adolescence

อากาศภายใน"คุกเทียม"เงียบสงัดและเย็นลงเรื่อย ๆ ทำให้อาซาโตะพอคาดเดาได้ว่าเป็นเวลาค่ำแล้ว หลังจากตะโกนอยู่พักใหญ่ก็ไม่มีใครเข้ามาแม้แต่คนเดียว เด็กหนุ่มรู้ว่าไร้ประโยชน์ได้โดยสัญชาตญาณ จึงไม่คิดจะตะโกนอะไรออกไปอีก

พวกมันไม่ฆ่าเขาหรอกเขารู้ เพราะคราวนี้เงื่อนไขที่เสนอไปแตกต่างจากเมื่อ 8 ปีก่อนโดยสิ้นเชิง แต่กับคาโอรุซึ่งเรียกได้ว่าถูกหางเลขหรือบังเอิญนั้นจะเป็นยังไงไม่อยู่ในความรับผิดชอบอยู่แล้ว ใช่…แม้ว่าคาโอรุจะต้องตายอยู่ในนี้เลยก็ตาม

อุณหภูมิในร่างกายของคาโอรุสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน่าเป็นห่วง และอากาศที่ค่อยๆ เย็นลงนี้มีผลกับอุณหภูมิที่ไม่เสถียรของเขาอย่างมาก เมื่อปรับสายตากับความมืดได้พอสมควรแล้วอาซาโตะพยายามขยับหาอะไรมาตัดโซ่ที่มัดแขนไพล่หลังของเขาแต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะในห้องนี้ไม่มีอะไรที่ว่าเลย

"…อือ…" คาโอรุส่งเสียงพึมพัมออกมา

"ตื่นแล้วเหรอ?" คาโอรุไม่ตอบกับคำถามนั้น ดูเหมือนเขายังไม่ได้สติ

"…ห..นาว…" พึมพัมในลำคอและขยับตัวเข้าใกล้อาซาโตะเพื่อหาไออุ่นจากร่างกายโดยไม่รู้ตัว

อาซาโตะมองดวงหน้าหวานที่ชื้นเหงื่อ และลมหายใจร้อนที่เป่ารดไหล่ของเขาเป็นระยะ แม้คาโอรุจะบ่นว่าหนาวแต่ร่างกายของเขากลับมีอุณหภูมิที่สูงจนน่าเป็นห่วง อาซาโตะขยับตัวให้คาโอรุพิงเขาได้ถนัด พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่

"…นายมันยุ่งไม่เข้าเรื่องจริง ๆ น่ะแหละ…ถ้าไม่สนใจฉันก็ไม่ต้อง…มาลำบากอย่างนี้แล้วแท้ ๆ " อาซาโตะพูดเสียงแผ่ว

"…แม่…ครับ…" คาโอรุครึ่งหลับครึ่งตื่นพึมพัมออกมาตัดบท หยาดน้ำใสหยดลงบนเสื้อของอาซาโตะที่เขาใช้เป็นที่พักพิงอยู่

"ขอ..ท..โทษ..ครั..บ" คาโอรุสะอื้นไม่ได้สติ

อาซาโตะจ้องมองใบหน้างามที่มีหยาดน้ำตาไหลเรื่อยจากดวงตาปิดสนิทที่ไหวระริกลงอาบแก้มทั้งสอง พลางขยับใบหน้าลงใกล้ชิดจนรู้สึกถึงลมหายใจเขาที่กระทบใบหน้าของคาโอรุ เด็กหนุ่มเคลื่อนเข้าใกล้อย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อนราวกับถูกล่อลวงให้เคลิบเคลิ้มกับใบหน้างดงามเปื้อนหยาดน้ำตา พลันให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ได้สัมผัสวงแขนบอบบางและใบหน้าชุ่มน้ำที่แผ่นอกในวันนั้น

อาซาโตะค่อย ๆ ก้มลงเป้าหมายคือริมฝีปากบางสั่นไหวตามลมหายใจเข้าออก…อีกเพียงนิดก็จะได้สัมผัส…แต่แล้ว… วูบหนึ่งก็เหมือนมีอะไรแล่นผ่านในความคิดปลดความรู้สึกเหล่านั้นออก…

เด็กหนุ่มรีบผละออกด้วยความรู้สึกสุดบรรยาย พลางเบือนหน้าไปฝั่งตรงข้าม หายใจยาว ๆ อยู่ครู่หนึ่งราวกับจะสงบอารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ รู้สึกว่าอุณหภูมิในร่างร้อนขึ้นจนอึดอัด

"โธ่เอ๊ย…ท่าทางจะติดไข้จากหมอนี่แล้วมั๊ง"

ไม่…นั่นมันแค่คำพูดกลบเกลื่อนส่วนลึกในหัวใจของเด็กหนุ่มรู้ดี…แต่พยายามให้เป็นอย่างที่พูดจะดีกว่า… อาซาโตะถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของวันนี้ พลันสีหน้าเคร่งเครียด

"ยังไงเราก็ต้องให้ผู้ชายคนนั้นมาช่วยอยู่ดีงั้นเหรอ? เรานี่มัน…เด็กชัด ๆ "

****************************************************************************

รถยนต์สีดำคันงาม 3 คัน เลี้ยวเข้าจอดที่หน้าบ้านพักตากอากาศแห่งหนึ่ง ท่ามกลางป่าเขา ชายชุดดำคนหนึ่งออกมาจากรถคันหน้า ตรงเข้าเปิดประตูรถยนต์คันที่สองให้อากิระก้าวออกมา

"ยินดีอย่างยิ่ง ที่คุณอุตส่าห์มาเยี่ยมผมครั้งนี้…มิเนคุระซัง"

ชายร่างท้วมในมือถือซิการ์ของโปรดเดินเข้ามายิ้มอย่างยินดี แต่ความหมายของรอยยิ้มไม่ใช่อย่างที่พูดแน่…อากิระส่งสายตาเหยียดไปให้

"ลูกชายผมอยู่ไหน?"

