
อากาศภายใน"คุกเทียม"เงียบสงัดและเย็นลงเรื่อย ๆ ทำให้อาซาโตะพอคาดเดาได้ว่าเป็นเวลาค่ำแล้ว หลังจากตะโกนอยู่พักใหญ่ก็ไม่มีใครเข้ามาแม้แต่คนเดียว เด็กหนุ่มรู้ว่าไร้ประโยชน์ได้โดยสัญชาตญาณ จึงไม่คิดจะตะโกนอะไรออกไปอีก
พวกมันไม่ฆ่าเขาหรอกเขารู้ เพราะคราวนี้เงื่อนไขที่เสนอไปแตกต่างจากเมื่อ 8 ปีก่อนโดยสิ้นเชิง แต่กับคาโอรุซึ่งเรียกได้ว่าถูกหางเลขหรือบังเอิญนั้นจะเป็นยังไงไม่อยู่ในความรับผิดชอบอยู่แล้ว ใช่ แม้ว่าคาโอรุจะต้องตายอยู่ในนี้เลยก็ตาม
อุณหภูมิในร่างกายของคาโอรุสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน่าเป็นห่วง และอากาศที่ค่อยๆ เย็นลงนี้มีผลกับอุณหภูมิที่ไม่เสถียรของเขาอย่างมาก เมื่อปรับสายตากับความมืดได้พอสมควรแล้วอาซาโตะพยายามขยับหาอะไรมาตัดโซ่ที่มัดแขนไพล่หลังของเขาแต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะในห้องนี้ไม่มีอะไรที่ว่าเลย
" อือ " คาโอรุส่งเสียงพึมพัมออกมา
"ตื่นแล้วเหรอ?" คาโอรุไม่ตอบกับคำถามนั้น ดูเหมือนเขายังไม่ได้สติ
" ห..นาว " พึมพัมในลำคอและขยับตัวเข้าใกล้อาซาโตะเพื่อหาไออุ่นจากร่างกายโดยไม่รู้ตัว
อาซาโตะมองดวงหน้าหวานที่ชื้นเหงื่อ และลมหายใจร้อนที่เป่ารดไหล่ของเขาเป็นระยะ แม้คาโอรุจะบ่นว่าหนาวแต่ร่างกายของเขากลับมีอุณหภูมิที่สูงจนน่าเป็นห่วง อาซาโตะขยับตัวให้คาโอรุพิงเขาได้ถนัด พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
" นายมันยุ่งไม่เข้าเรื่องจริง ๆ น่ะแหละ ถ้าไม่สนใจฉันก็ไม่ต้อง มาลำบากอย่างนี้แล้วแท้ ๆ " อาซาโตะพูดเสียงแผ่ว
" แม่ ครับ " คาโอรุครึ่งหลับครึ่งตื่นพึมพัมออกมาตัดบท หยาดน้ำใสหยดลงบนเสื้อของอาซาโตะที่เขาใช้เป็นที่พักพิงอยู่
"ขอ..ท..โทษ..ครั..บ" คาโอรุสะอื้นไม่ได้สติ
อาซาโตะจ้องมองใบหน้างามที่มีหยาดน้ำตาไหลเรื่อยจากดวงตาปิดสนิทที่ไหวระริกลงอาบแก้มทั้งสอง พลางขยับใบหน้าลงใกล้ชิดจนรู้สึกถึงลมหายใจเขาที่กระทบใบหน้าของคาโอรุ เด็กหนุ่มเคลื่อนเข้าใกล้อย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อนราวกับถูกล่อลวงให้เคลิบเคลิ้มกับใบหน้างดงามเปื้อนหยาดน้ำตา พลันให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ได้สัมผัสวงแขนบอบบางและใบหน้าชุ่มน้ำที่แผ่นอกในวันนั้น
อาซาโตะค่อย ๆ ก้มลงเป้าหมายคือริมฝีปากบางสั่นไหวตามลมหายใจเข้าออก อีกเพียงนิดก็จะได้สัมผัส แต่แล้ว วูบหนึ่งก็เหมือนมีอะไรแล่นผ่านในความคิดปลดความรู้สึกเหล่านั้นออก
เด็กหนุ่มรีบผละออกด้วยความรู้สึกสุดบรรยาย พลางเบือนหน้าไปฝั่งตรงข้าม หายใจยาว ๆ อยู่ครู่หนึ่งราวกับจะสงบอารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ รู้สึกว่าอุณหภูมิในร่างร้อนขึ้นจนอึดอัด
"โธ่เอ๊ย ท่าทางจะติดไข้จากหมอนี่แล้วมั๊ง"
ไม่ นั่นมันแค่คำพูดกลบเกลื่อนส่วนลึกในหัวใจของเด็กหนุ่มรู้ดี แต่พยายามให้เป็นอย่างที่พูดจะดีกว่า อาซาโตะถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของวันนี้ พลันสีหน้าเคร่งเครียด
"ยังไงเราก็ต้องให้ผู้ชายคนนั้นมาช่วยอยู่ดีงั้นเหรอ? เรานี่มัน เด็กชัด ๆ "
****************************************************************************
รถยนต์สีดำคันงาม 3 คัน เลี้ยวเข้าจอดที่หน้าบ้านพักตากอากาศแห่งหนึ่ง ท่ามกลางป่าเขา ชายชุดดำคนหนึ่งออกมาจากรถคันหน้า ตรงเข้าเปิดประตูรถยนต์คันที่สองให้อากิระก้าวออกมา
"ยินดีอย่างยิ่ง ที่คุณอุตส่าห์มาเยี่ยมผมครั้งนี้ มิเนคุระซัง"
ชายร่างท้วมในมือถือซิการ์ของโปรดเดินเข้ามายิ้มอย่างยินดี แต่ความหมายของรอยยิ้มไม่ใช่อย่างที่พูดแน่ อากิระส่งสายตาเหยียดไปให้
"ลูกชายผมอยู่ไหน?"
