วย

“เชิญข้างนอกกันก่อนนะคะ” นางพยาบาลหนึ่งในนั้นกันทั้งหมดออกไป

พอออกจากห้องแล้วมาโกโตะตรงเข้าหาอาซาโตะทันที

“นี่!นาย…ทำไมต้องผลักเพื่อนฉันด้วยล่ะ?”

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาพูดเรื่องนี้” คำตอบแสนเย็นชาของอาซาโตะทำให้มาโกโตะโกรธจัด

“นายจะเป็นใครฉันไม่สนหรอกนะ!! แต่ขอโทษซักคำน่ะเป็นมั๊ย? หรือว่ายากุซ่าน่ะเขาไม่ได้สอนมารยาทอย่างนั้นให้!!!”

อาซาโตะหันขวับจ้องหน้ามาโกโตะด้วยตาสีน้ำตาลซึ่งเปลี่ยนเป็นสีทองตามอารมณ์ เด็กสาวถึงกับผงะเงียบเสียง

“…เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่าล่ะ?” เด็กหนุ่มละสายตาหันไปถามซาซากิที่ยืนกุมไหล่

“ไม่…ไม่เป็นไรมาก” อาซาโตะเดินไปที่เคาน์เตอร์นางพยาบาลประจำชั้น พลางพามาดูอาการของซาซากิโดยไม่พูดอะไร และกลับไปยืนหน้าห้องของคาโอรุอีกครั้งโดยปล่อยให้พยาบาลและมาโกโตะดูแลซาซากิ

เวลาผ่านไปนานพอควรเพื่อนร่วมห้องของคาโอรุต่างพากันลากลับบ้านไปเหลือแค่ซาซากิที่ได้รับยาแก้ฟกช้ำกับมาโกโตะที่ใบหน้าบูดบึ้ง ซึ่งนั่งอยู่อีกด้านของประตูห้องของคาโอรุ พลันประตูถูกเปิดออกอาซาโตะตรงเข้าถามหมอทันที

“ไม่เป็นไรหรอกครับ…แค่พักผ่อนน้อย…เลยให้ยานอนหลับไปตอนนี้กำลังหลับอยู่นะครับ” พูดเสร็จหมอก็ออกไปทันที

มาโกโตะลุกขึ้นคว้ากระเป๋าเดินตรงไปยังลิฟท์ทำท่าจะกลับ ซาซากิจึงวิ่งตาม

“มาโกโตะเดี๋ยวก่อน” ซาซากิรั้งเพื่อนเอาไว้

“โทษทีนะเอริ…ถ้าเธออยากจะดูอาการทาเทวากิคุงก่อนก็ไม่เป็นไรฉันจะกลับคนเดียวก็ได้”

“ทำไมอย่างงั้นล่ะ?”

“ก็ถ้าฉันเห็นหน้าหมอนั่น…เจ้าลูกยากุซ่าไร้มารยาทนั่นอีกฉันมีหวังได้ชกหน้าหมอนั่นแน่ๆ !!!” ใบหน้าของมาโกโตะแดงอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากความโกรธ

“อืม…ไม่เป็นไรฉันจะกลับกับเธอด้วย…ทาเทวากิคุงต้องการพักผ่อนฉันว่าพรุ่งนี้ฉันค่อยมาใหม่ก็ได้”

“เอางั้นเหรอ?”

“จ๊ะ” พลางพากันขึ้นลิฟท์เพื่อกลับบ้าน

ทางด้านอาซาโตะเกิดสงสัยบางอย่างจึงเดินไปที่เคาน์เตอร์พยาบาลประจำชั้น

“ขอโทษครับ…ห้อง 303 นั่นไม่มีใครมาเฝ้าเหรอครับ?”

นางพยาบาลที่อยู่เคาน์เตอร์พลางมองหน้ากันและหนึ่งในนั้นก็ตอบออกมา

“ไม่มีหรอกจ๊ะ…เมื่อตอนที่เข้าโรงพยาบาลมีคนมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลเรียบร้อย…แต่ยังไม่เห็นว่าจะมีญาติที่ไหนมาเฝ้าเลยน่ะจ๊ะ เพราะอย่างนี้ล่ะมั๊งถึงพักผ่อนไม่เพียงพอ” เธอเว้นวรรคนิดหน่อย หันไปพยักเพยิดให้อีกคนตอบ

“คือว่า…พี่น่ะอยู่เวรกลางคืนทั้งอาทิตย์ แล้ว 3 วันมานี่พี่ต้องเข้าไปเตือนให้เขาพักผ่อนทุกคืนเลยล่ะจ๊ะ…”