"ใจเย็น ๆ ซี่…เชิญข้างในก่อน…" อากิระจำต้องเดินตามเข้าไปอย่างเสียไม่ได้

"…อือ…" คาโอรุค่อยลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มที่ให้ยืมอุณหภูมิร่างกายเมื่อคืนนี้อย่างงัวเงีย

เขารู้สึกคลายปวดขาไปมากและดูเหมือนไข้ก็ลดลงแล้วเหมือนกัน สายตาที่ค่อยปรับให้ชินกับความมืดจ้องมองเส้นผมสีน้ำตาลของอาซาโตะ พลางนึกขึ้นได้ก็รีบผละจาก

เสียงโซ่ดังรบกวนทำให้อาซาโตะลืมตาตื่นขึ้นอย่างเสียอารมณ์

"อ้าว?..นายตื่นแล้วเหรอ? เป็นไงมั่งล่ะ?"

คาโอรุเพียงแต่มองหน้าอาซาโตะอย่างงงงวย

"จำไม่ได้เหรอ? นายเป็นฝ่ายขยับมาหาฉันเองนะ…เมื่อยไปหมด"

คาโอรุไม่ตอบอะไรเพียงแต่ก้มหน้า

"นี่นาย…เป็นใบ้ไปแล้วเหรอ?"

"เปล่าซักหน่อย!!" คาโอรุหน้าแดงตะโกนใส่อาซาโตะ เด็กหนุ่มยิ้ม

"มีแรงตะโกนได้ขนาดนี้แสดงว่าไม่เป็นไรแล้วสินะ.." คาโอรุแทบไม่เชื่อสายตา อาซาโตะที่ชอบทำหน้าตาบึ้งตึงใส่เขา

คราวนี้กลับมีรอยยิ้มระบายที่ใบหน้า…ดูอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ…เด็กหนุ่มจ้องมองพลางยิ้ม

"…นาย..ยิ้มทำไม?"

"ก็เพราะนายยิ้มน่ะสิ…สวยมากเลยนะ…ทำหน้าแบบนี้อีกบ่อย ๆ เถอะ"

เด็กหนุ่มเพิ่งรู้สึกตัว…นี่เขายิ้มให้หมอนี่เห็นงั้นเหรอ? ยิ้มเหรอ? เขาไม่รู้ตัวเลย…

"นาย..จะบ้าเหรอ? ฉันเป็นผู้ชายนะ…จะสวยได้ยังไง?" อาซาโตะพูดกลบเกลื่อน

"……"

"…ทั้งที่…นายต่างหากที่…สวย…"

"เอ๋?" คาโอรุหันขวับ เผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มตรงหน้า บางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในตัวของทั้งคู่ช่วงเวลาที่ไม่อาจเข้าใจ

ความรู้สึกที่ไม่กล้าสรุป…เพียงแต่…เพียงแค่….

"กึง!!!"

"แกเป็นใคร?!! แจ้งประธาน!!! อั่ก!!!"

เสียงดังจากนอกประตูทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองออกมาจากห้วงเวลาที่หยุดนิ่ง

"โอ๊ย!!!!"

"…………………."

"กึง..กึง แกร็ก!!" แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องเข้าประตูอย่างจัง ทำให้ทั้งสองต้องหรี่ตา ร่างเพรียวบางที่อยู่ที่ประตูค่อยก้าวเข้ามาหาทั้งคู่

"มารับแล้วครับคุณหนู" เสียงนุ่มนวลของคาคุ..เอ่ยพร้อมปลดโซ่ให้อาซาโตะ

"คน ๆ นั้น…มาที่นี่แล้วเหรอ?" อาซาโตะถามเสียงค่อย คาคุเพียงแต่ยิ้ม

เมื่อปลดเรียบร้อยก็หันมาปลดให้คาโอรุบ้าง คาโอรุจ้องร่างเพรียวตรงหน้าอย่างฉงน

"ท่านนี้…เพื่อนของคุณหนูสินะครับ…แย่หน่อยนะครับ…แต่ไม่เป็นไรจะพาออกไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ?.."

"..คุณ…?" คาคุยิ้ม

"ผมเทราจิมะ คาคุครับ…เป็นเลขาฯ…"

"แล้วก็บอดี้การ์ดของมิเนคุระ อากิระด้วย" อาซาโตะเสริมทันที

"บอดี้การ์ดเหรอครับ?"

"ทำไมเหรอครับ…หน้าไม่ให้เหรอ?" คาคุหัวเราะ

"…เอ่อ..ก็ครับ…ผมเคยเห็นในหนังมีแต่พวกล่ำบึ้กน่ะครับ…"

"หนังกับความเป็นจริงบางครั้งก็ต่างกันมากนะครับ…"

คาคุค่อยพยุงให้คาโอรุลุกขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของเด็กหนุ่มได้

"มีไข้ด้วยเหรอครับ?"