"ใจเย็น ๆ ซี่ เชิญข้างในก่อน " อากิระจำต้องเดินตามเข้าไปอย่างเสียไม่ได้
" อือ " คาโอรุค่อยลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มที่ให้ยืมอุณหภูมิร่างกายเมื่อคืนนี้อย่างงัวเงีย
เขารู้สึกคลายปวดขาไปมากและดูเหมือนไข้ก็ลดลงแล้วเหมือนกัน สายตาที่ค่อยปรับให้ชินกับความมืดจ้องมองเส้นผมสีน้ำตาลของอาซาโตะ พลางนึกขึ้นได้ก็รีบผละจาก
เสียงโซ่ดังรบกวนทำให้อาซาโตะลืมตาตื่นขึ้นอย่างเสียอารมณ์
"อ้าว?..นายตื่นแล้วเหรอ? เป็นไงมั่งล่ะ?"
คาโอรุเพียงแต่มองหน้าอาซาโตะอย่างงงงวย
"จำไม่ได้เหรอ? นายเป็นฝ่ายขยับมาหาฉันเองนะ เมื่อยไปหมด"
คาโอรุไม่ตอบอะไรเพียงแต่ก้มหน้า
"นี่นาย เป็นใบ้ไปแล้วเหรอ?"
"เปล่าซักหน่อย!!" คาโอรุหน้าแดงตะโกนใส่อาซาโตะ เด็กหนุ่มยิ้ม
"มีแรงตะโกนได้ขนาดนี้แสดงว่าไม่เป็นไรแล้วสินะ.." คาโอรุแทบไม่เชื่อสายตา อาซาโตะที่ชอบทำหน้าตาบึ้งตึงใส่เขา
คราวนี้กลับมีรอยยิ้มระบายที่ใบหน้า ดูอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ เด็กหนุ่มจ้องมองพลางยิ้ม
" นาย..ยิ้มทำไม?"
"ก็เพราะนายยิ้มน่ะสิ สวยมากเลยนะ ทำหน้าแบบนี้อีกบ่อย ๆ เถอะ"
เด็กหนุ่มเพิ่งรู้สึกตัว นี่เขายิ้มให้หมอนี่เห็นงั้นเหรอ? ยิ้มเหรอ? เขาไม่รู้ตัวเลย
"นาย..จะบ้าเหรอ? ฉันเป็นผู้ชายนะ จะสวยได้ยังไง?" อาซาโตะพูดกลบเกลื่อน
" "
" ทั้งที่ นายต่างหากที่ สวย "
"เอ๋?" คาโอรุหันขวับ เผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มตรงหน้า บางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในตัวของทั้งคู่ช่วงเวลาที่ไม่อาจเข้าใจ
ความรู้สึกที่ไม่กล้าสรุป เพียงแต่ เพียงแค่ .
"กึง!!!"
"แกเป็นใคร?!! แจ้งประธาน!!! อั่ก!!!"
เสียงดังจากนอกประตูทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองออกมาจากห้วงเวลาที่หยุดนิ่ง
"โอ๊ย!!!!"
" ."
"กึง..กึง แกร็ก!!" แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องเข้าประตูอย่างจัง ทำให้ทั้งสองต้องหรี่ตา ร่างเพรียวบางที่อยู่ที่ประตูค่อยก้าวเข้ามาหาทั้งคู่
"มารับแล้วครับคุณหนู" เสียงนุ่มนวลของคาคุ..เอ่ยพร้อมปลดโซ่ให้อาซาโตะ
"คน ๆ นั้น มาที่นี่แล้วเหรอ?" อาซาโตะถามเสียงค่อย คาคุเพียงแต่ยิ้ม
เมื่อปลดเรียบร้อยก็หันมาปลดให้คาโอรุบ้าง คาโอรุจ้องร่างเพรียวตรงหน้าอย่างฉงน
"ท่านนี้ เพื่อนของคุณหนูสินะครับ แย่หน่อยนะครับ แต่ไม่เป็นไรจะพาออกไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ?.."
"..คุณ ?" คาคุยิ้ม
"ผมเทราจิมะ คาคุครับ เป็นเลขาฯ "
"แล้วก็บอดี้การ์ดของมิเนคุระ อากิระด้วย" อาซาโตะเสริมทันที
"บอดี้การ์ดเหรอครับ?"
"ทำไมเหรอครับ หน้าไม่ให้เหรอ?" คาคุหัวเราะ
" เอ่อ..ก็ครับ ผมเคยเห็นในหนังมีแต่พวกล่ำบึ้กน่ะครับ "
"หนังกับความเป็นจริงบางครั้งก็ต่างกันมากนะครับ "
คาคุค่อยพยุงให้คาโอรุลุกขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของเด็กหนุ่มได้
"มีไข้ด้วยเหรอครับ?"