เมื่อได้คำตอบแล้วอาซาโตะพยักหน้าและเดินไปที่ห้องของคาโอรุ พลางเห็นร่างเล็กบนเตียงหลับสนิท เขาจึงค่อย ๆ ลากเก้าอี้เข้ามานั่งข้างเตียงพร้อมถอนหายใจยาว

“อะ…อือ…” อาซาโตะลืมตาตื่นจากเสียงรบกวนของร่างเล็กตรงหน้า เด็กหนุ่มขยับตัวขึ้นมอง

“ทาเทวากิ?” คาโอรุเอื้อมมือป่ายปัดบนอากาศไปมา อาซาโตะคว้ามือเรียวเล็กนั้นมากุมไว้ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบสนองอย่างเหนียวแน่น

“ฮือ…ฮึก…” หยาดน้ำใสหยดจากดวงตาปิดสนิทไหวระริกลงอาบแก้ม อาซาโตะปาดน้ำตาร่างเล็กอย่างเบามือ

“จะไปไหนครับ?…อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว…ได้โปรด…พ่อ…แม่…ครับ…ผมกลัว”

อาซาโตะเห็นชักไม่เข้าท่าจึงเขย่าตัวคาโอรุเพื่อปลุก แต่ดูเหมือนจะไร้ผล ซักพักเสียงก็เงียบไปอาซาโตะจึงคิดว่าแค่ละเมอเล็กน้อย แต่กลับคาดผิดเมื่อร่างเล็กทั้งร่างกระตุกเกร็ง

“อย่า!!! ท่านย่า!!! ผมกลัวแล้ว…เจ็บ!!! อย่า!!!”

เสียงตะโกนดังลั่นพร้อมหยาดน้ำใสที่ทะลักออกอย่างไม่ขาดสาย อาซาโตะงุนงงก็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาโอรุป่ายปัดมืออย่างไร้สติพาให้เสาซึ่งแขวนขวดน้ำเกลือถูกปัดลงพื้นแตกกระจาย

“ช่วยผมด้วย!!! พ่อครับ!!! แม่ครับ!!! ช่วยผมที!!”

พลางยื้อมือขึ้นหาที่ยึดเหนี่ยวสุดชีวิต อาซาโตะตรงเข้าช้อนร่างเล็กโอบกอดแนบแน่นยิ่งกว่าครั้งใด ๆ ซึ่งคาโอรุเองก็กำไหล่ของอาซาโตะแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อผ้าทะลุถึงผิวหนังของอาซาโตะอย่างรุนแรงจนเด็กหนุ่มต้องนิ่วหน้า

“ทาเทวากิ!! ได้ยินฉันมั๊ย?”

“ฮือ…ฮึก…ช่วยด้วย…”

“ฉันอยู่นี่…ฉันอยู่ตรงนี้…นายรู้สึกมั๊ย? คาโอรุ…”

สิ้นเสียงแขนเรียวเล็กก็ทิ้งลงสู่เตียง และสงบลง มีเพียงคราบน้ำตาที่หลงเหลืออยู่เล็กน้อย พร้อมสีแดงของโลหิตที่เปื้อนเสื้อ

อาซาโตะเบิกตากว้างกับบาดแผลที่เปิดขึ้นมาอีกของร่างเล็ก เหล่าพยาบาลซึ่งได้ยินเสียงดังต่างก็รีบเข้ามาอย่างทันที อาซาโตะจึงคลายวงแขนออกเพื่อให้พวกเธอได้ดูอาการของร่างเล็ก…แต่ก็ไม่สามารถออกห่างได้เพราะมือของร่างเล็กไม่ยอมปล่อยเสื้อของเขา เด็กหนุ่มต้องพยายามแกะมือเล็กออกจนสำเร็จและหลีกทางให้เหล่าพยาบาลเข้ามาดูแล

นางพยาบาลช่วยกันปลดเสื้อของคาโอรุออกอย่างเบามือพร้อมกับค่อย ๆ ช่วยกันพลิกร่างเล็กให้นอนคว่ำหน้าอย่างระมัดระวัง เมื่อถอดผ้าพันแผลออกเพื่อจะทำแผลใหม่ สิ่งที่ไม่คาดคิดปรากฏอยู่ตรงหน้าอาซาโตะ เด็กหนุ่มเบิกตากว้างกับแผ่นหลังขาวละเอียดแต่มีริ้วรอยของผิวหนังแยกเป็นริ้ว ๆ ซ้อนทับกันอย่างไม่อาจนับได้ ไม่ใช่แผลใหม่อย่างที่นางพยาบาลกำลังรักษาอยู่ที่ไหล่ แต่มันเป็นรอยแผลเป็นกลางหลังที่ผ่านเวลามาเนิ่นนาน