“ก็แหงล่ะสิ ขาเดี้ยงอย่างเงี้ย..แต่ก็ยังมายุ่งเรื่องของฉันอีก เลยเจอดีจนได้ไง” คาโอรุตวัดมองหน้าอาซาโตะแบบโกรธ ๆ

เลยทำให้เหมือนไข้จะกลับมาอีกหน คาคุมองหน้าอาซาโตะแล้วหัวเราะเบา ๆ

“สนิทกันดีจังนะครับ…เอาล่ะไปทางนี้เถอะ”

ทั้งสามพากันกันลักลอบออกไปทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองได้รู้ว่าที่ที่พวกเขาถูกพามานั้นเป็นโกดังกลางป่าเขา…แถมที่ประตูยังมีร่างของชายชุดดำ 2 คนนอนสลบอยู่อีก

คาโอรุมองเลิ่กลั่กพิจารณาสลับไปมาระหว่างรูปร่างของคาคุและชายชุดดำที่นอนอยู่ คาคุเพียงแต่ส่งรอยยิ้มงดงามให้ ทำให้คาโอรุคิดไปว่า…ดูแค่หน้าตาไม่ได้เลยนะคนคนนี้ แต่แล้วยังไม่ทันที่ทั้งสามจะพ้นจากบริเวณนี้ ก็มีชายชุดดำคนหนึ่งมาพบเข้า

“เฮ้ย!!! พวกแก!!!” พลางควักอาวุธขึ้นมา แต่ไม่ทันกว่าฝ่าเท้าของคาคุที่สัมผัสใบหน้าอย่างรุนแรงจนล้มลงกับพื้น

“รีบไปเถอะครับ!!!”

พลางช่วยพยุงคาโอรุที่ไม่ถนัดในการเดินตอนนี้ให้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นอีก แต่เพราะต้องใช้ขานี้เดินทางมาโรงเรียน แถมยังไม่ได้กินยาระงับปวดมาเกือบ 2 วัน พร้อมอาการไข้ขึ้นที่ดูเหมือนกลับมาอีกระลอกทำให้คาโอรุเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งความใจร้อนของอาซาโตะนัก

“ชักช้า!!!” อาซาโตะตวัดร่างบอบบางของคาโอรุขึ้นอุ้ม พลอยให้เจ้าตัวโวยวาย

“เฮ้!! นายจะทำอะไรปล่อยฉันลงนะ!!” คาโอรุดิ้นขณะที่อาซาโตะอุ้มไปวิ่งไปด้วย

“นี่นาย..ถึงนายจะตัวเล็กกว่ามาตรฐานผู้ชายญี่ปุ่น แต่นายก็ตัวโตกว่าพวกผู้หญิงนะ ดิ้นมากนักเดี๋ยวปล่อยทิ้งไว้นี่เลยนี่!!!”

คาโอรุหุบปากสะบัดหน้าไปทางอื่นทันที…ส่วนคาคุก็วิ่งไปหัวเราะไปไม่หยุด จนอาซาโตะฉุนมองหน้าคาคุเป็นระยะ แต่ดูเหมือนเหตุการณ์ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด…ชายชุดดำที่ดูแลอยู่รอบ ๆ บ้านพักมีมากพอสมควรทำให้คาคุต้องใช้วิชาฟาดฟันไปแทบไม่ได้หยุด

“หมอนี่ศัตรูเยอะสิท่า..ถึงวางบอดี้การ์ดไว้ซะเต็มพรืดไปหมดแบบนี้…แล้วนี่นายลอบเข้ามาได้ยังไงคาคุ?” อาซาโตะวิ่งไปหอบไป

“เข้ามาคนเดียวมันเอิกเกริกน้อยกว่า 3 คนนี่ครับ”

คนสนิทรูปงามพูดไปมือและเท้าก็ยังทำงานไปไม่หยุด ใกล้จะถึงทางออกถนนเท่าไหร่ก็ยิ่งมีเยอะเท่านั้น…คาคุเพียงคนเดียวเขาก็เริ่มจะเหนื่อย สุดท้ายดูเหมือนทั้งสามจะถูกล้อมไว้เสียแล้ว

“จะเอาไง..คาคุ?” ชายหนุ่มรูปงามยิ้มให้เจ้านายน้อย

“ไม่ว่ายังไง..ผมก็จะพาคุณหนูทั้งสองออกไปให้ได้ครับ” พร้อมตวัดมือและเท้าเข้าใส่ร่างของชายชุดดำที่วิ่งเข้ามาลองดี

“ชิ!!” อาซาโตะวางคาโอรุลงกับพื้น

“ฉันจะไปช่วยคาคุ..นายรออยู่นี่นะ!!” คาโอรุคว้าข้อมือของอาซาโตะเอาไว้

“อะไร?”

“ถ้าไม่มีฉัน…พวกนายคงจะออกไปได้เร็วกว่านี้แล้ว…”

อาซาโตะมองหน้าคาโอรุเขาไม่เข้าใจความหมายที่คาโอรุต้องการจะพูด

“พวกนายไปกันก่อนเถอะ..ทิ้งฉันไว้ที่นี่ก็ได้…ฉันจะหาทางออกไปเอง”

“นายจะบ้าเหรอ?!!” อาซาโตะตวาดใส่หน้าคาโอรุ

“มาด้วยกัน..ก็ต้องกลับด้วยกันสิ..ฉันไม่ทิ้งนายหรอก!!”

พลางหันหลังไปจัดการกับคนหนึ่งที่เข้ามาล้มลงไปกองตรงหน้าคาโอรุ

ฝีมือของทั้งสองเมื่อรวมกันแล้วค่อนข้างจะได้เปรียบ ล้มชายชุดดำกว่า 10 คนได้เหลือเพียงอีก 2-3 คนเท่านั้น เมื่อถึงที่สุดชายชุดดำที่ล้มลงไปแล้วควักอาวุธสีดำขึ้นเล็ง ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังวุ่นอยู่กับการจัดการอีกคนหนึ่งอยู่

“เปรี้ยง!!!!”