ก็แหงล่ะสิ ขาเดี้ยงอย่างเงี้ย..แต่ก็ยังมายุ่งเรื่องของฉันอีก เลยเจอดีจนได้ไง คาโอรุตวัดมองหน้าอาซาโตะแบบโกรธ ๆ
เลยทำให้เหมือนไข้จะกลับมาอีกหน คาคุมองหน้าอาซาโตะแล้วหัวเราะเบา ๆ
สนิทกันดีจังนะครับ เอาล่ะไปทางนี้เถอะ
ทั้งสามพากันกันลักลอบออกไปทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองได้รู้ว่าที่ที่พวกเขาถูกพามานั้นเป็นโกดังกลางป่าเขา แถมที่ประตูยังมีร่างของชายชุดดำ 2 คนนอนสลบอยู่อีก
คาโอรุมองเลิ่กลั่กพิจารณาสลับไปมาระหว่างรูปร่างของคาคุและชายชุดดำที่นอนอยู่ คาคุเพียงแต่ส่งรอยยิ้มงดงามให้ ทำให้คาโอรุคิดไปว่า ดูแค่หน้าตาไม่ได้เลยนะคนคนนี้ แต่แล้วยังไม่ทันที่ทั้งสามจะพ้นจากบริเวณนี้ ก็มีชายชุดดำคนหนึ่งมาพบเข้า
เฮ้ย!!! พวกแก!!! พลางควักอาวุธขึ้นมา แต่ไม่ทันกว่าฝ่าเท้าของคาคุที่สัมผัสใบหน้าอย่างรุนแรงจนล้มลงกับพื้น
รีบไปเถอะครับ!!!
พลางช่วยพยุงคาโอรุที่ไม่ถนัดในการเดินตอนนี้ให้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นอีก แต่เพราะต้องใช้ขานี้เดินทางมาโรงเรียน แถมยังไม่ได้กินยาระงับปวดมาเกือบ 2 วัน พร้อมอาการไข้ขึ้นที่ดูเหมือนกลับมาอีกระลอกทำให้คาโอรุเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งความใจร้อนของอาซาโตะนัก
ชักช้า!!! อาซาโตะตวัดร่างบอบบางของคาโอรุขึ้นอุ้ม พลอยให้เจ้าตัวโวยวาย
เฮ้!! นายจะทำอะไรปล่อยฉันลงนะ!! คาโอรุดิ้นขณะที่อาซาโตะอุ้มไปวิ่งไปด้วย
นี่นาย..ถึงนายจะตัวเล็กกว่ามาตรฐานผู้ชายญี่ปุ่น แต่นายก็ตัวโตกว่าพวกผู้หญิงนะ ดิ้นมากนักเดี๋ยวปล่อยทิ้งไว้นี่เลยนี่!!!
คาโอรุหุบปากสะบัดหน้าไปทางอื่นทันที ส่วนคาคุก็วิ่งไปหัวเราะไปไม่หยุด จนอาซาโตะฉุนมองหน้าคาคุเป็นระยะ แต่ดูเหมือนเหตุการณ์ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ชายชุดดำที่ดูแลอยู่รอบ ๆ บ้านพักมีมากพอสมควรทำให้คาคุต้องใช้วิชาฟาดฟันไปแทบไม่ได้หยุด
หมอนี่ศัตรูเยอะสิท่า..ถึงวางบอดี้การ์ดไว้ซะเต็มพรืดไปหมดแบบนี้ แล้วนี่นายลอบเข้ามาได้ยังไงคาคุ? อาซาโตะวิ่งไปหอบไป
เข้ามาคนเดียวมันเอิกเกริกน้อยกว่า 3 คนนี่ครับ
คนสนิทรูปงามพูดไปมือและเท้าก็ยังทำงานไปไม่หยุด ใกล้จะถึงทางออกถนนเท่าไหร่ก็ยิ่งมีเยอะเท่านั้น คาคุเพียงคนเดียวเขาก็เริ่มจะเหนื่อย สุดท้ายดูเหมือนทั้งสามจะถูกล้อมไว้เสียแล้ว
จะเอาไง..คาคุ? ชายหนุ่มรูปงามยิ้มให้เจ้านายน้อย
ไม่ว่ายังไง..ผมก็จะพาคุณหนูทั้งสองออกไปให้ได้ครับ พร้อมตวัดมือและเท้าเข้าใส่ร่างของชายชุดดำที่วิ่งเข้ามาลองดี
ชิ!! อาซาโตะวางคาโอรุลงกับพื้น
ฉันจะไปช่วยคาคุ..นายรออยู่นี่นะ!! คาโอรุคว้าข้อมือของอาซาโตะเอาไว้
อะไร?
ถ้าไม่มีฉัน พวกนายคงจะออกไปได้เร็วกว่านี้แล้ว
อาซาโตะมองหน้าคาโอรุเขาไม่เข้าใจความหมายที่คาโอรุต้องการจะพูด
พวกนายไปกันก่อนเถอะ..ทิ้งฉันไว้ที่นี่ก็ได้ ฉันจะหาทางออกไปเอง
นายจะบ้าเหรอ?!! อาซาโตะตวาดใส่หน้าคาโอรุ
มาด้วยกัน..ก็ต้องกลับด้วยกันสิ..ฉันไม่ทิ้งนายหรอก!!
พลางหันหลังไปจัดการกับคนหนึ่งที่เข้ามาล้มลงไปกองตรงหน้าคาโอรุ
ฝีมือของทั้งสองเมื่อรวมกันแล้วค่อนข้างจะได้เปรียบ ล้มชายชุดดำกว่า 10 คนได้เหลือเพียงอีก 2-3 คนเท่านั้น เมื่อถึงที่สุดชายชุดดำที่ล้มลงไปแล้วควักอาวุธสีดำขึ้นเล็ง ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังวุ่นอยู่กับการจัดการอีกคนหนึ่งอยู่
เปรี้ยง!!!!