เด็กหนุ่มทรุดตัวลงบนโซฟาด้วยความรู้สึกสับสน…เรื่องราวที่เขาได้รับรู้มาของร่างเล็ก…ทุกอย่างที่ได้รู้จัก…ไม่มีอะไรบ่งบอกซักนิด…ไม่มี… หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่ดวงตาสีน้ำตาลทอง…เด็กหนุ่มก้มหน้าปล่อยให้นางพยาบาลช่วยกันรักษาจนเสร็จ… และเวลาก็ผ่านไปจนดวงอาทิตย์เริ่มทักทายผืนโลกโดยไม่สามารถมองร่างเล็กที่อยู่บนเตียงได้เลย…

****************************************************************************

“อืม” ร่างที่อยู่บนเตียงสีขาวขยับเขยื้อนเล็กน้อย ก่อนจะตื่นเต็มตา พลางมองไปรอบ ๆ ก็ไปพบกับดวงตาสีน้ำตาลทองที่จ้องมองมาที่เขาอย่างไม่ลดละ

คาโอรุขยับตัวลุกขึ้นแต่ก็เจ็บแปลบที่ไหล่จนต้องนอนลงไปอีก ร่างที่อยู่ใกล้ ๆ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยเพียงจ้องนิ่งอยู่อย่างนั้นจนคาโอรุสงสัย

“มิเนคุระนายไม่ได้กลับบ้านเหรอ? แล้วนี่มันกี่โมงกันแล้ว?”

อาซาโตะลดสายตาลงมองนาฬิกาข้อมือพร้อมตอบ

“9 โมงแล้ว”

“ก๊อก ก๊อก” หมอและพยาบาลต่างเข้ามาที่ห้องเพื่อตรวจตอนเช้าตามปกติ

“หลับสบายหรือเปล่าครับ?” หมอถามคาโอรุ

“ครับ…สบายดี” เด็กหนุ่มตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

เมื่อหมอตรวจอาการแล้วก็สั่งอะไรกับพยาบาล 2-3 คำ และขอตัวออกไป

“โกหก” คาโอรุหันขวับมาทางต้นเสียง อาซาโตะลุกจากโซฟาเข้ามาใกล้เตียง

“อะไร?”

“เมื่อตอนนั้นนายหาว่าฉันโกหก แต่…นายต่างหากที่โกหกซะยิ่งกว่าฉันอีก”

คาโอรุมองหน้าอาซาโตะด้วยความฉงน เขาไม่รู้ตัวว่าเมื่อคืนได้ทำอะไรลงไป จึงไม่เข้าใจว่าอาซาโตะพูดถึงเรื่องอะไร

“ฉันไม่เข้าใจที่นายพูดซักนิดเลยนะ”

นัยน์ตาสีน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีทองอีกครั้งด้วยโทสะ อาซาโตะจับไหล่ทั้งสองของคาโอรุแน่นเสียจนเจ็บ

“โอ๊ย…” คาโอรุนิ่วหน้าพยายามแกะมือของอาซาโตะออก แต่ไร้ผล…อาซาโตะปลดเสื้อของคาโอรุอย่างแรง พร้อมกับผ้าพันแผล ส่งผลให้เจ้าตัวโวยวาย

“อย่านะ!!! นายจะทำ…..!!!” คำพูดถูกกลืนหาย คาโอรุสะดุ้งเฮือกเมื่อฝ่ามืออุณหภูมิสูงของอาซาโตะสัมผัสกลางหลังของเขา นิ้วมือไล้ไปตามแนวยาวของบาดแผลนับไม่ถ้วน คาโอรุปัดมือของอาซาโตะออก แต่อาซาโตะกลับได้จังหวะรวบมือทั้งสองของคาโอรุไว้เป็นผลให้คาโอรุต้องล้มแผละลงที่เตียง ใบหน้าของทั้งสองเกือบชิดกัน