อากิระและอิจิดะลุกขึ้นพร้อมกันจากเสียงดังสนั่นนั่น อากิระหันไปเผชิญหน้ากับอิจิดะด้วยดวงตาเกรี้ยวกราด

“หมายความว่ายังไงอิจิดะซัง!!??” ชายร่างท้วมเลิกลั่ก หันไปตวาดชายชุดดำที่ยืนเคียงข้าง

“แก!! ใครมายิงปืนอะไรแถวนี้น่ะ?? ไปดูซิ!!!”

“ไม่! ผมว่าเราควรจะไปดูด้วยกันไม่ใช่เหรออิจิดะซัง”

อากิระจ้องมองแววตาเหี้ยมเกรียม ทำให้อิจิดะคิดได้ว่าเขาทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงไปเสียแล้วที่กล้าต่อรองกับชายคนนี้

“นำทางสิครับ อิจิดะซัง!!” ชายร่างท้วมละล่ำละลักรีบเดินนำหน้า

“อึก!!” ร่างบอบบางตรงหน้าสั่นสะท้าน ลมหายใจรุนแรง หยาดสีแดงที่ขยายเป็นวงกว้างเปรอะไปทั้งแผ่นหลัง ก่อนจะสิ้นสติแน่นิ่งในอ้อมแขนของอาซาโตะ

“อ๊าก!!!” คาคุฟาดฝ่าเท้าใส่ชายชุดดำอย่างไม่ปราณี และรีบผละมาดูเด็กหนุ่มทั้งสอง

“คุณหนูครับ!! คุณหนู!!!”

อาการตะลึงพรึงเพริดของเหตุการณ์เบื้องหน้าถูกปลดให้ออกไปจากเสียงของคนสนิทรูปงาม

“ให้ผมดูเพื่อนของคุณหนูก่อน”

เด็กหนุ่มคลายวงแขนออกปล่อยร่างเล็กให้คาคุดูอาการ

“เลือดออกมาก…ต้องรีบไปโรงพยาบาล”

คาคุจัดการทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เลือดหยุดไหล

อากิระและอิจิดะมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณสวนป่าหลังบ้านพักอย่างรีบเร่งพร้อมผู้ติดตามของทั้งสองฝ่าย เมื่ออาซาโตะได้เห็นชายร่างท้วมคนนั้นอีกครั้งก็บันดาลโทสะตรงเข้าทำร้ายอย่างไม่หวั่นเกรงบอดี้การ์ดของฝ่ายนั้นแม้เพียงนิด อิจิดะเพียงแต่หลบหลีกไปมาอยู่ด้านหลังเหล่าบอดี้การ์ดที่ติดตามเขามาอย่างทุลักทุเล

“หยุดนะอาซาโตะ!!!!”

เสียงเด็ดขาดน่าเกรงขามทรงอำนาจของผู้เป็นพ่อดังสนั่นทั่วสวน หยุดการกระทำอันบ้าคลั่งของเด็กหนุ่มเอาไว้ได้

อาซาโตะหายใจหอบอย่างที่ไม่เคยเป็น

“ตอนนี้ต้องพาเพื่อนไปโรงพยาบาลก่อนไม่ใช่เหรอ? เรื่องอื่นไว้ค่อยสะสางทีหลังก็ได้!!”

เด็กหนุ่มมองไปที่คาโอรุและสงบลงหันหลังกลับมาดูแล

“พาไปส่งให้เรียบร้อยนะคาคุ”

“ครับท่าน” อาซาโตะช้อนร่างบอบบางที่บาดเจ็บหายใจหอบถี่ขึ้นอุ้มอย่างทะนุถนอม… เขาเหลือบตามองผู้เป็นพ่อเล็กน้อยก่อนเดินตามคาคุไป

อิจิดะเหงื่อตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“เข้าใจแล้วนะครับ…จะไม่มีการทำสัญญาอะไรกับคุณทั้งสิ้น…”

“ตะ…แต่…ทางฝ่ายคุณเล่นไม่ซื่อกับผมก่อนนะ” อิจิดะเสียงสั่นไม่เหลือมาดท้วง

อากิระส่งสายตากราดเกรี้ยวไปให้

“ใครกันแน่ที่เล่นไม่ซื่อก่อน!!! ผมจำเป็นต้องซื่อตรงกับคุณด้วยงั้นเหรอ??!!!” อากิระหันหลังเดินกลับอย่างไม่ใยดี

“คุณคงยังไม่ลืมนะ…ว่าผมสามารถจัดการคุณเมื่อไหร่ก็ได้…ดังนั้นอย่ามายุ่งกับเด็กคนนั้นอีก เข้าใจมั๊ย!!!!” เสียงตวาดดังก้องไม่มีใครสามารถต่อกรได้ ชายหนุ่มเดินจากไปอย่างองอาจ ทิ้งให้ผู้อยู่เบื้องหลังทรุดตัวลงกับพื้นอย่างสิ้นหวังหมดทางเยียวยา

****************************************************************************

ทันทีที่ล้อรถหยุดสนิทหน้าโรงพยาบาล เตียง หมอและพยาบาลที่รออยู่จากการติดต่อของคาคุเร่งปฏิบัติงานทันที อาซาโตะอุ้มร่างที่มีลมหายใจอ่อนแรงขึ้นเตียง เครื่องช่วยหายใจถูกครอบที่ปากและจมูกเพื่อยืดเวลา

"ความดันเลือดต่ำ กระสุนฝังใน เตรียมผ่าตัดทันที!!!"