อากิระและอิจิดะลุกขึ้นพร้อมกันจากเสียงดังสนั่นนั่น อากิระหันไปเผชิญหน้ากับอิจิดะด้วยดวงตาเกรี้ยวกราด
หมายความว่ายังไงอิจิดะซัง!!?? ชายร่างท้วมเลิกลั่ก หันไปตวาดชายชุดดำที่ยืนเคียงข้าง
แก!! ใครมายิงปืนอะไรแถวนี้น่ะ?? ไปดูซิ!!!
ไม่! ผมว่าเราควรจะไปดูด้วยกันไม่ใช่เหรออิจิดะซัง
อากิระจ้องมองแววตาเหี้ยมเกรียม ทำให้อิจิดะคิดได้ว่าเขาทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงไปเสียแล้วที่กล้าต่อรองกับชายคนนี้
นำทางสิครับ อิจิดะซัง!! ชายร่างท้วมละล่ำละลักรีบเดินนำหน้า
อึก!! ร่างบอบบางตรงหน้าสั่นสะท้าน ลมหายใจรุนแรง หยาดสีแดงที่ขยายเป็นวงกว้างเปรอะไปทั้งแผ่นหลัง ก่อนจะสิ้นสติแน่นิ่งในอ้อมแขนของอาซาโตะ
อ๊าก!!! คาคุฟาดฝ่าเท้าใส่ชายชุดดำอย่างไม่ปราณี และรีบผละมาดูเด็กหนุ่มทั้งสอง
คุณหนูครับ!! คุณหนู!!!
อาการตะลึงพรึงเพริดของเหตุการณ์เบื้องหน้าถูกปลดให้ออกไปจากเสียงของคนสนิทรูปงาม
ให้ผมดูเพื่อนของคุณหนูก่อน
เด็กหนุ่มคลายวงแขนออกปล่อยร่างเล็กให้คาคุดูอาการ
เลือดออกมาก ต้องรีบไปโรงพยาบาล
คาคุจัดการทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เลือดหยุดไหล
อากิระและอิจิดะมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณสวนป่าหลังบ้านพักอย่างรีบเร่งพร้อมผู้ติดตามของทั้งสองฝ่าย เมื่ออาซาโตะได้เห็นชายร่างท้วมคนนั้นอีกครั้งก็บันดาลโทสะตรงเข้าทำร้ายอย่างไม่หวั่นเกรงบอดี้การ์ดของฝ่ายนั้นแม้เพียงนิด อิจิดะเพียงแต่หลบหลีกไปมาอยู่ด้านหลังเหล่าบอดี้การ์ดที่ติดตามเขามาอย่างทุลักทุเล
หยุดนะอาซาโตะ!!!!
เสียงเด็ดขาดน่าเกรงขามทรงอำนาจของผู้เป็นพ่อดังสนั่นทั่วสวน หยุดการกระทำอันบ้าคลั่งของเด็กหนุ่มเอาไว้ได้
อาซาโตะหายใจหอบอย่างที่ไม่เคยเป็น
ตอนนี้ต้องพาเพื่อนไปโรงพยาบาลก่อนไม่ใช่เหรอ? เรื่องอื่นไว้ค่อยสะสางทีหลังก็ได้!!
เด็กหนุ่มมองไปที่คาโอรุและสงบลงหันหลังกลับมาดูแล
พาไปส่งให้เรียบร้อยนะคาคุ
ครับท่าน อาซาโตะช้อนร่างบอบบางที่บาดเจ็บหายใจหอบถี่ขึ้นอุ้มอย่างทะนุถนอม เขาเหลือบตามองผู้เป็นพ่อเล็กน้อยก่อนเดินตามคาคุไป
อิจิดะเหงื่อตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เข้าใจแล้วนะครับ จะไม่มีการทำสัญญาอะไรกับคุณทั้งสิ้น
ตะ แต่ ทางฝ่ายคุณเล่นไม่ซื่อกับผมก่อนนะ อิจิดะเสียงสั่นไม่เหลือมาดท้วง
อากิระส่งสายตากราดเกรี้ยวไปให้
ใครกันแน่ที่เล่นไม่ซื่อก่อน!!! ผมจำเป็นต้องซื่อตรงกับคุณด้วยงั้นเหรอ??!!! อากิระหันหลังเดินกลับอย่างไม่ใยดี
คุณคงยังไม่ลืมนะ ว่าผมสามารถจัดการคุณเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นอย่ามายุ่งกับเด็กคนนั้นอีก เข้าใจมั๊ย!!!! เสียงตวาดดังก้องไม่มีใครสามารถต่อกรได้ ชายหนุ่มเดินจากไปอย่างองอาจ ทิ้งให้ผู้อยู่เบื้องหลังทรุดตัวลงกับพื้นอย่างสิ้นหวังหมดทางเยียวยา
****************************************************************************
ทันทีที่ล้อรถหยุดสนิทหน้าโรงพยาบาล เตียง หมอและพยาบาลที่รออยู่จากการติดต่อของคาคุเร่งปฏิบัติงานทันที อาซาโตะอุ้มร่างที่มีลมหายใจอ่อนแรงขึ้นเตียง เครื่องช่วยหายใจถูกครอบที่ปากและจมูกเพื่อยืดเวลา
"ความดันเลือดต่ำ กระสุนฝังใน เตรียมผ่าตัดทันที!!!"