“เรื่องโกหกของนายมันอยู่ที่กลางหลังนี่แล้วไม่ใช่เหรอ?” อาซาโตะเข่นเขี้ยวพูด

ใบหน้าของร่างเล็กแทบไม่มีสีเลือด ราวความลับถูกเปิดเผย พยายามดิ้นรน

“นายเข้ามาตามใจชอบ…ยุ่งกับเรื่องของฉันตามใจชอบ…ทำให้ฉันอยากเชื่อใจ…ทำให้ฉันอยากวางใจ…ทั้งๆ ที่นาย….” หยาดน้ำใสทิ้งตัวตามแรงโน้มถ่วงลงบนใบหน้าสวยของคาโอรุ ดวงตาสีน้ำตาลทองพราวพรายราวอัญมณีเมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องสู่หยดน้ำเกาะพราวรอบดวงตา เด็กหนุ่มปล่อยมือที่เกาะกุมออก พลางผละจากแต่มือเรียวเล็กกลับคว้าเสื้อของเขาไว้ได้เสียก่อน

“ร้องไห้…เพราะฉันเหรอ?” อาซาโตะไม่ตอบเพียงแต่ใช้หลังมือปาดน้ำตาออก

“ทำไมนายถึงรู้เรื่อง…แผลของฉัน” คราวนี้อาซาโตะหันกลับมาเผชิญหน้า

“เมื่อคืนนายละเมอ…รุนแรงจนแผลเปิดฉันก็เลยได้เห็นมัน” ใบหน้าร่างเล็กสลด

“เกิดอะไรขึ้น?” อาซาโตะจ้องใบหน้าสวยพลางถามอย่างจริงจัง แต่ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกจากริมฝีปากบางสวยนั้น

“ฉันถามนายอยู่นะ” คาโอรุไม่ตอบเช่นเคยเพียงแต่จ้องมองอาซาโตะอยู่อย่างนั้น

“ช่างเถอะ…อยู่นี่ก็หัดหลับซะมั่งนะ…จะได้ไม่ล้มแผละให้คนอื่นเขาตกใจกันอีก”

อาซาโตะถอนหายใจ เดินไปที่ประตู

“ไม่ได้…”

“ฉันหลับตาลงไม่ได้…” อาซาโตะหันกลับมา ร่างเล็กกำผ้าปูเตียงแน่นจนยับ

“ที่นี่…ทั้งมืด…ทั้งเสียงไซเรน…จะให้หลับได้ยังไง?” หยาดน้ำใสหยดลงบนผืนผ้า

“…ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว…” อาซาโตะเดินเข้าใกล้ ใช้ฝ่ามือแตะประคองใบหน้าของคาโอรุให้เงยขึ้นสบตากับเขา

“นายมันขี้โกง…ทั้งที่เข้ามายุ่งเรื่องของฉัน…แต่ไม่คิดจะบอกอะไรกับฉัน…นายเข้ามาทำให้ฉันอยากไว้ใจ…อยากเชื่อใจ…นายอยากเข้าใกล้ฉัน… แต่ไม่ยอมให้ฉันได้เข้าใกล้นาย”

“….ขอโทษ…” ร่างเล็กสะอื้น น้ำตาหยดเปรอะชุ่มที่มือของอาซาโตะ

“…บ้าชะมัดเลย…นายนี่”

อาซาโตะเลื่อนนิ้วมือเช็ดน้ำตาที่ดวงตาสีดำคู่สวยอย่างอ่อนโยน พลางดึงเข้ามากอดอย่างทะนุถนอม ร่างเล็กสะอื้นไห้ในอ้อมแขนของเขาและกำเสื้อของเขาไว้เสียแน่น ความรู้สึกท่วมท้น…อาซาโตะคลายวงแขนเล็กน้อย ใช้ฝ่ามือเชิดใบหน้าเปื้อนน้ำตาของร่างเล็กขึ้น และค่อยก้มลง…ช้า…ก่อนที่จะแนบริมฝีปากอุ่น…ของคาโอรุอย่างเบาบาง… ดวงตาสีดำเบิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะปิดลงอย่างช้าๆ ไม่มีการขัดขืนใด ๆ ทั้งสิ้น

อาซาโตะลืมตามองผิวหน้าเรียบเนียน…แพขนตายาวไหวระริกที่มีหยดน้ำเกาะพราว…ใกล้เสียยิ่งกว่าครั้งใด… ใบหน้าที่แสดงอารมณ์ไร้การควบคุมเป็นสีแดงเรื่อ…น่าหลงใหลยิ่ง… เด็กหนุ่มเลื่อนฝ่ามือสอดเข้าใต้เสื้อทางด้านหลังไล้สัมผัสผิวเนื้อกลางหลังอย่างสุดห้ามใจ…สติสัมปชัญญะแทบจะลอยไปไกล… ก่อนจะถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า…ร่างเล็กในอ้อมกอดยังหลับตาสนิท…พร้อมลมหายใจหนักๆ …ก่อนจะลืมตา…