เสียงของหมอที่เข้ามาดูอาการตะโกนโหวกเหวก เตียงถูกเลื่อนเข้าไปในห้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว

"กรุณารอข้างนอกนะคะ"

นางพยาบาลยกมือขึ้นทานร่างของอาซาโตะที่กำลังเดินตามเข้าไป และหล่อนก็ปิดประตูห้องทันที อาซาโตะหายใจหอบถี่ ดวงตาสีน้ำตาลทองเหม่อลอย มือกำเสื้อที่เปรอะเลือดของคาโอรุนิ่งอยู่หน้าประตูอย่างนั้น จนคาคุเข้ามา

"คุณหนูครับ…มานั่งก่อนเถอะครับ" แต่เด็กหนุ่มก็ได้แต่ยืนนิ่ง

นางพยาบาลคนหนึ่งเดินเข้ามาที่คนทั้งสองพร้อมแฟ้มสีดำหนึ่งใบ

"ขอโทษนะคะ…เอ่อ…ไม่ทราบว่าคุณเป็นญาติกับคนไข้หรือเปล่าคะ?" หล่อนถามคาคุเนื่องจากดูอาวุโสกว่า

"ไม่ใช่ครับ…ผมพามาส่งเท่านั้น"

"ถ้าอย่างนั้นช่วยบอกวิธีติดต่อกับญาติคนไข้ได้มั๊ยคะ? เราจะได้ดำเนินการต่อไป" คาคุหันไปหาอาซาโตะ

"…ไม่รู้…." แม้จะเป็นคำตอบแต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่ยอมละสายตาจากห้องผ่าตัด

"…ไม่รู้…ไม่รู้อะไรเลย…ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหมอนี่ซักอย่าง…ทั้ง ๆ อย่างนั้น…"

"เอ่อ…ถ้าอย่างนั้นผมรับเป็นเจ้าของไข้ก่อนได้มั๊ยครับ?" คาคุมองหน้าเจ้านายน้อยแล้วหันมาตอบนางพยาบาล

"…ค่ะ…ถ้างั้นช่วยเซ็นชื่อตรงนี้ด้วยนะคะ" เธอยื่นแฟ้มและปากกาให้ เมื่อเรียบร้อยแล้วคาคุจึงส่งกลับ

"ขอบคุณค่ะ" เสร็จแล้วหล่อนก็เดินออกไปดำเนินการต่อ คาคุถอนใจยาว ๆ แล้วเดินไปหาอาซาโตะอีก

"คุณหนู…ยังไงเราก็ควรติดต่อครอบครัวของเพื่อนคุณหนูก่อนนะครับ"

"ก็บอกว่าไม่รู้ไงเล่า!!! จะให้ทำไง!!" อาซาโตะตวาดใส่อย่างอารมณ์เสีย

ด้วยความเป็นคนใจเย็นและเข้าใจสถานการณ์ทำให้คาคุเพียงแต่พูดน้ำเสียงเรียบ ๆ

"ถ้าอย่างนั้นติดต่อไปที่โรงเรียนดีมั๊ยครับ? ให้ค้นประวัติดูจะได้ติดต่อที่บ้านได้…นะครับ"

เด็กหนุ่มกำเสื้อของคนสนิทรูปงามแน่น

"ถึงมือหมอแล้ว…ไม่เป็นไรแล้วล่ะครับคุณหนู" คาคุพูดราวอ่านใจออก

อาซาโตะปล่อยเสื้อชายหนุ่มเป็นอิสระก่อนที่เขาจะใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อไปทางโรงเรียน เด็กหนุ่มทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างห้องผ่าตัดอย่างเหนื่อยอ่อนพร้อมก้มหน้ามิด ในมโนสำนึกของเด็กหนุ่มภาพของร่างบอบบางที่เข้ามาบังเขาในชั่วเสี้ยววินาทีที่เสียงปืนดัง… ย้อนกลับไปมากับภาพเบื้องหลังของหญิงสาวที่มีผมสีทองนุ่มสลวย…พลิ้วสะบัด…เปรอะโลหิตสีแดงฉานไร้ซึ่งลมหายใจ…ต่อร่างเล็กๆ ของเขาเมื่อ 8 ปีก่อน…ไม่อยากอีกแล้ว…ไม่ต้องการอีกแล้ว…ไม่มีอะไรอีกแล้ว…ขอเพียงให้ร่างในห้องนั้นปลอดภัย…เพียงเท่านั้น…ที่สามารถคิดออกในเวลานี้…

****************************************************************************

"กริ๊ง กริ๊ง" เสียงโทรศัพท์ค่อนข้างโบราณดังขึ้น หญิงสาวหลายคนซึ่งกำลังเรียนการจัดดอกไม้แบบดั้งเดิมอยู่หันมามอง

หญิงสาวคนหนึ่งเปิดประตูบานเลื่อนแบบโบราณเข้ามารับโทรศัพท์ เมื่อได้ใจความแล้วหล่อนค่อย ๆ คุกเข่าคลานเข้าไปหาหญิงชรา ซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าที่กำลังสอนการจัดดอกไม้ต่อไปอยู่ กระซิบสองสามคำและหญิงชราก็ลุกมารับโทรศัพท์นั้น

"ทาเทวากิค่ะ"

"สวัสดีค่ะ…เอ่อ..ดิฉันมิยาซากิ…อาจารย์ที่ปรึกษาของทาเทวากิ คาโอรุคุงค่ะ" เสียงหวานใสผ่านหูโทรศัพท์เข้ามาที่ผู้รับ

"ไม่ทราบมีอะไรเหรอคะ?" แม้จะฟังดูรู้ว่าอายุอานามของผู้รับนั้นมากแล้ว แต่เสียงที่ผ่านเข้ามาก็ยังน่าเกรงขาม

"เอ่อ…คุณคงจะเป็นคุณย่าของทาเทวากิคุงสินะคะ..คือดิฉันอยากจะขอคุยกับคุณแม่ของทาเทวากิคุงน่ะค่ะ"

"เขามารับสายไม่ได้ค่ะ…ดิฉันเป็นผู้ปกครองที่ส่งเขาเข้าเรียนนะคะมีอะไรก็บอกดิฉันได้ค่ะ"