เสียงของหมอที่เข้ามาดูอาการตะโกนโหวกเหวก เตียงถูกเลื่อนเข้าไปในห้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว
"กรุณารอข้างนอกนะคะ"
นางพยาบาลยกมือขึ้นทานร่างของอาซาโตะที่กำลังเดินตามเข้าไป และหล่อนก็ปิดประตูห้องทันที อาซาโตะหายใจหอบถี่ ดวงตาสีน้ำตาลทองเหม่อลอย มือกำเสื้อที่เปรอะเลือดของคาโอรุนิ่งอยู่หน้าประตูอย่างนั้น จนคาคุเข้ามา
"คุณหนูครับ มานั่งก่อนเถอะครับ" แต่เด็กหนุ่มก็ได้แต่ยืนนิ่ง
นางพยาบาลคนหนึ่งเดินเข้ามาที่คนทั้งสองพร้อมแฟ้มสีดำหนึ่งใบ
"ขอโทษนะคะ เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณเป็นญาติกับคนไข้หรือเปล่าคะ?" หล่อนถามคาคุเนื่องจากดูอาวุโสกว่า
"ไม่ใช่ครับ ผมพามาส่งเท่านั้น"
"ถ้าอย่างนั้นช่วยบอกวิธีติดต่อกับญาติคนไข้ได้มั๊ยคะ? เราจะได้ดำเนินการต่อไป" คาคุหันไปหาอาซาโตะ
" ไม่รู้ ." แม้จะเป็นคำตอบแต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่ยอมละสายตาจากห้องผ่าตัด
" ไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหมอนี่ซักอย่าง ทั้ง ๆ อย่างนั้น "
"เอ่อ ถ้าอย่างนั้นผมรับเป็นเจ้าของไข้ก่อนได้มั๊ยครับ?" คาคุมองหน้าเจ้านายน้อยแล้วหันมาตอบนางพยาบาล
" ค่ะ ถ้างั้นช่วยเซ็นชื่อตรงนี้ด้วยนะคะ" เธอยื่นแฟ้มและปากกาให้ เมื่อเรียบร้อยแล้วคาคุจึงส่งกลับ
"ขอบคุณค่ะ" เสร็จแล้วหล่อนก็เดินออกไปดำเนินการต่อ คาคุถอนใจยาว ๆ แล้วเดินไปหาอาซาโตะอีก
"คุณหนู ยังไงเราก็ควรติดต่อครอบครัวของเพื่อนคุณหนูก่อนนะครับ"
"ก็บอกว่าไม่รู้ไงเล่า!!! จะให้ทำไง!!" อาซาโตะตวาดใส่อย่างอารมณ์เสีย
ด้วยความเป็นคนใจเย็นและเข้าใจสถานการณ์ทำให้คาคุเพียงแต่พูดน้ำเสียงเรียบ ๆ
"ถ้าอย่างนั้นติดต่อไปที่โรงเรียนดีมั๊ยครับ? ให้ค้นประวัติดูจะได้ติดต่อที่บ้านได้ นะครับ"
เด็กหนุ่มกำเสื้อของคนสนิทรูปงามแน่น
"ถึงมือหมอแล้ว ไม่เป็นไรแล้วล่ะครับคุณหนู" คาคุพูดราวอ่านใจออก
อาซาโตะปล่อยเสื้อชายหนุ่มเป็นอิสระก่อนที่เขาจะใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อไปทางโรงเรียน เด็กหนุ่มทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างห้องผ่าตัดอย่างเหนื่อยอ่อนพร้อมก้มหน้ามิด ในมโนสำนึกของเด็กหนุ่มภาพของร่างบอบบางที่เข้ามาบังเขาในชั่วเสี้ยววินาทีที่เสียงปืนดัง ย้อนกลับไปมากับภาพเบื้องหลังของหญิงสาวที่มีผมสีทองนุ่มสลวย พลิ้วสะบัด เปรอะโลหิตสีแดงฉานไร้ซึ่งลมหายใจ ต่อร่างเล็กๆ ของเขาเมื่อ 8 ปีก่อน ไม่อยากอีกแล้ว ไม่ต้องการอีกแล้ว ไม่มีอะไรอีกแล้ว ขอเพียงให้ร่างในห้องนั้นปลอดภัย เพียงเท่านั้น ที่สามารถคิดออกในเวลานี้
****************************************************************************
"กริ๊ง กริ๊ง" เสียงโทรศัพท์ค่อนข้างโบราณดังขึ้น หญิงสาวหลายคนซึ่งกำลังเรียนการจัดดอกไม้แบบดั้งเดิมอยู่หันมามอง
หญิงสาวคนหนึ่งเปิดประตูบานเลื่อนแบบโบราณเข้ามารับโทรศัพท์ เมื่อได้ใจความแล้วหล่อนค่อย ๆ คุกเข่าคลานเข้าไปหาหญิงชรา ซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าที่กำลังสอนการจัดดอกไม้ต่อไปอยู่ กระซิบสองสามคำและหญิงชราก็ลุกมารับโทรศัพท์นั้น
"ทาเทวากิค่ะ"
"สวัสดีค่ะ เอ่อ..ดิฉันมิยาซากิ อาจารย์ที่ปรึกษาของทาเทวากิ คาโอรุคุงค่ะ" เสียงหวานใสผ่านหูโทรศัพท์เข้ามาที่ผู้รับ
"ไม่ทราบมีอะไรเหรอคะ?" แม้จะฟังดูรู้ว่าอายุอานามของผู้รับนั้นมากแล้ว แต่เสียงที่ผ่านเข้ามาก็ยังน่าเกรงขาม
"เอ่อ คุณคงจะเป็นคุณย่าของทาเทวากิคุงสินะคะ..คือดิฉันอยากจะขอคุยกับคุณแม่ของทาเทวากิคุงน่ะค่ะ"