“…ทำไมไม่ขัดขืนเลยล่ะ?…” อาซาโตะถามทั้งที่ยังไม่ปล่อยมือ

“…ไม่รู้สิ…” คาโอรุเบือนหน้า อาซาโตะค่อยเอนตัวลง นำพาให้หลังของคาโอรุสัมผัสกับเตียง ร่างเล็กยังคงจ้องมองใบหน้าของอาซาโตะอย่างไม่กะพริบตา

“…แล้วทำไมนายทำอย่างนี้ล่ะ?…” คาโอรุถามบ้าง

“…ไม่รู้สิ…” อาซาโตะก้มลงจะสัมผัสริมฝีปากสวยของคาโอรุอีกครั้ง ซึ่งคาโอรุเองก็ค่อยหลับตาช้า ๆ อย่างไม่ขัดขืน

“กึง!!!” เสียงบางอย่างหน้าประตูทำให้ทั้งคู่หยุดชะงัก

อาซาโตะผละออกจากร่างบนเตียงอย่างรวดเร็ว รีบผลักประตูออกไปดูแต่ก็ไม่พบกับใคร…เขาจึงปิดประตูตามเดิม… แต่ก็ต้องชะงักกับผิวขาวเนียนท่อนบนที่ไม่มีอาภรณ์ใดปกปิดของร่างเล็ก…เขาจ้องมอง…นาน…คาโอรุเพิ่งจะรู้สึกตัว เด็กหนุ่มรีบคว้าเสื้อเข้ามาใส่ แต่ก็ไม่ถนัดเอาซะเลย อาซาโตะเดินเข้ามาใกล้

“…ฉันจะช่วย…” คาโอรุว่าง่าย ปล่อยให้อาซาโตะจัดการกับเสื้อของเขาจนเสร็จ…

“..ขอบใจ…”

คาโอรุก้มหน้าใบหน้าของเขาแดงเรื่อร้อนผ่าว…เมื่อเขานึกถึงเรื่องเมื่อครู่นี้…ถ้า…ถ้าไม่มีเสียงนั่น…จะเป็นยังไงกัน?..คิดแล้วก็เพียงก้มหน้าเท่านั้น… สองมือของอาซาโตะจับใบหน้าของคาโอรุเงยขึ้น…อุณหภูมิของฝ่ามือยิ่งทำให้คาโอรุรู้สึกร้อนขึ้นอีกใบหน้าแดงก่ำ…

“…เรื่องเมื่อกี๊…ฉันไม่ขอโทษหรอกนะ…เพราะฉันอยากทำ…”

คาโอรุจ้องใบหน้าของอาซาโตะก่อนจะหัวเราะออกมา

“หึ หึ…นาย…หน้าแดงเชียว…” อาซาโตะรู้สึกตัว…หน้าของเขาก็ร้อนผ่าวเช่นกัน…

“นายนี่!!” อาซาโตะตวาด แต่คาโอรุยังไม่ยอมหยุดหัวเราะ

“เชอะ!!” อาซาโตะผละมือจากคาโอรุคว้ากระเป๋าเรียนเดินตรงไปที่ประตู

คาโอรุเห็นดังนั้นก็หน้าเสีย…ตั้งใจจะเอ่ยขอโทษ แต่อาซาโตะหันกลับมาเสียก่อน

“ฉันจะกลับไปเอาเสื้อผ้ามาก่อน…เดี๋ยวกลับมา…” คาโอรุงงกับประโยคนี้ของอาซาโตะ

“ฉันจะมาเฝ้านายให้!! ถ้าฉันมาแล้วนายยังไม่ยอมหลับยอมนอนอีกล่ะก็…เห็นดีกันแน่!!”

พลางปิดประตูดังโครม…คาโอรุค้างอยู่ท่าเดิมอย่างงงงวยสุดท้ายก็หัวเราะออกมา แล้วครุ่นคิด

"....."

“แม่ครับ…อาจจะเจอแล้วนะครับ…” เขาพึมพัมกับตัวเอง

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำ ติ-ชมดุด่าได้ที่ [email protected] หรือ [email protected] ค่ะ

อ้อ...ขออนุญาตฝากข่าวนิดนะคะพี่ Katai ถึง Komosanนะจ๊ะ...เราส่งเมลไปให้แล้วนะแต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับทำไมไม่รู้ ลองหลายทีแล้ว...Confirm Address อีกทีนะ...

Hosted by www.Geocities.ws

1