น้ำเสียงดูไม่อารีเท่าใดนัก อาจารย์สาวเงียบสักครู่และตัดสินใจบอก

"ดิฉันได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่า..ทาเทวากิคุงได้รับบาดเจ็บ.." ปลายสายเงียบไป เธอจึงพูดต่อ

"ถ้าจะไปที่โรงพยาบาลดิฉันจะพาไปนะคะ" อาจารย์สาวเสนอความช่วยเหลือ

"….ดิฉันไม่ขอรบกวนล่ะค่ะ เพราะคิดว่าคงจะไปไม่ได้…"

"เอ๋?!!!" เธอตกใจกับคำตอบ

"ดิฉันทราบนะคะว่าค่อนข้างจะไกล…แต่ว่า…เอ่อ…" อาจารย์สาวงงงวยกับคำตอบ เธอไม่รู้ว่าจะเรียบเรียบคำพูดยังไงดี

"ในเมื่อถึงโรงพยาบาลแล้ว…คิดว่าคงจะไม่เป็นไรหรอกค่ะ…ดิฉันจะส่งคนให้ไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายเองก็แล้วกัน… ขอบคุณนะคะที่เสียสละเวลาโทรศัพท์มาแจ้ง…ตอนนี้ดิฉันกำลังสอนนักเรียนอยู่ขอตัวนะคะ"

พูดจบก็วางหูไป ปล่อยให้อาจารย์มิยาซากิงงอยู่หลายตลบ

"อะไรเนี่ย? ไม่ถามซักคำว่าอาการหนักหรือเปล่า? แถมยังไม่ให้พูดกับแม่เขาอีก.." แม้จะงงอยู่ แม้เพียงนิดหน่อยแต่เธอก็พอจะเดาอะไรออกได้บ้าง แต่จะเข้าไปยุ่งเรื่องครอบครัวมากไปก็ไม่ได้ คิดแล้วก็ได้แต่เพียงถอนใจเท่านั้น

หลอดไฟที่สว่างอยู่จนเกือบจะหมดวันได้ดับลง เด็กหนุ่มซึ่งรออยู่ ไม่แม้แต่จะได้กินอะไรแม้คาคุจะไปซื้อหามาให้แต่ก็ไม่มีอะไรผ่านเข้าไปในกระเพาะของเขาแม้แต่อย่างเดียว ลุกพรวดตามเสียงประตูเปิดในทันที ร่างเล็กถูกพาออกมาจากห้องพร้อมกับหมอและพยาบาลซึ่งกำลังถอดอุปกรณ์ในการผ่าตัดอยู่

อาซาโตะตรงเข้าขวางบุรุษพยาบาลที่กำลังเลื่อนเตียง พลางมองดูใบหน้าสวยที่หลับสนิท แผ่นอกไหวขึ้นลงแสดงถึงลมหายใจและการมีชีวิต เด็กหนุ่มจึงโล่งใจ

"อาการเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ?" คาคุเข้าถาม

"พ้นขีดอันตรายแล้วครับ…โชคดีที่ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและพามาถึงโรงพยาบาลอย่างทันที ที่ต้องดูอาการต่อคือ ขาดสารอาหารกับมีไข้อยู่เล็กน้อยเพราะบาดแผลที่ขา นอกนั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วพรุ่งนี้ก็คงจะฟื้นนะครับ" คาคุโล่งใจ

ส่วนอาซาโตะเดินตามบุรุษพยาบาลไปเพื่อพาคาโอรุไปที่ห้อง คาคุจึงตามไปด้วย หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อาซาโตะก็เลื่อนเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้กับเตียงที่คาโอรุนอนอยู่ คาคุตามเข้ามา

"หมอบอกว่าปลอดภัยแล้วล่ะครับ…ถ้ายังไงคุณหนูกลับไปที่บ้านพักผ่อนก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะครับ"

เด็กหนุ่มไม่ตอบ

"ไปเถอะครับ…ยังไงวันนี้เขาก็ไม่ฟื้นนะครับ" อาซาโตะไม่ตอบอีก แต่ก็ลุกขึ้นไปกับคาคุโดยดี

เมื่อรถยนต์คันงามจอดที่หน้าบ้านหรู เด็กหนุ่มก้าวลงจากรถตรงเข้าที่ห้องนอนทันที ส่วนคาคุจะต้องไปหาอากิระที่ห้องทำงานเสียก่อนเพื่อรายงานผล อาซาโตะไม่จัดการใด ๆ กับตัวเองแม้แต่จะจัดการอะไรกับเสื้อที่เปื้อนเลือดของร่างเล็ก

เขาล้มตัวลงนอนคว่ำหน้ากับเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน พลางหลับตานึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา…พลันผุดลุกขึ้นอย่างเจ็บใจ…ทำไม?? ทำไมเขาไม่สังเกตอะไรซักนิด?! ทำไมถึงประมาทปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น??!! คิด..และเพียงได้แต่กุมศีรษะสีหน้าเคร่งเครียด ทั้งที่ไม่อยาก…ทั้งที่ไม่ต้องการ…แต่ไม่ว่าใคร…ก็ต้องเป็นแบบนี้เพราะตัวเองทั้งนั้น…เพราะตัวเอง…เพราะสายเลือด…เกลียด!! ทุกวันนี้แทบจะเกลียดทุกอย่าง…!!! แต่…ที่เกลียดที่สุด…คือ…ตัวเองที่ยังเป็นเด็ก…ตัวเองที่ควบคุมอะไรไม่ได้…ตัวเองที่เลินเล่อทำให้หมอนั่นต้องติดร่างแหไปด้วย… มีแต่ตัวเองเท่านั้น…ที่ไม่ได้เรื่อง… เด็กหนุ่มกุมศีรษะก้มหน้างุด