"เขามารับสายไม่ได้ค่ะ ดิฉันเป็นผู้ปกครองที่ส่งเขาเข้าเรียนนะคะมีอะไรก็บอกดิฉันได้ค่ะ"
น้ำเสียงดูไม่อารีเท่าใดนัก อาจารย์สาวเงียบสักครู่และตัดสินใจบอก
"ดิฉันได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่า..ทาเทวากิคุงได้รับบาดเจ็บ.." ปลายสายเงียบไป เธอจึงพูดต่อ
"ถ้าจะไปที่โรงพยาบาลดิฉันจะพาไปนะคะ" อาจารย์สาวเสนอความช่วยเหลือ
" .ดิฉันไม่ขอรบกวนล่ะค่ะ เพราะคิดว่าคงจะไปไม่ได้ "
"เอ๋?!!!" เธอตกใจกับคำตอบ
"ดิฉันทราบนะคะว่าค่อนข้างจะไกล แต่ว่า เอ่อ " อาจารย์สาวงงงวยกับคำตอบ เธอไม่รู้ว่าจะเรียบเรียบคำพูดยังไงดี
"ในเมื่อถึงโรงพยาบาลแล้ว คิดว่าคงจะไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันจะส่งคนให้ไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายเองก็แล้วกัน ขอบคุณนะคะที่เสียสละเวลาโทรศัพท์มาแจ้ง ตอนนี้ดิฉันกำลังสอนนักเรียนอยู่ขอตัวนะคะ"
พูดจบก็วางหูไป ปล่อยให้อาจารย์มิยาซากิงงอยู่หลายตลบ
"อะไรเนี่ย? ไม่ถามซักคำว่าอาการหนักหรือเปล่า? แถมยังไม่ให้พูดกับแม่เขาอีก.." แม้จะงงอยู่ แม้เพียงนิดหน่อยแต่เธอก็พอจะเดาอะไรออกได้บ้าง แต่จะเข้าไปยุ่งเรื่องครอบครัวมากไปก็ไม่ได้ คิดแล้วก็ได้แต่เพียงถอนใจเท่านั้น
หลอดไฟที่สว่างอยู่จนเกือบจะหมดวันได้ดับลง เด็กหนุ่มซึ่งรออยู่ ไม่แม้แต่จะได้กินอะไรแม้คาคุจะไปซื้อหามาให้แต่ก็ไม่มีอะไรผ่านเข้าไปในกระเพาะของเขาแม้แต่อย่างเดียว ลุกพรวดตามเสียงประตูเปิดในทันที ร่างเล็กถูกพาออกมาจากห้องพร้อมกับหมอและพยาบาลซึ่งกำลังถอดอุปกรณ์ในการผ่าตัดอยู่
อาซาโตะตรงเข้าขวางบุรุษพยาบาลที่กำลังเลื่อนเตียง พลางมองดูใบหน้าสวยที่หลับสนิท แผ่นอกไหวขึ้นลงแสดงถึงลมหายใจและการมีชีวิต เด็กหนุ่มจึงโล่งใจ
"อาการเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ?" คาคุเข้าถาม
"พ้นขีดอันตรายแล้วครับ โชคดีที่ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและพามาถึงโรงพยาบาลอย่างทันที ที่ต้องดูอาการต่อคือ ขาดสารอาหารกับมีไข้อยู่เล็กน้อยเพราะบาดแผลที่ขา นอกนั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วพรุ่งนี้ก็คงจะฟื้นนะครับ" คาคุโล่งใจ
ส่วนอาซาโตะเดินตามบุรุษพยาบาลไปเพื่อพาคาโอรุไปที่ห้อง คาคุจึงตามไปด้วย หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อาซาโตะก็เลื่อนเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้กับเตียงที่คาโอรุนอนอยู่ คาคุตามเข้ามา
"หมอบอกว่าปลอดภัยแล้วล่ะครับ ถ้ายังไงคุณหนูกลับไปที่บ้านพักผ่อนก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะครับ"
เด็กหนุ่มไม่ตอบ
"ไปเถอะครับ ยังไงวันนี้เขาก็ไม่ฟื้นนะครับ" อาซาโตะไม่ตอบอีก แต่ก็ลุกขึ้นไปกับคาคุโดยดี
เมื่อรถยนต์คันงามจอดที่หน้าบ้านหรู เด็กหนุ่มก้าวลงจากรถตรงเข้าที่ห้องนอนทันที ส่วนคาคุจะต้องไปหาอากิระที่ห้องทำงานเสียก่อนเพื่อรายงานผล อาซาโตะไม่จัดการใด ๆ กับตัวเองแม้แต่จะจัดการอะไรกับเสื้อที่เปื้อนเลือดของร่างเล็ก
เขาล้มตัวลงนอนคว่ำหน้ากับเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน พลางหลับตานึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา พลันผุดลุกขึ้นอย่างเจ็บใจ ทำไม?? ทำไมเขาไม่สังเกตอะไรซักนิด?! ทำไมถึงประมาทปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น??!! คิด..และเพียงได้แต่กุมศีรษะสีหน้าเคร่งเครียด ทั้งที่ไม่อยาก ทั้งที่ไม่ต้องการ แต่ไม่ว่าใคร ก็ต้องเป็นแบบนี้เพราะตัวเองทั้งนั้น เพราะตัวเอง เพราะสายเลือด เกลียด!! ทุกวันนี้แทบจะเกลียดทุกอย่าง !!! แต่ ที่เกลียดที่สุด คือ ตัวเองที่ยังเป็นเด็ก ตัวเองที่ควบคุมอะไรไม่ได้ ตัวเองที่เลินเล่อทำให้หมอนั่นต้องติดร่างแหไปด้วย มีแต่ตัวเองเท่านั้น ที่ไม่ได้เรื่อง เด็กหนุ่มกุมศีรษะก้มหน้างุด
"ก๊อก ก๊อก" เสียงเคาะขออนุญาตจากผู้ที่อยู่ด้านนอกประตูดังขึ้น ขัดความคิดของเด็กหนุ่มให้แตกกระจาย เขาเดินไปเปิดประตูและหันหลังกลับมานอนที่เตียงทันทีโดยไม่มองซักนิดว่าผู้มาเยือนเป็นใคร
กลิ่นอาหารส่งควันลอยอ้อยอิ่งหอมฟุ้มทั่วห้องที่ถูกวางลงอย่างเบามือของคนสนิทรูปงามบนโต๊ะ คาคุหันมาหาเจ้านายน้อย
"ทานอะไรซักนิดนะครับ คุณหนูไม่ได้ทานอะไรมาตั้งเกือบ 3 วันแล้ว"
เด็กหนุ่มพลิกตัวไปด้านตรงข้ามพลางปัด
"ไม่หิว นายเอากลับไปเหอะ"
"แต่ว่า..คุณหนูครับ"
"พอเถอะคาคุ" เสียงน่าเกรงขามของเจ้าของบ้านคนปัจจุบันดังขึ้นหลังประตู ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาในห้อง
"..ท่าน "
"ไม่ต้องมาเอาอกเอาใจอะไรให้มากนักหรอก โต ๆ กันแล้ว สิ่งจำเป็นที่ต้องจัดการกับตัวเองก่อนยังไม่รู้แบบนี้ก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ"
เด็กหนุ่มไม่ตอบอะไรออกไป ทั้งที่ถ้าเป็นปกติเขาต้องเปิดสงครามกับพ่อแล้ว อากิระเพียงถอนใจและกวักมือให้คาคุออกมาพร้อมกับเขา
"ยังไงก็ทานซะนะครับ ผมให้แมรี่ซังทำแต่ของที่คุณหนูชอบทั้งนั้น "
คาคุยังไม่วายจะเป็นห่วงเสร็จแล้วก็เดินออกไปกับอากิระ พอมาถึงห้องทำงานคาคุตั้งใจจะเปิดประตูเข้าไป แต่มือกร้านแกร่งจับเอาไว้ก่อน
"ท่าน?" คาคุหันมามอง ดวงตาสีดำสนิทคู่สวยมองอย่างฉงน และก็ต้องเบิกกว้างเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าโน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากบางสวยของเขาแนบแน่น ซอกซอน อ้อมแขนแกร่งโอบตวัดเอวบางเข้าชิดอย่างสุดห้ามใจ คาคุปล่อยมือจากลูกบิดประตูเข้ามาขยุ้มแขนเสื้อของชายหนุ่มสั่นระริก
" อืม " เมื่อถอนริมฝีปากออก คาคุรีบผละจากร่างแกร่งจนติดประตูหายใจหอบ..อากิระตามเข้าใกล้ใช้ลำแขนแกร่งค้ำผนังล้อมกรอบใบหน้าของร่างเล็กไม่ให้หนี คาคุออกเสียงประท้วง
"ท่านครับ!! แบบนี้มัน อื้อ!! " ริมฝีปากถูกปิดอีกครั้งอย่างไม่รั้งรอ แต่ก็ถอนออกรวดเร็ว
อากิระใช้มือข้างหนึ่งไล้สัมผัสใบหน้างามแดงเรื่อที่เบือนไปไม่ยอมสบตากับเขาอย่างเบามือ
" ฉันดีใจที่อาซาโตะกับเธอปลอดภัย..รู้มั๊ย? ตอนได้ยินเสียงปืน ฉันหัวใจแทบจะวาย"
ใบหน้างามยิ่งแดงจัดเข้าไปอีกเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นห่วงเขา คาคุหันกลับมาสบตากับชายหนุ่ม
"..ท่านพูดแบบนี้ไม่ดีกับเพื่อนของคุณหนูนะครับ"
"แต่เขาปลอดภัยแล้วใช่มั๊ย? ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันซาบซึ้งที่เขาช่วยลูกชายฉันอยู่แล้ว ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมพรุ่งนี้แน่"
"คำพูดของท่านดูไม่ห่วงเขาเท่าไหร่เลยนะครับ" คาคุท้วง
"แต่ นี่เป็นใจจริงของฉันนะ ทำให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งต้องมาติดร่างแห มันความผิดของฉันอยู่แล้ว ฉันไม่รู้จะทำยังไงนอกจากตอบแทนกับคำขอบใจเท่านั้นนี่"
"แล้วคุณหนูล่ะครับ ทั้งที่ท่านอ่อนโยนกว่านี้อีกซักนิดก็ได้แท้ ๆ "
อากิระหัวเราะ
"เธอจะสอบปากคำฉันเหรอ คาคุ?"
ร่างเล็กรู้สึกตัวถึงสถานะภาพของตัวเองแล้วก็ชะงัก เขาเป็นลูกน้องแท้ ๆ มีสิทธิถามแบบนี้กับเจ้านายด้วยเหรอ คิดได้ดังนั้นก็เพียงก้มหน้า
"เป็นอะไรไป?"
" ขอประทานโทษครับ ผม เอ๊ะ!!!" ร่างบางถูกตวัดขึ้นแนบอก คาคุตกใจพลางยันบ่ากว้างเอาไว้
"ท่านจะทำอะไรครับ?!!"