"ก๊อก ก๊อก" เสียงเคาะขออนุญาตจากผู้ที่อยู่ด้านนอกประตูดังขึ้น ขัดความคิดของเด็กหนุ่มให้แตกกระจาย…เขาเดินไปเปิดประตูและหันหลังกลับมานอนที่เตียงทันทีโดยไม่มองซักนิดว่าผู้มาเยือนเป็นใคร

กลิ่นอาหารส่งควันลอยอ้อยอิ่งหอมฟุ้มทั่วห้องที่ถูกวางลงอย่างเบามือของคนสนิทรูปงามบนโต๊ะ คาคุหันมาหาเจ้านายน้อย

"ทานอะไรซักนิดนะครับ…คุณหนูไม่ได้ทานอะไรมาตั้งเกือบ 3 วันแล้ว"

เด็กหนุ่มพลิกตัวไปด้านตรงข้ามพลางปัด

"ไม่หิว…นายเอากลับไปเหอะ"

"แต่ว่า..คุณหนูครับ"

"พอเถอะคาคุ" เสียงน่าเกรงขามของเจ้าของบ้านคนปัจจุบันดังขึ้นหลังประตู ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาในห้อง

"..ท่าน…"

"ไม่ต้องมาเอาอกเอาใจอะไรให้มากนักหรอก โต ๆ กันแล้ว สิ่งจำเป็นที่ต้องจัดการกับตัวเองก่อนยังไม่รู้แบบนี้ก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ"

เด็กหนุ่มไม่ตอบอะไรออกไป ทั้งที่ถ้าเป็นปกติเขาต้องเปิดสงครามกับพ่อแล้ว อากิระเพียงถอนใจและกวักมือให้คาคุออกมาพร้อมกับเขา

"ยังไงก็ทานซะนะครับ…ผมให้แมรี่ซังทำแต่ของที่คุณหนูชอบทั้งนั้น…"

คาคุยังไม่วายจะเป็นห่วงเสร็จแล้วก็เดินออกไปกับอากิระ พอมาถึงห้องทำงานคาคุตั้งใจจะเปิดประตูเข้าไป แต่มือกร้านแกร่งจับเอาไว้ก่อน

"ท่าน?" คาคุหันมามอง ดวงตาสีดำสนิทคู่สวยมองอย่างฉงน และก็ต้องเบิกกว้างเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าโน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากบางสวยของเขาแนบแน่น…ซอกซอน… อ้อมแขนแกร่งโอบตวัดเอวบางเข้าชิดอย่างสุดห้ามใจ…คาคุปล่อยมือจากลูกบิดประตูเข้ามาขยุ้มแขนเสื้อของชายหนุ่มสั่นระริก

"…อืม…" เมื่อถอนริมฝีปากออก คาคุรีบผละจากร่างแกร่งจนติดประตูหายใจหอบ..อากิระตามเข้าใกล้ใช้ลำแขนแกร่งค้ำผนังล้อมกรอบใบหน้าของร่างเล็กไม่ให้หนี คาคุออกเสียงประท้วง

"ท่านครับ!! แบบนี้มัน…อื้อ!!…" ริมฝีปากถูกปิดอีกครั้งอย่างไม่รั้งรอ แต่ก็ถอนออกรวดเร็ว

อากิระใช้มือข้างหนึ่งไล้สัมผัสใบหน้างามแดงเรื่อที่เบือนไปไม่ยอมสบตากับเขาอย่างเบามือ

"…ฉันดีใจที่อาซาโตะกับเธอปลอดภัย..รู้มั๊ย? ตอนได้ยินเสียงปืน…ฉันหัวใจแทบจะวาย"

ใบหน้างามยิ่งแดงจัดเข้าไปอีกเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นห่วงเขา คาคุหันกลับมาสบตากับชายหนุ่ม

"..ท่านพูดแบบนี้ไม่ดีกับเพื่อนของคุณหนูนะครับ"

"แต่เขาปลอดภัยแล้วใช่มั๊ย? ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันซาบซึ้งที่เขาช่วยลูกชายฉันอยู่แล้ว…ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมพรุ่งนี้แน่"

"คำพูดของท่านดูไม่ห่วงเขาเท่าไหร่เลยนะครับ" คาคุท้วง

"แต่…นี่เป็นใจจริงของฉันนะ ทำให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งต้องมาติดร่างแห…มันความผิดของฉันอยู่แล้ว… ฉันไม่รู้จะทำยังไงนอกจากตอบแทนกับคำขอบใจเท่านั้นนี่"

"แล้วคุณหนูล่ะครับ…ทั้งที่ท่านอ่อนโยนกว่านี้อีกซักนิดก็ได้แท้ ๆ "

อากิระหัวเราะ

"เธอจะสอบปากคำฉันเหรอ คาคุ?"

ร่างเล็กรู้สึกตัวถึงสถานะภาพของตัวเองแล้วก็ชะงัก เขาเป็นลูกน้องแท้ ๆ มีสิทธิถามแบบนี้กับเจ้านายด้วยเหรอ คิดได้ดังนั้นก็เพียงก้มหน้า

"เป็นอะไรไป?"

"…ขอประทานโทษครับ…ผม…เอ๊ะ!!!" ร่างบางถูกตวัดขึ้นแนบอก คาคุตกใจพลางยันบ่ากว้างเอาไว้

"ท่านจะทำอะไรครับ?!!"

"อากิระ…เรียกอากิระสิ" ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องเป็นประกาย

ร่างเล็กชะงักอึกอักอยู่ชั่วครู่ เขารู้ดีว่าร่างตรงหน้ากำลังต้องการอะไรจึงหน้าแดงขึ้นอีก

"…อากิระ..ซัง.." ร่างแกร่งยิ้มพลางเดินไปที่ห้องด้านในซึ่งเป็นห้องนอนของเขา คาคุเบิกตากว้างดิ้นอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง

"อา..อากิระซัง…อย่าครับ.." ชายหนุ่มหยุดครู่หนึ่ง

"ฉันรู้ว่าเธอคงจะเหนื่อย…แต่เธอไม่อยากให้ฉันดูรอยแผลให้เธอหรอกเหรอ?"

"ผะ…ผม..ไม่มีซักหน่อย…" คาคุละล่ำละลักพูด หน้าแดงถึงใบหู

"เธออาจไม่รู้ตัวก็ได้"

ว่าแล้วก็สาวเท้าเข้าไปในห้องและปิดล็อคทันทีอย่างไม่ฟังคำทักท้วงของร่างเล็กในอ้อมกอด

แม้จะไม่คิดอยากทำอะไรได้อีกต่อไปแล้ว แต่เด็กหนุ่มก็หลับสนิทในยามค่ำคืนไปจนได้ จิตใจไม่ต้องการแต่ร่างกายทำอัตโนมัติ เด็กหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นในตอนเช้า พลางมองหานาฬิกาอย่างงัวเงีย

"10 โมง…" แม้จะสายมากแล้วสำหรับการไปโรงเรียน แต่เด็กหนุ่มไม่ยี่หระ เพราะมีเรื่องสำคัญกว่ามากในวันนี้

อาซาโตะลุกขึ้นจัดการกิจวัตรประจำวันเรียบร้อยแล้วเดินลงบันไดมาที่ห้องโถงชั้นล่าง ซึ่งอากิระกำลังนั่งดื่มกาแฟพร้อมอ่านเอกสารในแฟ้มไปด้วยอยู่

"อรุณสวัสดิ์…กินข้าวเช้าก่อนมั๊ย?" เด็กหนุ่มไม่ตอบ แต่ท้องเจ้ากรรมก็ออกอาการเสียงดังตอบแทนจนคนภายในห้องได้ยินจนหมด

"แมรี่ซัง…ช่วยจัดการให้หน่อยนะ" แม่บ้านใหญ่รับคำและเข้าไปจัดการที่ห้องอาหาร

เมื่อทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว อาซาโตะก็ออกมาที่ห้องโถงอีกครั้ง

"คาคุล่ะครับ?" อากิระเลิกคิ้วเล็กน้อย เป็นเวลานานแล้วที่เด็กหนุ่มไม่ได้เริ่มต้นเปิดการสนทนาก่อน

"คงจะนอนอยู่ล่ะมั๊ง…ก็เขาเหนื่อยมากนี่" (เหนื่อยเรื่องไหนอ่ะ : ผู้เขียน)

อาซาโตะแปลกใจ ตั้งแต่ที่คาคุเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้เขายังไม่เคยเห็นชายหนุ่มตื่นสายซักครั้ง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เขาเดินไปที่ประตู

"เมื่อวาน…ขอบคุณครับ" และปิดประตูออกไปข้างนอก

ผู้เป็นพ่อเกือบสำลักกาแฟจากประโยคที่คาดไม่ถึงของลูกชาย สักพักใบหน้างงงวยก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจาง ๆ

คาคุซึ่งกำลังบันไดมาพบเข้าพอดีจึงเอ่ยทัก

"อรุณสวัสดิ์ครับ…ท่าน" ชายหนุ่มอยู่ในสภาพเรียบร้อยและน้ำเสียงเรียบเฉยซะจนอากิระสะกิดใจนิด ๆ

"อรุณสวัสดิ์…หลับสบายมั๊ยคาคุ?"

"สบายดีครับท่าน" ชายหนุ่มรูปงามตอบน้ำเสียงเรียบเฉยจนอากิระชักอยากจะแกล้งพลางกวักมือเป็นสัญญาณให้คนสนิทเข้ามาใกล้ ได้จังหวะก็กระชากเนคไทเข้าหาตัว ทำให้ร่างเล็กที่ไม่ได้ฉุกคิดโน้มตัวลงมาจนเกือบชิด

"..ยังเจ็บอยู่มั๊ย?" กระซิบเสียงแผ่วที่ริมหู ทำให้ใบหน้าร่างเล็กแดงจัด

"ท่าน…รู้อยู่ไม่ใช่เหรอครับ?" อากิระยิ้มกับคำตอบ พลางบอกเรื่องดี ๆ ในวันนี้ให้กับคาคุได้ฟัง

"เด็กคนนั้น ขอบคุณฉัน…เอ่ยคำพูดอย่างนั้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่มาการ์เร็ตตาย…ฉันดีใจจริง ๆ "

คาคุเมื่อได้ฟังก็ยิ้มอย่างยินดี

"เป็นเรื่องดีจริง ๆ ครับท่าน" อากิระปล่อยเนคไทของคาคุให้เป็นอิสระพลางลุกขึ้น

"เข้าออฟฟิสกันเถอะ ได้เวลาแล้ว" ไม่เคยมีวันไหนในรอบ 8 ปีที่ชายหนุ่มจะรู้สึกดี ๆ อย่างนี้ เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำของลูกชายก็ทำให้เขาปลาบปลื้มมีความสุขไปได้ทั้งวัน…อยากจะรู้เหลือเกินว่าอะไรทำให้เด็กคนนั้นอ่อนลงได้ขนาดนี้

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำ ติ-ชม ดุด่าได้ค่ะ(หวังว่าคงจะมีคนอ่านอยู่นะเนี่ย) ที่ [email protected] ค่ะ ยินดีรับฟัง

Hosted by www.Geocities.ws

1