"อากิระ เรียกอากิระสิ" ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องเป็นประกาย
ร่างเล็กชะงักอึกอักอยู่ชั่วครู่ เขารู้ดีว่าร่างตรงหน้ากำลังต้องการอะไรจึงหน้าแดงขึ้นอีก
" อากิระ..ซัง.." ร่างแกร่งยิ้มพลางเดินไปที่ห้องด้านในซึ่งเป็นห้องนอนของเขา คาคุเบิกตากว้างดิ้นอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง
"อา..อากิระซัง อย่าครับ.." ชายหนุ่มหยุดครู่หนึ่ง
"ฉันรู้ว่าเธอคงจะเหนื่อย แต่เธอไม่อยากให้ฉันดูรอยแผลให้เธอหรอกเหรอ?"
"ผะ ผม..ไม่มีซักหน่อย " คาคุละล่ำละลักพูด หน้าแดงถึงใบหู
"เธออาจไม่รู้ตัวก็ได้"
ว่าแล้วก็สาวเท้าเข้าไปในห้องและปิดล็อคทันทีอย่างไม่ฟังคำทักท้วงของร่างเล็กในอ้อมกอด
แม้จะไม่คิดอยากทำอะไรได้อีกต่อไปแล้ว แต่เด็กหนุ่มก็หลับสนิทในยามค่ำคืนไปจนได้ จิตใจไม่ต้องการแต่ร่างกายทำอัตโนมัติ เด็กหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นในตอนเช้า พลางมองหานาฬิกาอย่างงัวเงีย
"10 โมง " แม้จะสายมากแล้วสำหรับการไปโรงเรียน แต่เด็กหนุ่มไม่ยี่หระ เพราะมีเรื่องสำคัญกว่ามากในวันนี้
อาซาโตะลุกขึ้นจัดการกิจวัตรประจำวันเรียบร้อยแล้วเดินลงบันไดมาที่ห้องโถงชั้นล่าง ซึ่งอากิระกำลังนั่งดื่มกาแฟพร้อมอ่านเอกสารในแฟ้มไปด้วยอยู่
"อรุณสวัสดิ์ กินข้าวเช้าก่อนมั๊ย?" เด็กหนุ่มไม่ตอบ แต่ท้องเจ้ากรรมก็ออกอาการเสียงดังตอบแทนจนคนภายในห้องได้ยินจนหมด
"แมรี่ซัง ช่วยจัดการให้หน่อยนะ" แม่บ้านใหญ่รับคำและเข้าไปจัดการที่ห้องอาหาร
เมื่อทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว อาซาโตะก็ออกมาที่ห้องโถงอีกครั้ง
"คาคุล่ะครับ?" อากิระเลิกคิ้วเล็กน้อย เป็นเวลานานแล้วที่เด็กหนุ่มไม่ได้เริ่มต้นเปิดการสนทนาก่อน
"คงจะนอนอยู่ล่ะมั๊ง ก็เขาเหนื่อยมากนี่" (เหนื่อยเรื่องไหนอ่ะ : ผู้เขียน)
อาซาโตะแปลกใจ ตั้งแต่ที่คาคุเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้เขายังไม่เคยเห็นชายหนุ่มตื่นสายซักครั้ง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เขาเดินไปที่ประตู
"เมื่อวาน ขอบคุณครับ" และปิดประตูออกไปข้างนอก
ผู้เป็นพ่อเกือบสำลักกาแฟจากประโยคที่คาดไม่ถึงของลูกชาย สักพักใบหน้างงงวยก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจาง ๆ
คาคุซึ่งกำลังบันไดมาพบเข้าพอดีจึงเอ่ยทัก
"อรุณสวัสดิ์ครับ ท่าน" ชายหนุ่มอยู่ในสภาพเรียบร้อยและน้ำเสียงเรียบเฉยซะจนอากิระสะกิดใจนิด ๆ
"อรุณสวัสดิ์ หลับสบายมั๊ยคาคุ?"
"สบายดีครับท่าน" ชายหนุ่มรูปงามตอบน้ำเสียงเรียบเฉยจนอากิระชักอยากจะแกล้งพลางกวักมือเป็นสัญญาณให้คนสนิทเข้ามาใกล้ ได้จังหวะก็กระชากเนคไทเข้าหาตัว ทำให้ร่างเล็กที่ไม่ได้ฉุกคิดโน้มตัวลงมาจนเกือบชิด
"..ยังเจ็บอยู่มั๊ย?" กระซิบเสียงแผ่วที่ริมหู ทำให้ใบหน้าร่างเล็กแดงจัด
"ท่าน รู้อยู่ไม่ใช่เหรอครับ?" อากิระยิ้มกับคำตอบ พลางบอกเรื่องดี ๆ ในวันนี้ให้กับคาคุได้ฟัง
"เด็กคนนั้น ขอบคุณฉัน เอ่ยคำพูดอย่างนั้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่มาการ์เร็ตตาย ฉันดีใจจริง ๆ "
คาคุเมื่อได้ฟังก็ยิ้มอย่างยินดี
"เป็นเรื่องดีจริง ๆ ครับท่าน" อากิระปล่อยเนคไทของคาคุให้เป็นอิสระพลางลุกขึ้น
"เข้าออฟฟิสกันเถอะ ได้เวลาแล้ว" ไม่เคยมีวันไหนในรอบ 8 ปีที่ชายหนุ่มจะรู้สึกดี ๆ อย่างนี้ เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำของลูกชายก็ทำให้เขาปลาบปลื้มมีความสุขไปได้ทั้งวัน อยากจะรู้เหลือเกินว่าอะไรทำให้เด็กคนนั้นอ่อนลงได้ขนาดนี้
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้ค่ะ(หวังว่าคงจะมีคนอ่านอยู่นะเนี่ย) ที่ [email protected] ค่ะ ยินดีรับฟัง